http://twitter.com/merveillesxx และ http://www.facebook.com/merpage
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2548
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
12 ตุลาคม 2548
 
All Blogs
 
มนต์รัก "Sukiyaki" จากโฆษณา AIS ถึงเรื่องราวของ "พี่หน้าเหี้ยม"

โดย merveillesxx



AIS - Sukiyaki
"One Chance in your Life"

ช่วงนี้หลายๆ คนคงได้ผ่านตาโฆษณาตัวใหม่ของ AIS กันไปแล้วนะครับ ผมชอบโฆษณาตัวนี้มากๆเลยครับ ดูแล้วอบอุ่น อมยิ้ม น่ารัก ที่สำคัญคือเพลงเพราะมากๆ

โฆษณานี้ทำให้ผมสงสัยเหลือเกินว่าเพลงนี้มันคือเพลงอะไรหนอ ในที่สุดผมก็หาคำตอบให้กับตัวเองได้แล้วว่ามันคือเพลง Sukiyaki ที่ร้องโดย Kyu Sakamoto นั่นเอง (ซึ่งผมคาดว่าหลายๆคนคงรู้อยู่แล้วล่ะ เพราะผมมารู้เอาทีหลังว่าเพลงนี้เป็นเพลงเก่าที่ดังมากๆ และคนไทยส่วนใหญ่ก็รู้จักด้วย เอ๊ะ แล้วเราไปอยู่ไหนมาหว่า)

ย้ำไว้ก่อนว่า เพลง Sukiyaki นี่ไม่ได้เกี่ยวกับอะไรกับอาหาร สุกี้ยากี้ เลยแม้แต่นิดเดียว และในโฆษณานี้พระเอกนางเอกก็ไม่ได้กินสุกี้ยากี้ด้วย (แต่เขากินส้มตำกัน!)

เรื่องราวในโฆษณาเล่าถึงหนุ่มไทยชื่อ “พล” และสาวญี่ปุ่นชื่อ “โทโมโกะ” ทั้งคู่รู้จักกันกลางถนนเพราะสายกระเป๋าพันกัน (กลางถนนเมืองไทย…ไม่ถูกรถชนตาย เป็นไปได้ยังไง??) แก้สายกระเป๋าเสร็จหนุ่มพลก็เลยพาสาวแดนซากุระเที่ยวทั่วกรุงเทพ ไปไหว้พระพรหม ไปถนนข้าวสาร ไปกินส้มตำ ฯลฯ

มีอยู่ตอนหนึ่งพลพยายามฮัมเพลง Sukiyaki ให้โทโมโกะฟังว่าเธอรู้จักเพลงนี้มั้ย ฝ่ายหญิงก็งัดโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วเปิดริงโทนให้ฟัง …แน่นอนมันคือเพลง Sukiyaki นั่นเอง (ขอบคุณพระเจ้าที่มันไม่ใช่ I Believe เวอร์ชันเจแป๊นนิสสสสสสสส ของทาทายัง)

จากนั้น พล ถาม โทโมโกะ ว่า “คุณจะอยู่กรุงเทพอีกกี่วันเหรอ?”
สาวเจ้าตอบ “วันนี้ วันสุดท้ายแล้ว”

อา…อารมณ์เดียวกับหนังประมาณ Lost in Translation หรือ Vibrator เลยแฮะ!

ถึงเวลาเย็นย่ำ ทั้งสองต้องลาจากกัน โทโมโกะเตรียมตัวขึ้นเครื่อง เธอเอาโทรศัพท์ไปคืนศูนย์เช่า ในขณะเดียวกันนั้นเองพลก็กำลังลังเลใจที่จะกดโทรศัพท์

ในที่สุด…พลตัดสินใจโทรไปหาโทโมโกะ ริงโทนเพลง Sukiyaki ดังกังวาน เธอรีบวิ่งมารับโทรศัพท์ ทั้งสองได้คุยกันอีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้า...




