ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
ทีวีไทย ทีวีสาธารณะ ทีวีของใคร

ในที่สุดเมืองไทยก็มีทีวีสาธารณะเกิดขึ้นมา ด้วยเป้าประสงค์สำคัญคือ เพื่อให้คนในสังคมไทยได้มีสถานีโทรทัศน์ที่สามารถนำเสนอเรื่องราวของประชาชนได้อย่างเต็มที่ แต่มาถึงวันนี้ คนไทยจำนวนไม่น้อยกำลังวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทีวีสาธารณะไม่มีอะไรแตกต่างไปจากฟรีทีวีช่องอื่นๆ เพราะข่าวและรายการต่างๆ ที่นำเสนอไม่มีความแตกต่างกัน มิหนำซ้ำยังดูประหนึ่งว่า ทีวีสาธารณะจงใจจะทำให้สังคมเกิดการแบ่งแยกเป็นฝักเป็นฝ่ายเสียด้วยซ้ำไป ทีมข่าวรุ่นแรกของไอทีวีหลายคนฝากคำถามมาว่า ทีวีไทยยังยึดมั่นนโยบายนำเสนอข่าวอย่างเป็นกลางหรือไม่

ปฐมบททีวีสาธารณะ

1 ปี 3 เดือน หลังสำนักนายกรัฐมนตรียึดคลื่นUHF คืนจากบริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน) แล้วตัดต่อพันธุกรรมให้ทีวีเสรีกลายเป็นทีวีสาธารณะ โดยในวันที่ 13 มิถุนายนนี้ จะประกาศรายชื่อคณะกรรมการนโยบายถาวร 9 คนของทีวีสาธารณะ ต่อจากนั้นในวันที่ 15 กรกฎาคม คณะกรรมการนโยบายชั่วคราว 5 คนของทีวีไทย ทีวีสาธารณะแห่งแรกของประเทศ ก็จะหมดหน้าที่ ต้องส่งต่อการบริหารจัดการให้กรรมการนโยบายถาวร

นั่นหมายถึงนายขวัญสรวง อติโพธิ นายอภิชาติ ทองอยู่ นายณรงค์ กล้าหาญ นางนวลน้อย ตรีรัตน์ จะต้องเดินออกจากชั้น 13 อาคารชินวัตร 3 ถนนวิภาวดีรังสิต ที่ตั้งอดีตสถานีโทรทัศน์ไอทีวีหรือทีวีไทยในปัจจุบัน

ยกเว้นนายเทพชัย หย่อง จะยังอยู่ในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์กรกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยต่อไปจนถึงวันที่ 15 สิงหาคม หรือจนถึงวันที่กรรมการนโยบายถาวรสรรหาบุคคลเข้ามาทำหน้าที่ผู้อำนวยการองค์กรได้เรียบร้อยแล้ว

กระบวนการตัดต่อพันธุกรรม

ทันทีที่พระราชบัญญัติองค์กรกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยมีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2551 พนักงานทีไอทีวี 1,037 คน ซึ่งมีสถานภาพเป็นพนักงานรับจ้างของกรมประชาสัมพันธ์ก็กลายเป็นคนว่างงานทันที

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ มีการประกาศรายชื่อพนักงานที่ได้รับการว่าจ้างเป็นพนักงานชั่วคราวขององค์กรกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส ซึ่งเริ่มแพร่ภาพตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม

การประกาศรายชื่อครั้งนั้น พนักงาน 86 คนถูกคัดออก โดย 46 คนเป็นพนักงานฝ่ายข่าว ตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการฝ่ายข่าวลงมาจนถึงระดับบรรณาธิการข่าวและผู้สื่อข่าวสายการเมืองบางคน

