http://twitter.com/merveillesxx และ http://www.facebook.com/merpage
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2549
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
22 กรกฏาคม 2549
 
All Blogs
 
ไดอารี่ ฝึกงาน ของน้องเมอร์ (PART 1)

โดย merveillesxx


EPISODE 1 : หนึ่งหมื่นใบ

จันทร์ 3 เมษายน 2549

วันนี้เป็นวันแรกที่เราเริ่มฝึกงาน โดยเราเลือกฝึกที่ บริษัท ซี.พี. เซเว่น อีเลฟเว่น กำจัด (มหาชน) โดยสาเหตุที่เราเลือกก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก เพราะตึก CP TOWER มันอยู่แถวสีลม (ติด BTS ศาลาแดงเลย) ใกล้รถไฟฟ้า เลิกงานแล้วไปดูหนังต่อแถวสยามง่าย ส่วนเหตุผลอีกข้อก็คือได้ข่าวว่าแถวนี้มีแผง DVD หนังอินดี้เยอะ (สรุปแล้วไม่ได้เกี่ยวกับตัวงานที่ฝึกเลยสิเนี่ย)

เนื่องจากเป็นวันแรก เราก็เลยรีบไปแต่เช้า ...พอขึ้นตึกไป ก็เห็นนักศึกษามาเยอะเหมือนกัน เค้าบอกให้นั่งรอที่โซฟาก่อน สักพักนึงเค้าก็เรียกเข้าห้องประชุม

พอเข้าห้องประชุมไป มองเพื่อนๆ นศ. (โดยเฉพาะผู้หญิง) รอบข้างแล้วตกใจ โอ้…นี่เราหลงอยู่ในกาแล็คซี่แห่งหนใดกันแน่ เหตุไฉนจึงมีแต่มนุษย์ต่างดาวและมิวแทนต์ (รวมตัวเองแล้ว)

แต่แล้วพระเจ้าก็ยังมีเมตตา ประทานมนุษย์สาวน้อยน่ารัก (สมมติว่าชื่อ "หลิน" แล้วกัน) มาให้เป็นบุญตา เห็นแล้วชุ่มชื้นระทวยใจเป็นยิ่งนัก

เราลุ้นขาดใจยิ่งกว่าศึกวัดใจสไตล์บูชิโดว่าให้ได้ฝึกงานแผนกเดียวกับน้องหลิน ...และแล้วสววรค์ก็มีตา! เรากับน้องหลินได้อยู่ตึกเดียวกัน ชั้นเดียวกัน ...ขาดก็แต่อยู่ในห้องหัวใจเดียวกัน (อ้วก)

แต่อุปสรรคก็ปรากฏ ในแผนกนั้นยังมี "สองคู่หูตัวดำ" อย่างนัง "เจนดำ" และนัง "จ๋าดำ" (เพื่อนคณะที่อยู่กลุ่มเดียวกัน ที่ไม่เคยถูกข้าพเจ้าจีบเลย ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ...อาจจะนับเป็นบุญของทั้งสองฝ่าย) คอยเป็นกว้างขวางคอ

และแล้วมนต์ดำ (จากนังเจนดำและจ๋าดำ) ก็เริ่มแผลงฤทธิ์! น้องหลินผู้ดูดีมีสกุลถูกโยกไปทำงานหน้าคอม ส่วนพวกหน้าตาไร้สกุลอย่างตัวเราและนังเจนดำก็ถูกรวบไปทำงานด้วยกัน

งานที่ว่านั่นคือ "แปะสติ๊กเกอร์ชื่อ-ที่อยู่ของลูกค้า 10,000 ราย ลงในไปรษณียบัตร"
.
.
.
โอว ช่างเป็นงานที่ท้าทายเสียนี่กะไร ...หากทำได้ รับไปเลย 1 ล้านเยนนนนนน...นนนน

แรกเห็นว่าชื่อลูกค้ามาถึงหมวดอักษร "อ" ก็ตีอกชกหัวดีใจดี๊ด๊า เพราะคิดว่ามันใกล้หมดแล้ว แต่มารู้ภายในหลังว่ารายชื่อมันไล่ย้อนจากหลังมาหน้า อ.อ่าง...แล้วจบที่...ก.ไก่

อืมมมม....

ตรากตรำแปะสติ๊กเกอร์เยี่ยงเครื่องจักร ทำงานด้วยจิตใต้สำนึก (สมองหยุดทำงานชั่วคราว) ในคอกกระจกแคบๆ ขนาดหอยอะมีบ้ากับนังเจนดำอยู่ร่วมสองชั่วโมง...ในที่สุดก็พักเที่ยงโว้ยยยยย

นังจ๋าดำพาประเดิมมื้อแรกด้วยข้าวมันไก่ น้องหลินสั่งไก่ไม่เอาหนังแบบเดียวกับเราด้วย เห็นมั้ย? ใจตรงกันเป๊ะๆ ขนาดนี้ คบกันแล้วรุ่งพุ่งแรงแน่นอน

ช่วงบ่าย เด็กฝึกงานที่แปะสติ๊กเกอร์ด้วยกันเมื่อตอนเช้าลาไปทำธุระที่มหาลัย ...เหลือเราทำกับนังเจนดำอยู่สองคน

เยี่ยม...

น้องหลินผู้แสนดีอุตส่าห์ลดตัวลงมาช่วยเราแปะสติ๊กเกอร์ สัมผัสของเธอต่อกระดาษนั้นช่างแผ่วเบา ไม่เหมือนสัมผัสกร้านๆ ของมือดำๆ ขนแยะๆ ของนังเจนดำ

ชวนคุยโน่นนี่ โม้นั่นนู้นไปเรื่อย หลอกถามซักไซ้ไล่เลี่ยงไปมาๆ ...ปรากฏว่าน้องหลินมีแฟนแล้ว

อืมมมมมม....