-เรื่องของพี่หน้าเหี้ยม-

หลังจากดูโฆษณานี้ไปไม่กี่วัน ผมก็ได้ไปเจอเรื่องที่แสนจะคล้ายเรื่องของพลกับโทโมโกะเสียจริงๆ ต่อไปนี้เป็นเรื่องของ “พี่หน้าเหี้ยม” (??!!) ครับ

ผมรู้จักพี่หน้าเหี้ยมมาได้ 5 ปีแล้วครับ แกเป็นคนขายซีดีไม่กี่คนบนโลกที่คุยกับผมรู้เรื่องครับ วันนี้ขณะรอเวลาเข้าโรงดูหนัง ผมก็เลยแวะไปเยี่ยมเยียนแกที่ร้านตามปกติ พอเข้าไปแกก็บอกว่า “DVD เรื่อง Be With You ออกแล้วนะพี่ (แกชอบเรียกผมว่าพี่) กล่องสวยมาก” ผมก็บอกไปว่า “อ๋อ ไว้ก่อนละกัน ดูในโรงไปแล้ว”

จากนั้นจู่ๆ พี่หน้าเหี้ยมก็เอากล่อง DVD เรื่อง Be With You มายื่นใส่หน้าผม มือชี้ไปที่ไตเติ้ลหนังที่เป็นภาษาญี่ปุ่น แล้วก็พูดว่า “พี่อ่านตรงนี้ออกรึป่าว?” ไอ้ผมที่ทิ้งความรู้ภาษาญี่ปุ่นไปเกือบ 3 ปีแล้วก็เลยอ่านแบบงูๆปลาๆ กลับไปว่า “เอ่อ…อิ…มา…!~#@$% อะไรสักอย่างนี่แหละ เอาเป็นว่ามันแปลว่า ‘ฉันกำลังจะไปอยู่กับคุณ’ ละกัน”

ผมเลยนึกสงสัยในใจขึ้นมาว่า “ชะช้า วันนี้ไอ้พี่หน้าเหี้ยมมันลองดีแฮะ คิดจะทดสอบวิชาความรู้เรารึไงเนี่ย” แต่ทันใดนั้นเองสายตาผมก็เหลือบไปเห็น ตำราภาษาญี่ปุ่น 2-3 เล่มตั้งอยู่บนเค้าท์เตอร์ร้าน ปากกำลังจะอ้าถามว่า “พี่เอามาทำอะไรเหรอ” พี่หน้าเหี้ยมแกก็ชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า “พี่..ขอร้องเถอะ ช่วยบอกหน่อย ทำยังไงถึงจะพูดภาษาญี่ปุ่นได้”

“หา อะไรนะ???” ผมตอบกลับไปหน้างงๆ

ถามความไปมา สรุปใจความได้ว่าตอนนี้พี่หน้าเหี้ยมแกมีแฟนเป็นสาวญี่ปุ่นครับ! (กรี๊ด!) แกเล่าให้ฟังว่ารู้จักกันเพราะเธอเดินเข้ามาร้านซีดีนี่แหละ คุยไปคุยมาก็เป็นแฟนกันซะงั้น (อะไรวะ ทีเราอุตส่าห์ไปยืนอ่อยใน CD WAREHOUSE เป็นชั่วโมงๆ ทำไมไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย????)

แกเล่าเพิ่มต่อว่า ได้เจอกับเธอตอนเดือนสิงหาคม แล้วเธอก็บินกลับญี่ปุ่นไป แกก็คิดว่าชาตินี้คงไม่ได้เจอเธออีกแล้ว แต่แล้วเดือนกันยายนอยู่ดีๆ เธอก็บินมาเมืองไทย…เพื่อมาหาพี่หน้าเหี้ยมเนี่ยแหละครับ! (ผมขอยืนยันอีกทีว่าหน้าตาพี่แกก็เป็นตามชื่อที่ผมเรียกแหละครับ)

พอสาวเอาจริงแบบนี้ พี่หน้าเหี้ยมแกก็เลยต้องรีบบอกเป็นยกใหญ่เลยว่า “อย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมไม่ได้เป็นเจ้าของร้านซีดีนะ ผมเป็นแค่ลูกจ้างนะ ผมไม่ได้รวย แล้วผมก็จนด้วย แล้วผมก็อายุห่างกับคุณตั้ง 10 ปีเชียวนะ” (ฝ่ายหญิงอายุ 22 ปี)