ต่อจากนั้นอีก 4 เดือน พนักงานฝ่ายข่าวโดยเฉพาะผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศเริ่มทยอยลาออกอีกประมาณ 40 คน เนื่องจากเป็นกลุ่มพนักงานที่ได้รับผลกระทบด้าน "แนวทาง"และ "แนวคิด" ในการทำงานมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งที่ว่างลงและตำแหน่งที่เพิ่มขึ้นในโครงสร้างเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายทีวีสาธารณะ ต่างก็ถูกแทนที่ด้วยบุคลากรจากกลุ่มเอเอสทีวี เครือเดอะเนชั่นและกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่ากบฏไอทีวี ที่ไม่ต้องผ่านการสอบคัดเลือก แต่เข้าไปได้ด้วยสัญญาจ้างแบบชั่วคราวหรือฟรีแลนซ์ เช่น กลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากบฏไอทีวี ได้แก่ น.ส. ชมพูนุช คงมล เป็นบรรณาธิการข่าวภูมิภาค, น.ส. อรพิน ลิลิตวิศิษฏ์วงศ์ บรรณาธิการโต๊ะข่าวธรรมาภิบาล, น.ส. นาฏยา แวววีรคุปต์ ผ้ช่วยบรรณาธิการบริหาร ดูแลโต๊ะข่าวประชาสังคม, น.ส. กรุณา บัวคำศรี ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการข่าวภาคเช้า

นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ อดีตหัวหน้าข่าวสายความมั่นคงหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์และบรรณาธิการศูนย์ข่าวอิศรา เป็นบรรณาธิการข่าวการเมือง, นายอภิชาต บัวทอง อดีตผู้สื่อข่าวเอเอสทีวี เป็นผู้ช่วยบรรณาธิการข่าวการเมือง , นายเถกิง สมทรัพย์ นายกสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทวอชด็อกของนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายข่าว, นายประกาศิต คำพิมพ์ อดีตผู้สื่อข่าวเอเอสทีวีที่เข้ามาทำงานแล้วแต่ยังไม่รู้ว่าอยู่ในตำแหน่งใด

ไอทีวีมีพนักงานฝ่ายข่าวรวม 380 แต่ทีวีไทยในขณะนี้มีพนักงานฝ่ายข่าวเกือบทะลุ 400 แล้ว และยังคงรับพนักงานเข้ามาเรื่อยๆ ขณะที่ผลการสอบคัดเลือกซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม มีบุคคลภายนอกและอดีตพนักงานไอทีวีผ่านการคัดเลือกรวม 629 คน กลับยังไม่มีการดำเนินการใดๆ โดยอ้างว่าโครงสร้างตำแหน่งและเงินเดือนยังไม่ลงตัว

ขณะเดียวกันก็มีรายงานถึงความแตกต่างระหว่างอัตราเงินเดือนของพนักงานไอทีวีเดิมกับพนักงานที่เข้ามาใหม่ ปัญหานี้ถูกหยิบยกขึ้นในที่ประชุมพนักงานเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม นางนวลน้อย ตรีรัตน์ หนึ่งในกรรมการแสดงความกังขาว่ามีปัญหาเช่นนี้ในหน่วยงานได้อย่างไร ขณะที่นายเทพชัยรับปากว่าจะนำเรื่องนี้กลับไปพิจารณา

สื่อต้องเลือกข้าง?

ก่อนรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 สื่อใหญ่สำนักหนึ่งที่เคยพร่ำสอนนักข่าวทั้งรุ่นใหม่และเก่าว่า ต้องเสนอข่าวด้วยความเป็นกลางและต้องเสนอข่าวสองด้าน ก็กลับเดินทวนกระแสสำนึกของตนเองโดยประกาศว่า "ในบางสถานการณ์ สื่อต้องเลือกข้าง"

ฉะนั้น ในวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม ซึ่งเป็นอีกวันหนึ่งที่ประเทศไทยตกอยู่ในภาวะวิกฤติ เพราะการเผชิญหน้าระหว่างรัฐบาลหุ่นเชิดกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผู้ชมทีวีไทยจึงได้เห็นสกู๊ปข่าว "เอเอสทีวี-สื่อเลือกข้าง" ที่ว่าด้วยบทบาทของเอเอสทีวีทั้งในช่วงข่าวเที่ยง ข่าวค่ำ และข่าวดึก ในค่ำวันเดียวกันก็มีการถ่ายทอดสดการปราศรัยของแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์

มีข่าวเบื้องลึกจากทีวีไทยว่ารายการ "ที่นี่ทีวีไทย" มีคอนเซ็ปต์ว่า "เพื่อเป็นช่องทางให้ชนชั้นกลางได้ระบายแค้น" ที่เริ่มแพร่ภาพออกอากาศครั้งแรกในคืนวันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน ความคิดเช่นนี้ทำให้นักข่าวที่ทราบเรื่องหันมาตั้งคำถามว่า "เขาทำข่าวกันอย่างนี้หรือ ไม่น่าเป็นไปได้เพราะข่าวไม่ควรเลือกเข้าข้างใครทั้งสิ้น"

