http://twitter.com/merveillesxx และ http://www.facebook.com/merpage
Group Blog
 
<<
มกราคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
9 มกราคม 2550
 
All Blogs
 
BLOG TAG PHENOMENON




เมื่อวานตอนเกือบๆ เที่ยงคืน ผมใช้เวลาอยู่เกือบ 5 นาที กว่าจะเข้าใจว่าไอ้ blog tag นี่มันคืออะไร

จริงๆ ป่านนี้ทุกท่านก็คงรู้กันอยู่แล้ว แต่โดยคร่าวๆ blog tag ก็คล้ายๆ จดหมายลูกโซ่ ที่ใครได้รับ แล้วต้องส่งต่อ (คุณแมดเดอลีนเธอเลยตั้งชื่อไทยให้มันว่า “เขียนเป็น ส่งตาย”) blogger ที่ถูก tag จะต้องเล่าเรื่องราวของตัวเอง 5 ข้อ จากนั้นก็ต้องส่งให้ blogger อีก 5 คน ...เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ

ผู้ที่รับจุดปะทุปรากฏการณ์ blog tag คือ Jeff Pulver

สามารถดูแผนผังการกระจายตัวของ blog tag ได้ ที่นี่ (หยั่งกะไวรัสริงแน่ะ)

ในมุมหนึ่งแล้ว blog tag สามารถสะท้อนภาวะ blogalization ได้เป็นอย่างดี อย่างเช่นเมื่อวาน ดูจากแผนผัง blog tag ยังไม่แพร่เข้ามาใน bloggang เท่าไรเลย (ส่วนใหญ่อยู่ทาง exteen และ blogspot) แต่วันนี้ subject ของทุกคนเป็นเรื่อง blog tag กันไปหมดแล้ว และสิ่งที่ยากที่สุดในตอนนี้ก็คือ การหาคน tag ต่อ (ก็เพราะเขาถูก tag กันไปทั้งประเทศแล้วน่ะสิ!)

ส่วนอีกแง่หนึ่ง blog tag ทำให้เราค้นพบเรื่องน่าทึ่ง เรื่องที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ของหลายๆ คน เช่น

blog tag ทำให้ผมรู้ว่า ไกรวุฒิ จุลพงศธร เคยเป็นหัวหน้าวงดุริยางค์, สามารถเล่นเครื่อง percussion ได้หลายชนิด, เคยเรียนกีต้าร์อยู่ 3 ปี แถมยังเคยแต่งเพลงให้ Minimint ...สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมช็อคเป็นอย่างมาก (ฮา)

blog tag ทำให้ผมรู้ว่า ธัญสก พันสิทธิวรกุล มีรอยสักตามตัวถึง 7 แห่ง (ถ้าเป็น “รอยกัด” ผมจะเฉยๆ)

blog tag ทำให้ผมรู้ว่า พี่แมดเดอลีน มีคำฮิตสมัยมัธยมว่า “อิเล็กทริค”, “อิเล็กโทรนิก” (ขั้นกว่า) และ “อีเล็กโทนโอลามีน” (ขั้นสูงสุด) (ตกลงมันแปลว่าอะไรล่ะเนี่ย??)

blog tag ทำให้ผมรู้ว่า พี่ grappa ก็ร้องไห้เวลาดูหนังกับเขาด้วย! (แหะๆ แซวเล่นนะพี่)

blog tag ทำให้ผมรู้ว่า พี่ I will see you in the next life. เกลียดพวกพนักงานขายซีดีอวดรู้เหมือนผม (แต่ผมว่าคนขายที่ร้านหน้าหม้อน่ารำคาญหว่านะพี่)

ฯลฯ

และในที่สุดผมก็ถูก tag มาจาก 3 คนนี้ครับ

1. เต๋อ คลีโอ
http://visuallyyours.exteen.com/

2. คุณปุ่น ธัญสก
http://thunska2.exteen.com/

3. ดีเจ Pat แห่ง Cityblue.net
http://www.cityblue.net/blog/






MY STORY


1. The Childhood’s Day

แม่เล่าว่าตอนเด็กๆ ผมเป็นเด็กไม่ค่อยซนเท่าไร แต่ชอบเล่นอะไรแปลกๆ เช่น ตอนสามขวบ อยู่ดีๆ ผมก็เอาลวดทองแดงไปแหย่ปลั๊กไฟ (ไม่ตาย แต่โตขึ้นมาเป็นแบบนี้ -ฮา) ส่วนตอนห้าขวบก็ล้มลื่นไปชนมุมบ่อปลา แม่กับพี่เลี้ยงต้องเรียกตุ๊กตุ๊กเบิ่งไปโรงพยาบาล สรุปว่าเย็บหกเข็ม และทุกวันนี้ก็ยังเป็นรอยแผลเป็นอยู่ที่หน้าผาก แต่ถ้าไม่สังเกตดีๆ จะไม่เห็นหรอกนะ

ผมเป็นคนไม่ค่อยชอบกินผัก โดยเฉพาะ ผักชี ถั่วงอก นี่เกลียดมาก แต่ที่สุดจะทนคือ แตงกวา ทีนี้ตอนสมัยประถมครูเค้าชอบบังคับให้นักเรียนกินอาหารกลางวันให้หมดทุกอย่าง ห้ามเลือกกิน ห้ามเหลือผัก ด้วยความกลัวถูกครูดุ ผมก็เลยแอบเอาแตงกวาใส่กระเป๋านักเรียน แล้วเอาไปทิ้งทีหลัง ทำแบบนี้เป็นประจำ จนมีครั้งนึงพลาด ลืมทิ้ง พอแม่เอาเสื้อไปซักเลยจับได้ แต่แม่ไม่ว่าอะไรสักคำ แถมยังฮาลั่นบ้าน แล้วเอาไปเล่าให้ญาติทั้งตระกูลฟัง อ้อ แล้วแม่ยังมาบอกทีหลังว่า จริงๆ ลูกน่าจะชอบแตงกวา เพราะตอนแม่ท้อง แม่กินข้าวมันไก่บ่อยมาก นอกจากนั้นแม่ยังทำนายว่าลูกจะต้องได้แฟนชื่อ “แตงกวา” แต่ปรากฏว่าลูกดันไปชอบผู้หญิงชื่อ “แตงโม” แทน

ช่วง ม.ต้น นาฬิกา G-SHOCK และ BABY-G ของ Casio เป็นเทรนด์ที่แรงมาก (ทามาก็อตมาเร็วไปเร็ว) ก็เลยไปอ้อนพ่อขอซื้อ BABY-G (ซึ่งแปลก เพราะปกติ BABY-G นี่ผู้หญิงเค้าใส่กัน ...หรือว่าเราเบี่ยงเบนตั้งแต่ตอนนั้นหว่า??) ปรากฏพ่อก็บ้าจี้ซื้อให้จริงๆ แล้ว จำได้ว่าราคาคือ 8,950 บาท แต่ปรากฏว่าใส่ไปได้ไม่ถึงปีก็ไปทำหายที่มาบุญครอง (เผลอถอด ตอนเล่นเกมตู้ BEAT MANIA) นับแต่นั้นมาก็เลยใส่นาฬิการาคา 199 มาตลอด ส่วนปัจจุบันเลิกใส่นาฬิกาไปแล้ว เพราะดูเอาจากมือถือ



