http://twitter.com/merveillesxx และ http://www.facebook.com/merpage
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2547
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
29 ธันวาคม 2547
 
All Blogs
 
โครงการเส้นทางลัดสู่ภาคใต้

โครงการเส้นทางลัดสู่ภาคใต้ สมุทรสาคร-แหลมผักเบี้ย-ชะอำ
โดย merveillesxx + Rong + Bew

หมายเหตุ: ตัดตอนจากรายงาน 'โครงการเส้นทางลัดสู่ภาคใต้ สมุทรสาคร-แหลมผักเบี้ย-ชะอำ' (ก.ย. 2547) ทำส่งวิชา ศ.372 เศรษฐศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

บทนำ
ในปัจจุบันประเทศไทยนั้นมีการก่อตัวขึ้นของโครงการใหม่ๆ มากมายเป็นรายวัน โดยจำนวนหนึ่งนั้นเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม

การริเริ่มโครงการใดก็ตามผู้ก่อตั้งย่อมคิดคำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการนั้น ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเอกชนเองหรือประโยชน์ต่อสังคม แต่สิ่งที่น่าคิดคำนึงก็คือผู้ดำเนินโครงการได้ตระหนักถึงผลกระทบภายนอกต่อสังคมหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมหรือต้นทุนสิ่งแวดล้อม ซึ่งในบ้านเรายังถือเป็นประเด็นที่ใหม่อยู่มาก และเริ่มจะมีการพูดถึงเมื่อไม่นานมานี้

โครงการเส้นทางลัดสู่ภาคใต้ สมุทรสาคร-แหลมผักเบี้ย-ชะอำ ก็เป็นหนึ่งในโครงการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม อันมีข้อถกเถียงและโต้แย้งมากมาย ดังที่ปรากฏอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ ดังนั้นผู้จัดทำจึงเห็นว่าโครงการนี้เป็นหัวข้อที่น่าสนใจที่จะนำมาทำรายงานในวิชาเศรษฐศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น เนื่องมาจากมีหลายประการที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาวิชา

โดยรายงานฉบับนี้จะนำเสนอถึงที่มาของโครงการ, รายละเอียด, ประโยชน์, ผลกระทบ, แนวทางเสนอแนะ, มุมมองทางเศรษฐศาสตร์และการเมืองต่อโครงการ ไปจนถึงความคืบหน้าในปัจจุบัน อนึ่ง เนื่องจากโครงการนี้จัดว่าเป็นโครงการใหม่ ซึ่งได้รับการอนุมัติแล้ว แต่ยังไม่มีการก่อสร้างอันเป็นรูปธรรม ดังนั้นข้อมูลทางสถิติ, รูปประกอบของโครงการนี้จึงยังไม่ปรากฏชัดเจนนัก และข้อมูลส่วนใหญ่จะมาจากกระบวนการ “ย่อยข่าว” จากหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ และข้อมูลจากเวบไซต์

ผู้จัดทำหวังว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน และหากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้

ประโยชน์ของโครงการ (โดยย่อ)
1. การพัฒนาเมืองและพื้นที่โครงการเศรษฐกิจ
2. ส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่
3. ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม (มุมมองของผู้ที่เห็นด้วย)
4. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจเนื่องจากปัญหาทางด้านการจราจร
4.1 ค่าก่อสร้างที่ถูก
4.2 ร่นระยะทาง
4.3 ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

ผลกระทบของโครงการ (โดยย่อ)
1. ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคม
1.1 ผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการทำกินของประชาชนในพื้นที่นั้น
1.2 ผลกระทบต่อแหล่งเที่ยวที่จะถูกละเลยหรือได้รับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางลบหากโครงการนี้เกิดขึ้น
1.3 ผลกระทบต่อประชาชนที่ถูกเวนคืนที่ดิน
2. ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
2.1 ผลกระทบต่อป่าชายเลน
2.2 ผลกระทบต่อนก
2.3 ผลกระทบต่อระบบนิเวศอ่าวไทยตอนในได้แก่ เรื่องดินตะกอน การเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำ แหล่งอาหารของสัตว์น้ำ

