ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
จับผิดสนธิ บทสัมภาษณ์Asia Timesกับบทแปลในผจก.ออนไลน์

ASIA HAND
What Sondhi really wants for Thailand
By Shawn W Crispin

BANGKOK - Whether one is for him or against him, media mogul and anti-government protest leader Sondhi Limthongkul has indelibly changed the course of Thai history. Now encamped at a swelling protest site around Government House in Bangkok, he is trying to redefine the way Thailand's fragile and flawed democracy works.

Sondhi's People's Alliance for Democracy (PAD) movement was instrumental in setting the stage for former premier Thaksin Shinawatra's military ouster in 2006. Reconstituted in May this year, the PAD now aims at toppling Prime Minister Samak Sundaravej's administration, which the PAD's leaders claim is a proxy for Thaksin's interests and has tried to subvert



investigations and legal processes underway against the exiled former premier.

The PAD unexpectedly ramped up its protests on August 26, including raids on government ministries and a state-run television station, a fortnight after Thaksin became a fugitive from Thai justice in Britain. The protest group has since laid siege to Government House and refused to budge unless Samak resigns.

After pro- and anti-government groups clashed, leaving one dead and dozens injured, Samak last week declared a state of emergency, which is still in effect but until now without soldiers on the streets. Televised images of those and earlier bloody clashes between protestors and police carried by Sondhi's ASTV satellite television news station were beamed nationwide.

Judging by the increasingly large crowds that have gathered since at Government House, it appears those images, which harked to some to previous Thai government crackdowns on pro-democracy demonstrators, have won a wider support base for the anti-government movement, which Bangkok's middle classes had previously shied away from.

At the same time, the PAD's call for "new politics", a proposal viewed by many as reactionary and anti-democratic, has been met with circumspection in the local and foreign media. In an interview, Sondhi says the "new politics" he envisions is all about deepening democracy rather than retreating from it.

But democracy, he says, needs to be tailored to Thailand's particular context, and not follow blindly the generic version promoted by the West. Facing treason charges and threats to his life, Sondhi insists the PAD remains a "non-violent" movement. He stole away from the PAD's Government House protest site over the weekend to explain to Asia Times Online's Southeast Asia Editor Shawn W Crispin for what and for whom he is really fighting.

Asia Times Online: Last week Prime Minister Samak issued an emergency decree, but army commander General Anupong Paochinda hasn't yet responded to his call to disperse your protest movement. Why?

Sondhi Limthongkul: I get the feeling that Anupong has heeded the King's advice ... not to hurt the people. That's the reason Anupong decided not to disband us.

What is even more interesting is that Samak told him to close down ASTV and Anupong refused, saying that if I close down ASTV then I have to close down [Prime Minister's Office-run] NBT too, because both stations are instigating riots. That prompted Samak to issue a de facto second emergency decree, which pulled all the powers back to him.

ATol: The situation has now reached what many fear could be a dangerous tipping point. How did it come to this?

Sondhi: The situation became more severe recently when Samak decided to use force to disband the crowds. The clubbing of the people happened when he cited the court order to disband us, but he forgot on the same day the court had reversed its verdict and said we could stay. Still, again they used clubs, clubbed women and children, and we have evidence showing all this.

The breaking point came in two incidents. That same day, at night, they clubbed children and women. Then more and more people start joining us, hundreds of thousands of people. Twenty thousand people decided to surround the metropolitan police station [on August 29] requesting a serious inquiry into who clubbed the women and children.

Instead they fired tear gas out to disperse the people. And then Samak lies outright, saying the crowd fired the tear gas, which is ridiculous. What's more important is that Thai PBS has footage that shows clearly that the tear gas was fired from inside [the police station]. And the last incident was when the government sponsored hoodlums led by its MPs and joined by the deputy communications minister.

They marched openly with knives, clubs, weapons. And interestingly enough they hired people from upcountry, around 15,000, supposedly brought to Bangkok to celebrate the Queen's birthday, which Samak set up. They marched to where we had set up a barricade to protect ourselves. The news footage, BBC footage, shows that a plainclothes policeman drew the gun and shot at the crowd and we saw one dead. There were big skirmishes and one of theirs died too. There were around 50 injuries.

So the whole country has seen the brutality of the police, which was initiated, ordered and commanded by Samak. That's why more and more people, more professions, teachers, doctors, lawyers, and the final touch, the university students, have finally joined us. Forty universities finally declared that Samak is no longer fit to run the country. This is the latest.

ATol: What's the best-case scenario out of the crisis? Would the establishment of a royally endorsed government of national unity be a way out?

Sondhi: The question would be who is going to be the prime minister. Would the King appoint a prime minister using [constitutional] Article 7? I doubt it. The King has never done that in the history of Thai politics. The only time he nearly did was [after the military crackdown on] October 14, 1973, when he appointed Sanya Thammasak. But even then it was done through a third party, not directly by the King.

So there has to be someone who is actually handling this. You see Samak and Thaksin have guarded against this by making [Thaksin loyalist] Newin Chidchob's father the speaker of parliament, because under the constitution only the house speaker can appoint a prime minister. So there is almost no way we will get someone from outside to run a national government.

So our stance is very firm: Samak and this government need to go first before we will sit down and negotiate with anybody.

ATol: Towards a government of national unity?

Sondhi: Whatever. We are willing to sit down and talk, but not before Samak is out.

ATol: Who, to your mind, would be an acceptable compromise premier? [Former prime minister and Chat Thai party leader] Banharn Silpa-archa?

Sondhi: Not Banharn. We don't want old politics.

ATol: What role has the palace or royal advisory Privy Council played behind the scenes in negotiating between your movement and the government?

Sondhi: I think the Privy Council is very worried about the status of Thai society. On the one hand, they don't like the situation which has been escalating. On the other hand, we have to be realistic that the Privy Council does not trust Samak's government because it is a nominee of Thaksin.

This actually goes back to the same old theory that Thaksin is against the King. It's the same old play again and again and again. Only this time Thaksin is using Samak and this time Thaksin is outside Thailand and is clinging onto an elected prime minister to try to get international support.


ATol: Has your PAD movement been misinterpreted, in your opinion?

Sondhi: The international community and the international media hardly understand the real issue in Thailand. All the foreign journalists ... ask the very cynical question: Samak is an elected prime minister so what right do you have to seize Government House? Why don't you just form a political party and go against him?

I've told them this is "new politics". Old politics doesn't give channels for people who have grievances to air. No matter how we do it, it's been blocked. Corruption charges have been brought against this government, but only under a no-confidence vote in parliament, despite the evidence that shows clearly Samak's hand.

Then Samak simply doesn't answer the questions after he's been grilled for about 12 or 14 hours and says let's put it to a vote. If I win the vote, that means I'm clean. This is no way for a democracy. The West always looks at democracy in its form, but not in its substance.

ATol: The PAD is now promoting a so-called "new politics", apparently where 70% of parliament would be appointed and 30% elected. What is the thinking behind this?

Sondhi: The 70%-30% is only a model. The whole thing is happening in a vicious cycle because we are in the old politics. What I'm saying is, let's find a way to customize democracy which would fit Thailand. Let's not get democracy as you would go to McDonalds and order a hamburger, because democracy is still a Western export.

The academicians who got their degrees from Germany, from England, from the United States, from France, always use a mix-up between what they learned from these countries and invented a bloody constitution which does not work for Thailand. What I'm trying to say is let's sit down together, find the flaws of our old politics. Do we want old politics to continue like this? Most would agree the answer is ''no".

