All Blog
ยึดทุเรียน 8 พันต้นเตรียมขนออกนอกประเทศ
ด่านตรวจพืชช่องเม็ก จับมือ ด่านศุลกากรช่องเม็ก จับผู้ต้องสงสัยเตรียมขนต้นพันธุ์ทุเรียนหมอนทอง พืชสงวนไทย 8 พันต้น  มูลค่ากว่า 2 แสนบาทออกนอกประเทศ   ยึดของกลางพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาทำผิดตามพ.ร.บ.พันธุ์พืชหากลักลอบส่งออกพืชสงวนไทย 11 ชนิดโดยมิได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 4 พันบาท  






 





 


นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  เปิดเผยว่า ตามที่นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรเข้มงวดตรวจสอบการลักลอบส่งออกพืชสงวนตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช ของไทย  ล่าสุดนายตรวจพืช ด่านตรวจพืชช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี  กรมวิชาการเกษตร  ได้รับเบาะแส จากพลเมืองดีว่า จะมีการลักลอบนำพืชสงวนของไทยส่งออกนอกราชอาณาจักร
 
จึงได้ประสานขอความร่วมมือกับด่านศุลกากรช่องเม็กร่วมกันเข้าตรวจสอบพบรถยนต์บรรทุกคันหนึ่งบริเวณจุดตรวจรถยนต์และสินค้าขาออก ด่านพรมแดนช่องเม็ก ซึ่งจอดอยู่ในพื้นที่ขาออก คณะเจ้าหน้าที่จึงขอทำการตรวจสอบรถยนต์บรรทุกดังกล่าว พบต้นกล้าพันธุ์ทุเรียนอยู่หลังรถยนต์บรรทุก จึงได้ควบคุมตัวผู้ขับรถดังกล่าว มายังด่านศุลกากรช่องเม็ก





 








 
จากการตรวจค้นพบต้นกล้าพันธุ์พืชสงวน คือ ต้นพันธุ์ทุเรียนหมอนทอง จำนวน 8,000 ต้น คิดเป็นมูลค่า 240,000 บาท  (ต้นละ 30 บาท) จึงแจ้งข้อหาให้ผู้ต้องสงสัยทราบว่าเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ.2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม  มาตรา 30 ห้ามมิให้ผู้ใดส่งออกพืชสงวน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากรัฐมนตรี  และเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทดลองหรือวิจัยในทางราชการเท่านั้น  

หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  โดยได้นำส่งผู้ต้องสงสัยให้พนักงานสอบสวน  สถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี และได้ยึดของกลางที่เป็นพืชสงวนทั้งหมดไว้ในความดูแลของด่านศุลกากรหนองคายเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 







 







 
การจับกุมครั้งนี้ ได้แจ้งข้อหาให้ผู้ถูกจับกุมทราบว่าผิดตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืชฯ ฐานความผิดพยายามส่งออกพืชสงวนของไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามกฎหมายนั้นรัฐมนตรีจะมีอำนาจอนุญาตให้ส่งออกพืชสงวนได้เฉพาะเพื่อใช้ประโยชน์ในการทดลองหรือวิจัยเท่านั้น  

โดย พระราชบัญญัติพันธุ์พืชฯ  กำหนด พืชสงวนไว้ทั้งหมด 11 ชนิด คือ ทุเรียน  องุ่น ลิ้นจี่ มะพร้าว มะขาม ส้มโอ ลำไย ทองเครือ กวาวเครือ สละ และสับปะรด หากมีการลักลอบส่งออกพันธุ์พืชสงวนของไทยเหล่านี้ออกไปขยายพันธุ์ในประเทศอื่นๆ จะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยตรงอย่างมาก  ดังนั้นหากผู้ใดทราบเบาะแสการกระทำผิดดังกล่าวสามารถแจ้งได้ที่ด่านตรวจพืชของกรมวิชาการเกษตรทั่วประเทศ





 




 


 



Create Date : 27 พฤษภาคม 2565
Last Update : 27 พฤษภาคม 2565 18:01:09 น.
Counter : 44 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
"DSI"อายัดทรัพย์คดีทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ
DSI สนธิกำลังกรมส่งเสริมสหกรณ์ สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง ตรวจค้นยึดอายัดทรัพย์สินในคดีฟอกเงินเกี่ยวกับการทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำกัด

นายไตรยฤทธิ์  เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พันตำรวจตรี ยุทธนา  แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  นายระวี  อักษรศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินทางอาญา และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับ นายประกอบ เผ่าพงศ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์  พันตำรวจเอก สมยศ  อุดมรักษาทรัพย์ ผู้กำกับการ สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง






 






 
พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 6 จุด ได้แก่ สถานที่พักอาศัยในจังหวัดปทุมธานี จำนวน 2 จุด สถานประกอบกิจการภัตตาคารและร้านอาหารในจังหวัดปทุมธานี จำนวน 2 จุด  สถานประกอบกิจการโรงแรมในจังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 2 จุด เพื่อแสวงหาหลักฐานและยึด/อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำกัด เพื่อดำเนินคดีพิเศษ

โดยกรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง ได้รับคดีอาญาไว้ทำการสอบสวน กรณี มีการทุจริตภายในสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำกัด อันเป็นความผิดอาญาฐานลักทรัพย์นายจ้าง โดยพบว่ามีการทุจริตเงินสหกรณ์ฯ มากกว่า 600 ล้านบาท กระทำการหลายครั้งลักษณะเป็นปกติธุระ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (18)  แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 







 







 
จากการสืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ พบว่ามีการนำเงิน  ที่ทุจริตออกจากสหกรณ์ไปซื้อทรัพย์สินประเภทที่ดิน เพื่อประกอบกิจการรีสอร์ท บ้านพัก ภัตตาคาร ร้านอาหารหลายแห่ง รถยนต์หรูและทรัพย์สินอื่นอีกจำนวนมาก โดยยังพบว่ามีการนำไปลงทุนซื้อหลักทรัพย์หรือหน่วยลงทุนอื่นด้วย จึงเป็นพฤติการณ์ที่เข้าข่ายการเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน เพื่อปกปิดแหล่งที่มา

อันเป็นความผิดฐานฟอกเงิน ตามมาตรา 5 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542  และเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้รับเป็นคดีพิเศษที่ 237/2565 เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวน และยึด/อายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด โดยจะได้มีการสืบสวนสอบสวนและ   ขยายผลเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป

 สำหรับผลการตรวจค้น ทั้ง 6 จุด พบทรัพย์สินประเภทที่ดิน จำนวน 8 แปลง มีเนื้อที่ประมาณ 61 ไร่  รถยนต์เปอโยต์ รุ่น BIPPER จำนวน 1 คัน  รถยนต์ฮุนได รุ่น H-1 จำนวน 1 คัน รถยนต์ปอร์เช่ รุ่น คาเยน จำนวน 1 คัน กระเป๋าแบรนด์เนมหลายใบ นาฬิกาหรูจำนวนหลายเรือน รวมทรัพย์สินฯ ที่ได้ทำการตรวจยึด/อายัดไว้มีมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะได้ทำการขยายผลเพื่อติดตามทรัพย์สินต่อไป





 





 



Create Date : 25 พฤษภาคม 2565
Last Update : 25 พฤษภาคม 2565 15:20:02 น.
Counter : 31 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
"ประภัตร"ตั้งเป้าผลิต 30 ล้านตันข้าวเปลือก
นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต ครั้งที่ 1 / 2565 โดยมีผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ตัวแทนสมาคมโรงสีข้าวไทย และตัวแทนเกษตรกร เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์    เพื่อร่วมกันพิจารณาเห็นชอบเป้าหมายการผลิตข้าว และการวางแผนการผลิตข้าว ปีการผลิต 2565/2566  และการกำหนดพื้นที่เป้าหมายส่งเสริมการปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/2566 

