Group Blog
 
All Blogs
 
รักลูก...สุดหัวใจ

ระหว่างจัดเก็บหนังสือในตู้ให้เป็นระเบียบ ผมเจอหนังสือเล่มโปรดซุกซ่อนอยู่หลืบหนึ่งของตู้

หนังสือเล่มนี้...เพื่อนรุ่นพี่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเป็นคนซื้อให้เนื่องในวันรับปริญญา พร้อมเขียนคำแนะนำไว้ในหน้าแรกว่า “...หวังว่า เมื่ออ่านจบโลกภายในของเธอจะขยายกว้างไกลมากขึ้น...”

จำได้ว่า ผมละเมียดอ่านหนังสือเล่มนี้หลายสิบรอบ บางบทแทบท่องจำได้ทีเดียว แล้วก็จริงอย่างเพื่อนรุ่นพี่คนนั้นเขียนแนะนำเอาไว้ เพราะผมรู้สึกว่าหลังจากอ่านจบ ผมมองโลกและชีวิตด้วยมุมมองที่แปรเปลี่ยนไป

หนังสือเล่มนี้ชื่อ “ปรัชญาชีวิต” (The Prophet) ของ คาลิล ยิบราน แปลโดยอาจารย์ระวี ภาวิไล

หลังจากจัดเก็บหนังสือในตู้เสร็จ ผมอดไม่ได้ที่จะหยิบ “ปรัชญาชีวิต” ขึ้นมาพลิกอ่านอีกครั้ง คราวนี้ผมสะดุดตรงข้อเขียนเกี่ยวกับลูก

คาลิล ยิบรานเขียนไว้ว่า...

“...บุตรของเธอ ไม่ใช่บุตรของเธอ

เขาเหล่านั้นเป็นบุตรและธิดาแห่งชีวิต

เขามาทางเธอ แต่ไม่ได้มาจากเธอ

และแม้ว่าเขาอยู่กับเธอ แต่ก็ไม่ใช่สมบัติของเธอ

เธออาจให้ความรักแก่เขา แต่ไม่อาจให้ความนึกคิดได้

เพราะว่าเขาก็มีความคิดของตนเอง

เธออาจจะให้ที่อยู่อาศัยแก่ร่างกายของเขาได้

แต่มิใช่แก่วิญญาณของเขา

เพราะว่าวิญญาณของเขานั้นอยู่ในบ้านของพรุ่งนี้

ซึ่งเธอไม่อาจไปเยี่ยมเยียนได้แม้ในความฝัน

เธออาจพยายามเป็นเหมือนเขาได้

แต่อย่าได้พยายามให้เขาเหมือนเธอ

เพราะชีวิตนั้นไม่เดินถอยหลัง

หรือห่วงใยอยู่กับเมื่อวันวาน...”


ผมทวนอ่านข้อเขียนนี้หลายครั้ง พลางขบคิดถึงนัยสำคัญที่คาลิล ยิบราน ต้องการสื่อสารกับผู้อ่าน

ครับ...พ่อแม่ทุกคนย่อมมีความรัก มีความหวังดีต่อลูก ต้องการสรรหาสิ่งดีๆให้กับลูกของตนเอง แต่ความรักที่พ่อแม่มอบให้ลูกจะต้องไม่ใช่พันธนาการชีวิตและจิตวิญญาณ รวมถึงความใฝ่ฝันของลูก

พ่อแม่ ไม่ควรคาดหวัง ครอบครอง ชีวิตและจิตวิญญาณของลูก

ลูกทุกคนมีชีวิต มีจิตวิญญาณ มีอนาคตที่เขาและเธอต้องเลือกดำเนินชีวิตด้วยตนเอง

ถึงตรงนี้ผมคิดถึงเรื่องราวของชีวิตลูกศิษย์ผมบางคน อย่างรายหนึ่ง เธอเป็นทอม ตัดผมสั้นเกรียนแทบติดหนังศรีษะ ชอบนุ่งกางเกงยีนส์ กริยาท่าทางเหมือนผู้ชายห้าวๆห่ามๆคนหนึ่ง

มีอยู่วันหนึ่ง แม่ของเธอมารอพบผมแต่เช้า พอพบหน้าเท่านั้นแหละ คนเป็นแม่ร้องไห้โฮลั่นห้องทำงาน กว่าจะสงบอารมณ์เล่นเอาเหนื่อยทีเดียว

เธอบอกว่า “...เพิ่งรู้ว่าลูกสาวมีแฟนเป็นผู้หญิงด้วยกัน ไม่คิดว่าลูกจะผิดเพศได้ขนาดนี้ เพราะตอนเด็กๆก็ดูน่ารัก ชอบเล่นตุ๊กตา ชอบใส่ชุดสีชมพู ไม่มีทีท่าว่าจะเป็นทอม...เป็นหญิงรักหญิงเลย…”

“...อาจารย์ช่วยหน่อยสิ ช่วยบอกลูกสาวหนูเลิกเป็นทอมหน่อย...”

