Group Blog
 
All Blogs
 
เจ้าตัวเล็กกับโจรบ้ากาม

เชื่อไหมครับว่า ประเทศพัฒนาแล้วต่างประสบกับปัญหาการคุกคาม ทำร้าย ล่วงเกิน ข่มขืนเด็ก (child sexual assault) ไม่น้อยหน้าประเทศด้อยพัฒนาอื่นๆ

อย่างเช่นที่ประเทศออสเตรเลีย ทุกปีจะมีเด็กถูกลักพาตัวโดยเฉลี่ยประมาณ 650 คน หรืออีกนัยหนึ่ง มีเด็กออสซี่ถูกล่อลวงทุกวัน วันละ1- 2 คน

เด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่จะถูกลวงไปคุกคามทำร้ายทางเพศ เหยื่ออาชญากรรมทางเพศมีทั้งเด็กชาย และเด็กหญิง บางรายเป็นเพียงทารกวัยไม่ครบขวบด้วยซ้ำไป

นี่ขนาดประเทศฝรั่งมังค่า ที่เขาพร่ำโฆษณากันว่า เป็นประเทศ “พัฒนา” หรือเป็นประเทศที่คำนึงถึง “สิทธิมนุษยชน” ยังมีสถิติตัวเลขอาชญากรรมอันน่ารังเกียจมากขนาดนี้ อดคิดไม่ได้ว่าสยามประเทศเรา การข่มขืน ทำร้าย ลักพา ล่อลวงเด็กจะมีมากมายเพียงใด

จะว่าไปแล้วเรื่องการลักพา คุกคาม ทำร้าย ล่วงเกินทางเพศเด็ก สร้างความหวาดวิตกให้กับบรรดาพ่อ แม่ ผู้ปกครองชาวออสซี่มาตลอด ครั้งหนึ่งถึงกับมีผู้นำเสนอว่าควรฝังตัวไมโครชิป (microchip) ไว้ในผิวหนังของเด็ก เพื่อจะได้ติดตามรู้ตำแหน่งของลูกหลานตนเองอยู่ตลอดเวลา

แน่นอนครับว่า พลันที่มีผู้เสนอแนวทางนี้ก็มีแรงตอบโต้กลับทันทีว่า “ละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของเด็ก” เลยกลายเป็นประเด็นวิวาทะระหว่าง

“ความปลอดภัยของเด็ก” กับ “สิทธิเสรีภาพ”

ต่อมาด้วยวิวัฒนาการที่ทันสมัย บริษัทมือถือหัวใสรายหนึ่งได้นำเสนอนวัตกรรมใหม่ของเขา นั่นคือ มือถือบอกตำแหน่งด้วยเทคโนโลยี GPS หรือ (Global Positioning System)อันเป็นการใช้เครื่องมือการบอกตำแหน่งทางการทหารด้วยดาวเทียม ใส่ไว้ในโทรศัพท์มือถือ ลูกค้าของโทรศัพท์ชนิดนี้คือ เหล่าพ่อแม่ผู้ปกครองซึ่งต้องการติดตาม รู้ตำแหน่งของลูกหลานตนเองนอกจากจะสามารถติดตามตำแหน่งของโทรศัพท์แล้ว เจ้าเครื่องนี้ยังมีปุ่มฉุกเฉินให้เด็กกดหากเจอกับภัยร้ายคุกคามอีกด้วย

แต่ไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยีอะไรมาปกป้องลูกหลาน มันคงจะเปล่าประโยชน์โดยสิ้นเชิงหากเจ้าตัวน้อยไม่ตระหนักถึงภัยร้ายที่คุกคามเขาอยู่ ด้วยเหตุนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองชาวออสซี่จึงได้รับการแนะนำว่าควรจะให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการล่อลวง คุกคาม ทำร้าย ล่วงเกินทางเพศเด็กแก่ลูกหลานตนเอง

สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือโรงเรียนหลายแห่งในออสเตรเลียบรรจุเรื่องนี้เป็นหลักสูตรที่ต้องสอนให้เจ้าตัวเล็กรับรู้ถึงพิษภัยที่สามารถคุกคามทำร้ายพวกเขาได้ตลอดเวลา

ตรงนี้ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า เมืองไทยเรายังมองเรื่องเพศเป็นเรื่องควรปกปิด ไม่ควรให้เด็กได้รับรู้ ทำให้พ่อแม่ชาวไทยจำนวนมากละเลยการสอนหรือไม่ได้แนะนำให้ลูกหลานตนเองตระหนักถึงภัยทางเพศ

