|
|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
อุนจิ..ตกค้างและเมือกไขมันในลำใส้ใหญ่
สืบเนื่องมาจากอีเมลที่เพื่อนส่งมาให้ อ่านแล้วเลยนึกขึ้นได้ว่า น่าจะเขียนเรื่องกระบวนการหมกหมมและการทำความสะอาดลำใส้ใหญ่ เนื่องจากเคยเขียนเรื่องการทำความสะอาดลำใส้เล็กไปแล้ว (คุ้ยหาเอาในบล็อกรกๆ นี้นะคะ 555) และมีเพื่อนสาวแซวว่าบล็อกพรุนแล้ว ด้วยความขี้เกียจจึงปล่อยร้างมานาน คริคริ
เนื้อความในอีเมลที่เพื่อนส่งมาในอีเมลก็ประมาณว่า ตะลึง....คุณหมอพรทิพย์เขียนไว้ว่า เวลาผ่าศพจะเจออุจจาระตกค้างในลำไส้อย่างน่าตกใจบางศพ มีน้ำหนักอุจจาระถึง 10 โล
แล้วเป็นเพราะอะไร ???
อุจจาระตกค้าง เนื่องมาจาก 1. เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด 2. กินอาหารที่มีกากใยน้อย 3. มีพยาธิ หรือ เชื้อรา ทำให้ระบบย่อยอาหารผิดปกติ - ขอเสริมว่า ควรถ่ายพยาธิทุกๆ 6 เดือนหรืออย่างน้อย 1 ครั้งต่อปีคะ
4. ระบบดูดซึมเสีย เพราะน้ำมันพืชเคลือบ ทำให้น้ำที่ดื่มเข้าไป ไม่หมุนเวียน - ขอเสริมว่าเราทุกคนต้องมีน้ำมันเคลือบกระเพาะแน่นอนเพราะทานอาหารผัดด้วยน้ำมันกันทุกวัน
5. ไม่ถ่ายอุจจาระเวลา 05.00-07.00 เช้า
หากถ่ายอุนจิหลังเวลา 7 โมงเช้า ลำไส้จะบีบให้อุนจิขึ้นไปข้างบน (เสริมว่า เหมือนมันนำกลับขึ้นไปปั่นใหม่หนะคะ เวลาถ่ายออกมักเป็นเม็ด แบบลูกกระสุน คนทำดีท็อกซืลำใส้น่าจะรู้ดี อิอิ)เวลาถ่ายจะถ่ายไม่หมด แต่ไม่รู้ตัวที่ปลายลำไส้จะมีประสาทปลายทวาร เมื่อมีอุนจิที่เหลวพอ มาจ่อปลายทวาร ประสาทจะส่งสัญญานบอกสมองให้ปวดอึ
หลัง 7 โมงเช้าลำไส้จะทำงานไม่เป็นปกติ บีบอุนจิให้ขาดช่วง เวลาถ่ายจนรู้สึกว่าหมดแล้วเราก็หยุด แต่ความจริง อุจจาระท้ายขบวนยังไม่ออก แต่มันถูกดันกลับขึ้นไป ไม่มาจ่อปลายทวาร ทำให้เราไม่ปวดอึ เราก็นึกว่าหมดแล้ว อุนจิที่ค้างไว้นี้ ก็จะเกาะที่ผนังลำไส้พอมีอุนจิใหม่ที่เหลวกว่า มันก็แซงหน้าไปก่อน แต่มันไม่สามารถดันพวกที่ค้างแข็งให้ออกไปได้ พวกที่ค้างแข็งไว้ ก็เกาะติดแน่น ขอเสิรมตรงนี้นิดนึงว่า ให้นึกภาพว่าลำใส้เราเป็นเหมือนคลื่น ที่มีส่วนนูนขึ้น และยุบตัวลง อุนจิเก่าจะไปนอนกองตรงแอ่งที่มันยุบตัวหนะคะ และอุนจิที่ตีขึ้นไปด้านบนนั้นจะก่อให้เกิดก๊าซไข่เน่าในลำใส้ ทำให้ผายลมเหม็นและซึมเข้ากระแสเลือดทำให้หน้าตาหมองคล้ำและเป็นสิว ฝ้าได้จร้า..