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่วันที่ 1กุมภาพันธ์ ที่กรรมการนโยบายชุดนี้เข้ามาบริหารงานตามอำนาจในพระราชบัญญัติองค์กรกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย เรตติ้งของทีวีสาธารณะซึ่งกลายพันธุ์มาจากทีวีเสรีที่เคยมีเรตติ้งเป็นลำดับที่ 3 จากฟรีทีวีทั้งหมด 6 ช่อง ก็ร่วงลงไปอยู่ในอันดับที่ 4 แต่เรตติ้งอาจไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวลสำหรับทีวีสาธารณะ เพราะกรรมการนโยบายชั่วคราวบางคนเคยประกาศว่า "ไม่จำเป็นต้องมีเรตติ้ง"

ภาวะทางการเงิน

มีรายงานว่าตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2551 ที่กฎหมายทีวีสาธารณะมีผลบังคับใช้จนถึงขณะนี้ มีงบประมาณดำเนินการจากภาษีเหล้า-บุหรี่ ไหลเข้าสู่องค์กรนี้แล้วประมาณ 100 ล้านบาท

ขณะที่กรรมการนโยบายชั่วคราวชุดนี้วางแผนการพัฒนาองค์กรไว้ 2 โครงการใหญ่ คือ ย้ายที่ทำการสถานีในช่วงปลายปีจากตึกชินวัตร 3 ถนนวิภาวดีรังสิต ไปที่ตึกจามจุรีสแควร์ สามย่าน หากบริษัทเอสซีแอสเสทไม่ต่อสัญญาเช่าตึกชินวัตร 3 ซึ่งจะหมดอายุลงในเดือนพฤศจิกายนปีนี้
คาดว่าต้องใช้งบประมาณไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท โดยเปรียบเทียบจากค่าใช้จ่ายในการย้ายสถานีไอทีวีจากตึกเอสซีบี สี่แยกรัชโยธิน ไปที่ตึกชินวัตร 3 ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อปีต้น 2546 ซึ่งบริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน) เสียค่าใช้จ่ายในครั้งนั้นกว่า 200 ล้านบาท

รวมทั้งโครงการปรับปรุงศูนย์ข่าวต่างจังหวัดอีก 4 ศูนย์ ต้องใช้งบประมาณจัดตั้งศูนย์ละ 20 ล้านบาท ตั้งเป้าไว้ว่าศูนย์ข่าวเหล่านี้จะมีเวลาแพร่ภาพข่าวสารในพื้นที่ของตัวเองวันละ 2 ชั่วโมง

ทั้งที่ทรัพย์สินที่ทีวีไทยรับมาจากทีไอทีวีนั้น รวมถึงศูนย์ข่าวภูมิภาค 7 ศูนย์ คือศูนย์ข่าวภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์ข่าวภาคใต้อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ศูนย์ข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดขอนแก่น ศูนย์ข่าวภาคตะวันออกจังหวัดสระแก้ว ศูนย์ข่าวจังหวัดสุราษฎร์ธานี สุโขทัย และอุบลราชธานีด้วย

นโยบายให้แต่ละศูนย์ข่าวมีเวลาแพร่ภาพเป็นของตนเองนั้น ดูเหมือนเป็นนโยบายที่ดีสำหรับการเข้าถึงประชาชน แต่เป็นนโยบายดาบสองคม เพราะเป็นช่องทางหนึ่งสำหรับการสร้างอิทธิพลในท้องถิ่น ซึ่งสถานีโทรทัศน์ของรัฐช่องหนึ่งตระหนักในปัญหานี้ดี

ณ วันที่ 8 มีนาคม 2550 บริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน) หมดสภาพการเป็นทีวีเสรีสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีส่งไอทีวีไปอยู่ในความดูแลของกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมกับเงินอีกประมาณ 100 ล้านบาทเศษ จากค่าโฆษณาและค่าเช่าเวลา