แนวทางเสนอแนะ
1. เปลี่ยนเส้นทางก่อสร้างใหม่พร้อมกับปรับปรุงเส้น
ทางเดิม
2. ทำถนนเข้าไปในป่าชายเลน
3. ใช้มาตการที่ดีและเหมาะสมควบคุมภายหลังโครงการแล้วเสร็จ
4. สร้างร้านขายสินค้าบนเส้นทาง
5. ใช้มาตรการรองรับทางด้านสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้น
5.1 ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง
5.2 หลังการก่อสร้าง

โครงการเส้นทางลัดสู่ภาคใต้กับมุมมองทางเศรษฐศาสตร์และการเมือง
โครงการเส้นทางลัดสู่ภาคใต้นั้นมีปัญหาข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นมากมายหลายกรณี อันเนื่องมาจากโครงการนี้มีการลุกล้ำเข้าไปในที่ดินของประชาชน (เวนคืนที่ดิน) และทะเลอ่าวไทยอันถือเป็นทรัพย์สินร่วม (common property regimes) ระดับประเทศ

ทรัพย์สินร่วมคือทรัพย์สินที่มีชุมชนหรือกลุ่มคนเป็นเจ้าของร่วมกันและจัดการใช้ทรัพย์สินร่วมกัน มีสถาบันในการจัดการควบคุม มีองค์กรของชุมชนเข้ามาดูแล (เช่น เครือข่ายพิทักษ์อ่าวไทย) มีกฎระเบียบในการจัดการ ได้แก่ กฎที่เป็นทางการและกฎที่ไม่เป็นทางการ เช่น กติกาที่ชุมชนร่วมกันยึดถือ แต่ในบางครั้งจะเกิดปัญหากติกาของชุมชนไม่ได้รับรองโดยรัฐเพราะไม่สอดคล้องกัน (mismatching)

การตัดถนนลงทะเลอ่าวไทยที่เป็นทรัพย์สินร่วม ย่อมส่งผลกระทบต่อหลายฝ่ายที่เคยได้ประโยชน์จากจุดนั้น เช่น ชาวประมง, ชมรมคนดูนก, ผู้ที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยว อันเกิดจากผลกระทบที่ได้กล่าวไปแล้วในข้างต้น

หากพิจารณาถึงเครื่องมือด้าน “ระบบกรรมสิทธิ์และเจรจา” (Property Right Approach) ตาม Coase Theorem กล่าวว่า “การเจรจาจะสำเร็จถ้ามีระบบกรรมสิทธิ์ที่ชัดเจน ผู้เกี่ยวข้องไม่มากราย โดยรัฐไม่จำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซง” ในด้านระบบกรรมสิทธิ์อาจจะไม่มีปัญหานักเพราะเป็นทรัพย์สินร่วมที่ชุมชนร่วมกันเป็นเจ้าของ แต่การเจรจานี้ก็สำเร็จได้ยาก เนื่องมาจาก

ผู้เกี่ยวข้องมากราย
ดังได้กล่าวไปแล้วว่าโครงการเส้นทางลัดสู่ภาคใต้นี้สร้างผลประโยชน์และผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้องมากราย และทุกคนมักจะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนจนมองข้ามความเดือดร้อนของผู้อื่นไป เช่นว่า ผู้สร้างโครงสร้างอาจจะคิดถึงแต่ต้นทุนของตนเอง แต่ลืมคำนึงถึงผลกระทบภายนอกทางลบ (negative externalities) ที่จะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม (ต้นทุนสิ่งแวดล้อม) จนทำให้ต้นทุนของโครงการต่ำไป และราคาไม่สะท้อนความเป็นจริง นำมาสู่ความล้มเหลวของตลาด (Market Failure)

