http://twitter.com/merveillesxx และ http://www.facebook.com/merpage
Group Blog
 
<<
กันยายน 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
13 กันยายน 2549
 
All Blogs
 
แฮปปี้เบิร์ธเดย์ แด่เธอ : ให้เธอนะจ๊ะ “แตงโม”

โดย merveillesxx





(คำเตือน – บล็อกนี้คือการสนองนี้ดของเจ้าของบล็อกล้วนๆ)


-ต้นปี 2548-

เพื่อนสาว : “ต่อๆ ...ต่อชอบแตงโมมั้ยอ่ะ?”

ต่อ : “แตงโมเหรอ ไม่ค่อยชอบว่ะ มันเละๆ แหวะๆ ชุ่มๆ ไงไม่รู้ กินแล้วสยิวปาก”

เพื่อนสาว : “ไม่ใช่ ชั้นหมายถึงแตงโมที่เป็นคนน่ะ”

ต่อ : “แตงโมที่เป็นคน? ใครวะ เด็กคณะไหนอีกล่ะ พวกลีดส์เหรอ โอ๊ย ไม่เอา ไม่สนโว้ย สนไปก็ทำอะไรไม่ได้”

เพื่อนสาว : “โอ๊ย! อีบ้า แตงโมที่เป็นดาราไง”

ต่อ : (ทำหน้างง) “คนไหนวะ ไม่รู้จักว่ะ”

เพื่อนสาว : “โอ๊ย แกนี่เชยจริงๆ ตอนนี้แตงโมน่ะป็อปมากรู้มั้ย”

ต่อ : “เอ้า...แล้วไงง่ะ คือคนนี้เค้าทำอะไร ยังไง ที่ไหน กับใครล่ะวะ”

เพื่อนสาว : “เค้าเล่นละครช่องเจ็ด เรื่อง อุ่นไอรัก ไง”

ต่อ : “นี่แก ชั้นไม่ได้ดูทีวีมาเกือบ 2 ปีแล้วนะ ยิ่งละครช่องเจ็ด เรื่องสุดท้ายที่ดูนี่ คมพยาบาท มั้ง อุ๊ย ชั้นล่ะช้อบชอบเรื่องนี้ ยังจำได้เลย อีเปีย กับ น้าเย็น สุดยอดมากๆ”

เพื่อนสาว : “ชั้นล่ะเบื่อจริงๆ แกน่ะดูหนังอง หนังอาร์ตอะไรของแกมากไปแล้ว เห็นมั้ยไม่รู้เรื่องอะไรกับเค้าเลย หัดดูอะไรโง่ๆ ซะบ้าง จะได้คุยกับชั้นรู้เรื่องซะที”

ต่อ : (เริ่มรำคาญ) “อ่ะๆๆๆ โอเคๆๆๆ เรื่องอะไรนะ เอาอีกทีดิ๊ ว่างๆ จะลองเปิดดู”

เพื่อนสาว : “เรื่อง อุ่นไอรัก ช่องเจ็ดน่ะ แตงโมน่ะเล่นเป็น กาเหว่า แต่เป็นนางรองนะ ...แหม ชั้นก็อุตส่าห์นึกว่าอย่างแกต้องชอบเค้าแน่ๆ”

ต่อ : “ไมอ่ะ”

เพื่อนสาว : “ก็เห็นแกชอบแต่อะไร ตู้มตู้ม”

ต่อ : “เฮ้ย! อะไร ตู้มเติ้ม อะไร”

เพื่อนสาว : “อ้าว ก็เห็นแกชอบแต่ละคน บอลลูนงี้ โห โคตรอภิมหาอลัง มากๆ”

ต่อ : “เอ๊ย นั่นมันความทรงจำวัยหวานเฟ้ย เดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้ชอบมากแล้ว…เอ้อ เดี๋ยวนะ แล้วตกลง แตงโม อะไรเนี่ย ตู้มจริงอ่ะ”

เพื่อนสาว : “ฮั่นแน่ เริ่มสนใจแล้วล่ะสิ เอ้อใช่แก รู้สึกว่าจะมีฉากที่กาเหว่าถูกจับไปปล้ำด้วยนะ”

ต่อ : “โอเคเลย ละครเรื่อง อุ่นเอิ่น อะไรเนี่ย มันมีวันไหนบอกมาอีกทีดิ๊”
.
.
.
.
(2-3 วันต่อมา)

เพื่อนสาว : “ไงต่อ เมื่อคืนได้ดูอุ่นไอรักป่าว”

ต่อ : “เออมาก็ดีแล้ว ยัยตัวดี เมื่อคืนชั้นอุตส่าห์รอดูตั้งนาน ไม่เห็นถึงฉากปล้ำอะไรที่แกว่าซะที”

เพื่อนสาว : “รู้สึกว่ามันจะตอนถัดไปว่ะ ไม่ใช่ของเมื่อวาน นี่แก ชั้นให้แกดูดารานะ ไม่ใช่ให้รอดูฉากปล้ำ แล้วตกลงเป็นไง แตงโมน่ารักใช่ม้า...”

ต่อ : “ชั้นไม่เห็นว่ะ พอดีละครมันน่ารำคาญ ยืดยาดชิบหาย ดูแม่ค้าหน้าปากซอยผัดก๋วยเตี๋ยวยังเสียวกว่า ชั้นก็เลยเปลี่ยนช่องไปดูทีวีแชมเปี้ยนแทน”

เพื่อนสาว : “อีบ้า! ทำไมแกเป็นคนแบบนี้ ไม่มีความอดทนเลย”

ต่อ : (เริ่มโมโห) “นี่แก ทำไมชั้นจะต้องมาอดทนเรื่องไร้สาระแบบนี้ด้วยวะ แกก็เหมือนกันแหละ หัดดูอะไรมีสาระซะบ้าง ดิสคอฟเวรี่เนี่ยเคยดูบ้างมั้ย ดูละครพวกนี้มากๆ ดาวน์ซินโดรมถามหาพอดี”

เพื่อนสาว : “โอ๊ย! ไม่เอาแล้ว ไม่คุยกับแกแล้ว เออๆๆ จำไว้ชั้นอุตส่าห์แนะนำอะไรดีๆ ให้แกแท้ๆ”

ต่อ : “เออ ไม่สนโว้ย จะแตงโม แตงไท แตงร้าน อะไรก็เถอะ ไม่เอาทั้งนั้น แตงกวานี่ยิ่งไม่เอาน่ะ ชั้นเกลียด ขนาดเวลากินข้าวมันไก่ชั้นยังบอกแม่ค้าเลยว่าไม่ใส่แตงกวา หึ!”

(แล้วก็งอนกันไป 2 วัน)



-ประมาณ 2 สัปดาห์ถัดมา : ช่วงใกล้สอบไฟนอล-

เพื่อนสาว (คนเดิม / หายงอนกันแล้ว) : “ไงยะต่อ จะเดินไปไหน”

ต่อ : “จะไปร้านหนังสือ แม่งเครียด ใกล้สอบแล้ว ยังไม่ได้อ่านสักกะตัวเลย ต้องไปซื้ออะไรมาอ่านเล่นๆ แก้เซ็ง” (แทนที่มึงจะรีบอ่านหนังสือสอบอ่ะนะ)

เพื่อนสาว : “เออๆ งั้นเราไปด้วย”

ต่อ : “ได้ แต่อย่าเดินใกล้ชั้นมาก เดี๋ยวเค้านึกว่าเราเป็นแฟนกัน ชั้นเสียหายหลายแสน”

เพื่อนสาว : “…………………”


(ในร้านหนังสือ)

ต่อ : (เหลือบไปเห็น MARS เล่มใหม่) “เฮ้ย! แกดูนี่ดิ คนนี้โคตรน่ารักเลย ไม่ไหวแล้วๆ แบบนี้ต้องซื้อโลด”

เพื่อนสาว : “ไหนๆๆๆ”





ต่อ : “นี่ไง คนนี้ไง แกรู้จักป่าววะ เค้าคือใครอ่ะ ”

เพื่อนสาว : (นิ่งเงียบไป 3 วิ) “ก็แตงโมไง....”

ต่อ : “แตงโม?…แตงโมที่ตอนนั้นแกเชียร์ให้ชั้นดูละครที่เค้าเล่นอ่ะนะ แล้วทำไมแกไม่บอกให้มันเร็วกว่านี้วะว่าเค้าน่ารักขนาดนี้”

เพื่อนสาว : “ก็บอกจนปากจะฉีกอยู่แล้ว แกสนใจมั้ยล่ะ! แหม...ตอนนั้นทำเป็นบอกไม่เอา ไม่สน เป็นไงล่ะ ตาแกตอนมองปกนี่แทบจะถลนออกมาอยู่แล้ว ก็บอกแล้วว่าชั้นรู้ว่าแกต้องชอบแนวนี้ เชอะ!”