Then let's find something else. Maybe we don't need a 100% elected parliament. Maybe 70% [appointed]-30% [elected]. Note the word "maybe". Or maybe we should reduce the number of MPs from 480 to 240, which means we would still have elections in every province. But maybe two or three MPs from every province would be enough. [For] the rest, we could find new ways to get more people participating in politics from all walks of life. That's new politics.

ATol: Do you think the old politics are flawed because provincial voters lack political maturity or because they lack good electoral choices?

Sondhi: The provincial, rural people lack access to the right information because whoever is in government always controls the media. The reason the [PAD] movement is successful is because of ASTV. Without ASTV, there is absolutely no way this movement is feasible. ASTV is the only channel that has the courage to stand up and tell the people exactly what this government has done to the country.

The government has literally used former Channel 11 and changed it into NBT [National Broadcasting of Thailand] to propagandize issues. They completely lie every day about what they did, about what we did. So people start to wonder who is right and who is wrong. But as times goes on, more and more people are joining us.

So access to the right information is very crucial [to democratization of the provinces]. We have never had that before, never. Secondly, we have to find a way where the organizations and commissions that are supposed to be set up to check and balance the political process must be free from political interference, which is very difficult to do, very difficult, because they keep buying the people.

The whole thing happened because the Election Commission has never done its job. They closed one eye and took bribes and let cheating MPs into the parliament.

ATol: Your vision of "new politics" in some ways mirrors some of the constitutional amendments made by the military-appointed government in the wake of the 2006 coup, including their move from a fully to a partially elected Senate. Are your "new politics" in line with what they were promoting?

Sondhi: To tell you the truth, I don't know exactly the details of "new politics". I am feeling and everyone in our movement shares the feeling that we've had enough of the old ways of life. Let's sit down and find a new way of life, a better way of life so that we can have everlasting peace. So we don't have to have another military intervention.

If the military intervenes again, this time it's because the old politics allowed them to intervene, because the old politics allows the incumbent to abuse its own power because there is no good check and balance system. And some of the checks and balances can still be bought - which is why people feel disgruntled. That's why the military could take this opportunity and come in again. So "new politics" for me is the real democratic politics.

It would give a role to the military. I'm talking about definite roles that would be put in the constitution and in the people's minds that the military can only intervene in three matters: first of all, when there is a threat to the monarchy institution; second, concerning the sovereignty of the nation; third, when there is gross mismanagement by the existing government regarding human rights, liberty and corruption.

Apart from that, the military has no role. Nor will politicians be allowed to manipulate the military. The military should be separate from the defense minister. All military appointments should be decided by the Defense Council and then go straight to the King. Then it's his prerogative whether he agrees or not with the new line-up. If he doesn't agree with the new line-up, then he has the right to change it. So we separate the King, who would have his own base, which is the military.

And the people involved in politics should just go about managing the country.

ATol: Should the military have a role in appointing the people who are appointed to a "new politics" parliament?

Sondhi: No.

ATol: Do you think it's crucial to move towards these so-called "new politics" before the power vacuum that will inevitably emerge when His Majesty King Bhumibol and his steadying influence eventually pass from the scene? That is, does Thailand need to move in this direction before the royal succession takes place?

Sondhi: Before, before. For a peaceful succession, before.

ATol: How central is this to your movement, the idea that this



needs to be done before the royal succession?

Sondhi: I hadn't thought about it. All I think is that if you delay it for one more day, the country will get worse. All I'm worried about is the whole society. Because I really want a new society, where everybody agrees this is how we should live.

I mean we keep drafting constitutions, but we have never discussed how we would like to be governed. Once we agree on 12 points about how we would like to be governed, we should go for a referendum. And if over 70% or 80% agree, then we would draft a constitution according to each point concerning how we would like to be governed.

ATol: You mentioned in an April 2007 interview with ATol that "feudal" interests, including the established banking families, provided support to your previous protest rallies in 2005 and 2006. Do you still have that establishment support for the current round of rallies?

Sondhi: They still back me a little bit, not that much. But the support this time is interesting; there are two main sources of support. For financial support, we have entered the 104th day of our protest and I think we have received around 120 million baht in financial contributions.

Everything is being financed by ASTV - it is footing most of the bills. What we are getting that is interesting is from the medium-sized and small-sized business owners. People are willing to contribute 100,000 baht, 200,000 baht, even a million or a couple million. But normally contributions come in at around 1,000 or 2,000 or 10,000 baht. They're all from the middle classes.

The people are coming more and more, more and more, people from all over the country come to join us. Interestingly they take turns - some [provincial] districts send 200 people and when its time for them to go home and tend to their business, another 200 people come.

There has always been a pool of contributions from local businessmen, who pooled their money to rent a car, to pay for the gas, and they come over and stay overnight. And this sort of thing has been going on for 104 days. This is the longest marathon protest the world has ever known.

ATol: So there are no chief patrons out there contributing to the cause?

Sondhi: No, no, no.

ATol: Military forces also discreetly aligned behind your movement aimed against Thaksin in 2005 and 2006. Since the 2006 coup there have been growing indications that the military is split on hard and moderate lines. How has this intra-military competition played into or influenced your new incarnation movement?

Sondhi: Interestingly enough, our movement this time has never had any contact with the military. Mainly because we simply don't think we should rely on the military because we believe in people's power these days. Judging by the number of people who are joining us, I think it would be wiser to stick to the people.

The people's power we have been able to garner has become a formidable force - even could become a threat to the military because we could actually create a people's revolution. When you talk about airports closing in the south, it's not premeditated.

It's done simply because they are upset and they want to do something to help us in Bangkok. The people took the action by themselves and those are the people watching ASTV, mind you. And they are spreading all over.

ATol: But there have been known hard-line military figures like General Panlop [Pinmanee] who have said that if PAD co-leader Chamlong were arrested on the treason charges he will take over the PAD's leadership and ramp up further its protests. And PAD co-leader Somkiat Pongpaiboon said last week on the protest stage that the Special Warfare Operations command in Lopburi has provided support to the PAD.

Sondhi: Don't take too seriously what's said on the stage.

ATol: So there is no hard-line military faction backing or protecting the PAD?

Sondhi: Not at all, not at all.

ATol: Critics have said the PAD movement is perhaps partially driven by commercial interests, that when broadcast media reforms and liberalization are finally implemented you would prefer a government more aligned with your interests in place. Your reply?

Sondhi: Whoever said this is a dreamer. I mean, my goodness, I need to protest for 104 days to get myself a proper broadcasting license? Wouldn't it be better if I kissed the government's ass to get the money and the license? Then at least my life wouldn't be under threat.

This is not a couple of days protest. This is a mission, a philosophical fight. This is something where you are giving your life for what you believe in. It's not something you do simply because you want a license for your satellite TV station. Whoever said this is obviously of a very low intelligence.

ATol: Your 24-hours-per-day live rally broadcasts over ASTV are perhaps the most sophisticated the world has ever seen. Who is the mastermind behind the strategic management of the rally site?

Sondhi: The man behind it is my technical and production director. But the point is, we have become what I call a guerrilla TV station. We are very good at fighting in all conditions. That ability, and we have garnered this expertise since a couple of years ago, has taught us so many things that normal TV channels can not get.

Most of all, all of our staff at ASTV have become fighters now. So they are not only technicians, but they are fighting for the cause. If you keep listening to the same message over and over again, and use your intelligence to analyze it, you will find out that you are standing on the right side. So what they do, they do for the survival of the society. That's what makes them so hardworking.