…สาวญี่ปุ่นคนนั้นตอบมาสั้นๆว่า “ไม่เป็นไร”

หลากหลายเรื่องราวที่พี่หน้าเหี้ยมเล่าให้ผมฟัง มีเรื่องหนึ่งที่ผมประทับใจก็คือ สาวญี่ปุ่นคนนี้พูดและฟังภาษาอังกฤษไม่ได้เลย (ตามสไตล์คนญี่ปุ่นดั้งเดิม) นั่นก็เลยทำให้แกฟิตจัดจะพูด อ่าน เขียน และฟังภาษาญี่ปุ่นให้ได้ ครั้งหนึ่งแกเมลไปบอกเธอว่า “คุณรู้มั้ยผมกำลังทำอะไรอยู่ ผมกำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่นะ ทีนี้ผมจะได้ฟังคุณออกทีเสีย”

สาวญี่ปุ่นคนนั้นตอบกลับมาว่า “ฉันก็กำลังเรียนภาษาไทยอยู่เหมือนกันย่ะ!”

โอ๊ย อยากจะกรี๊ดค่ะ อยากจะกรี๊ด อยากจะลงไปกรี๊ด ดิ้น ดิ้น ดิ้น กลางร้านเสียตรงนั้นเล้ยยยยยย (ลูกค้าจะได้ไม่เข้าร้านมัน)

ไม่รู้คอร์สติวเร่งรัดภาษาญี่ปุ่นของผมที่ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงจะทำให้พี่หน้าเหี้ยมพัฒนาไปมากขนาดนั้น แต่ผมภูมิใจกับตัวเองในวันนี้มากๆ เพราะผมสอนกับแกชนิดที่ว่า “ให้เท่าที่มีทั้งชีวิต” (ติวหนังสือให้เพื่อนยังไม่เคยทำให้ขนาดนี้เลย)

นอกจากจะช่วยติว (แบบพื้นฐานสุดๆ) ให้แกแล้ว อีกอย่างที่ผมจะช่วยได้ก็คือ เป็นกำลังใจให้แก ล่ะครับ

วันนี้ผมดูหนังไป 4 เรื่อง แม้จะเจอตัวละครมากหลายประเภท ทั้ง “อีสาวอาร์ติสโรคจิต” (The Shapes of Things) “เกอิชาโพสโมเดิร์น” (Stratosphere Girl) “ผู้ก่อการร้ายที่หล่อที่สุดในโลก” (Red Eye) และ “ไข่ย้อย-ดากาดา-นุ้ย” (เพื่อนสนิท) แต่มันก็เป็นวันที่ผมมีความสุขมากๆ …สาเหตุหนึ่งก็คงมาจากเรื่องของ “พี่หน้าเหี้ยม” นั่นเอง

ตอนนั่งรถไฟฟ้ากลับบ้าน ผมคิดว่าคราวหน้าจะแวะไปบอกพี่หน้าเหี้ยมว่า “อย่าลืม ลองฮัมเพลง Sukiyaki ให้เธอฟังด้วย”

ปล. ตอนสุดท้ายพี่หน้าเหี้ยมบอกผมว่า เธอเมลมาหาแกว่า เธอจะย้ายมาอยู่เมืองไทยถาวรแล้ว




ดูโฆษณา AIS – Sukiyaki ที่ได้ที่นี่
http://www.ais900.com/popup_sukiyaki/TVC.html

โหลดเพลง Sukiyaki ได้ที่นี่
http://www.ais900.com/popup_sukiyaki/sukiyaki_original.mp3

เพลง Sukiyaki เวอร์ชันต่างๆ มากมายบานตะไท
http://www.maddmansrealm.com/sukiyaki/mp3.htm

เรื่องราวของ Kyu Sakamoto คนร้องเพลงนี้
http://www.japanorama.com/kyuchan.html




เนื้อเพลง/คำแปลเพลง Sukiyaki (ความหมายดีมากกกกกกกกกกก)

(**ขอบคุณ คุณ grappa ที่หาเนื้อเพลงและข้อมูลข้างล่างนี้ มาให้ครับ)