นายประภัตร เปิดเผยว่า ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในได้กำหนดความต้องการใช้ข้าว (Demand)ปี 2565/66 ไว้ที่จำนวน 27.6 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งตนในฐานะที่กำกับดูแล กรมการข้าวจึงได้ร่วมกันพิจารณากำหนดเป้าหมายการผลิตข้าว (supply)ปี 2565/66 ให้ชัดเจน และเบื้องต้นได้วางเป้าหมายการปบิตข้าวไว้ที่จำนวน 30 ล้านตันข้าวเปลือก แยกเป็นข้าวหอมมะลิ 9.1 ล้านตันข้าวเปลือก ข้าวหอมปทุมธานี (ข้าวหอมไทย) 1.8 ล้านตันข้าวเปลือก ข้าวขาว (ข้าวเจ้า) 12.9 ล้านตันข้าวเปลือก





 






 
ข้าวเหนียว 6 ล้านตันข้าวเปลือก และข้าวตลาดเฉพาะ 0.2 ล้านตันข้าวเปลือก โดยกำหนดเป้าหมายการผลิตข้าวหอมปทุมธานี ข้าวขาว ข้าวเหนียว และข้าวตลาดเฉพาะเท่ากับเป้าหมายความต้องการใช้ข้าว ปี 2565/66 ยกเว้นข้าวหอมมะลิจะกำหนดเป้าหมายการผลิตข้าวมากกว่าความต้องการใช้ข้าวจำนวน 2.3 ล้านตันข้าวเปลือก 

ส่วนเมล็ดพันธุ์ข้าว ที่จะนำมาใช้เพาะปลูกปีการผลิต 2565/66 รวมรอบที่ 1 (นาปี) และรอบที่ 2 (นาปรัง) พิจารณาจากข้อมูลเมล็ดพันธุ์ข้าวของ 4 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการข้าว ศูนย์ข้าวชุมชน สหกรณ์การเกษตร และสมาคมผู้รวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวทุกชนิดพันธุ์ข้าว

สำหรับนาปี ปี 2565/66 และนาปรัง ปี 2566 มีปริมาณโดยรวมจำนวนกว่า 636,000 ตัน แบ่งการผลิตเป็น 1) กรมการข้าว 95,000 ตัน 2) สหกรณ์การเกษตร 30,000 ตัน 3) ศูนย์ข้าวชุมชน 111,000 ตัน และ4) สมาคมผู้รวบรวมและจ าหน่วยเมล็ดพันธุ์ข้าว 400,000 ตันซึ่งเพียงพอกับการเพาะปลูกแน่นอน






 






 
นอกจากนี้ที่ประชุม ยังมีมติเห็นชอบแผนการผลิตข้าว ปี 2565/66 โดยใช้ข้อมูลประกอบการพิจารณาจากแหล่งต่างๆ โดยพิจารณาจากการคาดการณ์ปริมาณน้ำ เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีเพียงพอ ปริมาณสต็อกข้าว ณ ปลายปี 2564 และต้นปี 2565 ถือว่ายังไม่ Over Stock จึงได้วางแผนการผลิตข้าว ปี 2565/66 แบ่งเป็น 2 รอบ โดยรอบที่ 1 ให้เป็นไปตามความต้องการของชาวนาที่ส่วนใหญ่ปลูกข้าวได้ปีละ  1 ครั้ง

ส่วนรอบที่ 2 เป็นการผลิตข้าวส่วนที่เหลือที่ยังผลิตในรอบที่ 1 ที่ได้ไม่ครบตามเป้าหมายการผลิตข้าว (Supply) ที่กำหนดไว้หากรอบที่ 1 หากผลิตเกินแล้ว ก็ต้องปรับลดรอบที่ 2 โดยแผนการผลิตข้าว ปี 2565/66 พื้นที่ 66.2 ล้านไร่ คาดการณ์ผลผลิต 30 ล้านตันข้าวเปลือก แยกเป็นรอบที่ 1 พื้นที่ 59.4 ล้านไร่ คาดการณ์ผลผลิต 25.5 ล้านตันข้าวเปลือก

รอบที่ 2 พื้นที่ 6.8 ล้านไร่ คาดการณ์ผลผลิต 4.4 ล้านตันข้าวเปลือก โดยพื้นที่และผลผลิตข้าวรอบที่ 2 สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เช่น สถานการณ์ราคา และภัยธรรมชาติ