ฉะนั้น ณ เวลาเที่ยงคืนของวันที่ 14 มกราคม 2551 ที่ทีไอทีวีถูกตัดต่อพันธุกรรม กลายเป็นทีวีสาธารณะแห่งแรกของประเทศ ไทยพีบีเอสจึงมีเงินติดกระเป๋าไปด้วยราว 100 ล้านบาท ทั้งนี้ไม่นับเงินอีก 60 ล้านบาท ที่ถูกจัดสรรไปเป็นค่าสารคดีเสือ-สิงห์-กระทิง-แรด-และงู ซึ่ง จ่ายให้กับบริษัทชื่อฝรั่งแห่งหนึ่ง ที่มีรายงานว่าเป็นของคนโตในกรมบางกรมในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับออกอากาศในวันที่ทีไอทีวีแปรสภาพเป็นทีวีสาธารณะ

ทั้งที่ราคาจริงของสารคดีมือ 3 มือ 4 ชุดนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านเท่านั้น

เงินติดกระเป๋าก้อนนี้ ส่วนหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเงินเดือนพนักงานกับผู้บริหารประมาณ 700 คน และอีกส่วนหนึ่งสำหรับการบริหารจัดการทั้งงานข่าวและงานประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะโครงการสาธารณะสัมพันธ์ใน 9 จังหวัดที่ใช้งบประมาณ 7 ล้านบาท ซึ่งเงิน 7 ล้านบาท รวมถึงค่าตอบแทนที่จ่ายให้ผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นในแต่ละพื้นที่ โดยเฉลี่ยรายละ 300 -1,500 บาทด้วย รวมถึงค่าใช้จ่ายสำหรับการประชุมสัมมนาในต่างจังหวัดที่มีเบี้ยประชุมสำหรับกรรมการนโยบายหัวละ 5,000 บาทต่อวัน

เฉลิมชัย ยอดมาลัย
(แนวหน้า 8 มิ.ย. 2551)

สรุปโครงสร้างพนักงาน ทีวีไทยพีบีเอส ปัจจุบัน ประกอบด้วย

1. บุคลากรจากกลุ่มเอเอสทีวี
2. เครือเนชั่น
3. กลุ่มกบฎไอทีวี
4. กลุ่มวอชด็อก ของเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

ไม่แปลกที่ผู้เขียนถามว่า "ทีวีสาธารณะ... (จริงๆ แล้วเป็น) ทีวีของใคร???)


Create Date : 11 มิถุนายน 2551
Last Update : 11 มิถุนายน 2551 15:42:11 น. 4 comments
Counter : 339 Pageviews.

 


โดย: มาให้กำลังใจค่ะ (I_sabai ) วันที่: 12 มิถุนายน 2551 เวลา:22:20:43 น.  

 
ขอบคุณมากมาย


โดย: แป๋ม IP: 124.121.202.123 วันที่: 13 กันยายน 2551 เวลา:11:17:51 น.  

 
ทำไมไม่พูดถึงกรณีที่ไอทีวีเดิม ทำผิดสัญญาด้วยการเปลี่ยนเป้าหมายจากช่องสถานีข่าวซึ่งมีเรทในการชำระภาษีตำ มาเป็นช่องบันเทิงซึ่งต้องเสียภาษีสูงแถมทำมึนไม่จ่ายภาษีในอัตราที่ควรเป็นจนเป็นหนี้นับแสนล้าน...จนต้องยุบมาเป็นไทยพีบีเอสงัย
เรื่องสถาบันนั้นใครคิดยังงัยคุณก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่หรือ
ใครก็แล้วแต่การกระทำไม่ตรงกับใจขอให้ไร้แผ่นดินอยู่เหมือนใครบางคน


โดย: ไม่รูจักฉันไม่ไม่รู้จักกัน IP: 110.164.95.68 วันที่: 12 กันยายน 2552 เวลา:10:41:03 น.  

 
ก็น่าแปลกใจที่คนกลุ่มนี้ทำปู้ยี่ปู้ยำก็ไม่มีใครว่า อย่าว่าแต่ทีวีเป็นของใคร แม้แต่ประเทศไทย เป็นของใคร กลุ่มไหนกันแน่


โดย: witta99 IP: 61.19.66.34 วันที่: 24 มิถุนายน 2553 เวลา:2:22:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.