อำนาจต่อรองไม่เท่าเทียมกัน
เนื่องจากในกรณีนี้รัฐเป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรงเพราะเป็นผู้อนุมัติโครงการ รัฐย่อมมีอำนาจมากกว่าฝ่ายประชาชน (แม้ในทางทฤษฎีทั้งสองฝ่ายควรมีอำนาจเท่ากัน แต่เห็นได้ชัดว่าในทางปฏิบัตินั้นไม่ใช่)โดยผู้เกี่ยวข้องหลายรายกล่าวว่าในโครงการนี้รัฐไม่ใคร่จะฟังเสียงของประชาชนหรือฝ่ายที่คัดค้านเท่าไรนัก แต่กลับดำเนินการให้โครงการรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งคาดว่ามีผู้เกี่ยวข้องกับฝ่ายรัฐบาลที่จะรับประโยชน์มหาศาลจากโครงการนี้ ผลจึงออกมาในรูปของ “ทฤษฎีสมคบคิด” (Conspiracy Theory) ของรัฐกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานทางรูปธรรมเห็นได้จากรายงานของ EIA ที่กล่าวว่ารายงานของ สนข. นั้นยังไม่ชัดเจนในหลายประเด็น (นำไปสู่การสงสัยว่ามีการบิดเบือนหรือปกปิดข้อมูลบางอย่าง) หรือดังเช่นที่ฝ่ายค้านกล่าวโจมตีรัฐบาลในระยะแรกว่า รัฐทำการบิดเบือนให้ประชาชนเข้าใจผิดเนื่องจากรัฐใช้คำว่า “ถนนเลียบอ่าว” แต่แท้จริงแล้วโครงการนี้เป็น “ถนนผ่าอ่าว”

แต่ความเห็นฝ่ายโต้แย้งนั้น ถึงจะมาจากประชาชนผู้เดือนร้อน, นักเชี่ยวชาญทางสิ่งแวดล้อม ฯลฯ แต่บางส่วนก็มาจากการโจมตีของฝ่ายค้านที่พยายามจะโค่นล้ม-ลดทอนอำนาจฝ่ายรัฐบาล ดังนั้นข้อมูลข่าวสารจึงถูกใช้เป็น “เครื่องมือทางการเมือง” อีกครั้งดังเหตุการณ์สำคัญในกาลสมัยที่ผ่านมา (เช่น อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เรียกความศรัทธาจากชาวเยอรมันด้วยการพูดปราศรัย, ใช้แผ่นป้ายหาเสียง จนถือได้ว่าฮิตเลอร์เป็นผู้บุกเบิกการใช้ข้อมูลข่าวสารอย่างแท้จริง) ดังนั้นประชาชนต้องเลือกรับข่าวสารอย่างถ้วนถี่ การอ่านสื่อทุกชนิดต้องเป็นการอ่านระหว่างบรรทัด มิเช่นนั้นเราจะกลายเป็นแค่ “หมาก” ในเกมทางการเมือง

ข้อมูลข่าวสารที่ไม่เท่าเทียมกัน (Asymmetric Information)
นอกจากการบิดเบือนข่าวสารแล้ว รัฐยังไม่ได้ให้ข้อมูลที่เพียงพอต่อประชาชน ทำให้ประชาชนบางคนอาจจะหลงเชื่อในรูปลักษณ์ที่สวยหรูของโครงการที่รัฐสร้างขึ้นมา นำไปสู่การตัดสินเลือกเชื่อในสิ่งที่ผิด อันถือเป็นการเลือกที่เป็นปรปักษ์ (adverse selection) อีกชนิดหนึ่ง การเลือกแบบนี้ท้ายสุดในตลาด (หรือสังคม) จะเหลือที่สินค้าคุณภาพต่ำ (หรือโครงการที่ไม่ได้ให้ประโยชน์อันพอสมควร) ดังที่เรียกว่า Lemon Market (ตลาดกำมะลอ – ตามคำแปลของ ผศ.ภราดร ปรีดาศักดิ์) อันเป็นความล้มเหลวของตลาดอีกทางหนึ่ง

