ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
วอนสื่อหยุดถามการเมือง: สัญญาณเล็กๆในรายการคุยข่าว?

โดย ธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการประจำโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม

88 % คือเห็นด้วย และ 12 % คือ ไม่เห็นด้วย” เป็นตัวเลขไม่เป็นทางการที่สำรวจความคิดเห็นผู้ชมรายการเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ต่อคำถามว่า “นายกฯ วอนสื่อหยุดถามเรื่องการเมือง ท่านเห็นด้วยหรือไม่?

ปรากฏความแปลกใจเล็กน้อยว่าผู้ชมส่วนมากเห็นด้วยกับนายกฯ

ความแปลกใจนี้มิได้ขยายความต่อแต่อย่างใด อีกทั้งยังถูกทำให้ไม่มีความสำคัญทางสถิติ ซึ่งก็เป็นจริง เพราะตัวเลขดังกล่าวไม่อาจสะท้อนความรู้สึกของคนทั้งประเทศได้ เพราะเป็นตัวเลขของผู้ที่ชมรายการเล่าข่าวนี้เท่านั้น

แต่หากคิดว่า 36% คือตัวเลขส่วนแบ่งผู้ชม (share of audience) โดยประมาณ ที่สำรวจโดยบริษัทเรตติ้งยักษ์ใหญ่ในประเทศ ที่เลือกชมรายการนี้ในเวลาก่อนเที่ยงของวันเสาร์-อาทิตย์ ก็น่าคิดว่า นี่คือกลุ่มผู้ชมที่เลือกชมรายการข่าวเพราะชื่นชอบพิธีกร ชื่นชอบรายการข่าวที่เล่าสนุก และชื่นชอบข่าวโดยนิสัยแล้วละก็ ตัวเลขนี้ก็น่าสนใจ

โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ ที่สรุปเอาหยาบๆ ได้ว่า ผู้ชมรายการนี้ “วอนสื่อหยุดถามเรื่องการเมือง” แบบที่นายกฯ ร้องขอ

ทำไมตัวเลขจึงออกมาแตกต่างกันอย่างนี้ 88-12 มากถึง 76 % ในทางสถิติก็อาจเป็นเพราะถามในช่วงวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุด เป็นวันพักผ่อน และต้องการหยุดความคิดที่ต้องเสพข่าวสารหนักๆ

หากลองถามใหม่ในวันอื่นๆ ตัวเลขที่ได้ ก็อาจเปลี่ยนแปลงไป

หรือจริงๆ แล้วกลุ่มคนที่ตอบนั้นต้องการเห็นรายการนี้เล่าข่าวอื่นๆ ที่สบายๆ มากกว่า

ก็แล้วแต่จะคิดกันไป

มองสนุกแบบคนชอบทดลอง นี่อาจเป็นปัญหาในเชิงเทคนิคการทำวิจัย

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่อยากจะสื่อสารคือ หากสมมติว่ามีคน 88 % ซึ่งชื่นชอบรายการข่าวและคิดเหมือนกับนายก วอนสื่อหยุดถามเรื่องการเมืองจากนายกฯ จริงๆ แล้ว

อันนี้น่าคิดต่อไปว่า สื่อจะทำอย่างไร

สื่อจะถามอะไรจากนายกฯ ถ้าไม่ใช่เรื่องการเมือง

ก่อนอื่นต้องตีความหมายของคำว่า “การเมือง” ก่อนว่า ในความรู้สึกของประชาชนผู้วอนให้สื่อหยุดถามนั้นน่าจะหมายถึง “การเมืองเรื่องบุคคลที่มีศูนย์กลางของความขัดแย้ง” ใช่ไหม

ในช่วงนี้ก็น่าจะหมายถึงความขัดแย้งของการแต่งตั้งผบ.ตร. หรือกรณีความขัดแย้งในพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วม หรือความขัดแย้งระหว่างท่านนายกฯ กับเลขาธิการนายกรัฐมนตรี หรือประเด็นการเมืองแบบ “ท่านคิดยังไง เรื่องฝั่งทางโน้น”

จะว่าไปนี่ก็เป็นวัฒนธรรมข่าวการเมืองของทุกๆ ประเทศที่มักเน้นเรื่องความขัดแย้งระหว่างบุคคล นักการเมือง (personalization) เน้นเรื่องส่วนตัว และเร้าอารมณ์มันให้เหมือนละคร (dramatization) ที่มีพล็อต มีปัญหา มีความขัดแย้งและมีจุดจบ ซึ่งกว่าจะถึงจุดจบนั้นก็เล่นข่าวเอายาวนานเลยที่เดียว

