Group Blog
 
<<
เมษายน 2565
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
21 เมษายน 2565
 
All Blogs
 
ภารกิจพิชิตอีป้าวัยทอง::DAY45ขอบ่นหน่อยนะ



จัดจุกๆ จัดจุกๆ ไปเลยจร้าา . .

จะบอกว่าก่อนกลับบ้านสงกรานต์ปั้นการทำฟาสจนจะลดจำนวน
ไขมันในอาหารได้อยู่แล้ว แต่พอกลับบ้านสงกรานต์ไปกินปนเปื้อน
มาสามสี่วันเท่านั้นแหละ.. ต้องมาปั้นกันใหม่เลย เหมือนมาเริ่มหนึ่งใหม่
เหอๆ แต่ช่างมันเหอะ . . เริ่มใหม่ก็ได้ . . 
One meal a day
สามวันมานี้ก็เลยจัดหนักจัดเต็ม . . จัดมันจุกๆแม่มเลย จนตอนนี้
เหมือนจะเริ่มอยู่ตัวแล้วจร้าา . . อ่ะนะ . . ซักทีเหอะ  . .





นี่ว่าจะลอง OMAD อีกสักวันสองวัน ถ้ามันโอเคแล้ว
ก็จะสลับไปทำ Alternateday Fasting เหมือนเดิมแระ . .
คือยังหลงไหลกับความรู้สึกในวันฟาสแบบนั้นอยู่ . . 
แต่คือ ลองก่อน ถ้าไม่ไหว จะกลับมาทำ 23/1 เหมือนเดิม





หลังมื้ออาหารก็ตบท้ายด้วยวิตามินซีด้วย . .
ฝนแม่มชอบตกตอนเลิกงานช่วงนี้อย่าปล่อยให้ตัวเอง
เป็นภูมิแพ้เลยเดวถ้ามันเกิดติดโควิดขึ้นมา มันจะยิ่ง
อาการหนักระเบิดระเบ้อเข้าไปอีก . .





เมื่อวานตอนก่อนจะนอนลองวัดน้ำตาลดู . . 
เหยยยยย . . ไม่เลวร้ายยยย นะ. . ถึงแม้ค่าน้ำตาลตอนเช้าๆ
จะยังอยู่ที่ 130+ อยู่ แต่นั่นก็เป็นเพราะฮอร์โมนแหละ ตอนนี้
ใกล้ ปจด. มาด้วย . . มันจะมีความหงุดหงิดกับตัวเองเพิ่ม
ขึ้นมานิดนึง . . แต่พอไหวแหละ ไม่มาก . . แค่รู้สึกหม่นๆนิดๆ
และก็อยากจะร้องตะโกนคำรามออกมาดังๆ เท่านั้นเอง 555+




วันนี้ พี่ผู้ชายที่นั่งอยู่แถวหลังถามว่า . . ไม่กินข้าวหรอ
จริงๆ นางก็ถามตั้งแต่เมื่อวานแล้ว . . เราบอกว่าไม่กินค่ะ
กินเมื่อเช้าไปแล้วอิ่มมาก ตอนนี้ทำฟาสติ้งกินมื้อเดียวต่อวันอยู่
เค้าก็แบบ . . ทำได้ไง ไม่หิวหรอ พี่พยายามลองงดมื้อเย็นนะ
แต่มันไม่ได้เลย ทรมาน . . คือ จะบอกว่า . . มีคนมากมายทีเดียวที่เข้าใจผิด
เกี่ยวกับเรื่องทำไอเอฟ ความจริงตั้งแต่ทำ Fast 72 hr. สำเร็จแล้วโฟสลงเฟส
แล้วค่าน้ำตาล FBS ลดลง ก็มีคนทักแชทเข้ามาคุยหลายคนทีเดียว . . .
คำถามก็จะประมาณว่า . . หนอนๆ น้ำตาลพอมันลงแล้ว มันจะลงเลยไหม
มันจะขึ้นมาอีกไหม . . ส่วนอีกคนก็มา พี่ๆ หนูอยากทำแบบพี่ หนูเริ่มจาก
การงดมื้อเย็นวันนี้เลยได้ไหม . . อีกคนมา เทอวๆ . . ช่วยสอนเรา
ทำฟาสติ้งหน่อย . . แต่ . . พอเราเริ่มจะอธิบายจริงๆ พวกเขาเหล่านี้
ก็กลับบอกว่า . . พี่เอาสรุปรวบยอดเลยได้ไหม . . หรือบางคน พิมพ์บอก
อธิบายไปตั้งหลายพารากราฟ แบบยาวมาก . . สุดท้าย พอเราพิมพ์จบ
เค้าก็ถามกลับมาทันทีว่า . .
"แล้วสรุปหนูควรทำไง"
คือ แม่ม อยากจะถอนใจคำรามมมมม ออกมาดังๆ . .



