Group Blog
 
All Blogs
 
ความแตกต่าง

ผมเพิ่งกลายสภาพเป็นคุณพ่อลูกสองเมื่อไม่นานมานี้เองครับ

ลูกคนโตของผมคลอดและใช้ชีวิตขวบปีแรกในเมืองซิดนีย์ ออสเตรเลีย พูดได้ว่าลูกคนนี้เป็น “Made in Australia” ของแท้ ส่วนเจ้าตัวเล็กคนใหม่คลอดและเติบใหญ่ในมหานครชื่อว่ากรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร

ด้วยความที่ลูกชายทั้งสองของผมเกิดแตกต่างสถานที่กันนี่แหละ ทำให้ผมอดเปรียบเทียบในเรื่องต่างๆไม่ได้ ไล่เรียงมาตั้งแต่เรื่องการฝากครรภ์ การดูแลครรภ์ ตลอดจนการคลอด แม้กระทั่งการการดูแลทารกแรกเกิด พบว่าล้วนมีความแตกต่างกัน

อย่างในช่วงของการฝากครรภ์ ดูแลเจ้าตัวน้อยๆในท้องนั้น ฝั่งออสเตรเลียรวมทั้งประเทศทางซีกโลกตะวันตกจะให้การตัดสินใจขึ้นอยู่กับ “ว่าที่คุณแม่” อ้อ...จะแอบปรึกษาถามไถ่ความเห็นของพ่อบ้านบ้างก็ไม่เป็นไรนะครับ

บุคลากรทางการแพทย์ของเขามีหน้าที่ให้ข้อมูล เสนอทางเลือก ส่วนจะตัดสินใจอย่างไรขึ้นอยู่กับคนตั้งครรภ์

แต่ของไทยเราจะหวังพึ่งบุคลากรทางการแพทย์เสียเป็นส่วนใหญ่ ประเภทว่าหมอบอกให้ทำอะไรก็ทำตามหมด หมอบอกให้กินยาบำรุงประเภทไหน ให้เจาะเลือด เจาะน้ำคร่ำ อุตราซาวด์ ผ่าคลอดแทนการคลอดธรรมชาติ ฯลฯ คนท้องได้แต่ทำตามตาปริบๆ

ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะคนไทยเราจำนวนไม่น้อยยังมีทัศคติว่า หมอคือผู้รู้ดีที่สุด อึม...ตรงประเด็นนี้ผมขอยกไว้ไม่ขอถกเถียง ณ ที่นี้นะครับ

แต่ที่ติดใจผมมากที่สุดและอยากหยิบขึ้นมาพูดคุยในฉบับนี้คือ เรื่องการรณรงค์เกี่ยวกับนมแม่

เนื่องเพราะผมและหญิงสาวข้างกายต่างเชื่อว่านมแม่มีคุณประโยชน์ต่อลูกน้อยมากกว่านมผสม เราจึงศึกษา ถามไถ่ เสาะหาโรงพยาบาลฝากครรภ์ให้กับลูกคนที่สอง เลือกเอาเฉพาะที่ประกาศตัวว่าสนับสนุนการให้นมแม่

ทุกครั้งที่ไปตรวจครรภ์ ผมอดไม่ได้ที่จะย้ำกับหมอและนางพยาบาลว่า จะให้ลูกทานแต่นมแม่ ซึ่งพวกเขาต่างยิ้มแล้วสนับสนุนว่า การให้นมแม่ดีที่สุด

ครับ...แต่ในวันคลอด หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งความสุข เมื่อทารกน้อยๆร้องไห้รับโลกใหม่ของเขา นางพยาบาลเธอรีบพาเจ้าตัวเล็กไปตรวจสุขภาพในห้องบริบาลเด็กอ่อนพร้อมกับป้อนนมกระป๋องให้เสร็จสรรพเรียบร้อย โดยไม่ถามไถ่ใดๆกับผู้เป็นแม่ ซึ่งนอนรอลูกอยู่ในห้องพักฟื้น

ผมจำได้ว่า สมัยลูกชายคนโตของผมคลอดที่ออสเตรเลีย นางพยาบาลจะให้ลูกคลอเคลียดูดนมแม่กระตุ้นน้ำนม พร้อมกับให้ลูกอยู่ใกล้แม่ให้มากที่สุด เมื่อลูกร้องไห้ก็จะให้ผู้เป็นแม่ให้นม ในตอนนั้นหญิงสาวข้างกายผมเธอมีน้ำนมไม่เพียงพอกับการป้อนลูก เธอจึงร้องขอนมผสมเนื่องเพราะกลัวลูกจะหิว แต่นางพยาบาลพูดด้วยเสียงหนักแน่น พร้อมทั้งให้กำลังใจว่า...