2. And I Was a Boy from School

สมัยเรียนมัธยม ไม่ค่อยมีใครเรียกว่า “ต่อ” แต่เพื่อนๆ มักเรียกว่า “ฉ่อง” เนื่องจากชื่อจริงของเราคือ “คันฉัตร” ซึ่งไปคล้ายๆ คำว่า “คันฉ่อง” ล่าสุดที่ไปเลี้ยงห้องมา 50% ของเพื่อนๆ ก็ยังเรียกเราว่าฉ่องอยู่ ส่วนอีกชื่อนึงของเราคือ “ตุ๋ย” เป็นชื่อที่ได้มาจากปรากฏการณ์ล้อชื่อพ่อชื่อแม่ในช่วง ม.1 ประจวบเหมาะกับตอนนั้นข่าว “ข้าราชการซีแปดตุ๋ยเด็ก” กำลังดังพอดี (ขึ้นหน้าหนึ่งด้วย) เพราะงั้นเวลาถูกเรียกด้วยชื่อนี้ก็จะอายๆ เขินๆ หรือบางทีก็หงุดหงิด แต่หลังๆ ก็ชินไปเอง ที่ฮาก็คือ ไอ้จ้อย (ซึ่งจริงๆ มันชื่อ “นก” ส่วนจ้อยน่ะชื่อพ่อมัน) ผู้ที่ริเริ่มเรียกเราว่าตุ๋ย ตอนนี้กลับเรียกเราฉ่อง ปัจจุบันยังมีเพื่อนแค่ 2 คนที่เรียกเราว่าตุ๋ย คนแรกคือ ไอ้เต้ ที่เรียนคณะเดียวกับเรา แต่ภาคอินเตอร์ ส่วนอีกคนคือ ไอ้กัน (ชื่อเล่นเต็มๆ คือ ภู่กัน) ไอ้กันเป็นคนที่เราแนะนำวง Oasis ให้เรารู้จักตอน ม.2 แถมตอนปีใหม่มันยังซื้อเทปชุด SHINE ของวง LUNA SEA ให้เราด้วย แต่พอขึ้น ม.ปลาย ก็แทบไม่ได้คุยกันเลย ล่าสุดได้ยินว่ามันไปเอาดีทางด้านดีเจสแครชแผ่น แต่ตอนนี้ไม่รู้มันไปอยู่ไหนแล้ว

ตอนเรียนมัธยมก็จัดเป็นเด็กดีคนนึง ปีนึงถูกอาจารย์ดุไม่เกิน 2 ครั้ง (และส่วนใหญ่มักถูกดุด้วยความใจผิด เช่น ไอ้ข้างๆ มันชวนคุย แต่คนถูกด่ากลายเป็นเรา) เพราะงั้นอาจารย์ก็เลยมักจะจำเราไม่ได้ (ฮา) นอกจากนั้นก็อาจจะจัดเป็นเด็กเรียนเก่งด้วยมั้ง เพราะได้บัตรเกียรติยศเรียนดีทุกปี (ยกเว้น ม.4 ตอนนั้นเกรดตก เพราะเข้าสายวิทย์ปีแรก ปรับตัวไม่ทัน และโง่ฟิสิกส์อย่างรุนแรงจนถึงปัจจุบัน) วิชาได้ท็อปเป็นประจำคือ ภาษาไทย, พุทธศาสนา และสุขศึกษา โดยเฉพาะวิชาหลังนี้เคยได้ท็อประดับชั้นด้วย ในหัวข้อ “กามโรค” (ก็เลยถูกแซวไปเป็นอาทิตย์) แรกๆ ตั้งใจจะเอนท์เข้าหมอ ไม่ก็ทันตะ ด้วยแรงปรารถนาของพ่อแม่ ก็เลยเรียนพิเศษเยอะมาก เรียนเยอะสุดคือ 6 วันต่อสัปดาห์ เรียนนานสุดก็ 10 ชั่วโมงติดต่อกัน (กูทำไปได้ยังไง) สิริรวมแล้วจบ ม.ปลายมาด้วย GPA 3.69 ซึ่งถือว่าไม่เยอะสำหรับเด็กสาธิตจุฬา แต่ GPA นั้นก็ไม่ได้มีค่าอันใดเลย เนื่องจากเข้ามหาลัยด้วยการสอบตรง ซึ่งเค้าไม่ใช้ GPA (อ้าว!)

สมัย ม.ปลาย มีเพื่อนเยอะพอประมาณ แต่ไม่รู้สึกสนิทกับใครจริงๆ เลย เวลาพักกลางวันเพื่อนผู้ชายคนอื่นเขาลงไปเตะบอล เราก็นั่งเสียบ discman ฟังอยู่ในห้อง แล้วก็นั่งทำการบ้านเลขไป (เนื่องจากเรียนพิเศษทุกเย็น กลับบ้านก็ดึกแล้ว) จนตอน ม.6 ห้องสามนัดไปเที่ยวทะเลกัน ก่อนไปเราอกหักอย่างชิบหาย แถมยังทำแว่นตกทะเลตั้งแต่วันแรก เพื่อนๆ ก็เลยต้องช่วยกันลากกันจูงเวลาข้ามถนน (เราสั้นเยอะ ประมาณ 800) แถมยังไปช่วยกันลุ้นให้ใส่คอนท็อคเลนส์ได้ (แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ พี่คนขายเค้าบอกเราตาตี่เกินไป !?) ตกกลางคืนกินเหล้าไปเยอะ (คิดดูขนาดตอนเช้าฉี่ออกมาเป็นสีฟ้า เพราะกินแต่ BARCADI) เลยคิดอยากจะเดินลงทะเลฆ่าตัวตาย แต่ก็รอดมาได้ เพราะเพื่อนชวนคุยไปเรื่อยๆ ...ทุกวันนี้รู้สึกรักเพื่อนๆ ห้องสามมาก เสนอตัวเป็น PR ห้องอย่างเต็มใจและภาคภูมิ มีความสุขทุกครั้งเวลาที่โทรชวนเพื่อนๆ มาเลี้ยงห้องกัน



3. I don’t like the Drugs but the Drugs like Me

เค้าว่าเด็กผู้ชายทุกคนต้องเคยลองดูดบุหรี่ แต่ต้องยกเว้นเราไว้หนึ่งคน เราไม่เคยสูบบุหรี่ และไม่คิดจะสูบด้วย ไม่ใช่ว่าเป็นคนดีอะไรหรอก แต่เพราะพ่อเราสูบ เราก็เลยไม่อยากสูบ ทีนี้ก็เลยกลายเป็นโรคแพ้บุหรี่โดยไม่รู้ตัว (เพื่อนชอบหาว่ากระแดะ) แล้วมันก็เลยเป็นปัญหานิดหน่อยเวลาไปเที่ยวตามผับ แต่หลังๆ ไปปาร์ตี้บ่อยขึ้น เลยเริ่มชิน (ฮา)

ส่วนเหล้าก็เพิ่งมากินครั้งแรกตอน ม.6 เพราะอกหัก ตอนนั้นเข้าใจเลยว่าทำไมอกหักเพราะรักแป๋ว เอ๊ย! (นั่นเพลงวงซีเปีย) อกหักแล้วต้องกินเหล้า เพราะเราต้องทำให้ตัวเอง Unconscious ไง ตอนตื่นมันก็จะคิดแต่เรื่องนั้น ตอนหลับมันก็ยังคิดอยู่ดี แถมหลับก็หลับไม่ลง แต่เราก็ไม่ใช่คนชอบกินเหล้าหรอกนะ เพราะคออ่อนมากๆ จะกินก็เฉพาะตอนเทศกาลพิเศษ หรือ อกหักเนี่ยแหละ การเมาครั้งล่าสุดเกิดขึ้นมาต้นปีที่แล้ว ตอนไปงานบายเนียร์ ตั้งใจเมาเพื่อโทรไปประชดแฟน ให้เค้าเห็นใจ กลับมาคืนดีกับเรา ซึ่งก็ได้ผลนะ แต่สุดท้ายก็เลิกกันอยู่ดี (เพราะทนความตอแหลของมันไม่ได้) คืนนั้นกินไปเยอะมาก จนเดินเซ และฉี่ประมาณ 25 ครั้ง (ฮา) ตอนเข้านอนก็ยังสบายดี แต่ตื่นมามันคือ “นรก” ชัดๆ เพราะคลื่นไส้มาก ที่ซวยหนักคือ ตอนนั้นก็หิวมากด้วย แต่กินอะไรไม่ได้ กินเข้าไป มันก็จะออกมาทันที และยังพบว่าการ “บิวด์อ้วก” ตัวเองนี่เป็นอะไรที่น่าทุเรศสิ้นดี จากนั้นมาเลยสาบานกับตัวเองว่าจะไม่เมาขนาดนี้อีกแล้ว (คราวหน้าเราจะเมากัญชาประชดแฟน น่าจะขำขำดี)

วีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ของเราเมื่อปีที่แล้ว คือการไปผับคนเดียว (หมายถึงเวลามี event ดีเจมาเปิดแผ่นนะ) เคยอยากจะไปพวกนี้หลายทีแล้ว แต่ไม่กล้าไปคนเดียว เพื่อนที่ชอบอะไรแบบนี้ก็ไม่มี สาเหตุที่ตัดสินใจไปเพราะรู้สึกว่าตัวเองจะอยู่ในเมืองไทยอีกไม่นานแล้ว อะไรที่ยังไม่เคยทำก็ควรจะรีบทำซะ เพราะงั้นหลังจากไป Astra วันถัดมาเราก็เลยไปเดินหอศิลป์เป็นครั้งแรกเช่นกัน (ฮา) แต่พวกโมนาลิซ่า, โปเซดอน, คลีโอพัตรา ยังไม่คิดจะไปเร็วๆ นี้



4. I’m in Love with a Married Man

ตอน ม.6 เคยชอบผู้ชายคนนึง ไม่รู้จะเรียกชอบได้มั้ย เรียกว่ามีความรู้สึกดีๆ ดีกว่า เรื่องเกิดขึ้นว่าหลังจากอกหักอย่างเสียสติ (จากแฟนผู้หญิง) เพื่อนคนนี้ (สมมติว่าชื่อ A แล้วกัน) ก็คอยเป็นที่ปรีกษา เป็นเพื่อนคุย เป็นที่รองรับความเสียสติของเรา และเป็นหลายๆ อย่าง ตอนนั้น A ก็ทะเลาะกับแฟนพอดี (แฟนของ A เป็นผู้หญิงเช่นกัน) เราสองคนก็เลยยิ่งสนิทกัน นัดกินข้าวกัน ออกไปดูหนังด้วยกัน โทรคุยกัน (เช่น อยู่ดีๆ A โทรมาหาเราตอนตีสี่ เป็นต้น) เรารู้สึกดีมากเวลาอยู่กับเขา ถึงขนาดเพ้อเจ้อว่าอยากให้เขาเอนท์เข้ามหาลัยเดียวกับเรา และก็ยอมทำอะไรหลายๆ อย่างให้เขา แต่หลังๆ เรารู้สึกว่า A ไม่ได้เห็นถึงคุณค่าหรือความสำคัญในสิ่งที่เราทำให้เขาเลย และในที่สุด A ก็กลับไปคืนดีกับแฟน

ทุกวันนี้เรามองย้อนกลับไปห้วงเวลานั้น เรารู้สึกว่ามันเหมือนภาพเบลอๆ กึ่งจริงกึ่งฝัน อาจจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่จริงก็ได้ ...เราไม่ได้รู้สึกผิด รู้สึกไม่ดี หรือรู้สึกขยะแขยงกับเรื่องราวเหล่านั้น เรามองว่ามันเป็นประสบการณ์ดีๆ ที่ชีวิตนี้คงไม่ได้พบเจอกับมันอีกแล้ว

ทุกวันนี้เรากับ A ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม เราอาจคุยกันน้อยลง แต่ก็ยังรู้สึกว่าเราสองคนยังคอนเน็คกันได้ ล่าสุดที่คุยกัน A เลิกกับแฟนคนนั้นแล้ว หลังจากคบกันมาเกือบ 4 ปี (และโอกาสทององเราก็จะกลับมาอีกครั้ง ...เอ๊ย! ไม่ใช่)



5. First Love, Last Love

ผมไม่เคยรักใครมา 4 ปีแล้ว ความรักของผมเกิดขึ้นครั้งเดียวเท่านั้นกับแฟนตอน ม.6 (ย้ำอีกทีว่าเป็นผู้หญิง แหะๆ) ผมมีแฟนครั้งแรก ตอน ม.2 และอีกทีตอน ม.3 แต่ผมไม่รู้สึกถึงคำว่ารักแม้แต่ปลายผิวของมัน (แหม ก็เด็กซะขนาดนั้น) หลังจากแฟน ตอน ม.6 ผมก็มีแฟนอีก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกรักเหมือนกัน อย่างมากก็คือ “ชอบ” ผมเคยพูดกับเจนดำว่า “เป็นแฟนกัน ก็ไม่จำเป็นว่าต้องรักกันนะ” เจนดำโกรธผมมาก แถมยังด่าผมด้วย ผมก็เลยรู้ได้ว่าผู้หญิงกับผู้ชายคิดต่างกันมากเพียงใด ผู้ชายมีนิสัยเสียคือพูดคำว่ารักได้อย่างง่ายดาย (อย่างเช่น เวลาวางโทรศัพท์แล้วพูดว่า “เออ รักนะ”) หลังๆ มาเลยพยายามหลีกเลี่ยงการพูดคำนี้อย่างพร่ำเพรื่อ หรือไม่ก็ “ไม่ได้รักเธอหรอกนะ แต่รักการมีอยู่ของเธอ” (ไม่สงวนลิขสิทธิ์ เอาไปใช้ต่อได้ตามสะดวก)

ถ้าถามว่ารักคืออะไร ก็ยังตอบไม่ได้อยู่ดี ตอนที่รู้สึกรักเค้า ก็ไม่ใช่ความรู้สึกยิ่งใหญ่แบบเสียสละให้ได้ทุกอย่าง ประเภทเข้าไปกระโดดขวางรถ หรือยอมยกให้ไตข้างนึง แต่มารู้ว่ารักเขามาก ตอนที่เขาเริ่มหายไปจากชีวิตเรา และรู้สึกว่าเรารักเขาจริงๆ เมื่อเขาบอกว่าเขาไม่ได้รักเราแล้ว มันเจ็บปวดมากเพราะเรายังรักเขาอยู่ เพราะเรายังรู้สึกกับเขาเหมือนเดิมทุกอย่าง เราถึงขนาดคิดว่าภายใน 1 ปี หลังจากที่เขาบอกเลิกเรา เราพร้อมจะกลับไปเริ่มต้นใหม่กับเขาเสมอ แต่เขาก็ไม่เคยกลับมา …จนถึงทุกวันนี้เราไม่ได้รับโทรศัพท์เขามาเกือบ 4 ปีแล้ว อาจเป็นความรู้สึกหลายอย่างปนเปกัน ทั้งโกรธ กลัว น้อยใจ ไม่กล้า แต่ถ้าถามว่ายังรักมั้ย ก็คิดว่ามันไม่ใช่ความรักแล้ว มันคงเหลือแต่ “ความรู้สึก”

แต่อย่างน้อยก็ดีใจที่เกิดมาครั้งนึงก็เคยรักใครกับเขาบ้าง ถึงแม้เขาอาจจะไม่เคยรักเราก็ตาม (ก็อปมาจากนิยาย Murakami เห็นๆ)



ข้อ 6 (แถม)
ทุกหัวข้อที่เป็นภาษาอังกฤษเป็นชื่อหนัง ไม่ก็ชื่อเพลง






ผมขอ tag ต่อ 5 คนนี้นะครับ (กว่าจะหาครบเลือดตาแทบประเด็น)

1. พี่แนน
พี่สาวแสนดี ที่แม้จะสวยปานกลาง แต่ใจสู้ อุตส่าห์ทนถึก คบกับเรามาได้ร่วม 5 ปี มีความฝันร่วมกันว่าภายในชาตินี้ต้องไปญี่ปุ่นด้วยกันให้ได้

2. เป้
เพื่อนออนไลน์ ที่มีเรื่องรักๆ ใคร่ๆ สไตล์หนังทริลเลอร์ฝรั่งเศส มาเล่าสู่กันฟังเสมอ

3. อีน้องก่อ
รุ่นน้องนักวิจารณ์อันดับหนึ่งที่น่าจับตามองที่สุดของประเทศไทย (แน่นอน กูประชด)

4. คุณหมีเพนกวิน
สหายร่วมโลกไซเบอร์ที่แวะมาเยี่ยมเยียนอยู่เสมอ

5. คุณ estrella
สาวเปรี้ยวที่นัดเต้นกันตอนปีใหม่ แต่เสือกเกิดเหตุระเบิด 8 จุดเสียก่อน เลยแห้ว



Create Date : 09 มกราคม 2550
Last Update : 9 มกราคม 2550 2:40:00 น. 53 comments
Counter : 743 Pageviews.