อยากจะบอกว่า . . ตั้งแต่วันที่เราตั้งมั่นว่าจะเปลี่ยนพฤติกรรม
ของตัวเองใหม่ . . ทั้งพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต
จากนั้นก็บังคับตัวเอง เข้าครัวทำอาหารโลวคราบมากินที่ทำงานทุกวัน
ควบคู่ไปกับการไอเอฟ . . ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ก็ได้ 45 วันแล้ว
แต่ . . เรายังไม่เลิกค้นคว้าข้อมูลในสิ่งที่เราทำเลยนะ ยังหาข้อมูลทุกวัน
บางเรื่องเราฟังแล้วฟังอีก ฟังสามสี่รอบ . . บางเรื่องเราไปหาคลิป
จากคุณหมอท่านอื่นๆ มาฟังควบคู่ไปด้วย เพื่อความเข้าใจที่ถ่องแท้ . .
เพราะงั้น อยากจะบอกพวกเขาไปจริงๆ ว่า . . ไม่ว่าจะทำอะไร . . .
คุณควรจะหาข้อมูลให้มากๆ เข้าไว้ . . ร่างกายเป็นของเราก็จริง
แต่ก็ใช่ว่าเราจะสั่งให้มันทำโน่นนั่นนี่ . .ผิดๆ ถูกๆ ตามใจเราไปเรื่อยได้




ทางลัดมันไม่มีจริงหรอก . .
ความสำเร็จจะเกิดขึ้นกับคนที่พร้อมเท่านั้นแหละ



อย่างของเรา . . ทำมา 45 วัน น้ำตาลลงมาในระดับที่พอใจ แบบที่ . .
ก็ได้อยู่นะ  แต่น้ำหนักคือค้างมาก . . เอาจริงๆ เราก็พยายามกรอกหูตัวเอง
อยู่เสมอว่าอย่าไปโฟกัส ที่น้ำหนัก . . ให้โฟกัสที่การรักษาเบาหวานพอ
แต่ . .พอน้ำหนักค้างแถมสัดส่วนเหมือนไม่ลง(ดังใจ) เราก็คิดมากเหอะ
 ปฎิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าเรา  แอบนอย . . คือมันก็แอบคิดอะนะ
เราจึงพยายามหาทางแก้เช่นการทำ Fast72 แต่พอฟาสเสร็จ
ก็ดันไปกินปนเปื้อนมาอีก มันก็เลยไม่สำเร็จ 555++








เออ . . แม่มมมม . . นอยหนักเข้าไปอีก . . เมริง . .
12 กิโล ที่ลดลงไป เอาจริงๆ มันก็เยอะแล้ว . . แต่ก็ยังเสือกนอย
อยากเร่งวันเร่งคืนเร่งเวลา . . อยากกดปุ่ม Speed up มากขึ้นไปอีก 
แต่ถึงจะนอย . . เราก็ยังก้มหน้าก้มตาทำต่อไป . . ทำไมน่ะหรอ
ก็เพราะเรารู้ไง ว่าเราทำอะไรอยู่ . . ซึ่งถ้าคุณไม่ศึกษาข้อมูลในสิ่ง
ที่คุณตั้งใจจะทำ คุณ . . จะรู้จุดยืนของตัวคุณเองได้ยังไง . .