นายประภัตรบอกด้วยว่าการพิจารณาการกำหนดพื้นที่เป้าหมายส่งเสริมการปลูกข้าว ปี 2565/66 รอบที่ 1 เป็นการกำหนดพื้นที่เป้าหมายส่งเสริมการปลูกข้าวที่แยกเป็นรายชนิดข้าว รายจังหวัด และรายอำเภอ ตามการประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีพื้นที่ทั้งสิ้น 59. ล้านไร่ ประกอบด้วย ข้าวหอมมะลิ 26 ล้านไร่ ข้าวหอมประทุมธานี (ข้าวหอมไทย) 1.8 ล้านไร่ ข้าวขาว (ข้าวเจ้า) 15.5 ล้านไร่ ข้าวเหนียว 15.7 ล้านไร่ ข้าวตลาดเฉพาะ 0.4 ล้านไร่ 





 



 



Create Date : 19 พฤษภาคม 2565
Last Update : 19 พฤษภาคม 2565 16:13:21 น.
Counter : 36 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
ผลไม้ใต้กว่า 5.7 แสนตันทยอยออกตลาดแล้ว
นายนิกร  แสงเกตุ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 สุราษฎร์ธานี (สศท.8) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการจัดทำข้อมูลปริมาณการผลิตไม้ผลภาคใต้ ปี 2565 ครั้งที่ 2 (ข้อมูล ณ 11 พฤษภาคม 2565) ซึ่ง สศก. โดย สศท.8 และ สศท.9 ร่วมกับคณะทำงานย่อยเพื่อพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกส์ภาคใต้ พิจารณาผลพยากรณ์ ของสินค้า 4 ชนิด

ทั้งนี้ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ในพื้นที่ 14 จังหวัด คือ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา ระนอง ภูเก็ต ตรัง พัทลุง สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการวางแผนบริหารจัดการผลไม้ตั้งแต่ต้นฤดู






 






 
เนื้อที่ยืนต้น ของไม้ผลทั้ง 4 ชนิด มีจำนวน 1,108,655 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่มีจำนวน 1,082,795 ไร่ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 2) โดยทุเรียน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เนื่องจากราคาอยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง ส่งผลให้เกษตรกรปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้น โดยมีการปลูกทุเรียนทดแทนกาแฟ ยางพารา และปลูกเพิ่มในพื้นที่ว่าง ขณะที่ลองกอง ลดลงร้อยละ 8 เงาะ ลดลงร้อยละ 4

มังคุด ลดลงร้อยละ 1 เนื่องจากเกษตรกรโค่นต้นเงาะ มังคุด และลองกอง เพื่อปรับเปลี่ยนไปปลูกทุเรียนซึ่งให้ผลตอบแทนดีกว่า ส่วนเนื้อที่ให้ผล มีจำนวน 931,688 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่มีจำนวน 898,467 ไร่ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 4) โดยทุเรียน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 และมังคุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 ส่วนลองกอง ลดลงร้อยละ 8 และเงาะ ลดลงร้อยละ 3

ด้านปริมาณผลผลิตรวม ของไม้ผลทั้ง 4 ชนิด คาดว่ามีจำนวน 574,026 ตัน ลดลงจากปี 2564 ที่มีจำนวน 841,134 ตัน (ลดลงร้อยละ 32) โดย ทุเรียน มีจำนวน 465,959 ตัน ลดลงร้อยละ 19 มังคุด มีจำนวน 59,659 ตัน ลดลงร้อยละ 63 เงาะ มีจำนวน 41,858 ตัน ลดลงร้อยละ 36 และลองกอง มีจำนวน 6,550 ตัน ลดลงร้อยละ 82 ซึ่งไม้ผลทั้ง 4 ชนิดลดลง เนื่องจากมีฝนตกตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา ดอกและผลร่วง ออกเป็นใบอ่อนแทนการออกดอก ส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่ลดลงตามไปด้วย






 






 
สำหรับภาพรวมของไม้ผลทั้ง 4 ชนิด ผลผลิตได้เริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา และจะออกต่อเนื่องจนถึงเดือนธันวาคม 2565 โดยผลผลิตจะออกมากสุดช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน 2565 ซึ่งขณะนี้ ทุเรียน มังคุด เงาะ ส่วนใหญ่อยู่ระยะการเจริญเติบโตอยู่ในช่วงผลเล็ก

