http://twitter.com/merveillesxx และ http://www.facebook.com/merpage
Group Blog
 
<<
มกราคม 2548
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
2 มกราคม 2548
 
All Blogs
 
ทซึนามิ (TSUNAMI) – เพียงปรากฏการณ์หรือโศกนาฏกรรม?

ทซึนามิ (TSUNAMI) – เพียงปรากฏการณ์หรือโศกนาฏกรรม?
โดย merveillesxx

“…Tsunami tsunami came washing over me
Tsunami tsunami came washing over me…”


นั่นคือท่วงเนื้อทำนองเพลง Tsunami ของวง Manic Street Preachers อันเป็นเพลงที่ผมฮัมขึ้นมาในหัวอย่างต่อเนื่องในหลายวันนี้ (เพราะขืนทำเป็นเพลงออกปากมาคงโดนดีมิใช่น้อย) ส่วนบางคนถึงกับบอกว่าช่วงนี้ฟังเพลงนี้ไม่ได้เด็ดขาด

ล่วงมาหลายวันจนข้ามปีแล้ว สำหรับเหตุการณ์ ‘ทซึนามิ’ คลื่นยักษ์ถล่มซัดภาคใต้…
มันน่าแปลกอยู่เหมือนกันที่คืนวันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม ผมยังระริกระรี้เริงร่า ‘ยกมือขวา’ อยู่ในสนามเสือป่ากับคอนเสิร์ต Micro Nuvo One Big Show แต่เช้าวันรุ่งขึ้นเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น (งานนี้พี่หนุ่ย พี่โจ พี่ก้อง ยังโชคดีหน่อย เพราะถ้าเจ้าคลื่นยักษ์เจ้ากรรมมาก่อนหน้านั้น งานนี้คงยกมือขวากันไม่ออก) ไอ้ตัวผมกว่าจะมาสนใจก็ปาเข้าไปดึกดื่นเอานู่น เพราะตอนคนที่บ้านเดินเข้ามาบอกว่าคลื่นซัดภาคใต้ เราก็คิดว่าคงไม่มีอะไร จนได้อ่านข่าวดาราคนนี้หาย คนนู้นอาจจะตาย นั่นแหละ ถึงได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร…

เหตุการณ์สารความจริงคงไม่ต้องบอกเล่าซ้ำย้ำให้มากความ เพราะพวกเราคงได้รับรู้ชนิด ‘ท่วมจอ’ กันไปแล้ว จากสื่อทุกแขนง

ตรงนี้ผมขอย้อนไปเมื่อช่วงฤดูร้อน (หมายถึงฤดูร้อนใน 3 ฤดูกาลแบบที่เราเรียนมาในวิชาสปช. ตอนเด็กๆนั่นแหละ) หรือช่วงซัมเมอร์ ผมได้เทคคอร์สวิชาภาษาอังกฤษ-การอ่านไป จำได้ว่าข้อสอบส่วน Unseen Passage มีเรื่องเกี่ยวกับ TSUNAMI ด้วย เป็นเรื่องทางฝั่งยุโรปว่าไม่มีเครื่องเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ กว่าจะรู้ตัวก็พังราบพนาสูญกันไปหมดแล้ว (แถมหน่อยว่า ข้อสอบคราวนั้นสุดจิตมากเพราะมีแต่เรื่องหม่นๆ เช่น คลื่นถล่มบ้างล่ะ การตรวจสอบเหยื่อที่ถูกข่มขืนบ้างล่ะ นี่มันจะออกสอบเกี่ยวกับเรื่องที่มันจรรโลงใจไม่ได้เลยรึเนี่ย) ทำข้อสอบไปตอนนั้นก็คิดแต่ว่า ‘แหม เอาเรื่องไกลตัวมาออกจัง’

…ถึงวันนี้ไม่เรียกไกลตัวแล้ว แถมยัง ‘ใกล้’ จนเหมือนถูกจับกดหัวอยู่ใต้ทะเลเชียวล่ะ
แบบนี้คงเข้าสำนวนที่ว่า ‘ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา’