กับคำถามที่ว่า . . หนอน ถ้ากลับไปกินข้าวปกติ
ค่าน้ำตาลมันจะขึ้นสูงเหมือนเดิมไหมอ่ะ หรือคงที่ประมาณนี้เลย




เนี่ยะ . . ตอบได้คำเดียวเลยว่า . . ขึ้น !!

ถ้าการกินปกติของคุณ คือการกินแป้งและน้ำตาล
จนร่างกายมัน
Over Energy แล้วล่ะก็ . . ยังไงค่าน้ำตาล
มันก็ต้องขึ้น . . แต่ . . เอาจิงๆ คำถามแบบนี้ ถามมาได้ไง
ค่าน้ำตาลในเลือดยังไง มันก็แปรผันไปตามสิ่งที่เรากินอยู่แล้ว
ถอนใจ . . ถึงบอกไงว่า . . อย่างแรก คุณต้องไปทำความเข้าใจ
กับมันซะก๊อนนน . . ถามตัวเองและตอบตัวเอง
ให้ได้ก่อนที่จะเริ่มตัดสินใจทำอะไร 




   ปัญหาของเราคืออะไร?   

ตอบ ปัญหาของเราคือ อ้วน และยังเป็นคนอ้วน
ที่เป็นโรคเบาหวานอีกด้วย เมื่อรู้ปัญหาแล้วจากนั้น
ค่อยมาหาข้อมูลว่า เบาหวานที่เราเป็นเกิดจากอะไร
แล้วเราถึงจะสามารถจัดการแก้ไขมันได้อย่างถูกต้อง


อธิบายง่ายๆ . . ถ้าเราเปรียบร่างกายของเราเหมือนรถคันหนึ่ง
ก่อนที่เราจะเอารถออกไปใช้ เราก็ต้องมีการเติมเชื้อเพลิงอย่างเช่น
น้ำมันเข้าไปใช่ไหม . . พอมีน้ำมันรถถึงจะขับเคลื่อนได้ 
ร่างกายของเราก็เช่นกัน . . พอเรากินอาหารเข้าไปร่างกาย
จะเข้าสู่กระบวนการเก็บ หมายถึงการเอาสารอาหารที่เรากินเข้าไป
เอาไปจัดเก็บในถังเก็บต่างๆ เช่น ไขมันก็จะถูกส่งเก็บในถังไขมัน
ส่วนแป้งจะถูกสลายออกมาเป็นน้ำตาลกลูโคส โดยหลักๆ แล้ว
ร่างกายจะเก็บกลูโคสไว้ 3 ที่คือ . .


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

1. ที่ตับ  ตับจะเก็บกลูโคสในรูปแบบของกลีเซอรอล
เก็บได้ประมาณ 100-150 กรัม ซึ่งให้แคลอรี่น้อยมาก
หายใจทิ้งไปวันๆ นึงก็เผาหมดเลยเหอะ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

2. ที่กล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อจะเก็บประมาณ 400-500 กรัม
แล้วแต่ปริมาณกล้ามเนื้อของแต่ละคน แต่... ไอ้ที่เก็บในกล้ามเนื้อ
เราไม่เอามาคำนวนเป็นพลังงาน เพราะว่าถ้าร่างกายเรามีไขมันเพียงพอ
มันจะไม่เอาพลังงานสะสมไว้ในกล้ามเนื้อมาใช้ มันจะเก็บไว้ใช้
ในยามฉุกเฉินเท่านั้นอย่างเช่น เมื่อเราต้องหนีไฟใหม้บ้าน
หนีน้ำท่วมวิ่งหนีเสือ บลาๆ แบบที่เหตุการณ์อันตรายต่อชีวิต
ไรแบบนั้น มันถึงจะเอามาใช้