 
ว้า..โดนเข้าให้เสียละ พึ่งไปอ่านบลอกพี่ปุ่นมาเองแต่เป้พึ่งอัพนไดไปเองยังไม่เห็น TAG ของน้องเม่อ เดี่ยว ไว้ซัก1-2วันจะมา TAG นะจ๊ะ เรียบร้อยวันไหนจะแจ้งนะ


โดย: เป้ IP: 58.9.82.59 วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:3:54:43 น.  

 
ตอนแรกว่าจะ Tag บล็อกนี้เหมือนกัน
แต่คิดแล้วว่าคนเสน่ห์แรงแบบนี้
ต้องมีคน Tag มาเยอะแยะอยู่แล้น

ชั้นร้องไห้ง่ายกว่าที่เธอคิดอีก
ไม่อยากบอกเลยว่าดู Home Alone ยังร้องไห้เลย
แค่คิดว่าเด็กมันถูกทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียวในวันคริสต์มาสน่ะ
ชั้นก็เศร้าแล้ว
แล้วก็ชอบร้องไห้กับหนังที่ไม่น่าจะร้องไห้ด้วย

ป.ล.ยังรู้สึก Absurd อยู่


โดย: grappa วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:6:34:26 น.  

 
ลืมบอกไปว่า ตอนอ่านบล็อกนี้ใหม่ๆ
ที่พูดถึงหนังหว่องคาร์ไว เรื่องหนึ่ง
แล้วที่บอกว่ามี Miss Called ของแฟนเก่าเข้ามาน่ะ
ตอนนั้นชั้นยังคิดว่าแฟนเก่าเธอน่าจะเป็นผู้ชายเลย
แต่พอไปกดอมยิ้ม ข้อมูลอันหนึ่งบอกว่า
( เคย) ชื่นชอบบอลลูน
ชั้นก็สงสัยในเพศสภาพเธอครามครัน
5555 +


โดย: grappa วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:6:44:23 น.  

 
ถ้าเป็นเราหรือเด็กคนอื่นคงเอานิ้วล้วนๆแหย่แล้ว แต่คุณเมอนี่ท่าทางฉลาดแต่เด็ก ดันเอาทองแดงไปแหย่((หนักกว่าเดิม))

เป็นนักรักเหมือนกันนะนิ

อยากลองเป็นผู้ชายซัก2-3ปี((เอาช่วงม.ปลาย))

ส่วนไปเที่ยวผับคนเดียว อันนี้ก็น่าลองงิ หุหุ


โดย: สุด IP: 58.8.45.49 วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:7:24:55 น.  

 
อ่ะจ๊าก ถูก tag แล้ว ทำไงดี
โดนแทงๆๆ

เรานิวบี้ เรื่อง blog อ่ะ
มีตัวช่วยมะ

งึมๆๆ


โดย: งงๆอยู่ (estrella ) วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:8:33:28 น.  

 
เข้ามาอ่าน...ขำขำดี...555...


โดย: cascade วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:9:06:35 น.  

 
คิดเหมือนพี่ grappa เลยว่าบล็อกคุณเมอร์ต้องโดน Tag ตรึม อาทิตย์หน้าก็คงเลิกฮิตแล้วมั้ง เพราะว่าโดน Tag กันหมดแล้ว บล็อกที่ยังไม่โดน Tag ก็จะเท่มาก เหมือนเรื่องหมานครยังไงไม่รู้


โดย: strawberry machine gun วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:9:14:15 น.  

 
เพิ่งมีพี่คนนึงส่งแทกมาให้


รอบล๊อกหน้า


เขียนแน่นอน


โดย: PADAPA--DOO วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:10:35:12 น.  

 
555 ข้อ4 นี่ยังไง


โดย: เอนนิสเดลมาร์ IP: 58.8.122.208 วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:11:01:46 น.  

 
อ่านข้อเขียนของคุณมานาน

รู้สึกสับสนเหมือนคุณ grappa ครับเนี่ย


โดย: Oakyman วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:11:03:56 น.  

 
ตอนเรียนปี 1 เคยเอาซองบุหรี่ของเพื่อนไปทิ้งถังขยะเพราะว่าเกลียดบุหรี่มากและก็ไม่อยากให้มันสูบ ทำไมต้องสูบด้วย ฉันรักแกนะ อย่าสูบเลย เชื่อฉันดิ

แต่ต่อมาอีก 4 ปี เราก็ลองดูดบุหรี่เป็นครั้งแรก เพราะอยากรู้อยากเห็น ไม่มีใครชวนหรือแอบใจแตกแต่อย่างใด แค่อยากรู้จริง ๆ ว่าสูบแล้วมันเป็นยังไง มันก็ไม่เห็นจะมี HERE อะไรเลย ก็ดูเท่ห์ดี เพียงแต่เราแพ้ควันบุหรี่เท่านั้นเอง เวลาไปเที่ยวสถานบังเทิงเริงรมย์อะไร พอเวลากลับมามักจะเป็นต่อมทอนซิลอักเสบหรือคออักเสบประจำ ก็เลยทำให้เราพยายามหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีควันบุหรี่เยอะ ๆ เหล้าก็กินไม่ได้ ไม่ใช่เพราะกินไม่เป็น แต่เป็นโรคใจสั่น และเคยเป็นโรคกระเพาะมาก่อน ก็ไม่รู้จะทำร้ายตัวเองไปทำไม

แต่อ่านข้อ 4. ของน้องเมอแล้วหัวใจจะวาย เห็นหัวข้อแล้วตกใจม๊ากกกกค่ะ กะจะเข้ามาบอกว่าอย่าไปยุ่งกับคนที่มีเจ้าของเลยนะคะ ผิดศีลค่ะ แนะนำว่าหาใหม่เลยดีกว่า ถ้าน้องเมออยากมีสุขภาพดี พี่ขอแนะนำให้ดื่ม "น้ำฝรั่ง" ค่ะ


โดย: black forest IP: 125.24.171.60 วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:11:55:33 น.  

 
สวัสดีคันฉ่อง (อิฉันนึกไปถึงคันฉ่องวารีฉายาของสุมาเต็กโช เวอร์ชั่นหงสาจอมราชันย์เหลือเกิน)

ตอนเด็กไม่เคยคิดดูบุหรี่น่ะ

พึ่งมาดูดบุหรี่เป็นตอนปีสองเพราะดันไปเห็น "เธอ" (เออ คนนั้นแหละ) ซบไหล่ผู้ชายกันอย่างกระหนุงกระหนิง เอาแล้วไงกู รักคนมีเจ้าของเสียแล้ว โอ้วโลกทั้งใบเศร้าหมอง อารมณ์ขุ่นมัว ลองนั่งดูดบุหรี่ เอ่ทำไมไม่เห็นมันเป็นอะไรเลยว่ะ แถมยังไอเพราะเจ็บคออีก

กว่าจะดูดเป็นก็หลายครั้งต่อมา ครั้งแรกที่ดูดเป็น โอ้ว โลกมันหมุน 555

มาจนถึงทุกวันนี้ก็ดูดบ้าง ไม่ติดน่ะเพราะไม่อยากติด ก็ดูดเฉพาะเวลาไปกินเหล้า (3-4 ปีมานี้พี่ไม่กินเหล้าเลย เน้นผลาญมิกเซอร์อย่างเดียว) แต่อยู่เชียงใหม่ช่วงที่ผ่านมานี้ดูดทุกวันเลยว่ะ

ไถคนอื่นโลด (เลวจริง ๆ )

เมื่อคืนพี่พึ่งนึกออกว่ายังมีเรื่องที่อยากเล่าอีกสองเรื่อง 555 คือ

1. พี่ดองเคยเมาแล้วขับ (อยู่ปีหนึ่งยังกินเหล้าอยู่ ตอนนี้เบื่อล่ะ) ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไปซื้อสตาร์ซอคเกอร์ที่หน้า มช. โอ้ว เพลงมอไซค์ของอวสานฯเป็นไง พี่เป็นแบบนั้นเลย วูบไปวูบมา

ดีที่รอด

2. ชื่อดอง ไม่ใช่ชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้ แต่เป็นชื่อที่เพื่อน ๆ แซว โดยพวกมันเอามาจากชื่อหมีแพนด้าที่มาทัวร์เมืองไทย (ปีจำไม่ได้แล้ว รู้แต่ว่าอยู่ ป.5) แรก ๆ ก็โกรธ ผ่านไปสักอาทิตย์อาจารย์เริ่มเล่นด้วย (อ้าวครูบาอาจารย์มีอย่างที่ไหน แซวนักเรียนว่าหน้าเหมือนหมีแพนด้าดองดอง)

ตั้งแต่นั้นมาเพื่อนก็เลยเรียนดองมาตลอด มารับน้องมหาลัยจะไปใช้ชื่อจริงที่พ่อแม่ตั้งให้ก็กระดากปาก ก็เลยใช้ดองมาจนถึงทุกวันนี้

ส่วนชื่อจริงชื่ออะไร ไม่บอกหรอก อิอิ


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:16:11:39 น.  