โดยทุเรียน ออกดอกแล้ว ร้อยละ 64 เกษตรกรเริ่มทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป ผลผลิตจะออกมากช่วงเดือนกรกฎาคม 2565 มังคุด ออกดอกแล้ว ร้อยละ 30 เริ่มทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตรุ่นแรกช่วงปลายเดือนเมษายน 2565 ผลผลิตจะออกมากช่วงเดือนสิงหาคม 2565 เงาะ ออกดอกแล้ว ร้อยละ 54 เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตรุ่นแรกได้ช่วงเดือนมิถุนายน 2565 ผลผลิตจะออกมากช่วงเดือนกรกฎาคม 2565

ลองกอง ออกดอกบ้างเล็กน้อยร้อยละ 13 ส่วนใหญ่อยู่ในระยะช่อดอก คาดว่าจะทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตรุ่นแรกได้ช่วงเดือนมิถุนายน 2565 ผลผลิตจะออกมากช่วงเดือนกันยายน 2565






 






 
สำหรับแนวทางการบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ จะยึดหลัดการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2564 - 2566 คือ “มีข้อมูลการผลิตที่ชัดเจน เพื่อเชื่อมโยงกับตลาดผู้ซื้ออย่างรวดเร็ว ด้วยช่องทางการค้าออนไลน์อย่างเหมาะสม” โดยมุ่งเน้น 1) การบริหารจัดการเชิงคุณภาพ จัดทำแผนบริหารจัดการผลไม้ระดับจังหวัด การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของผลไม้ การสร้างมูลค่าเพิ่มของผลไม้ตลอดฤดูกาลผลิตจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในจังหวัด

2) การบริหารจัดการเชิงปริมาณ มุ่งเน้นการบริหารจัดการจัดสมดุลอุปสงค์ อุปทาน จัดทำข้อมูลความต้องการตลาด และปรับสมดุลข้อมูลของอุปสงค์และอุปทาน เชื่อมโยงข้อมูลประมาณการผลผลิต ให้สอดคล้องกับความต้องการทางการตลาดของผลไม้แต่ละชนิด และ 3) จัดเตรียมเหตุรองรับปริมาณผลผลิตในช่วงที่ผลไม้ออกมาก

เนื่องจากปรากฏการณ์ลานีญา ฝนตกติดต่อกันเป็นช่วงๆ อาจส่งผลให้ปริมาณผลผลิตไม้ผลเปลี่ยนแปลงลดลงได้อีก ซึ่งสศท.8 และ สศท.9 จะได้ติดตามสถานการณ์โดยร่วมกับคณะทำงานย่อยเพื่อพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกส์ภาคใต้อย่างใกล้ชิดต่อไป

สำหรับผลการพิจารณาข้อมูลเอกภาพไม้ผล ปี 2565 ภาคใต้ 14 จังหวัด ครั้งที่ 2 นี้ จะนำไปใช้เป็นข้อมูลจัดทำแผนบริหารจัดการผลไม้ ปี 2565 ระดับจังหวัด ระดับภาคใต้ และเสนอต่อคณะกรรมการบริหารและจัดการไม้ผล (Fruit Board) ต่อไป ท่านที่สนใจข้อมูลไม้ผลภาคใต้สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สศท.8 โทร. 0 7731 1641 หรืออีเมล zone8@oae.go.th






 




 



Create Date : 18 พฤษภาคม 2565
Last Update : 18 พฤษภาคม 2565 19:29:27 น.
Counter : 40 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
“อลงกรณ์”เสนอซาอุช่วยเกษตรกรไทยขายปุ๋ยราคามิตรภาพ
นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ตนเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนเข้าร่วมงานฟอรั่มการลงทุนซาอุดีอาระเบีย-ไทย 2022( Saudi-Thai Investment Forum 2022) ระหว่างวันที่15-16 พฤษภาคมนี้ที่กรุงริยาด โดยมีกระทรวงการลงทุน(Ministry of Investment)ของซาอุดีอาระเบียเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน