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
3. ที่ถังไขมัน เนื่องจากกลูโคสเป็นอันตรายต่อเส้นเลือด
ในเลือดของเรานั้นจะบรรจุน้ำตาลได้แค่ 1 ชช. เท่านั้น  ดังนั้น น้ำตาล
ส่วนที่เรากินเกินมา จะถูกฮอร์โมนอินซูลินที่มีหน้าที่ควบคุมระดับ
น้ำตาลในเลือด ส่งเอาไปเก็บไว้ในถังไขมัน ในรูปแบบของไตรกลีเซอร์ไรด์
ซึ่งไอ้ถังไขมันที่ว่าเนี่ยะ  มันก็คือไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังของเรานั่นเอง
โดยขนาดของถังไขมันแต่ละคนจะสามารถขยายได้มากน้อย
ไม่เท่ากัน แล้วแต่กรรมพันธ์ที่พ่อแม่ให้มา

- - - - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


ซึ่งไอ้กระบวนการจัดเก็บเชื้อเพลิงของร่างกายที่กล่าวไว้ด้านบนนั้น
จะใช้เวลาประมาณ 4 - 6 ชั่วโมง  พอหลังสี่ถึงหกชั่วโมงนับจาก
ที่เราหยุดกินเป็นต้นไป  ร่างกายจะค่อยๆ ลดปริมาณการหลั่งอินซูลินลง
เพราะมันไม่ต้องเก็บแล้วไง จากนั้นมันถึงจะเอาสารอาหารที่จัดเก็บ
ไว้เรียบร้อยแล้วนั้น นำออกไปใช้เป็นพลังงาน . .



นั่นหมายความว่า . . ถ้ายังไม่ครบ 4 - 6 ชั่วโมง ที่ร่างกาย
ใช้เวลาจัดเก็บ แล้วคุณยังจะยัดอาหารเข้าไปๆ ในร่างกายอยู่เรื่อยๆ . .
โดยไม่เว้นช่วงเวลาให้มันเอาไปใช้เลยยยย . . มันก็จะมีแต่กระบวนการ 
 กิน --> เก็บ  ,  กิน ---> เก็บ ไปเรื่อยๆ เรื่อยๆและถ้าสิ่งที่เรากิน
ส่วนใหญ่เป็นพวกคาร์โบไฮเดรตแปรรูปที่ย่อยออกมาแล้วได้กลูโคส
จำนวนมหาศาลแล้วนั้น . . ร่างกายมันก็ยิ่งจะเอาไปเก็บเป็นไขมัน
สะสมอยู่ใต้ผิวหนังเรื่อยๆ จนคนๆ นั้นกลายเป็นโรคอ้วนในที่สุด 





แล้วเบาหวานเกิดจากอะไร . . เบาหวานก็เกิดจากที่เรากินเก็บๆๆๆ
สะสมจนถังไขมันที่ใช้เก็บของเราเต็มพอถังไขมันเต็ม  อินซูลินจำนวน
มหาศาลในเส้นเลือดไม่สามารถยัดยู้เอากลูโคสไปเก็บไว้ในถังไขมันได้แล้ว
มันเลยไปบังคับให้เซลล์ต่างๆ เก็บกลูโคสในรูปแบบของไขมันแทน
เก็บๆๆๆๆๆ เกิดเป็นไขมันแทรกอยู่ตามเซลล์ตามอวัยวะภายใน จนสุดท้าย
แม้แต่เซลล์ก็เก็บไม่ไหวแล้ว ร่ายกายจึงต้องระบายกลูโคสออกจากร่างกาย
ทางไต . . กลายเป็นฉี่หวานๆ หรือโรคเบาหวานนั่นเอง . .




ซึ่งปัญหาของคนที่เป็นโรคเบาหวาน คือ.. การที่เขาปล่อยให้ร่างกาย
อยู่ในโหมดเก็บพลังงานอยู่ซ้ำๆๆๆเดิมไปเรื่อยๆ ทำให้ร่างกายอยู่
ในสภาวะอินซูลินค้างสูงอยู่ในเส้นเลือดตลอดเวลา คนพวกนี้
จึงไม่สามารถสลับโหมดกลับมาใช้พลังงานที่ร่างกายเก็บสะสมไว้ได้ . .