ATol: The PAD has clashed with pro-government groups, Samak has issued an emergency decree specifically aimed at dispersing your movement, and all PAD leaders now face possible treason charges punishable by death. How do you manage your personal security?

Sondhi: We have two types of security: one is the type we set up ourselves and the other is volunteer security. The volunteer security is the guys who are blocking the [Government House] gates. The personal security for each PAD leader has been arranged by themselves.

So when I go anywhere inside Government House with maybe 10 people surrounding me and they are watching everyone who approaches me. [The protest site] is open and anyone could disguise themselves and open automatic fire on me. But anyone who does that would have to think more than twice because when you fire a shot you have to find a way to run away, right?

There is no way anyone could shoot me and get away from those crowds. They would be torn into pieces.

ATol: How much do your rallies cost per day?

Sondhi: One million baht [US$29,000] inclusive, including everything, satellite time, staff.

ATol: Who gets compensated and who doesn't?

Sondhi: The volunteers don't get paid. Some of the personal security gets paid because they are the ex-policemen and ex-military. They are professionals.

ATol: Your movement has deployed the leftist symbolism of the student movements of 1973 and 1976, which has appealed to a progressive element in your PAD movement. Yet you have also mobilized nationalistic and conservative state symbols, including the monarchy, which those left-leaning movements from the 70s shied from. How have you reconciled these two apparently opposed philosophies under the PAD banner?

Sondhi: Because of Samak and Thaksin. They are so bad, they are the worst elements, that even people who used to be against the monarchy [in the 1970s] think that now we better help the monarchy institution.

ATol: Do you see irony in the fact that Samak, who many feel was instrumental in the bloody crackdown on left-leaning students in 1976, is now nominally fighting to uphold democracy while your progressive-backed movement is advocating a move away from democracy as it is known today?

Sondhi: It depends on how you define democracy. You are talking about Western-concept democracy, I'm talking about something that everybody has a hand in. I'm not against elections, but what I'm saying is that 100% election-based democracy may not be the right answer. Let's find a new way, because we've had 56 years of Western democracy, and 56 vicious years, and we've never had long-lasting peace.

Let's find a way to get this country moving again and moving on solid ground, solid behind the people, making everybody happy that they have a fair share. A cake on the table to be divided among the people, let there be a win-win situation. Let's not have the biggest piece go down to the politicians and a smaller piece to the people in the name of democracy.

The moment for change is now. People are talking about new politics now. People have a million thoughts about new politics. We need to screen all those million thoughts, then crystallize it and get it down to the nitty gritty and see what new politics really means and how it would be different from the old politics and which part of the new would be better.

ATol: Isn't that what was done to some degree with the progressive 1997 constitution, popularly known as the "people’s charter", which was abrogated after the 2006 coup?

Sondhi: It could be more than that, with more public participation. The whole country would need to participate. The 1997 constitution would look top-down when compared with "new politics" and the people's role.

ATol: How do you hope to be remembered historically as a key leader of the PAD movement?

ATol: I don't. I tell you honestly I hate the day I had to take this road. Let's wrap it up and create a new society and then I'll disappear. I'm not running for office, I'm not interested.

But if there is a change in government and there is a new panel to reform and supervise the country in an authoritative manner, if I was invited and had the power to change things, I would do it as my final act for the country. I'd play that role.

ATol: For this final act to happen, would it need at least symbolic royal endorsement?

Sondhi: Probably we would need a royal endorsement to move in that direction. Because, again getting back to your original question, it’s vital for the succession too.

Shawn W Crispin is Asia Times Online’s Southeast Asia Editor. He may be reached at swcrispin@atimes.com

Copyright 2008 Asia Times Online (Holdings) Ltd. All rights reserved. Please contact us about sales, syndication and republishing.)


มีข้อความนี้อยู่ในคำสัมภาษณ์ เป็นที่เข้าใจกัน กรุณาอย่าแปล
//www.atimes.com/atimes/Southeast_Asia/JI09Ae01.html

ATol: What role has the palace or royal advisory Privy Council played behind the scenes in negotiating between your movement and the government?

Sondhi: I think the Privy Council is very worried about the status of Thai society. On the one hand, they don't like the situation which has been escalating. On the other hand, we have to be realistic that the Privy Council does not trust Samak's government because it is a nominee of Thaksin.

This actually goes back to the same old theory that Thaksin is against the King. It's the same old play again and again and again. Only this time Thaksin is using Samak and this time Thaksin is outside Thailand and is clinging onto an elected prime minister to try to get international support.


แต่ที่ให้สัมภาษณ์พอมาลงในเว็บ ท่อนดังกล่าวหายไป
//www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9510000107063

ขอบคุณการตรวจสอบจับผิดโดยคุณขอสักครั้งจะไม่ลืมพระคุณแห่งโต๊ะราชดำเนิน


Create Date : 10 กันยายน 2551
Last Update : 10 กันยายน 2551 16:57:03 น. 13 comments
Counter : 4962 Pageviews.

 
“สนธิ” แจง “เอเชียไทมส์” ชูแนวคิด “การเมืองใหม่” เพื่อ ปท.ไทย
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 10 กันยายน 2551 07:18 น.

สนธิ ลิ้มทองกุล
เอเชียไทมส์ออนไลน์ - “สนธิ ลิ้มทองกุล” ให้สัมภาษณ์ ชอว์น ดับเบิลยู คริสพิน บรรณาธิการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของเอเชียไทมส์ออนไลน์ อธิบายสิ่งที่เขามองเห็นเกี่ยวกับ “การเมืองใหม่” โดยยืนยันว่า นี่เป็นเรื่องของการทำให้ประชาธิปไตยหยั่งรากลึกยิ่งขึ้น ไม่ใช่การถอยหลังออกจากประชาธิปไตย
“ประชาธิปไตยนั้นจำเป็นที่จะต้องตัดเย็บให้เข้ากับบริบทเฉพาะของ ประเทศไทย ไม่ใช่หลับหูหลับตาเดินตามเวอร์ชันทั่วไปที่ส่งเสริมสนับสนุนโดยฝ่ายตะวันตก ” นายคริสพิน ระบุว่า นี่เป็นสิ่งที่ นายสนธิ หนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บอกกับเขา ระหว่างที่ นายสนธิ “แอบแวบออกมาจากสถานที่ประท้วง ณ ทำเนียบรัฐบาล ของกลุ่มพันธมิตรเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา” เพื่อให้เขาสัมภาษณ์
ในรายงานการสัมภาษณ์ที่นำออกเผยแพร่ทางเว็บไซต์เอเชียไทมส์ออนไลน์ เมื่อคืนวันจันทร์ (8) นายคริสพิน ได้เกริ่นนำ โดยกล่าวถึงนายสนธิ ว่า “ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยกับเขาหรือคัดค้านเขา นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ทรงอำนาจในด้านสื่อ และผู้นำการประท้วงต่อต้านรัฐบาลผู้นี้ ก็ได้เปลี่ยนแปลงเส้นทางเดินของประวัติศาสตร์ไทยไปอย่างมิอาจลบล้างได้แล้ว เวลานี้...เขายังกำลังพยายามที่จะนิยามวิธีการในการทำงานของประชาธิปไตยอัน บอบางและมีข้อบกพร่องของไทยกันเสียใหม่”
สำหรับช่วงการสัมภาษณ์ ในส่วนที่เกี่ยวกับการอธิบายถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน และ “การเมืองใหม่” มีดังต่อไปนี้

