http://twitter.com/merveillesxx และ http://www.facebook.com/merpage
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
11 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
เปิดซิง ส่องกล้องดูกระเพาะตัวเอง

by merveillesxx


โรคกระเพาะนี่เคยเป็นรอบนึงเมื่อช่วงน้ำท่วมปีที่แล้ว อยู่ดีๆ ก็ปวดแสบท้องเหมือนกรดออก ถึงจะเป็นคนไม่ได้ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ไม่กินน้ำอัดลม ไม่กินชากาแฟ ไม่กินของเปรี้ยวเผ็ด (ทำไมกูดูเป็นคนดี๊ดี) แต่สาเหตุเดาไม่ยาก เพราะกินข้าวไม่เป็นเวลามาทั้งชีวิตนั่นเอง ตอนนั้นซื้อยามากินเองก็หาย แต่ช่วงสองเดือนนี้อาการมันกลับมาอีกแล้ว เดี๋ยวเป็น เดี๋ยวหาย คราวนี้หิวข้าวก็แสบ กินข้าวก็แสบ มันไม่ได้แสบมากจนทนไม่ไหว แต่น่ารำคาญ ก็เลย อ่ะ ไปหาหมอให้รู้เรื่องรู้ราว

ไปที่ รพ.เปาโล โชคชัยสี่ แถวบ้าน แผนกทางเดินอาหารอยู่ชั้นสอง เงียบสงบมากกกกกกก ไม่มีคนเลย (ผิดกับแผนกอายุรกรรมชั้นหนึ่ง จะวุ่นวายมาก ลูกเล็กเด็กแดง หนุ่มสาว คนแก่คนเฒ่า) ไปถึงไม่มีคิวเลย ก็เจอหมอท่าทางใจดี คุณหมอก็ถามอาการไปเรื่อยๆๆ จับขึ้นเตียง เอาหูฟังฟังสองที กดท้องอีกสองที ไม่ถึง 10 นาที หมอวินิจฉัยว่า “น่าจะกระเพาะอักเสบนะครับ” ก็จัดยาลดกรด + เคลือบกระเพาะมาให้ อีกหนึ่งวีคมาดูผลกันใหม่ เจอไป 800 กว่าบาท

ผ่านไปวีคนึง แรกๆ เหมือนอาการจะดีขึ้น แต่ก่อนนัดหมอหนึ่งวัน มัวแต่ทำนู่นนี่จนกินข้าวเลทกว่าปกติ ท้องรวนทั้งวัน ไปหาหมอรอบสอง แผนกทางเดินอาหารเงียบเชียบเช่นเคย เล่าอาการให้หมอฟัง หมอบอกว่าจะจ่ายยาตัวใหม่ให้นะ เป็นยานอก ตัวนี้ดีมาก (แล้วก็แพงมากด้วย คิดค่ายาออกมาสองพัน!) มันคือ Nexium นั่นเอง หมอบอกว่าลองกินตัวนี้ดู แล้วอีกวีคนึง มาดูใหม่ ถ้าไม่หายอาจจะต้องส่องกล้องเพื่อดูละเอียด เราเลยถามว่าส่องเลยได้มั้ยครับหมอ จะได้รู้ว่ามันเป็นอะไร หมอบอก “ได้จ้ะ พรุ่งนี้ สิบโมง” โอเคครับ นัดพรุ่งนี้เลย เพราะไม่มีคอนเสิร์ตเกาหลี ว่างพอดี (นี่หรือเหตุผลการตัดสินใจของกู) หมอบอกว่าส่องกล้องที่นี่ให้ยานอนหลับด้วยจ้ะ จะได้ไม่ต้องพะอืดพะอมเวลาใส่ท่อเข้าไป ฟังแล้วสบายใจไป 80%