กระนั้นก็ตาม นังเจนดำก็อุตส่าห์มีแผนเด็ด ชวนนังจ๋าดำลงไปซื้อน้ำด้วยกัน เพื่อให้เรากับน้องหลินได้อยู่กันสองต่อสอง ...ก็คุยโม้ไปเรื่อย เน้นฮาเข้าว่า เห็นน้องหลินหัวเราะเราก็สุขจายยยยย (แต่ตอนหลังไม่ค่อยฮา มาพบว่าเล่นมุกเพลินจนแปะสติ๊กเกอร์ผิดไปแถบนึง...เยี่ยมจิงๆ)

แต่แล้วโลกส่วนตัวของเรากับน้องหลินก็ต้องพังทลายลง เมื่อพี่เลี้ยงฝึกงานเดินมาบอกเสียงเรียบๆ ว่า "เอ่อ...น้องที่แปะสติ๊กเกอร์ช่วยแพ็คของด้วยนะ เดี๋ยวเราจะย้ายไปอีกตึกหนึ่ง"

.................................

อึ้งล่ะหนอ ได้แต่อึ้ง ทำไมอยู่ดีๆ ต้องย้ายด้วยหว่า แต่ก็คิดในแง่ดี ถึงน้องหลินจะอยู่ฝ่ายคอมพ์ไปแล้ว แต่พี่เค้าอาจเห็นว่างานมันหนัก จนเพิ่มให้ทีมนี้เป็น 3 คนก็ด้ายยย (คิดเข้าข้างตัวเองสุดๆ)

น้องหลินก็ยังแสนน่ารักช่วยเราเก็บของใหญ่ (ส่วนนังเจนดำลงไปซื้อน้ำถึงนรกขุมไหนแล้วไม่รู้ หายหัวสนิท) แต่แล้วเราก็ดันทำสิ่งที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ไปจนได้ ในขณะที่ยกกล่องลังขึ้นมา ฝากล่องเจือกไปฟาดหัวน้องหลินเข้าให้ดัง "ผัวะ!"

ชิบหายยยยย.....ชิบหายยยยย....มากกกก....

กรูไม่เหลืออะไรแล้ววว....เค้าเกลียดกรูแน่ๆๆๆๆๆๆๆๆ

แต่น้องหลินก็ดี๊ดีใจหาย จนหายใจไม่ออก พูดด้วยเสียงงอนง้อว่า "ต่อแกล้งเราเหรออออ" ....งุงิ งุงิ งุงิ ทำเสียงน่ารักจนน่าจับทุ่มเสียเนี่ยกะไร

ทันใดนั้นเอง นังเจนดำก็โผล่ขึ้นมา (ชิ ขัดจังหวะจริงๆ) พอบอกมันว่าพวกเราต้องย้ายตึกนะ มันก็หน้าซีดจนกลายร่างเป็น "เจนขาว" เพราะเสียใจที่ต้องพรากจากนังจ๋าดำ

ว่าแล้วก็แพ็คของกองมหึมาใส่บนรถเข็นลากไปหน้าลิฟท์ แล้วก็ไปยืนแสล๋นกันทั้งหมด 4 คน (เรา, น้องหลิน, เจนดำ จ๋าดำ) เผื่อพี่เค้าจะสั่งย้ายไปด้วยกันหมดเลย 4 คน (คิดเข้าข้างตัวเองอีกครั้ง)

พอพี่เลี้ยงเดินมา เขามองๆ แล้วบอกว่า "ไปกันแค่ต่อกับเจนสองคนละกัน หลินไม่ต้องไปหรอก อยู่ช่วยที่นี่แหละ..."

ในหัวข้าพเจ้าตอนนั้นมีแต่เสียงเอ็คโค่ของวลีที่ว่า...

"หลินไม่ต้องไปหรอก...หรอก....หรอก...หรอก...กกกก"

"ต่อกับเจน สองคน...คน...คน...คน....คน...นนนนน"
.
.
.
ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!

น้องหลินนนนนนนของกรู๊..... (เขาไปเป็นของแกตั้งแต่เมื่อไรละนั่น)


ว่าแล้วก็ไถๆ รถเข็นข้ามจากตึกหนึ่งไปหยั่งตึกหนึ่ง ไม่น่าเชื่อว่าระยะทางแค่ประมาณจากสยามดิสไปสยามพารากอน จะทำให้เราเหนื่อยขาดใจเช่นนี้ เพราะที่นี่มันคือ ถนนสีลม ถนนแห่งความชิบหายวุ่ยวายมหาบรรลัย หากคุณผ่านไปแถว BTS ศาลาแดง ช่วงห้าโมงเย็นของวันนี้ คุณจะเห็นมนุษย์ผู้ชายอวบๆ คนนึง ไถรถเข็นหน้าเครียดอยู่ริมถนนสีลม (ฟุตบาทไม่ต้องพูดถึง รถเข็นผ่านไม่ได้ คนหยั่งกะหนอน) โดยมีผู้หญิงผอมๆ ดำๆ คนนึงคอนเดินตามต้อยๆ เป็นกำลังใจ (นังเจนดำนั่นเอง)

ผ่านภารกิจ "รถไถมหาโหด" มาได้ (น้ำหนักลดไป 5 กิโล) ก็ย้ายมาตึกใหม่ (ซึ่งสภาพโทรมกว่าตึกเดิมมาก) ซึ่งพี่เค้าได้จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจ "ภารกิจลับกับสติ๊กเตอร์หนึ่งหมื่นใบ" ขึ้นมาเพื่อเราสองคนโดยเฉพาะเพราะเห็นว่าทำงานดี งานเดินมาก (ไม่น่าโชว์พาว ทำเป็นตั้งใจทำงานเลยกรู...)