 
๕๕๕ ผงะกับรูปไปเล็กน้อย

และขอบอกว่า"สับสน"ด้วยคน
ตอนอ่านข้อเขียนแรก(all about lily chou-chou)
กับบล็อกหลังๆนี่คนละคนกันชัดๆ


โดย: ลูกหนอน. วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:17:21:39 น.  

 
สวัสดีปีหมู ขอให้ปัญหาทุก ๆ อย่างกลายเป็นเรื่องหมู ๆ นะครับ

tag ลูกโซ่


โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:17:27:19 น.  

 
อย่าหาว่าฉันเชยเลยนะ แต่ฉันต้องทำยังไงต่อเนี่ย !!?? ไอ้แท๊ก เทิ๊กเนี่ย


โดย: ป้าแนน IP: 202.5.87.133 วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:18:55:16 น.  

 
อืม...เพิ่งรู้ว่าเค้ามีเล่นอะไรอย่างนี้กันด้วย


โดย: KjkGs IP: 58.136.62.250 วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:21:30:43 น.  

 
ตอนแรกว่าจะ tag estrella เหมือนกัน แต่มาเห็นบล๊อกคุณเมอร์ก่อนนะ

อ่านสนุกจังเลย แหมจะยาวกว่า blogtag ปกติทั่วไป

อืม ส่วนตัวที่เจอ ไม่เห็นช.บอกรักง่ายเลยสักคน


โดย: DropAtearInMyWineGlass วันที่: 9 มกราคม 2550 เวลา:23:49:08 น.  

 
เป้เขียนเรียบร้อยแล้วนะจี TAG ไรนั้นอะ


โดย: เป้ IP: 58.9.83.153 วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:1:35:56 น.  

 

เฉลยก่อนว่า ชื่อหัวข้อแต่ละอัน มาจากไหนบ้าง

My Story = อัลบั้มของ Ayumi Hamasaki

The Childhood’s Day = หนังญี่ปุ่นเรื่อง Takeshi: The Childhood Day (ยังไม่เคยดู)

And I Was a Boy from School = ชื่อเพลงของวง Hot Chip

I don’t like the Drugs but the Drugs like Me = ชื่อเพลงของ Marilyn Manson

I’m in Love with a Married Man = ชื่อเพลงของวง Pet Shop Boys (อยู่ชุด DISCO 3)

First Love, Last Love = First Love ชื่อเพลงของ Utada Hikaru, ชื่อหนังญี่ปุ่นสักเรื่องนั่นแหละ

-------------------------

หลังปีใหม่มา 9 วัน ดูหนัง (แผ่น) ไปทั้งหมด 18 เรื่อง

01. Canary (2005, Akihiko Shiota, A-)

02. Shara (2003, Naomi Kawase, A+++++)
ขอกราบตีนตากล้องหนังเรื่องนี้ ฉากสุดท้ายเค้าทำแบบนั้นได้ยังไง

03. Su-ki-da (2005, Hiroshi Ishikawa, A++++++)
หนังเปลี่ยนชีวิตเรื่องล่าสุด

04. Howl’s Moving Castle (2004, Hayao Miyazaki, A-)
เป้นหนังที่ยุ่งเหยิงและวุ่นวายมากที่สุดของมิยาซากิ

05. 69 (2004, Lee Sang-il, B+)

06. The World (2004, Jia Zhangke, A+)
ลาก่อนจางอี้โหมว ...เราดูหนังเจี่ยจางเคอะ แทนก็ได้

07. Star Reformers (2006, Hiroshi Nishitani, A)

08. Scarlet Desire (2001, อนุชา บุญยวรรธนะ, B-)

09. Boy’s Love (2006, อนุชา บุญยวรรธนะ, A)

10. The Sun Lover (2006, อนุชา บุญยวรรธนะ, A-)

11. ตามสายน้ำ (Down the River) (2004, อนุชา บุญยวรรธนะ, A+)

12. Where is My Friend’s Home? (1987, Abbas Kiarostami, A-)

13. And Life Goes On… (1992, Abbas Kiarostami, A)

14. Through the Olive Trees (1994, Abbas Kiarostami, A-)

15. Rocky 3 (1982, Sylvester Stallone, B)

16. The Story of Qui Ju (1992, Zhang Yimou, A+)

17. Not One Less (1999, Zhang Yimou, B+)

18. Weekend (1967, Jean-Luc Goddard, A+++++)
ขอกราบตีนโกดาร์ สำหรับฉากรถติดในหนังเรื่องนี้

-------------------------

DVD เรื่อง Right Now ของ Benoit Jacquot มีขายในบ้านเราแล้ว ผม คุณเต้ และคุณแมดเดอลีน ชอบหนังเรื่องนี้กันมากๆ (ได้ดูในเทศกาลบางกอกฟิล์มปี 2005)

หนังเรื่องนี้ถ่ายขาวดำตลอดเรื่อง ซึ่งนั่นก็เป็นจุดที่ดีมากของหนัง เพราะภาพขาวดำทำให้ "แววตา" ของนางเอกเป็นสิ่งมหัศจรรย์มากๆ




โดย: merveillesxx วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:1:38:55 น.  

 

ตอบ พี่ grappa

เราชอบหนังเรื่อง Home Alone มากเลย (เฉพาะภาค 1 และ 2) เป็นหนังที่ดูซ้ำไม่ต่ำกว่า 5 รอบ เพราะทุกคริสต์มาส ช่อง 7 มันต้องเอามาฉาย (เรื่องนี้ยอมดูพากย์ไทย) ดูทีไรก็มีความสุข หนังมันสนุกดี พระเอกก็น่ารักมาก (ในตอนนั้นนะ)

ดู Home Alone แล้วไม่ร้องไห้อ่ะ แต่ The Road Home นี่ร้องมากมาย เป็นถังเลย (จางจื่ออี๋เปี๊ยนไป๋เยอะจิงๆ)

แล้วตกลงหายสงสัยในเพศสภาพของหนูรึยังเคอะเนี่ย อิอิ



ตอบ สุด

เป็นนักรักกับนักทำรัก อันไหนดีกว่ากันอ่ะ



ตอบ คุณ estrella

เอ่อ...ตกลงหายงงอ๊ะยังเนี่ย เรื่องอายุไม่เป็นอุปสรรคกับการเล่นบล็อกแท็กนา (อุ๊บส์)



ตอบ strawberry machine gun

ใช่แล้ว ตอนนี้ถ้าใครยังไม่ถูก tag ถือว่าเป็นคนที่เก๋ที่สุดในจักรวาล



ตอบ พี่ black forest

ฮ่าๆๆๆๆ ขอบคุณที่ช่วยแนะนำ "น้ำฝรั่ง" นะจ๊ะ แต่ตอนนี้หนูอยากกิน "น้ำแตงโม" มากกว่าอ่ะจ้ะ



ตอบ พี่ I will see U in the next life.

จริงๆ แล้วชื่อคันฉ่องนี้มาจาก "พระมหาเถรคันฉ่อง" น่ะ เรียนในวิชาสังคม ป.5 แต่คนนี้เป็นใคร หรือมีบทบาทอะไรในประวัติศาสตร์ ข้าพเจ้าก็จำไม่ได้แล้ว (ขี้เกียจไปกวนพี่วิกกี้ กะพี่กูเกิ้ล)


โดย: merveillesxx วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:2:29:09 น.  