ต่อ : “โอเคๆ ผมผิดไปแล้วคร้าบ ต่อไปผมจะเชื่อฟังแล้วคร้าบ”

เพื่อนสาว : “ไม่ต้องมาพูดเลย ...เอาเถอะ แกรีบซื้อเร็วๆ เข้า ชั้นอยากดูข้างในว่าเป็นยังไงบ้าง”

ต่อ : “โอเค จัดให้” (รีบเดินไปจ่ายตังค์ที่เจ๊คนขาย)


(โต๊ะหินอ่อนหน้าร้านหนังสือ)

เพื่อนสาว : “อีต่อ แกรีบเปิดเร็วๆ สิ ชั้นอยากดู”

ต่อ : “เดี๋ยวสิวะ คนนะเว้ย ไม่ใช่คูโบต้า” (ว่าแล้วพอแกะเสร็จมันก็คว้าเอาไปเปิดเองเลย)

เพื่อนสาว : “ไหนวะ หน้าไหนวะ หาไม่เจอว่ะ”

ต่อ : “เฮ้ย เปิดเบาๆ สิวะ นี่ชั้นเป็นเจ้าของยังไม่ได้แตะเลยนะเว้ย”

เพื่อนสาว : “เออๆ เจอแล้ว ....โห แกดูรูปนี้สิ”

ต่อ : “ไหน”

เพื่อนสาว : (เอานิ้วชี้) “แกดูของเค้าสิ ตั้งขนาดนี้แน่ะ!...แล้วดูตรงนี้สิ เน้นๆ เลยนะเนี่ย!”

ต่อ : “เฮ้ย แกพูดเบาๆ สิ อายเค้า ....แต่ เออ จริงๆ ด้วย สุดยอดๆ อืมๆๆๆ แค่นี้ก็คุ้ม 80 บาทว่ะ หนังสือเล่มนี้แม่งให้ utility สูงจริงๆ”

เพื่อนสาว : (มันยังไม่ยอมหยุด) “โห รูปนี้ก็สุดๆ เลยแก นี่ๆ แกดูเลย ท่านี้เซ็กซี่มาก ....เฮ้ย ภาพนี้ก็เด็ดอ่ะ นี่เค้ากล้าเหมือนกันนะเนี่ย แล้วคุณแดงไม่ว่าเหรอวะเนี่ย โอ๊ย ตาย อันนี้อีก ท่านี้คิดได้ไง บลาบลาบลาบลา...”

ต่อ : (คว้าหนังสือคืน) “พอๆๆๆๆ หนังสือชั้นช้ำหมดแล้ว ไปล่ะ ชั้นจะกลับหอละ”

เพื่อนสาว : “ไรวะ เพิ่งดูไปนิดเดียวเอง ...แล้วไมแกรีบกลับอ่ะ มีการบ้านเหรอ”

ต่อ : “ป่าว ชั้นไม่อยากเห็นหน้าแกละ มองแกแล้วจิตตก เซ็กส์เสื่อม ชั้นไปอยู่กับแตงโมที่ห้องดีกว่า ไปละ บายๆ”

เพื่อนสาว : “เออ ไปไหน ก็ไปเลย ขอให้จุกแตงโมตายคาห้องไปเลย ไป๊!”

(ว่าแล้วก็ปั่นจักรยานกลับห้องอย่างไม่คิดชีวิต)





ที่เล่ามาข้างบนก็คือ จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ความเพ้อคลั่งแตงโมของผมแหละครับ

หลังจากนั้นก็ตามเก็บหนังสือทุกเล่มที่แตงโมขึ้นปก แต่พยายามเท่าไรก็เก็บไม่ได้ครบสักที บางทีตามหาดราก้อนบอล 7 ลูกยังจะง่ายกว่ามั้งเนี่ย

ยิ่งปีนี้ แตงโมฮ็อตมาก ขึ้นปกหนังสือทุกเดือน บางเดือนก็ 3-4 เล่ม เพื่อนๆ ผมก็แสนดีมาก คอยสอดส่องตามแผงหนังสือให้ หรือเวลาแตงโมไปออกทีวีช่องไหนเพื่อนก็จะ SMS มาบอก (เพราะผมไม่ค่อยดูทีวี) แต่ส่วนใหญ่ผมจะมาเปิดเมสเซจเจอตอนรายการมันจบไปแล้ว (แป่ว)

พูดถึงการตามเก็บหนังสือแตงโม ก็มีอะไรฮาๆ เหมือนกัน อย่างเช่น ได้รู้จักหนังสือใหม่ๆ ประมาณว่า “เฮ้ย มันมีหนังสือชื่อนี้อยู่ในโลกด้วยเหรอวะ” หรือบางทีมันเป็นหนังสือผู้หญิงมากๆ ก็ไม่กล้าซื้อ เขินคนขาย ก็วานให้เพื่อนผู้หญิงไปซื้อให้ (เป็นภาระของคนอื่นจริงๆ นะเรา)

อีกทีนึงก็ตอนเดินเซ็นทรัลอยู่กับแม่ แล้วพอผ่านแผงหนังสือ ก็เห็นแตงโมขึ้นปกทีวีอินไซด์ ก็เลยบอกแม่ว่าขอแวะดูแป๊บนึง แล้วก็ไปยืนจดๆ จ้องๆ ชั่งใจอยู่นานมาก ในใจก็คิด “ให้ตายเหอะ นี่กูจะต้องซื้อหนังสือทีวีอินไซด์จริงๆ เหรอวะเนี่ย” ทำใจอยู่นาน ก็กัดฟันหยิบหนังสือไปจ่ายตังค์ ตอนนั้นก็ช็อคเหมือนกันที่ในที่สุดก็ซื้อมา แต่ดูเหมือนคนที่ช็อคกว่าก็คือแม่ที่เห็นลูกชายตัวเองซื้อทีวีอินไซด์ (ฮา)

ตั้งแต่ชอบแตงโมมา เรื่องที่ชี้ช้ำกะหล่ำปลีที่สุดก็เห็นจะเป็นเรื่องภาพหลุดของแตงโมกับแฟนเมื่อกลางปีที่แล้ว (ไม่โพสต์ให้ดูนะ คงเคยเห็นกันหมดแล้ว) ตอนเห็นภาพก็กรี๊ดแตก ร่ำไห้ พร้อมซัดกิมจ๊อเข้าไป 3 กระปุกแก้เศร้า (ยังไงวะ) ว่าแล้วก็เลยประชดชีวิตด้วยการเอารูปนั้นไปเป็นดิสเพลย์ใน MSN ซะเลย แล้วก็มีคนถามบ่อยมากว่า “รูปใครเหรอ” ด้วยความรำคาญก็ตอบไปว่า “อ๋อ เราถ่ายกับแฟน” ปรากฏดั๊นมีคนเชื่อตั้งหลายคน เอาเข้าไป! (แต่พอเมื่อต้นปีนี้ มีข่าวว่าแตงโมเลิกกับคนนั้นแล้วก็ตกใจนะ เพราะจริงๆ เค้าก็ดูน่ารักกันดี เห็นไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย)

ปีนี้ผมก็ได้พยายามทำสิ่งยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งก็คือ การพยายามดูละครที่แตงโมเล่น เพราะเพื่อนๆ ผู้หญิงด่าประจำว่า “แกเป็นแฟน (คลับ) แตงโมประสาอะไรเนี่ย ไม่เคยดูละครที่เค้าเล่นสักกะเรื่อง” ผมก็เลยคิดในใจ เอาวะ! ลองสู้ดูสักตั้ง ก็เลยลองดูไอ้ละครช่อง 7 ...ชื่อเรื่องอะไรหว่า ยาวๆ หน่อย ...เหมือนเราจะรักกันไม่ได้ ....อะไรประมาณนี้แหละ ซึ่งละครเรื่องนี้ก็มีอุปสรรคมากมายเหลือเกินที่ทำให้ผมอยากจะกระโดดถีบทีวี ไหนจะบทที่แสนจะยืดยาด พร่ำเพ้อ แถมยังน้ำเน่าอย่างเสียสติ (มีอย่างที่ไหนเมียพยายามทำให้ผัวรักด้วยการจ้างผู้หญิงคนอื่นมาท้องแทน) ไหนจะโปรดักชั่น การถ่ายภาพ การจัดแสงที่ขัดหูขัดตาทุกวินาที (หรือชั้นดูหนังหว่องกาไวมากไป เลยติดความเนี้ยบ?) ที่สำคัญพระเอกในเรื่องก็ดันเป็นดาราชายที่ผมเบื่อหน้าที่สุดอย่างวีรภาพอีก โอ๊ย! กูจะบ้าตาย

แต่ผมก็ทนดูไปได้ 3-4 ตอนนะ (ด้วยกำลังใจจากเพื่อนๆ รอบข้าง) แต่สิ่งที่ทำให้หมดความอดทนกับละครเรื่องนี้ก็คือ ฉากหนึ่งที่เป็นฉากแตงโมอยู่ในห้องนอน คือใส่ชุดนอนแล้วนะ แต่เธอยังทาตาสีฟ้าปึ่ดอยู่เลย! นั่นแหละ ผมเลยหมดความอดทน พอเถิด ลาแล้วลาที ชั้นรับไม่ไหว...

การพยายามถึกทึนดูละครช่อง 7 ในครั้งนี้ทำให้ผมคิดได้ว่า ไอ้หนังโรแมนติก-คอเมดี้โง่ๆ จากฮอลลีวู้ดนี่แม่งคือหนังอสสการ์เลย!





ทีนี้มาดูรูปโปรดของผมละกัน




อันนี้จากนิตยสาร I’m Fine น่ารักดี เสียดายไม่ได้ซื้อเก็บไว้ (ฮือๆ)





น่าจะมาจาก “เปรียว” (ไม่ได้ซื้อเช่นกัน)





อันนี้เป็นหนังสือเล่มแรกที่ทำให้ผมชอบแตงโม และหลังจากนั้นก็ตามเก็บหนังสือที่เธอขึ้นปกมาตลอด แฟชั่นเซ็ตนี้เป็นอะไรที่ชอบสุดๆ / นิตยสาร MARS นี่เป็นหนังสือที่ทำแฟชั่นเช็ตระดับมาสเตอร์พีซออกมาอยู่เรื่อยๆ (โดยเฉพาะถ้าตากล้องคือ ธาดา วาริช) คิดดูแล้วกันหนังสือเล่มนี้สามารถถ่ายให้ บอลลูน นมเล็กและออกมาดูดีสุดๆ ได้ ...อเมสซิ่งนะเนี่ย!