ของขวัญที่พี่เค้ามอบให้เราสองคนก็คือ โต๊ะหนึ่งตัว กลางอาณาบริเวณกว้างขวางที่ห่างไกลจากโต๊ะของคนอื่นๆ ไปประมาณร้อยลี้ ...เรียกได้ว่าเรากับเจนดำถูกปล่อยเกาะให้อยู่ด้วยกันไปชั่วกัปชั่วกัลป์

ตระหนักคิดอยู่แล้ว ชีวิตของข้าพเจ้าตอนนี้...
1. ไม่มีน้องหลิน (เพราะเค้าอยู่อีกตึกนึง)
2. มีโต๊ะให้หนึ่งตัว
3. ที่บนโต๊ะมีกองไปรษณียบัตรร่วมหมื่นใบ
4. ส่วนวิวทิวทัศน์ก็มีเพียงฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็น...นังเจนดำ

เยี่ยม...เยี่ยม...เยี่ยมเป็นที่สุด...เยี่ยมหาที่เปรียบมิได้

หากยังทำงานนี้ต่อไปข้าพเจ้ามีแนวโน้มสองทางคือ
1. ตกล่องปล่องชิ้นลงเอยกับเจนดำในที่สุด ตามที่เพื่อนๆไซโคไว้
2. คิดสั้นขนาดผสมพันธุ์กับกองไปรษณียบัตร

อืมมมมม.....

เอาเถอะ ขอไปนอนก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องรีบตื่นมาแปะสติ๊กเกอร์แต่เช้า

ปล. ไม่ได้มีความทุกข์เข็ญใจ ไม่ได้คิดว่างานต้อยต่ำแต่อย่างใด ยังคงมีความสุขดี เจนดำเป็นเพื่อนที่ดี ส่วนน้องหลินก็น่ารักดี...แม้จะดันมีแฟนแล้วก็ตาม





EPISODE 2 : กลับมาใกล้กัน

พฤหัส 7 เมษายน 2549

ตกลงว่าวันนี้น้องหลินย้ายมาทำงานแผนกเดียวกับเราละ นั่งข้างๆ กันเลย หุหุหุหุหุ

เจนดำทำตัวแสนรู้อีกแล้ว เพราะไปชวนน้องหลินคุยแล้ว "ล้วงข้อมูล" เจนดำบอกว่าน้องหลินน่าจะยังไม่มีแฟนมากกว่า แต่จากที่เราล้วงเค้า เอ๊ย หมายถึงล้วงข้อมูลอ่ะนะ เราว่าเค้ามีแฟนแล้วนา ...อืม เรื่องนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไป

ช็อตเด็ดประจำวันนี้คือไป 7-11 สองต่อสองกับน้องหลิน (นั่นกรูไปทำงานมันฟรีๆ ยังต้องเสียเงินให้มันอีก...เยี่ยมจริงๆ)

วันนี้งานที่ทำเริ่มพัฒนาแล้ว จากแปะสติ๊กเกอร์ เริ่มได้ใช้เครื่อง Xerox ...ถ่ายเอกสารครั้งแรกในชีวิตเลยอ่ะเนี่ย ตื่นเต้นโคตรๆ (พูดจริงๆ ไม่ได้มุก)

อ้อ ถ้าใครนึกภาพงานแปะสติ๊กเกอร์ของข้าพเจ้าไม่ออก ให้นึกถึงหนังเรื่อง Modern Time ของ Charlie Chaplin นั่นแหละ...ใช่เลย

ส่วนงานเข็นของข้ามตึกยังคงมีอยู่ ตอนนี้หลอนเสียงรถเข็นไปแล้ว (ฮือๆๆ)

วันอาทิตย์นี้พี่เค้าก็ขอให้ไปช่วยทำงานด้วย เพราะงานจดหมาย 10,000 ฉบับนี้มันด่วนมาก ตอนแรกก็เซ็งนิดๆ แต่พี่บอกว่าจะให้ค่าจ้างด้วย (ไอ้ที่ทำอยู่ปกตินี่ไม่ได้เงินนะเนี่ย) ...อันนี้ไม่ใช่เหตุผลหลักหรอกนะ แต่เป็นเพราะจะได้เจอหน้าน้องหลินเพิ่มขึ้นอีก 1 วันต่างหาก


แต่ที่แย่ก็คือ ฝึกงานนี่เหนื่อยมาก ไม่มีแรงไปดูหนังเลย แถมเดือนนี้ต้องส่งต้นฉบับชิ้นนึง ยังไม่ได้คิด + เขียนเลยสักกะนิด อ๊ากกกกกก


ส่วนเมื่อวาน (6 เม.ย.) ได้หยุดจ้ะ ไปกินเลี้ยงโกเบเสต็กเฮ้าส์กับอดีตสาวก J-ROCK ทั้งหลายร่วม 14 คน บางคนไม่ได้เจอกันมา 2-3 ปีแล้ว ช่วงนี้รู้สึกดีจังได้เจอเพื่อน+พี่เก่าๆ เยอะ (เมื่อเร็วๆนี้ก็เพิ่งไปเลี้ยงห้องสมัยมัธยมมา เดี๋ยวจะอัพรูปเร็วๆนี้ล่ะ)





EPISODE 3 : ข้อดีที่ไม่ดี

อังคาร 11 เมษายน 2549

ข้อคิดที่ได้จากการฝึกงาน

1. เงินทองนั้นหายาก : เราแอบถามพี่ๆ พาร์ทไทม์มา เค้าแปะจดหมายกันวันละพันๆ ใบ ได้วันละ 300 บาท...จำนวนเงินที่ข้าพเจ้าใช้หมดภายใน 2 วินาที