เป็นที่แน่นอนว่าเรื่องราวคราวนี้กระทบทุกฝ่าย สะเทือนทุกวงการ ทั้งภาคเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ความมั่นคงของชาติ หรือแม้แต่คุณหมอพรทิพย์ที่ตอนนี้หน้ามันแผล่บทุกครั้งที่ออกโทรทัศน์ ส่วน ‘ท่านผู้นำ’ ของเรา (?) ก็ไม่แพ้กัน หน้าตอบตัวซูบไปทันตา (ส่วนลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของท่านก็ใช่ย่อย เพราะตอนนี้ ‘สวนสนุกมหัศจรรย์’ คงร้างผู้คนไปจนน่าใจหาย) ที่สำคัญที่สุดก็คือ ‘การเลือกตั้งปี 48’ ที่กำลังจะมาถึง เจอคลื่นถล่มแบบนี้เข้าไป คงหมดแรงหาเสียงกันไปทีเดียว

งานนี้ก็แอบเห็นใจท่านนายกอยู่เหมือนกัน (แม้ปกติจะไม่ค่อยถูกชะตากับท่านนัก ยิ่งช่วงนี้ต้องทำรายงานหัวข้อ ‘แกะรอยทักษิโณมิคส์’ แกะไปแกะมารู้สึกจะเจอ ‘ปม’ เยอะขึ้นเรื่อยๆ) เพราะปีสองปีมานี้เรียกว่าเจอคอมโบกระหน่ำซ้ำไม่หยุดจริงๆ ตั้งแต่เรื่องโรคซาร์-หวัดนรก (ที่ว่าไปแล้วคงร้ายแรงกว่าเชื้อ ‘ซาร์สี่’ ในหนังเรื่อง ‘ขุนกระบี่ผีระบาด’ เยอะ เพราะรายหลังนี่เป็นเชื้อ ‘ปัญญาอ่อน’ จนทำให้หนังปัญญาอ่อนไปด้วย) โรคไข้หวัดนก (ที่ดันไปเกิดในไก่) ตามด้วยหมัดฮุคเรื่องสถานการณ์รุนแรงในภาคใต้ และอัปเปอร์คัทส่งท้ายปลายปีกับ ‘ทซึนามิ’ นี่ยังไม่รวมบรรดาสมาคม ‘หอกข้างแคร่’ ที่คอยเฉือนเนื้อให้แหว่งไปทีละนิด …แบบนี้ท่านนายกคงอยากเปลี่ยนชื่อพรรค ‘ไทยรักเทา’ จากคำเรียกของ ดร.ธีรยุทธ บุญมี เป็นพรรค ‘ไทย(ใคร)รักเรา’ เสียมากกว่า เพราะรู้สึกว่าช่วงนี้ ‘ใครๆก็ไม่รัก’
(* อ่านเรื่องของ พลพรรคป้อนยาขมกรอกปากนายกทักษิณได้ใน นสพ. ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 2 มกราคม 2548 หน้า 3)

ทางฝั่งรัฐบาลโดนไปมากแล้ว หันมามองฟากอื่นบ้าง เอาที่เห็นกันง่ายๆ ก็วงการ ‘โทรทัศน์’ นั่นเอง อันนี้เริ่มจากการเปิดช่องไหนก็เจอเรื่องทซึนามิทั้งนั้น เรียกว่าแทบจะตลอด 24 ชั่วโมง (ขนาดหนีไป CNN ยังเจอเลยนะเออ…) งานนี้ ไอทีวี ดีเด่นได้โล่ด้วยความที่ติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา กลับมาเป็น ‘ช่องข่าว’ อีกครั้ง หลังจากเป๋ไปพักใหญ่จากที่มีแต่เกมโชว์ทั้งวันจากความคิดของคุณ ‘สามโลก’ ดีเด่นตามมาก็เป็นช่อง 9 ที่ตั้งแต่ปรับเป็น ‘โมเดิร์นไนน์’ อะไรๆมันก็ ‘เดิร์น’ ขึ้นเยอะ (ยกเว้นโลโก้ประจำช่องนั่นแหละ)