 
เคยบ้า G-SHOCK กับ BABY-G เหมือนกันนะ

ตอนเด็กๆ อยากได้มาก เลยขอพ่อกับแม่ แต่ท่านๆ ไม่เล่นด้วย -_-"

ทีนี้ก็เลยเก็บเงินวันละ 70 บาท เป็นเวลานานพอที่จะซื้อได้ ติดต่อกันทุกวัน จนสามารถซื้อไ้ด้ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังมีตารางเขียนเสร็จสรรพเรียบร้อยว่าวันไหนจะเก็บเท่าไหร่ ยังไง วันไหนจะไปซื้อ

บ้าบอคอแตกขนาดหนักถึงขั้นมีโฆษณา G-SHOCK กับ BABY-G ทุกชิ้น ตัดเก็บใส่แฟ้มไว้ และมีแคตตาล็อคเกือบทุกคอลเลคชั่น จนถึงทุกวันนี้ก็ยังเก็บกระดาษพวกนั้นเอาไว้เป็นอนุสรณ์

หนักกว่านั้น เคยมีพร้อมกัน 4 เรือน เอาไว้ใส่ไปโรงเรียนให้ไม่ซ้ำในแต่ละวัน(เพื่ออะไร???) แต่เดี๋ยวนี้นาฬิกาพวกนั้นพลาสติคกรอบหมดแล้ว

อีกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นคนแรกในโรงเรียนที่ใส่ G-SHOCK

สมัยนั้น ปญอ. มากๆ (ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ครับ)

ทำไปได้
-_-"

ปล. ส่วนตอนนี้ใส่นาฬิกาของแถมที่ลูกค้าให้มาฟรี


โดย: BAYROCKU วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:5:17:56 น.  

 



The Angelina Jolie Code

ภาพวาดชวนพิศวงของ "แองเจลินา โจลี"ที่วิพากษ์กันทั้งโลก
http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9500000002123

โปรดสังเกต มีทั้ง Coco-Cola และ McDonald

ศิลปินเจ้าของรูปนี้คือ Kate Kretz

http://www.katekretz.com
http://katekretz.blogspot.com/


โดย: merveillesxx IP: 161.200.255.162 วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:15:17:20 น.  

 
ยินดี้ด้วย ได้แทกกับเค้าแล้ว อิอิ จะแทคทียังมานั่งวิเคราะห์แทก ช่าง "เมอ" จริงๆ ต่อไไปนี้ ใครวิเคราะห์อะไร ซํบซ้อนเกินพิกัด จะเรียกว่า โอ ดู "เมอ" มากๆอิอิ


โดย: เบิ้ล IP: 124.120.78.171 วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:16:10:25 น.  

 
วิ้ว :)

ทำไมทำมา คนที่ถูกนิยมโดยคนที่เรานิยม ก็มักจะมีอะไรคล้าย ๆ กับคนที่เรานิยมอยู่

โลกทุกวันนี้ เราสามารถรู้จักและคบกับคน ตาม "ความสนใจ" ได้ ข้ามข้อจำกัดเรื่องภูมิศาสตร์

วิ้ว~


โดย: bact' IP: 58.8.3.151 วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:18:15:54 น.  

 
เห็นแล้วอยากทำblog อ่ะ อยากโดน tag มั่งจังสนุกดี

ประโยคนั้นเอามาจากหนังสือมุราคามิเรื่องอะไรเหรอคะ?? เผอิญว่าไม่ค่อยคุ้น

อยากดูเรื่องsu-ki-da อ่ะ หนูว่าที่พี่เมอร์ดูอินเพราะว่าตัวละครในเรื่องอายุ 17 เท่าพี่เมอร์ ตอนกะลังhurt เลยอ่ะ

หนูมีแฟนคนแรกตอน ม.2 และอีกคนตอนม.3 แบบพี่เด๊ะ แต่เป็นรุ่นพี่แล้วก็จบไม่ค่อยสวยเอาซะเลย

ตอนนี้อยู่ ม.6 อ่านแล้วเข้าใจความรู้สึกพี่มากๆ



โดย: โทยะ อากิระ IP: 124.121.33.13 วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:23:36:20 น.  

 
สวัสดีครับ โรเจอร์ อีดอก
เราก็นึกว่าเล่มนี้จะเจอโรเจอร์ในไบโอเหมือนกัน จะได้ให้ four thumb up เลย (ให้หมดเท่าที่มี... อิอิ)

*ข้อสงสัย
การหลับตาขณะถ่ายรูป คุณมองเห็นอะไร


โดย: visuallyyours IP: 58.8.99.211 วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:0:53:30 น.  

 
>> ม.4 ตอนนั้นเกรดตก เพราะเข้าสายวิทย์ปีแรก ปรับตัวไม่ทัน และโง่ฟิสิกส์อย่างรุนแรงจนถึงปัจจุบัน

อ่านมาถึงประโยคนี้ แล้วแอบรู้สึกสะดุดกับคำว่า "ปรับตัวไม่ทัน" เล็กน้อยถึงปานกลาง เพราะรู้สึกว่า คำนี้จะเป็น "ข้ออ้างยอดฮิต" ของการได้เกรดน้อยนะจ๊ะ อิอิ

ป.ล. ประมาณเดือนที่แล้ว เพิ่งโต้เถียงกับรุ่นพี่คณะคนหนึ่ง ว่าทำไม นักเรียนส่วนใหญ่ถึงได้เกรดวิชาฟิสิกส์ตอนปี 1 นิดน้อย ต่ำต้อยกันน้า? (เหอๆ อันที่จริง ข้าพเจ้าก็เป็นหนึ่งในนั้น 555)

ตอนแรกข้าพเจ้าก็พูดแบบน้องเมอร์นั่นแหละ ว่า มันคงเป็นเพราะนักเรียนส่วนใหญ่ยังปรับตัวกับการเรียนในมหา'ลัยไม่ได้ - ไม่คุ้นชินกับการตอบข้อสอบแบบอัตนัย - และยังไม่เข้าใจคอนเซ็ปต์การทำโจทย์ประยุกต์สิบชั้น ยี่สิบชั้นกระมัง

แต่แล้ว รุ่นพี่คนนั้นกลับสวนขึ้นมาทันควันว่า "ไม่จริงม้างง ถ้าปรับตัวไม่ทัน มันก็ต้องปรับตัวไม่ทันทุกวิชาสิ แล้วนี่ทำไมวิชาอื่นยังได้เกรดดีอยู่ล่ะ ไม่เห็นได้เกรดน้อยเหมือนวิชาฟิสิกส์เลย? แล้วที่บอกว่าฟิสิกส์ปี 1 เป็นวิชาประยุกต์ก็โกหกทั้งเพ จริงๆ มันเป็นวิชาท่องจำต่างหาก แค่ท่องๆๆๆ ตามที่อ.สอน ก็ทำได้แล้ว แกอ่ะมั่วสุดๆ ได้เกรดน้อยแล้วยังจะมั่ว แถหาเหตุผลไปเรื่อย แย่ๆๆๆ ..อ้อๆ แล้วอีกอย่าง ตอนมัธยมฯ แกไม่เคยสอบแบบอัตนัยหรือไง ถึงไม่คุ้นชินกับข้อสอบแบบนี้ ไอ้ลิงโง่!"