2. Rotiboy นั้นหลอกหลอนยิ่งกว่าไวรัสริง และผีเด็กเปรตโตชิโอะ ใน Ju-On เสียอีก หนีมันมาจากสยาม มาสีลมก็มิวายเจอกลิ่นเลี่ยนๆ ของมันหลอกหลอน

3. ตบตีกับเครื่อง Xerox อย่างรุนแรง (สั่งงานไม่ได้ดั่งใจ, เครื่องชอบกินกระดาษ) : เริ่มรู้สึกผิดที่แต่ก่อนไปวีนแตกใส่ร้านซีร็อกซ์ที่มหาลัยบ่อยๆ

4. ไปฝึกงานที่ 7-11 ไม่ได้ตังค์สักบาท แต่วันนึงเสียเงินให้ 7-11 ไม่ต่ำกว่า 3 รอบ ...โอ นี่เรารักองค์กรของตัวเองขนาดนั้นเชียวหรือเนี่ย?


ส่วนเรื่องน้องหลิน เป็นที่แน่นอนแล้วว่าเค้ายังไม่มีแฟน แต่ตอนนี้ก็รู้สึกเฉยๆ แล้ว อาจจะเพราะเหนื่อยจนไม่มีแรงทำอะไร (ยังไม่เคยโทรไปหาเค้าเลย) และคิดว่าเป็นเพื่อนกันขำๆ ดีกว่า

รู้สึกไม่ดีกับ "ข้อดี" ของตัวเอง ...เพื่อนบอกว่าเราเป็นผู้ชายที่เข้าถึงผู้หญิงได้ ประมาณว่าคุยได้ ทำให้ขำได้ (ในทางกลับกันเราคุยกับผู้ชายไม่ค่อยเก่งเท่าไร) แต่มันก็ทำให้ลักษณะความสัมพันธ์ของเรากับผู้หญิงเป็นแบบ "ขำๆ" แต่พอเวลาเราคิดจะจีบเขา มันก็จะกลายเป็นเรื่อง "ขำขื่น" แล้วก็ "ขมขื่น" ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม เราก็ยังเป็นคนที่ "ไม่เข้าใจ" ผู้หญิงอยู่ดี แล้วก็ไม่คิดจะเข้าใจด้วย


เมื่อวันจันทร์พี่หมี (เจ้านายใจดีของเรา ที่แอบมีจ๊อบลับๆ เป็น Body Combat ของ California Fitness) ให้เราเลิกงานเร็ว ก็เลยแว่บไปดูหนังเรื่อง Azumi 2: Death or Love (2005, Shusuke Kaneko, B) ที่ลิโด้ ทั้งโรงมีแค่ 7 คนเอง เราว่าหนังมันไม่สนุกเท่าไร ดูแล้วจะหลับ สิ่งที่ดีที่สุดในเรื่องก็คือขาอ่อนของ Aya Ueto นั่นแหละ

ส่วนวันนี้ก็เลิกงานเร็วอีกแล้ว ตอนแรกว่าจะดูหนัง แต่แบบ Ultraviolet นี่ก็ได้ข่าวว่าหนังสถุลไร้สกุลรุนชาติมากๆ (พี่แมดเดอลีนยังบอกว่า "หนังเรื่องนี้ทำให้ Aeon Flux กลายเป็น Citizen Kane ไปเลยค่ะ") ส่วน Inside Man ก็ท่าทางหนังจะหนักๆ ช่วงนี้เหนื่อยๆอ่ะ เลยเปลี่ยนใจไม่ดูหนัง ไปคุ้ย used cd ที่ร้าน CD WAREHOUSE สยามดิสแทน

แล้วก็กรี๊ดแตกมากเพราะได้มา 3 แผ่นดังนี้

1. Placebo : Once More With Feeling (เป็นชุดรวมฮิต ไม่ได้ซื้อไว้ เพราะมีทุกอัลบั้ม)

2. Jonny Greenwood: Bodysong (เขาคือมือกีตาร์วง Radiohead)

และแผนที่สามที่ทำให้แทบจะกรี๊ดลั่นสยาม

3. Ayumi Hamasaki: Endless Sorrow

ได้ซิงเกิ้ลแผ่นนี้ (แผ่นญี่ปุ่น) มาในราคา 60 บาท !!!

เพลงนี้เป็นเพลงของ Ayumi ที่เราชอบมากที่สุดเพลงนึงเลย ชอบมิวสิกวิดีโอเพลงนี้มาก จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเมืองๆ หนึ่งที่ทุกคนถูกสั่งห้ามไม่ให้พูด แต่เด็กคนนึงได้ยินเสียงเพลงมาจากฟ้า เขาก็เลยปีนขึ้นไปบนหอคอย แล้วก็เจอ "ตัวเองคนหนึ่ง" ที่มีปีกอยู่บนนั้น

....เก๋มั้ย?

ที่สำคัญเอ็มวีตัวนี้มี Ayumi โผล่ออกมานิดเดียวประมาณ 3 วินาทีตอนท้าย


ช่วงนี้ไม่ได้อัพบล็อกเลยเพราะฝึกงานกลับบ้านมาก็นอนหลับเป็นตาย แต่ช่วงหยุดสงกรานต์คงได้อัพซะทีอ่ะนะ รอหน่อยละกัน

สุดท้ายนี้ขอไว้อาลัยให้การระบบการศึกษาไทย และขอแสดงขอความเสียใจน้องๆ ที่ต้องเผชิญกับระบบ O-Net, A-Net

พี่เห็นใจพวกน้องจริงๆครับ...





