Group Blog
 
All Blogs
 
ความกลัวของคุณพ่อ

เมื่อฉบับที่แล้วผมเขียนถึงความในใจของว่าที่คุณพ่อบางคน ผู้ซึ่งอยู่ในภาวะสับสนกับสถานภาพใหม่ ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะวางตัวกับบทบาทใหม่อย่างไรดี ทำให้ฝ่ายว่าที่คุณแม่เกิดอาการเครียด บางคนคิดเลยเถิดไปว่าสามีกำลังจะนอกใจไปมีกิ๊กสาวสวย หรือกำลังเบื่อฝ่ายภรรยาอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีระจากการตั้งครรภ์

มาฉบับนี้ ผมขอถอดใจแมนๆของว่าที่คุณพ่อทั้งหลายมากางแบให้คุณผู้หญิงเห็นกันจะๆอีกสักตอนนะครับ คราวนี้เราจะมาคุยกันถึงเรื่องความกลัวเกี่ยวกับการคลอดลูกของว่าที่คุณพ่อจำนวนหนึ่ง

ครับ...แม้ว่าจะไม่ต้องผจญกับความเจ็บปวด หรือเสี่ยงต่ออันตรายจากการคลอดบุตรเหมือนฝ่ายหญิง แต่ผู้ชายเราจำนวนไม่น้อยเครียดและกลัวต่อการคลอดบุตรของภรรยาเหมือนกันนะครับ บางคนถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ หงุดหงิด พาลเกเรไปทั่ว บางคนเครียดจนทำให้งานการที่ทำอยู่ผิดพลาด

แต่เรื่องพวกนี้ ผู้ชายมักจะไม่เอ่ยปากระบายให้คุณผู้หญิงฟังหรอกครับ...แบ่บว่า...มันเสียเชิง

ในนิตยสาร Pregnancy & Birth ซึ่งเป็นนิตยสารเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ขายดีอันดับหนึ่งของประเทศออสเตรเลียจัดลำดับความกลัวการคลอดของฝ่ายชายไว้อย่างน่าสนใจดังนี้

สิ่งที่หนุ่มออสซี่กลัวมากเป็นอันดับแรกคือ กลัวการเผชิญกับความเจ็บปวดของภรรยาในวันคลอด เพราะเสียงร้องของเธอเหมือนตราบาปตอกย้ำว่าเป็นความผิดของฝ่ายชายที่ทำให้เธอต้องเจ็บปวด

ความกลัวอันดับต่อมาคือ กลัวว่าจะไม่สามารถทนอยู่ในห้องคลอดอย่างปกติ หลายคนกลัวจะเป็นลมไปก่อนที่จะเห็นลูก อันเนื่องมาจากทนเห็นเลือดของภรรยาไม่ได้ บางคนกลัวถึงขนาดไม่กล้าดูวีดีโอเกี่ยวกับการคลอดบุตรที่ตามโรงพยาบาลฉายให้พ่อแม่ดูกันในวันอบรมพ่อแม่มือใหม่

ความกลัวอันดับสามคือ กลัวเห็นการเบ่งคลอดของศรีภรรยา ซึ่งทำให้คนกลุ่มนี้กังวลใจเกี่ยวกับเซ็กส์หลังการคลอดว่าจะปกติเหมือนเดิมหรือไม่

ส่วนความกลัวอันดับสุดท้ายคือ การกังวลว่าการคลอดจะทำให้ลูกและเมียเกิดอันตราย

ความกลัวของหนุ่มออสซี่เหล่านี้ จะว่าไปก็คล้ายกับความกลัวในใจของหนุ่มไทยอีกหลายๆคน แต่เพื่อให้ชัวย์ ผมลองเอาคำถามว่า “คุณกลัวหรือวิตกอะไรบ้างในวันคลอดของภรรยา” ไปถามคุณพ่อจำนวนหนึ่ง ได้คำตอบที่น่าสนใจ

อย่างคุณเดี่ยว คุณพ่อสถาปนิกวัย 27 บอกว่า...

“ผมกลัวว่าลูกจะไม่สมประกอบ กลัวว่าเมียจะเป็นอันตรายไหม โธ่...ไม่รู้เป็นอะไร ก่อนวันคลอดสักสองสามเดือนผมดันไปดูหนังเรื่องนางนาก เลยวิตกจริตไปใหญ่ กลัวว่าเมียจะตายท้องกลมแบบนางนาก ยอมรับว่าเครียดและกลัวมาก แต่ไม่กล้าบอกเมีย เดี๋ยวเมียจะเครียดไปด้วย”

คุณปานเทพ พ่อลูกสองวัย 32 เล่าว่า “สิ่งที่ผมกลัวคือ กลัวเมียคลอดลูกกลางทาง การจราจรในกรุงเทพฯยิ่งติดๆอยู่ ผมเลยกลัวว่าจะพาเมียไปไม่ถึงโรงพยาบาลต้องทำคลอดกลางถนน”