โหย...แค่บอกให้เปลี่ยนรสนิยมทางเพศก็เปลี่ยนได้ง่ายๆหรือเนี่ย

แม่คนนี้ เป็นทุกข์เนื่องจากยอมรับไม่ได้ที่ลูกมีพฤติกรรม และมีรสนิยมทางเพศผิดแผกไปจากสถานะทางเพศเดิม

งานนี้ผมต้องพยายามอธิบายให้ผู้เป็นแม่เข้าใจและยอมรับกับความเป็นชายในร่างหญิงของลูก

มีอีกรายครับ ผู้เป็นพ่อโทรศัพท์หาผม คุยเรื่องลูกชายที่เรียนอยู่ปี 2 บอกว่า

“...อาจารย์ ผมอยากให้ช่วยดูแลลูกผมดีๆหน่อย ทำไมลูกผมถึงยิ่งเรียนไปคะแนนยิ่งตก เทอมที่แล้วได้ 3 กว่า เทอมนี้ได้แค่ 3 พอดิบพอดี ผมไม่อยากให้มันทำกิจกรรมได้ไหม เพราะมันฉุดคะแนนลงไปตั้งเยอะ...”

อืม...ได้เกรด 3 เรียนแย่แล้วหรือเนี่ย…ผมอดจะรำพึงในใจไม่ได้

คุยไปคุยมากับคุณพ่อคนนี้ ถึงได้รู้ว่าเขาเป็นคนกำหนดทุกอย่างให้กับลูก ไม่ว่าจะเรียนอะไร ที่ไหน ลูกจะชอบอะไร จะคบเพื่อนคนไหนต้องได้รับความเห็นชอบจากพ่อก่อนทุกครั้ง

ลูกในสายตาของเขา เป็นเหมือนเด็กตัวน้อยๆที่ต้องปกป้องดูแล หากไม่ขีดเส้นกำหนดทางเดินชีวิตให้ ลูกจะหลงทางไปเจอกับโลกอันร้ายกาจ

นักศึกษาคนนี้ ในที่สุดหนีออกจากบ้านไปใช้ชีวิตกับเพื่อนตามหอพัก พ่อของเขาเดือดแค้นมากโทรศัพท์มาโวยวายผมว่า ดูแลลูกศิษย์อย่างไรถึงหนีออกจากบ้าน

ผมเรียกนักศึกษาคนนี้มาคุยถึงทราบปัญหาว่า เขาอึดอัดอย่างมากกับการถูกพ่อบังคับ กำหนดทุกสิ่งทุกอย่าง เนื่องจากแม่ของเขาเสียไปตั้งแต่เด็ก พ่อจึงทุ่มเทความรักมาที่เขา ซึ่งเป็นลูกโทน แต่ความรักที่พ่อมอบให้กลายเป็นโซ่พันธนาการอิสระทางความคิด และจิตวิญญาณของเขา

ผมหยิบหนังสือ “ปรัชญาชีวิต” ขึ้นไปไว้ในห้องนอน ตั้งใจว่าคืนนี้จะอ่านให้คู่ชีวิตของผมฟัง แล้วเราจะคุยกันเรื่อง…

“ทำอย่างไรที่จะเราจะรักโดยการไม่ครอบครองลูก”

.......................................................................................................................................................................
บทความนี้ผมเขียนลง ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Mother & Care ฉบับที่ 36 เดือน ธันวาคม 2550







Create Date : 19 มิถุนายน 2551
Last Update : 19 มิถุนายน 2551 19:34:52 น. 9 comments
Counter : 313 Pageviews.

 
ชอบตรงนี้

คาลิล ยิบราน เป็นนักปรัชญา กวี ชาวเลบานอน ผู้อุทิศผลงานเพื่อมาตุภูมิ

คาลิล ยิบราล ได้ทำพินัยกรรมลิขสิทธิ์ บทประพันธ์ของ 7 เล่ม ให้แก่เมือง Bechari ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา ประมาณปีละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รัฐบาลเลบานอนได้นำผลประโยชน์มาใช้สร้างโรงเรียน โรงพยาบาล และให้ทุนการศึกษาเด็กๆ

“ทำอย่างไรที่จะเราจะรักโดยการไม่ครอบครองลูก”
รักนี้มีแค่ให้ก็สุขแล้ว

เปนกะลังจัยให้ จ๊ะ



โดย: บ้าได้ถ้วย วันที่: 19 มิถุนายน 2551 เวลา:22:07:01 น.  