EPISODE 4 : หนึ่งในล้าน

จันทร์ 17 เมษายน 2549

เรื่องซวยๆ ทั้งหมด (หมาตาย, ทีวีระเบิด, มือถือเจ๊ง ฯลฯ) ก็เริ่มเฉยๆแล้ว ทำใจเท่านั้นคือคำตอบ

วันนี้ตอนกลางวันก็แอบไปกิน Fuji กัน 4 คน (เรา, เจนดำ, จ๋าดำ, น้องหลิน) เพราะวันนี้เจ้านายไม่เข้าออฟฟิศ ...สองคู่หูตัวดำแอบฉลาดอีกแล้ว จัดที่ให้เรานั่งคู่กับน้องหลิน

สั่ง Katsudon กับ ชุดซูชิ (แน่นอนว่าแบบธรรมดา...อันที่มันถูกที่สุดอ่ะ) มากินสนองนี้ดตัวเองสุดๆ ...กินแล้วอิ่มมาก แต่ก็สบายใจมาก หายเครียดไปเลย

วันนี้ตอนทำงาน รู้สึกว่าจะเล่นมุกปัญญาอ่อนกันมากเป็นพิเศษ หัวเราะจนคนอื่นในออฟฟิศเขามอง ส่วนใหญ่ก็เป็นเรากับเจนดำเพลงลูกทุ่งฮาๆ กัน เช่น

"รักติด ร." (ร้องยังไงไม่รู้ แต่แค่ชื่อเพลงก็ฮา)

"หนูอยากโดนอุ้ม หนูอยากโดนอุ้ม หนูอยากโดนอุ้มมมม" (ทั้งเพลงร้องได้แค่นี้แหละ)

"...ซึ้งในน้ำใจสาวชัยภูมิ..." (จำชื่อเพลงไม่ได้ แต่แค่ขึ้นท่อนนี้มาก็ฮาแล้ว)

"...ไปเจอแฟนเธอที่เยอรมัน..."

"...มีเมียเด็ก ต้องหมั่นโทรเช็ค..."

ฯลฯ

ร้องไปฮาไปจนหลินบอกว่าวันนี้หัวเราะจนเหนื่อย...

เรารู้สึกดีนะที่ทำให้เขาหัวเราะได้


จ๋าดำบอกว่า "หลินอย่าไปเล่าให้คนอื่นฟังนะว่ามาฝึกงานแล้วเจอเพื่อนแบบนี้ เดี๋ยวเขาจะนึกว่าเด็กธรรมศาสตร์เป็นแบบนี้กันหมด"

แต่หลินตอบว่า "ดีออก หลินชอบคุยแบบนี้ เพื่อนหลินน่ะชอบหาว่าหลินปัญญาอ่อน แต่จริงๆ แล้วหลินชอบคุยอะไรฮาๆ แบบนี้แหละ"


แล้วเราก็ลองพูดเปรยๆ กับสามสาวว่า "เนี่ย ถ้าต่อไม่อยู่ใครจะคอยเล่นมุกให้ขำเนี่ย มีหวังบรรยากาศมาคุ นั่งทำงานกันเงียบฉี่"

ดูเหมือนสามสาวก็จะเห็นด้วยกับที่เราพูด

ได้ทีก็เลยซ้ำไปว่า "ขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก เชอะ!" (เชิดหน้าประกอบ)

อืม...อย่างน้อยก็ยังมีคนเห็นความสำคัญของเรา (มั้ง)


แทนไท ประเสริฐกุลเคยบอกไว้ว่า "โลกเรามันช่างกลมมนราวกับหัวนม" เราซึ้งถึงประโยคนี้ก็วันนี้แหละ

งานที่ทำวันนี้ก็คือ แยกบัตรสมาชิก Smile Club ของ 7-11 โดยแยกตามตัวอักษร ก ถึง ฮ (จะท่องได้ก็คราวนี้แหละ)

แล้วขณะที่เรากำลังแยกบัตร พร้อมกับคุยกันขำๆ เราก็ต้องอึ้ง แล้วก็เงียบไป

ชื่อบนบัตรที่เราถืออยู่ เป็นชื่อของคนที่เราเคยชอบเมื่อหลายปีก่อน

มันคงเป็นพรหมลิขิตของพระเจ้า

คิดดูสิมีคนนั่งทำงานนี้ตั้ง 4 คน บัตรมีเป็นพันๆ ใบ โอกาสที่เราจะหยิบได้บัตรของคนๆนี้ขึ้นมามันน้อยมากเลยนะ

แต่เราก็หยิบขึ้นมาจนได้

ชั่วเวลาแค่ไม่กี่วินาที ภาพของเขา ภาพที่เรากับเขาใช้เวลาด้วยกันมันก็ย้อนกลับมาเหมือนฉาก flashback ในหนังฮอลลีวู้ด


เราเล่าเรื่องของเขาให้เพื่อนๆ ฟัง

เจนดำบอกว่า "แกชอบเขามาก"

แต่เราสวนกลับทันทีว่า "ฉันไม่ได้ชอบเขามาก!!"