เอเชียไทมส์ออนไลน์ : เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายกรัฐมนตรีสมัคร ออกประกาศภาวะฉุกเฉิน แต่ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ยังไม่ได้ตอบสนองต่อการเรียกร้องของเขาที่ให้ขับไล่ขบวนการประท้วงของคุณ ทำไมเรื่องจึงออกมาอย่างนี้

สนธิ ลิ้มทองกุล : ผมมีความรู้สึกว่า พล.อ.อนุพงษ์ รับสนองพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ...ที่ว่าอย่าทำร้ายประชาชน นี่คือ เหตุผลที่ พล.อ.อนุพงษ์ ตัดสินใจไม่ขับไล่พวกเรา

สิ่งที่น่าสนใจไปกว่านี้อีก ก็คือ นายสมัคร บอกให้เขาปิดเอเอสทีวี แล้ว พล.อ.อนุพงษ์ ปฏิเสธ บอกว่า ถ้าผมปิดเอเอสทีวี ผมก็ต้องปิดโทรทัศน์เอ็นบีที (ของกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี) ด้วย เพราะทั้งสองสถานีต่างก็ยุยงให้เกิดการจลาจล นั่นจึงเร่งให้นายสมัคร ต้องรีบออกสิ่งที่เป็นประกาศภาวะฉุกเฉินฉบับที่สองในทางพฤตินัย เพื่อดึงอำนาจทั้งหมดกลับมาอยู่ที่ตัวเขา
เอเชียไทมส์ : สถานการณ์เวลานี้มาถึงจุดที่คนจำนวนมากกลัวว่า อาจจะกลายเป็นจุดที่จะเกิดการพลิกผันครั้งใหญ่ที่มีอันตรายมาก มันมาถึงจุดนี้ได้ยังไง

สนธิ : สถานการณ์ได้เลวร้ายลงอย่างมากในระยะหลังๆ มานี้ เมื่อ นายสมัคร ตัดสินใจที่จะใช้กำลังเข้าสลายฝูงชน การไล่ทุบตีประชาชนเกิดขึ้นเมื่อเขาอ้างคำสั่งศาลเพื่อมาสลายพวกเรา แต่เขาลืมไปว่าในวันเดียวกันนั้นเอง ศาลได้กลับคำตัดสินและบอกว่าเราสามารถอยู่ต่อไปได้ แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังคงใช้ไม้ เข้ามาทุบตีผู้หญิงและเด็ก ซึ่งเรามีหลักฐานที่นำมาแสดงยืนยันได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งหมด
จุดแตกหักนั้นมาจากเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ โดยในวันเดียวกันนั้นเอง พอถึงกลางคืน พวกเขาได้ทุบตีเด็กและผู้หญิง จากนั้นก็มีประชาชนมากขึ้นๆ เริ่มเข้ามาร่วมกับพวกเรา คนเป็นแสนๆ เลย แล้วมีประชาชนสองหมื่นคนตัดสินใจไปล้อมกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ในวันที่ 29 สิงหาคม) เพื่อเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างจริงจังว่า ใครเป็นคนทุบตีผู้หญิงและเด็ก
ปรากฏว่า พวกเขากลับยิงแก๊สน้ำตาออกมาขับไล่ประชาชน หลังจากนั้น นายสมัคร ก็โกหกกันด้านๆ บอกว่าฝูงชนเป็นฝ่ายยิงแก๊สน้ำตา ซึ่งเป็นเรื่องตลกมาก แต่ที่สำคัญกว่านั้น ก็คือ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เขามีภาพยนตร์ข่าวแสดงให้เห็นชัดเจนว่า แก๊สน้ำตาถูกยิงจากข้างใน (กองบัญชาการตำรวจนครบาล) และเหตุการณ์อันที่สองคือเมื่อกลุ่มอันธพาลที่รัฐบาลให้การอุปถัมภ์ และนำโดย ส.ส.ของรัฐบาลหลายคน ตลอดจนมีรัฐมนตรีช่วยคมนาคมเข้าร่วมด้วย
พวกเขายกขบวนกันมาอย่างเปิดเผยโดยมีทั้งมีดและไม้เป็นอาวุธ ที่น่าสนใจมาก คือ พวกเขาได้ว่าจ้างคนจากต่างจังหวัด ประมาณ 15,000 คน ซึ่งเป็นพวกที่คิดว่าถูกนำตัวเข้ากรุงเทพฯเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระ ชนมพรรษาสมเด็จพระราชินี โดยที่ทาง นายสมัคร อุปโลกน์ขึ้นมา พวกเขาเคลื่อนขบวนกันมาจนถึงที่ๆ เราจัดตั้งเครื่องกีดขวางขึ้นมาป้องกันตัวพวกเราเอง มีภาพยนตร์ข่าว เป็นภาพยนตร์ข่าวของบีบีซี แสดงให้เห็นว่าตำรวจนอกเครื่องแบบคนหนึ่งได้ชักปืนและยิงใส่ฝูงชน และเราก็เห็นมีคนตายไปคนหนึ่ง มีการปะทะกันขนาดใหญ่ และคนของพวกเขาก็ตายไปคนหนึ่ง แล้วมีคนบาดเจ็บราว 50 คน
ดังนั้น ทั่วประเทศก็จึงได้เห็นความโหดเหี้ยมของตำรวจ โดยที่ นายสมัคร คือ คนที่เริ่มต้น ออกคำสั่ง และบังคับบัญชา นั่นจึงเป็นเหตุผลที่มีประชาชนจำนวนมากขึ้นๆ นักวิชาชีพมากขึ้น ทั้งครูอาจารย์ หมอ ทนายความ และส่วนสุดท้ายเลย คือ นักศึกษามหาวิทยาลัย ในที่สุดได้เข้ามาร่วมกับพวกเรา สี่สิบมหาวิทยาลัยในที่สุดประกาศว่านายสมัครไม่มีความเหมาะสมอีกต่อไปแล้ว ที่จะบริหารประเทศ นี่คือล่าที่สุด

เอเชียไทมส์ : สิ่งที่น่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งจะเป็นทางออกของวิกฤตคราวนี้ คืออะไร อย่างการจัดตั้งรัฐบาลสามัคคีแห่งชาติที่พระเจ้าอยู่หัวทรงให้การรับรอง จะเป็นทางออกได้ไหม
สนธิ : คำถามจะอยู่ที่ว่า ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี พระเจ้าอยู่หัวจะทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีโดยอาศัยมาตรา 7 (ของรัฐธรรมนูญ) หรือไม่ ผมสงสัยว่าจะเป็นอย่างนั้นหรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่เคยทรงทำเช่นนั้นเลยในประวัติศาสตร์ของการเมืองไทย มีเพียงครั้งเดียวที่เหมือนพระองค์ทรงเกือบจะทำเช่นนั้น ในกรณี 14 ตุลาคม 2516 เมื่อพระองค์ทรงแต่งตั้ง นายสัญญา ธรรมศักดิ์ ทว่ากระทั่งตอนนั้นก็ยังมีผู้สนองพระบรมราชโองการ ไม่ใช่ทรงแต่งตั้งโดยตรง
ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีใครสักคนหนึ่งเป็นคนจัดการเรื่องนี้อย่างแท้ จริง คุณจะเห็นได้ว่านายสมัครและ พ.ต.ท.ทักษิณจัดแจงป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องอย่างนี้ไว้แล้ว ด้วยการทำให้พ่อของนายเนวิน ชิดชอบ ได้เป็นประธานรัฐสภา เพราะตามรัฐธรรมนูญแล้ว มีเพียงประธานสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นที่สามารถรับสนองพระบรมราชโองการแต่ง ตั้งนายกรัฐมนตรี ดังนั้นจึงแทบไม่มีหนทางเลยที่เราจะเอาคนนอกสักคนหนึ่งมาเป็นผู้บริหาร รัฐบาลแห่งชาติ
ดังนั้น จุดยืนของเราจึงมั่นคงมาก นายสมัคร และรัฐบาลชุดนี้จะต้องออกไปเป็นอันดับแรก ก่อนที่เราจะนั่งลงและเจรจากับใครสักคน