ด้านคุณปรัชญา พ่อค้าก๋วยเตี๋ยววัย 37 ยอมรับว่า “ผมกลัวเป็นลมในห้องคลอดครับ เพราะผมกลัวเลือด เห็นเลือดมากๆแล้วใจมันหวิวๆพาลจะเป็นเป็นลม”
ฯลฯ

นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อยที่สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลใจ และความกลัวของชายหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าพ่อ

แล้วเราจะจัดการกับความกลัวเหล่านี้ได้อย่างไรละครับ

สำหรับความกลัวเกี่ยวกับอันตรายของภรรยาและบุตร สิ่งที่จะช่วยลดทอนความวิตกกังวลคือ ความรู้เกี่ยวกับการคลอด ทั้งเรื่องขั้นตอนของการคลอด รวมถึงความเสี่ยงต่างๆที่จะเกิดขึ้นในระหว่างคลอด

องค์ความรู้เหล่านี้เราสามารถศึกษาได้จากอินเตอร์เนท หรือจากหนังสือ นิตยสารต่างๆเกี่ยวกับการคลอดบุตร หรืออาจจะสอบถามรายละเอียดจากคุณหมอผู้ดูแลครรภ์ รวมทั้งศึกษาด้วยการเข้าคอร์สอบรมเกี่ยวกับการคลอดตามโรงพยาบาลชั้นนำต่างๆ

ส่วนเรื่องการกลัวว่าลูกจะคลอดกลางทางก่อนไปถึงโรงพยาบาลนั้น ทางที่ดีพอใกล้วันกำหนดคลอด ว่าที่คุณพ่อควรศึกษาเส้นทางการเดินทางจากบ้านพักไปโรงพยาบาลให้ดีว่าจะต้องใช้เส้นทางไหนถึงจะรวดเร็วที่สุด อีกทั้งควรมีหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินเผื่อโทรศัพท์ขอเส้นทางพิเศษ

แต่เรื่องนี้ก็ไม่ต้องวิตกจนเกินเหตุนะครับ เพราะโดยปกติแล้ว ท้องแรกของคุณแม่จะใช้เวลาในการคลอดยาวนาน บางคนเจ็บท้องข้ามวันข้ามคืนยังไม่คลอดเลยก็มีนะครับ

เพราะฉะนั้น ว่าที่คุณพ่อทั้งหลายจำไว้นะครับว่า ไม่ต้องตื่นเต้น ร้อนรนไป เจ็บท้องคลอดไม่ใช่ว่าเจ็บปุ๊บ ลูกไหลปั๊บทันที

สำหรับคนที่กลัวเลือด กลัวหมดสติในห้องคลอดจนเป็นภาระของหมอและพยาบาล คงต้องตัดสินใจเองละครับว่า จะอยู่หน้าห้องคลอด เดินวนไปเวียนมาเหมือนหนูติดจั่น หรือจะเข้าไปอยู่ในห้องคลอดเป็นเพื่อนภรรยา

ถ้าคุณเลือกอย่างหลัง วิธีที่พอจะช่วยได้คือ พยายามไปทัวร์ห้องคลอดล่วงหน้า เพื่อให้รับรู้ถึงบรรยากาศของห้องคลอดจริงว่าเป็นอย่างไรก่อน นอกจากนั้นอาจจะลองดูวีดีโอการคลอดบุตร โดยพยายามดูทีละนิดทีละหน่อย เพื่อให้คุ้นชินกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นจริงในห้องคลอด

แต่ผมเชื่อแน่ว่า พอถึงวันจริง ดีไม่ดีว่าที่คุณพ่อทั้งหลายอาจจะตื่นเต้นดีใจ และลุ้นจนลืมความกลัวไปก็ได้นะครับ

........................................................................................................
บทความนี้ผมเขียนลง ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Mother & Care ฉบับที่ 23 เดือน พฤศจิกายน 2549







Create Date : 20 มกราคม 2551
Last Update : 20 มกราคม 2551 10:39:21 น. 4 comments
Counter : 262 Pageviews.

 
จิงเหงอ อาจารย์ ที่พ่อคนไทยที่ไปสัมภาษณ์มา ไม่มีใครกลัวละกังวล ' ข้อสาม'กันเลย hahaha


โดย: friendlymitt IP: 58.147.56.116 วันที่: 24 มกราคม 2551 เวลา:15:08:58 น.  

 


โดย: สายน้ำกับสายเมฆ วันที่: 24 มกราคม 2551 เวลา:16:25:48 น.  

 
ทามหัวเราะกลบเกลื่อนเชียวนะครับอาจารย์.. จิงๆอาจารย์ก็หนึ่งในนั้นที่กลัวใช่มั้ยครับ


โดย: friendlymitt IP: 58.147.56.116 วันที่: 25 มกราคม 2551 เวลา:13:51:47 น.  

 


โดย: สายน้ำกับสายเมฆ วันที่: 26 มกราคม 2551 เวลา:12:00:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สายน้ำกับสายเมฆ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Locations of visitors to this page

Tracked by Histats.com
Friends' blogs
[Add สายน้ำกับสายเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.