http://twitter.com/merveillesxx และ http://www.facebook.com/merpage
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
6 กุมภาพันธ์ 2548
 
All Blogs
 
เศรษฐศาสตร์...ฤๅจะเป็นแค่เพียง 'โลกสมมติ' ?

หมายเหตุ: นำมาจากกระทู้ตอบถาม แสดงความคิดเห็นจากเวบบอร์ด คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ http://203.146.140.20/~cafe212/freewebboard/view.php?user=economics&id=1591

ตีพิมพ์ครั้งแรก: จุลสาร Made in Worjor โดย นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์




คำถาม
เศรษฐศาสตร์.............อ่อน ??
ตอนนี้ผมเรียนอยู่ปี 2

จากที่ผมได้เรียนที่นี่ตอนนี้ก็ จะ 2 ปี แล้ว

ในความเห็นของผม ผมยังเห็นว่าเศรษฐศาสตร์ยังไม่สามารถตอบโจทย์ของตัวมันเองได้
เศรษฐศาสตร์มักพูดถึงเรื่องเส้นความพอใจ ว่าทุกคนจะตัดสินใจตามความพอใจภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่

แต่ถึงอยางนั้นเราก็ยังไม่สามารถรู้ถึงความพอใจของคนแต่ละคนได้อยู่ดี ของตัวเราเองยังยากเลย

นอกจากนั้นเพื่อให้ศึกษาเศรษฐศาสตร์ให้ง่าย และเป็นระบบ มันจึงต้องมีข้อสมมติต่างๆมากมาย
ข้อสมมติที่สำคัญก็ได้แก่ มนุษย์เป็นสัตว์เศรษฐกิจ ตัดสินใจเป็นเหตุเป็นผล (rational)
บริโภคนิยม(ความพอใจมาจากการบริโภค) เห็นแก่ตัวเอง(individualism + marginalism)
จนบางครั้งเราเองก็ชักจะคล้ายๆสัตว์เศรษฐกิจเข้าไปทุกที

ผมจึงขอเชิญชวนช่วยกันคิดหน่อยว่า
จริงๆ แล้ว เศรษฐศาสตร์ที่เราเรียนกันอยู่ มันดี มันเจ๋ง แล้วหรือ???
อะไรคือ พื้นฐาน หรือเบื้องหลังความคิดที่เราเรียนอยู่???
เราซึ่งอาจจะถือตันเองว่าเป็นปัญญาชน
สิ่งที่ผมเขียนไปอาจจะไม่จริงทั้งหมด ขึ้นอยู่กับความเห็นแต่ละคน
ไม่มีใครถูก ไม่มีใครผิด ทุกคนต่างมีเหตุผลเท่าๆกัน

เพื่อให้เราได้รู้ เข้าใจ และตั้งคำถามกับสิ่งที่เราเชื่อ
ซึ่งบางทีเราอาจจะลืมคิด ใตร่ตรองให้ดีเสียก่อน

อุ้ย ก.1 # 21

โดย : สับปะรด [ 04/01/2005 , 14:41:01 ]




คำตอบ
ความสงสัยที่ว่ามา ก็เป็นที่มาของ เศรษฐศาสตร์กระแสรอง (Non-mainstream Economics) ยังไงล่ะครับ จากที่ อ.วรากรณ์ สามโกเศศ (ผู้เขียนหนังสือ 'โลกนี้ไม่มีอะไรฟรีทั้ง 5 ภาค') ได้มาบรรยายในงานหนังสือของมติชน อาจารย์ก็พูดถึงเรื่องนี้เหมือนกันนะครับ ว่าเมื่อไม่นานมานี้ได้มีสาขาองค์ความรู้ที่เอาเศรษฐศาสตร์มาผสมกับจิตวิทยา ที่ว่าแท้จริงแล้วมนุษย์นั้นใช่จะมีเหตุผลหรือเป็นคนสมเหตุสมผลอยู่เสมอ (Rational) รวมถึงสาขาความรู้ใหม่ๆ อย่าง 'พุทธเศรษฐศาสตร์' ด้วย (มีหนังสือออกมาขายแล้ว เล่มหนามากๆๆๆ...ไม่กล้าซื้อ)

