http://twitter.com/merveillesxx และ http://www.facebook.com/merpage
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2556
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
23 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 
เมอร์ซามะบุกร้าน Maidreamin ...เนี้ยวววววววววววว

by merveillesxx



หลังจากร้าน Maidreamin มาเปิดที่เกทเวย์เอกมัยเมื่อเดือนเมษาข้าพเจ้าก็ด้อมๆ มองๆ ว่าจะไปร้านนี้อยู่หลายทีแต่อ่านจากรีวิวแล้วก็ทำใจไม่ได้สักที ไหนจะต้องร้องเนี้ยวๆ ไหนจะต้องร่ายมนตร์ โมเอะโมเอะ คิ้วววววว ...โว้ยย นี่มันอะไร เซอร์เรียลเกินไปแล้ว แต่ก็อยากจะลองไปอยู่ดี โดยวันเสาร์ที่ผ่านมาได้ลองแอบไปเซอร์เวย์ ก็พบว่าไม่สามารถเข้าร้านนี้คนเดียวได้แน่นอนเพราะแค่เดินผ่านหน้าร้านเจอน้องเมดยืนดุ๊กดิ๊กอยู่สามคนก็เขินจนหน้าแดงระดับ over heat ถอยกลับมาตั้งหลักแทบไม่ทัน

จากนั้นก็ไปบ่นระบายเรื่องนี้กับบรรดาเพื่อนสาวว่าอยากไปร้านนี้ง่า~ ทำไงดีๆๆๆ จนหญิง (คนเดียวกับที่ปรากฏตัวในหนังสือ Sorry Sorry นั่นแหละ / กูมีเพื่อนไม่กี่คน) ก็เสนอตัวว่า “ชั้นไปกับแกก็ได้นะ”

ตัดภาพมาอีกที วันพุธที่ 22 พ.ค. เป็นวันที่นัดกับหญิงว่าจะไปร้านเมดกัน ทั้งบ่ายนั้นก็ไม่เป็นอันทำอะไรเลยนั่งอ่านรีวิวร้านเมดประมาณ 5-6 เวบ (ทั้งที่ก่อนหน้านั้นก็เคยอ่านไปแล้ว) นั่งศึกษาว่ามันมีเมนูอะไรบ้าง มีของแถม มีไอเท็มอะไรบ้าง (เวลาเตรียมสอนกูยังไม่จริงจังขนาดนี้เลย เฮ้อ) จากนั้นก็ออกจากบ้าน ...แว้บบบ มาโผล่เกทเวย์เอกมัย เจอหญิงปุ๊บ ก็บอกว่า “เฮ้ย กูตื่นเต้นว่ะ เครียดเว้ย มันเครียด” หญิงก็บอก “เอ่อ มึงใจเย็นๆ” สภาพตอนนั้นก็ใจเต้นตึกตัก เหงื่อซึม สายตาหลุกหลิก ดูยังไงก็เหมือนคนเพิ่งไปขโมยกางเกงในใครมา

