Group Blog
 
All Blogs
 
เหตุเกิดที่สนามเด็กเล่น

ช่วงบ่ายวันหนึ่ง ผมปลอดภาระจากงานประจำ จึงอาสาไปรับลูกที่โรงเรียนอนุบาลพร้อมหญิงสาวคู่ชีวิต พวกเราไปถึงก่อนเจ้าทโมนน้อยเลิกเรียนเล็กน้อย

แน่นอนครับว่า ช่วงเวลานั้นมีพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนวัยอนุบาลหลายสิบคนมานั่ง หรือยืนรอลูกหลานตามสถานที่ต่างๆรอบโรงเรียน

ทันทีที่สัญญาณเลิกเรียนดังขึ้น เด็กๆทยอยออกจากห้องมาหาพ่อแม่ ผู้ปกครอง เสียงสงบรอบรั้วโรงเรียนพลันแปรเปลี่ยนไป เสียงเด็กหัวเราะ ตะโกนร้องเล่นไปมาดังไปทั่ว โดยเฉพาะบริเวณสนามเด็กเล่นของโรงเรียน ดูจะเป็นจุดศูนย์กลางของเสียงแห่งความสุข

เหล่าเด็กน้อยวัยซนวิ่งเล่น ไถลม้าลื่น แกว่งไกวชิงช้า ปีนป่ายบ้านจำลอง ฯลฯ

เจ้าลิงน้อยของผมเมื่อออกจากห้องเรียน เห็นคุณแม่ของเขากำลังพูดคุยกับผองเพื่อน...แก๊งค์คุณแม่เด็กอนุบาล จึงรีบเดินตรงมาหาผมเพื่อขอไปเล่นในสนามเด็กเล่นก่อนกลับบ้าน

สิ้นเสียงอนุญาตของผม เจ้าตัวเล็กวิ่งปร๋อไปปีนป่าย ลื่นไถลเครื่องเล่นตามประสาเด็ก ผมได้แต่เดินตามและยืนเฝ้าดูอยู่ห่างๆ ปล่อยให้เขาได้สนุกสนานกับเครื่องเล่นนานาชนิด

ระหว่างมองลูกเล่นอยู่นั้น ห่างออกไปไม่ไกลจากตัวเขา ผมเห็นเด็กอนุบาลร่างผอมเกร็งคนหนึ่งกำลังละล้าละลังตัดสินใจว่าจะลื่นไถลลงจากม้าลื่นดีหรือไม่ แต่ยังไม่ทันได้ตัดสินใจก็มีเด็กอนุบาลร่างท้วมอีกคนมาผลักให้เด็กคนแรกถอยขยับตัวออกไป เพื่อเขาจะได้ไถลลงไปจากม้าลื่นก่อน

เมื่อเด็กตัวใหญ่ไหลตัวลงมาบนพื้นแล้ว ผมเห็นชายหนุ่มวัยสี่สิบเศษคนหนึ่งวิ่งตรงมาจับแขนเด็กพร้อมโวยวาย ตะคอกด้วยเสียงดัง น่ากลัว

“ทำไมต้องมาผลักคนอื่น แกไม่มีใครสั่งสอนหรือไง” พูดพลางเอื้อมมือไปตบศีรษะเด็ก 1 ที เด็กคนนั้นร้องไห้โฮ

ในตอนแรกผมเข้าใจเอาเองว่า ชายคนนี้คงเป็นพ่อเด็ก เขาคงต้องการสอนลูกไม่ให้แย่ง หรือแซงคิวคนอื่น

แต่ปรากฏว่าผมคิดผิดครับ !?!

เพราะไม่ทันไร มีชายวัยเกษียณคนหนึ่ง เดินตรงมาหาชายหนุ่ม พร้อมทั้งพูดขึ้นมาว่า “คุณมาตบหัวหลานผมทำไม คุณทำอย่างนี้กับเด็กได้ไง ทำไมไม่พูดกันดีๆ...”