ได้ยินอย่างงั้นก็อึ้งสิครับ
แต่พอเอามาลองตรองๆ ดู จะว่าไป สิ่งที่รุ่นพี่คนนั้นว่ามา ก็น่าจะถูกเกือบทั้งหมด

เพราะอันที่จริง ข้อสอบฟิสิกส์ตอนปี 1 มันไม่ได้ยากอะไรเล้ย - แนวข้อสอบก็เอามาจากโจทย์ตอนเรียนทั้งน้าน แค่ท่องๆ แล้วไปสอบยังทำได้เลย แถมอ.ยังใบ้ๆ ว่าหนังสือเล่มไหนจะเอามาออกข้อสอบอีกด้วย (ง่ายยิ่งกว่าข้อสอบเอ็นท์เสียอีก จริงๆ นะ) แล้วแบบนี้ มันจะเกี่ยวอะไรกับการปรับตัวไม่ทัน - ไม่คุ้นชินกับข้อสอบพลิกแพลงสิบชั้น ยี่สิบชั้นหว่า??
เหตุผลจริงๆ ที่นักเรียนส่วนใหญ่ทำไม่ได้ น่าจะเป็นเพราะ ขี้เกียจ / ประมาท / เหลิง (คิดว่าตัวเองทำได้อยู่แล้ว) มากกว่า 555

ป.ล.2 อย่างไรก็ดี จวบจนถึงปัจจุบันนี้ นร.ส่วนใหญ่ที่ขณะข้าพเจ้า ก็ยังคงได้คะแนนวิชาฟิสิกส์ตอนปี 1 น้อยอยู่ดี 555 (Mean มักอยู่ในช่วง 30-35 จาก 100 ตลอด เหอๆ) ...ช่างแตกต่างจากวิชา Calculus มากๆ เพราะวิชานั้น mean สูงมาก บางครั้งสูงถึง 37 จาก 40 แน่ะ)


โดย: it ซียู IP: 125.24.221.114 วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:7:56:17 น.  

 
* แก้คำผิด จาก นร.ส่วนใหญ่ที่ขณะข้าพเจ้า
เป็น นร.ส่วนใหญ่ที่คณะข้าพเจ้า


โดย: it ซียู IP: 125.24.221.114 วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:8:02:23 น.  

 
อ่ะน่ะถ้ามีโอกาสเจอกันจะเอาแตงกวาไปให้กิน
เย้สุดท้านเมอร์ก็รู้ใจตัวเองว่าชอบ.......

เมอร์เราจะมาแก้แค้น โดยการ tag นายกลับนั่นเอง เย่ เย่


โดย: penguinbear (penguin_bear ) วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:9:30:34 น.  

 
แต่ตอนนี้ยังไม่พร้อม tag น่ะ เพราะต้องไปงานรับปริญญาเพื่อนที่ ราม ก่อน เดี๋ยวกลับมาชำระความ


โดย: penguinbear (penguin_bear ) วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:9:49:16 น.  

 
โอ้..อ่านแล้วเข้าใจและรู้จักเพิ่มขึ้นจริงๆ ด้วย

สุดยอดเลยค่ะ



เราจะอัพของเราบ่ายนี้

ทำไงดีวะเนี่ย

คนอยากแท็ก โดนไปหมดแล้วเนี่ย


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:14:02:31 น.  

 
เป็นนักรักที่ทำให้คนรัก ดีที่สุด ...

เราว่าเราตะบี้ตะบันดูแล้วนะ ยังไม่ถึง 18 เรื่องเลย o_O??
พระเจ้าจอร์จ


โดย: สุด IP: 58.8.46.36 วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:14:23:25 น.  

 
นี่ตัวเอง เค้าเขียนชำระความตัวเองแล้วนะ
รีบไปอ่านซะ

หายมึนแระ


โดย: estrella วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:18:55:11 น.  

 

ตอบ เบิ้ล

งั้นต่อไปเวลาเจอใครหล่อมากๆ เราจะบอกว่า "อุ๊ย คนนี้เบิ้ลจังเลย" อิอิ



ตอบ น้องโทยะ

เอ ตอนดู Su-ki-da ที่ไม่ทันคิดเลยแฮะเลยว่า ตัวละครในหนังอายุเท่าตัวพี่ ถ้าน้องไม่บอก พี่ก็คงไม่รู้สึก ฮ่าๆๆ

พี่ชอบ Su-ki-da ที่ความ style ของมันน่ะ หนังมันเก็บรายละเอียดที่ชาวบ้านเค้าไม่สนใจกัน

ล่าสุดพี่เพิ่งดู tokyo.sora หนังเรื่องที่แล้วของ ผกก. คนนี้ พี่ก็ชอบมาก กรี๊ดกลางตีสองเลย

ประโยคนั้น แปลงๆ มาจากที่พระเอก Norwegian Wood พูดไว้ไง "สิ่งที่ผมเรียนรู้จากการที่รักเธอมาตลอดก็คือ เธอไม่เคยรักผมเลย" (ประมาณนี้มั้ง)



ตอบ visuallyyours

ดีใจมากน่ะที่เต๋อเขียนอันนี้ เพราะเรากำลังทำรายงานเกี่ยวกับจางอี้โหมวพอดี (ในแง่หนัง neo-realism เรื่อง The Story of Qui Ju ไรงี้) แล้วส่วนใหญ่ข้อมูลเกี่ยวกับ ผกก. คนนี้มักจะอยู่ในแม็กเก่าๆ ขี้เกียจค้น

เราเบี้ยวไบโอมาสองเล่มแล้วล่ะ แหะๆ เล่มนี้ต้องส่งแล้ว



ตอบ it ซียู

มันก้คงเป้นข้ออ้างจริงๆ ล่ะมั้ง แต่ของเรา ตอนนั้นเราว่าอาจารย์สอนก็มีผลนะ เพราะหลังจากไปเรียนพิเศษ (อ.อุ๊ อ.เผ่า ไรงี้) เกรดเราก็กลับสู่สภาพเดิม หรือเพราะเรียนพิเศษมันแพงเลยตั้งใจวะ



ตอบ หมีเพนกวิน

>เย้สุดท้านเมอร์ก็รู้ใจตัวเองว่าชอบ...

เฮ้ย ห้ามพิมพ์คลุมเครือแบบนี้ดิ ตกลงเข้าใจว่าไงวะเนี่ย ฮ่าๆๆๆ



ตอบ สาวไกด์ใจซื่อ

ยินดีด้วยจ้ะ ที่หาคนแท็กได้แล้ว



ตอบ estrella

ไปอ่านมาแล้วจ้ะ น่าตื่นเต้นนะ มีประสบการณ์ถูกลวนลามด้วย อยากโดนมั่ง ฮ่าๆๆๆๆ


โดย: merveillesxx วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:2:06:08 น.  

 
มาอ่านเรื่องของคุณครับ เขียนได้ยาวดีจัง รู้จักขึ้นอีกเยอะ
ผมเพิ่งโดน tag ไป ยังไม่รู้เอาไงดี

su-ki-da ยังไม่ได้ดูครับ
ตอนดู tokyo.sora ผมยังก้ำกึ่งนะ มีส่วนที่ชอบมาก กับส่วนที่อึดอัดว่าจะเอาไงแน่
และรู้สึกว่าหนังมันแห้งแล้งยังไงชอบกล(เป็นความรู้สึกล้วนๆ)
คงต้องดู su-ki-da พิสูจน์อีกเรื่อง


โดย: แค่เพียงรู้สึกสุขใจ วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:5:32:14 น.  

 
ดีใจ ได้รู้จักกันมากขึ้นค่ะ

แรงไม่ใช่เล่นนะคะ 5 5 5สำหรับลวดทองแดงแหย่ปลั๊กไฟอ่ะ




โดย: renton_renton วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:7:13:43 น.  

 
อีต่อ แกลืมแฟนคนแรกแกสมัย ป. 1ได้ไงวะ (เราไง 555)จำไม่ได้ละดิ เพราะมันเป็นแค่การล้อของเด็ก ๆ (เป็นต้นว่า ไอ้จ้อย)

ชั้นพึ่งรู้นะเนี่ย ว่าตอนไปtrip ห้อง3 รอบนั้น แกกินเหล้าจนฉี่ฟ้า

หาแฟนตาโตๆ นะ ลูกแก(ถ้าแฟนแกเป็นหญิงละนะ)จะได้ใส่คอนแทคง่าย ๆ

ps. ใกล้จบปี4 (เป็นส่วนใหญ่) จะยังมีmeet ห้องมั๊ยเนี่ย อยากเจอเพื่อน ๆ อ่ะ (คราวก่อนไปไม่ได้ เซ็ง)


โดย: Nekoichann IP: 161.200.255.162 วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:7:21:44 น.  

 
โอ้ ตุ๋ยๆๆๆ ตายแร้นนน เพิ่งรู้นะคะ อีน้องคันฉ่องของเจ๊ ว่ามีคนเรียกแกว่าว่าตุ๋ยด้วย 5555 งั้นเอาไว้เจอกันอีเว้นท์หน้า เจ๊จะเรียกหนูว่า ตุ๋ยแล้วกันนะ กรั่กๆๆๆ น้องตุ๋ย


โดย: เมอี้ IP: 202.133.139.165 วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:9:25:02 น.  