 
ชีวิตอาจารย์ช่างน่าเห็นใจยิ่ง เมื่อลูกศิษย์ได้ดีเราก็มีความสุข ยิ่งเมื่อลูกตัวเองได้ดียิ่งสุขแสนจะบรรยาย เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะอาจารย์ผู้รักครอบครัวเป็นที่ยิ่ง
ปล.เอาไว้หมดธุระภาษาอังกฤษเมื่อไหร่จะยืมอ่านนะครับ


โดย: Prachies (Prachies ) วันที่: 19 มิถุนายน 2551 เวลา:23:24:18 น.  

 
...แม้ว่าเขาอยู่กับเธอ แต่ก็ไม่ใช่สมบัติของเธอ...

ใช่เลยค่ะ เดี๋ยวนี้จึงเห็นเยอะเลย พ่อแม่รังแกฉัน


โดย: viji วันที่: 20 มิถุนายน 2551 เวลา:12:45:12 น.  

 
อ่านงานชิ้นนี้ของคาลิล ยิบรานแล้ว มองโลกเปลี่ยนไปเหมือนกันค่ะ

แล้วก็เชื่อว่า อีก 5 ปี ถ้ากลับมาอ่านอีกครั้ง โลกก็จะเปลี่ยนไปอีกครั้ง


โดย: gluhp วันที่: 21 มิถุนายน 2551 เวลา:23:32:52 น.  

 
** เอ่อ gluhp มาทำอะไรในบล็อกอาจารย์ผมด้วย
บล็อกแกงค์กลมเหมือนโลกจริงๆ ด้วยนะเนี่ย : )**

The Prophets ทุกวันนี้ยังไม่รู้ว่าจะชื่นชม คาริล หรือ อ.ระวี ดี

ผมโชคดีที่เกิดมาอยู่ในครอบครัวผู้ไม่ขีดอะไรไว้ให้ลูกสักนิด
ยกเว้นความรักที่เขาให้มา ขีดให้ผมต้อง "กตัญญู" เพียงอย่างเดียว

บางครั้งรู้สึกนึกอิจฉาลูกชายลูกสาวที่ถูกลากเส้นประแห่งชีวิตมาลางๆ
สำหรับพวกที่ไม่มีเป้าหมาย ก็สามารถเจริญได้อย่างไม่ต้องออกแรงอะไรมากมาย
(ถ้าหากทำใจเดินตามทางนั่นได้)

ด้วยความไม่ครอบครอง ผมเห็นอีกทางว่า พ่อแม่กำลังครอบครองเราโดยไม่รู้ตัว
แต่เป็นกรอบที่ไม่มีสีแสง ขอบเขต

พ่อ แม่ ต้องไม่ครอบครองเพื่อการครอบครองที่แท้จริง
ชนิดที่ลูกสาวลูกชายต้องถวายตัว : )

ผมถวายไปเรียบร้อยแล้วครับ

ปล. ถ้าลูกอาจารย์เป็นผู้ชาย ผมว่าจะไปครอบครองแทน น่าเสียดายนะครับ ฮ่า-ฮ่า


โดย: Dinner31 วันที่: 23 มิถุนายน 2551 เวลา:15:03:38 น.  

 
อารายกันเจ้าแบ๊งค์ พิมพ์ผิดอะไรหรือเปล่า

ลูกผมผู้ชาย แล้วคุณจะมาครอบครองแทนทำไม อะไรเดี๋ยวนี้เปลี่ยนรสนิยมแล้วหรือ...555555


โดย: สายน้ำกับสายเมฆ วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:0:00:44 น.  

 
เย้ย! ผิดจริงๆ ด้วย

้ถ้าเป็นลูกสาวต่างหาก!!!!
โอยย คนเขารู้หมด ฮ่า-ฮ่า

NO GAY


โดย: Dinner31 วันที่: 25 มิถุนายน 2551 เวลา:1:06:28 น.  

 
คนเป็นพ่อกับแม่อดที่จะครอบครองลูกไม่ได้แต่อยู่ที่วิธีที่จะครอบครองมากกว่า อย่างที่คุณDinner31เขียนก็ถูกค่ะ

ก็อยากที่จะประคับประครองให้เค้ามีความสุขในแบบที่เค้าเลือกและในทางที่ถูกด้วย


โดย: แฟนประจำmother&care (ปลายดินสอ ) วันที่: 26 มิถุนายน 2551 เวลา:15:01:27 น.  

 

รักลูกและเป็นห่วงลูกมากทั้ง 3 คนเลย ยูโด ,ยูดั้ม,ยูแพน .....ใหญ่ กลาง เล็ก

รักและห่วงลูกชายอีกแบบ

รักและห่วงลูกสาวอีกแบบ

แต่แบบไหนก็..รักลูกสุดหัวใจ...


โดย: พ่อต้อย IP: 192.168.98.160, 110.77.146.104 วันที่: 23 สิงหาคม 2554 เวลา:13:15:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สายน้ำกับสายเมฆ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Locations of visitors to this page

Tracked by Histats.com
Friends' blogs
[Add สายน้ำกับสายเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.