Sukiyaki
Kyu Sakamoto

- words by Rokusuke Ei, music by Hachidai Nakamura

- #1 hit in 1963 for Kyu Sakamoto. Kyu (pronounced "cue") was one
of the 520 people who died in the crash of a Japan Airlines 747
near Tokyo on August 12, 1985. He was 43.
- released in Japan as "Ue O Muite Aruko" (I Look Up When I Walk)

ue o muite arukou
namida ga kobore naiyouni
omoidasu harunohi
hitoribotchi no yoru

ue o muite arukou
nijinda hosi o kazoete
omoidasu natsunohi
hitoribotchi no yoru

shiawase wa kumo no ueni
shiawase wa sora no ueni

ue o muite arukou
namida ga kobore naiyouni
nakinagara aruku
hitoribotchi no yoru

(whistling)
omoidasu akinohi
hitoribotchi no yoru

kanashimi wa hosino kageni
kanashimi wa tsukino kageni

ue o muite arukou
namida ga kobore naiyouni
nakinagara aruku
hitoribotchi no yoru

(whistling)

-----------------------

Translation:

I look up when I walk so the tears won't fall
Remembering those happy spring days
But tonight I'm all alone

I look up when I walk, counting the stars with tearful eyes
Remembering those happy summer days
But tonight I'm all alone

Happiness lies beyond the clouds
Happiness lies above the sky

I look up when I walk so the tears won't fall
Though my heart is filled with sorrow
For tonight I'm all alone

(whistling)
Remembering those happy autumn days
But tonight I'm all alone

Sadness hides in the shadow of the stars
Sadness lurks in the shadow of the moon

I look up when I walk so the tears won't fall
Though my heart is filled with sorrow
For tonight I'm all alone

--------
It is said that the song was written by Rokusuke Ei when his heart was
literally broken with a Japanese actress, Meiko Nakamura.
The singer was killed by a plane crash which lost more than 500 lives in
1985.

ไปอ่านมาว่า ทำไมชื่อเพลงนี้ ถึงชื่อว่า สุกียากี้ เพลงนี้เคยดังมากที่อเมริกา
ดีเจที่นั่นต้องการชื่ออะไรก็ได้ที่ออกเสียงได้ง่ายและมีนัยยะของประเทศญึ่ปุ่น
เพลงนี้เลยได้ชื่อว่า Sukyaki ทั้งที่ในเนื้อเพลงและเนื้อหาไม่เกี่ยวอะไรกับ สุกียากี้เลย



Create Date : 12 ตุลาคม 2548
Last Update : 12 ตุลาคม 2548 22:35:40 น. 25 comments
Counter : 1150 Pageviews.

 
mer ไปอยู่ส่วนไหนของโลกเนี๊ยะ ถึงพึ่งเคยได้ยินเพลงนี้

เพลงนี้เป็นเพลงที่พี่เองรู้จักเป็นเพลงแรก ๆ ตอนเริ่มต้นฟังเพลงเลย จำไม่ได้แล้วฟังเวอร์ชั่นไหน แต่คิดว่าเป็นฝรั่งร้อง

ว่าแต่ตอนนี้ฟัง Pet Shop Boy : Battleship Potemkin เป็นไงบ้าง เคยฟังนิดหน่อย โอ้ย มีซี๊ดนะนี้


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 12 ตุลาคม 2548 เวลา:22:48:59 น.  

 
หนังเข้าใหม่สัปดาห์นี้ (13 ตุลาคม)

** = mer's RECOMMEND

** 3-Iron (เงารัก...ซ่อนลึก)
(ห้ามพลาด ห้ามพลาด ห้ามพลาด)
หนังฉายที่ Lido และ House

** Doraemon : Nobita and Wind Wizard (โนบิตะ มหัศจรรย์ดินแดนแห่งสายลม)

Kung Fu Majong

A Sound of Thunder (2054 เจาะไดโนเสาร์โลกล้านปี)

เด็กเดน (Dek-Dane)

Sky High (สกายไฮ...รวมพันธุ์โจ๋ พลังเหนือโลก)
หนังฉายที่ SF MBK

--------------------------------------

เทศกาล 3rd World Film Festival of Bangkok จะเริ่มขึ้นในวันที่ 14 (พิธีเปิด ส่วนดูหนังได้วันที่ 15) นี้แล้วนะครับ อย่าลืมวางแผนกันดีๆนะครับ

ที่ไม่น่าพลาดก็คือหนังของ อุลริเก้ ออทิงเงอร์ ทั้ง 6 เรื่อง ที่ฉายในสาย Retrospective ว่ากันว่าหนังของเธอ "เฮี้ยน" มากๆ


โดย: merveillesxx วันที่: 12 ตุลาคม 2548 เวลา:22:59:21 น.  