เท่าที่ผมทราบเศรษฐศาสตร์ที่เราได้เรียนไปล้วนแต่เป็นเศรษฐศาสตร์กระแสหลักทั้งสิ้น (Mainstream
Economics) รู้สึกว่าที่มหาลัยเรา (ม.ธรรมศาสตร์) มีวิชา EC418 จะสอนถึงเศรษฐศาสตร์มหภาคในสาขาอื่นๆเชิงเปรียบเทียบ แต่ว่าเท่าที่ดูใน Academic Plan เนี่ย วิชานี้มันหายไปแล้วทั้งปี 2548 และ 2549

(*ทราบทีหลังว่าเนื่องจาก อ.ผู้สอน คือ อ.ภาวิน ศิริประภานุกูล และ อ.ปกป้อง จันวิทย์ ได้ไปเรียนต่อในระดับปริญญาเอก)

(**อ.ดร.อภิชาต สถิตนิรามัย ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า คณะเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ไม่ใคร่จะมีอาจารย์ที่เรียนมาทางด้านกระแสรองมากนัก จะมีก็ อ.พิชิต ลิขิตสมบูรณ์ ที่เรียนมาทางสาย Marxian ซึ่งไม่แน่ใจว่าอาจารย์สอนอยู่ที่มหาลัยใด)

ผมว่าตอนนี้เราอาจจะยังได้ศึกษาอะไรที่เหมือนจะเป็นแต่เพียง 'ด้านเดียว' เสียมากกว่า
ต่อไปในอนาคตเราอาจจะเรียนรู้อะไรมากขึ้น จนตกผลึกเป็นคำตอบที่ติดค้างคาอยู่ในใจ
เพียงแต่ว่าที่มาของคำตอบนั้นมันอาจจะใช้ 'เวลา' นาน...นานเหลือเกิน

อันนี้ขอแทรกด้วยเนื้อเพลง 'เวลา' ของวง P.O.P (ซึ่งผมชอบมากๆ) ท่อนหนึ่งบอกว่า
"เวลาจะเป็นคำตอบ เวลาจะเป็นคนบอกกับเธอและฉันเอง"
บางสิ่งบางอย่างต้องใช้เวลาจริงๆครับ ง่ายๆเลยกว่าผมจะมาชอบเพลงนี้ก็ปาเข้าไป 4
ปีให้หลังจากที่เพลงนี้ออกมา (แต่ก่อนผมเคยเกลียดท่อน 'นานานานา' ในเพลงนี้มากๆ)

ทุกสิ่งทุกอย่างมีสองด้านเสมอ... พวกเราคงเคยได้ยินคำว่า 'เหรียญสองด้าน' นะครับ
ในโลกแห่งเศรษฐศาสตร์ก็อย่างที่ผมว่าไป มันคือการแบ่งด้วย Mainstream และ Non-mainstream
ในโลกอื่นๆก็เช่นกันครับ ...ตรงนี้ผมขออธิบายด้วยเรื่องที่ผมค่อนข้างถนัดแล้วกัน
(ผมเป็นคนทึบตันทางปัญญากับแขนงความรู้ทางเศรษฐศาสตร์) นั่นคือ โลกแห่งภาพยนตร์

เอาที่เห็นได้ชัดคือ หนังไทย ปีนี้เรามีหนังอย่าง 'สัตว์ประหลาด' ที่จัดเป็นหนัง Non-mainstream
(ส่วนจะเรียกว่า หนังอินดี้ หนังอาร์ต หนังนอกกระแส หนังทางเลือก หรือกระทั่งหนังแนว ก็ตาม)
แล้วเราก็มีหนังอย่าง 'แจ๋ว' ที่จัดเป็นหนัง Mainstream ถามว่าหนังเรื่อง 'สัตว์ประหลาด'
ที่ถูกคนก่นด่าหาว่าแอ็คอาร์ตบ้าง ดูไม่รู้เรื่องบ้าง ดัดจริตบ้าง ต้องปีนกระไดดูบ้าง (แต่สำหรับผม
ผมรักหนังเรื่องนี้มาก) ถ้าถามผมว่าหนังเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างไร ผมคงตอบว่ามันมี
'ความสำคัญมาก' เพราะในขณะที่หนังไทยบ้านเราเต็มไปด้วยหนังผีแหกอก ตีหัวเข้าบ้าน หลอกตังค์คนดู
เราก็ควรจะมีหนังแบบ 'สัตว์ประหลาด' มาเพิ่มความเจริญให้กับวงการหนังไทยบ้าง