มันคงเป็น ego ของเราที่จะไม่ยอมแสดงด้านที่อ่อนแอออกมา

แต่วันนี้เราลองมาคิดๆ ดูแล้ว ตอนนั้นเราก็ชอบเขามากจริงๆ

ถึงกับทำอะไรหลายอย่างๆ ลงไป ทั้งๆที่เขาคงมองว่าเป็นเรื่องไร้ค่า


ตอนนั้นจังหวะชีวิตของเราสองคนคงเข้ากันพอที

เราก็เพิ่งเลิกกับแฟน ส่วนเขาก็กำลังจะเลิกกับแฟน

แรกๆ เขาก็เอาปัญหาของแฟนเขามาปรึกษาเรา

ถัดมาก็ชวนเราไปเที่ยว ชวนไปดูหนัง โทรเรียกออกไปกินข้าวด้วยกัน บางทีก็โทรมาตอนตี 4 (ซะงั้น)

เขาเคยพูดกับเราว่า ถ้าเขาเลิกกับแฟน เขาคงเป็นจะแฟนกับเรา

แต่สุดท้ายเขาก็กลับไปคืนดีกัน

ส่วนเราก็...ทำไงได้ล่ะ...ก็ทำใจอีกแล้วน่ะสิ

เพลงที่อธิบายชีวิตเราตอนนั้นได้ดีที่สุดก็คือเพลง "ชู้ทางใจ" ของ ดัง พันกร นั่นแหละ

ตอนนั้นเราอ่อนแอมาก ...อ่อนแอเพราะ หัวใจ ทำงานมากกว่า สมอง

แล้วจากบทเรียนครั้งนั้น เราก็เปลี่ยนไป...
.
.
.
เจนดำเพิ่งด่าเราเมื่อสองสามวันก่อนว่า "แกมันไม่จริงใจ"

เออ นั่นก็จริง เรายอมรับ...แต่ไม่ทั้งหมด

เรา จริงใจ หรือไม่จริงใจ เราไม่รู้

แต่เรารู้ว่าตอนนี้เราไม่รักใคร 100%

เขาคนนั้นสอนเราไว้

จะรัก 100% ไปทำไม เมื่อมันไม่เคยรักเราเลย!





EPISODE 5 : IDEAL LOVE

อังคาร 3 พฤษภาคม 2549

หายไปไหนซะนานเลยสำหรับไดอารี่ฝึกงาน …ต้องเล่าย้อนหน่อยว่าตอนนี้น้องหลินเค้าฝึกงานจบไปแล้วเรียบร้อย สรุปว่าตลอดเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมาเราก็ไม่ได้ไปทำมิดีมิร้ายเค้าแต่อย่างไร (หมายถึงจีบน่ะ) อืม…เรานี่ก็เป็นคนดีเหมือนกันนะ

วันศุกร์ที่แล้วเจอกับหลินเป็นวันสุดท้าย แต่ก็ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไร เพราะเค้าถูกเรียกไปช่วยงานที่อีกตึกนึง แต่ตอนเย็นเราก็ให้การ์ดเค้าไป เป็นการ์ดที่เรา เจนดำ และจ๋าดำช่วยกันเขียน ที่ให้ก็เพราะไม่รู้ว่าจะได้กันเจออีกเมื่อไร (อาจจะไม่เจอกันอีกแล้วก็ได้) เราก็เลยคิดว่ามีอะไรเป็นที่ระลึกหน่อยก็คงดี


วันอังคารก็กลับมาทำงานใหม่ ช่วงเช้ายังว่างๆ งานอยู่ เราก็เลยโทรไปเช็คกับ Loxley ว่ามือถือซ่อมเสร็จรึยัง (ถ้าเสร็จแล้วจะได้โดดงานตอนบ่ายไปเอา อิอิอิ) ปรากฏว่ามันยังรออะไหล่อยู่เลย…มันอิมพอร์ตอะไหล่มาจากปานามารึไงวะเนี่ย ถึงได้ซ่อมช้าขนาดนี้ เวรจริงๆ

จากนั้นก็โทรไปหาพี่เลขาสุดสวยของหนังสือสารกระตุ้นว่าทางนู้นเค้าโอนเงินมาให้รึยัง ก็ได้ความว่าเค้าโอนมาตั้งแต่วันศุกร์นู่นแล้ว จากนั้นเราก็เลยชวนพี่เลขาคุยเรื่อยเปื่อย

เรา – “เห็นเล่มใหม่แล้วนะ ซื้อแล้วด้วย ปกพี่น้อย วงพรูน่ะ”

พี่เลขา – “เป็นไงสวยมั้ยล่ะ”

เรา – “อื้อ ก็สวยดี พี่น้อยแกเท่ดี”

พี่เลขา – “ไม่ใช่…พี่ถามว่า พี่น่ะสวยมั้ย” (นั่น…)

เรา – (อึ้งไปพักนึง) “……สวยสิ โห เค้าบอกตั้งแต่วันแรกที่คุยแล้วว่าพี่ลี่น่ะสวย น่ารักด้วย โธ่..แล้วไงล่ะ พี่ลี่ก็ไม่เห็นสนใจเค้าเลย”

พี่เลขา – "เอ้ยย แหม พี่แซวเล่น”

เรา – (ทำเสียงน้อยใจ) “ใช่ซี้…เรามันแค่ของเล่น เชอะไม่มีใครสนใจเราหรอก”

พี่เลขา – “โอ๋ๆๆๆ น่าสงสาร”

เรา – “พี่ลี่ต้องปลอบใจเค้าด้วยนะ ช่วงนี้บ้าบอมากน่ะ ตั้งแต่แฟนทิ้งแล้ว ล่าสุดหมาตาย ทีวีก็ระเบิด มือถือก็เจ๊ง”

พี่เลขา – “โห เรียกได้ว่าซวยหนักเลยสินะ”

เรา – “แล้วนี่พี่งานยุ่งอยู่ป่าวอ่ะ”

พี่เลขา – “ก็นิดโหน่ยยย”

เรา – “หึ…เราโทรมาทีไรพี่ยุ่งทุกทีแหละ”

พี่เลขา – “เอ๊า…ก็นี่มันเวลางานนี่ ก็ถ้าอยากคุยก็โทรมาค่ำๆ นะ”

