http://twitter.com/merveillesxx และ http://www.facebook.com/merpage
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2549
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
18 มิถุนายน 2549
 
All Blogs
 
IELTS : กลยุทธ์และการเตรียมพร้อม

เรียบเรียงโดย merveillesxx




(เรียบเรียงจากงานสัมมนา IDP Education Australia Expo 2006 ณ ศูนย์สิริกิติ์ 17 มิถุนายน 2549)

ประกอบด้วย 2 หัวข้อคือ
1. IELTS Test Tips
2. English Preparation for IELTS




IELTS Test Tips
โดย Weenarat Thongmual (IDP Education Australia)


IELTS คืออะไร
IELTS = International English Language Testing System (เริ่มปี 1989)
http://www.ielts.org (ตัวอย่างข้อสอบ / ข้อมูลอัพเดท)


ผู้ที่มีบทบาทใน IELTS
1. British Council (ผู้จัดสอบ)
2. IDP: IELTS Australia (ผู้จัดสอบ)
3. Cambridge ESOL (ออกข้อสอบ - ทั่วโลกเหมือนกัน)


แนวโน้ม
ความนิยมสอบ IELTS มากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี
ทั่วโลก : 500,000 คน
ประเทศไทย ปี 2004 : สอบประมาณ 7,000 คน (เป็นผู้หญิง 64%)


ทำไมต้องสอบ IELTS
*1. Study : วัดความพร้อมทางการศึกษา
2. Professional : ประกอบอาชีพในต่างประเทศ
3. Emigration : ย้ายถิ่นฐาน


คะแนนของ IELTS
แบ่งเป็น 9 band score
9 – expert user
8 – very good user
7 – good user
6 – competent user
5 – modest user
4 – limited user
3 – extremely limited user
2 – intermittent user
1 – non-user

**การศึกษาต่อในระดับ ป.โท มหาลัยมักต้องการระดับ 6.5 ขึ้นไป


สถิติ
- อายุผู้สอบเฉลี่ย 26 ปี

- สอบประเภท
*1. Academic 84% (เชิงวิชาการ, เรียนต่อป.ตรีขึ้นไป, ทำงาน)
2. General Testing 16% (มัธยม, ย้ายถิ่น)

- สถิติคะแนน
9% ที่สอบครั้งแรกแล้วได้เกิน 6.5
79% mสอบครั้งแรกแล้วได้คะแนนช่วง 4.5-6
ค่าเฉลี่ย = 5.5



Test Format
เรียงลำดับตามนี้
1. Listening (30 นาที)
2. Reading (60 นาที)
3. Writing (60 นาที)
4. Speaking (11-14 นาที)


รายละเอียดต่อไปนี้เป็น IELTS แบบ Academic

1. Listening (30 นาที)
- ฟัง 30 นาที (ฟังรอบเดียว) มีเวลาอีก 10 นาทีให้ตอบลง answer sheet
- คำถาม 40 ข้อ
- มี 4 sections จากง่ายสุด (เรื่องใกล้ตัว, conversation) ไปยากสุด (สถานการณ์ lecture)
- มีทั้ง choice และเติมคำ (ระวังตัวสะกด)

Tips การทำ Listening
- อาจเจอหลาย accent (ต้องฝึกฟังมาหลายๆ สำเนียง)
- ฝึกการทำสอบ : ฟัง + อ่าน + จดโน้ต ไปพร้อมๆ กัน
- มีข้อสอบ 1 ข้อแน่ๆ เป็นเรื่องเขียน number เช่น เบอร์โทร บ้านเลขที่ ชั้นติดต่องาน
- ระหว่างเปลี่ยน section ให้เช็คคำตอบ + ดูคำถามข้อถัดไป
- เติมคำ ระวัง grammar เช่น unit (หน่วย) เซน กิโล เติม s, es / หน่วยเงิน
- verb forms, spelling, plural
- ตอบผิดไม่ติดลบ ถ้าไม่รู้ให้เดา อย่าเว้นว่าง
- ระวังกา choice เลื่อน


2. Reading (60 นาที)
- อ่าน 3 passage : ค่อนข้างยาว 2000-2750 คำ
- เวลา 60 นาที
- 40 คำถาม
- มีทั้ง choice, เติมคำ, comprehension, T or F, Y or N, จับคู่ heading กับ paragraph
- เป็นบทความทางวิชาการ เช่น ภาษาศาสตร์ แพทยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ thesis