เอเชียไทมส์ : เพื่อหาทางจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติหรือ

สนธิ : อะไรก็ได้ เรายินดีที่จะนั่งลงและพูดจากัน แต่ต้องไม่ก่อนที่นายสมัครจะออกไป

เอเชียไทมส์ : ในความคิดของคุณ ใครที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่สามารถประนีประนอมเป็นที่ยอมรับกันได้ นายบรรหาร ศิลปอาชา หรือ

สนธิ : ไม่ใช่ นายบรรหาร เราไม่ต้องการการเมืองเก่า

เอเชียไทมส์ : ทางกลุ่มพันธมิตรฯของคุณมีการตีความเหตุการณ์ผิดพลาดไปหรือเปล่า ในความเห็นของคุณ

สนธิ : ประชาคมระหว่างประเทศและสื่อมวลชนระหว่างประเทศยากนักที่จะเข้าใจประเด็น ปัญหาจริงๆ ในประเทศไทย พวกนักหนังสือพิมพ์ต่างชาติทั้งหมดเลย...ตั้งคำถามที่เป็นการเยาะเย้ย ถากถางอย่างมาก นั่นคือ นายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นคุณมีสิทธิอะไรที่จะมายึดทำเนียบรัฐบาล ทำไมคุณไม่ไปจัดตั้งพรรคการเมืองแล้วมาต่อสู้กับเขาล่ะ
ผมบอกกับพวกเขาว่า นี่คือ “การเมืองใหม่” การเมืองเก่านั้นไม่ได้ให้ช่องทางแก่ประชาชนที่มีความทุกข์ยากเดือดร้อน เพื่อบอกเล่าแก้ไขปัญหาของพวกเขา ไม่ว่าเราจะทำยังไงก็ตาม มันก็จะถูกขัดขวางสกัดกั้นเอาไว้ มีการตั้งข้อกล่าวหาทุจริตคอร์รัปชั่นต่อรัฐบาลชุดนี้ ทว่ามันก็ต้องอยู่ภายใต้การลงมติไม่ไว้วางใจในรัฐสภา ทั้งๆ ที่มีหลักฐานแสดงให้เห็นชัดเจนถึงฝีมือของนายสมัคร
จากนั้น นายสมัคร ก็เพียงแค่ไม่ขอตามคำถามอะไร หลังจากที่เขาถูกซักฟอกอย่างหนักอยู่เป็นเวลาสัก 12 หรือ 14 ชั่วโมง ก็จะพูดว่ามาออกเสียงลงมติกันดีกว่า ถ้าผมชนะโหวต นั่นก็หมายความว่าผมสุจริต อย่างนี้ไม่มีทางเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยหรอก ฝ่ายตะวันตกชอบมองดูประชาธิปไตยแต่เฉพาะรูปแบบของมัน แต่ไม่ใช่ที่เนื้อหาของมันเลย

เอเชียไทมส์ : เวลานี้กลุ่มพันธมิตรกำลังโปรโมตสิ่งที่เรียกกันว่า “การเมืองใหม่” ซึ่งดูเหมือนกับว่า 70% ของรัฐสภาจะมาจากการแต่งตั้ง และ 30% มาจากการเลือกตั้ง อะไรคือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความคิดแบบนี้

สนธิ : เรื่อง 70% 30% เป็นเพียงแบบจำลองสมมติขึ้นมาให้ถกเถียงกัน สิ่งต่างๆ ทั้งหมดเลยที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้อยู่ในวงจรอุบาทว์ เพราะเรายังคงอยู่ในการเมืองเก่า สิ่งที่ผมกำลังเสนอ ก็คือ ขอให้มาช่วยกันหาหนทางที่จะทำให้ประชาธิปไตยมีความสอดคล้องเหมาะสมกับประเทศ ไทย ขออย่าได้ถือประชาธิปไตยเป็นอย่างเดียวกับที่คุณไปที่ร้านแมคโดนัลด์ และสั่งแฮมเบอร์เกอร์ เพราะประชาธิปไตยจะยังคงเป็นสินค้าส่งออกจากตะวันตกอยู่นั่นแล้ว
พวกนักวิชาการที่ร่ำเรียนได้ปริญญามาจากเยอรมนี จากอังกฤษ จากสหรัฐฯ จากฝรั่งเศส มักจะนำเอาสิ่งที่พวกเขาเล่าเรียนมาจากประเทศเหล่านั้นมาผสมผสานกัน และประดิษฐ์สร้างรัฐธรรมนูญนองเลือดที่ใช้ไม่ได้กับประเทศไทย สิ่งที่ผมกำลังพยายามที่จะบอกก็คือ ขอให้เรามานั่งคุยพูดจากัน หาจุดอ่อนข้อบกพร่องของการเมืองเก่าของเรา เราต้องการให้การเมืองเก่าดำเนินกันต่อไปอย่างนี้ไหม คนส่วนมากจะยอมรับว่าคำตอบ คือ “ไม่”
ถ้าอย่างนั้นขอให้มาช่วยกันหาอะไรอย่างอื่นไหม เราอาจจะไม่จำเป็นต้องมีรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง 100% อาจจะ 70% (แต่งตั้ง) และ 30% (เลือกตั้ง) ขอให้สังเกตคำว่า “อาจจะ” หรือเราอาจจะควรลดจำนวนส.ส.ลงจาก 480 คน เหลือ 240 คน ซึ่งหมายความว่าเราจะยังคงมีการเลือกตั้งในทุกๆ จังหวัด แต่อาจจะว่า มี ส.ส.สัก 3-4 คนจากทุกๆ จังหวัดก็เพียงพอแล้ว สำหรับส่วนที่เหลือเราอาจหาวิธีใหม่ๆ ในการทำให้มีประชาชนมากขึ้นเข้ามีส่วนร่วมในการเมือง จากทุกๆ ภาคส่วนของสังคม นี่แหละคือการเมืองใหม่

เอเชียไทมส์ : คุณคิดว่าการเมืองเก่าบกพร่อง เพราะผู้ออกเสียงในต่างจังหวัดขาดวุฒิภาวะทางการเมือง หรือเพราะพวกเขาขาดตัวบุคคลที่ดีให้เลือกตั้ง

