Group Blog
 
All Blogs
 
สาวเอย...จะบอกให้

เมื่อวานผมอ่านข่าวเล็กๆข่าวหนึ่งในหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งหลายคนอาจมองผ่านเลยไป แต่สำหรับผมข่าวนี้มีนัยยะสำคัญยิ่งสำหรับการพัฒนาความสุขในครอบครัว

ข่าวนั้นคือเรื่องสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผ่านร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว โดยสาระสำคัญคือการคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว และลงโทษผู้กระทำความรุนแรงด้วยการจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท

สาเหตุที่ผมคิดว่าข่าวนี้มีความสำคัญเพราะการคุกคามทางเพศ หรือการใช้ความรุนแรงต่ออิสตรี นับวันจะทวีความรุนแรงและแพร่ขยายมากขึ้น

เชื่อไหมครับว่า ความรุนแรง และการถูกกดขี่ คุกคามทางเพศนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากคนไกลตัวเลย

ส่วนใหญ่ความรุนแรงต่อเพศหญิงมักเกิดขึ้นในสถาบันครอบครัว เกิดขึ้นจากบุคคลใกล้ชิด…จากสามี...หรือจากคู่รัก...

พูดถึงตรงนี้ หลายคนอาจนึกเถียงว่า “ผัวเมียทะเลาะ ตบตีกัน ไม่เห็นเป็นไรเลย เดี๋ยวเดียวเขาก็คืนดีกันแล้ว”

บางคนทะเล้นหน่อยอาจเปรียบเปรยว่า “ผัวเมียเขาทะเลาะกันในแนวตั้ง แต่ตกดึกจะคืนดีในแนวนอน”

ครับ ด้วยทัศนคติเช่นนี้ ทำให้เราๆท่านๆมักวางเฉยเมื่อเห็นหรือรับทราบการใช้ความรุนแรงในครอบครัว

ดังนั้น การตบเมีย ซ้อมเมีย สำหรับคนไทยจำนวนไม่น้อยจึงกลายเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องภายในครอบครัว ชนิดที่ว่าขึ้นโรงขึ้นศาลก็ถือเป็นเรื่องยอมความกันได้

แต่เมื่อพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวนี้มีผลบังคับใช้ การกระทำเช่นนี้ถือว่าเป็นอาชญากรรม !

โดยส่วนตัวผมเชื่อว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงย่อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อลูก ต่อสมาชิกในครอบครัว และต่อสังคมในอนาคต

หญิงผู้เป็นแม่ เป็นแกนหลักของสถาบันครอบครัวย่อมไม่สามารถบ่มเพาะ เลี้ยงดูบุตรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หากเธอยังอยู่ในสภาวะของความหวาดวิตก เจ็บปวด ทรมานทั้งทางกายและจิตใจ


แล้วจะรู้ได้อย่างไรละครับว่า คู่รักของคุณผู้หญิงมีแนวโน้มจะเป็นพวกมือเท้าหนัก เป็นพวกเจ้าอารมณ์ ชอบใช้กำลังกับผู้หญิง

ในเอกสารรณรงค์ของโครงการ Violence Against Women – Australia Says No ของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งแจกจ่ายให้ทุกบ้านพักอาศัย ระบุว่า สัญญาณอันตรายที่คุณผู้หญิงควรสังเกตคือ

1. การแสดงความเป็นเจ้าของ

คนประเภทนี้มักจะตรวจเช็คอยู่ตลอดเวลาว่า ฝ่ายหญิงทำอะไร กับใครที่ไหน พยายามบังคับคู่รักว่า ควรไปไหน ใครที่เธอควรคบ ควรพูดจา

อันนี้ เป็นคนละประเภทกับการห่วงหาอาทรนะครับ ประเภทนี้เกินขอบเขตของความห่วงใยไปแล้ว คนพวกนี้ มักจะหึงหวง แสดงความเป็นเจ้าของอย่างบ้าคลั่ง

2. อิจฉาริษยา

คนพวกนี้มักจะอิจฉาริษยาความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักของเขากับบุคคลอื่น โดยมักจะกล่าวหาฝ่ายหญิงว่า ชอบให้ท่าชายอื่น หรือกล่าวหาว่าเป็นชู้โดยไม่มีเหตุผลที่เหมาะสมรองรับ และมักจะแยกคู่รักออกจากครอบครัวและกลุ่มเพื่อนๆของเธอโดยแสดงกริยาท่าทางหยาบคายกับพวกเขา

