Group Blog
 
All Blogs
 
“ประชาธิปไตย”ของหนู

หลายปีมานี้ เด็กไทยของเราเติบโตขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่เข้มข้น รุนแรงยิ่งนัก ลูกชายทั้งสองคนของผมก็เช่นเดียวกันครับ พวกเขาเห็นขบวนรถถัง รถหุ้มเกาะ รถยีเอ็มซีขนทหารแบกปืนกระบอกโตเคลื่อนผ่านหน้าบ้านตั้งแต่ยังเล็ก

ยิ่งพวกเขาเรียนอยู่ในโรงเรียน ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในชัยภูมิแห่งความขัดแย้ง บริเวณใกล้รัฐสภา ยิ่งทำให้พวกเขาเรียนรู้สภาพการเมืองไทยโดยไม่ต้องสอน เนื่องเพราะต้องคอยหลบหลีกม็อบสารพัดสี เดี๋ยวเหลือง เดี๋ยวแดง

บางครั้งต้องหยุดเรียนด้วยเหตุจลาจลกลางเมือง บางครั้งต้องรีบกลับบ้านเพราะคุณครูไม่มั่นใจในสถานการณ์ความรุนแรง

แน่นอนครับว่า ผมและภรรยาย่อมต้องถูกลูกๆตั้งคำถามเกี่ยวกับสภาพการเมืองไทยที่เกิดขึ้น พวกเราคุยตกลงกันไว้แล้วว่าจะพยายามให้ข้อมูลแก่ลูกโดยไม่สอดใส่อารมณ์ ความคิดเห็นหรือทัศนคติส่วนตัวลงไปในคำตอบ อย่างเช่น เช้าวันหนึ่งขณะรถติดเพราะมีม็อบมาปิดถนนใกล้โรงเรียน เจ้าแสบผู้พี่ ซึ่งเรียนอยู่ชั้นประถม 1 ในขณะนั้น โพล่งถามอย่างหงุดหงิดกับสภาพการจราจรว่า

“ป๋าครับ...ทำไมเขาต้องปิดถนนด้วยครับ”

ผมตอบลูกอย่างระมัดระวังว่า “คงเพราะเขาไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ เขาคงไม่พอใจรัฐบาลเลยมาประท้วงเรียกร้องสิ่งที่เขาต้องการ มันเป็นการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองรูปแบบหนึ่ง”

ระหว่างตอบคำถามของเจ้าหนู ผมเหลือบมองกระจกส่องหลังเห็นลูกทำหน้าตาครุ่นคิด ก่อนพยักหน้าเหมือนเข้าใจ แต่อดบ่นพึมพำไม่ได้ว่า “ประท้วงก็ประท้วงไปสิ ทำไมต้องปิดถนนด้วย สายน้ำไปโรงเรียนสาย ถูกครูลงโทษแน่เลย...”

ผมได้แต่ปลอบว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวป๋ากับแม่ไปบอกครูเองว่า ลูกมาสายเพราะรถติดม๊อบ ครูเข้าใจดี เขาไม่ลงโทษลูกหรอก...”

ถัดจากนั้นมาไม่กี่วันเป็นเช้าวันหยุด เจ้าทโมนผู้พี่ชวนน้องชายเล่นสนุกด้วยการเอาจักรยานของทั้งคู่มาขวางทางเดินภายในบ้าน พร้อมทั้งไปลากเอากล่องของเล่นและเก้าอี้มาปิดทาง ประกาศห้ามทุกคนในบ้านเดินผ่าน พอถามว่าเล่นอะไรกัน

พวกเขาบอก “เล่นประท้วงปิดถนน”

“อืม..งั้นป๋าเล่นด้วย แต่อนุญาตให้เล่นเกมปิดถนนได้ 15 นาที ถ้าพ้นจากนั้นต้องเก็บจักรยานและของต่างๆคืนที่ทันที ถ้าไม่เก็บป๋าคงต้องใช้มาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาด...”

“...เผด็จการ ป๋าเผด็จการๆ” ทั้งสองแสบตะโกนซ้ำไปซ้ำมา

แต่สุดท้ายก็ยอมเล่นเกม โดยพวกเราพ่อ แม่ ลูกเล่นเกมนี้ด้วยการผลัดกันเป็นผู้ผ่านทาง กติกาง่ายๆคือผู้ผ่านทางต้องเจรจาขอผ่านทางกับกลุ่มผู้ประท้วงให้ได้ ผู้ประท้วงอาจเรียกร้องให้ผู้ผ่านทางทำอะไรก็ได้ 1 อย่าง ถ้าทำแล้วถึงยอมให้ผ่านทาง

พวกเราเล่นสนุกกันครู่ใหญ่ ก่อนช่วยกันเคลียพื้นที่โดยไม่ต้องมีใครมากระชับวงล้อม ไม่มีใครเจ็บตัว ร้องไห้

นั่นคือเหตุการณ์เมื่อปีเศษมาแล้วครับ ล่าสุด เมื่อเร็วๆนี้เป็นช่วงเทศกาลหาเสียงเลือกตั้ง ป้ายหาเสียงผุดขึ้นมามากมาย รถหาเสียงเลือกตั้งของเหล่าผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวิ่งกันให้ขวักไขว่ ส่งเสียงเชิญชวนให้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