เอาละครับ ฉบับนี้ผมขอพาคุณๆไปดูกันว่า พ่อแม่ผู้ปกครองชาวออสซี่ ได้รับการแนะนำว่าควรให้การศึกษาลูกหลานในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

หน่วยงานด้านพิทักษ์ปกป้องเด็กของออสเตรเลียแนะนำว่า การคุกคาม ทำร้ายทางเพศเด็ก เกิดขึ้นได้จากบุคคลที่มีอายุแก่กว่า หรือมีขนาดของร่างกายเติบใหญ่กว่าเด็ก

นั่นหมายความว่า ไม่ใช่เฉพาะผู้ใหญ่ หรือคนสูงอายุเท่านั้นที่ก่ออาชญากรรมทางเพศเด็ก

เด็กที่มีอายุมากกว่า หรือตัวโตกว่าเหยื่อ อาจจะเป็นผู้ก่ออาชญากรรมนี้ได้เช่นกัน !

คนพวกนี้จะใช้อำนาจ ใช้พละกำลัง ใช้ความเชื่อถือ ใช้ศรัทธาของเหยื่อมาล่อลวงเด็ก

คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า ผู้ก่ออาชญากรรมทางเพศเด็กมักจะเป็นคนแปลกหน้า หน้าตาน่ากลัว

ทั้งที่โดยความจริงแล้ว ผู้ก่ออาชญากรรมเหล่านี้มักจะเป็นคนใกล้ชิดกับเด็ก

อาจจะเป็นคนในครอบครัว หรือเป็นครูบาอาจารย์ หรือคนสอนศาสนา ที่เด็กรักและเคารพศรัทธา หรือหากเป็นคนแปลกหน้า ก็มักจะเป็นคนที่แต่งตัวน่าเชื่อถือ สะอาด สะอ้าน ดูรักและเอ็นดูเด็ก

อาชญากรรมทางเพศเด็ก ไม่ได้หมายความแค่การข่มขืน ร่วมเพศกับเด็กเท่านั้นนะครับ หากมันยังหมายรวมถึงการกอดจูบ ลูบไล้ ล่วงเกินเด็กด้วยตัณหา ราคะ ตลอดจนการสำเร็จความใคร่ด้วยการให้เด็กใช้มือ หรือปากอีกด้วย

แล้วเราจะช่วยปกป้องเด็กได้อย่างไรละครับ ?

เขาแนะนำว่า พ่อแม่ผู้ปกครองควรสอนให้เด็กตระหนักถึงความปลอดภัยทางเพศของตนเอง เหมือนการตระหนักถึงความปลอดภัยอื่นๆ

สอนให้เจ้าตัวเล็กรู้ว่า มันไม่ถูกต้องนะ หากมีใครมาจับ หรือสัมผัส ลูบ ถู ถูกอวัยวะที่อยู่ภายใต้กางเกงใน และไม่ถูกต้องด้วยเช่นกันที่จะไปสัมผัส หรือจับต้องของสงวนของคนอื่น ไม่ว่าผู้ใหญ่ หรือเด็กที่โตกว่าคนนั้นจะยินยอม หรือเชื้อเชิญก็ตาม

พยายามให้เจ้าตัวเล็กบอกหรือเล่าให้ฟังทุกครั้งที่มีคนมาจับของสงวนของเขา รวมทั้งให้เจ้าตัวน้อยบอกด้วยหากเขามีเรื่องกังวลหรือกลัวในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ทั้งนี้เพราะมีหลายครั้งที่ผู้ก่ออาชญากรรมทางเพศกับเด็ก ข่มขู่และบังคับให้เด็กเก็บเรื่องดังกล่าวเป็นความลับ

แล้วจะทำอย่างไรละครับ ถึงพอจะรู้บ้างว่าเด็กถูกล่วงเกิน ทำร้ายทางเพศหรือไม่

อันนี้ค่อนข้างดูยากครับ แต่มันพอจะมีสัญญาณบอกเหตุให้พอรู้ได้ อย่างแรกคือ จากการบอกเล่าของเด็ก

แม้ว่าเด็กที่ถูกทำร้าย ล่วงเกินทางเพศส่วนใหญ่จะไม่บอกให้พ่อแม่ผู้ปกครองรับทราบ แต่ถ้าเด็กเล่าให้ฟังในเรื่องที่ทำให้เชื่อมโยงได้ว่าถูกคุกคามทางเพศ พ่อแม่ผู้ปกครองควรรับฟังอย่างสงบ พยายามพูดคุยกับเจ้าตัวเล็กด้วยน้ำเสียงปกติ อย่าตะคอก หรือแสดงอารมณ์โกรธ โมโห เกรี้ยวกราดใดๆ เนื่องจากการทำเช่นนั้น จะทำให้เด็กตกใจ กลัว และไม่กล้าเปิดเผยเรื่องราวใดๆอีก