3. ดูถูกเหยียดหยาม

ชายกลุ่มนี้มักจะทำให้คู่รักของเขาอับอายทั้งต่อหน้าและลับหลัง หยามเหยียดในที่สาธารณะโดยไม่แคร์ความรู้สึกของฝ่ายหญิง ส่วนใหญ่มักจะด่าทอเย้ยหยัน เรื่องสติปัญญา ความสามารถ เรื่องหน้าตา รูปร่าง และมักจะกล่าวหาว่าฝ่ายหญิงคือตัวเจ้าปัญหา

4.การขู่เข็ญ คุกคาม

คนประเภทนี้มักจะชอบตะคอก ตวาด ขู่เข็ญ ด่าทอคู่รักของเขาอย่างรุนแรง บางครั้งก็ใช้กำลังคุกคามคู่รัก รวมไปถึงครอบครัว เพื่อนฝูง แม้กระทั่งกับสัตว์เลี้ยงของเธอ

ครับ ถ้าแฟนหรือคู่รักของคุณมีการแสดงออกเช่นที่กล่าวมา แม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม คุณเตรียมตัวชิ่งจากเขาได้แล้วละครับ ไม่เช่นนั้นคุณอาจจะกลายเป็นกระสอบทรายให้เขาซ้อมเช้าซ้อมเย็น

และถ้าคู่ของคุณเคยใช้ความรุนแรงกับคุณมาแล้ว อย่าปล่อยทิ้งเฉยไว้นะครับ แม้ว่าเขาจะกล่าวคำขอโทษคุณแล้ว หรือให้เหตุผลว่าเขากำลังเครียด หรืออ้างว่าคุณยั่วให้เขาโกรธก่อนก็ตาม

ทั้งนี้เพราะความรุนแรงเช่นนั้นสามารถเกิดซ้ำขึ้นอีก !

ทางออกคือ ปรึกษากับพ่อ แม่ พี่น้อง เพื่อนฝูงที่สนิทสนม ขอความช่วยเหลือโดยด่วน อย่าปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้ผ่านเลยไป

ในเอกสารรณรงค์เล่มเล็กๆนี้ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือ การระบุว่า บุคคลที่สามารถลดทอนปัญหาการใช้ความรุนแรงต่อเพศหญิงคือ

พ่อ...แม่...

นั่นคือ การเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกได้เรียนรู้ และตระหนักถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์ของบุคคลอื่น รวมถึงการไม่ใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหา

ขณะเดียวกันพ่อแม่ควรจะพูดคุย สื่อสารกับลูกสาวให้ตระหนักถึงโทษภัยแห่งความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งเปิดกว้าง รับฟังและร่วมหาทางออก เมื่อลูกสาวต้องเผชิญกับความโหดร้ายเช่นนี้

ขณะเดียวกันก็ต้องพูดคุย สื่อสารกับลูกชายให้เคารพ ตระหนักในศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ของผู้หญิง

อย่าให้เขาคิดว่าแรงขับทางเพศ หรือความรุนแรงที่กระทำต่อเพศหญิงเป็นเรื่องธรรมดา สามัญ

หรือเห็นว่าเป็นแค่เรื่อง “สนุก”

มาร่วมหยุดความรุนแรงกันเถอะครับ !

........................................................................................................
บทความนี้ผมเขียนลง ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Mother & Care ฉบับที่ 32 เดือน สิงหาคม 2550



Create Date : 16 เมษายน 2551
Last Update : 16 เมษายน 2551 18:27:26 น. 7 comments
Counter : 303 Pageviews.

 
ลิสต์ในบทความนี้ เป็นคาแรกเตอร์กว่า 80% ของพระเอกละครไทย

เพราะละครโรคจิตพวกนี้แหละ ที่ส่งสัญญาณและแบบอย่างผิดๆ ให้กับวัยรุ่น

เคยคุยกับเพื่อนเกี่ยวกับละครเรื่อง "สวรรค์เบี่ยง" ที่ออนแอร์อยู่ตอนนี้ เพื่อนชอบเคน ธีรเดชมาก ก็เลยดู เราก็ชอบเคน เพราะหล่อซะ แต่ทนดูไม่ได้

คาแรกเตอร์ในละครสะท้อนความเป็นผู้มีปัญหาทางจิตชัดๆ นางเอกก็มีปัญหาทางจิตไม่แพ้กัน โดนรังแกขนาดนั้น ยังไม่แจ้งความป้องกันตัวเอง ยอมถูกรังแกแล้วรังแกเล่า

อยากให้ละครพวกนี้สาบสูญไปจากสังคมไทยเสียที


โดย: ริมยมนา วันที่: 16 เมษายน 2551 เวลา:18:25:47 น.  