 โคตรน่าสงสาร มีพลังงานสะสมเป็นแสนๆแคลอรี่ในตัวแต่เสือกใช้ไม่ได้ 55+ 

เดี๋ยววจะสงสารทำไมทำตัวเองทั้งนั้นอะนะ. .  131 

นั่นแหละๆ. . พวกเขาเหล่านี้ จึงใช้พลังงานได้แค่สิ่งที่กินเข้าไป
ณ เวลานั้นเท่านั้น มันจึงเกิดอาการที่กินแล้วก็ไม่อิ่ม กินแล้วก็หิวอีก
ไปเรื่อยๆๆ เป็นวังวน ยังไม่พอ ถ้าเขายังไม่หยุดกินอาหารประเภทแป้ง
และน้ำตาล ทั้งๆ ที่ถังเก็บมันเต็มจดยัดอะไรไม่ได้แล้ว ร่ายกาย
ก็ยิ่งต้องระบายกลูโคสออกทางไตไปเรื่อยๆ สุดท้ายไตก็พัง




มาถึงตรงนี้แล้ว . . คงเข้าใจแล้วใช่ไหมว่า สิ่งที่เราทำอยู่คืออะไร
สิ่งที่เราทำอยู่นี่ . . . อธิบายง่ายๆ คือ การพยายามให้ร่างกาย
มันกลับมาใช้ไขมันได้ใหม่ โดยการกินแบบโลคาบคีโตเจนิค คือ
กินแป้งและน้ำตาลให้น้อยที่สุด เพื่อให้ระดับอินซูลินในเลือดลดต่ำลง
พออินซูลินลดต่ำลง ร่างกายจะได้สลับโหมดมาใช้ไขมันที่เราสะสมไว้
ก่อนหน้านี้เป็นแสนๆแคลอรี่ได้ . . . ทีนี้ . .พอเรากินแบบนี้ ไปสักพัก
จนร่างกายมันกินไขมันเก่งแล้ว เราก็จะไม่หิวใช่ไหม
(ที่ไม่หิวเพราะ
ร่างกายมันไปเอาพลังงานจากสิ่งที่เราเก็บมาใช้แทนอาหารที่เรากินไง)
 
พอเราไม่หิวเราก็จะ if ควบคู่ไปด้วยได้ จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มช่วงเวลา
ทำ Fastingก็คือเพิ่มช่วงเวลาไม่กิน เพื่อให้ร่างกายมันสามารถ
เอาไขมันไปใช้ได้มากขึ้นๆ . . 



ทำไปเรื่อยๆ จนถังไขมันที่มันเต็มจนล้น พร่องลงแล้ว
ภาวะอินซูลินค้างสูงในกระแสเลือดลดลงแล้ว ร่างกายมันก็จะ
สามารถกลับมาจัดการกับน้ำตาลที่เรากินเข้าไปได้อีกครั้ง
ก็คือ เมื่อระบบกลับมาปกติแล้วเราถึงจะกลับมากินแป้ง
ได้ตามปกติเหมือนเดิม ซึ่งจากสถิติที่เค้าทำๆ กันมา
มันจะใช้ระยะเวลาประมาณหกเจ็ดเดือนหรือหนึ่งปี . .


***ย้ำ   การทำ IF นั้น . . มันไม่ใช่การอดอาหาร  
ของร้องเหอะ . . ทำความเข้าใจเสียใหม่ . .
การทำไอเอฟหรือการฟาสติ้งมันคือการที่เราเว้นช่วงเวลา
ให้ร่างกายเข้าสู่กระบวนการเอาพลังงานจากสิ่งที่มันเก็บไว้
เอามาใช้  ซึ่งถ้าร่างกายมันทำคล่องแล้วคุณจะไม่หิวเลย . .
ในกรณีที่ถังไขมันคุณมีเยอะ คุณจะนั่งๆนอนๆชิวๆ ปล่อยให้เวลาผ่านไป
โดยที่ไม่ต้องกินอะไรเลย ก็ได้ แต่ถ้าคุณทำไอเอฟแล้วหิว นั่นคือ
คุณกำลังทำอะไร ผิดกระบวนการสักอย่าง . . ให้ไปดูใหม่
ตั้งแต่อาหารที่กิน หรือแม้แต่คนที่ไขมันสะสมก็แทบไม่มีให้ใช้แล้ว
ก็ยังจะอยากทำไอเอฟ อยากฟาสติ้งแบบฮาร์ดคอร์ . . แบบนั้น
มันก็ไม่ใช่ละ  เพราะนอกจากคุณจะไม่ได้ประโยชน์จากการทำ IF แล้ว
หากคุณฝืนทำไปเรื่อยๆ.... คุณย่อมกลายเป็นโรคขาดสารอาหารในที่สุด 