ทำใจอยู่เฮือกนึงก็เดินไปหน้าร้าน จังหวะนั้นหน้าร้านโล่งๆพอดี (ปกติจะมีน้องเมดตะโกนเจื้อยแจ้วตลอดเวลา) เราก็กะจะเดินเข้าไปเลย แต่หญิงบอก “เดี๋ยวก่อนๆ อย่าเพิ่งเข้าไป เราต้องรอให้น้องเมดออกมาพาเราเข้าไปสิ” (หญิงมันร้ายจริงๆ) สักพักน้องเมดคนนึงก็เดินออกมา “สวัสดีค่า สอบถามได้นะค้า” พอดีว่าน้องเมดคนนี้พูดจาในระดับค่อนข้างปกติไม่ได้ปล่อยพลังแบ๊วโจมตีเรามากนัก ก็เลยไม่ค่อยเขินเท่าไร ก็ทำเป็นเก๊กเปิดๆ เมนูหน้าร้านไป (ซึ่ง ณ จุดนั้น อ่านไม่รู้เรื่อง) สักพักก็พยักหน้ากับหญิง เออ เข้าเถอะน้องเมดก็ถามว่า “ไม่สามารถว่ามาเป็นครั้งแรกหรือเปล่าคะ” “ครับ” “ทางเรามีค่าบริการเข้าร้านชั่วโมงละ 50 บาทนะคะ” “ครับ” จากนั้นก็เดินเข้าไป ...ทันใดนั้น “มีลูกค้ามาค่าาาาา” “สวัสดีค่าาาาา” “ยินดีต้อนรับค่าาาาาา” (จำคำพูดเป๊ะๆ ไม่ได้นะ ตอนนั้นสติสตังไม่ค่อยมี แต่อะไรประมาณนี้แหละ) น้องเมดก็ตะโกนเจื้อยแจ้วกันลั่นร้าน บอกตรงๆ ว่าเขิน ทำไมต้องต้อนรับกูเหมือนฮ่องเต้เสด็จกลับวังขนาดนี้ 5555 ก็ก้มหน้าก้มตาไปนั่งที่โต๊ะตามที่น้องเค้าพาไป (ณ จุดนี้หลอกกูไปไซบีเรีย กูก็ตามไปแบบไม่รู้เรื่องละ)

พอไปนั่งที่โต๊ะ ก็สงบสติอารมณ์ และมองไปรอบร้านก็พบว่า...อืมม ร้านเล็กจังแฮะ ชั้นล่างมีอยู่ 6-7 โต๊ะเองมั้ง (ข้างบนเป็น VIP แต่รีวิวบอกว่านั่งข้างล่างได้เห็นน้องเมดเยอะกว่า) ตอนที่เข้าไปลูกค้าเต็มร้านเลย มีหลายคาแร็กเตอร์มาก ทั้งหนุ่มสาวคนทำงานที่มาเป็นหมู่คณะ, พี่ฮิปฮอปสองคนที่คนนึงสักเต็มตัว, พี่ผู้หญิงที่มากันสองคน, พี่ผู้ชายที่มาคนเดียว แล้วน้องเมดก็เยอะมาก มีกัน 6-7 คนได้ ร้านก็เล็กนิดเดียว น้องเมดก็วิ่งกระดุ๊งๆ ชนกันไปมาในร้าน ก็น่ารักดี แหะๆ

สักพักน้องเมดคนเดียวกับที่เจอที่หน้าร้านก็มาที่โต๊ะเรา ...เอ่อ ด้วยการคลานเข่าเข้ามา (จริงๆ มันไม่มีอะไรเลย แต่มันแอบจี้จุดต่อมโอตาคุ 555) รู้ทีหลังว่าน้องเค้าชื่อ น้องอากะ น้องเค้าก็บอกว่าขณะนี้นายท่านกับคุณหนู (ฟังแล้วจั๊กกระเดียมพิกล) กำลังจะเข้าสู่ดินแดนแห่งความฝันนะคะ มานับถอยหลังด้วยกันนะคะ เอ้า 3…2…1 แล้วน้องเมดก็เป่าเทียน(ปลอม) จากนั้นน้องอากะก็แนะนำเมนูไอ้นั่นไอ้นี่ไอ้โน่นมากมาย มีหลายแบบเหลือเกินกูงง set A B C นี่นั่น และน้องเมดก็ทิ้งท้ายว่าถ้าจะสั่งอาหารก็เรียกด้วยการทำมือกวักๆ แล้วร้อง เนี้ยนๆ นะคะ หญิงก็ถาม “ร้องว่าอะไรนะคะ” “เนี้ยนๆ ค่ะ” “ห๊ะ เนี้ยวหรือเมี้ยว นะคะ” “มันเป็นเสียงแมวของญี่ปุ่นค่า แต่ร้องเมี้ยวๆ ก็ได้ค่า” สรุปว่าของแท้ดั้งเดิมต้องร้อง “เนี้ยน” แต่มันยากไป กูขอ “เนี้ยว“ แล้วกันนะ