 
อ่านเรื่องพี่หน้าเหี้ยม แล้ว น่ารักดี

ไม่ได้อยากทำร้ายจิตใจ แมกเวยxx นะ
แต่มักจะเห็น สเปคสาวญี่ปุ่น มักเป็นหนุ่มเข้ม ๆ
ดาร์ค ๆ เหี้ยม ๆ แบบ Beach Boy อ่ะ
เห็นทีแมกเวยxx ต้อง เปลี่ยนลุคใหม่ซะแล้น อิอิ



โดย: grappa วันที่: 12 ตุลาคม 2548 เวลา:23:38:07 น.  

 
สุดยอดจริงๆ อะไรจะพรหมลิขิตขนาดนั้น สงสัยต้องฮัมเพลง
พรหมลิขิตบันดาลชักพา ดลให้มาพบกันทันใด
ก่อนนี้อยู่กันแสนไกล พรหมลิขิตดลจิตใจ
ฉันจึุงได้มาใกล้กับเธอ


โดย: mungkood วันที่: 12 ตุลาคม 2548 เวลา:23:45:29 น.  

 
ตอบพี่ เจอกันชาติหน้า

แหะ แหะ ถ้าเพลงแรกๆ ที่รู้จักตอนฟังเพลง น่าจะพวก "ชาลา เฮ็ด ชาลา" ไม่ก็ "เจ็ทโตะ เจ็ทโตะ เจ็ทโต้แมนนน" อะไรแบบนี้อ่ะครับ

---------------------------------------

ส่วนเกี่ยวกับอัลบั้มของ PSB (ก็อปมาจากเวบ BIO)

2. Pet Shop Boys - Tennant/Lowe Battleship Potemkins

เมื่อสองลุงสุดเก๋า ลงมือตีความ ทำเพลงประกอบให้หนังคลาสสิกเรื่อง Battleship Potemkin (1925, เซอร์ไก ไอเซนสไตน์) อะไรจะเกิดขึ้น?

อัลบั้มนี้มีทั้งเพลงเครื่องสายหรูๆ เพลงบีทเบาๆเรื่อยๆ จนไปถึงเสียงซินธ์ประกอบเท่ๆ เก๋ไก๋สุดๆ ผมเพิ่งฟังไปรอบเดียว ยังจับอะไรไม่ได้มากนัก แต่ Track 13 (Full steam ahead) และ 14 (The squandron) สุดยอดมาก! แค่นี้ก็คุ้มแล้ว

(ถ้าเข้าใจไม่ผิด ชื่อเพลงในอัลบั้มตั้งตาม CHAPTER ของหนัง)

* ข้อสังเกต : PSB ทั้งสองคนเป็นเกย์ และตัวเซอร์ไก ไอเซนสไตน์ก็เป็นเกย์ด้วย ...อื้ม มิน่าเลยตีโจทย์แตก (ฮา)

** อัลบั้มนี้มีแผ่นลิขสิทธิ์จากค่าย EMI

---------------------------------

ความคิดเห็นเพิ่มเติมหลังจากฟังไปได้ 4 รอบ

รู้สึกชอบอัลบั้มนี้ในระดับ A+ ครับ และคิดว่าน่าจะติด TOP10 อัลบั้มที่ชอบของปีนี้ด้วย

บางเพลงถ้าฟังแล้วจินตนาการฉากในหนังไปด้วย จะดีมากๆเลยครับ แต่ปัญหาก็คือ ผมดูหนังเรื่อง Battleship Potemkin (A) ไปนานมากแล้ว และตอนนี้ DVD ก็เพิ่งให้เพื่อนยืมไป

ยังคงชอบตรง TRACK ที่ 13 และ 14 มากๆ เหมือนเดิมครับ การเชื่อมต่อเพลงบริเวณนี้ยอดเยี่ยมมากๆเลยครับ เหมือนเครื่องบินทะยานตัวขึ้นฟ้าสูงขึ้นเรื่อยๆ พอพ้นเหนือเมฆก็กลายเป็นนกบินครับ


โดย: merveillesxx วันที่: 12 ตุลาคม 2548 เวลา:23:46:58 น.  