ปอลอ. ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานั้นแค่อยากจะบอกว่า
อย่ามาถามว่า . . หนูเริ่มอดมื้อเย็นตั้งแต่วันนี้เลยได้ไหม
ไรแบบนั้น.. มันไม่ด๊ายยยย . . ทุกอย่างมันมีขั้นมีตอน
มันมีที่มาของมัน และสิ่งที่คนอื่นทำก็ใช่ว่ามันจะเหมาะ
กับตัวเราเสมอไป เพราะฉะนั้น . .ถ้าอยากรู้ก็ต้องลองทำ
กับตัวเองดู แต่ถ้าลองแล้วมันไม่ใช่ก็ต้องเลิก กลับมา
เดินสายกลาง  มันได้หรือไม่ได้ ร่างกายจะบอกเราเอง . .
อย่าลืมสังเกตุสิ่งที่ร่างกายพยายามจะสื่อกับเรา ไว้ให้ดีก็พอ!!




นี่คือ . . สรุปรวบยอดให้มากที่สุดแล้วนะ . .
อ่านเถอะ . . ถ้าคุณเป็นผู้ป่วยเบาหวาน
และอยากรักษาให้มันหายด้วยแนวทางนี้ . .
คุณต้องศึกษาข้อมูลนะ!!



เหนื่อยยยยย อ่ะ . . .
เป็นการบ่นที่วิชาการสุดๆ ไปเลย . . 




บันทึกการบ่นโดย . . ตัวหนอนกิ๊วๆ



Create Date : 21 เมษายน 2565
Last Update : 5 พฤษภาคม 2565 16:21:36 น. 16 comments
Counter : 612 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณเริงฤดีนะ, คุณtoor36, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณกะว่าก๋า, คุณSleepless Sea, คุณทนายอ้วน, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณสองแผ่นดิน, คุณkae+aoe, คุณkatoy, คุณหอมกร, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณ**mp5**, คุณtanjira, คุณนกสีเทา, คุณSweet_pills


 

อ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายๆเลยค่ะน้องน้อง

นน.ลดลงตั้ง 12 กิโล..OMG!!
เก่งจัง..
สู้ต่อไป..นะคะ
(บอกตัวเองด้วย)
2 เดือนมานี่..นน.ขึ้น 2 กิโล
ด้วยออกกำลังกายน้อยลง..
ทานอาหารตามใจปากมากขึ้น..
มีนัดหาหมอเข่าเสื่อมตอน สิ้นเดือน..
ต้องลด 2 กิโล
น้องมิลลิ ก็มากิน ข้าวเหนียว มะม่วง
เสริมสร้างกิเลส..
ล่อไป 3-4 มื้อ (แทนข้าว)
กลุ่มใจอยู่นี่..ดีที่ข้างเหนียวมูน ทำเอง 1 กิโล กิน ได้ 3 วัน เหลือ หยิบมือ
มะม่วงซื้อเพิ่มมาก็..ไม่มีข้าวเหนียวแกล้มแล้ว..

อด เอ๊ย Low carbo.ต่อไแ



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 21 เมษายน 2565 เวลา:16:15:25 น.  

 
อารมณ์แบบเดียวกับฉีดยาพิษสุนัขบ้าสมยก่อนเลย เว้นไปนิดเดียวต้องเริ่มใหม่ ก็ต้องพยายามกันต่อไปครับ พยายามเพื่อสุขภาพของเราเอง แต่ลดลงได้เยอะนะครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 21 เมษายน 2565 เวลา:16:27:28 น.  