โดนสวดยับก็คงเป็นช่อง 7 ที่ยันยืนความเป็น ‘ทีวีเพื่อคุณ’ ฉายละครต่อไปไม่สนใจคลื่นฟ้าคลื่นทะเล แหม…วันนี้แอบเห็นพรีวิวโปรแกรมละครเด็ด (?) ของช่องเจ็ดสีประจำปี 2548 เห็นแล้วก็…เฮ้อ…ทำไมมันเหมือนเดิมเลยหว่า ละครพ่อแง่แม่งอน ละครโศก ละครบู๊ ละครผี ละครฮีโร่(เฉิ่มๆ) ไม่เห็นจะต่างกับปี 47 ตรงไหน แถมพระเอก-นางเอกก็หน้าตาคุ้นเหลือเกิ๊นน..นน คนเดิมๆ จับสลับคู่เวียนเปลี่ยนไปมา (ก็อย่างว่าค่ายนี้เขาใช้ระบบอุปถัมภ์ ‘ลูกรัก’ เท่านั้นที่อยู่รอด ) อ้อ! แล้วไอ้ละครที่มันออนแอร์อยู่ตอนนี้ (รู้สึกจะชื่อ รักสุดชั่ว เอ๊ย! รักสุดขั้ว อะไรเนี่ยแหละ) ใครเชื่อบ้างว่าหนุ่มซีกับน้องเชียร์เล่นเป็นเจ้าของบริษัท! ให้ตายเหอะ!…แล้วก็เห็นเอาน้องเชียร์มาแต่งหน้าจัดๆ ปากแดงๆ แบบนั้นเนี่ย ตอนแรกนึกว่าดูหนังเรื่อง ‘หมานคร’ อยู่เสียอีก แหม..แบบนี้เขาเรียก Magical Realism หรือเปล่าน้า (สงสัยคงหนักไปทาง Magical เกินไปหน่อย เอาเด็กอายุ 16 มาเล่นเป็นเจ้าของบริษัทซะได้)

เม้าท์มากเป็นซ้อเจ็ดซะแล้วเรา มาดูวงการ ‘ภาพยนตร์’ บ้าง อันนี้ก็อ่วมพอกัน โรงหนังตอนนี้คงเงียบเชียบทีเดียว คงไม่มีใครมีอารมณ์ไปตามล่าหาสมบัติกับพี่หน้าระทวย ‘นิโคลาส เคจ’ ในหนัง National Treasures หรอกนะ ส่วน 4 สาวแจ๋วหลังจากเอาไม้กวาดตี ‘หมา’นคร ตาย แถมยังชนะ ‘ปืน’ ของวอนบินจาก Taeguki จนแย่งสมรภูมิโรงฉายมาได้ งานนี้หมู่แจ๋วก็คงโดนพิษคลื่นไปมิใช่น้อย (แต่ล่าสุดได้ข่าวว่าทำเงินไป 24 ล้านแล้ว อืม…ก็โอเค)

มีบางคนถามว่าเหตุการณ์ทซึนามิบ้านเราจะถูกถ่ายทอดบนแผ่นฟิล์มหรือไม่ อันนี้ก็อาจจะมี แต่คงอีกหลายปี ส่วนตัวแล้วผมยังอยากลงใต้ไปเก็บภาพฟุตเทจเหตุการณ์จริงเอาไว้เลย เพื่อจะได้เป็นนักทำสารคดีดังเหมือนอีตาไมเคิล มัวร์บ้าง (ตอนนี้เหมือนกันอย่างเดียวที่หุ่น-ฮา) เห็นว่ามีคนถ่ายวิดีโอเก็บไว้เยอะทีเดียว แบบนี้ก็เข้าข่ายหนังเรื่อง Capturing the Friedmans เพราะมีวัตถุดิบชั้นดีอยู่พอควร แต่อาจจะมีคนไปสร้างเป็นหนังวินาศสันตะโรแบบ The Day After Tomorrow ก็ได้นะ ถ้าแบบนั้นก็ขอพระเอกหล่อๆ แบบพ่อเจค จินเลนฮาล ก็แล้วกัน (ขอแถมหน่อยว่า คิดถึงหนังเรื่องนี้ทีไรก็ขนลุกทุกที เหมือนกับของจริงมาก)