โดยสรุปแล้วการที่รัฐกับประชาชนจะมีอำนาจหรือข้อมูลข่าวสารเท่าเทียมกันนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะรัฐบาลในยุคสมัยที่ผู้นำใช้ระบบ “บูรณาการอำนาจ” (หรือระบบ “บูรณากู” ตามคำเรียกของ ดร.ธีรยุทธ บุญมี) ในขณะที่ผู้นำประเทศกล่าวว่าจะบริหารประเทศด้วยวิธีบูรณาการ แต่หน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ก็ยังดำเนินงานในลักษณะ “แยกส่วน” อยู่เช่นเดิม กล่าวคือ แต่ละคนก็ต่างทำในเรื่องที่ตนถนัด รัฐบาล, ผู้บริหารโครงการ, นักสิ่งแวดล้อม, นักบริหาร, นักเศรษฐศาสตร์ ไม่ได้ “ร่วมมือร่วมใจ” กันเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตามรัฐบาลไม่ควรประมาท “พลังมวลชน” ดังเห็นได้จากโครงการทางด่วนปากทางลาดพร้าว-แยกรัชดา ที่ในที่สุดแม้จะอนุมัติไปแล้ว ก็ต้องยกเลิกไป

อีกประเด็นก็คือการประเมินค่าสิ่งแวดล้อม ในโครงการนี้ซึ่งถือเป็นโครงการที่ยังไม่เกิดขึ้น (ในทางปฏิบัติ) การประเมินจึงควรใช้วิธี CVM (Contingent Valuation Method - วิธีสมมติเหตุการณ์ให้ประเมินค่า) อันเป็นแนวคิดด้านอุปสงค์ (Demand Curve Approach)

วิธีนี้ใช้วิธีออกแบบสอบถาม ถามความยินดีจ่าย (WTP – Willingness to Pay) เพื่อให้ได้สิ่งแวดล้อมที่ดี หรือยินดีรับการชดเชย (WTA – Willingness to Accept) หากต้องสูญเสียสิ่งแวด-ล้อมที่ดี วิธีนี้มีข้อดีคือ ใช้ประเมินมูลค่าที่ไม่ผ่านตลาดและสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่ก็มีข้อกำจัดคือต้องใช้ข้อมูลมากในการสรุปผล, ต้องใช้เศรษฐมิติ (Econometric) ขจัดผลทางรายได้ ความต่างเรื่องเพศ การศึกษาเพื่อให้เหลือแต่ WTP-WTA, ระวังมิให้เกิดความลำเอียงหรืออคติ (bias)ในการให้ข้อมูล

ในกรณีโครงการเส้นทางลัดสู่ภาคใต้น่าจะเป็นการทำแบบสอบถามเรื่องของ WTA ว่าประชาชนในละแวกที่เกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบจากโครงการมีความยินดีรับการชดเชยเท่าไรเพื่อให้ความรู้สึกไม่แตกต่างจากการที่สิ่งแวดล้อมสูญเสียไป (ในทางเศรษฐศาสตร์ก็คือ การที่เส้น IC – Indifferent Curve คงอยู่ที่เส้นเดิม) โดยคำถามอาจเป็นลักษณะคำถามปลายเปิดคือถามว่าต้องการค่าชดชเยเท่าไร หรือคำถามปลายปิด เช่นว่า ค่าชดเชย 100 บาทท่านพอใจหรือไม่ เพื่อหาช่วง (range) ของ WTA

อย่างไรก็ตามโครงการนี้ได้อนุมัติการสร้างไปแล้ว วิธีการดังกล่าวอาจจะสายเกินไป

บทสรุป
จากการติดตามข่าวสารข้อมูลโครงการเส้นทางลัดสู่ภาคใต้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเราจะพบว่าโครงการนี้ดำเนินการท่ามกลางข้อถกเถียงจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล, ฝ่ายค้าน, ประชาชน ด้วยเหตุว่ามีผู้เกี่ยวข้องมากรายที่จะได้รับผลประโยชน์หรือผลกระทบจากโครงการ