 
SSA53461


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:11:20:04 น.  

 
เข้ามาตามลิ๊งก์ของบล๊อกแก๊งค์ครับ

พอเห็นเป็นของคุณเมอร์ ก้อกระหายรีบอ่านทันที เขียนดี ยอดเยี่ยม ตามมาตรฐาน อ่านสนุกมากครับ

ผมดูหนังน้อยครับ ชอบดูนะครับ แต่จะเครียดตอนไปส่งแผ่น เพราะปกติต้องไปสนามกีฬา กลับมาก็ดึก อีกอย่างร้านใกล้ๆบ้านไม่ค่อยนำหนังทันสมัยมาให้เช่า ส่วนใหญ่จะเป็นหนังพากย์ไทย เรื่องไปดูโรง ก็ขี้เกียจขับ ขี้เกียจจอด โฮะโฮะ ตอนออกกำลังกาย ไม่ยักขี้เกียจ ...ตอนนี้ ก็พึ่งแต่หนังยูบีซีอย่างเดียว นอนดึก ก้อเพราะหนังนี่แหร่ะ ...โฮะโฮะ แต่ความสามารถวิจารณ์หนัง ต่ำ ครับ

ที่เข้ามาเยี่ยมที่บ้านของคุณเมอร์ น้อยไปหน่อย ทั้งๆที่รู้ฝีมือว่าคุณเมอร์เป็นจอมยุทธ์ ก็เพราะไม่มีข้อมูลมาร่วมแชร์ น่ะครับ...อันนี้นับเป็นข้อมูลอันหนึ่งแบบที่เขียนในtagของผม ยังด้ายยยเลย


โดย: yyswim วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:14:32:49 น.  

 
สั้น ๘๐๐ เลยรึ? (ทำตาโต)

แว่นน่าจะหนามากกว่านี้สิ ทำไมหนาแค่นี้เองอ้ะ?

เป็นเพราะอ่านหนังสือเยอะเหมือนกันหรือเปล่า



ย่ะ..ชั้นรู้ว่าเธอไม่รู้จักหนังสือทรายหรอก

มันต้องคนวัยชั้นเท่านั้น ชิ



เรื่องร้องไห้ที่ป้ายรถเมล์อนุเสาวรีย์

พอดีเหตุการณ์มันเกิดที่ร้านตักสุรา (ที่อยู่ตรงนั้น) ก็เลยวิ่งออกมาร้องไห้ข้างนอกน่ะ (จับโกหกคนได้)

ไม่ได้อยากไปร้องตรงนั้นหรอกเฟ้ย


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:14:35:52 น.  

 
ประท้วงค่ะ มาให้ where is my friend's home A- แล้วให้ The Story of Qui Ju A+


โดย: DropAtearInMyWineGlass วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:17:52:28 น.  

 
ดู Takeshis' ยังอ่ะ
weird ได้ใจจริงๆ
คิตาโน ไม่เคยทำให้ผิดหวังเจงๆ


โดย: grappa วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:9:00:35 น.  

 
ฉันชอบ ข้อ 4 และข้อ 5
ไม่รู้ทำไม ฉันถึงชอบอ่านเรื่องรักๆของชาวบ้านนัก
(ได้โปรดอย่าใช้คำรุนแรงอธิบายพฤติกรรมนี้ของฉัน)

ฉันเพียงแต่รู้สึกว่า ไม่ว่าจะรักแบบไหน
มันก็น่ามองไปหมด (เว้นแต่รักที่ทำร้ายกันนะ)
นั่นใช่เหตุผลที่ดีหรือเปล่า
..............
เพิ่งได้แวะมาฝากอะไรไว้ในบล็อกของคุณนะคะ
แต่ก็ยินดีที่ได้สื่อสารกันค่ะ


โดย: ตินกานต์ IP: 58.8.101.152 วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:12:17:42 น.  

 
อ่านเพลินมากเลยครับ


โดย: newpanda วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:19:23:35 น.  

 
อ่านแล้วเลยทำให้รู้ว่า เกลียดแตงกวา เหมือนกัน


โดย: cottonbook วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:22:58:00 น.  

 
ตั้งแต่อ่านมา ของคุณเมอเขียนได้ยาวที่สุด


โดย: fonkoon วันที่: 13 มกราคม 2550 เวลา:23:36:12 น.  

 
คุณเมอร์ รู้แล้วใช่ไหมว่ามาทำไม
ถูกต้องแล้วคราบ เราได้ tag เมอรืน่านเอง
แม้จะนานหน่อย แต่ก็เสร็จแล้ว อย่าลืมเข้าไปดูน่ะ


โดย: penguinbear (penguin_bear ) วันที่: 14 มกราคม 2550 เวลา:2:14:14 น.  

 
อ่านแล้ว โลกของ merveillesxx น่าสนใจจัง มีความรักแบบสับสนมาผสมด้วย ชีวิตวัยเรียน โค-ตะ-ระน่าจดจำเลยล่ะครับ จะไม่มีวันที่เราจะกลับไปมีความสุขในแบบนั้นได้อีก พี่จากมานาน โหยหาครับ


โดย: ป้อจาย วันที่: 14 มกราคม 2550 เวลา:5:24:25 น.  

 
น่าสนใจทุกข้อเลยค่ะ โฮ่ะๆๆ


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 14 มกราคม 2550 เวลา:14:58:18 น.  

 
น้องต่อว่ะค่ะ กรูก็โดนอิพี่แนน เเทกต่อแล้วเช่นกันเนี่ยยยยยย


โดย: พี่โจ้ IP: 222.123.76.217 วันที่: 14 มกราคม 2550 เวลา:22:33:12 น.  

 
ตอบ คุณแค่เพียงรู้สึกสุขใจ

สิ่งที่ผมชอบใน tokyo.sora คือปกติ ผมไม่ค่อยอินกับหนังที่ตัวละครผู้หญิงเยอะๆ น่ะครับ แต่เรื่องนี้ผมอินพอสมควรเลย



ตอบ Nekoichann

มีเลี้ยงห้อง 3 แน่นอน เอาหัว PR เป็นประกัน



ตอบ สาวไกด์ใจซื่อ

แหม เรื่อง "หลั่งน้ำตากลางสาวรีย์ชัย" นี่น่าสนใจจริงๆ ว่างๆ มาเล่าแบบเต็มๆ สิ เผื่อเป้นพล็อตหนังสั้นได้ (หนังจะจบด้วยตอนที่เกิดเหจุระเบิดพอดี นางเอกก็เลยต้องวิ่งหนีตาย ฮ่าาๆๆๆๆๆๆๆ)

แว่นมันบาง เพราะสั่งตัดพิเศษน่ะ (แพง...)



ตอบ DropAtearInMyWineGlass

แหงะ มีประท้วงด้วย...



ตอบ cottonbook

ยินดีย้อนรับ "สมาคมคนเกลียดแตงกวา" (เราเป็นประธาน ส่วนพี่เป้นเลขาละกัน อิอิ)



ตอบ fonkoon

มีคนพูดว่า "เมิงเขียนยาวขนาดนี้ จะเอาซีไรต์เหรอไง"



ตอบ พี่โจ้

เพิ่งโดนเหรอ โคตรเชยอ่ะ


โดย: merveillesxx วันที่: 15 มกราคม 2550 เวลา:0:37:43 น.  

 
"น้องเมอร์ ไม่ชอบกินแตงกวา ทำไมไม่บอก"
อิๆ เฮ่อ กะลังโดนวิกฤตเบญจเพสเล่นงานอยู่ เซงงงงงงง
จนไม่อยากรับรู้ไอ้คุณบล็อคแท็กนี่เลย ...
รอเขาเลิกฮิตก่อนแล้วกัน


โดย: quin toki วันที่: 15 มกราคม 2550 เวลา:2:19:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

merveillesxx
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




สำส่อนทางการดูหนัง ฟังเพลงและเสพวรรณกรรม
New Comments
Friends' blogs
[Add merveillesxx's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.