ส่วนวันปีใหม่ปีนี้ก็เงียบเหงามากๆ เนื่องจากร่วมใจกันงดงานรื่นเริง สังเกตได้จากเสียงพลุที่กระปิดกระปอยเหลือเกิน คนโชคร้ายก็ไม่ใช่ใครนอกจากบรรดาศิลปินที่ถูกยกเลิกคิวแสดงฉลองปีใหม่ทั้งยวง รวมถึงบรรดาร้านรวงด้วย แต่น่าจะส่งผลดีที่จำนวนผู้ชีวิตในช่วงปีใหม่น่าจะลดลงบ้าง ถ้าคิดในแง่ดีก็คือคงไปช่วยเขากันยก
ของบริจาคกันหมด (แต่พวกดาราที่แห่กันไปบริจาคเลือดยกค่าย แล้วได้นอนเตียงสูบเลือดออกทันที แต่ประชาชนตาดำๆ ต้องนั่งรอกัน 3 ชั่วโมง แบบนี้ไม่รู้จะเรียกว่าดีหรือเปล่า)

แม้เสียงพลุปีนี้จะกระปิดประปอย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไหลบ่าท่วมท้นจนแทบรับกันไม่ไหว
จะอะไรเสียอีกล่ะครับ นอกจากบรรดา SMS ที่วิ่งกันชุลมุนอยู่ในจอ!
อันนี้เข้าใจนะครับ ว่าคนไทยรักกัน อยากให้กำลังใจกัน แต่แบบว่าวันนี้ตอนดูละคร Asian Series เรื่อง Good Luck ทางไอทีวีเนี่ย จู่ๆก็ดันมีไอ้กรอบไม่พึงประสงค์ขึ้นมาซะได้ ไอ้ตัววิ่งด้านล่างที่บอกใครตายใครอยู่ คุณหญิงคุณนายบริจาคกันเท่าไร ก็พอทนได้หรอก แต่ไอ้กรอบข้างๆที่เป็น SMS ให้กำลังใจเนี่ยสิ ล่อไปซะครึ่งจอ โอ๊ย! นี่จะขอดูละครหน่อยไม่ได้เหรอไง(โว้ย!) หน้านางเอก-พระเอกนี่ถูกบีบเหลือครึ่งเดียวเลย โห…นี่ดีนะว่าตอนแรก ถ้ามีฉากพระนางจูบกันหรือปั่มป๊ามกัน แล้วจอถูกหดเหลือกระติ๊ดเดียวแบบนี้ คงเคืองไปสามวัน

คิดแล้วก็สงสัยตัวเองว่าเป็นพวกใจทมิฬหินมารไม่เห็นใจคนอื่นหรือเปล่า?
แต่พอไปสำรวจโลกไซเบอร์ก็พบว่ามีความเห็นในลักษณะ ‘สวนทาง’ อยู่บ้างเหมือนกัน
เมื่อมีกระแส ก็ต้องมีการ ‘สวนกระแส’ เสมอ นี่เป็นคู่หยิน-หยาง ชนิดหนึ่ง อันนำมาซึ่งสมดุล

การสวนกระแสที่ว่าก็กระทู้จำพวกเช่น ‘เบื่อที่ทีวีมีแต่ข่าวภาคใต้’ หรือ ‘จะแปลกอะไรมั้ยถ้าผมจะบอกว่าไม่รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์นี้สักเท่าไร’ ถึงแน่นอนกระทู้ที่ว่ามาถูกด่ากระจายตายเรียบ (ประหนึ่งตั้งกระทู้ด่าหนังเรื่อง Lord of the Rings นั่นแหละ) ในส่วนเรื่องทีวีผมได้แสดงความคิดเห็นไปในข้างต้นแล้ว แต่เรื่องความรู้สึก ‘เห็นใจ’ ‘เสียใจ’ หรือ ‘สะเทือนใจ’ นี่แหละที่น่าสนใจ

ดังคำถามตามหัวข้อที่ว่าเหตุการณ์นี้จัดเป็นโศกนาฏกรรม…หรือเป็นเพียงปรากฏการณ์?
อันนี้ต้องย้อนไปถึงวิชาสังคมที่เราเรียนกันสมัยเด็กๆ ว่ามีกลไก 3 อย่างที่คอยควบคุมไม่ให้ประชากรล้นโลก
1. ภัยธรรมชาติ
2. โรคระบาด
3. สงคราม (เพียงแต่ว่าข้อ 3 เหล่ามนุษย์ช่วยทำให้มันเกิดขึ้น)
ดังนั้นหากตัดสินจากองค์ความรู้ชุดนี้ ทซึนามิคงเอนเอียงไปในทาง ‘ปรากฏการณ์’ บางทีเพราะความเศร้าโศกเสียใจเกินคณานับ ทำให้มนุษย์มองข้ามบางสิ่งบางอย่างไป