ชอบรูปนี้สุดๆ มันดูท้าทายมาก เพราะ ที่หลังแตงโมจะเขียนไว้ว่า NOT AVAILABLE





จาก In Magazine ไปถ่ายกันที่ทะเล เช็ตนี้ก็สวยดี แต่แตงโมดูดำไปหน่อย (แต่คิดในแง่ดีคือมันรีทัชน้อย)





อันนี้จากหนังสือ Front ที่โปรโมต NATRIV (เกือบซื้อมาใช้แล้ว แต่เพื่อนๆ ห้ามไว้) ก็สวยดีหรอกนะ แต่รีทัชซะขาวเว่อร์เชียว





งานอะไรสักอย่าง แต่งตัวธรรมดาก็น่ารักง่ะ





ล่าสุดคือ ขึ้นปก In Magazine คู่กับชมพู่-อารยา





13 กันยายน ก็เป็นวันเกิดของแตงโมอ่ะนะ ...ยังไงก็แฮปปี้ เบิร์ธเดย์นะจ๊ะ ...สาธุ จุ๊บ จุ๊บ รักนะ





Create Date : 13 กันยายน 2549
Last Update : 13 กันยายน 2549 3:59:42 น. 44 comments
Counter : 3190 Pageviews.

 

หนังที่ได้ดูช่วงนี้




1. The Host (2006, Bong Joon-ha, A/A-)

นี่คือหนังที่พูดเรื่องการเมืองตลอดเวลา


2. A Taxing Woman (1987, Juzo Itami, A-)

หนังเกี่ยวกับผู้หญิงที่มีอาชีพทวงภาษี


3. A Taxing Woman’s Return (1988, Juzo Itami, A+/A)

หนังภาคต่อ ที่บ้ากว่าภาคแรกหลายเท่าตัว ช่วงกลางของหนังมีการล้อเลียนเกี่ยวกับลัทธิทางศาสนาในญี่ปุ่น เป็นความฮาแบบไร้การบันยะบันยังโดยสิ้นเชิง

--------------------------------


5 ปี 9/11 : รายงาน POST 9/11 FILM

(คำเตือน -- เต็มไปด้วยการชื่นชมตัวเอง)

และแล้วการพรีเซนต์รายงานหน้าห้องเรื่อง POST 9/11 FILM สำหรับวิชา International Film ก็ผ่านพ้นไปแล้ว (แถมยังเก๋ที่ได้พรีเซนต์วันจันทร์ที่ 11 กันยา พอดีเด๊ะ)

ผลตอบรับที่ได้ก็ดีสมควร อาจจะเป็นเพราะว่าเวลาพรีเซนต์อะไรก็ตาม เราถือหลัก "ดี ห่วย อย่างไร เล่นใหญ่ไว้ก่อน" หมายถึง ต้องพรีเซนต์ด้วยท่าทาง อารมณ์ น้ำเสียงเร้าใจ (บางทีอาจถึงขั้นขู่ตะคอก) เน้นใช้ body language เยอะๆ (บางทีอาจหลุดสาวแตก)

ลองคิดดูแล้วการพรีเซนต์ของเราอาจจะโดดเด่นกว่าเพราะของคนอื่นมันค่อนข้าง "ซังกะตาย" บางคนแย่หนักถึงขนาดเอาชีทมานั่งอ่านให้เพื่อนฟัง (ซึ่งจริงๆ ของเราก็ไม่ได้มีอะไรยิ่งใหญ่มาก มีแค่คลิปวิดีโอตอนเครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรด แล้วก็ powerpoint อีก 46 slide...แค่นั้นแหละ)

นี่ถือเป็นปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งของระบบการศึกษาไทยเชียวนะ คือเด็กสมัยนี้ (รวมถึงตัวเราด้วยนะ) พรีเซนต์งานไม่เป็น พูดแบบเซ็งๆ ไร้ชีวิตชีวา ไม่น่าสนใจ และที่แย่ที่สุดคือมันไม่ฟังกันหรอก เวลาเพื่อนพรีเซนต์ มันนั่งคุยกัน!

เราเองยังแอบคิดในใจก่อนพูดว่า "ถ้าพวกมันคุยล่ะก็ ชั้นจะด่ามัน" ในที่นี้ก็คือ เรามั่นใจว่ารายงานเรามีดีพอ ควรค่าพอที่เพื่อนๆ น่าจะลองฟังสักนิด ...แต่ผลปรากฏออกมาคือ ตอนที่เรารายงานก็ไม่เห็นมีใครคุยกัน ทุกคนมองมาที่เรา บอกได้เลยว่าซึ้งใจมาก (ก็ขอขอบคุณเพื่อนๆ ในห้องทุกคนด้วยนะ)

ถ้าใครไปฟังในวันนั้น จะเห็นเลยว่าเราเหนื่อยมาก พูดไปหอบไป (ไหนจะเล่นท่าเล่นทางเยอะอีก) เพราะอาจารย์ (อ.บุญรักษ์ บุญญะเขตมาลา) ให้เวลาแค่ 10 นาที แต่เนื้อหาของเรากว้างมาก โดยคร่าวๆ คือเราจะพูดถึงหนังเกือบ 30 เรื่อง (คัดสรรแล้ว) เราก็เลยต้องพูดเร็วสุดๆ ประมาณว่าปากมันไวกว่าสมองแล้วล่ะ ...แต่สรุปแล้วมันก็ผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว (เพราะพูดเร็วไง) จริงๆ ก็คงเกินเวลาล่ะนะ แต่อาจารย์ก็ไม่ได้ห้าม หรือเร่งอะไร ปล่อยให้เราพูดไปเรื่อยๆ

ทีนี้ ช่วงท้ายเราก็มี Q&A Session ให้เพื่อนๆ ถาม แต่ปรากฏว่าไม่มีใครถามอะไรเลย เราก็แอบผิดหวังนะ แต่แล้วอยู่ดีๆ อจ.ก็ลุกขึ้นมา พูดว่า "พวกคุณน่ะต้องถามเค้าให้จนมุมนะ ต้องไล่ต้อนเค้าให้จนมุม" ...ไอ้เราก็งง เฮ้ย อะไรหว่า

แล้วหลังจากนั้นอจ.ก็พูดว่า...

"เพราะว่าตอนนี้ถ้าเทียบเกณฑ์ทั้งห้องแล้วเนี่ย พวกคุณน่ะตกหมดเลย เค้าเป็นคนเดียวที่ผ่าน คือทั้งห้องตอนนี้มีคุณคันฉัตรคนเดียวที่ได้ A" (เอาแล้ว สร้างความร้าวฉานอีกแล้ว อจ.ค้าบบบ)

ยังไม่พอ...

"รายงานชิ้นนี้น่ะมันคือ มหากาพย์ มันสดมาก นี่มันไม่ใช่รายงานแล้ว แต่มันคือหัวข้อของวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก" (ขนาดนั้นเลยหรือวะเนี่ย กูนั่งทำ powerpoint แค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง แต่เอาเถอะฟังแล้วซึ้ง น้ำตาจะไหล)

นั่นแหละ ...หลังจากนั้นทั้งห้องก็เงียบนิ่งอึ้งไปเลย เราล่ะกลัวจริงๆว่า เลิกเรียนแล้วจะถูกดักตีหัว (ฮ่าๆๆๆ)

อืม...จะว่าไปแล้วเราก็ดีใจนะ ที่อจ.เค้าชมเรา จริงๆ แล้วปกติเวลาทำรายงานไม่ว่าจะวิชาเศรษฐศาสตร์ หรือพวก finance เราก็ไม่เคยได้รับคำชมอะไรแบบนี้หรอก ในวิชาพวกนั้นเราก็เป็นแค่ "คนไร้ตัวตนคนนึง" (คืออาจจะได้ A แต่อจ.ก็ไม่ได้จดจำอะไรเราได้ แล้วเราเองก็จำเนื้อหาอะไรในวิชานั้นไม่ได้เหมือนกัน -- สอบเสร็จก็ลืม ว่างั้นเถอะ)

ส่วนรายงาน post 9/11 film อันนี้เราก็คิดว่าเราไม่ได้เก่งอะไรมาก ใช้ reference มาจากงานของพี่เต้ก็เยอะ บทความใน bio ก็เยอะ แต่เราก็ภูมิใจนะ เพราะเราตั้งใจทำ หรืออย่างน้อยที่สุดนี่คือรายงานที่เราจะ "เขียนเองทุกตัวอักษร" ไม่ใช่รายงานแบบ copy-paste เหมือนที่ผ่านๆ มา (ซึ่งเป็นวิถีการทำรายงานของนศ.สมัยนี้ เขียนเองไม่ถึง 20%)


ในวันนั้นมีสิ่งหนึ่งที่เราคิดได้ ซึ่งความเป็นจริงมันเป็นเรื่องธรรมดามาก แต่หลายๆคน อาจจะลืมไปแล้วก็คือ

"ถ้าเราได้ทำในสิ่งที่ชอบ เราก็จะมีความสุข และทำมันได้ดี"

แค่นั้นเองจริงๆ...