ฉะนั้น ทุกวันที่ถ่าย มันก็ถ่ายเฉพาะอุนจิที่เหลวพอ ส่วนที่เหลือก็เกาะไปเรื่อย ๆ อุจจาระตกค้างจะไปทับเส้นเลือดต่าง ๆ ในกระเพาะและ กดทับกระดูกหลัง ทำให้เกิดอาการมากมาย เช่น ท้องอืด ปวดหลัง ปวดขา ปวดกล้ามเนื้อที่ไหล่และสะบัก เวียนหัว อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ เป็นฝ้า ไมเกรน และ อื่น ๆ
ถ้าสามารถได้รับการตรวจด้วยลูกดิ่งเพนดูลั่มก็จะรู้ได้ (มันเป็นหินแท่งยาวๆ ประมาณ 1 นิ้วชี้ เอาจ่อกลางอากาศตามตำแหน่งนิ้ว ถ้ามันแขว่งที่นิ้วไหน ก็จะบอกถึงอวัยวะที่อ่อนแอในร่างได้จร้า - อันนี้เคยมีคนตรวจให้ อิอิ) แนะนำให้ถ่ายพยาธิเสียก่อน แล้ว ลองสูตรอาหารดังต่อไปนี้
1. เม็ดแมงลัก 2 ช้อนชา ผสมน้ำ 1 แก้ว ทิ้งไว้ 30 นาที ดื่มก่อนนอน เม็ดแมงลักจะลากอุนจิตกค้าง หรือเมือกไขมันที่เกาะอยู่ในลำใส้ใหญ่ออกมา ทานเป็นปกติได้ทุกวัน หรือ 3-4วันต่อสัปดาห์ แล้วแต่จะชอบ
2. นมสด 2 กล่อง (รวมจะได้ประมาณ 500 มิลลิตร) และ กล้วยน้ำว้า 2 ลูก ทานก่อน 6 โมงเช้าช่วงแรกควรทานติดกัน 3 วัน หากถ่ายก่อน 7 โมงเช้าเป็นปกติได้แล้ว ก็ลดมาเป็นสัปดาห์ละ 2 ครั้ง หรือ ตามที่เห็นสมควร
3. ทานผักบุ้ง 2 กำมือ ผัด หรือ ต้ม ทำอาหารตามใจชอบ ผักบุ้งจะลากอุจจาระตกค้างออกมา - เสิรมว่าผักบุ้งนี้ต้องเป็นผักบุ้งแดง หรือง่ายๆ คือผักบุ้งที่เป็นผักเคียงตอนกินส้มตำนั่นหละ แนะอีกนิดว่าต้มจิ้มน้ำพริก หรือแกงส้มจะเลิศกว่าผัด เพราะไม่ต้องใช้น้ำมัน
4. แถมอีก 1 สูตรเด็ด คือ ทานขมิ้นชัดเม็ด เพื่อเข้าไปช่วยฟื้นฟู ปลายประสาทลำใส้ใหญ่ มีคนที่3-4 วันจะถ่ายหน และนานสุด 1 อาทิตย์ถ่ายหน เป็นมาเป็น 10ๆ ปี นำขมิ้นไปทานได้แค่ 1 อาทิตย์ เค้าก็สามารถถ่ายได้ตามปกติ ถนัดและสะดวกวิธีไหน เลือกเอาโล้ด.. ว่าแต่ ถ้าเราเอาอุนจิตกค้างออกจากร่างกายได้หมด เราคงผอมลงเป็น 10 กิโล สเลนเดอร์เลยทีเดียว 555
| Create Date : 30 มีนาคม 2552 |
| Last Update : 31 มีนาคม 2552 10:32:46 น. |
| |
4 comments
|
|
|
|
| | |
| โดย: เบนซ์ IP: 203.146.145.241 29 เมษายน 2552 10:51:58 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: อ้อย IP: 125.27.89.5 7 สิงหาคม 2552 20:18:49 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: น้อย IP: 202.57.179.188 17 สิงหาคม 2552 13:04:42 น. |
|
|
|
|
|
|
|
|
Location :
กรุงเทพฯ Thailand
[ดู Profile ทั้งหมด]
|
My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]
|
งานอดิเรกเป็น navigator(นำทางหมาตาบอด) และมีงานถนัดคือ เอาชนะภูมิแพ้ด้วยธรรมชาติบำบัด และสรรหาของธรรมชาติมาใช้
ชื่นชมและชื่นชอบสมุนไพรไทยและวิถีธรรมชาติสุดๆ เพราะผ่านการใช้ของวิทยาศาสตร์สารพัดก็ยังแก้ภูมิแพ้ได้ไม่ชงัดเท่าธรรมชาติเจ้าค่า
|
|
| |
|
|
|
|
|
Thanks หลายๆนะที่เขียนบล็อกแนะนำแบบนี้ เพื่อนจะได้ลากมันออกมาให้หมด 55
ปล. ถ้าดองบล็อกหน้านี้ บล็อกจะเปลี่ยนจากพรุนเป็นบล็อกตกค้าง 555