นั่นคือ ความเป็น Mainstream และ Non-mainstream คือสิ่งซึ่งเป็นคู่หยิน-หยางกัน
เป็นคู่ซึ่งนำมาซึ่งสมดุล ...เช่นเดียวกันที่ว่า เมื่อมี 'กระแส' ก็ต้องมีการ 'สวนกระแส'
เสมอ อย่างกรณีที่ประชาคมโลกชอบ Lord of the Rings มันก็ต้องมีคนที่ไม่ชอบ
(และถูกรุมด่าถ้าไปตั้งกระทู้ด่าหนังเรื่องนี้ใน pantip.com --ฮา) หรือกรณี TSUNAMI ถล่มภาคใต้
ต้องมีสักคนที่คิดในใจว่า "มันก็แค่ปรากฏการณ์ธรรมชาชาติ" ก็เท่านั้น
(และก็ถูกรุ่มด่าเช่กัน -- ฮาอีกรอบ)
** อ่านความคิดของผมต่อเหตุการณ์ TSUNAMI ได้ที่http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=merveillesxx&date=02-01-2005&group=4&blog=1

บทสรุปก็คือ ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ...เพียงแต่ว่าเราจะมองเห็นอีกด้านของมันหรือไม่
และบางทีมันต้องใช้เวลาและปัจจัยมากมาย

ขอย้ำไอเดียนี้ด้วยประโยคเด็ดจากนวนิยายเรื่อง Sputnik Sweetheart (รักเร้นในโลกคู่ขนาน - สนพ.มติชน)
ของ ฮารูกิ มูราคามิ
"สรรพสิ่งที่เราคิดว่าเรารู้จักถ่องแท้แล้วจะแฝงซ่อนอยู่ด้วย "ตัวแปรไม่รู้ค่า"
ในปริมาณมากเท่าเทียมกัน"


** สำหรับเหล่า นศ. ที่กำลังสับสนในชีวิตมหาลัยของตนเอง ผมแนะนำนิยายเรื่อง Norwegian Wood (ด้วยรัก ความตาย แลหัวใจสลาย - นสพ.มติชน) ของฮารูกิ มุราคามิ นะครับ...อ่านแล้วถ้าไม่ตั้งสติกลับไปเรียนหนังสือได้ ก็อาจจะลาออกไปเลยก็เป็นได้ครับ (อ้าว...ซะงั้น)

ผมดีใจนะครับที่มีกระทู้ 'กระตุกสติ' แบบนี้ขึ้นมา
ไม่รู้ว่าคำตอบอันยืดยาวของเราจะมีประโยชน์หรือไม่
แต่ขอให้เจ้าของกระทู้พบคำตอบของคำถามแห่งชีวิตข้อนี้เร็วๆนะ

ต่อ KP'20

--------------------------

ปล.1 สำหรับความสงสัยเรื่องคนเป็น 'สัตว์เศรษฐกิจ' น่าจะลองอ่านหนังสือ 'คนไม่ใช่สัตว์เศรษฐกิจ' ของอ.ปกป้อง จันวิทย์ ดูนะ ถ้าจำไม่ผิด สนพ. openbooks
(ซึ่งผมก็ยังไม่เคยอ่านนะ)

โดย : merveillesxx [ 04/01/2005 , 20:24:06 ]




Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2548
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2548 21:43:12 น. 2 comments
Counter : 984 Pageviews.

 
ความคิดเห็นอื่นๆ จากกระทู้ข้างต้น

(เกรด)เศรษฐศาสตร์......(GU)........อ่อน


เศรษฐศาสตร์ที่เราเรียนกันอยู่ มันดี มันเจ๋ง แล้วหรือ???