สนธิ : ประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัดที่อยู่ในชนบท ยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เพราะใครก็ตามที่อยู่ในรัฐบาลก็มักควบคุมสื่ออยู่เสมอ เหตุผลที่ขบวนการนี้ (พันธมิตร)ประสบความสำเร็จ ก็เนื่องมาจากเอเอสทีวี ถ้าไม่มีเอเอสทีวีแล้ว ก็ไม่มีทางอย่างสิ้นเชิงที่ขบวนการนี้จะเป็นไปได้ เอเอสทีวีคือทีวีช่องเดียวที่มีความกล้าหาญที่จะยืนขึ้นมาและบอกเล่าให้ ประชาชนทราบอย่างตรงไปตรงมาถึงสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำกับประเทศชาติ
รัฐบาลตามความเป็นจริงแล้วก็ได้ใช้อดีตช่อง 11 และเปลี่ยนชื่อมาเป็นเอ็นบีที เพื่อใช้โฆษณาชวนเชื่อประเด็นต่างๆ พวกเขาโกหกหลอกลวงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในสิ่งที่พวกเขากระทำ และเกี่ยวกับสิ่งที่เราทำ ดังนั้นประชาชนก็เริ่มเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าใครเป็นฝ่ายถูกและใครเป็นฝ่าย ผิด แต่เมื่อเวลาผ่านมา ก็มีประชาชนมากขึ้นๆ เข้ามาร่วมกับเรา
ดังนั้น การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด (ต่อการสร้างประชาธิปไตยในต่างจังหวัด) เราไม่เคยมีสิ่งนี้มาก่อนเลย ไม่เคยมี ประการที่สอง เราต้องหาหนทางที่จะทำให้พวกองค์การพวกคณะกรรมการทั้งหลาย ที่ให้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลในกระบวนการทางการเมือง จะต้องมีความเป็นอิสระเสรีปลอดจากการแทรกแซงทางการเมือง เรื่องนี้เป็นเรื่องทำได้ยากมาก ยากมากๆ เพราะพวกเขาคอยที่จะซื้อใครต่อใครอยู่เรื่อย
สิ่งต่างๆ ทั้งหมดเกิดขึ้นมาเพราะคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ได้ทำงานของตัวเอง พวกเขาปิดตาข้างหนึ่ง...และปล่อยให้พวกขี้โกงเข้าไปเป็น ส.ส.ในสภา

เอเชียไทมส์ : วิสัยทัศน์ของคุณในเรื่อง “การเมืองใหม่” มีบางมิติเป็นกระจกสะท้อนถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตรา ที่ได้กระทำไปโดยรัฐบาลที่ทหารแต่งตั้งภายหลังการรัฐประหารปี 2549 อาทิ การเปลี่ยนวุฒิสภาจากที่ได้รับการเลือกตั้งทั้งหมด มาเป็นการเลือกตั้งแค่บางส่วน “การเมืองใหม่” ของคุณอยู่ในแนวทางเดียวกับสิ่งที่พวกเขาส่งเสริมสนับสนุนนี้หรือเปล่า

สนธิ : ขอบอกคุณตามความจริงเลยนะ ผมเองก็ยังไม่รู้หรอกว่ารายละเอียดของ “การเมืองใหม่” จะเป็นอย่างไร ผมมีความรู้สึกและทุกๆ คนในขบวนการของเราก็มีความรู้สึกเช่นนี้ด้วย ว่าเราเอือมเต็มทีกับวิถีชีวิตแบบเก่า ขอให้เรานั่งลงและค้นหาวิถีชีวิตแบบใหม่ วิถีชีวิตที่ดีกว่าเดิม เพื่อที่เราจะสามารถมีสันติภาพอันสถาพรได้ ดังนั้น เราจึงไม่ได้ต้องการให้ทหารเข้ามาแทรกแซงอีกครั้งหนึ่งเลย
ถ้าทหารเข้ามาแทรกแซงอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ก็จะเป็นเพราะการเมืองเก่ายินยอมให้ทหารเข้ามา เนื่องจากการเมืองเก่าปล่อยให้พวกที่มีอำนาจครองตำแหน่งอยู่ใช้อำนาจของพวก ตนไปในทางมิชอบ เพราะไม่ได้มีระบบตรวจสอบและถ่วงดุลที่ดี ตลอดจนบางคนในกระบวนการตรวจสอบและถ่วงดุล ยังคงสามารถที่จะซื้อได้ ซึ่งนี่เป็นเหตุผลที่ทำไมประชาชนจึงรู้สึกหงุดหงิดขุ่นเคือง นี่คือเหตุผลที่ทำไมฝ่ายทหารสามารถฉวยเป็นโอกาสและเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้น สำหรับผมแล้ว “การเมืองใหม่” จึงจะเป็นการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
มันจะให้บทบาทแก่ฝ่ายทหารด้วย ผมกำลังพูดถึงบทบาทอันกำหนดไว้ชัดเจน ซึ่งจะนำไปบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญและในจิตใจของประชาชน นั่นคือ ทหารสามารถที่จะเข้ามาแทรกแซงได้ใน 3 กรณีเท่านั้น ประการแรกสุด เมื่อมีภัยคุกคามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ประการที่สอง เมื่อมีเรื่องเกี่ยวกับอธิปไตยของประเทศชาติ และประการที่สาม เมื่อรัฐบาลที่เป็นอยู่มีการบริหารจัดการอย่างผิดพลาดใหญ่หลวง ในเรื่องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน อิสรภาพ และการทุจริตคอร์รัปชัน
นอกเหนือจากเรื่องเหล่านี้แล้ว ทหารจะต้องไม่มีบทบาทอะไรอื่น ขณะเดียวกัน ก็ต้องไม่ปล่อยให้นักการเมืองเข้าไปบงการควบคุมฝ่ายทหาร ทหารควรแยกออกมาจากรัฐมนตรีกลาโหม การแต่งตั้งโยกย้ายทหารทั้งหมดควรตัดสินโดยสภากลาโหม และจากนั้นก็ขึ้นตรงไปถึงพระเจ้าอยู่หัว ถึงตอนนั้นก็ต้องแล้วแต่พระบรมราชวินิจฉัยของพระองค์ว่าทรงเห็นด้วยหรือทรง ไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งโยกย้ายใหม่นี้ ถ้าทรงไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งโยกย้ายใหม่ที่เสนอไป ก็ทรงมีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลง ดังนั้น เราก็จะแยกพระมหากษัตริย์ ซึ่งจะทรงมีฐานของพระองค์เอง ซึ่งก็คือทหาร
ส่วนคนที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ก็ควรมุ่งแต่เรื่องการบริหารจัดการประเทศชาติ

เอเชียไทมส์ : ทหารควรมีบทบาทไหมในการแต่งตั้งคนซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งเข้าสู่รัฐสภาของ “การเมืองใหม่”

สนธิ : ไม่ควร...ทั้งหมดที่ผมคิด ก็คือ ถ้าคุณชักช้าไปแม้แต่วันเดียว ประเทศชาติก็จะยิ่งแย่ ทั้งหมดที่ผมห่วงก็คือสังคมโดยองค์รวม เพราะผมต้องการสังคมใหม่จริงๆ สังคมใหม่ที่ทุกๆ คนเห็นพ้องกันว่านี่แหละคือวิถีทางที่เราควรมีชีวิตอยู่
ผมหมายความว่า เรามีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่กันอยู่เรื่อยๆ แต่เราไม่เคยถกเถียงกันเลยว่าเราต้องการที่จะถูกปกครองแบบไหน ทันทีที่เราสามารถตกลงเห็นชอบกันได้ อาจจะสัก 12 จุดในเรื่องที่ว่าเราชอบที่จะถูกปกครองแบบไหน เราก็ควรต้องจัดการให้มีการลงประชามติ และถ้ามีสัก 70% หรือ 80% เห็นด้วย เราก็จะร่างรัฐธรรมนูญไปตามแต่ละจุดในเรื่องที่ว่าเราต้องการที่จะถูกปกครอง กันแบบไหน
ประท้วงเพราะหวังประโยชน์เชิงพาณิชย์?