ชายหนุ่มโต้ตอบด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว เสียงลั่นสนามเด็กเล่น

“หลานคุณมาผลักลูกผมก่อนทำไมละ คุณทำไมไม่สอนหลานคุณ บอกอย่ามายุ่งกับคนอื่น ถ้ามันไม่ยุ่งกับลูกผม ผมก็ไม่ยุ่งกับมัน...”

“แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาตบตีลูกหลานคนอื่น” ชายสูงวัยแย้ง

“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ มันทำลูกผมก่อน ผมก็ทำมันกลับ มีอะไรไหม หือ... แน่จริงคุณมาตบหัวผมคืนสิ...เข้ามาสิ...” ชายหนุ่มพูดพล่าม ท้าทาย โวกเวกโวยวายด้วยอารมณ์โกรธกริ้ว

พ่อแม่ผู้ปกครองบริเวณสนามเด็กเล่น ต่างหันมามองคู่ขัดแย้งทั้งสอง

หลังจากปล่อยให้ชายหนุ่มเลือดเดือด ระเบิดอารมณ์อยู่สักพัก ชายชราควักผ้าเช็ดหน้าของตนขึ้นมาเช็ดน้ำมูก น้ำตาให้หลาน ก่อนจูงมือกันเดินแยกออกจากสนามเด็กเล่น ปล่อยให้หนุ่มอารมณ์ร้อนโวยวายอยู่คนเดียว

หลังเหตุการณ์อันน่าตกตะลึง ผมและผู้ปกครองอีกหลายคนรีบเรียกลูกหลานให้กลับบ้าน ด้วยหวั่นว่าพวกเขาอาจไปโดนตัวคุณชายน้อยร่างผอมบางคนนั้น อันเป็นเหตุให้คุณพ่ออารมณ์ร้ายคลั่งขึ้นมาได้อีก

ระหว่างทางกลับบ้าน สาวข้างกายผมเล่าให้ฟังว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชายหนุ่มผู้นี้ระเบิดอารมณ์โกรธใส่เด็กคนอื่น เขาเคยเดินตรงเข้าไปยืนตะคอกด่าเด็กในห้องเรียนลูกชาย ด้วยสาเหตุว่าเด็กคนนั้นไปแย่งดินสอสีของลูกเขามาแล้ว งานนั้นทำเอาคุณครูประจำชั้นและพี่เลี้ยง ซึ่งกำลังยืนสอนอยู่ในห้องต่างงงกันหมด

ครับ...ผมอดนึกต่อไม่ได้ว่า หากชายสูงวัยผู้นี้ไม่ยอมเดินจากไปเงียบๆ แต่จะเอาเรื่องกับชายหนุ่มให้ถึงที่สุดบ้าง อะไรจะเกิดขึ้นครับ

หรือถ้าเปลี่ยนเป็นผม ประสบกับเหตุการณ์ทำนองเดียวกัน จะสามารถดึงสติ ควบคุมอารมณ์ไม่ให้โต้ตอบ หรือโมโหโกธาตามไปกับหนุ่มคนนี้ได้หรือไม่

แน่นอนว่าเรื่องเล็กๆแค่เด็กผลักกัน กระทบกระทั่ง แย่งของเล่น หรือทะเลาะกันตามวัยซุกซน อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ เป็นชนวนความขัดแย้งรุนแรงของผู้ใหญ่ตามมาได้

เข้าทำนอง “น้ำผึ้งหยดเดียว”

อันที่จริง เมื่อหลายเดือนก่อน ผมได้เขียนเรื่อง “เมื่อลูกถูกรังแก” ในกรอบคอลัมน์นี้มาแล้ว ด้วยหวังจะสะท้อนภาพการใช้ความรุนแรงระหว่างเด็กด้วยกันในโรงเรียน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์เกิดขึ้นบ่อยในสังคม และไม่ใช่เกิดเฉพาะกับเด็กโตหรือวัยรุ่นเท่านั้น แม้แต่เด็กอนุบาลยังมิอาจหลบรอดจากปัญหาดังกล่าว