หลังจากใคร่ครวญดูเมนูโปรโมชั่น ส่วนใหญ่มันจะแถมการถ่ายรูปกับน้องเมดแค่คนเดียว ซึ่งนั่นมันไม่สะใจพอ เป็นระดับเมอร์ซามะทั้งทีมันต้อง epic กว่านั้น และเราได้เล็งมาจากบ้านแล้ว ก็จัดไปเลย! ข้าวไข่เจียวโมเอะจัมโบ้ (มันไม่ได้ชื่อนี้นะ แต่เรียกแบบนี้แล้วกัน) ซึ่งใหญ่สามเท่า สำหรับสามคนกิน ราคา 699 บาท ยังไม่รวม vat ด้วย (วะฮะฮ่า หัวเราะเสียสติ) แต่จะได้ special item คือ ถ่ายรูปกับน้องเมดทั้งร้าน!! (และยังแถมเวลานั่งเพิ่มอีก 30 นาที) อาหารอาเหินกูไม่สนใจทั้งนั้น กูจะเอาถ่ายรูปหมู่นี่แหละ ฮ่าฮ่าฮ่า (ลาก่อนความอินดี้ที่สร้างสมมา)

หลังจากตัดสินใจได้แล้ว “เฮ้ย หญิง สั่งแล้วนะเตรียมตัวทำเนี้ยวๆ นะ” “เออๆ” “เฮ้ย แกทำสิ” “อ่ะ เอาเลยเหรอ” “ทำพร้อมกันดิวะ” น้องเมดเห็นดังนั้นก็เลยมาพูดให้กำลังใจว่า “ทำพร้อมกันเลยค่า” ..."เนี้ยวๆ" ...นั่นแหละครับกูก็ต้องทำท่าเนี้ยวๆ ต่อหน้าประชาชีเกือบสิบกว่าคนในร้าน แต่ว่านี่มันแค่การเริ่มต้นเท่านั้น พอเนี้ยวเสร็จน้องอากะก็คลานเข่าถลาเข้ามาทันที “นายท่านกับคุณหนูจะรับอะไรดีคะ” ก็สั่งไป ไข่จัมโบ้, น้ำส้ม, โมเอะวอเตอร์ (คืออะไรเดี๋ยวเฉลยข้างล่าง) นึกว่าสั่งเสร็จจะจบสิ้นพิธีกรรมแล้ว แต่มันไม่หมดเท่านั้น...”นายท่านกับคุณหนูสั่งเมนูพิเศษไจแอนท์ออมเล็ตนะคะ ดังนั้นช่วยทำท่าร่ายมนต์ คิ้ว คิ้ว คิ้ว ด้วยค่า” ...เฮ้ย เชี่ย อันนี้อะไรฟะ ไม่อ่านเจอในรีวิวมาก่อน เหวอเลยกู สรุปคือ ต้องทำท่าเหมือนตีปักพั่บๆๆ แล้วพูดว่า คิ้ว คิ้ว คิ้ว ไปด้วย...นี่มันอะไรก๊านนนน แต่ยังตั้งสติไม่ทันได้ น้องเมดก็ทำให้ดูหนึ่งที จากนั้น “นายท่านและคุณหนูทำตามนะคะเอ้า คิ้ว คิ้ว คิ้ว” นั่นแหละครับ กูก็ตีปีกคิ้วคิ้วคิ้วไปเรียบร้อย 5555