 
วิตามินนูทรีไลท์มาดามก็สั่งมากินครับ
พี่ก๋าหยิบมากินด้วยตลอด

น้องหนอนอธิบายวิธีการ
ของการทำ IF ไว้ละเอียดเลยนะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 เมษายน 2565 เวลา:16:37:41 น.  

 
ส่งกำลังใจครับ ค่อยๆทำไปครับ
ขอบคุณที่แวะไปนะครับ



โดย: Sleepless Sea วันที่: 21 เมษายน 2565 เวลา:17:19:56 น.  

 
หยุดยาวศีลแตกเป็นเรื่องปกติครับพี่ แต่ไม่เป็นไร เอาใหม่ๆ เคยทำได้ยังไงก็ทำได้
OMAD คือไรพี่ รู้จักแต่ OMG 555555
ผมว่าผมต้องหันมาเป็นสาย Supplement บ้างแล้ว เพื่อนที่เป็นแนว....ดูแลตัวเองที่พี่เรียกว่าสำอาง เหมือนกัน 5555 บอกว่าวัยนี้ต้องเริ่มกินบ้างแล้วไม่งั้นโทรม
ไม่รู้ว่าผู้หญิงเป็นไหม แต่อย่างผมกิน low carb จะหงุดหงิดง่าย อยู่ๆ ก็ขึ้นง่าย

ผู้ชายที่ถามว่าไม่กินข้าวหรอ คือคนที่บอกว่าพี่กรนน่ารักใช่ไหม ยังคุยกันอยู่อีกหรอ 5555

การอดอาหารจริงๆ ไม่ใช่แนวทางที่ยั้งยืนนะครับ ใครที่บอกว่าอยากลดแล้วอดนี่ระบบจะพังเอา อย่างพี่พี่ศึกษามาดี แคลมื้อที่กินถึงที่ร่างกายต้องการ ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้าอดแบบนั้น อย่างที่พี่เขียนน่ะว่า ไม่ใช่จะสั่งมันผิด ๆ ถูก ๆ ตามใจเราได้

ไม่ต้องไปเร่งตัวเองครับ ทำให้สุขภาพดีระยะยาวนั่นแหละ ไม่ต้องไปนับวัน
ผมไม่เคยนับวันเลย คิดว่าตอนเรากินชิลๆ มามันก็นานอยู่นะ จะแก้ไขมันก็คงต้องใช้เวลา
อย่างผมจบไวก็จริง ด้วยระบบเผาผลาญผมดีมากด้วย คือปกติเป็นคนอ้วนยากอยู่แล้ว กินยังไงก็ไม่ค่อยอ้วน พอคุมหน่อยก็ลีนไว

ผมว่าคำว่า “กลับมากินปกติ” ผมว่าไม่ใช่ปกติแบบก่อนหน้านี้ที่ทำให้เราสุขภาพไม่ดีครับ ว่าจะปกติแบบกิน 3 มื้อในปริมาณแคลและสารอาหารที่เหมาะสมมากกว่า อนาคตที่เข้าที่แล้ว ก็อาจจะกินของหวานได้พอมีความสุข

บล๊อกนี้วิชาการมาก 555555 แต่ดีครับ ได้ความรู้ดี จะทำอะไรกับตัวเองมันต้องมีความสุข
ควรฟังหมอคน ไม่ใช่หมอผี.....
ผมเข้าใจที่พี่อธิบายนะ แต่ไม่เข้าใจความรู้สึกว่าทำไมถึงคุมตัวเองเรื่องความหิวไม่ได้ แล้วกินเยอะ งี้ แต่หลักการเข้าใจๆ

แต่ตอนนี้หิวมาก.....หิวมากจริงๆ






โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 21 เมษายน 2565 เวลา:17:31:31 น.  

 
เก่งมากเลย ลดไป 12 ก.ก. แล้ว ภายในกี่วัน
เป้าหมายคือเท่าไหร่

One meal a day ฟังดูโหด แต่ดูจากภาพแล้วก็ไม่น้อยนะ
เรากินทั้งวันยังไม่เยอะเท่านี้ หนักขนมผลไม้มากกว่า
ข้าวไม่ค่อยกินเท่าไหร่ 555



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 21 เมษายน 2565 เวลา:17:50:01 น.  