เอเชียไทมส์ : พวกที่วิพากษ์วิจารณ์พูดกันว่า กลุ่มพันธมิตรฯน่าจะมีแรงขับดันบางส่วนจากผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ อย่างเมื่อการปฏิรูปและการเปิดเสรีพวกสื่อแพร่ภาพกระจายเสียง ได้มีการปฏิบัติให้เป็นจริงในท้ายที่สุดแล้ว คุณก็ย่อมอยากจะได้รัฐบาลซึ่งเป็นพวกที่สนับสนุนผลประโยชน์ของคุณ เรื่องนี้คุณจะตอบว่าอย่างไร

สนธิ : คนที่พูดอย่างนั้นเป็นพวกช่างฝัน ผมหมายความว่า ปู้โธ่ ผมจำเป็นต้องประท้วงอยู่ถึง 104 วันเพื่อให้ตัวผมเองได้ใบอนุญาตแพร่ภาพกระจายเสียงตามที่ต้องการงั้นหรือ ไม่เป็นการดีกว่าหรือที่ผมจะยอมประจบสอพลอรัฐบาลเพื่อให้ได้ทั้งเงินทองทั้ง ใบอนุญาต ถ้าทำอย่างนั้นอย่างน้อยผมก็ไม่ต้องเสี่ยงชีวิต
นี่ไม่ใช่การประท้วงแค่วันสองวัน นี่เป็นภารกิจ เป็นการต่อสู้เพื่อหลักการในทางปรัชญา มันเป็นอะไรที่คุณต้องทุ่มเทชีวิตให้แก่สิ่งที่คุณเชื่อ มันไม่ใช่อะไรที่คุณทำได้ง่ายๆ เพียงเพราะคุณต้องการใบอนุญาตสำหรับสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมของคุณหรอก ใครที่พูดอย่างนี้เห็นชัดเจนเลยว่ามีระดับสติปัญญาที่ต่ำมาก
ผมไม่ได้คัดค้านการเลือกตั้ง

เอเชียไทมส์ : คุณเห็นความขัดแย้งที่ดูน่าขันไหมในข้อเท็จจริงที่ว่า นายสมัครซึ่งคนจำนวนมากรู้สึกว่าเป็นเครื่องมือในการปราบปรามนักศึกษาเอียง ซ้ายอย่างนองเลือดในปี 2519 เวลานี้กำลังต่อสู้ในนามของการรักษาประชาธิปไตย ขณะที่ขบวนการที่หนุนหลังโดยฝ่ายก้าวหน้าของคุณ กำลังสนับสนุนให้เคลื่อนห่างออกไปจากประชาธิปไตยแบบที่รู้สึกกันอยู่ในทุก วันนี้

สนธิ : มันขึ้นอยู่ที่ว่าคุณจะนิยามประชาธิปไตยอย่างไร คุณกำลังพูดถึงประชาธิปไตยตามแนวคิดแบบตะวันตก ผมกำลังพูดถึงอะไรบางอย่างที่ทุกๆ คนมีส่วนร่วม ผมไม่ได้คัดค้านการเลือกตั้ง แต่สิ่งที่ผมกำลังพูดในตอนนี้ก็คือ ประชาธิปไตยที่มีพื้นฐานอยู่บนการเลือกตั้ง 100% อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง ขอให้เรามาค้นหาทางหนทางใหม่ เพราะเรามีประชาธิปไตยตะวันตกมา 56 ปีแล้ว และก็เป็น 56 ปีที่เลวร้าย และเราไม่เคยมีสันติภาพที่สถาพรเลย

ขอให้ช่วยกันหาหนทางทำให้ประเทศนี้เคลื่อนไปอีกครั้ง และเคลื่อนไปบนพื้นฐานที่มั่นคง มั่นคงอยู่เบื้องหลังประชาชน ทำให้ทุกๆ คนมีความสุขที่พวกเขามีส่วนแบ่งอันยุติธรรม ขนมเค้กที่วางบนโต๊ะนั้นสำหรับให้ประชาชนตัดแบ่งกัน ขอให้เกิดสถานการณ์แบบทุกฝ่ายเป็นผู้ชนะ ขออย่าให้ชิ้นใหญ่ที่สุดต้องไปเข้าปากพวกนักการเมือง และชิ้นเล็กกว่าจึงตกเป็นของประชาชน ด้วยข้ออ้างว่าเป็นประชาธิปไตย

เวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงก็คือขณะนี้เลย ประชาชนกำลังพูดกันเกี่ยวกับการเมืองใหม่แล้วในเวลานี้ ประชาชนมีความคิดเห็นเป็นล้านๆ อย่างเกี่ยวกับการเมืองใหม่ เราจำเป็นที่จะต้องคัดกรองความคิดเห็นล้านๆ อย่างทั้งหมดเหล่านี้ แล้วทำให้ตกผลึก และทำให้มันกลายเป็นสิ่งที่มีรายละเอียดอันสำคัญ แล้วคอยดูว่าการเมืองใหม่หมายถึงอะไรกันแน่ และมันแตกต่างจากการเมืองเก่าอย่างไร และส่วนไหนของสิ่งใหม่ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีกว่า

เอเชียไทมส์ : นั่นไม่ใช่ทำกันไปแล้วระดับหนึ่งด้วยรัฐธรรมนูญก้าวหน้าปี 2540 ซึ่งนิยมเรียกขานกันว่า “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชอ และถูกยกเลิกไปภายหลังการรัฐประหารปี 2549 หรือ

สนธิ : มันสามารถที่จะมีอะไรมากกว่านั้นอีก มีการเข้าร่วมของสาธารณชนมากกว่านั้นอีก ทั่วทั้งประเทศจำเป็นจะต้องมีส่วนร่วม รัฐธรรมนูญปี 2540 จะดูเป็นแบบบนลงล่างไปเลย เมื่อเปรียบเทียบกับ “การเมืองใหม่” และบทบาทของประชาชน

เอเชียไทมส์ : คุณมุ่งหวังที่จะถูกจดจำไว้ในประวัติศาสตร์อย่างไร ในฐานะผู้นำสำคัญคนหนึ่งของกลุ่มพันธมิตรใช่ไหม

สนธิ : ผมไม่ต้องการอย่างนั้นหรอก ผมขอพูดกับคุณอย่างจริงใจเลยนะ ผมเกลียดวันที่ผมต้องเดินเส้นทางสายนี้ ขอให้ทำกันให้เสร็จและสร้างสังคมใหม่ขึ้นมา จากนั้นผมก็จะหายตัวไป ผมจะไม่รับตำแหน่งอะไร ผมไม่มีความสนใจเรื่องอย่างนั้น

แต่ถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาล และมีคณะกรรมการชุดใหม่ที่ทำหน้าที่ปฏิรูปและกำกับตรวจสอบประเทศโดยที่มี อำนาจหน้าที่จริงๆ ถ้าผมได้รับเชิญและมีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ผมก็จะทำมันในฐานะที่เป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมจะทำให้แก่ประเทศไทย ผมจะขอแสดงบทบาทดังกล่าวนั้น


โดย: ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร (spiralhead ) วันที่: 10 กันยายน 2551 เวลา:16:53:37 น.  

 
ถ้าเหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขี้น...เป็นอย่างที่ว่ากัน..พูดก็ไม่ได้...ประเทศไทยคงจบสิ้น....ในชีวิตนี้.คงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่..และเศร้าใจที่สุด.....คนรักแผ่นดิน


โดย: เชียร์ IP: 117.47.228.232 วันที่: 10 กันยายน 2551 เวลา:17:55:32 น.  

 
เลว...พูดเอาแต่ได้เข้าข้างตัวเอง...น่ารังเกียจ...หนักแผ่นดิน....ฯลฯ......