สองลิงประจำบ้านตื่นเต้นกับเทศกาลเลือกตั้งนี้เป็นพิเศษ เพราะรู้ว่าวันเลือกตั้งมีการตั้งเต๊นท์ สร้างคูหาเลือกตั้งขึ้นมาอยู่หน้าบ้าน เด็กๆหวังได้ดูการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด

ทุกครั้งที่ออกนอกบ้านแล้วเห็นป้ายหาเสียงใหม่ๆ ผู้เป็นพี่ชายพยายามแกะคำ อ่านว่าหมายถึงอะไร ถ้าบางคำยากหรือไม่เข้าใจความหมาย หรือเจอป้ายหาเสียงแปลกๆ เขาจะถาม

อย่างเช่น “ทำไมคนนี้ต้องอุ้มหมีแพนด้ามาหาเสียงด้วยครับ...ทำไมคนนี้ต้องเอามือกุมหัวทำหน้าดุๆ...ทำไมมีป้ายหาเสียงรูปลิง รูปควายด้วย...ฯลฯ”

หรือบางวัน เขาได้ยินการหาเสียงผ่านทางรถตะเวนหาเสียงหรือเห็นจากโทรทัศน์ก็เก็บมาถาม “...ป๋า เขาจะแจกแท็บเลทให้กับนักเรียนอย่างสายน้ำด้วย เออ...ว่าแต่แท็บเลทมันเป็นอย่างไงละ มันคือไอแพดหรือเปล่า...”

โดยปกติเด็กเล็กๆอย่างลูกชายของผม ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งอยู่แล้วครับ แต่บังเอิญว่าในช่วงเทศกาลเลือกตั้ง โรงเรียนของพวกเขาจัดให้มีการเลือกตั้งประธานนักเรียนขึ้นพอดี เด็กๆต่างตื่นเต้นที่จะได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งเหมือนผู้ใหญ่

พี่ประถมปีที่ 6 ซึ่งลงสมัครแข่งขันรับเลือกตั้งเป็นประธานนักเรียนก็ทุ่มกันเต็มที่ มีโปสเตอร์หาเสียง มีนโยบายเอาใจน้องๆสุดฤทธิ์ บางคนถึงขั้นให้สัญญาว่าจะอ่านนิทานให้น้องๆฟังทุกวัน การหาเสียงของเด็กๆเป็นไปอย่างสนุกสนาน มีน้องๆชั้นประถมต้นคอยวิ่งหาเสียงช่วยพี่ๆด้วย

และแล้ววันเลือกตั้งก็มาถึง วันนั้นเมื่อลูกๆกลับถึงบ้านผมถามเขาว่าเป็นอย่างไรบ้างกับการเลือกตั้ง เจ้าหนูคุยฟุ้งว่า “ป๋า...รู้ไหม บัตรเลือกตั้งของโรงเรียนมีโหวตโนด้วย แต่สายน้ำไม่ได้โหวตโนนะ คนที่สายน้ำเลือกได้เป็นประธานนักเรียนด้วยครับ พี่เขาได้คะแนนเยอะเลย”

“แล้วทำไมลูกถึงเลือกพี่คนนี้ละ”ผมอดถามไม่ได้ เจ้าหนูตอบว่า “เลือกตามเพื่อนๆ ทุกคนในห้องเลือกพี่คนนี้ โปสเตอร์พี่สวยดี”

“ดีจัง ลูกได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งด้วย ป๋ากว่าจะได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งก็ต้องโตเป็นพี่มัธยมแล้ว เออ...ว่าแต่เลือกตั้งเสร็จแล้วเราต้องทำอย่างไรต่อละครับ” ผมถาม

เจ้าแสบพี่ตอบอย่างฉะฉานว่า “เราต้องตรวจสอบดูว่าพี่ประธานนักเรียนทำตามนโยบายที่บอกไว้หรือเปล่าครับ”

โอ้โห...พูดมีหลักการดีทีเดียว สงสัยคุณครูคงสอนมากระมัง

ผมเลยถามต่อว่า “แล้วถ้าพี่เขาไม่ทำตามนโยบายที่ให้ไว้ละ ลูกจะทำอย่างไร”

คราวนี้ลูกชายผมอึ้งครับ นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบอย่างมั่นใจว่า

“ถ้าพี่ไม่ทำตามนโยบายก็ไปฟ้องคุณครูสิครับ ให้คุณครูจัดการพี่”

“แล้วถ้าครูไม่ทำอะไรพี่เขาละ” ผมอดแหย่คำถามต่อ

“เออ...อย่างงั้นเราปิดโรงเรียนประท้วงดีไหมป๋า” ลูกตอบ


.......................................................................................................................................................................
บทความนี้ผมเขียนลง ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Mother & Care ฉบับที่ 80 เดือน สิงหาคม 2554




Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2555 21:26:17 น. 0 comments
Counter : 389 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สายน้ำกับสายเมฆ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Locations of visitors to this page

Tracked by Histats.com
Friends' blogs
[Add สายน้ำกับสายเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.