ขณะเดียวกันพ่อแม่ผู้ปกครองต้องพยายามบอกให้เด็กรับรู้ว่า เชื่อในเรื่องราวที่เด็กเล่า และบอกเขาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดบาปของเขาเลย

ต่อมาคือ สังเกตจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของเด็ก

เด็กที่ถูกล่วงเกินทางเพศในแต่ละรายจะมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันไป บางคนอาจจะหวาดระแวงต่อความมืด ไม่อยากไปโรงเรียน มีพฤติกรรมก้าวร้าว หรือปลีกตัวอยู่ในมุมมืด หรืออาจจะดูดนิ้ว ฝันร้ายและปัสสาวะรดที่นอนเป็นประจำ ฯลฯ

พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในลักษณะนี้ แม้ว่าความจริงแล้วอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับการถูกล่วงละเมิดทางเพศ แต่พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณที่พ่อแม่ควรสนใจ หามูลเหตุแก้ไขทั้งสิ้น

และที่สำคัญคือพิจารณาจากสัญญาณทางร่างกาย

พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถสังเกตได้จากบาดแผล รอยช้ำ บวม บริเวณอวัยวะเพศ ก้น หรือปากของเด็ก อย่างไรก็ตามในกรณีนี้อาจจะมีเด็กอีกจำนวนหนึ่งที่ถูกละเมิดทางเพศแล้วไม่พบบาดแผลใด

นี่เป็นเพียงจุดสังเกตเล็กๆน้อยเท่านั้นที่พ่อแม่ผู้ปกครองจะพอทราบได้ว่าลูกหลานถูกคุกคาม ทำร้ายทางเพศหรือไม่ แต่ก่อนจะเกิดเหตุร้ายขึ้น เรามาร่วมกันให้ความรู้ ความเข้าใจเรื่องอาชญากรรมทางเพศแก่เจ้าตัวเล็กกันไม่ดีกว่าหรือครับ

........................................................................................................
บทความนี้ผมเขียนลง ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Mother & Care ฉบับที่ 20 เดือน สิงหาคม 2549



Create Date : 12 มกราคม 2551
Last Update : 12 มกราคม 2551 11:03:52 น. 3 comments
Counter : 316 Pageviews.

 
ขอบคุณนะคะ ตอนนี้แม้แต่มีลูกชายก็ยังต้องเป็นห่วงเรื่องนี้เลย ไม่รู้ว่า โลกจะเปลี่ยนไปในแง่ร้ายถึงขนาดไหนนะคะ...


โดย: ฟ้าสวยมาก วันที่: 13 มกราคม 2551 เวลา:15:06:00 น.  

 
ทุกวันนี้ปัญหาบ้านเมืองเรามีหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ เราทุดคนเป็นคนสร้างขึ้นมา ปัญหาที่หนักๆๆก็มีด้านทางเพศที่เกิดมากที่สุดและทางรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขได้มหดเราทุกคนต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ใครที่ประสบปัญหาที่เลวร้ายไมสามารถหาทางออกได้เราสามารถให้ความช่วยเหลือท่านได้ไม่ว่าด้านปัญหาทางครอบครัว ปัญหาถูกคุกคามทางเพศ ปัญหาไม่สามารถส่งเสียลูกหลานเรียนหนังสือ ปรึกษาเราได้ที่นี่ตลอดเวลา มูลนิธิเด็ก destinyrescue@yahoo.com หรือคุยโดยตรงที่ 053-711645 , 084-1708050


โดย: มูลนิธิเด็ก destinyrescue@yahoo.com IP: 125.25.164.178 วันที่: 16 เมษายน 2551 เวลา:10:43:11 น.  

 
ขอบคุณนะคะเขียนเรื่องที่มีคุณค่าให้ได้รับทราบและตระหนักกัน...ขอให้มีความสุขและปลอดภัยกันทุกคนค่ะ


โดย: จันทร์กระจ่างฟ้า IP: 202.21.144.143 วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:12:24:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สายน้ำกับสายเมฆ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Locations of visitors to this page

Tracked by Histats.com
Friends' blogs
[Add สายน้ำกับสายเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.