โดย: deeplove วันที่: 10 กันยายน 2551 เวลา:21:29:16 น.  

 
ถึงท่านทั้งหลายที่ประท้วงหากถอยคนละก้าวแล้วมาคุยกันไทยจะดีขึ้นกว่านี้ไม่เสียหายหรอกหากจะเดินออกจากทำเนียบอย่างที่เดินเข้าไปตอนแรก รักษาเกียรติภูมิประเทศไทยก็ดีปัญญาชนที่ไปก็เช่นกันเห็นต่างได้แต่อย่าแตกแยกแล้วจะสิ้นชาติกัน เขมรจะหัวเราะเยาะเราได้จริงไหมอายเขาไหมไทยตีกันเอง ทุเรศนะครับผมว่าจาก
//www.i-bear.bloggang.com


โดย: ถอยหน่อยนะ (Mr.bearblog ) วันที่: 10 กันยายน 2551 เวลา:22:42:24 น.  

 
เห็นด้วยค่ะ..หากคุณรักชาติจริงๆ ก็ถอยออกมาเถอะประเทศเรากำลังจะแยะอยู่แล้ว


โดย: นิยายฝันหวาน วันที่: 11 กันยายน 2551 เวลา:21:26:50 น.  

 
สนธิ เหมือนคนอกหักอย่างรุนแรง
ไม่สามารถแยกความพอดีได้
ในสมองและก้นบึ้งของจิตใจ
เต็มไปด้วยอคติเกินไป
............................................
เรียกร้องไม่จบไม่สิ้น...ไม่มีขอบเขตชัดเจน
แสนเหนื่อยใจจริงๆคนเรา


โดย: เวทนา IP: 124.120.52.81 วันที่: 12 กันยายน 2551 เวลา:0:26:05 น.  

 
ดีไหม ถ้านักการเมืองไม่โกงกิน ไม่ขายชาติ ไม่เห็นแก่พวกพ้อง ไม่เข้าไปแทรกแซงองค์กรต่างๆ ไม่ทำผิดกฎหมาย

เมื่อพวกคุณมีโอกาสจะสร้างสิ่งเหล่านี้ แต่ไม่ทำ คอยแต่ด่าเขา สิ่งที่เราฝันไว้จะเกิดได้อย่างไร?


โดย: คนไทย IP: 118.175.84.6 วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:21:21:58 น.  

 
รัฐบาลซึ่งประกอบด้วยนักการเมืองที่ประชาชนเลือกตั้งเข้าไป ทุกวันนี้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมกับประเทศชาตประชาชนบ้าง ที่สู้ทุกวันนี้ก็เพราะกลัวหลุดจากอำนาจ กลัวไม่ได้คอร์รัปชั่น ใช่หรือไม่ ถ้าคุณดีจริง การเลือกตั้งไม่ต้องใช้เงินในการซื้อเสียง คุณจะกลัวอะไรกับการเลือกตั้งใหม่ กับการเมืองใหม่ การเมืองใหม่ก็คือการเลือกตั้งเหมือนกัน แต่คนที่จะเข้าไปเสนอตัวรับใช้ประชาชนควรเป็นคนดีมีคุณธรรม มองเห็นประโยชน์ของชาติ ประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่คอยคิดเมกะโปรเจกเพื่อรอ 30 %


โดย: คนบางระจัน IP: 125.25.198.99 วันที่: 26 กันยายน 2551 เวลา:12:37:23 น.  

 
ไม่หรอกครับ ผมให้ดูหลังปก รายการเมืองไทยรายสัปหาห์ ก็รู้แล้วว่าทำไมครับ ..... ก็เขาเป็นที่ปรึกษา ของ Asia times และก็เป้นที่อย่างที่เขาเขียนไว้นี่ครับ
แม้ว่าใครจะทำอะไรผิด แต่การทำผิดบางอย่างเพื่อรักษาความถูกต้อง นั้นไม่สมควรครับ
ลองหามาดูครับ แต่มีเขียนไว้แน่ๆครับ ลอง Scan มาดูครับ


โดย: Man IP: 202.41.187.247 วันที่: 8 ตุลาคม 2551 เวลา:11:14:11 น.  

 
พอได้รัฐบาลแห่งชาติ
เอาคนในมาเป็นนายก
แล้วก็จะอุ๊บอิ๊บ แก้ รธน
ให้เป็นการเมืองใหม่ แบบ ห้าสิบ ห้าสิบ

โอ้ประเทศไทย
ประชาธิปไตยที่เฝ้าเรียกร้อง
กลายเป็นลิเกการเมืองไปแล้ว
การเมืองใหม่ ก้ไม่ใช้ว่าจะได้คนดีเข้ามาเมื่อไร
ดีไม่ดีจะแต่งตั้งพวกตัวเข้ามาช่วยกอบโกยด้วยซ้ำ

ใครๆก็ไม่อยากสูญเสียอำนาจ

ไม่ว่าใคร ไม่ว่าหน้าไหน
ก็ไม่เคยเห็นประชาชนตัวเล็กๆ
เป็นหนึ่งในเจ้าของประเทศ
ประชาชนตาดำๆ ต้องคอยกราบพวกขุนนาง คหบดี
ทั้งที่มันมีกินมีใช้ได้เพราะภาษีที่ทำนาบนหลังคน

มีใครรักประเทศไทยจริงๆบ้างไหม

ตอนนี้รู้สึกอกหักอย่างแรง
มีประเทศไหนที่รับคนไทยอกหักไปอยู่บ้าง
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ไม่อยากอยู่ในบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง

MOP.MO.CRAZY ระบอบใหม่ที่จะปกครองประเทศในอนาคต เหอะๆๆๆ


โดย: หญ้าแพรก IP: 115.67.90.184 วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:7:59:55 น.  

 
เบื่อพวกโลกเเคบ หูเบา

เรามีสติ ความรู้ เราคิดเองได้

เราว่านะ สนธิ เป็นสื่อที่ดีนะแม้บางครั้งมันตรง ตรงจนพวก

โกงกินชาติบ้านเมืองจ้องจะเก็บ เราว่าเค้ามีข้อมูล แหล่ง

ข่าวที่จริงและเก่ง เอาเป็นว่าเราว่าทุกอย่างมันมี 2 ด้าน

เสมอ เราผู้บริโภคสื่อ เราอยากได้ข้อมูลจริง สื่อกล้าที่จะ

เสนอความจริง มีน้อยส่วนใหญ่เห็นแก่ประโยน์ทั้งนั้น

มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้ากับสื่อไทย เอาแบบ cnn bbc เป็น

ต้นเเบบสิ ไปดูการเสนอข่าวเค้า สุดยอด

พันธมิตรต้องมีต่อไป



โดย: จริงจัง IP: 125.24.119.136 วันที่: 2 พฤษภาคม 2552 เวลา:2:38:05 น.  

 
อึม..
ไม่รู้ใครโง่..งมงายวะ.


โดย: oasis IP: 125.26.175.224 วันที่: 11 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:34:10 น.  

 
เวปนี้ ใช้คำว่าหยุดดึงฟ้าต่ำ แต่ด่าอำมาตย์ ซึ่งเป็นคนสนิทของในหลวง ซึ่งมีวิจารณญาณเพียงพอที่จะแต่งตั้งใคร มาทำหน้าที่เป็นหูเป็นตา
เท่ากับว่าคุณนั้นและ เป็นคนดึงฟ้าต่ำ ไอสัตว์


โดย: หหห IP: 118.173.149.121 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:35:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.