Group Blog
 
All Blogs
 
คุณพ่อ Full Time

โดยปกติเราๆท่านๆมักคุ้นชินว่า การดูแลเลี้ยงลูก รวมถึงทำงานบ้าน คือบทบาท หน้าที่ของฝ่ายหญิง ผู้เป็นแม่ ส่วนฝ่ายชาย หรือคนเป็นพ่อทำหน้าที่หาเลี้ยงครอบครัว ทำมาหากิน วิ่งเต้นอยู่ภายนอกบ้าน

แม้ว่าครอบครัวยุคใหม่ พ่อแม่จะออกไปทำงานหาเงินเลี้ยงชีพด้วยกันทั้งคู่ ทิ้งลูกน้อยให้อยู่ในการดูแล เลี้ยงดูของปู่ย่า ตายาย ญาติพี่น้อง หรือฝากไว้ตามสถานที่รับเลี้ยงเด็ก แต่เมื่อกลับมาจากที่ทำงานในตอนเย็นบทบาทเลี้ยงดูลูก ยังคงตกหนักอยู่ที่ฝ่ายหญิง

ในสังคมโลกตะวันตก ปรากฏการณ์ดังกล่าวกำลัง เปลี่ยนไป

ช่วงไม่กี่ปีนี้ กระแสของ Stay-At-Home Dad กำลังมาแรงครับ

เทรนด์ใหม่นี้ เป็นการสลับบทบาท หน้าที่ ของพ่อบ้านและแม่บ้าน

ผู้ชายจำนวนไม่น้อยสมัครใจเป็นคุณพ่อเต็มเวลา...นั่นคือ อยู่บ้านเลี้ยงลูก รวมทั้งทำงานบ้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการหุงหาอาหาร ทำความสะอาด ซักรีดเสื้อผ้า ฯลฯ ส่วนฝ่ายหญิงออกไปทำงานนอกบ้าน เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว

จากการวิจัยของ The Australian Institute of Family Studies พบว่าการสลับบทบาท หน้าที่ในครัวเรือนมีเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 3 เท่าตัวเลยทีเดียว ปริมาณที่มากขึ้นไม่ได้เกิดเฉพาะในประเทศออสเตรเลียนะครับ แม้แต่ในประเทศอังกฤษ อเมริกา รวมถึงประเทศในซีกโลกตะวันตกอีกหลายแห่งล้วนแต่มีสถิติไม่แตกต่างกันมากนัก

เพื่อนชาวออสซี่ของผมคนหนึ่งชื่อ Tim เป็นหนึ่งในกลุ่ม Stay-At-Home Dad แต่เดิมเขาทำงานในสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง ส่วนแฟนทำงานในธุรกิจโฆษณา หลังจากมีลูก Tim ตัดสินใจลาออกจากงาน อยู่บ้านเพื่อเลี้ยงลูกเต็มเวลา ส่วนแฟนของเขาหลังลาคลอด เธอกลับไปทำงานที่เดิม

Tim เล่าให้ฟังว่า เหตุที่ตัดสินใจลาออกจากงานมาเลี้ยงลูก แทนที่จะให้แฟนลาออกมาเลี้ยงลูกเหมือนค่านิยมเก่าๆ เพราะเงินเดือนค่าตอบแทนของแฟนสูงมากกว่าของเขา แล้วเขายังต้องการอยู่ใกล้ชิด และเลี้ยงดูลูกเอง ไม่อยากจะฝากลูกให้คนอื่นเลี้ยง

“ผมไม่เคยพลาดการเห็นพัฒนาการของลูกเลย ไม่ว่าจะเป็นการยิ้มครั้งแรกของเขา การคลาน การเดินหรือแม้แต่การวิ่ง มันมีค่ามากกว่าเม็ดเงินเยอะนะ ผมมีความสุขมากเวลาอยู่กับลูก...”

คุณพ่อเต็มเวลาหลายคน ไม่เพียงแต่เลี้ยงลูก พวกเขายังทำธุรกิจ หรือทำงานในบ้านด้วย เรียกว่าเปลี่ยนบ้านให้เป็นทั้งโรงเลี้ยงเด็ก บวก Home office

อย่าง Frank เพื่อนของ Tim เดิมทำงานเป็นสถาปนิกในบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง หลังจากภรรยาตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน เขาลาออกจากงาน ตกแต่งบางส่วนของบ้านทำเป็นออฟฟิต รับงานออกแบบมาทำที่บ้าน เมื่อภรรยาคลอดลูกและกลับไปทำงาน Frank รับหน้าที่เลี้ยงลูก พร้อมๆกับทำงานออกแบบในบ้านของเขา