ตามข่าวสารที่รายงานกล่าวไว้เหตุการณ์อย่างทซึนามินั้น 70 ปีถึงจะเกิดขึ้นสักครั้ง (แต่หวังว่าคงไม่ต้องรอถึงอีก 70 ปีนะ กว่าบ้านเราจะติดตั้งเครื่องเตือนภัยทซึนามิอย่างเป็นจริงเป็นจัง) ตัวเลขนี้ใกล้เคียงกับปรากฏการณ์สุริยคลาส เพียงแต่ว่าสุริยคราสไม่ได้คร่าชีวิตผู้คนไป (ยกเว้นพวกที่ถูกราหูอมจนดำตาย)

มีบางคนกล่าวไว้ว่าการที่ทซึนามิควรจัดว่าเป็นโศกนาฏกรรมเพราะว่ามีผู้คนมากมายต้องมลายชีพไปกับเหตุในครั้งนี้ ตรงจุดนี้ผมนึกถึงข้อความหนึ่งของ Marilyn Manson จากเพลง The Fight Song ที่น่าสนใจมากๆ ว่า
“The death of one is a tragedy but death of a million is just a statistic”

อันนี้ก็จริงเพราะเวลาเราดูข่าวเห็นโรคระบาด คนตายกันเป็นล้านเราก็อาจจะเฉยๆ แต่เมื่อคนรักคนใกล้ชิดเพียงสักหนึ่งคนตายจากไป หัวใจของเราก็แทบจะสลาย… แต่ครั้งนี้กลับไม่เหมือนเดิม เพราะไม่ว่าจะดูข่าวทางทีวีครั้งใดสมองของผมก็ไม่ได้สั่งการไปทาง ‘เฉยๆ’ เอาเสียเลย นั่งสารตะคิดดูแล้ว คงเป็นเพราะคราวนี้มันเป็นเรื่อง ‘ใกล้ตัว’ ไม่ใช่คราวของ ‘คนอื่น’ อย่างฟิลิปปินส์หรือบังคลาเทศ แต่เป็นของประเทศไทย เป็นเรื่อง ‘ตัวเรา’ และ ‘พวกเรา’ มันคล้ายกับประโยคที่ว่า “เรื่องแบบนี้ไม่เจอกับตัวเองไม่รู้สึกหรอก”

อีกสาเหตุหนึ่งคงเป็นเพราะความตายครั้งนี้ ในความรู้สึกของเรา คงถือเป็นความตายของ ‘หนึ่งเดียว’ คือประชาชนชาวไทยด้วยกัน (หรือบางทีอาจจะเป็น ‘ประชาโลก’) จากประโยคในข้างต้นมันจึงถือเป็น death of ONE ที่ถือเป็น Tragedy นี่คือความเป็นหนึ่ง (Unity) อันเป็นกระบวนการตอบสนองของมนุษย์เมื่อมีภัยพิบัติเข้ามาจากภายนอก ภาพคนไทยร่วมใจกันบริจาคสิ่งของ เงิน เลือดหรือเข้าไปช่วยในหน่วยงานต่างๆ จึงถือเป็นสิ่งที่ได้มาท่ามกลางความสูญเสีย นั่นคือ ‘ความสามัคคี’

ทั้งหมดนี้ผมคงมิอาจชี้ชัดลงไปได้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็น ‘ปรากฏการณ์’ หรือ ‘โศกนาฏกรรม’ แต่มันเป็นเหตุการณ์ที่ผมจะไม่มีวันลืมและต้องมันเก็บไว้เป็นบทเรียนเพื่อดำเนินชีวิตต่อไป…ดังคำกล่าวที่ว่า

Life can only be understood backwards, but it must be lived forwards – Kierkengaard

…ขอไว้อาลัยให้กับทุกชีวิตที่ต้องสูญเสียไปจากเหตุการณ์ในครั้งนี้



Create Date : 02 มกราคม 2548
Last Update : 2 มกราคม 2548 0:31:57 น. 14 comments
Counter : 707 Pageviews.

