Group Blog
 
All Blogs
 
วันนี้คุณทารุณเด็กหรือเปล่า?

หลายคนคงเข้าใจว่า ประเทศพัฒนาโดยเฉพาะซีกโลกตะวันตกคงไม่มีปัญหาทำร้าย ทารุณเด็กเหมือนเช่นที่เราพบเห็นกันอยู่ในสังคมไทย แต่ช้าก่อนครับ....

ในประเทศออสเตรเลีย หน่วยงานรัฐบาล อย่าง Australian Institute of Health and Welfare ประกาศอย่างชัดเจนว่า การกระทำทารุณกรรมต่อเด็กเป็นปัญหาสังคมระดับชาติที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ หน่วยงานนี้ได้รับรายงานเกี่ยวกับการกระทำทารุณกรรมต่อเด็กถึงปีละ 200,000 ราย ในจำนวนนี้พิสูจน์แน่ชัดแล้วว่ามีเด็กถูกทำร้ายจริงถึง 40,000 ราย

นี่เฉพาะที่ได้รับรายงานนะครับ เด็กที่ถูกทำร้ายทารุณกรรมแล้วไม่ได้มีในรายงาน หรือไม่ได้แจ้งความ ดำเนินคดียังมีอีกมาก

เขามีตัวเลขสถิติว่าในจำนวนเด็กหญิงชาวออสซี่ทุก 4 คนจะมีเด็ก ถูกทำร้ายทารุณกรรม 1 คน และในเด็กชายทุก 8 คนจะมีผู้ถูกทำร้ายทารุณกรรมอยู่ 1 คน

และที่น่าตกใจคือ ผู้ทำร้ายเด็กถึงร้อยละ 63 คือ พ่อแม่บังเกิดเกล้าของเด็กนั่นเองครับ !

ในดินแดนดาวน์อันเดอร์ คำว่า Child Abuse หรือ การกระทำทารุณกรรมต่อเด็ก มีความหมายค่อนข้างกว้าง...คำนี้ ครอบคลุมทั้งการกระทำ หรือการละเว้นการกระทำใดๆของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง สถาบันองค์กรใดองค์หนึ่ง หรือแม้แต่กระบวนการการกระทำใดๆที่ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมในการทำร้ายเด็ก

เชื่อไหมครับว่า การกระทำหลายอย่างที่สามารถทำกับลูกหลานในเมืองไทย แต่ถ้าทำแบบเดียวกันในประเทศออสเตรเลีย มีหวังโดนข้อหา Child Abuse แน่นอน

อย่างเพื่อนคนไทยคนหนึ่ง เป็นเจ้าของร้านอาหารไทยในซิดนีย์ เล่าให้ฟังว่า กำลังถูกตำรวจเล่นงานข้อหา Child Abuse เหตุเพราะลูกสาววัยเจ็ดขวบเศษโทรศัพท์ไปแจ้งตำรวจว่าถูกพ่อแม่ทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียว ไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน ไม่มีคนคอยดูแล

เพียงแค่นี้ละครับ ตำรวจออสซี่วิ่งแจ้นบุกมาบ้านของเขาพร้อมนักสังคมสงเคราะห์ พูดคุยซักถามเด็กเป็นการใหญ่ ว่าโดนพ่อแม่ทิ้งให้อยู่คนเดียวในบ้านบ่อยแค่ไหน เคยถูกตีไหม ฯลฯ

ลูกสาวแสนดี ตอบตามประสาเด็กว่า...เธอถูกตีบ่อย เพราะซน ! พ่อแม่ชอบทิ้งให้เธออยู่คนเดียว...เธอเหงา...เธอกลัว

คุณครูที่โรงเรียนสอนว่า ถ้าพ่อแม่ปล่อยให้อยู่คนเดียว ไม่มีผู้ใหญ่อยู่ดูแล ให้โทรศัพท์หาตำรวจทันที เธอเลยทำตาม

กรณีเช่นนี้ เกิดขึ้นไม่จำเพาะกับคนไทย ซึ่งมีวัฒนธรรมการเลี้ยงดูเด็กแตกต่างจากคนออสเตรเลียนะครับ คนออสซี่เองถูกตั้งข้อหานี้อยู่เป็นประจำ ทุกวัน

อย่างเมื่อเร็วๆนี้มีรายงานข่าวในรายการโทรทัศน์ว่า คุณแม่ชาวออสซี่คนหนึ่งถูกพนักงานและลูกค้าของห้างซุปเปอร์มาเกตโทรศัพท์ไปแจ้งตำรวจให้มาจับโทษฐาน...

เฆี่ยนตีลูกด้วยอารมณ์โกรธอย่างรุนแรง กลางที่สาธารณะชน
เหตุที่ออสเตรเลียให้ความสำคัญกับปัญหา Child Abuse หรือ การกระทำทารุณกรรมต่อเด็กมาก เนื่องเพราะเขาคำนึงว่า เด็กที่ถูกทำร้ายทารุณกรรม เมื่อเติบใหญ่จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่บกพร่อง

บางคนมีปัญหาทางอารมณ์ รู้สึกขาดรัก ขาดความอบอุ่น ขาดการไว้เนื้อเชื่อใจในเพื่อนมนุษย์ บางคนมีปัญหาทางด้านสุขภาพ ร่างกาย อันเนื่องมาจากการถูกทำร้ายในวัยเด็ก บางคนมีปัญหาทางพฤติกรรม กลายเป็นคนต่อต้านทางสังคม ชอบใช้ความรุนแรง อันจะก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมาในอนาคต

หน่วยงานด้านเด็กของออสเตรเลีย ได้แบ่งประเภทของการกระทำทารุณกรรมต่อเด็กออกเป็นหมวดหมู่ย่อยๆได้แก่