บางครอบครัว ฝ่ายชายแม้จะไม่ลาออกจากงานมาทำหน้าที่เลี้ยงลูกเต็มเวลาทุกวัน แต่ใช้วิธีสลับกันหยุดงานกับฝ่ายหญิง เพื่อทำหน้าที่พ่อและแม่อย่างเต็มเวลา ประเภทว่า สามีทำงานเต็มเวลาในวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ภรรยาทำงานเต็มเวลาในวันอังคาร พฤหัสฯ เสาร์ วันที่ไม่ได้ทำงานจะอยู่บ้านเลี้ยงดูลูก เป็นต้น อ้อ...ที่เขาแบ่งสลับกันหยุดงานได้ เพราะบริษัทหลายแห่งในออสเตรเลียเขาอนุญาตนะครับ

ถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะตั้งคำถามในใจว่า เอ...แล้วอย่างนี้เด็กที่มีพ่อเลี้ยงดูแทนแม่ โตขึ้นมาจะมีปัญหาอะไรไหม

เรื่องนี้หายห่วงได้เลยครับ เพราะมีการศึกษาวิจัยโดย Yale University พบว่า เด็กที่มีพ่อช่วยเลี้ยงดูจะมีคะแนนสอบของ IQ Test ดีกว่าเด็กที่มีแม่เลี้ยงดูเพียงคนเดียว

นอกจากนั้น ยังมีการวิจัยอีกชุดหนึ่งชี้ชัดว่า เด็กทารกซึ่งได้รับการเลี้ยงดูจากแม่อย่างเต็มเวลา ส่วนพ่อไปทำงานนอกบ้าน หากเด็กเกิดเจ็บป่วย หรือฝันร้ายขึ้นมากลางดึก ร้อยละ 80 จะเดินไปหาแม่ หรือร้องเรียกหาแม่ อีกร้อยละ 20 จะเดินหรือร้องเรียกหาพ่อ

สำหรับเด็กที่มีพ่อดูแลเลี้ยงดูเต็มเวลา ส่วนแม่ออกไปทำงานนอกบ้าน เด็กจะเดินไปหาหรือร้องเรียกหาพ่อและแม่ในเปอร์เซ็นต์ที่เท่าๆกัน

หมายความว่า เด็กนอกจากจะต้องการความรัก ความเข้าใจ ความอบอุ่น ความใกล้ชิดจากแม่แล้ว เขายังต้องการจากผู้เป็นพ่อไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากัน

ถึงตรงนี้ แม้ว่าเมืองไทย การเป็น Stay-At-Home Dad จะยังเป็นเรื่องแปลกใหม่ และเป็นเรื่องยาก มีน้อยคนจะกล้าทำ ทั้งด้วยเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ หรือทางวัฒนธรรม แต่อย่างน้อย คุณพ่อทั้งหลายน่าจะปลีกเวลาจากการทำงาน กลับมาช่วยคุณแม่เลี้ยงดูลูก หรือช่วยทำงานบ้าน น่าจะดีกว่าทุ่มเวลาหาเงิน หรือเฮฮาสนุกสนานกับเพื่อนฝูงจนละเลยลูกเมียที่บ้าน

ครับ...มาทำเพื่อลูก เพื่อครอบครัวกันเถอะ

........................................................................................................
บทความนี้ผมเขียนลง ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Mother & Care ฉบับที่ 8 เดือน สิงหาคม 2548




Create Date : 15 ธันวาคม 2550
Last Update : 15 ธันวาคม 2550 10:08:23 น. 3 comments
Counter : 341 Pageviews.

 
ใช่ค่ะ ยังงัยเด็กก้อต้องการความรักทั้งจากพ่อและแม่ ..... แต่ถ้าพ่อช่วยแบ่งเบาแม่ได้งี้ก้อดีซิเนอะ ....555555 บ้านเราคงทำยากน่าดู เพราะส่วนใหญ่ผู้ชายจะได้เงินเดือนเยอะกว่านะ


โดย: หนูชล วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:11:00:14 น.  

 
อ่านแล้วชื่นใจจังค่ะ ชอบที่คุณทิมพููดว่า

เค้าได้เห็นพัฒนาการของลูกอ่ะค่ะ ..


ใครเลี้ยงก็เหมือนนกันนะคะนุชว่าเพราะยังงัย
เค้าก็ได้รับความรักที่เต็มเปี่ยมจากเราพ่อแม่อยู่แล้ว


โดย: between us วันที่: 16 ธันวาคม 2550 เวลา:5:00:09 น.  

 
พ่อรักลูก ลูกก็รู้ อยู่ว่ารัก


โดย: jj IP: 58.137.82.146 วันที่: 21 ธันวาคม 2550 เวลา:18:22:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สายน้ำกับสายเมฆ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Locations of visitors to this page

Tracked by Histats.com
Friends' blogs
[Add สายน้ำกับสายเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.