ถ้าจะให้ตอบน้องอุ้ยแบบกำปั้นทุบดินแล้วล่ะก็......ใช่ครับ....มันเจ๋ง
เพราะอย่างน้อยมันทำให้อุ้ยตั้งคำถามนี้ขึ้นมาไงล่ะ... (อ้าว ลาวซะ)

สำหรับผมนะ เรายังไม่เชื่อในไอ้ที่เรียนหรอก อาจเพราะเราไม่ได้เรียนอะไรเลยก็ได้ (โดดตลอด -_-"
กรรม) แต่สิ่งนึงที่ให้คณะนี้ให้เราแน่ๆ(โดยที่ไม่อยากจะได้เลยนะ) คือ....รู้สึกว่าตนเองเป็นคนดีขึ้น
มองอะไรที่ภาพรวมมากขึ้น(แหวะ!!!) อย่าถามนะว่าตรงไหนของทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่มันบอกตรงนี้
เพราะจำไม่ได้หรอก......สมองปลาทอง สอบแล้วก็ลืม และเชื่อมั้ยว่าคนครึ่งคณะก็เป็นเหมือนเรา

สิ่งที่สองที่เห็นได้ชัดเจนจากเศรษฐศาสตร์ที่นี่คือ........เด็กเสดมีแขนสองข้าง!!
(มุขอาจารย์โกวิทย์ อยากรู้ เข้าเรียนEC432สิครับ) ...คือทุกคนจะไม่ตัดสินว่าอะไรถูกเสมอหรือผิดเสมอ
เกือบทุกคนจะตั้งคำถามกับสิ่งที่จะเป็น และจะweightว่าอะไรจึงควรที่จะทำในสถานการณ์นั้นๆ
แม้ว่าสิ่งที่ตัดสินใจทำจะผิดพลาดก็ตาม แต่อย่างน้อยเราก็ยังใจเย็นพอที่จะมองถึงทั้งสองด้านของเหรียญ
ก่อนที่จะมาพลิกมาดูทีหลังแล้วพบว่ามันเป็นเหรียญปลอม

พูดถึงtropical malady.....ยังไม่ได้ดูเลย ไม่กล้าดู เพราะยังไม่เข้าใจ blissfully your
สงสัยตอนเข้าไปดูตั้งใจมากเกิน เลยหลับ (สงสัยอาร์ตไม่เข้าขั้น) อย่างไรก็แล้วแต่
ปีนี้มีหนังเรื่องนึงที่ถือเป็นสุดยอดsurpriseประจำปี.....ซึ่งปกติหนังแนวนี้จะไม่ได้ตังค์จากเราเด็ดขาด
แม้แต่แดงเดียว (มักคาดหวังว่าลงcableแล้วได้ดูฟรี เหอๆๆๆ)

แต่กับหนังเรื่องนี้ ทำให้เราแหกขี้ตา เปิดเครื่องคอมทิ้งไว้นานกว่า4วัน เพื่อโหลดมาดู
(ซึ่งความจริงน่าจะแค่2วันเสร็จแต่ดันโหลดผิดโหลดภาคแรกมาด้วย) เพราะตอนเข้าโรงติดสอบพอดี (DAMN)

Before Sunset หนังรัก..(เหรอ) แบบreal time ภาคต่อของ before sunrise
เมื่อเก้าปีก่อนตอนผมเพิ่งหัดดูหนัง ที่สามารถตรึงผมติดเก้าอี้ได้ด้วยคน2คน มาพูดฉอดๆๆ
เถียงกันเรื่องนู้นเรื่องนี้ กว่า1ชม.20นาที แล้วก็จบ......
(สนใจอยากดูติดต่อได้ที่ rynekel@soi13.com ขายแผ่นละ20 dvd quality ไม่มีแปล เป็นaviเล่นบนคอมเท่านั้น
ขี้เกียจแปลง หรือถ้ารู้ว่าเราเป็นใครก็... ยืมก็ได้..ไม่ว่ากัน)

นอกเรื่องมาตั้งนาน....ขอตัดจบเลยละกัน......บาย

ปล. before sunrise(ภาคแรก) ดันโหลดมาเป็น rmvb ไฟล์เล็กจ้อย ขายแผ่นละ20เหมือนเดิม
packageนี้มาพร้อมกับ หนังตลกมุขแป้ก dodgeball: the true underdog story
และโคตรการ์ตูนถ่oiประจำศตวรรษ south park (ทำไมกูโหลดแต่ของพวกนี้วะ) อีกหนึ่งตอน