 
ใช่ครับ
คนเป็นเบาหวานไม่สามารถเลิกยาเองได้
แค่ลดยาก็มีปัญหาแล้วล่ะครับ
เพราะมันต้องไปแก้ที่อาหาร
ต้องไปเช็คระบบอินซูลินในร่างกาย

อยู่ๆมาลดอาหาร เลิกยาเอง
อันตรายมากๆเลย

มาดามซื้อวิตามิน น้ำมันปลามาตุนหลายตัวเลย
หลังจากหายโควิด
พี่ก๋าก็เลยกินด้วยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 เมษายน 2565 เวลา:20:44:20 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องหนอน



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 เมษายน 2565 เวลา:6:14:15 น.  

 
ส่งการบ้าน FFF#70


โดย: katoy วันที่: 22 เมษายน 2565 เวลา:9:30:50 น.  

 
น้ำตาลนี่อันตรายสุด ค่ะคุณหนอน



โดย: หอมกร วันที่: 22 เมษายน 2565 เวลา:12:52:30 น.  

 
เป็นลูกน้อง VP ก็ต้องเอ็นเป็นทุกคนแหละพี่ เคเาเลือกมา สอนมาเพื่อการนี้ 5555 แต่เออ ผมโดนบ่อย ขอบคุณที่ชมแต่ไม่ขนาดนั่นๆ 5555
โถส้วมนี่ช้วยกันซ่อม อารมณ์ความหวังหมู่บ้าน พิธีกรเออโดนบ่อย หละงออกตัวว่าไม่เอา เคยถือผ้าบริษัทงานกฐินด้วย 555555 คนบาปในงานบุญมาก เพราพกองกฐินยังไมาทันขึ้นโบดผมหายไปกินกุ้งเผาแล้ว ป้งป้ายช่างแม่ม
ปล. ฟีลแฟน คำนี้ไม่ใช่กับเด็กออฟ เถอะพี่ 55555


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 22 เมษายน 2565 เวลา:22:18:33 น.  

 


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 23 เมษายน 2565 เวลา:8:45:13 น.  

 


ทักทายบ่ายวันอาทิตย์
Happy Sunday



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 24 เมษายน 2565 เวลา:13:39:44 น.  

 
เจ๋งเป้งเรื่องมาก อยู่บ้านเราต้องโดนสั่งสอน 555
ที่บ้านสองเหมียวน่ารักมาก ไม่เรียกร้องอะไรเลย มีแต่เรียกร้อง "ไม่เอา"
แต่ถ้าถึงเวลาอาหาร เราไม่เทให้ก็จะมานั่งรอ
จนเรารู้สึกทนไม่ได้ ต้องรีบไปเทให้

555 ลุ้นสวยว่าจะท้องไหม อ้าว สวยยังไม่ได้ทำหมันเหรอ
สมัยตอนแมวที่บ้านยังไม่ทำหมัน ก็เห็นปำปั๊มกันบ่อย
สำเร็จมั้ยไม่รู้ ก่อนทำหมันก็เลยต้องไปอัลตร้าซาวน์ดู
จริง ๆ ก็ลุ้นอยากได้เบบี๋สักตัวสองตัว แต่ก็ไม่มี ก็เลยทำหมันไปเลย



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 25 เมษายน 2565 เวลา:10:49:27 น.  

 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 26 เมษายน 2565 เวลา:9:31:57 น.  

 
น้องหนอนศึกษาข้อมูลเยอะ เข้าใจลึกซึ้งถึงที่มาที่ไป
การมีเป้าหมายและความตั้งใจจริงเห็นผลจาก 45 วันที่ผ่านมานะคะ
และผลในอนาคตต้องดีขึ้น ดีขึ้นค่ะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 6 พฤษภาคม 2565 เวลา:0:59:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

nonnoiGiwGiw
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 51 คน [?]




Friends' blogs
[Add nonnoiGiwGiw's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.