1. การทารุณกรรมทางด้านร่างกาย

อันนี้ชัดเจนครับ หมายถึงการตบ ตี ทำร้ายร่างกายเด็ก แม้ว่าหลายครั้งพ่อแม่ผู้ปกครองจะอ้างว่าใช้เพื่อสั่งสอนให้เด็กมีวินัยก็ตามเถอะ

เรื่องนี้นักวิจัยต่างชาติเขาทำวิจัยจนรู้แจ้งแทงตลอดแล้วว่า การตีลูกหลานเพื่อสั่งสอนนั้น ไม่ช่วยให้เด็กปรับเปลี่ยนนิสัยหรอกนะครับ เพราะเด็กส่วนใหญ่ที่ถูกทำร้ายร่างกายเพื่อการลงโทษนั้น เขาคิดว่าได้จ่ายค่าชดเชยการกระทำความผิดของเขาไปแล้วด้วยการถูกทำโทษด้วยความรุนแรง เลยไม่รู้สึกว่าจะต้องปรับเปลี่ยนอุปนิสัยใดๆ อีกทั้งเด็กยังจะมีทัศนคติว่า การใช้ความรุนแรงนั้นเป็นสิ่งปกติธรรมดา !

แต่นั่นละครับ สำหรับคนไทยเราแล้ว สุภาษิตว่า “รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” ยังคงเป็นหลักประจำใจ หลายคนจึงเลือกใช้วิธีการเฆี่ยนตี อบรมลูกหลาน

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะลงไม้ลงมือกับลูกหลาน เซียนจอมดื้อนั้น ขอให้ฉุกคิดสักนิดว่า

คุณชอบไหมที่คนอื่นจะทำโทษ ด้วยวิธีรุนแรงกับคุณเช่นนี้...คุณมั่นใจหรือว่าวิธีลงโทษของคุณเช่นนี้จะทำให้เด็กเปลี่ยนนิสัยพฤติกรรม

2. การทารุณกรรมทางอารมณ์ความรู้สึก

ผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อย นิยมการใช้วาจาด่าทอ ดุตะคอก ตวาด เย้ยเยาะ เหยียดหยามลูกหลานของตนเอง

เชื่อไหมครับว่า การกระทำดังกล่าวไม่ช่วยให้เด็กปรับเปลี่ยนนิสัยหรอกครับ ตรงกันข้าม มันกลับจะเป็นตราบาปในหัวใจบริสุทธิ์ของพวกเขาต่างหาก

3. การเพิกเฉย ละเลย เด็ก

ประเด็นนี้ ครอบคลุมถึงการขาดความสนใจ ใยดี ปล่อยปละละเลยเด็กจนเกิดอันตราย รวมถึงเรื่องขาดการเตรียมการพื้นฐานสำหรับเด็ก อาทิ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม อาหารการกิน หยูกยา รวมถึงเรื่องการศึกษา

4. การทำร้ายทารุณกรรมทางเพศ

เด็กจำนวนไม่น้อยต้องกลายเป็นเหยื่อสังเวยตัณหา ความใคร่ของผู้ปกครอง และคนใกล้ชิด

เหล่านี้เป็นประเด็นปัญหาใหญ่ของคนออสซี่ในปัจจุบัน พวกเขาตระหนักว่ามันไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเฉพาะบุคคล หรือเฉพาะครอบครัวเท่านั้น

หากแต่มันเป็นปัญหาระดับชาติที่ต้องเร่งแก้ไข

แล้วเมืองไทยเราละครับ...ข่าวฆ่าข่มขืนเด็ก การทุบตีทำร้ายเด็ก การทอด่าเด็ก ฯลฯ เป็นสิ่งที่เราพบเห็นได้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน

ไม่คิดว่ามันเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขหรอกหรือ

........................................................................................................
บทความนี้ผมเขียนลง ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Mother & Care ฉบับที่ 12 เดือน ธันวาคม 2548



Create Date : 24 ธันวาคม 2550
Last Update : 24 ธันวาคม 2550 12:21:22 น. 2 comments
Counter : 406 Pageviews.

 
เคยได้ยินแต่คำว่า "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี" ซึ่งเมื่อก่อนตอนที่ยัง
เป็นเด็กๆ อยู่ก็ไม่เข้าใจว่า "รักแล้วทำไมต้องตีด้วย"

มาถึงวันนี้ วันที่ได้มีลูกของตัวเองแล้วจึงได้เข้าใจว่า "ทำไมต้องตี"

ไม่ได้สนับสนุนให้เอะอะ ก็ตีลูกเดียวนะครับ ไม่มีพ่อแม่ปกติคนไหนหรอกครับ
ที่จะสะใจในการทำให้ลูกเจ็บตัว ร้องไห้ นอนจากจะเป็นพ่อแม่ที่ใช้ไม่ได้จริงๆ

เคยได้ยินหรือเปล่าครับว่า "ตีลูกแล้วแต่ที่เจ็บกว่าก็พ่อแม่คนที่ตีนั่นแหละ"

วัฒนธรรม ไม่เหมือนกันครับ มันมาใช้ด้วยกันไม่ได้หรอก


โดย: chengake วันที่: 24 ธันวาคม 2550 เวลา:13:00:06 น.  

 
ถึงคุณ Chengake

ถ้ามันจะทำให้ทุกคนเจ็บ ทำไมฝ่ายพ่อแม่ถึงไม่หาวิธีทำให้ไม่เจ็บทุกฝ่ายละ


โดย: Mr x IP: 110.168.30.210 วันที่: 9 พฤษภาคม 2560 เวลา:7:30:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สายน้ำกับสายเมฆ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Locations of visitors to this page

Tracked by Histats.com
Friends' blogs
[Add สายน้ำกับสายเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.