ปล.1 ขอบคุณทุกๆ คนมีส่วนช่วยเหลือในรายงาน post 9/11 film ชิ้นนี้ โดยเฉพาะพี่เต้ และพี่แมดเดอลีน

ปล.2 รายงานจะเอามาอัพใส่บล็อกทีหลัง คาดว่าหลังสอบไฟนอลเลย ตอนนี้มีแต่ตัว powerpoint ใครอยากได้ไปอ่านเล่นๆ ก็บอกแล้วกันนะ จะส่งไปให้


โดย: merveillesxx IP: 161.200.255.161 วันที่: 13 กันยายน 2549 เวลา:4:59:11 น.  

 
แล้วจะซื้อ Natrive UV ( เขียนอย่างนี้หรือเปล่าหว่า )
ให้นะ

ชอบรูปที่เขียนข้างหลังว่า NOT AVAILABLE ด้วยเหมือนกัน

แตงโม นี่น่าจะเป็น Ideal Type ของหนุ่มๆ
สูง ผอม และ ตู้มมาก

เวลาเห็นรูปแตงโมในรถไฟฟ้า ที่โฆษณาเว็บดีไซน์อะไรสักอย่าง แล้วชั้นขำทุกที คิดถึงภาพ จขบ.กำลังพยายามปลดภาพนั้นเพื่อเอากลับบ้านด้วย 5555


โดย: grappa วันที่: 13 กันยายน 2549 เวลา:5:57:58 น.  

 
จะรอชมรายงานด้วยใจระทึกนะต่อ

เวลาเรียนฟิล์มแล้วทำพวกรายงานวิเคราะห์หนังเนี่ย เป็นสิ่งที่พี่ชอบที่สุดเลย มันได้โชว์กึ๋น ได้โชว์ความคิดน่ะ

แหม..อยากฟังเราพรีเซนต์จังว่ะ ฮิ้ววววว

ได้เรียนกับอาจารย์บุญรักษ์ด้วย (แกยังสอนอยู่เหรอ ดีจัง) เออ..ตอนนี้ต้องเรียนที่รังสิตทั้งหมดเลยใช่มั้ย? แล้วที่โน่นมีที่ฉายหนังในห้องใหญ่ๆ จอใหญ่ๆ เหมือนที่ท่าพระจันทร์มั้ยน่ะ?



ไปดูซีซั่นเชนจ์กับมีแอนด์ยูฯ มาแล้วนะ

ชอบทั้งสองเรื่อง ในความรู้สึกที่ต่างกัน

ตอนนี้สำหรับหนังเดี่ยว ผกก.คนนี้เป็นคนที่พี่ชอบที่สุดแหละ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 13 กันยายน 2549 เวลา:9:58:16 น.  

 
ดูรูปแล้วกลัวอะไรมันจะทะลักออกมาเสียจริง ๆ (ชีเอ็กซ์จริง ๆ)

เรื่องพรีเซนต์งาน 555 คือไงดี แบบว่าเราอยู่ท่ามกลางการแข่งขันในการพรีเซนต์งานมาตั้งแต่อยู่ปีหนึ่ง ดังนั้นเวลาเราและเพื่อนพรีเซนต์งานกันอย่างกับดูปาหี่ เน้นฮาเข้าว่า แต่สาระก็ไม่หายไปไหน (ซึ่งหลายคราก็สาวแตกกันมิน้อย)

เราว่าที่ มช. แมสคอมที่เราจบ ป.ตรีมา พรีเซนต์งานได้เด็ดดวงสุดล่ะ (คณะอื่นมันมายื่นอ่านให้ฟัง)

เรื่องงาน Antenna ถ้าว่างก็อย่าลืมไปดูละกัน เพราะเด็ดดวงมาก ตอนพี่ดูที่นิเทศ จุฬา (ซึ่งก็คือที่จะฉายศุกร์นี้) พี่ไม่เคยฟังสักวงเลย แต่ดูมิวสิคแต่ละอันแบบว่าสนุกสนานมาก

ที่สำคัญมันเป็นการดูมิวสิควิดีโอบนจนภาพยนตร์นี้สิ เด็ดสุด


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 13 กันยายน 2549 เวลา:13:21:47 น.  

 

งานน่าสนใจ

สัมมนา "แหวกม่านมายาคติหลัง 9/11"

วันพฤหัสที่ 14 ส.ค. 2549 เวลา 13.30-16.30
ห้อง ร.102 คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)

จากนั้นเวลา 17.00 ฉายหนังเรื่อง Turtle Can Fly ร่วมเสวนาหลังฉายหนัง

----------------------------------




Antenna UK in Thailand

ฉายมิวสิกวิดีโอเก๋ๆ เริ่ดๆ ที่ พารากอน ศุกร์ที่ 15 ก.ย. นี้ เวลา 15.00

เข้าไปดูรายละเอียดที่
http://my.britishcouncil.or.th/?thailand-arts-antenna&lang=th

และจองที่นั่ง ได้ที่
http://my.britishcouncil.or.th/?online-booking&eventid=351&lang=th

----------------------------------

ตอบ พี่ grappa

>แตงโม นี่น่าจะเป็น Ideal Type ของหนุ่มๆ
ตอนแรกอ่านเป็น "Idol Size" ฮ่าๆๆๆๆๆๆ (เอ มันก็ใช่อ่ะนะ)

เรื่องความพยายามจะเอาป้ายโฆษณา Net Design ของแตงโมที่แปะอยู่ในรถไฟฟ้ากลับบ้าน นี่ก็ยังพยายามอยู่นะ คือคิดว่าเค้าคงปลดออกเร็วๆ นี้แหละ (เพราะเปลี่ยนพรีเซนเตอร์เป็นแพนเค้กไปซะแล้ว -- ตอนนี้เอียนหน้าแพนเค้กกับน้ำส้มบน BTS มากเลยค่า) แต่ไม่รู้จะไปขอที่ใคร หรือขอแล้วเค้าจะให้อ๊ะป่าว (แต่รุ่นน้องคนนึงมันยังขอป้ายแสตนด์หนังเรื่อง All About Lily Chou-Chou ที่ลิโด้กลับบ้านได้เลยนะ)

มีแผน B สำรองไว้ จะไปขึ้นรถไฟฟ้ากับเพื่อนตอนดึกๆ (สัก 5 ทุ่ม) ที่คนมันน้อยๆ แล้วก็ให้เพื่อนถ่ายรูปเรากับป้ายแตงโมให้ ...แต่ต้องกะดีๆ บางคันมันก็ไม่มีป้ายโฆษณาอันนี้ (เอ๊ะ นี่ทำไมตูต้องพยายามขนาดนี้หว่า)

-------------------------

ตอบ พี่สาวไกด์

อ.บุญรักษ์ ก็ยังสอนอยู่จ้ะ (แต่เห็นอจ.เล่าว่าเคยหายไปจากมธ.พักนึง) อจ.สอนสนุกดี แต่สงสัยข้อสอบจะยากนะเนี่ย

ตอนนี้ต่อก็ยังเรียนที่ท่าพระจันทร์นะ (เค้าเริ่มอยู่รังสิต 4 ปี รุ่น 49 อ่ะมั้ง) เวลาเรียน ก็เรียนห้อง F401 อ่ะ แต่โปรเจคเตอร์ห้องนี้มันไม่ค่อยดี ภาพจะออกมาดำๆ (เป็นงี้ทุกคณะ)

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่รังสิตมีห้องฉายหนังหรูหราไฮโซขนาดไหน เพราะยังไม่เคยไปตึกคณะวารสารที่รังสิตเลย (แต่รู้สึกจะสร้างเสร็จแล้ว) ตอนนี้ตึกคณะทางสังคมศาสตร์สร้างเสร็จหมดแล้วแหละ แต่เสียอย่างว่าตึกมันหน้าตาเหมือนๆ กันไปหมดเลย

--------------------------

ตอบ พี่ชาติหน้า

คิดว่าจะไปดูงาน Atennna นะ แต่กลัวไปเลทจัง แบบว่าเลิกเรียนบ่ายสองง่ะ (อีรถยูโรสาย 508 ที่ไปสยามนี่มันก็รอน๊านนาน บางทีต้องเดินไปขึ้น 47 ที่ท่าช้างแทน)

ธรรมศาสตร์นี่ คณะที่พรีเซนต์งานเจ๋งสุด น่าจะเป็นเด็กบัญชีนะ แบบว่า multimedia จะเริ่ดสุดๆ (อย่างว่าคณะมันรวย)

เอ้อ จะว่าไปแล้วหนังเรื่อง Seasons Change ตอนที่ดาว (ซึ่งเล่นโดย นาถ ที่เรียนอยู่ BBA ธรรมศาสตร์) พูดว่า "แต่เราอยากได้ A คนที่หนึ่งนี่" เราฮาแตกอยู่คนเดียวเลย เพราะว่านี่แหละบุคลิกของเด็กบัญชีเลย

ปล. ตอนที่พิมพ์อยู่แฟตเปิดเพลง "แล้วเธอ" ของอรอรีย์ เวอร์ชัน EP แหละ ฟังกี่ทีก็ยังเพราะเนาะ ...อืม แฟตเฟสปีนี้ปลอดแอลกอฮอลล์แล้ว เพราะเปลี่ยนสปอนเซอร์หลักจาก Heineken เป็น Smart Purse แทน (ตูหนี CP 7-11 ไม่พ้นจริงๆ แม้จะฝึกงานเสร็จแล้ว)


โดย: merveillesxx IP: 161.200.255.164 วันที่: 13 กันยายน 2549 เวลา:22:57:06 น.  

 
อยากไปฟังพรีเซนท์ด้วยอีกคนแฮะ

ส่วนน้องแตงโม ถ่ายกะมาร์สนี่รู้สึกดูดีสุดเลยมั้งเนี่ย
แต่ไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่าเค้าตู้มขนาดนั้นน่ะ


โดย: quin toki วันที่: 14 กันยายน 2549 เวลา:0:31:51 น.  