“...คุณจะให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูกคุณหรือเปล่าละ การให้นมแม่แก่ลูก โดยเฉพาะน้ำนมเหลืองในช่วงแรกคลอดจะเป็นภูมิต้านทางโรคให้กับทารกตัวน้อยๆ ยังเป็นการเพิ่มเรื่องของไอคิว ความฉลาดของลูกด้วยนะ...

...ตอนแรกให้นมแม่ก็ลำบากอย่างนี้แหละ ทั้งแม่ทั้งลูกต่างต้องเรียนรู้วิธีดูดนมและให้นมเหมือนกัน...

....อย่าเพิ่งท้อนะ ให้นมกระป๋อง นมผสมกับลูกน่ะมันง่าย แต่คุณประโยชน์ต่างกับนมแม่แบบเทียบไม่ติดเลยนะ....

...ถ้าคุณยังยืนยันจะให้เราป้อนนมกระป๋องกับทารกที่น่าสงสารคนนี้ก็ได้นะ แต่คุณจะต้องกรอกใบอนุญาตและเซ็นชื่อในแบบฟอร์มยินยอมให้นมกระป๋องกับเด็กก่อน...

...แต่ถ้าถามความเห็นฉัน ฉันว่าคุณให้นมแม่กับลูกเถอะ คุณทำได้อยู่แล้วละ...”

ด้วยกลวิธีทั้งขู่ ทั้งปลอบ ทั้งให้กำลังใจของนางพยาบาลชาวออสซี่ รวมถึงการเคี่ยวเข็ญสอนวิธีให้นมแม่กับเบบี๋ ทำให้ลูกคนโตของผมเติบใหญ่ได้ด้วยนมแม่

ช่างแตกต่างกับนางพยาบาลที่ผมเจอในการคลอดลูกคนที่สอง เธอให้เหตุผลกับการป้อนนมกระป๋องกับลูกผมว่า...

“...เห็นว่าคุณแม่นอนหลับอยู่ เลยอยากให้คุณแม่ได้พักผ่อนเยอะๆ ไม่อยากพาลูกมากวน…”

ผมกับหญิงข้างกายจึงต้องยืนยันไปว่า พร้อมให้ลูกกวน ถ้าลูกร้องไห้หิวนมให้พามาให้นมแม่ที่ห้องพักฟื้นได้ตลอดเวลา

คุณแม่ลูกอ่อนข้างตัวผมเล่าว่า หลังจากกำชับเรื่องให้นมแม่ ปัญหาเรื่องการให้นมกระป๋องกับเบบี๋ของเราก็ไม่เกิดขึ้นอีก เพียงแต่ในชั่วโมงอบรมคุณแม่มือใหม่นางพยาบาลบอกกับคุณแม่ทุกคนที่เข้าร่วมอบรมว่า...

“...การให้นมแม่เป็นสิ่งที่ดีนะคะ แต่ถ้าลูกยังร้องไห้อยู่ ยังไม่อิ่ม ให้คุณแม่ชงนมกระป๋องเสริมได้...”

พูดพลางสอนวิธีการชงนมกระป๋อง พร้อมโชว์ยี่ห้อนมกระป๋องให้คุณแม่มือใหม่เห็นอย่างชัดเจน ประหนึ่งเซลแมนขายนมกระป๋องก็ไม่ปาน

เท่านั้นยังไม่พอนะครับ ตอนออกจากโรงพยาบาลในกระเช้าของขวัญจากโรงพยาบาลนอกจากจะมีของชำร่วยและอุปกรณ์สำหรับเด็กอ่อนแล้ว ยังมีซองตัวอย่างนมผสมแถมมาด้วย มิหน่ำซ้ำยังมีขวดนมบรรจุนมผสมชงเอาไว้แล้วอย่างเรียบร้อย โดยนางพยาบาลผู้อารียังบอกกับพวกเราว่า

“...หนูเตรียมนมชงไว้ให้น้อง เผื่อหิวระหว่างทางนะคะ”

........................................................................................................
บทความนี้ผมเขียนลง ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Mother & Care ฉบับที่ 26 เดือน กุมภาพันธ์ 2550


Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2551 17:17:02 น. 2 comments
Counter : 285 Pageviews.

 
5555 นี่ล่ะค่ะประเทศไทย

พูดอย่าง ทำอย่าง แต่คนไทยก็ยอมเรื่องแบบนี้ได้อย่างไม่มีข้อโต้แย้งเสียด้วยนะคะ เราเข้าใจอารมณ์เลยค่ะ....


โดย: แม่ของลูกสาว วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:18:58 น.  

 
เหอะ ๆ..


โดย: friendlymitt IP: 58.147.56.179 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:2:34:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สายน้ำกับสายเมฆ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Locations of visitors to this page

Tracked by Histats.com
Friends' blogs
[Add สายน้ำกับสายเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.