 
แปลกจัง
ช่วงนี้ดูแต่ทีวี
ทำไมไม่เห็นโฆษณานี้นะ (งงตัวเอง)

อย่างไรก็ดี
ดีใจจังที่ในที่สุด 3-Iron
ก็ได้ฉายเป็นฟิล์มซะที

ป.ล.
- ว่าแต่ว่าทำไมช่วงนี้ มีแต่กิจกรรมให้เสียเงินทั้งนั้นนะ
ทั้งงานหนังสือ
ทั้งเทศกาลหนัง
แถมหนังใหม่ที่จะเข้าตามโรงทั่วไป ก็ยังน่าดูอีก
เฮ้อ...
กลุ้มกับภาวะทรัพย์จาง
- รออ่าน 3-iRON อยู่นะครับ :D


โดย: it ซียู วันที่: 13 ตุลาคม 2548 เวลา:10:27:28 น.  

 
อยากดู stratosphere girl จัง
ไม่รู้จะมีวาสนาได้ไปรึเปล่า

เรื่องพี่หน้าเหี้ยมน่ารักจังค่า
เอาใจช่วยด้วยคนนะ


โดย: quin toki วันที่: 13 ตุลาคม 2548 เวลา:11:17:46 น.  

 


โดย: ~oกิ๊กกะโป๋ โลเปสo~ วันที่: 13 ตุลาคม 2548 เวลา:15:07:58 น.  

 
อ้า..คุณไปดูเวอร์ชั่นเต็มๆ จากไหนอะคะ

ในทีวีไม่มีช่วงพระเอกฮัมเพลงแล้วนางเอกเปิดริงโทนให้ฟังหรอกค่ะ

แล้วตอนพระเอกตัดสินใจโทร.หานาทีสุดท้าย ก็เป็นแค่เสียงสั่นด้วย ไม่ใช่เพลงนี้ง่ะ

ดูในโรงหนังหรือเปล่าคะ?


อยากดูๆๆๆ ง่า


อ้อ..แต่เรื่องราวในโฆษณากับเนื้อหาของเพลงเมื่อแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วนี่..คนละเรื่องเลยเนอะ



เรื่องของพี่หน้าเหี้ยมน่ารักจังค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 13 ตุลาคม 2548 เวลา:18:17:30 น.  

 
ชอบโฆษณานี่แบบโคตรๆ เลยล่ะครับ


โดย: หมื่นทิพ TRAVOLTA (เทพบุตรตบะแตก!! ) วันที่: 13 ตุลาคม 2548 เวลา:21:46:50 น.  

 
ตอบ คุณ it ซียู
แหะๆ ก็บอกแว้ว อย่ามาคาดหวังอะไรกับโพ้มมมมมม


ตอบ คุณ quin toki
เชียร์ให้ดู Straotsphere Girl (A) นะครับ หนังมันพิลึกดี นางเอกน่ารัก ดตเกียวก็สวยดี (ผมหลงใหลโดยลำเอียงกับเมืองนี้อยู่แล้ว) BIO เล่มใหม่บอกว่ามันคือ Lost in Traslation + Lost Highway ...เอ้อ เกือบใช่เลย


ตอบ คุณ สาวไกด์ใจซื่อ
เวอร์ชันเต็มดูได้ในเวบ AIS ครับ จะยาว 150 วินาที อ่ะจ้ะ


โดย: merveillesxx วันที่: 14 ตุลาคม 2548 เวลา:3:22:17 น.  

 
เห็นคำว่า พี่หน้าเหี้ยม คนแรกที่นึกถึง คือ พี่ผู้ชายร้าน Fame อ่ะ


โดย: น้ำแข็งเคลือบน้ำตาล IP: 210.246.160.3 วันที่: 18 ตุลาคม 2548 เวลา:9:35:40 น.  