นั่งไปอีกสักพัก อยู่ดีๆ ร้านก็ดับไฟ ปิดประตู...อะไรกันนี่ ร้านนี้ทำไมมันมีอีเวนต์ตลอดเวลาไม่หยุดไม่หย่อนแบบนี้ฟระ 555 สรุปคือ พี่ผู้ชายข้างๆ แกสั่งอะไรสักอย่าง มันเลยได้ไอเท็มเป็น live show เฮ้ย โคตรโชคดีอ่ะ กูเลยพลอยได้ดูไปด้วยเลย อยากจะเข้าไปกราบอกพี่เค้าจริงๆ 555...แล้วน้องเมดคนนึงก็คว้าไมค์ออกมาพูดกลางร้าน “สวัสดีค่าวันนี้เนโกะจังรับหน้าที่ MC นะคะวันนี้มีนายท่านท่านหนึ่งสั่งเมนูพิเศษ XXXYYY (จำชื่อไม่ได้) เลิฟเซ็ต สเปเชียล ค่า ไม่ทราบว่านายท่านท่านไหนที่สั่งค้า ช่วยทำท่าเนี้ยนๆ ด้วยนะค้า เอ้า หนึ่ง ซ่อง ซั่ม” แล้วพี่ผู้ชายที่โต๊ะข้างๆ ก็ทำท่าเนี้ยว “นายท่านท่านนี้เองค่าที่สั่ง ทุกท่านช่วยกันปรบมือหน่อยนะค้า” ก็ตบมือกันทั้งร้าน จากนั้นน้องเมดสามคนก็มาเต้นเพลง Heavy Rotation ของวง AKB48 ไอ้กูก็ดันรู้จักเพลงพอดี เลยร้องตามได้ซะงั้น (ไอวอนท์ยู ไอนี้ดยู ไอเลิฟยู~) ว่ากันตรงๆ น้องเมดก็ไม่ได้เต้นดีมากนะ มีน้องคนนนึงเต้นอินเนอร์แรงมาก แต่น้องอีกคนยังเหมือนแอบดูท่าเต้นเพื่อนอยู่เลย ฮ่าๆๆ แต่เอาเถอะ ก็น่ารักดี (ทีงี้ปล่อยผ่านง่ายเชียวนะมึง)

รอสักพักอาหารที่สั่งก็มา แต่...แน่นอนว่าไม่ได้แดกกันง่ายๆ ต้องมีอีเวนต์ก่อน น้อง MC คว้าไมค์กลับมาอีกครั้ง “วันนี้มีนายท่านสั่งเมนูพิเศษไจแอนท์ออมเล็ตนะค้า แต่พวกเราต้องมาช่วยกันส่งพลังให้อาหารจานพิเศษนี้นะคะ ทำตามเนโกะนะคะ” ท่ามันก็เป็น “โออิชิ บลาๆๆ” (ชูมือขวาขึ้นหมุนๆๆ) “บลาๆๆๆ” (เอามือมาหมุนๆ ต้องอก) “โมเอ โมเอะ บีมมมมมม” (ทำมือเป็นรูปหัวใจปล่อยลำแสง) ซึ่งทุกคนทั้งร้านต้องมาทำไอ้ท่านี้ใส่จานข้าวของกูนี่แหละครับ รู้สึกสร้างภาระให้กับคนอื่นมาก 5555 ซึ่งตอนเอาข้าวมาเสิร์ฟน้องเมดก็จะถามว่า “นายท่านอยากให้วาดเป็นรูปอะไรคะ” ไอ้ครั้นจะตอบว่าลายหอไอเฟลหรือลายกนก ก็ดูเรียกร้องมากเกินไป ก็เลยบอกว่าเอาลายแมวก็ได้ครับ น้องเมดก็บรรจงวาดให้


เฉลยว่าโมเอะวอเตอร์ก็คือ ขวดน้ำเปล่าลอกฉลากออก แล้วน้องเมดวาดรูปลงไปครับ 5555 (โหดสัส)