ในบทความชิ้นนั้น ผมยังพูดถึงทางแก้ปัญหาหากเราพบเห็นหรือรับรู้ว่าลูกหลานถูกเพื่อนรังแกว่า ก่อนอื่นพ่อแม่ต้องควบคุมสติให้มั่น แล้วค่อยๆหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกับลูก

แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในสนามเด็กเล่นคราวนี้ สะท้อนให้เห็นภาพอย่างชัดเจนว่า ถ้าคนเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองไม่สามารถคุมสติในการแก้ปัญหาความขัดแย้งของลูก ปัญหาต่อเนื่องย่อมตามมา

ใช่ครับ เรื่องของการรักลูกหลานไม่ใช่สิ่งผิด แต่ถ้าเราปกป้องพิทักษ์ลูกหลานจนเกินไป บางทีผลลัพธ์อาจจะไม่ใช่สิ่งพึงประสงค์ก็ได้ เนื่องเพราะเด็กไม่สามารถเรียนรู้กับการจัดการปัญหาด้านความสัมพันธ์กับเพื่อน ไม่รู้ว่าจะเผชิญกับความขัดแย้งอย่างไรดี

เด็กเหล่านี้ในอนาคตอาจกลายเป็นคนอ่อน ปวกเปียก ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง เพราะแทบทุกอย่างมีพ่อแม่ทำให้หมด

หรือในด้านกลับกันเด็กน้อยอาจกลายเป็นคนก้าวร้าว เลือกใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา เฉกเช่นเดียวกับพ่อของเขา

เราอยากให้ลูกหลานเติบโตเป็นผู้ใหญ่เช่นนี้หรือ ?

.......................................................................................................................................................................
บทความนี้ผมเขียนลง ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Mother & Care ฉบับที่ 50 เดือน กุมภาพันธ์ 2552


Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 9 กุมภาพันธ์ 2552 6:05:50 น. 6 comments
Counter : 268 Pageviews.

 
อ่านแล้วรู้สึกแย่จังค่ะ
เด็กเห็นเดี๋ยวเด็กก็เลียนแบบกันพอดี

พ่อคนนั้นทำไม่ถูกจริงๆ
ถ้าเป็นกล้วยหอมจะข่มอารมณ์ไม่ตอบโต้ไหวไหมน้า
เล่นมาทำร้ายลูกหลานคนอื่นอย่างนี้ รับไม่ได้จริงๆ


โดย: กล้วยหอมรสนม วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:7:15:48 น.  

 
ผมจะไม่เคยเจอ .. เพราะถ้าเขาเล่นอยู่ผมก็จะไม่เล่น
ถ้าผมเล่นพ่อกับแม่ก็จะคอยดู ถ้าเราขวางคนอื่นอยู่พ่อกับแม่ก็จะบอกให้หลบ หรือรีบเล่นมีเพื่อนต่ออยู่..
รู้สึกแย่จัง .. ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ไม่ว่าที่ใหน...


โดย: To-ne-T วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:50:55 น.  

 
ขออนุญาติ add นะครับ ... Thank you so much.


โดย: To-ne-T วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:11:00:32 น.  

 

*** สวัสดีจ้า แวะมาบอกว่าหน่อยอัพบล็อกใหม่
มีความสุขในวันหยุดนะจ๊ะ ***

น่าสงสารที่เด็กผอมคนนั้นมีพ่อแบบนี้นะคะ


โดย: หน่อยอิง วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:11:09:39 น.  

 
ขอจับมาอยู่สวีเดนหน่อยได้ไหมเนี่ย จะแจ้งตำรวจจับซะให้เข็ด
ที่นี่ตบหัวลูกตัวเองเล่นๆ(ถ้าดูเหมือนแรง)ยังไม่ได้เลย โดนค่ะโดน


โดย: Tat&Roland วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:15:08:35 น.  

 
เฮ้อ เศร้าใจ


โดย: PORBUA วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:14:13:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สายน้ำกับสายเมฆ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Locations of visitors to this page

Tracked by Histats.com
Friends' blogs
[Add สายน้ำกับสายเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.