Tips การทำ Reading
- Prediction Skill : title subtitle
- Skimming Skill : ไม่อ่านทุกคำ
- Scanning : specific information
- 3 เรื่อง เรื่องละ 20 นาที
- guess คำศัพท์ : เอาใจความโดยรวม
- ฝึกอ่านเยอะๆ ใน Times, Bangkok Post, The Nation (บางทีข้อสอบก็ดึงพวกนี้มาออก)


3. Writing (60 นาที)
แบ่งเป็น Task 1 และ Task 2

3.1 Task-one
- 20 นาที
- เขียน 150 คำ
- มักให้ report ข้อมูล มาในรูปกราฟ ตาราง แล้วให้เขียนอธิบาย
- ไม่ต้องเขียนความเห็น

Tips การทำ Writing (Task-one)
- วิเคราะห์กราฟ ว่าวัตถุประสงค์คืออะไร ไม่เขียนออกนอก topics
- at least 150 words ถ้าเขียนไม่ถึงถูกหักคะแนน
- structure clear (formal writing)
- ลายมือพออ่านออก
- เขียนเว้นบรรทัดเพื่ออ่านง่าย
- เช็ค spelling, punctuation, grammar (plural, verb)

3.2 Task Two (คะแนนหลักของส่วน Writing)
- 40 นาที
- 250 คำ
- เขียนความคิดเห็น (discussion essay)
- formal writing
- อาจซวยเจอเรื่องที่เราไม่มี background

Tips การทำ Writing (Task Two)
- อย่าลืม อย่างน้อย 250 คำ
- วางแผนก่อนเขียน
- ใส่ personal experience ลงไป
- ระวัง structure / วางแผน paragraph / มี introduction, conclusion
- เขียนทั้ง เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แล้วสรุปว่าน้ำหนักเอนไปทางไหนมากกว่า


4. Speaking (11-14 นาที)
- สัมภาษณ์สดกับอาจารย์ เลือกสัญชาติไม่ได้
- คุยกันตัวต่อตัว
- 11-14 นาที
- การสัมภาษณ์จะถูกอัดไว้
- มีทั้งหมด 3 Parts

4.1 Intro & Interview (4-5 นาที)
เพื่อให้เรา relax, จะถามเรื่องใกล้ๆ ตัว เช่น ทำงานอะไร

4.2 Individual long term (3-4 นาที)
อาจารย์จะเลือก topic มา 1 เรื่อง ให้กระดาษเพื่อร่างประมาณ 1 นาที จากนั้นให้พูดแบบ non-stop (speech) ถ้าอาจารย์ไม่สั่งให้หยุด ก็อย่าเพิ่งหยุด พูดไปเรื่อยๆ

4.3 Two-way discussion (4-5 นาที)
discuss ใน topic ต่อเนื่องจากข้อ 4.2 ให้ใส่เหตุผลและความคิดเห็นลงไป

การให้คะแนน Speaking
ประกอบด้วย 4 ส่วน
1. Fluency Coherence : ความคล่อง และความเชื่อมโยง (ไม่พูดตะกุกตะกัก ต่อเป็นธรรมชาติ และต่อเนื่อง)
2. Lexical resource : การใช้ศัพท์ ไม่ใช้ศัพท์ที่ง่ายหรือคำซ้ำมากเกินไป (ควรใช้ศัพท์ advance)
3. Grammatical Range and Accuracy เช่น ถาม past ตอบ past (แต่ข้อนี้ไม่ต้องกังวลมาก)
4. Pronunciation : สามารถพูด thai accent ได้ แต่ต้อง stress คำให้ถูกต้อง เน้นการสื่อสารถูกอารมณ์

Tips การทำ Speaking
- อย่ากังวลเรื่อง grammar จนเกินไป
- พูดให้ดัง ชัด และดูมั่นใจ
- อย่าตอบสั้นเกินไป แม้จะเป็นคำถาม YES/NO
- ระวังหมดเรื่องพูด แล้ว dead air ให้คิดเผื่อไว้หลายๆ อย่าง พูดเยอะไม่เป็นไร
- อาจารย์จะช่วยยิงคำถามให้พูดต่อ
- ไม่เข้าใจคำถาม pardon ได้
- ใช้ joining words เช่น and but so well
- ซ้อมหน้ากระจกทุกวัน
- ส่วน discussion ให้เตรียมคำตอบทั้งเห็นด้วย / ไม่เห็นด้วย
- smile & eye contact
- ทานข้าวกลางวันไปด้วย (speaking สอบช่วงบ่าย)
- ฝึกพูดภาษา เช่น ลองพูดกับเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษตลอดเวลา



Test Report Form (TRF)
- ใช้รูปปัจจุบัน เพื่อความน่าเชื่อเถือ
- บอกคะแนนแต่ละ section และ overall band score (เฉลี่ย)
- ระวังบางมหาลัยระบุคะแนนเฉพาะ เช่น ต้องการ writing ระดับ 6 ขึ้นไป
- ใช้เวลาตรวจข้อสอบ 13 วัน (รอบนึงสอบประมาณ 90-100 คน)
- TRF เก็บได้ 2 ปี แต่ระวังบางมหาลัยไม่เกิน 1½ ปี (เพราะต้องการทักษะปัจจุบัน)


FAQ (คำถามที่พบบ่อย)
1. สมัครสอบที่ IDP หรือ British Council ได้ข้อสอบเดียวกัน (Speaking ก็จะมาตรฐานเดียวกัน)
2. ค่าสอบ 5,500 บาท
3. ตั้งแต่ พ.ค. 2549 ยกเลิกกฎเว้นช่วงสอบ 90 วัน ปัจจุบันสอบบ่อยแค่ไหนก็ได้
4. มีสอบเดือนละ 3 ครั้ง
5. ต้องสมัครล่วงหน้า เพราะเต็มยาวเป็นเดือน
6. ลือกันว่าสอบ IDP จะง่ายกว่า : ไม่จริง เพราะ Examiner Standard เท่ากัน
7. IELTS ใช้ยื่นมหาลัยใน อังกฤษ, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และบางมหาลัยในอเมริกาก็รับ (ต้องเช็คก่อน)


IDP มีคอลัมน์ลงใน นสพ.Bangkok Post ทุกวันอังคารที่สองของเดือน

IDP กรุงเทพ CP TOWER ชั้น 4
โทร. 02-638-1111 # 111-112
http://www.idp.com/thailand




English Preparation for IELTS
โดย Dominic Bird (IDP English Language Centre)

สถิติของคนไทย
ได้คะแนน 6.5 ขึ้นไป : 9%
ได้คะแนน 4.5 - 6 : 79%
ได้คะแนน 4 ลงมา : 12%
ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 5.5

- การจะทำ IELTS ให้ได้คะแนน 6.5 หรือ 7 ไม่ใช่เรื่องง่าย
- คะแนนส่วนของ Writing กับ Speaking จะไม่มีเป็น .5


3 ข้อผิดพลาดสำคัญ
1. No organize preparation : นึกว่าผ่านข้อสอบที่มหาลัย แล้วจะผ่าน IELTS
2. Too little preparation : เรียนแค่ไม่กี่อาทิตย์ก่อนสอบ (**ต้องวางแผนอย่างน้อย 1 ปี**)
3. Wrong preparation : นึกว่าทำโจทย์อย่างเดียวก็พอ (ไม่ได้เพราะ IELTS เป็นข้อสอบเชิง communication)


จะทำอย่างไรให้ได้คะแนน
- เน้นข้อสอบ 4 Part + Grammar + Vocabulary
- เน้นการ Practice กับ people (esp. Speaking)
- When your English is a high enough level, you have to learn about IELTS test.


ต้องใช้เวลาเท่าไร
5.5 - 6.0 : 300 ชั่วโมง
6.0 - 6.5 : มากกว่า 300 ชั่วโมง (ประมาณ 7-9 เดือน สำหรับการเรียน)
6.5 - 7.0 : มากกว่า 300 ชั่วโมง


การใช้เวลาเตรียมน้อย / มาก ขึ้นกับ
1. motivation
2. ความเชื่อว่าภาษาอังกฤษมีความสำคัญ
3. ความมั่นใจ (esp. speaking)
4. young people จะเรียนเร็วกว่า


หากทำคะแนน IELTS ได้น้อย
1. delay เรื่องการไปศึกษาต่อ
2. เสียเงิน + เวลา


ดังนั้นเราควรทำอย่างไร
1. Establish my current level
2. Allow enough preparation time
*3. Attend classes to prepare
4. Study privately (เวลาอยู่บ้าน เวลาอยู่บนรถไฟฟ้า)




Create Date : 18 มิถุนายน 2549
Last Update : 1 กรกฎาคม 2549 20:38:00 น. 8 comments
Counter : 4045 Pageviews.

 
เฮ้อ ฟังดูยากจังน้า ...ใครเคยสอบบ้างครับ มีเทคนิคอะไรแนะนำมั้ยง่า หรือที่ไหนสอนดีๆ ก็ช่วยบอกหน่อยนะครับ (รวมถึงพวก TOEFL, TU-GET, CU-TEP, GMAT ด้วยเน้อ)

เซ็งที่สุด ก็เรื่อง TOEFL ระบบ IBT เนี่ยแหละ ทำไมมันยากแบบนี้ฟะ (แล้วทำไมมันต้องมาเปลี่ยนตอนปีที่ตูจะสอบด้วย!)