 
ชอบแตงโมเหมือนกันครับ


โดย: newpanda วันที่: 14 กันยายน 2549 เวลา:22:34:05 น.  

 
โอ๋ลืมไป ว่าต่อมี blog แต่เมลไปแล้วซะงั้น ><


โดย: โอ๋ IP: 58.8.186.137 วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:16:44:11 น.  

 
อยากอ่านๆๆๆ คนอะไรทำไมเก่งจังเนี่ย เป็นแฟนคลับได้มะน้อง


โดย: ThePukiee IP: 203.156.70.199 วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:16:54:47 น.  

 
อืม เป็นการสนทนาระหว่างนายต่อและเพื่อนสาว ที่อ่านแล้วได้อารมณ์จริง ๆ

แต่แตงโมอกบึ้ม จุด จุด จุด


โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:18:00:25 น.  

 
ว่าไงละต่อ ถูกใจไหมกับ antenna เห็นเดินลงจากบันไดมา กะว่าจะเข้าห้องน้ำแล้วมาทักเสียหน่อย ออกมาไม่เจอแล้ว

เราก็เลยหนีไปจิบเบียร์แทน 5555 ปกติไม่เคยกินน่ะ แต่วันนี้ฟรีก็เลยกินซะ


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:18:55:46 น.  

 

ขสมก. ให้นิยามการขึ้นรถเมล์ว่าเป็น "การเสี่ยงภัยประจำวันเป็นกิจวัตร"

ในฐานะที่ขึ้นรถเมล์อยู่ทุกวี่ทุกวัน ดูรายการ "ถึงลูกถึงคน" คืนวันศุกร์ที่ 15 ก.ย. แล้วผมเศร้าใจจริงๆ

ในขณะที่โทรทัศน์กำลังล้างสมองประชาชนด้วยความทันสมัยไฮโซของสนามบินสุวรรณภูมิ เราก็ยังคงต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัวในการขึ้นรถประจำทาง (โดยเฉพาะรถร่วม)

ผมเคยนั่งรถสาย 8 (บางคนเรียก สายเปรต) ตอนเกือบๆ เที่ยงคืน วันนั้นผมรู้เลยว่า "ความกลัวตาย" และ "ความรู้สึกรักชีวิต" มันเป็นยังไง ตั้งแต่นั้นมาผมเลิกขึ้นสาย 8 ตอนดึกๆ ตลอดกาล

คำอุทธรณ์ของ ขสมก. และ รถร่วม ในครั้งนี้คือ ความอัปยศเหลือทนของชีวิตที่แท้จริง...

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4712231/A4712231.html

-------------------------------

Antenna UK in Thailand Vol.1

15 Sep 2006 @ Paragon Cineplex (เป็นงานฉายมิวสิกวิดีโอเก๋ๆ ของฝั่งอังกฤษ)

รู้สึกดีที่งานนี้มีเอกสารแจกเป็นภาษาไทย และตอนฉายดีวีดีสัมภาษณ์ Dougal Wilson ก็มีซับไตเติ้ลภาษาไทยด้วย

01. El Presidente: 100 mph (Rupert Jones, A)

02. Four Tet: Smile Around The Face (Dan Wilde, B)

03. Mike Fellows: AM (Karni+Saul, B+)

04. The Cribs: Mirror Kissers (Diamond Dogs, B)

05. Emiliana Torrini: Heartstopper (David Lea, A)
มิวสิกวิดีโอที่เป็นละครหุ่น ดูน่ากลัว และโรแมนติกดี

06. Nizlopi: JCB (Laith Bahrani, A+)
เอ็มวีเพลงนี้เป็นเพียงภาพลายเส้นการ์ตูนง่ายๆ ของพ่อลูกที่นั่งรถแทร็กเตอร์ไปด้วยกันเรื่อยๆ แต่ดูแล้วจะร้องไห้

07. Coldcut: Whistle & A Prayer (Woof Wan Bua, A+)
ชอบที่เอ็มวีเพลงนี้มีบางส่วนคล้ายเกมตระกูล Mario

08. Plan B: No Good (Daniel Levi, A+)
สต็อปโมชั่นยังไม่ตาย โดยเฉพาะจากที่มีงูโผล่ออกมาจากเป้าพระเอกเอ็มวี (ฮ่าๆๆๆ)

09. Graffiti: What Is The Problem (Dougal Wilson, A-)
มิวสิกวิดีโอเพลงเล่าถึงหนุ่มคนนึงที่เบื่อแฟนตัวเอง เลยลากคนมาร่วมเดินประท้วงถือป้ายว่า “What Is The Problem?” แล้วผู้กำกับก็แอบเนียนไปถ่ายฟุตเทจจากม็อบต้านสงครามอิรักด้วย

10. Benny Benassi: Satisfaction (Dougal Wilson, A++++++++++)
เอ็มวีที่เต็มไปด้วยสาวๆ อกเบิ้มขายอุปกรณ์ก่อสร้างทางโทรทัศน์

11. Chikinki: Assassinator 13 (Dougal Wilson, A+)

12. Klonhertz: Three Girl Rumba (Dougal Wilson, A+)
มิวสิกวิดีโอที่ทุกอย่างทำจากกระดาษ

13. The Streets: Fit But You Know It (Dougal Wilson, B+)

14. Dizzee Rascal: Dream (Dougal Wilson, B)

Antenna Vol.2, 3 และ 4 จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 18 ต.ค., 15 พ.ย. และ 6 ธ.ค. เวลา 19.00 ที่ Paragon Cineplex


โดย: merveillesxx วันที่: 16 กันยายน 2549 เวลา:0:56:39 น.  

 
ตอบ คุณ quin toki

เอ๊ะ หรือเราจะจัดพรีเซนต์ post 9/11 film รอบพิเศษให้กับชาว bloggang ดีมั้ยน้อ อิอิอิ

ชอบที่แตงโมถ่ายใน MARS มากที่สุดเหมือนกัน ...จริงๆ แล้ว แตงโมก็มีแฟชั่นเซ็ตที่ดูโลว์ๆ เยอะน่ะ เช่น ในทีวีอินไซด์, ทีวีพูล, FHM และ Maxim อันนี้ต้องโทษหนังสือ ที่รสนิยมต่ำยิ่งกว่าแอ่งบางตะเขียดเสียอีก

-------------------------

ตอบ คุณ newpanda

เห็นมะ..ถึงพวกเราจะชอบฟังเพลงประหลาดๆ แต่เราก็มีมุมธรรมดาสามัญชนกับเค้าแหละน้า

-------------------------

ตอบ โอ๋

คิดถึงโอ๋นะ หวังว่าคงสบายดี

แต่ใจร้ายนะ ลืมบล็อกเราเนี่ย

--------------------------

ตอบ คุณ ThePukiee

>คนอะไรทำไมเก่งจังเนี่ย เป็นแฟนคลับได้มะน้อง
แฟนคลับเยอะแล้ว ขอแฟนได้ม้า (ล้อเล่นจ้ะ)

---------------------------

ตอบ พี่ดอง

ก็ต้องขอบคุณที่พี่ดองเชียร์ให้ไปดูงาน Antenna นะ ไม่ผิดหวังจริงๆ ด้วย โดยเฉพาะเอ็มวีนมเขย่าโลกน่ะ (จำชื่อเพลง ชื่อนักร้องไม่ได้แล้ว)


โดย: merveillesxx วันที่: 16 กันยายน 2549 เวลา:1:18:50 น.  

 
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดด

อรอรีย์กลับมาแล้ววววววววววววววววววว

อัลบั้ม FaT Code 3 ที่จะแถมกับบัตรงาน Fat Festival มีเพลงของ อรอรีย์ + Flure ด้วย

ฟังแล้ว เพราะมากกกก

กรี๊ดดดดดดดดดด


โดย: merveillesxx วันที่: 16 กันยายน 2549 เวลา:3:04:58 น.  

 
^
^
^
มันบ้าไปแล้ว

เมื่อวานได้ไปดูโอเปร่า Il Torvatore กับ อ.แดง สนุกดีน่ะพี่ นึกว่าจะหลับ

หนังที่ดูช่วงนี้

1. Pulse (B-) ถึงหลายคนจะด่าหนังเรื่องนี้ แต่เรารู้สึกว่าหนังมันก็ยังไปตามประเด็นดั้งเดิมของต้นฉบับดี และก็เป็นตัวของตัวเอง ถึงมันจะโฉ่งฉ่างไปหน่อยก็เถอะ
ยิ่งถ้าได้ดู Kairo มาก่อน หนังเรื่องนี้จะเป็นบทขยายความอย่างดีเลย

2. The Host (A+) ติด 10 หนังแห่งปีไปเลย ตามอ่านบทวิจารณ์ได้ทีหลัง กะลังจะเขียน

3. Nacho Libre (B-) ก็แค่ขำๆ แต่ซับไตเติ้ลแปลมันส์มาก

4. 12 (A) เป็นหนังสั้นโหมโรง 13 เกมสยอง ที่ดีมากๆซะจนกลัวว่า 13 จะไม่ดีเท่านี้น่ะซี

5. Reincarnation (B+) ตอนแรกๆ ยังไม่เท่าไหร่ แต่ตอนท้ายๆ มีแต่องค์ประกอบที่เราหลอน อย่างเช่นการหลุดไปอยู่ในมิติที่หาทางออกไม่ได้น่ะ
ทาคาชิ ชิมิสึ เก่งขึ้นนะ


โดย: penkor IP: 124.120.168.50 วันที่: 16 กันยายน 2549 เวลา:12:52:49 น.  