จะว่าไปก็โทษสื่อเสียทั้งหมดคงไม่ได้ เพราะตัวนักการเมืองเองก็มีส่วนทำให้เรื่องราวมันต้องถูกขุดคุย สืบเสาะเอามาแฉเอามาเล่ากันเป็นฉากๆ อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

เราจึงได้ดูข่าวการเมืองแบบละครน้ำเน่าทุกๆ วัน

แตกต่างกันที่ละครน้ำเน่านั้น ตั้งใจเล่นจริงๆ ตามเรื่องแต่ง แต่ละครการเมืองนั้น เล่นหลอกๆ ตามเรื่องจริงหรือหลอกก็ไม่รู้ เพราะซับซ้อนซ่อนเงื่อนกว่ามากมาย ที่สำคัญอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ได้อยู่บนเรตติ้งเหมือนละครทีวี

ทีนี้ หากไม่ถามเรื่องการเมืองแบบความขัดแย้ง แล้วจะถามการเมืองแบบไหน?

ประเด็นนี้ สุทธิชัย หยุ่น เคยเขียนเอาไว้มากมายในคอลัมน์กาแฟดำ ว่า นักข่าวต้องหยุดตั้งคำถามแบบนักข่าวปิงปอง หรือคำถามเชิงความขัดแย้งเรื่องส่วนตัวระหว่างบุคคล แต่หันมาถามคำถามที่เข้าสู่สาระสำคัญของการเมืองที่มีพื้นฐานอยู่ที่ว่า ประชาชนจะได้ความเท็จ ความจริง และประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้กัน

สุทธิชัย แนะนำว่า “คนข่าวไม่ควรถามในสิ่งที่นักการเมืองอยากตอบ” เพราะจะมีนักการเมืองประเภทอยากพูดในสิ่งที่ตนเองอยากพูดและอยากให้ประชาชน รู้แค่นั้น เพราะตนเองรู้

แค่นั้นหรือไม่รู้อย่างอื่น และคนข่าวที่ถามคำถามที่นักการเมืองอยากตอบก็ไม่ควรเรียกตนเองว่าเป็นสื่อ เป็นได้เพียงแค่นักแสดงละครการเมืองเท่านั้น

สุทธิชัย ยังแนะนำด้วยว่า นักการเมืองเองก็ไม่ควรยอมให้สื่อตั้งคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกับนโยบาย การทำงานที่หมายถึงเนื้องานจริงๆ ของรัฐบาลที่กำลังดำเนินการอยู่

มองในแง่ดี นายกฯ อภิสิทธิ์กำลังวอนสื่อหยุดตั้งคำถามเรื่องการเมืองที่ไม่เกี่ยวข้อง

สื่อจับสัญญาณนี้ได้ไหม?

หรือสื่อจะมองว่าก็เป็นอีกวาทกรรมสวยหรูหนึ่งที่นักการเมืองมักใช้เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถาม

ข่าวการเมือง แบบความหมาย ความขัดแย้งของนักการเมือง จึงยังคงอยู่ เพราะคนข่าวเอง “เคยชินเอาว่า” นี่แหละคือแก่นสารของข่าวการเมือง “จนสร้างความรู้สึกให้สาธารณชนรู้สึกว่า การเมืองมันน้ำเน่าเหลือเกิน”

ส่วนตัวผู้เขียนเชื่อว่า เนื้อหาสาระของการเมืองยังมีประเด็นอื่นๆ ที่สื่อสามารถรายงานได้ เรียกว่า “ข้อเท็จจริงทางนโยบาย/การกระทำทางการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประชาชน” คือถามในสิ่งที่นักการเมือง “ทำ” (politics do/done) ไม่ใช่ถามในสิ่งที่นักการเมืองคิด/รู้สึก (politicians’ thinking/feeling)

คำถามที่สื่อถามนายกฯหรือนักการเมือง จะต้องเปลี่ยน (change! we need แบบสโลแกนหาเสียงของโอบามา) คือ

เปลี่ยนไปถามเรื่องนโยบาย/การทำงานที่มีปัญหาที่มาจากประชาชนด้านล่าง

เปลี่ยนเป็นคำถามที่ลงลึกไปที่ประเด็นทางการเมืองที่มีพื้นฐานมาจาก สิ่งที่ประชาชนต้องการรู้และเกี่ยวข้อง กระทบ เชื่อมโยงกับชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขามากกว่า

เป็นคำถามที่มีศูนย์กลางของเรื่องราวอยู่ที่ประชาชนต้องการรู้ ไม่ใช่นักการเมืองอยากตอบไม่อยากตอบ


เป็นคำถามที่มาจากการสมมุติตนเองว่า ถ้าเราเป็นประชาชน อยากจะรู้อยากจะถามอะไรจากนักการเมือง