ซึ่งในการประชุมระหว่างภาครัฐกับกลุ่มธุรกิจชั้นนำของ2ประเทศมีเจ้าชายไฟซอล บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอุด( Prince Faisal bin Farhan Al Saud )รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ.และประธานคณะกรรมการส่งเสริมสินค้าเกษตรมาตรฐานฮาลาล นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC)





 





 
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และผู้บริหารบริษัทในสาขาต่างๆเช่นเอสซีจี (SCG.) ,ปตท.(PTT) , ซีพี. ไทยยูเนี่ยน , ซีแวลู ,โตโยต้า ,,ทีโอเอ., โตชิบา และแอร์เอเซีย ร่วมประชุมเพื่อสร้างความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบียในมิติต่างๆโดยเจ้าชายไฟซอล บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอุด( Prince Faisal bin Farhan Al Saud )รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศในฐานะตัวแทนรัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้เปิดโอกาสให้ฝ่ายไทยเสนอประเด็นที่ต้องการให้รัฐบาลซาอุดีอาระเบียช่วยเหลือสนับสนุน

นายอลงกรณ์ กล่าวว่าการประชุมร่วมกันครั้งนี้ได้เสนอให้รัฐบาลซาอุดีอาระเบียจำหน่ายปุ๋ยราคามิตรภาพให้กับประเทศไทยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเนื่องจากปัจจุบันราคาปุ๋ยพุงสูงขึ้นจากผลกระทบของโควิดระบาดและสงครามรัสเซีย-ยูเครน และยังได้เสนอให้ขยายความร่วมมือด้านการเกษตรทั้งพืช ประมง ปศุสัตว์และการชลประทาน การพัฒนาอาหารและมาตรฐานฮาลาล การร่วมลงทุนอุตสาหกรรมเกษตรและเขตอุตสาหกรรมฮาลาลภายใต้โครงการระเบียงเศรษฐกิจฮาลาลภาคใต้และการลงทุนเทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมใหม่ๆโดยจัดตั้งกลไกในการทำงานขับเคลื่อนร่วมกันด้วย





 






 
“กระทรวงเกษตรฯ.โดยรัฐมนตรี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในความร่วมมือกับซาอุดีอาระเบียทางด้านการเกษตร การชลประทาน การปศุสัตว์และการประมง ฮาลาล อุตสาหกรรมเกษตร รวมทั้งเทคโนโลยีเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร(Food Security)สอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติของไืทยและวิสัยทัศน์ ซาอุดีอาระเบีย2030 (Saudi 2030)เพื่อยกระดับมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียสู่มิติแห่งโอกาสใหม่ของ 2 ประเทศ” นายอลงกรณ์กล่าว

ในส่วนทางด้านเจ้าชายไฟซอลได้ตอบรับที่จะพิจารณาข้อเสนอเรื่องปุ๋ยของไทยเป็นวาระพิเศษลำดับต้นโดยจะมอบให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ และยินดีในการยกระดับความร่วมมือด้านการเกษตรกับประเทศไทย ซึ่งสอดรับกับนโยบายความมั่นคงด้านอาหารตามวิสัยทัศน์ซาอุดีอาระเบีย 2030รวมทั้งประเด็นความร่วมมือด้านฮาลาลและเทคโนโลยีสมัยใหม่

สำหรับการเจรจาแบบรัฐต่อรัฐในช่วงบ่ายคณะผู้แทนกระทรวงเกษตรประกอบด้วยที่ปรึกษารัฐมนตรี อธิบดีกรมประมง ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร รองผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย ผู้แทนกรมชลประทาน ได้พบหารือกับคณะผู้แทนของกระทรวงสิ่งแวดล้อม น้ำและเกษตร(MEWA)โดยเห็นพ้องต้องกันที่จะพัฒนาความร่วมมือทางด้านการเกษตรในมิติต่างๆและจะจัดให้มีการประชุมทางไกลในด้านต่างๆให้เร็วที่สุด






 





 



Create Date : 18 พฤษภาคม 2565
Last Update : 18 พฤษภาคม 2565 17:36:21 น.
Counter : 30 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  

สมาชิกหมายเลข 3402302
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



contact >> parwnation@gmail.com
hello welcome
contact =>>parwnation@gmail.com
New Comments