จุดสำคัญที่ทำให้โครงการนี้ถูกต่อต้านอย่างหนักก็เพราะการที่รัฐไม่ฟังเสียงของประชาชนแต่กลับอนุมัติโครงการนี้อย่างฉลับพัน และการไม่ให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างเพียงพอ นำไปสู่ความสงสัยเคลือบแคลงใจในการดำเนินการของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ประเด็นที่เพิ่มความขัดแย้งในโครงการนี้ก็คือ การที่ผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขามีมุมมองต่อโครงการนี้ต่างกันไป ดังคำกล่าวของกลุ่ม NGO ที่ว่า “นักบัญชีมองเห็นตัวเลขในงบดุล แต่มองไม่เห็นปัญหาของประชาชน นักเศรษฐศาสตร์มองเห็นจีดีพี แต่ไม่มองเห็นปัญหาสิ่งแวดล้อม” แม้คำกล่าวนี้จะดูเกินจริงไปนัก แต่ก็มีส่วนถูกว่าในขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานแต่ละฝ่ายทำงานแบบ ‘แยกส่วน’ กัน ในโครงการ ‘เดียวกัน’ โดยเฉพาะกรณีของนักเศรษฐศาสตร์กับนักสิ่งแวดล้อม ประกอบกับประเทศไทยนั้นยังขาดแคลน ‘นักเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม’ อยู่มาก

หากจะแก้ปัญหาการแยกส่วนนี้คงจะต้องย้อนไปถึงกาลสมัยก่อนที่เหล่านักปราชญ์ได้แยก ‘ปรัชญา’ (Philosophy) ออกเป็น 2 สาขาคือ Natural Philosophy กับ Moral Philosophy แต่พวกเราเหล่ามนุษย์นั้นต้องดำรงชีวิตอยู่กับปัจจุบัน การแก้ปัญหาให้ถูกจุดก็คือการ ‘ร่วมมือร่วมใจ’ กันของทุกฝ่าย เช่นนี้ถึงจะเป็น ‘ระบบบูรณาการ’ (Integration) ที่แท้จริง

ในปัจจุบันแม้โครงการนี้จะอนุมัติการสร้างไปแล้ว แต่ยังไม่สายเกินไปที่รัฐจะย้อนทบทวนถึงผลกระทบและแนวทางแก้ไขที่ประนีประนอมที่สุด รวมถึงการฟังเสียงและให้ข้อมูลประชาชน อันจะทำให้ ‘ท่านผู้นำประเทศ’ หลุดพ้นจากข้อหา ‘ผู้นำเผด็จการประเทศ’ ไปได้ในกรณีหนึ่ง

อีกกรณีหนึ่งคือแนวคิด ‘แปลงทรัพย์สินเป็นทุน’ ควรจะเปลี่ยนเป็น ‘การแปลงทรัพย์สินเป็นคุณ’ มากกว่า เพราะดูเหมือนว่าการแปลงทรัพย์สินในครั้งนี้จะกลายเป็นโทษมหันต์มากกว่าคุณอนันต์




Note: ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการนี้ได้ที่เวบ http://www.talaythai.com/issue/tour/0144.php และเวบของหนังสือพิมพ์, สำนักข่าวต่างๆ

ขอขอบคุณ รองกับบิว ทำให้รายงานนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี



Create Date : 29 ธันวาคม 2547
Last Update : 29 ธันวาคม 2547 22:57:33 น. 0 comments
Counter : 1048 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

merveillesxx
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




สำส่อนทางการดูหนัง ฟังเพลงและเสพวรรณกรรม
New Comments
Friends' blogs
[Add merveillesxx's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.