ทั้งสองตอน ไม่มีsubไทย โดยเฉพาะdodgeball เป็นเวอร์ชั่นของmexico อาจเห็นsubแปลกๆ
(ขำกว่าเนื้อเรื่องอีก) rynekel@soi13.com ที่เดิม

โดย : rynekel [ 05/01/2005 , 01:59:15 ]

เศรษฐศาสตร์มันก็ไม่ได้เลิศเลอเพอร์เฟคหรอกนะ
แต่ผม "เชื่อ" ว่า มันทำให้โลกหมุนได้อย่างที่ควรจะเป็น

ถ้ามนุษย์เชื่ออย่างที่ Classic พูด
ก็คงไม่มี Keynes
แล้วก็ถ้าเชื่อแบบอีตา Kenyes พูดทั้งหมด
ก็คงไม่มีอะไรต่อมิอะไรมาให้เราๆท่านๆต้องหวานอมขมกลืนนั่งเรียนกันอยู่

มนุษย์ทุกคน ก็ไม่ใช่ rational Man
บางทีเราก็ทำอะไรโดยไม่อ้างอิงเหตุผล
แต่เรามักจะอ้าง "ความพอใจ" ของเราเป็นหลัก

ก็มันเรื่องของ Gu แล้ว You มาเจือกอะไร

อย่างที่เราเรียนมันก็มักจะ สมมติ อะไรที่คิดๆดูแล้วมันน่าตลก

เช่น สมมติให้ตลาดแข่งขันสมบูรณ์
สมมติให้สินค้าเหมือนกันทุกประการ
สมมติให้ ฯลฯ

.
.
.
.

ถ้าไม่สมมติอย่างนั้น มันก็ไม่เป้นไปตามสมมติฐานที่ตั้งเอาไว้

ไม่มีอะไร อธิบายความเป็นไปของโลกได้สมบูรณ์แบบ
เศรษฐ ไม่สมบูรณ์แบบในตัวมันหรอก
คงต้องใช้ศาสตร์อื่นมาร่วมพิจารณาด้วย

ธรรมชาติมันยิ่งใหญ่มากมาย
มนุษย์ดุจเม็ดทรายในสายลม


เราควรต้องไปดูกระทิงกันนะครับ


โดย : อิทธิพล [ 05/01/2005 , 10:47:04 ]

โฮ่ นานๆทีจะมีกระทู้มีสาระซักที
ดีจัยๆๆๆๆๆ

โดย : บัวเผื่อน [ 05/01/2005 , 19:34:36 ]

blissfully yours
ไม่หลับนะ ก้อยังยืนยันว่าเหมือนดูวีซีดี แอบถ่าย พฤติกรรมคนเนียนดี แต่ไม่ชอบอะ

iron pussy ใครจะชอบเราก็เฉยๆ
ดูเพลินๆเรื่อยๆไม่โดนมาก

แต่กลับชอบสุดเสน่หามากกว่านะ
เอ่อ แต่รอดู Tropical malady ก่อนถึงตอบได้

ปล. บางทีการดูหนัง เราก็ขี้เกียจปีนบันไดดูนะเนี่ยะ
แต่การมีกระไดมาให้เราปีนเป็นเรื่องที่ดีนะ เพิ่ม choiceให้ผู้บริโภคเลือกเยอะดี

อะเข้ากระทู้หน่อยตอบมาเราไร้สาระเหลือเกิน

เศรษฐศาสตร์ เหรอ
ถ้าถามว่าชอบมั้ย - คงตอบว่าไม่ชอบ
แต่ถ้าถามว่าเป็นศาสตร์ที่ดีมั้ย - มันดีนะ

ดีตรงไหน

คงตอบแบบคนโง่ๆคนนึงที่พึงจะตอบ

มันสามารถช่วยให้เราประมวลผลหรือ absorb สิ่งแวดล้อมรอบตัว
เข้ามาอยู่ในรูปแบบข้อมูลชุดหนึ่งแล้วจากนั้นทำการประมวลผลภายใต้ความเป็นเหตุและผล

ตัวเราค่อนข้างมองว่าเศรษฐศาสตร์หากคุณเรียนล้วรู้จัก apply มันจะก่อประโยชน์แก่ตัวคุณมาก
ไม่จำเป็นต้องใช้ทางด้านเศรษฐศาสตร์โดยตรงหรอก
การเรียนเศรษฐศาสตร์ช่วยบ่มนิสัยทางด้านเหตุและผลให้กับตัวเราทีละเล็กทีละน้อย
ช่วยให้ง่ายต่อการศึกษาวิชาอื่นๆนะ


โดย : Only The Strongest will Survive [ 05/01/2005 , 20:49:36 ]

Why do we need to study consumer theory, producer theory, and general equilibrium?