โดย: merveillesxx วันที่: 18 มิถุนายน 2549 เวลา:19:27:20 น.  

 

Ohhhhhhhh.....nooooooooo.......it s too difficult!! but we gotta do it!!


โดย: londoNeR IP: 61.7.252.5 วันที่: 4 กันยายน 2549 เวลา:14:32:48 น.  

 
searchมาเจอ ..จะสอบพุ่งนี้ค่ะพี่ หนักแร้วค่ะ หุหุหุ..สุ้ตายโลดค่ะ


โดย: พอยยยยค่ะ (ยาดพี่หวาย) IP: 58.9.96.72 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:18:44:18 น.  

 
Scott's English Success ดีป่าวน่าลองเรียนนะ เป็นการสอน ielst แบบออนไลน์ แต่กัวโดนหรอกจัง แบบว่าโอนตังไปแล้วไม่สอน หรือ ไม่ดี จะไปเอาผิดกะใครง่า.. คือ ไม่มีเวลาไปเรียนเท่าไหร่ ก็อยู่ต่างจังหวัดอ่ะ ละก้อ มีร้านเสริมสวย ต้องดูแล ต้องการสอบเอาคะแนนไปเรียนตัดผมต่อที่อังกฤษ อ่ะ


โดย: กัญ IP: 222.123.238.45 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:19:08 น.  

 
Let's go pull up youself for but futer.


โดย: Banmairooroy IP: 125.27.212.230 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:41:29 น.  

 
verry hard to get that but we have to try.


โดย: nicky IP: 124.183.242.204 วันที่: 29 มิถุนายน 2551 เวลา:18:41:37 น.  

 
How can i get 8 point?

555, just dreaming


โดย: boom IP: 203.155.120.58 วันที่: 25 กันยายน 2551 เวลา:11:05:42 น.  

 
เหตุผลที่น้องๆต้องเลือกสอบ IELTS ก่อนไปเมืองนอก คือ “ไม่อยากเสียเวลากับการเรียนภาษาอีกรอบซึ่ง....เงินที่ต้องจ่ายแพงสุดๆ …..ที่สำคัญเสียเวลามากกว่าสอบเมืองไทยหลายร้อยเท่า”
ดังนั้นต้องอดทน


*** สิ่งที่น้องๆควรทราบเกี่ยวกับ IELTS ***
+ โดยปกติคะแนนสอบ IELTS ในจะแสดงผลตั้งแต่ 1 ถึง 9 หากน้องๆต้องการเรียน และสำหรับน้องๆที่สอบในครั้งแรกและมีพื้นฐานด้านภาษาอังกฤษปานกลาง หรือ เรียนหลักสูตร inter ในเมืองไทย จะได้ประมาณ 4.5 – 5.0 คะแนน
+ ควรสอบให้ได้คะแนนมากกว่า 5.0 – 6.0 คะแนน แล้วค่อยไปเรียน โท / เอก พี่ๆแนะนำ…หากไม่อยากเสียเวลากับการเรียนภาษา เงินที่ต้องจ่ายแพงสุดๆ …..ที่สำคัญเสียเวลามากกว่าสอบเมืองไทยหลายร้อยเท่า”
+ ควรมีคะแนน IELTS เพื่อป้องกันการถูกลดระดับภาษาของคุณหากคุณไม่มีผลคะแนน จะถูกกดให้ไปเรียน General ENG ซึ่งจะทำให้น้องๆเสียเวลาเป็นอย่างมาก
+ โดยปกติระดับผลคะแนน IELTS ( 0.5 คะแนน จะเท่ากับการเรียน English for Academic Purposes ในต่างประเทศ เท่ากับ 10 weeks) เช่น หากน้องสอบได้ 5.5 แล้ว จะเรียน ป.โท (Require 6.5) ดังนั้นน้องๆจะต้องเสียเวลา + AUS /UK ดอลล....เท่ากับ 1.0 * 10 = 20 weeks ราคาหาก AUS ก็ประมาณ 300,000 บาท (ยังไม่รวมค่ากินอยู่..เช่าบ้านนะคะ)
ข้อมูล: http://www.tciap.com


โดย: nuch IP: 58.8.121.200 วันที่: 13 มิถุนายน 2552 เวลา:16:44:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

merveillesxx
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




สำส่อนทางการดูหนัง ฟังเพลงและเสพวรรณกรรม
New Comments
Friends' blogs
[Add merveillesxx's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.