 
แบบว่ายากให้มีบอร์ดเป็นตัวเป็นตนน่ะคับ ไม่รู้ว่าพอเป็นblogแล้วทำได้ไหม ชอบอ่านความเห็นครับ แต่ตามไปตามมาแบบนี้ งงตัวเองน่ะครับ


โดย: อะโลฮ่า เธอราปี้ IP: 61.90.85.214 วันที่: 21 ตุลาคม 2548 เวลา:16:15:52 น.  

 
good


โดย: ddd IP: 58.10.234.89 วันที่: 1 เมษายน 2550 เวลา:15:17:56 น.  

 
เพิ่งเคยได้ยินเพราะดี


โดย: ดองจี IP: 58.136.84.207 วันที่: 6 เมษายน 2550 เวลา:9:26:49 น.  

 
ชอบมั่กๆเรยยล่ะ


โดย: ทแหม่ม IP: 125.26.249.173 วันที่: 5 พฤษภาคม 2550 เวลา:13:14:14 น.  

 
เรื่องราวของพี่หน้าเหี้ยมมีจริงๆอยู่ในโลกแบบนี้ด้วยแฮะ
น่ารักมากๆเลย
โรแมนติกชะมัด

โฆษณาชุดนี้ชอบค่ะ
ส่วนเพลงเนี่ย ได้ยินมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่เคยรู้ว่าชื่อเพลงอะไร เพิ่งจะมารู้ไม่นานก่อนหน้านี้เอง


โดย: laruku_poy วันที่: 14 มิถุนายน 2550 เวลา:13:04:34 น.  

 
เพลง SUKIYAKI
By Irada

อุเอะโอมึ...อิเต อารึโค นามีดางา โคโบเร นาอิโย...นี โอโมอิคาซึ
ฮารึโนฮี ฮีโทรีโปโทชิโนโยรึ

อุเอะโนมึ...อิเต อารึโด มิชีมึดา โฮชีโฮ คาโซเฮ...เต โอโมอิคาซึ
นาชึโนฮี ฮีโทรีโป...ชิโนโยรึ

ชียาวาเซวา คึมาโนอุเอนี ชียาวาเซวา โซราโนอุเอนี

อุเอะโอมึ...อิเต อารึโค นามีดางา โคโบเร นาอิโย...นี นาคิดาคารา
ฮารือ...คือ ฮีโทรีโป...ชิโนโยรึ

โอโมอิคาซึ อาคีโนฮี ฮีโทรีโป...ชิโนโยรึ
คานาชีมีวา โฮชีโน คาเงอี คานาชีมีวา ซึคีโน คาเงอี

อุเอะโอมึ...อิเต่ อารึโค นามีดางา โคโบเร นาอิโย...นี นาคิดาคารา
ฮารือ...คือ ฮีโทรีโป...ชิโนโยรึ ฮีโทรีโป...ชิโนโยรึ

--------------------------------------------------------------------------------------------------

Sukiyaki Lyrics (by Rokusuke Ei)

Ue o muite arukoo ............................I look up when I walk
Namida ga kobore nai yoo ni.............So the tears won't fall
Omoidasu haru no hi..........................Remembering those happy spring days
Hitoribotchi no yoru............................But tonight I'm all alone

Ue o muite arukoo.............................I look up when I walk
Nijinda hoshi o kazoete.....................Counting the stars with tearful eyes
Omoidasu natsu no hi........................Remembering those happy summer days
Hitoribotchi no yoru...........................But tonight I'm all alone

Shiawase wa kumo no ue ni.............Happiness lies beyond the clouds
Shiawase wa sora no ue ni...............Happiness lies above the sky

* Ue o muite arukoo...........................I look up when I walk
Namida ga kobore nai yoo ni............So the tears won't fall
Nakinagara aruku.............................Though my heart is filled with sorrow
Hitoribotchi no yoru............................For tonight I'm all alone
.......(whistling).......