พอตรวจเสร็จ พยาบาลบอกให้นั่งรอ เพราะต้องเซ็นเอกสารนู่นนี่ เพื่อนัดส่องกล้อง สักพักพยาบาลหน้าสวยเดินมาพูดด้วยรอยยิ้มว่า “อันนี้คือกเอกสารที่ต้องเซ็นนะคะ ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่หนึ่งหมื่นถึงหนึ่งหมื่นห้าพันบาทนะคะ” ......................รู้สึกเหมือนสติเลือนหายไปสามวินาที แต่เอาวะ จะได้รู้กันไป ก็เซ็นๆ ไปตามเรื่องตามราว พยาบาลบอกว่า นัด 10.30 นะคะ เลทได้ตามเวลาในใบนัด (ซึ่งมันเขียน 10.30-10.40 ยอมให้กูเลทได้ตั้งสิบนาที ขอบคุณ) แล้วก็งดน้ำและอาหารตั้งแต่เที่ยงคืน ย้ำ งดทั้งน้ำและอาหาร แปลง่ายๆ คือห้ามแดกอะไรเลย แม้แต่น้ำเปล่า (อันนี้กูแปลเอง พยาบาลเค้าไม่ได้พูด)

พอกลับบ้าน ตอนดึกๆ ทรมานเล็กน้อย กินน้ำไม่ได้ คอแห้ง เสี้ยนอยากกิน Fisherman’s Friend มาก แต่ต้องระงับใจไว้ แต่แทนที่จะรีบนอน ก็นั่ง google หาประสบการณ์ของชาวเน็ตเรื่องการส่องกล้องทั้งหลาย แต่ละรายสยดสยองใช้ได้ บ้างบอกว่าแทบจะอาเจียนใจจะขาด (อันนี้คือแบบไม่ใช้ยานอนหลับ), บางคนขอยานอนหลับ แต่เตียง รพ. ไม่ว่าง เลยต้องส่องสด (ซวยสัส), แต่บางคนก็บอกขอไม่ใช้ยานอนหลับ เพราะอยากดูภาพท้องตัวเองไปพร้อมกับหมอ (ชิวไปมั้ยพี่), บางคนบอก รพ. ให้ VCD บันทึกภาพการส่องกล้องเป็นของขวัญกลับบ้านด้วย (จะให้มาทำม้ายย)

อ่านกระทู้ไปยิ่งจิตตก บางคนตรวจเจอเนื้องอก บางคนตรวจเจอมะเร็ง ไปๆมาๆ ชักวิตกจริต ทำไงดี ประกันชีวิตกูก็ไม่มี, พินัยกรรมยังไม่ได้ทำ, บริจาคร่างกายยังไม่ได้ทำ, แล้วบัตรคอนเสิร์ตต่างๆ นานาที่กูอุตส่าห์ซื้ออีก พีคสุดอ่านเจอกระทู้ว่า “เสียชีวิตหลังจากส่องกล้องทางเดินอาหาร” กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด โลกนี้โหดร้ายเกินไปแล้ว พอคลิกอ่านดู อ้อ เป็นหมาน่ะ ไม่ใช่คน ...โอเค อ่านมากกว่านี้กูอาจจะได้พบจิตแพทย์แทนหมอทางเดินอาหาร นอนดีกว่า

เช้าวันตรวจ ไม่ค่อย panic มากเท่าไร เพราะจากกระทู้ที่อ่านเมื่อคืน คนที่ส่องแบบใช้ยานอนหลับบอกว่าสบายมาก หลับไม่รู้ตัว ตื่นมาก็เสร็จไปแล้วเรียบร้อย แต่ยังแอบกังวลนู่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย ...แต่งตัวแบบสบายๆ เสื้อยืด ขาสั้น รองเท้าแตะ เผื่อต้องมีใส่ชุดเขียว พอไปถึง รพ. ตกใจมาก แผนกทางเดินอาการที่เคยสงบสุขของกูหายไปไหน คนเยอะมากกกกกกกกกกก เต็มไปด้วยเด็กเล็ก และคนท้อง พยาบาลพากันใส่หมวกลายการ์ตูน แถมยังมีตัวโบโซ่แจกลูกโป่งเดินไปมา นี่มันอาร้ายยยยยยยยยย เบิ่งตาดูดีๆ จึงพบว่าแผนกทางเดินอาหาร มันตั้งอยู่ที่เดียวกับกุมารเวชและสูตินี่เอง



ความเซอร์ของแผนกกุมารเวช (ชอบที่ตัวโบโซ่กำลังรับโทรศัพท์พอดี)

โชคดีว่าพอเข้าไปในแผนกทางเดินอาหาร คนก็ไม่วุ่นวายมาก นั่งสงบจิตสงบใจ พยาบาลบอกว่ารอสักครู่นะคะ คุณหมอกำลังส่องกล้องให้คนไข้รายอื่นๆ อยู่ เดี๋ยวจะเรียกค่ะ



หนังสือที่วางไว้ให้คนไข้อ่าน...อะไรของแก๊!