นักข่าวควรทำการบ้านให้มากขึ้นกว่านี้ในการตั้งคำถาม หากจะถามเอาเรื่องการเมือง

สื่ออาจลองไปคนดูตัวอย่างคำถามในรายการนายกฯ ทุกๆ วันอาทิตย์ ดูก็ได้ ว่า คำถาม(ทั้งส่วนที่ได้ออกและไม่ได้ออก และตัดส่วนที่ชมหรือตำหนินายกฯ ออกไป) นั้นมีอะไรบ้าง

เพราะที่เห็นในฟรีทีวี (ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามีทั้งนักข่าวโทรทัศน์ สังเกตจากไมโครโฟน) และมีนักข่าวจากหนังสือพิมพ์ด้วยหรือไม่ (เพราะเห็นเครื่องอัดเสียงกับจดกระดาษโน้ตบ้าง แต่ไม่มาก) แต่คำถามก็มักจะวนเวียนอยู่ที่ความขัดแย้งทางการเมืองของนักการเมือง มากกว่าความขัดแย้งของผลประโยชน์สาธารณะที่มีนักการเมืองเกี่ยวข้อง

ดังนั้นการที่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์วอนสื่อหยุดถามเรื่องการเมือง ก็อาจตีความได้ว่า

1) สื่อมีปัญหา วนเวียน หมกมุ่น อยู่ที่ความขัดแย้งแบบการเมืองเรื่องส่วนตัว-บุคคล

2) นายกฯ มีปัญหา (และ นักการเมืองในประเทศไทยคนอื่นๆ ก็มีปัญหาเหมือนกัน เช่นการโต้เถียงทางการเมืองทุกๆ วันเสาร์ อาทิตย์ของทีมโฆษกนั้น ก็แทบจะไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับประชาชนเลย) ที่ไม่สามารถย้ายความสนใจของสื่อไปที่เรื่องอื่นๆ ได้ เช่นที่ท่านเคยพูดว่า โลกไม่ได้หมุนรอบผบ.ตร. (แต่ก็มีสื่อบางคนบอกกว่า ผบ.ตร. หมุนรอบตัวนายกฯ ต่างหาก – ซึ่งผู้เขียนไม่แน่ใจว่านี่เป็นความพยายามปั่นข่าวของสื่อ – spin news เองหรือมันควรจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ)

ไม่ว่าใครจะมีปัญหา แต่ที่แน่ยิ่งกว่าคือ สังคมย่อมมีปัญหาแน่ หากได้เสพข่าวสารการเมืองที่อ่อนแอเช่นนี้

ผู้เขียนมองว่า ไม่ว่าปัญหาหมุนรอบตัวใคร และใครมีปัญหา แต่อยากจะสื่อสารถึงสื่อมวลชนว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่สื่อจะปรับปรุงและยก ระดับการทำงานข่าวให้มีมาตรฐานสูงขึ้น เพราะที่เป็นอยู่นั้น อาจถือว่าเป็นมาตรฐานที่ไม่น่าจะดีนัก

ข่าวการเมืองก็คงจะมีส่วนที่เรียกว่าแก่นและกระพี้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสื่อรายงานข่าวการเมืองแบบไหน เน้นแก่นหรือกระพี้ทางการเมือง 88% เป็นตัวเลขที่อาจตอกหน้าสื่อให้หน้าแตกเล็กๆ ว่าพอเสียทีเถอะ แน่ว่าสื่ออาจทำเป็นมองไม่เห็น แต่นั่นก็อาจเป็นสัญญาณเล็กๆ ที่สำคัญว่ากับแนวทางการรายงานข่าวการเมืองแบบเดิมๆ เพราะมันไม่ได้ประโยชน์อะไรกับสังคมเลย

สื่อไม่ควรสนใจเลยว่านักการเมืองอยากตอบอะไร แต่สนใจว่าประชาชนอยากถามอยากรู้อะไรจะดีกว่า และสำหรับตัวนักการเมืองเองหากสื่อทำหน้าที่อย่างแข็งขันและสร้างสรรค์อย่าง แท้จริงแล้ว ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาบอกว่าคำถามไหนอยากตอบ ไม่อยากตอบ คำถามไหนสร้างสรรค์ไม่สร้างสรรค์เหมือนที่ผ่านมา เพราะนั่นก็เป็นวิธีการแทรกแซงสื่อทางหนึ่งเหมือนกัน

ต่อไปน่าจะมีคำถามว่า “สือวอนนักการเมืองหยุดพูดเรื่องการเมือง(เรื่องไร้สาระ) ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่”

ที่มา มติชน


Create Date : 05 ตุลาคม 2552
Last Update : 5 ตุลาคม 2552 21:36:19 น. 0 comments
Counter : 192 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.