 
Happy New Year 2005

Rest In peace


โดย: ladydunce วันที่: 2 2548 เวลา:5:23:35 น.  

 
เขียนได้ดีนะคะ
พี่เป็นคนมีพรสวรรค์ด้านการเขียน เขียนต่อไปนะคะ ^^


โดย: กิ๊ก 40 (+KikKle+ ) วันที่: 2 2548 เวลา:11:04:14 น.  

 
มาเยี่ยมค่ะ .. โห เขียนได้ยาวมั่กค่ะ ส่วนตัวเราแล้วรับรู้เรื่องสึนามิเข้าสมองมามาก ตลอดทุกวันดูทีวีก็ดูแต่เรื่องนี้ อยู่มาวันนึงมีคนถามว่ารู้สึกยังไงกะสึนามิ มันนึกไม่ออกแฮะว่าจะตอบว่าไร มันเมหือน overwhelming อ่ะ บอกออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ สำหรับคนที่ไมได้ใกล้กับเหตุการณ์นี้หรือไม่ค่อยรับรู้อะไรเท่าไหร่ อย่างเช่นเพื่อนชาวต่างประเทศของเราคนหนึ่ง พอพวกเราคุยกันเรื่องสึนามิ คนคนนี้เค้าตั้งคำถามร้อยแปดว่า why why why? แปลกเนอะ สำหรับเราแล้วพอได้ข่าวว่าภาคใต้ของเราเจอแบบนี้ ไม่เห็นเคยถามเลยว่าทำไม? เหตุการณืนี้ก็ดีอย่าง ภูมิใจเหลือเกินกับความเป็นคนไทย ทำให้เกิดคำถาม (ขอ1คำถามเถอะ หุหุ) ทำไมพวกโจรใต้มันถึงคิดไม่ได้แบบพวกเราบ้างนะ (คำถามโง่ๆเนอะ) ถ้าไม่อยากเป็นคนไทย ขอร้องไปอยู่ที่อื่นอย่ามาวุ่นวายกะคนที่นี่เลย (แต่พูดไปมันคงไมได้ยิน T-T)

ปล. เคยดู mv เพลงอะไรสักอย่างของป้าเบิร์ดป่าวคะ ที่เพ่งออกมาอ่ะ จับเพลงไม่ได้ศัพท์ แต่มิวสิกเอาน้ำตาเราไปหลายหยดเลย


โดย: ตะเกียบไม้ข้างซ้ายกะข้างขวา วันที่: 3 มกราคม 2548 เวลา:3:22:01 น.  

 
>ทำไมพวกโจรใต้มันถึงคิดไม่ได้แบบ
>พวกเราบ้างนะ (คำถามโง่ๆเนอะ)
เป็นคำถามที่น่าสนใจครับ ในความคิดของผมคือมันเกิดจากความยึดมั่นในบางสิ่งบางอย่างของมนุษย์ครับ บางทีจนเกิดและ 'กลาย' เป็นความลุ่มหลง หรือการหลงใหล ... เพียงแต่เค้าไม่ได้มองในมุมกลับว่ามันอาจจะเป็นการ 'หลงทาง' เค้าเหล่านั้นไม่ได้ 'เหลียวหลัง' ได้แต่ 'แลหน้า' ดาฆ่าฟันประหัตถ์ประหารและดื่มด่ำกับความรุนแรงต่อไป

ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าปัญหาตรงจุดนี้คงจะยืดเยื้อไปอีกนาน ขบวนการแบ่งแยกดินแดน (Seperationism) เป็นปัญหาคาโลกที่แม้จะผ่านไปสักเท่าไรก็ยังไม่สิ้นสุดเสียที จากที่เรียนในวิชาสังคมตอน ม.ปลาย เราจะพบว่าปัญหาการแบ่งแยกตัวส่วนใหญ่ล้วนมีแต่จุดกำเนิดมาจากเรื่องศาสนาทั้งสิ้น แต่พอเหตุการณ์บานปลายขึ้น ปัจจัยและเหตุอื่นๆ ก็จะเป็นฟืนเติมเชื้อให้ไฟโหมเผารุนแรงขึ้นอีก สุดท้ายก็จบในรูปของความขัดแย้ง ความรุนแรง และ 'สงคราม'

หากจะโทษก็คงต้องโทษที่ว่ามนุษย์เกิดมามี 'ความหลากหลาย' (Diversity) กระมังครับ
(อ่านเกี่ยวกับ ความเป็นหนึ่งและความหลากของมนุษย์ที่ผมเขียนไว้ที่ http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=merveillesxx&date=29-12-2004&group=1&blog=7 ครับ)

ปล. MV ของป้าเบิร์ดที่ว่านึกไม่ออกครับ


โดย: merveillesxx วันที่: 3 มกราคม 2548 เวลา:19:18:37 น.  