ส่วนไอ้นี่ก็ข้าวจานละ 699

ตักข้าวเข้าไปคำแรกปุ๊บก็พบว่า...ไม่อร่อย 5555 ธรรมดามากข้าวผัดตามฟู้ดคอร์ทยังอร่อยกว่า ไอ้หญิงพูดทันทีว่า “แบบนี้ชั้นผัดให้แกกินที่บ้านก็ได้นะ” ส่วนเรื่องปริมาณ ตอนแรกก็กังวลมากว่าจะแดกกันหมดมั้ย ซึ่งมันก็เยอะนะ แต่เรากับหญิงสองคนก็กินกันได้เรื่อยๆ จนหมด ซึ่งอุปสรรคของการกินไม่ใช่ว่ามันเยอะ แต่มันไม่อร่อยครับ 5555 ก็ขอสรุปตรงนี้ว่า ไอ้เมนูข้าวไข่ 699 เนี่ย ถ้ากินคนเดียวน่าจะไม่ไหว (ยกเว้นคุณเป็นคนกินระดับฮาร์ดคอร์) สองคนกินนี่พอได้แบบเรื่อยๆ เลี่ยนๆ ส่วนสามคนนี่จะไม่อิ่ม จบ. (อนึ่ง กินไปพักนึงน้องเมดเข้ามาถามด้วยนะว่าอร่อยมั้ย เตรียมคำตอบกันดีๆ แล้วกัน ฮ่าๆ)

ช่วงที่นั่งกินก็เริ่มก็สติกลับมามากขึ้น สังเกตว่าน้องเมดทุกคนก็พยายามจะทำลุคญี่ปุ่น บางคนก็เวิร์ค แต่บางคนหน้าน้องก็ไทยเหลือเกินจริงๆ (อันนี้พี่ไม่ได้ว่านะ ก็พูดไปตามที่เห็น 555) แล้วเหมือนชุดจะมีเลเวลด้วย เพราะบางคนก็ใส่กระโปรงธรรมดา แต่บางคนเป็นกระโปรงแบบมีชายๆ ฟูๆ แต่ก็ไม่กล้ามองมาก เขิน ...อย่างไรก็ดี ประเด็นที่สังเกตได้คืออีกหนึ่ง activity สำคัญของร้านนี้คือ...การคุยกับน้องเมดครับ! ก็คือมีลูกค้าบางคนเนี้ยวๆ เรียกน้องเมด แล้วก็คุยยาวเลย ซึ่งน้องเมดก็จะคุยลัลล้าด้วยอย่างดี เมดบางคนจะคาแร็คเตอร์แบ๊วรุนแรงมากเช่น “อุ๊ย นายท่าน ทำไมไม่รีบกินล่ะคะ น้องเฟรนช์ฟรายเหี่ยวหมดแล้วน่าสงสารจังเลย ฮือๆ” (ได้ยินแล้วหัวใจจะวาย...) แต่เราเองก็ไม่ได้เรียกน้องเมดมาคุยเท่าไร เพราะว่าน้องเค้าต้องคลานเข่ามาคุย ผมกลัวน้องเค้าเจ็บเข่าครับ ...ไม่ใช่หรอก ความจริงกูไม่กล้าเรียกมา เพราะกลัวไปทำหน้าหื่นๆ แปลกๆ ใส่ เดี๋ยวน้องเค้าจะขวัญผวา (เฮ้อ กูกลุ้มใจตัวเอง)

กินไปครึ่งจาน น้องอากะก็กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับเอาพาสปอร์ตมาให้ ประมาณว่าตอนนี้เราเป็นประชากรของดินแดนความฝันนี้แล้ว บัตรนี้แลกชมไลฟ์ในครั้งถัดไปได้ และมาบ่อยๆ ก็ยิ่งสะสมคะแนนอัพเลเวลไปเรื่อยๆ (แม่งเหมือนเกม RPG จริงๆ) น้องอากะถามว่าจะให้เขียนชื่อว่าอะไร เราก็บอก “เมอร์ซามะ” แล้วกันครับ น้องก็ดูงงๆ “เอ่อ มันมีความหมายพิเศษอะไรหรือเปล่าคะ” อีหญิงชิงตอบเลยว่า “อ๋อ ย่อมาจากเมอร์เมด” อีเลว 5555 จนเราต้องรีบแก้ว่า “อ๋อๆ มันเป็นนิคเนมในเน็ตอ่ะครับ”