 
เพิ่มเติม...

ชอบฉากน้องอเล็กซ์เล่น MSN ใน "12" มากๆ ไม่คิดว่าการเล่นเอ็มฯจะตื่นเต้นเร้าใจมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต จีบเด็กผ่านเอ็มฯ ยังไม่ตื่นเต้นเท่านี้เลยพี่เอ๋ย 55555+


โดย: penkor IP: 124.120.168.50 วันที่: 16 กันยายน 2549 เวลา:12:57:03 น.  

 

ตอนแรกวันนี้กะว่าจะไปดู Bioscope Theatre แต่ปรากฏว่า ฝนตก น้ำท่วมหน้าบ้าน (บ้านนอกเหลือเกินตรู) เลยหยิบหนังแผ่นเรื่องนี้มาดูแทน ซึ่งอาจจะติด 10 อันดับตลอดกาล นั่นคือ...





Eureka (2000, Shinya Aoyama, A++++++++)

ดูหนังเรื่องแล้วก็นึกถึงความรู้สึกตอนดูหนังเรื่อง Yi Yi (2000, Edward Yang, A+) จบ ในแง่ที่ว่าทั้งสองเรื่องมีลักษณะเป็นหนังมหากาพย์ (ทั้งสองเรื่องยาว 3 ชั่วโมงกว่า) ที่ไม่ได้เล่าเรื่องยิ่งใหญ่อะไร เพียงกล่าวถึงมนุษย์ตัวเล็กๆ ในสังคมสมัยใหม่ และหนังมีความเป็นมนุษยนิยมอยู่สูง แต่รู้สึกชอบ Eureka มากกว่า เพราะ Yi Yi ตัวละครค่อนข้างเยอะ แต่ Eurake โฟกัสแต่ตัวละคร 3 ตัว เลยมีความรู้สึกร่วมด้วยมาก (อีกอย่างคือ ช่วงครึ่งหลังของหนังเป็น Road Movie ที่ให้คนดูติดตามตัวละครไปเรื่อยๆ)

Yi Yi และ Eureka เข้าสวยประกวดเทศกาลหนังเมืองคานส์ในปี 2000 ด้วย เรื่องแรกได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมไป ส่วนเรื่องหลังได้รางวัลนักวิจารณ์ (FIPRESCI Prize) ด้วยเหตุผลที่ว่า “For its penetrating insights into the lives of survivors of a tragedy, for the formal beauty of the photography, and for the moving performances”

Eureka โดดเด่นด้วยทั้งเนื้อหา (หนังเล่าถึงชีวิตคน 3 คนที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงหลังจากเหตุการณ์จี้รถบัส) และสไตล์ หนังทั้งเรื่องถูกย้อมด้วยสีซีเปีย เน้นภาพมุมกว้างและไกล (อันสอดคล้องกับสภาพไร้ที่ยึดเหนี่ยวของตัวละคร) และดำเนินเรื่องอย่างเนิบนาบ แต่ก็เพราะจังหวะอันเชื่องช้านี่เอง ที่ทำให้เรามีเวลาซึมซับ และเข้าอกเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของตัวละคร จนเรียกว่าได้นี่เป็นเวลา 217 นาทีอันแสนคุ้มค่า

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ชอบ Eureka มากๆ

1. หนังทำให้วลีที่ว่า “การสื่อสารทางจิตวิญญาณ” (ที่ดูจะเป็นคำหรูๆ และเลื่อนลอย) เป็นจริงขึ้นมาได้ และดูเหมือนว่าหนังตะวันออกเท่านั้นที่มีศักยภาพทำเรื่องแบบนี้ได้

2. การถ่ายภาพ โดยเฉพาะการเคลื่อนกล้องของหนัง ...หนังเรื่องนี้มีภาพคลาสสิกได้ทุกๆ 15 นาที

เคยดูของ Shinji Aoyama อีก 2 เรื่อง คือ Helpless (1996, A) และ Desert Moon (2002, A-) แต่ก็ไม่ชอบเท่า Eureka และรู้สึกว่าหลังๆ หนังของ Aoyama ก็ไม่ค่อยได้รับการตอบรับที่ดีเท่าไร ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย

อ่านบทวิจารณ์เรื่อง Eureka ได้ที่
http://www.fredcamper.com/Film/Aoyama.html
http://www.midnighteye.com/reviews/eureka.shtml

บทสัมภาษณ์ Shinji Aoyama
http://www.midnighteye.com/interviews/shinji_aoyama.shtml

Aoyama บอกว่าเหตุการณ์จี้รถบัสในหนังได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ปล่อยแก๊สซารินของนิกายโอมชิวรีเกียวเมื่อปี 1995 ซึ่งผู้นำลัทธิเพิ่งถูกศาลตัดสินประหารชีวิต อ่านข่าวได้ที่
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9490000116982


-------------------------

ตอบ น้อง penkor

พี่เองยังไม่เคยดูโอเปร่าสดๆ เลย (ละครเวทีก็นานๆ ดูที) อยากลองไปดูเหมือนกัน

พี่เขียน The Host ส่งไปให้ Bioscope เรียบร้อยละ ก็รออ่านกันได้เล่มเดือนตุลาอ่ะนะ (พี่เต้ไปปารีสตั้งอาทิตย์นึง แกบอกว่าจะไปเดินไปพิพิธภัณฑ์ลูฟว์เหมือนออเดรย์ โตตู ...คงไม่มีใครหลงมาขอแกแต่งงานบนหอไอเฟล เหมือนคู่ ทอม ครูส-เคที่ โฮล์มส์ หรอกนะ)

อยากดู Reincarnation นะ แต่สงสัยคงจะได้ดูจากช่อง UBC 11 (ฮา)

น้องอเล็กซ์ในเรื่อง 12 หล่อขึ้นเยอะเลย (มิน่ามะเดี่ยวถึงดันจัง ฮ่าๆๆๆ) พี่คงได้ดูรอบของไบโอแหละ ส่วนเรื่องเล่นเอ็มแล้วเสียวสุดก็ตอนที่เผลอไปจีบเพื่อนโรงเรียนไง (ที่เคยเล่าให้ฟ้ง จำได้ป่ะ)


โดย: merveillesxx IP: 161.200.255.164 วันที่: 16 กันยายน 2549 เวลา:22:13:44 น.  

 
เคยดูแตงโมแสดงเรื่อง อุ่นไอรักด้วย
ประมาณครึ่งตอนมั้ง...

ยังทำใจยอมรับกับละครไม่ได้
ดูแล้วหงุดหงิดหัวใจ

อยากไปเป็นผู้กำกับและคนเขียนบทซะเองเลย

ว่าแต่มันจะดีขึ้น หรือ เลวลงกัน?


โดย: Little Detective วันที่: 17 กันยายน 2549 เวลา:16:23:15 น.  

 
^
^
ฮ่าๆๆๆ ถ้าเราไปเขียนบทละคร/หนัง เรื่องที่แตงโมเป็นนางเอก สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น


Things You Can't Tell Just By Looking at Her Eyes

written & directed by merveillesxx

1. ฉากเปิดเรื่องจะเป็นแตงโมตื่นขึ้นมาในเมืองลึกลับแห่งหนึ่ง โดยทื่เธอไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ที่ไหนคือที่ไหน และเกิดอะไรขึ้น (Mulholland Drive ของ เดวิด ลินช์)

2. เธอออกจากบ้านเดินไปตามท้องถนนเรื่อยๆๆๆๆๆ มีแต่รถราวิ่งไปมา แต่ไม่มีผู้คน (หว่องกาไว + แคลร์ เดนีส์) หนังจะไม่มีเพลงประกอบ มีเพียงเสียง ambient (Invisible Wave)

3. 45 นาทีแรกของหนังจะไม่มีบทพูด (Goodbye Dragon Inn ของ ไฉ้หมิงเลี่ยง)

4. หนังจะเต็มไปด้วยภาพระยะไกล และการแช่กล้อง และอยู่ดีๆ หนังจะกลายเป็นขาวดำ (Eureka ของ ชินจิ อาโอยาม่า) สลับกับการโคลสอัพหน้านางเอกนิ่งๆ นานๆ (หนังยุโรป)

5. ค่อนเรื่องหลัง แตงโม จะเจอกับผู้หญิงอีกคน...ที่หน้าเหมือนตัวเอง! (Persona + That Obscure Objects of Desire + Doppelganger)

6. เธอสองคนจะพูดแค่ประโยคว่า "Who r u?" (และนี่จะเป็นประโยคเดียวในหนังที่มี) จากนั้นเธอสองคนจะไม่พูดกัน เพียงติดต่อสื่อสารทางจิตวิญญาณ และเธอสองคนก็ออกอาละวาดฆ่าคน (Baise-Moi) และมีเซ็กส์กันเมื่อฆ่าคนหมดทั้งเมือง (ฉากเซ็กส์จะลีลายิมนาสติกแบบหนังเรื่อง The Ring Finger)

7. และในที่สุดเธอก็คือฆ่ากันเอง (2 LDK)

8. หนังจะจบด้วยฉากเซอร์เรียล และดูไม่รู้เรื่อง พร้อมกับการใส่สัญลักษณ์บ้าๆ บอๆ อย่างภาพสงครามอิรัก, ความรุนแรงในอิสราเอล-เลบานอน, เหตุการณ์ชาวมุสลิมประท้วงโป๊ป, ภาพปิรามิดจิซาร์-หอไอเฟล-โตเกียวทาวเวอร์-กำแพงเมืองจีนถล่ม

9. หนังเรื่องนี้มีชื่อว่า Things You Can't Tell Just By Looking at Her Eyes (ขึ้นชื่อเรื่องหลังหนังจบ)

10. หนังเรื่องนี้จะได้รับเสียงก่นด่าจากคนในประเทศ แต่จะได้รับรางวัล Special Jury Prize สาย Enigmatic Cinema ที่เทศกาลภาพยนตร์ของประเทศโลกที่สาม ส่วนแตงโมจะได้ special jury prize สาขา outstanding performance แต่เธอจะไม่มีผลงานการแสดงอีกเลย เพราะต้องใช้เวลาถึง 3 ปีในการถ่ายหนังเรื่องนี้ และหลังจากปิดกล้อง...เธอจะเป็นบ้า! (เหมือน นิโคล คิดแมน ตอนเล่นเรื่อง The Protrait of a Lady ของ เจน แคมเปี้ยน)

จบ

ปล. หนังเรื่องนี้ไม่มีการสร้างภาคต่อ


โดย: merveillesxx วันที่: 17 กันยายน 2549 เวลา:17:38:29 น.  