รออยู่พักใหญ่ พยาบาลเรียกเข้าห้อง พาขึ้นเตียง จากนั้นเจาะสายน้ำเกลือที่มือ (แต่ไม่ได้มีไว้ให้น้ำเกลือ เค้าเจาะเพื่อฉีดยานอนหลับเข้าทางนี้เลย) พยาบาลแสนดี พูดจาอ่อนหวาน บอกว่าเจ็บหน่อยนะคะ เพราะเส้นเล็กและอยู่ลึก (ชีวิตกูจะลำบากไปไหน) แต่ก็ไม่เจ็บมาก พยาบาลถามว่าเคยส่องกล้องมั้ย เราบอกไม่เคย เธอก็อธิบายว่า “ตอนแรกจะพ่นยาชาเข้าคอก่อนค่ะ จากนั้นนอนตะแคง + คาบปลอกท่อเอาไว้ ถ้าน้ำลายไหลก็ปล่อยให้ไหลไปเลยนะคะ อย่ากลืนเดี๋ยวจะสำลัก แล้วคุณหมอก็จะฉีดยานอนหลับค่ะ แต่อาจจะรู้สึกตัวบ้างนะคะ มันจะอึดอัดแค่ช่วงแรกที่ท่อผ่านหลอดอาหารค่ะ แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรแล้วค่ะ ไม่เจ็บค่ะ ไม่เจ็บ” อ้าว พอพูดแบบนี้ กูเริ่มเครียด ช่วยทำให้กูหลับๆ ไปเลยได้มั้ยอ่ะ อย่ามารู้สึกตัวอะไรเลย หลับไปเถิดดดดดด กูไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น T_T



เจาะมือ เตรียมตัวเข้าด่านสุดท้าย

นั่งรออีกเฮือกนึง พยาบาลก็ตามตัว ...It’s TIME! ตื่นเต้นเล็กน้อย พอเข้าไป ป้ายหน้าห้องเขียนว่า “ห้องผ่าตัด” เอ่อ แอบกลัว ชีวิตนี้ไม่เคยบุกเข้ามาถึงโซนนี้เลย เข้าไปพยาบาลให้ใส่ชุดเขียวทับไปเลย แล้วก็นอนขึ้นเตียง ลากๆๆๆ ไปที่ห้องส่องกล้อง ระหว่างลากไป มองเพดานห้อง+ไฟห้องสีขาวลางๆ (เพราะฝากแว่นไว้กับท่านแม่ // เวลาส่องกล้องแบบใช้ยานอนหลับ ควรมีญาติมาด้วยจ้ะ ไว้ฝากทรัพย์สิน และพากลับบ้าน เผื่อว่าเมาฤทธิ์ยา) อืม นี่มันฉากแบบในหนัง ตอนที่ตัวละครใกล้ตายเลยนินะ 5555

เข้าไปในห้องส่องกล้อง เหลือบเห็นอุปกรณ์ เห็นขนาดสายยางที่มันจะต้องเข้าไปในคอกูแล้ว เครียดจริงๆ ขอเบือนหน้าหนีไม่มองดีกว่า คุณหมอใจดีคนเดิมเดินมาหา อธิบายว่าทำแล้วอาการปวดท้องอาจจะแย่กว่าเดิมพักนึงนะ เพราะจะมีลมเข้าไปในท้อง จากนั้นพยาบาลพ่นยาชา “อ้าปากนะคะ กลั้นหายใจไว้ จะได้ไม่สำลึก กลืนเข้าไปเลยค่ะ รสจะขมนะคะ” ก็ไม่ได้น่ากลัวอะไร เหมือนเอาน้ำฉีดปรี๊ดๆๆ เข้าปากเรามากกว่า แต่รสชาติเลวร้ายน่าดู นึกว่าจะรอดแล้ว พยาบาลบอก “ยาชาอีกรอบนะคะ” อ่ะ ปรี๊ดๆ จัดไป จากนั้นพยาบาลก็ให้เรานอนตะแคง ทำขางอๆ เหมือนกุ้ง แล้วก็เอาปลอกท่อมาให้เรากัดไว้ ขณะเดียวกันเราก็เหลือบเห็นว่าพยาบาลอีกคนกำลังฉีดยานอนหลับเข้าเส้นเรา แล้วพยาบาลคนแรกก็พูดกับเราว่า กัดไว้ให้พอดีนะคะ...
.
.
.
.
.
และนั่นคือสิ่งสุดท้ายนี่เราได้ยิน!!