Omoidasu aki no hi.............................Remembering those happy autumn days
Hitoribotchi no yoru.............................But tonight I'm all alone

Kanashimi wa hoshi no kage ni..........Sadness hides in the shadow of the stars
Kanashimi wa tsuki no kage ni...........Sadness lurks in the shadow of the moon
(Repeat * )


โดย: Mouy IP: 124.120.175.228 วันที่: 21 สิงหาคม 2550 เวลา:13:52:03 น.  

 
thank you very much


โดย: ring IP: 124.120.3.152 วันที่: 22 สิงหาคม 2550 เวลา:15:21:00 น.  

 
อ่านแล้วแทบกรี๊ดดด

ซึ้งแบบน้ำตาไหลพรากกก



โดย: pearl IP: 58.9.114.56 วันที่: 29 กันยายน 2550 เวลา:22:16:13 น.  

 
เพลงนี้ตั้งแต่ยายเรียนอยู่ป.4 อยู่เล้ยยยยยยยยยยย และยังร้องได้อีกด้วย แต่ตอนนี้ต้องการเนื้อเพลงเพื่อไปร้องงานแต่งลูกศิษย์ซึ่งทำงานบริษัทญี่ปุ่น เขาขอมาต้องจัดให้ 55555555555 ขอบคุณหลายเด้อไอ้หลานเอ้ย ยายไม่ลืมพระคุณเล้ย ว่างเมื่อไรแวะมากินข้าวที่เมืองชลก็ได้นะ ยายทำงานที่นี่แหละ


โดย: ยายเมืองโคราช IP: 202.139.223.18 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:04:12 น.  

 
เพลงมันเศร้า ทำไมร้องงานแต่งงานล่ะคะยายเมืองโคราช


โดย: miyoko IP: 61.19.225.135 วันที่: 26 พฤษภาคม 2551 เวลา:15:15:00 น.  

 
ถ้าใครสะดวกที่จะโทร.มาคุยเกี่ยวกับเพลงนี้ก็ได้นะครับ อยากได้ข้อมูลมากกว่านี้อ่ะครับ 083-0803588


โดย: บี. IP: 58.9.142.238 วันที่: 12 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:09:45 น.  

 
ปีกว่าแล้วไม่ทราบคุณบีได้ข้อมูลไปยัง ผมเพิ่งเจอเวบนี้ เลยเอามาฝากครับ เพราะเพลงนี้ถูกนำมาทำสปอต โฆษณาสุกี้อีกแล้ว หลังจากที่ AIS เคยทำไว้ในชุด One Chance in your Life"

“Ue o Muite Aruko” หรือ Sukiyaki ฮิตมากในในปี 1963 ร้องโดย เคียว ซากาโมโต้ หรือ “Kyu-chan”
เพลงนี้แต่งโดยนักเปียนโนชื่อ Hachidai Nakamura
เขียนเนื้อโดย Rokusuke Ei, เบื้องหลังลึกๆที่มาของเพลง
เพราะเขาอกหักจากนักแสดงสาวที่ชื่อ Meiko Nakamura.

Louis Benjamin ประธานบริษัท UK’s Pye Records
ได้ยินเพลงนี้เมื่อครั้งไปเยือนญี่ปุ่น ถูกอกถุกใจมากพอกลับถึงอังกฤษ
จึงทำแผ่นออกวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2506 หลังจากนั้นไม่นานนัก “Sukiyaki” ก็ทะยานขึ้นสู่อันดับ Top ten ในเวลาอันรวดเร็ว
ทำให้คนทั้งโลกได้รู้จักเพราะในวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2506 เพลงนี้กลายเป็นเพลงยอดนิยมอันดับ 1 ใน Billboard Chart ของอเมริกา ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีศิลปินญี่ปุ่นคนใดสามารถขึ้นถึงอันดับ TOP 40 บิลบอร์ดในอเมริกาได้เลย

ลุงวิต้า http://www.snr.ac.th


โดย: ลุงวิต้า www.snr.ac.th IP: 58.9.42.235 วันที่: 21 กันยายน 2552 เวลา:23:04:36 น.  

 
อยากดูอีกจัง แต่ไม่รู้ไปหาโฆษณาได้ที่ไหน


โดย: อยากดูอีก IP: 68.96.110.146 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:0:15:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

merveillesxx
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




สำส่อนทางการดูหนัง ฟังเพลงและเสพวรรณกรรม
New Comments
Friends' blogs
[Add merveillesxx's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.