เรา – “โอเค โอเค งั้นไว้คุยน้า บายบาย”

พี่เลขา – “จ้าา…”


นั่นแหละ…ระหว่างที่เราคุยไป จ๋าดำมันก็ทำหน้าพะอืดพะอมยังไงไม่รู้ อะไรฟะ ชั้นก็แอบมีมุมคิกขุเหมือนกันนะเฟร้ย

คุยเสร็จเราก็พูดกับจ๋าดำว่า “เนี่ย พี่เค้าต้องแกล้งโอนเงินมาช้าๆ แน่เลย เพราะอยากให้เราโทรไปคุยด้วย” (ฮ่า ฮ่า ฮ่า เพ้อเจ้ออีกแล้ว)

ว่าไปแล้วก็ไม่ได้โทรคุยกับพี่เลขานานแล้ว พี่คนนี้สวย+น่ารักดีน่ะ เรียกได้ว่าสเป๊กเราเลย เจอวันแรกวันที่เข้าไปคุยงานกับบก.ที่ออฟฟิศก็ตะลึงเลย (แต่ต้องเก็บอาการหน่อย ต้องเก๊กภาพพจน์คนอินดี้เอาไว้) คุยงานกับพี่บก.เสร็จ เราก็เดินไปขอเบอร์พี่เลขา อ้างว่าขอไว้เผื่อติดต่อเรื่องงาน (เนียนจริงๆ) แล้วคืนนั้นเราก็โทรไปหาเค้า …เพื่อจะพบว่าเค้ามีแฟนแล้ว (ฮือๆๆๆๆๆ)

จากนั้นด้วยความที่ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ก็เลยบอกไปตรงๆ เลยว่าปิ๊งพี่เค้า ซึ่งเค้าก็ดูจะขำๆ น่ะ แต่พี่เค้าก็ดีนะ เค้าก็บอกเลยว่าจะโทรมาคุยก็ได้ แต่ถ้าพี่เค้ายุ่งอยู่ก็ต้องไว้ก่อน แล้วพี่เค้าก็ไม่ชอบเรื่องกิ๊กเกิ๊กอะไรแบบนั้นด้วย คือคุยกันแบบพี่น้องเท่านั้น เกินกว่านั้นหมดสิทธิ …อืม วัยรุ่นเซ็งเลยงานนี้ กะยอมเป็นเด็กเก็บเค้าเต็มที่เลยนะ (โถ พูดยังกับว่าเค้าอยากเก็บแกไว้นักน่ะ) แต่ก็รู้สึกดีใจแทนแฟนของพี่เค้าน่ะที่มีแฟนดีๆ แบบนี้

เอาเถอะ ได้คุยกับพี่เค้า ก็ทำให้เราลัลล้าขึ้นเยอะ…


แต่ทว่าความลัลล้านั้นก็คงอยู่ไม่นาน เมื่อเราเปิดคอมพิวเตอร์ที่ทำงานแล้วพบว่า…ไฟล์ที่เราทำงานไว้…หายหมดเลย

หาย…

หมด…

เลย…

หึหึหึ ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่ต้องคีย์ข้อมูลซองจดหมายประมาณ 400 กว่าใบ กับบัตร Smile อีก 8455 ใบ ใหม่ทั้งหมด …ก็แค่นั้นเอง …หึหึหึ …ฮือฮือฮือ…(เสียสติไปแล้ว)

แต่เอาเถอะเครียดไปก็ไม่ช่วยอะไรขึ้นมา ก็ดีเหมือนกันจะได้ทีงานทำ ช่วงหลังๆ มาก็แอบว่างเยอะอยู่ ว่าแล้วก็เลยคลายเครียดร้องเพลงกับเจนดำ ส่วนใหญ่วันนี้ก็ฮัมเพลง Love Love ของโฟร์-มด กันทั้งวันนั่นแหละ (ดีใจจังที่ร้องเพลงนี้เป็นแล้ว มันแอบร้องยากเหมือนกันนะเนี่ย) บางทีก็มีย้อนอดีตไปร้องเพลงรุ่น แร็ปเตอร์ นู่นเลย ไอ้เพลง “ส่งยิ้ม…สื่อความหมาย…บลาบลาบลา…รู้ความในใจ” น่ะ


อยู่กับเจนดำไปเรื่อยๆ ก็ค้นพบว่าทัศนคติเรื่องความรักของมันกับเรานี่ช่างห่างไกลกันราวๆ ล้านปีแสง ความคิดของมันเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้บางทีก็ดูเป็น ideal มากๆ แต่ก็ดีเหมือนกัน เราไม่ค่อยเจอใครที่คิดอะไรแบบ pure & innocent ขนาดนี้สักเท่าไร

เจนดำมันพูดมาประโยคนึงว่า “อยากรู้ว่าการรักใครมากๆ สักคนจนยอมได้ทุกอย่างมันเป็นยังไง” โอย ฟังแล้วอึ้งแทบจะเป็นลม เพราะความคิดแบบนี้ไม่ได้อยู่ในหัวสมองเรามานานแล้ว คิดภาพแล้วมันสยองยังไงพิลึกนะ มันดูน่าอึดอัดยังไงไม่รู้ อาจจะเป็นเพราะช่วงนี้เราไม่ได้อยากอยู่กับใครแบบจริงจังมั้ง ถ้าเพื่อนคุย เพื่อนเที่ยว เพื่อนเล่นขำๆ ก็โอเคน่ะ (แบบที่ฝรั่งเค้าเรียก On & Off Relationship) ไอ้แบบให้โทรหาทุกวัน ตอนนี้ไม่ไหว แค่คิดก็เหนื่อย