ตื่นมาอีกที นอนอยู่ที่อีกห้องแล้ว เฮ้ย งงเลย เสร็จไปแล้วเหรอวะ!? มารู้สึกตัวก็คือ มีพยาบาลมาขอวัดความดัน เอาที่วัดมาพันๆ แขนเรา สำรวจตัวเอง นอกจากจะมีที่วัดความดันพันแขน นิ้วมือด้านซ้ายมีตัวหนีบวัดชีพจร ที่จมูกมีที่ให้ออกซิเจน (แบบอันเล็กๆ นะ ไม่ใช่หน้ากาก) ข้างเตียงมีมอนิเตอร์วัดหัวใจกันเลยทีเดียว มองไปที่นาฬิกาเห็นลางๆ ว่าบ่ายโมงกว่า ซึ่งก็น่าจะผ่านจากตอนที่เราส่องกล้องไปประมาณสองชั่วโมง แอบเหวอเลยทีเดียว เหมือนชีวิตกูหายไปเลยสองชั่วโมง แบบใครมาทำอะไรกับกู กูไม่รู้เรื่องเลย หยั่งกะฉากหนังไซไฟตอนตื่นขึ้นมาหลังจากถูกมนุษย์ต่างดาวจับตัวไปทดลอง

แต่สิ่งที่เฮี้ยนมากคือ ก่อนจะตื่นมาเนี่ย มันมีภาพในหัวสมองว่า เราทรมานอย่างรุนแรงกับท่อที่สอดเข้าคอ ถึงนั้นลุกดิ้นขึ้นมาจะเอาท่อออก จนพยาบาลสามสี่คนวิ่งเข้ามากดตัวเรา ตอนตื่นขึ้นมาสับสนมาก ตกลงที่กูดิ้นนี่มันฝันหรือจริงกันแน่ แต่วิเคราะห์แล้วน่าจะเป็นความฝันมากกว่า คงเป็นเพราะเมื่อคืนกูอ่านกระทู้มากไปแน่ๆ

ตื่นมาใหม่ๆ ก็ยังหลับๆ ตื่นๆ อยู่ แต่มีสองสิ่งที่ทำให้ค่อยๆ รู้สึกตัว หนึ่ง-คือไอ้ที่วัดความดันที่พันอยู่รอบแขนเราเนี่ย พยาบาลเข้าพันค้างไว้เลย เพราะงั้นมันเลยจะบีบแขนเราเป็นระยะ สองคือ...เอ่อ กูต้องตดครับ เนื่องจากการส่องกล้องจะมีลมในท้อง ก็ต้องตดกันแหลกน็อนสต็อปกว่าสามสิบที เรียกได้ว่างานนี้ตดจนตื่น -_-‘’

พยาบาลเข้ามาถามว่าตื่นยังคะ แล้วให้เราลุก ถามว่าเวียนหัวมั้ย เราก็บอกว่าไม่ โชคดีที่เราไม่มี after effect เท่าไร ที่อ่านในเน็ต บางคนเจอยานอนหลับเข้าไป แล้วจะมึนมาก ส่วนยาชาที่พ่นคอ บางคนก็เจ็บคอไปหลายวัน ของเรามีปวดๆ นิดหน่อยตอนกลืน แต่ไม่อะไรมาก