 
แหม ถ้าเกิดหนังเรื่อง Things You Can't Tell Just By Looking at Her Eyes ที่จะให้แตงโมเล่น เป็นจริงก็ดีสิครับ โดยเฉพาะข้อ 6 นี่ห้ามตัดออกเลยนะครับ

เฮ้อ วันนี้ว่าจะไปดู the host สะหน่อย แต่โรงหนังแถวบ้านไม่มี soundtrack เยย กลัวจะพากย์ห่วยเลยไม่ได้ไปดูเลย


โดย: newpanda วันที่: 17 กันยายน 2549 เวลา:19:42:33 น.  

 

ตอบ คุณ newpanda

ได้ยินมาว่าพากย์ไทยของ The Host ค่อนข้างโอเคนะครับ ไม่นอกบทมาก แต่ถ้าอยากดูซาวด์แทร็กต้องดูที่โรงหนังสยามน่ะฮะ

-------------------------------

จากกระทู้ http://www.bioscopemagazine.com/web2006/webboard/index-in.php?id=44308

แขกรับเชิญในหนังเรื่อง THINGS YOU CAN’T TELL JUST BY LOOKING AT HER EYES

ทุกคนจะมารับบทถูก สองฆ่าฝาแฝดแตงโม "Melon / Lemon" ฆ่าตาย

1. คุณเต้ - ถูกฆ่าขณะกำลังถูกขอแต่งงานที่บนหอไอเฟล (ไม่ได้บอกว่าหนังเรื่องนี้ถ่ายทำในฝรั่งเศส และจริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้ก็มีอะไรโผล่มาได้ทั้งนั้น เพราะเป้นหนังเซอร์เรียลนี่เนาะ) เนื่องด้วยเห็นว่าคุณเต้กำลังจะเดินทางไปเฉิดฉายที่ปารีส

2. พี่แมดเดอลีน - ถูกฆ่าขณะเริงระบำอย่างบ้าคลั่งในปาร์ตี้เซ็กส์หมู่กับเหล่าหนุ่มฝรั่งล่ำๆ

3. พี่เจ้าชายน้อย - รับบทหมอยาที่มัวแต่อู้นั่งดูหนัง เลยถูกสองสาวฆ่าตายโดยไม่รู้ตัว (โถ)

4. พี่ homogenic - ถูกฆ่าตายขณะเดินทางไปร่วมงานชมรมคนรักบียอร์ก โดยแต่ง "ชุดเป็ด" แบบที่บียอร์กแต่งไปงานออสการ์ (แซวถึงซะหน่อย เจ้าตัวจะได้มาแสดงตนในบอร์ดบ้าง อิอิ)

5. คุณธัญสก - ถูกฆ่าตายขณะถือกล้องถ่ายทำสารคดีเรื่องใหม่

6. เก้าอี้มีพนัก - ถูกฆ่าตายขณะกำลังนั่งอ่านหนังสือของ ฟรานซ์ คาฟกา

7. merveillesxx - ถูกฆ่าตายขณะกำลังนั่งอ่านนิตยสารที่ขึ้นปกโดยแตงโม แต่เค้าก็จะตายยากตายเย็นที่สุดในบรรดาทั้งหมด ฉากสองแฝดนรกพยายามฆ่า merveillesxx ให้ตาย จะกินเวลายาว 15 นาที และตอนท้ายของฉากนี้ merveillesxx จะดั้นด้นไปตายในอ้อมอกของ Satoshi Tsumabuki ที่เดินเล่นอยู่แถวนั้นพอดี

8. อนึ่ง หนังเรื่องนี้จะต้องมีฉาก แฝดแตงโม ตบตี กับคู่แฝด (หรือคู่พี่น้อง) ต่อไปนี้

8.1 แมรี่-เคท กับ แอชลี่ย์ โอลเซ่น

8.2 เจสสิก้า - แอชลี่ย์ ซิมป์สัน

8.3 ออกไซด์ - แดนนี่ แปง (ถูกฆ่าตายขณะถ่ายทำเรื่อง "คนเห็นผี 20")

8.4 แอปเปิ้ล - เชอร์รี่ จาก AF3 (ถูกฆ่าตายขณะใส่ชุด "แมวเหมียวอวกาศ")

ดูชุดแมวอวกาศสะท้านโลกันต์ของ แอปเปิ้ล-เชอร์รี่ ได้ที่
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4698323/A4698323.html



โดย: merveillesxx IP: 161.200.255.164 วันที่: 18 กันยายน 2549 เวลา:0:52:15 น.  

 
มีโอกาสแวะมาอ่านบลอกคุณเพราะว่า
รุ่นน้องคนหนึ่งเอาข้อความที่คุณเขียนไปแปะไว้ในบลอกเค้า พร้อมด้วยลิงค์ไปเรื่องขสมก.ในพันธุ์ทิพย์
ก็เลยมาอ่านแล้วก็สะดุดใจ ตามมาถึงบลอก
แล้วก็พบว่า คุณเป็นคนคุยเก่งมากจริงๆ
ฮาด้วย และเข้าใจแจ่มแจ้งดีถึงสารที่คุณต้องการจะสื่อ
ว่างๆ จะมาอ่านใหม่ค่ะ


โดย: http://kangalala.spaces.live.com/ IP: 122.16.143.242 วันที่: 18 กันยายน 2549 เวลา:14:39:35 น.  

 
^
^
โอ้โห มาไกลหลายต่อมาก ขอบคุณที่มาเยี่ยมนะฮะ

------------------------------


ฮือๆๆๆ ร้านป้าโดเรมีถูกยกเค้า

เพิ่งรู้ข่าวครับ รู้สึกแย่จัง (ช่วงนี้มีแต่เรื่องที่ทำให้รู้สึกแย่ รวมถึงเรื่องหาดใหญ่ด้วย)

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4709435/A4709435.html

ร้านป้าโดเรมี (สยาม) ถูกยกเค้าเมื่อคืนวันที่ 12 กันยายน คนร้ายไม่ได้เอาเงินไป แต่หอบซีดีไปร่วม 400 แผ่น (!) สูญเงินไป 2 แสนกว่าบาท

ใครว่างๆ ก็แวะไปให้กำลังใจป้าโดหน่อยนะครับ เพราะเคยคุยกับป้าแล้ว ป้าบอกว่าตั้งแต่ย้ายร้าน ลูกค้าก็น้อยลงไปพอควร (ที่เดิมตรง BTS คนมันพลุกพล่าน แต่ค่าเช่ากระฉูด ส่วนตอนนี้ร้านอยู่แถวๆ ร้านจุฑารสครับ)

ชอบซื้อซีดีที่ร้านนี้นะครับ ป้ารู้เยอะ รู้จริง (จนถูกเอาไปเขียนแซวใน MTV Trax ฮ่าๆๆๆ) แล้วก็ไม่ค่อยยุ่งกับลูกค้า (เหมือน power music) หรือกวนทีนลูกค้า (เหมือน DJ Siam) ด้วย ขนาดอัลบั้มของ Paris Hilton ผมยังซื้อไปที่ร้านป้าแกเลย ทั้งที่อายจะตายห่ะ

อยากให้ร้านป้าอยู่กับเราไปนานๆ ครับ

ปล. ขอบคุณ คุณเก้าอี้มีพนัก ที่ช่วยแจ้งข่าวสาร


โดย: merveillesxx IP: 161.200.255.164 วันที่: 18 กันยายน 2549 เวลา:19:05:44 น.  

 
สวัสดีแมร์
ตอนนี้เราได้ซีดี Every little thing แล้วครับ
ไปจบลงที่ร้านวาเลนไทน์น่ะแหละ
สมหวังแล้ว ขอบคุณมาก (แต่ก็ยังอยากได้แผ่นละ 50 อยู่น่ะ ฮือๆ)


โดย: visuallyyours IP: 58.8.107.61 วันที่: 18 กันยายน 2549 เวลา:23:03:15 น.  

 
อิจฉาจังได้ดู 12 ด้วย


โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 18 กันยายน 2549 เวลา:23:57:36 น.  