พาสปอร์ตของข้าพเจ้า

จังหวะนี้เลยชวนน้องอากะคุยเล็กน้อย “เอ่อ ถามนิดนึงฮะ เคยมีลูกค้าสั่งให้วาดลายแปลกๆ มั้ยคะ” “อ่า ก็ไม่ค่อยมีนะคะส่วนใหญ่ก็แมวหรือหมีแหละค่ะ มีแปลกๆ บ้างก็ดาบไขว้หรือหัวกะโหลกไรงี้อ่ะค่ะ” “คือตอนแรกผมว่าจะให้วาดลายกนกครับ แต่ก็ดูกวนตีนเกิน” ทันใดนั้น น้องอากะก็ยกมือขึ้นปิดปากแล้วหัวเราะ “อุ๊ ฮิฮิฮิ” (เหมือนตัวละครในการ์ตูนญี่ปุ่นน่ะ) กูกับหญิงก็เหวอทีเดียว รับไม่ทัน 5555 เมื่อกี้น้องยังคุยปกติอยู่ดีๆ เค้าโหมดโมเอะซะงั้น กูงง 555 แต่ก็น่ารักดีนะ (อะไรก็ดีงามไปหมด...) นอกจากนั้นกูยังสังเกตเห็น item (ไม่) ลับอีกอันหนึ่งของร้านนี้ มันคือ...บันไดครับ คือไอ้บันไดขึ้นไปชั้นสองเนี่ย มันเป็นบันไดวน สูงๆ โปร่งๆ ครับ เวลาน้องเมดเดินขึ้นไป ถ้าเราแหงนหน้ามองขึ้นไปก็ ....อ๊ากกกกกกกกกกกกกก แต่อย่าหวังว่าจะเห็นอะไร เพราะน้องเมดเค้าใส่ขาสั้นเซฟจ้ะ แต่นั่นแหละ ถึงจะแบบนั้นแต่พอน้องเมดขึ้นไป แล้วเราทำเนียน เอ๊ย เผลอมองขึ้นไป ก็ยัง อ๊ากกกกกกกกกกกก อยู่ดี (เฮ่อ ย่อหน้านี้ดูโรคจิตมากๆ)

เวลาในแดนแห่งความฝันใกล้หมดลงเรื่อยๆ น้องเมดก็เดินมาบอกว่า “เดี๋ยวขอเชิญนายท่านกับคุณหนูถ่ายรูปหมู่ด้วยนะคะ” (item แถมจากการสั่งข้าว 699 นั่นเอง) ก็ไปตรงกลางร้าน น้องเมดก็รวมๆๆ ตัวกัน 7 คน มีคนนึงพูดว่า “วันนี้โชคดีมากเลยนะคะ น้องเมดอยู่กันเยอะเลย“ คือไม่รู้หรอกว่าปกติอยู่กันกี่คน หรือน้องพูดไปงั้นๆ ให้พี่ดีใจเล่น แต่โอเค เชื่อก็เชื่อจ้ะ รู้สึกว่าโชคดี 555 น้องเมดก็มีการจัดแถววุ่นวายๆ เล็กน้อย ซึ่งจริงๆ มันไม่น่าจะซับซ้อนอะไร แต่นี่ต้องเป็น event สร้างความวุ่นวายแบบโมเอะๆ แน่ๆ กูรู้ทันนะ 555 ยังไม่จบเท่านั้น ยังยื่นอุปกรณ์หูแมวหูกระต่ายมาให้ด้วย เอิ่มมม เอาวะ มาถึงขั้นนี้แล้วไม่มีอะไรจะเสีย จัดไปโลด แล้วก็ทำท่ากวักมือเนี้ยวๆ ...แชะ เสร็จเรียบร้อย รูปที่ได้จะเป็นโพลารอยด์ น้องเมดจะวาดๆ เซ็นๆ ให้ ก็น่าประทับใจอยู่หรอกนะ แต่กูขอด่าว่ามึงเปลี่ยนกล้องเถอะ 555 รูปออกมาไม่มีความชัดเจนใดๆ เลย เบลอมากๆ (หรือแม่งเบลอเพราะคอนเซ็ปต์ว่านี่คือโลกแห่งความฝันฟระ)