 
เห็นด้วยครับ ทำไมละครไทยต้องมีการตบตีแย่งคนรัก
ด่าทอกันด้วยความก้าวร้าว ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดน่ารำคาญ
บางคนบอกละครก็มาจากเรื่องจริงรอบๆตัวเรานี่แหละ
ผมว่าไม่จริง... คนอะไรจะสุดโต่งขนาดนั้น ผมว่าในคน
หนึ่งคน มันก็มีดีร้ายอยู่ในตัว แต่ด้วยกรอบของสังคม
เราก็ไม่สามารถแสดงความร้ายออกมาได้ชัดเจนอย่าง
ที่ตัวร้ายในละครทำกัน บางคนบอกละครต้องแยกขาว
แยกดำให้ชัดเจน ดีก็ต้องดี ร้ายก็ต้องร้าย แล้วตอนท้าย
ถึงมาสรุปอีกทีถึงผลของความดีความร้าย จำเป็นต้องทำ
อย่างนั้นด้วยหรือ จะไม่ให้คนดูเกิดความคิดสร้างสรรค์
กันบ้างเลยหรือ บางคนบอกเพื่อความบันเทิง คิดอะไร
มาก แหม.. มันก็ต้องมีสาระกันบ้าง เขาเรียกต้องมีชั้น
เชิงในการนำเสนอ ทำอย่างไรให้ทั้งสองอย่างมันสมดุล
กัน ผมชื่นชมลีลาการนำเสนอสาระให้ออกมาในรูปแบบ
ของความบันเทิง บางครั้งผู้เสพไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลัง
ซึมซาบเอาสาระเข้าไปอยู่
อยากให้ช่วยกันใส่ใจสังคมกันให้มากๆ จะคิดอะไรจะ
ทำอะไรอย่าให้มันส่งผลร้ายกับสังคมนัก เมื่อสังคมเรา
เสื่อมทรามตกต่ำ สุดท้ายมันก็ย้อนกลับมาหาเราๆท่านๆ
นี่แหละ ขโมยขโจรชุกชุมยิ่งกว่ายุง ทำร้ายกัน ฆ่าแกง
กันไม่เว้นแต่ละวัน .....ช่วยๆกันหน่อยครับ


โดย: friendlymitt IP: 58.147.56.134 วันที่: 16 เมษายน 2551 เวลา:20:15:54 น.  

 
แล้วสำหรับผู้ชาย ที่โดนผู้หญิงรังแกบ้างล่ะครับ?
ไม่มีใครคุ้มครองบ้างเหรอ T T


โดย: Dinner31 วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:8:27:38 น.  

 
อาจารย์สบายดีนะครับ เห็นหายไป งานยุ่งเหรอครับ


โดย: friendlymitt IP: 58.147.57.85 วันที่: 27 เมษายน 2551 เวลา:10:34:54 น.  

 
แหะ..แหะ...งานยุ่งนิดหน่อยครับคุณ friendlymitt


โดย: สายน้ำกับสายเมฆ วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:11:36:48 น.  

 
ไงก็ อย่าลืมพักผ่อนบ้างนะคร้าบบบ

สุขสันต์วันแรงงานครับ เหอ เหอ


โดย: friendlymitt IP: 58.147.56.235 วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:01:35 น.  

 
เรื่องละครนี่แก้ยาก สื่อเขาก็อยากทำกำไร
การแสดงมันเข้าถึงอารมณ์ผู้ดูนะ
บางทีเขาต่อเติมบทให้เผ็ดร้อนยิ่งขึ้น

คงเป็นอย่างพระพุทธองค์ตัดไว้ว่านักแสดง
ต้องลง...


ถ้าจะแก้ต้องแก้ที่ผู้ชม สร้างพื้นฐานกับสังคมใหม่
ถ้าผู้ชมมีการศึกษาเขาจะไม่เสพพวกนี้


โดย: แม่ของอ๊บ IP: 84.143.107.137 วันที่: 23 สิงหาคม 2551 เวลา:15:05:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สายน้ำกับสายเมฆ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Locations of visitors to this page

Tracked by Histats.com
Friends' blogs
[Add สายน้ำกับสายเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.