 
ยังเขียนได้ดีเหมือนเดิมเลยนะคะ


โดย: ช็อคชิป IP: 61.90.83.171 วันที่: 3 มกราคม 2548 เวลา:23:06:55 น.  

 
>_<" ยาวมั่กๆ ..

คืนวันที่ 25 ก็ยืนยกมือขวาอยู่ที่สนามเสือป่า เช่นเดียวกับเจ้าของ blog เลยค่ะ ..


สวัสดีปีใหม่ทุกๆ คนนะคะ .. ^^"


โดย: Think IP: 203.150.218.196 วันที่: 3 มกราคม 2548 เวลา:23:22:53 น.  

 
พี่ขรา
เขียนได้ดีมั่กๆค่ะ อ่านได้ไม่เบื่อเรย
เก่งจัง



++:คลิ๊กที่นี่:++
แวะชมบ้านลูกแมวน้อย




โดย: minnymin วันที่: 4 มกราคม 2548 เวลา:2:19:53 น.  

 
เก่งนะครับ เขียนได้ยาวดีจัง


โดย: Gas Turbine is my dream วันที่: 4 มกราคม 2548 เวลา:6:40:16 น.  

 
มา say hello เจ๋ยๆ


โดย: vera... IP: 210.246.163.38 วันที่: 4 มกราคม 2548 เวลา:11:59:29 น.  

 
แวะมาเยี่ยมเยือนค่ะ อ่านจนเหนื่อยเลย แต่ว่าเขียนได้ดีมากค่ะ


โดย: Together In 80s Dream IP: 61.90.88.214 วันที่: 4 มกราคม 2548 เวลา:19:08:10 น.  

 
เขียนดีเหมือนเดิมแฮะ

http://rynekel.bloggang.com

บทความเด็กเสด มธ. แชร์กันอ่าน


โดย: เซียวสี่บ้อ (rynekel ) วันที่: 5 มกราคม 2548 เวลา:2:12:15 น.  

 
เพิ่งเคยเข้ามาเยี่ยมเป็นครั้งแรก
จาก link เวปบอร์ดคณะ....

พี่อ่านความคิดเห็นของน้องแล้ว
ขอชื่นชมเลย ว่าน้องมีความคิด และก็ความสามารถในการเขียนอย่างล้นเหลือ

พี่หวังว่าในอนาคต
น้องจะได้แสดงฝีมือและความคิดของน้อง
ได้แพร่กระจายไปยังคนหมู่มากมากกว่านี้นะคะ


โดย: gigabyte IP: 203.152.48.10 วันที่: 5 มกราคม 2548 เวลา:11:39:53 น.  

 
พี่อ่านงานน้องมาตั้งแต่อยู่ห้องเฉลิมไทยและดนตรีนอกกระแส และไม่คิดว่าเป็นรุ่นน้องตัวเอง พี่ชื่นชมเรานะ เราเป็นคนที่ผสมผสานทั้งด้านวิชาการและศิลป์ได้ลงตัวดีนะ


โดย: รุ่นพี่เสดสาด IP: 61.91.175.79 วันที่: 5 มกราคม 2548 เวลา:20:30:52 น.  

 
ปกติกูก็นับถือมึงว่าเก่งแล้วนะ แต่วันนี้กูให้มึงสุดตัวเลยว่ะ ดีใจมีเพื่อนเก่ง


โดย: อ๋อง IP: 210.246.163.130 วันที่: 27 มกราคม 2548 เวลา:12:16:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

merveillesxx
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




สำส่อนทางการดูหนัง ฟังเพลงและเสพวรรณกรรม
New Comments
Friends' blogs
[Add merveillesxx's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.