- it is the most simple economic model you can think of in microeconomics. Because of this
simplicity, being able to solve the model will be a good preparation for you to further your
economic studies at higher level.
- of course, it is UNREALISTIC. However, it can be useful in real world application, still, to some
extend. For example, although we will not have "pareto efficiency" in the real world
like general equilibrium model's first welfare theorem predict, because of this model, we DO KNOW
about what situations will lead to Pareto inefficiency.

Can economic model be made more realistic? Can the assumption of rationality be modified?Yes!!

- psychological economics is a very new field. They answer stuffs like why a person who want to
stop smoking still smoke. Here they use some concept like "long term perception about
themselves" and short-term gain.
- also there are other type rationality other than the one which is normally being taught (i.e.
maximize utility, and maximize profit). One is called "satisfacting approach", and
other one is "mark-up approach" (like firms do not set price of their products by
equating MC=MR but set it by using certain mark-up rule.
- "bounded rationality".
- of course, we also have game theory, which is what most modern micro stuffs is being based on.
- all of these can be made rigorous.

Macroeconomics - a pack of different models or a single coherent model?

- both style of teaching have positive and negative side.
- pack of models (like the old macro TU course): students know a alot of models and how they are
different; however, students cannot do any analysis of the real world because they have these
contradicting models in their mind.
- consistent one model (like the macro text of Blanchard): no contradiction; however, students will
be able to do analysis.
- they have pro and con!!

** anyway, all these stuffs which are being taught in undergrad macro is more or less useless in
graduate macroeconomics. Graduate macro is totally based on modern macroeconomics, which is based
totally on intertemporal optimisation. Questions can be made very rigorous as in microeconomics. I
believe that modern macro econ is the best way to capture the world, as it recognize that people do
care about the future (that's where "intertemporal" optimisation comes in -- this
is unlike Keynes' idea which totally disregard intertemporal aspects of the real world). Many
models of macroeconomic is based on intertemporal optimisation e.g. Permanent Income Hypothesis,
Real Business Cycle Theory, modern monetary economics (the one that government fix interest rate
rather than the usual IS-LM framework -- again, more realistic overhere) **

Mainstream or non-mainstream ??

- mainstream economics if often seen as non-mathematical while non-mainstream economics is often
seen as mathematical.
- however, I think it is possible to make most of non-mainstream analysis mathematical (some
economists care).
- why rigor is good? I think it is because we can test whatever model we have with sophisticated
technique if we have exact model. So we can separate good model from bad model.

What is the fundamental of economics?:

- optimisation! Intratemporal optimisation for microeconomics (Lagrange) and intertemporal
optimisation in macroeconomics (Bellman Equation, Hamitonian).
- some sort of equilibriums.

โดย : economist to go [ 07/01/2005 , 01:35:07 ]

mainstream economics if often seen as non-mathematical while non-mainstream economics is often
seen as mathematical.

-->

non-mainstream economics if often seen as non-mathematical while mainstream economics is often
seen as mathematical.

โดย : typo [ 07/01/2005 , 01:36:33 ]

เรารู้แต่ว่าตอนนี้เศรษฐศาสตร์มันเข้าเส้นเลือดเราไปแล้ว


โดย : เด็กเสด [ 08/01/2005 , 20:41:07 ]


โดย: merveillesxx วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:19:57:07 น.  

 
อ่านแล้วยังแอบงงๆอยู่ = =' แต่อีกไม่นานได้เรียนหลักเสดมั่งก็คงจะกลับมาอ่านแล้วรู้เรื่องขึ้น(มั้ง)เหอๆ


โดย: blueraccoon วันที่: 18 มีนาคม 2548 เวลา:20:20:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

merveillesxx
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




สำส่อนทางการดูหนัง ฟังเพลงและเสพวรรณกรรม
New Comments
Friends' blogs
[Add merveillesxx's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.