ตอนพักกลางวันเราก็แวะร้านหนังสือ ไปชะเง้อดูหนังสือ Esquire …ซึ่งก็ยังไม่ออกซะที เดินๆ ไปรอบร้าน จ๋าดำก็ชี้ไปที่หนังสือ HI! แล้วก็ถามเราว่า “หน้าปกแตงโมนี่ แกไม่ซื้อเหรอ” …เราก็ตกใจมากเพราะดูไม่ออกว่านั่นคือแตงโม คือแบบหน้าปกน่ากลัวมากน่ะ เป็นแตงโมเชิดปากบวมๆ ดูแล้วเหมือนกะเทยมากๆ

แต่สรุปด้วยสปิริตแห่งแฟนพันธุ์แท้ก็ต้องซื้ออยู่ดี (เล่มตั้ง 90 บาท) ยังดีว่าภาพข้างในก็ยังโอเค แต่รู้สึกไม่คุ้มตังค์เลยเพราะมันเป็นหนังสือแฟชั่นน่ะ เราเปิดอ่าน 2 นาทีก็จบแล้ว

ตอนนี้ในห้องเรามีกองหนังสือที่หน้าปกเป็นแตงโมโดยเฉพาะเลยกองนึง แล้วมันก็สูงขึ้นๆ ทุกวัน (ก็คุณเธอเล่นลงถี่ซะขนาดนั้น) นี่ถ้าเจ้าตัวรู้นี่เค้าจะดีใจบ้างมั้ยน้า…


พอเลิกงานก็ไปเซ็นทรัลกับจ๋าดำ (เดินๆ อยู่ก็ต้องระแวงหน้าหลัง เดี๋ยวคนรู้จักมาเห็นจะเข้าใจผิดนึกว่ามากับแฟน ฮ่าฮ่าฮ่า) มันจะไปซื้อรองเท้าอะไรของมันก็ไม่รู้ แต่ปรากฏว่ามันไม่ได้ของ คนที่ได้ของติดมือกลับบ้านกลับเป็นเราซะงั้น วันนี้ก็ซื้อมา 2 แผ่น

1. Nami Tamaki : Make Progress

ก็เป็นอัลบั้ม J-POP ขำๆ อีกอันนึง เหมาะสำหรับคนชอบซาวด์เจป็อปแบบเสร่อๆ ไอ้ประเภทโปรแกรมมิ่งแบบการ์ตูนๆ แล้วก็เสียงกีต้าร์แสบๆ หูน่ะ ฟังแล้วคลายเครียดดี …อ้อแล้วน้องเค้าก็เพิ่งอายุ 18 เองด้วย แหะๆ (ตูชักเหมือนตาแก่หัวงูขึ้นทุกวันสินะเนี่ย)

2. Final Fantasy VII Advent Children (DVD)


เอาล่ะ เดี๋ยวไปนอนก่อนดีกว่า…พรุ่งนี้กะว่าจะเอา CD โฟร์-มดไปเปิดที่ทำงานซะหน่อย เพื่อความชุ่มช่ำใจ หุหุหุ



Create Date : 22 กรกฎาคม 2549
Last Update : 22 กรกฎาคม 2549 15:01:27 น. 7 comments
Counter : 2762 Pageviews.

 
อ่านอย่างเพลิน นึกถึงเรื่องสมัยผมฝึกงานเลย หุๆๆ

เรื่องจับได้ไปรษณีย์บัตรคนที่เคยชอบ

ถ้าไม่เรียกว่าขะตากรรมก็ไม่รู้จะใช้คำไหนแล้วเหมือนกันครับ


โดย: นายเบียร์ วันที่: 22 กรกฎาคม 2549 เวลา:18:14:03 น.  

 
ว้าว กะลังจะปฝึกงานที่ซีพี ในอีไม่กี่เดือนอ่านแล้ว หนุกดีคับ

ขอบคุงที่เขียนมาให้อ่านคับ


โดย: terser IP: 58.9.137.234 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:09:54 น.  

 
รอสัมภาษณ์ฝึกงาน ซีพี ไม่รู้จะได้ป่าว



โดย: Waiting...! IP: 117.47.75.104 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2550 เวลา:16:25:19 น.  

 
หวัดดีครับ รุ่นพี่เสดสาด อิอิ กำลังไปฝึกที่ CP ซัมเมอร์นี้ครับ เพิ่งประกาศผลเมื่อกี้นี้เองว่าได้ ดีจายๆ

แอบเข้ามาอ่านหลายครั้งแล้ว น่ารักดีคับ


โดย: ัอ่ะนะ IP: 58.9.137.230 วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:4:41:19 น.  

 
บัญชีอาคับ รอสัมภาษณ์คับ 19นี้อ่ะ
ที่นี่เป็นไงมั้งอ่ะ ใครรู้ก็แนะนนำหน่อยนะคับ ขอบคุณคับ
keeshio.hi5.com


โดย: ที IP: 118.173.72.70 วันที่: 3 ตุลาคม 2552 เวลา:12:16:48 น.  

 
กำลังจาฝึกงานค่ะ
อยากได้คำแนะนำอะค่ะ
แต่เป็นซีพีที่ สระบุรีค่ะ
ใกล้บ้านดีค่ะ


โดย: itim IP: 114.128.168.103 วันที่: 24 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:56:16 น.  

 
ขอบคุณมากครับบ ผมกำลังจะไปฝึกเดือนมี.ค.นี้แหละคับบ
ฟังแล้วสนุกดี แต่ไม่รู้ หึหึหึ :))


โดย: ต้นมะพร้าว IP: 49.49.98.141 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:13:52:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

merveillesxx
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




สำส่อนทางการดูหนัง ฟังเพลงและเสพวรรณกรรม
New Comments
Friends' blogs
[Add merveillesxx's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.