ออกมาเจอหน้าแม่ แม่บอกผล “ไม่มีเนื้องอก ไม่มีมะเร็งนะ” โอเค รอดไป หมอสรุปว่าเป็นกระเพราะอักเสบ + มีแผลในกระเพาะ ส่วนมีแบคทีเรียมั้ย เค้าตัดชิ้นเนื้อไปตรวจอยู่ รู้ผลวีคหน้า



รพ. แถมภาพถ่ายกระเพาะกลับบ้าน


วินิจฉัย ศัพท์สูงมาก ต้องกลับมาค้นเน็ตบ้าน


ราคาก็เจ็บพอควร แต่ถูกกว่าที่บอกไว้ตอนแรก มันมีส่วนลดจากอะไรสักอย่าง

สรุป ตอนนี้ก็ทานยาที่หมอให้ไป พยายามปรับเวลาชีวิต กินข้าวให้ตรงเวลา (ซึ่งก็ต้องไปปรับให้นอนให้ตรงเวลาด้วย) คุณหมอนัดอีกทีเสาร์หน้า ต้องดูผลกันไปเรื่อยๆ บางคนอาทิตย์เดียวหาย บางคนก็กินยากันหลายเดือน

เอวังด้วยประการฉะนี้





Create Date : 11 มิถุนายน 2555
Last Update : 11 มิถุนายน 2555 1:37:03 น. 7 comments
Counter : 7997 Pageviews.

 
"ตดจนตื่น" ความรู้ใหม่


โดย: Evil is Live วันที่: 11 มิถุนายน 2555 เวลา:16:24:37 น.  

 
เขียนได้สนุกมากเลยค่ะ อ่านเพลินแป๊บเดียวจบ


โดย: ม่ามี๊เด็กหญิงซูชิ วันที่: 18 มิถุนายน 2555 เวลา:12:17:04 น.  

 
ขอบคุนมากเลยนะคร้า เพราะดิฉันก้อจาให้คุนหมอที่ร.พเปาโลโชคชัย4ส่องกล้องเหมือนกาน กลัวมาก กลัวเจ็บแต่อยากรุ้ว่าคุนหมอเค้าจาให้ยานอนหลับกับคนไข้ทุกคนเลยหรือป่าวค่ะ เพราะดิฉันกลัวเจ็บมากค่ะ


โดย: สินิน IP: 115.67.36.23 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:19:42:57 น.  

 
ถ้าที่ เปาโล เข้าใจว่า เค้าให้ยานอนหลับทุกคนครับ


โดย: merveillesxx วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:2:33:12 น.  

 
อ่านแล้วค่อยยังชั่วหน่อยเพราะหมอนัดส่องกล้องเหมือนกัน ดีนะเค้ามียานอนหลั บฉีดให้ด้วยงั้นเครียดมากเลยกลัวเจ็บขอบคุณ


โดย: กัญญารัตน์ IP: 115.67.165.174 วันที่: 27 กรกฎาคม 2556 เวลา:13:44:26 น.  

 
ขอบคุณที่มาเล่าประสบการณ์ นะค้ะ วันจัน ที่ 23 กันยายนี้ หมอนัดส่องกล้องเหมือนกัน รพ. เปาโล โชคชัย4 ตอนนี้ เครียด กลัวเจ็บ และอีกอย่าง กลัวอดอาหารไม่ไหว เพราะทุกวันนี้ต้องทานข้าว 7 โมง ไม่ทานก็ลมและกรดในกระเพาะอาหารเยอะ คิดว่าต้องเป็นลม ก่อนแน่ เลยค่ะ


โดย: Khanitha IP: 27.55.10.73 วันที่: 22 กันยายน 2556 เวลา:9:02:32 น.  

 
อยากไปส่องกล้องเหมือนกันค่ะ ปวดท้องกระเพาะบ่อยมาก ท้องอืด ท้องเฟ้อ แล้วยังเป็นกรดไหลย้อนบ่อยๆอีก


โดย: บุ๋มบิ๋ม IP: 182.232.48.35 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2559 เวลา:23:01:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

merveillesxx
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




สำส่อนทางการดูหนัง ฟังเพลงและเสพวรรณกรรม
New Comments
Friends' blogs
[Add merveillesxx's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.