 

ตอบ visuallyyours

ไงจ๊ะ..พ่อหนุ่มคลีโอ อิอิอิ

ยินดีด้วยจ้ะ ที่ได้ซีดีสมใจอยากแล้ว เอาน่าๆ จ่ายแพงหน่อย เพื่อความสุขแห่งเสียงเพลง


ตอบ คุณ เจ้าชายไร้เงา

เรื่อง 12 นี่ผมก็ยงไม่ชัวร์ว่าจะได้ดูป่าว เพราะยังไม่รู้เลยว่าไบโอเค้าจะฉายวันไหน ช่วงนี้ก็ใกล้สอบไฟนอล + รายงานรัดตัวเหลือเกิน


โดย: merveillesxx feat. 21 year-old-virgin IP: 161.200.255.164 วันที่: 19 กันยายน 2549 เวลา:0:19:32 น.  

 
เคยได้ดูเทปที่น้องแตงโมมาแคสติ้งโฆษณา
ตอนนั้นเด็กกว่านี้เยอะ มีไฝที่แก้มด้วย ไม่รู้ไปเอาออกตอนไหน
ที่สำคัญ ยังไม่ค่อยอึ๋ม


โดย: sTRAWBERRY sOMEDAY วันที่: 19 กันยายน 2549 เวลา:1:45:53 น.  

 
มิวสิค Antenna ผมชอบของ Coldcut มาก ๆ มันหลอนเข้ากับดนตรีสุด ๆ

เรื่องรถเมล เฮ้อ อีรถเขียว ๆ นี้เมื่อไรมันจะขับกันแบบมีจิตสำนึกก็ไม่รู้


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 19 กันยายน 2549 เวลา:13:28:46 น.  

 
เหอะๆ เล่าอย่างนี้หนุกครับ
วันหลังผมเล่าของผมแบบนี้มั่งดีกว่า


โดย: Duke-ดุ๊ก วันที่: 19 กันยายน 2549 เวลา:13:55:33 น.  

 

V For Vendetta is REAL!

จากเวบบอร์ดสำนักทะเบียน มธ.

http://203.131.208.150/webboard/show.php?Category=&No=6832

22.45 น.
ขณะนี้ผู้นำทหารทั้งสี่เหล่าทัพ กำลังเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

22.50 น.
ทักษิณ ประกาศว่า ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว

23.00 น.
คณะปฏิรูปการปกครอง ประกาศแถลงการณ์ผ่านทีวีทุกช่องว่า ยึดอำนาจได้แล้ว

23.01
คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ผบ.4เหล่าทัพเข้าคุมสถานการณ์แล้ว

23.02
สำนักข่าวต่างประเทศ (cnn, bbc) ตีข่าวปฏิวัติ รถทหารออกวิ่งไปตามถนนแล้ว แต่ประชาชนส่วนใหญ่ที่อยู่นอกบ้าน ยังไม่ทราบเรื่อง

23.17
ขณะนี้มีข่าวลือว่า ทักษิณ และลูกเมีย ขนข้าวของ หลบหนีไปอยู่นิวยอร์คแล้ว

เมื่อวานตอนเช้า 9.00 น. โดยประมาณ
มีคนสังเกตเห็นเครื่องบินสีขาวลำใหญ่ บินออกจากสนามบิน แต่ไม่มีการระบุว่า เครื่องของสายการบินอะไร

23.24
ขณะนี้โทรศัพท์ติดต่อถึงกันได้ยากมาก เพราะทุกคนต่างใช้งานพร้อมๆ กัน

23.35
นักข่าวหลายสำนัก ไปเฝ้ารอทำข่าวที่ ทำเนียบรัฐบาล

23.36
คณะปฏิรูปการปกครอง ออกแถลงการณ์ผ่านทีวีทุกช่อง กล่าวว่า ขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วย

23.46
ประธานาธิบดี จอร์ช ดับเบิลยู บุช ให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ CNN ว่า ไม่เห็นด้วยกับการกระทำการของ คณะปฏิรูปการปกครอง

23.52
นักข่าว cnn รายงานเพิ่มเติมว่า (สรุปใจความ) ที่เมืองไทยมีแบบนี้ เพราะทักษิณทำตัวเหมือนเป็นกบฎ จึงเป็นแบบนี้

23.58
คณะปฏิรูปการปกครอง ออกแถลงการณ์ (3 ครั้ง) ให้เหตุผลในการยึดอำนาจว่า หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มีการโกงกิน ละเมิดรัฐธรรมนูญ ยันคืนอำนาจแก่ประชาชนโดยเร็ว ...

0.17
ขณะนี้ เนชั่น แชนนอล ถูกตัดสัญญาณแล้ว โดยขณะที่กำลังเผยแพร่ภาพทหารปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล และล่าสุดช่องข่าวทาง ubc ทุกช่องก็โดนตัดสัญญาณเรียบร้อยแล้ว


โดย: merveillesxx วันที่: 20 กันยายน 2549 เวลา:4:57:32 น.  

 
เย้ๆ ปฏิวัติ จะได้ไปถ่ายรูปกับรถถัง
...อยากฟังซิงเกิลใหม่ของอูทาดะจังเลย ฮือ


โดย: Moonlight Mile วันที่: 21 กันยายน 2549 เวลา:19:33:26 น.  

 

ประกาศ...จากคณะ บลา บลา บลา

ขณะนี้ภาพยนตร์เรื่อง Seasons Change ได้สร้างภาคต่อแล้ว ในชื่อ

Seasons Change : The Revolution

ตอน

"ป้อมไม่ชอบรถถังทำไมไม่บอก"

โปรดฟังอีกครั้ง...


โดย: merveillesxx วันที่: 22 กันยายน 2549 เวลา:2:13:09 น.  

 
ไม่ผิดหวังที่เข้ามา
เห็นแล้ว ซี๊ดซ๊าดดดด จริงๆ น้องแตงโมจ๋าๆๆๆ อิอิ


โดย: job (joblovenuk ) วันที่: 22 กันยายน 2549 เวลา:15:18:51 น.  

 
Happy Birthday น้อง Mer ค่ะ


โดย: น้ำแข็งเคลือบน้ำตาล IP: 210.246.160.2 วันที่: 25 กันยายน 2549 เวลา:11:11:57 น.  

 
พี่เมอร์ครับ
ผมสนใจ งานมิวสิควิดีโอ จากอังกฤษ มากๆครับ ไม่ทราบว่าจะหาบัตรเข้างานได้จากไหนครับ
รบกวนตอบผมด้วยน่ะครับ


โดย: ๑ IP: 124.120.78.217 วันที่: 26 กันยายน 2549 เวลา:23:30:30 น.  

 
ชอบมั๊ก..มากเลยไม่ผิดหวัง



โดย: ซาฟีน๊ะฮ์ ...เด็กดื้อ IP: 202.90.118.15 วันที่: 28 กันยายน 2549 เวลา:21:52:17 น.  

 
แวะเข้ามาอ่านนะจ้ะ วันนี้มีเวลามาเชคเมลพอดี เลยเข้ามาอ่าน......อ่านบล๊อกพี่ต่อแล้วไม่เบื่อเลย....ชอบจิงๆ ส่งมาอีกนะๆๆ..........
อยากดูรายงานpower point ด้วยอ่ะ.......


โดย: molumolu*kp21 IP: 124.120.149.69 วันที่: 29 กันยายน 2549 เวลา:22:53:53 น.  

 
ขำตอนที่ไปเพื่อนเงียบไป 3 วิ แล้วตอบว่าก็แตงโมไง อ่ะ น้ำเสียงเพื่อนคงจะ..โมโนโทนไปเลย 555555


โดย: พี่นุช IP: 222.123.117.204 วันที่: 1 ตุลาคม 2549 เวลา:18:43:37 น.  

 

ตอบ คุณ job

แหม ทำน้ำแตกท่วมบล็อกผมแล้ว (น้ำลายนะ)


ตอบ พี่น้ำแข็งเคลือบน้ำตาล

ขอบคุณมากฮะ


ตอบ น้อง ๑

บัตรดูงาน Antenna ไปเอาหน้างานเลยก็ได้จ้ะ ถ้าคนไม่เต็มก็ได้ดู


ตอบ น้องมล KP21

เดี๋ยวพี่ส่ง pwp ไปให้ดูเล่นๆ ละกัน


ตอบ พี่นุช

ใช่ๆ นอกจากเสียงโมโนโทนแล้ว สายตายังเหยียดๆ ด้วย


โดย: merveillesxx IP: 203.209.101.23 วันที่: 1 ตุลาคม 2549 เวลา:21:27:39 น.  

 
ฮามากๆ เลยต่อ

แวะไปบล็อคเราบ้างนะ แต่ตอนนี้ล้างบางยังว่างๆอยุ่เลย


โดย: อีฟ (ji-boon ) วันที่: 12 เมษายน 2550 เวลา:21:34:19 น.  

 
ชอบพี่แตงโมมากค่ะ นำเพชรดูละครของพี่แตงโมมากค่ะ


โดย: นำเพชร IP: 125.24.154.192 วันที่: 3 กรกฎาคม 2550 เวลา:9:31:37 น.  

 
เธอน่ารักมากเลยน่ะแตงโมสวยวันสวยคืนของไห้มีความสุขมาก


โดย: joke IP: 202.151.41.2 วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:13:59:24 น.  

 
เเตงโมน่ารักมาก


โดย: กล้า IP: 202.29.54.246 วันที่: 23 มีนาคม 2551 เวลา:10:26:55 น.  

 
เเตงโมน่ารักมากที่สุดในประเทศไทย เเละแตงโมสวยมากกว่าแพนเค้ก


โดย: นอ้งกล้าสุดสวย IP: 203.113.116.59 วันที่: 23 มีนาคม 2551 เวลา:10:31:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

merveillesxx
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




สำส่อนทางการดูหนัง ฟังเพลงและเสพวรรณกรรม
New Comments
Friends' blogs
[Add merveillesxx's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.