จุดมุ่งหมายของวันนี้...ฟินละ

และความฝันก็มาถึงจุดจบ (เขียนได้ดราม่ามาก) น้องเมดมาแจ้งว่า “ชั่วโมงของนายท่านกับคุณหนูหมดลงแล้วนะคะ ไม่ทราบว่าจะต่อเวลามั้ยคะ” “อ่า ไม่อ่ะครับ คิดเงินได้เลยครับ” จากนั้นน้องเมดก็จะเอาเทียนมา “จากนี้ไปนายท่านกับคุณหนูจะกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงแล้วนะคะ มานับถอยหลังพร้อมกันนะคะ 3 2 1” ฟู่ววว เทียนดับแล้ว...แต่สัญลักษณ์ของการกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงคือสิ่งนี้ต่างหาก...


เจอไปหลักพันตามคาด

จ่ายตังค์เสร็จสรรพ น้องเมดก็มายืนส่งกันหน้าร้าน แต่ไม่รู้น้องเมดคนอื่นๆ หายไปไหนกัน เหลืออยู่สามคน ตอนที่น้องตะโกน “อาริกาโตโกไซมัส” เลยรู้สึกไม่สะใจเท่าไร (อาห์ นี่กูเสพติดความโมเอะแบบหมู่คณะแล้วสินะ) แต่เอาเถอะเท่านี้ก็ถือว่าภารกิจลุล่วงแล้ว

โดยสรุป ก็อย่างที่เขาว่าๆ กันว่าร้านนี้มันไม่ได้เน้นขายอาหาร แต่มันเน้นขายความเป็น event และประสบการณ์ ราคาก็หนักหน่วงเอาการ จะมาก็เตรียมเงินมาเยอะๆ เลย ส่วนเรื่องอาหารไม่อร่อย เราก็ไม่อยากตัดสินมาก เพราะเรากินแค่เมนูเดียว ของหวานก็ไม่ได้กิน แต่เราก็รู้สึกว่า ไอ้ข้าวไข่ 699 นี่มันเป็นไฮไลท์ของร้านอ่ะ มันก็น่าจะทำให้อร่อยๆ หน่อยนา ส่วนจะไปอีกมั้ย ก็ขอคิดดูก่อน (มันแพงงงง) จริงๆ มันก็เป็นร้านแนว once in a lifetime ลองครั้งนึงในชีวิตก็พออะไรงี้ แต่ถ้าวันไหนอารมณ์หื...เอ๊ย อารมณ์ดีขึ้นมา ก็อาจไปอีก (ใครอยากไปก็ชวนได้นะ ไปเป็นหมู่คณะน่าสนุกดี 555)

เอวังด้วยประการฉะนี้

ป.ล. หลังออกจากร้านเมดก็ไปกินร้านอื่นต่อ และสิงอยู่ในเกทเวย์อยู่อีกหลายชั่วโมง เวลาจะไปเข้าห้องน้ำมันจะต้องเดินผ่านร้านเมด เดินผ่านแล้วน้องเค้ายิ้มให้ด้วยอ่ะ ...สรุปกูเลยเดินไปเข้าห้องน้ำทั้งหมดสี่รอบ / จบ.





Create Date : 23 พฤษภาคม 2556
Last Update : 23 พฤษภาคม 2556 3:41:49 น. 0 comments
Counter : 27839 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

merveillesxx
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




สำส่อนทางการดูหนัง ฟังเพลงและเสพวรรณกรรม
New Comments
Friends' blogs
[Add merveillesxx's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.