Group Blog
 
All Blogs
 
Birth Story… เหตุเกิดในห้องคลอด

ช่วงที่หญิงสาวข้างกายของผมอุ้มท้องเจ้าตัวน้อยอยู่นั้น ผมชอบอ่านเรื่องประสบการณ์จริงเกี่ยวกับการคลอด หรือที่เรียกกันว่า Birth Story ในหนังสือนิตยสารประเภทแม่ๆลูกๆ ของออสเตรเลียมากๆ ประเภทซื้อนิตยสารมาปุ๊บ ต้องพลิกหาอ่านประสบการณ์จริงเหล่านี้ทันที

ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะผมและคู่ชีวิตล้วนเป็นมือใหม่ ไม่รู้ประสีประสาเรื่องการตั้งครรภ์...การคลอด อีกทั้งยังอยู่ห่างไกลจากบ้านเกิด Birth Storyเหล่านี้พอจะทำให้ผมอุ่นใจ คาดเดาเหตุการณ์ในห้องคลอดแดนออสซี่ได้บ้าง

และแล้ว Birth Storyของ “สายน้ำ”...เทวดาตัวน้อยของครอบครัวผมเปิดฉากขึ้น เมื่ออายุครรภ์ได้ 38สัปดาห์เศษ ในคืนวันที่ 21 เมษายน ระหว่างพักผ่อนดูโทรทัศน์ สาวข้างกายของผมเดินอุ้มท้องโย้ออกมาจากห้องน้ำ พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า มีเลือดไหลออกมาจากช่องคลอด แต่เลือดนั้นสีออกชมพูแดงมากกว่าสีแดงสด และไหลออกมาไม่มากนัก

ผมมือไม้สั่นรีบพลิกคู่มือการตั้งครรภ์หลายเล่ม จึงพอคาดเดาอาการได้ว่านั่นคงเป็น “มูกเลือด” หรือ The show บ่งบอกให้รู้ว่าพร้อมจะคลอดได้ตั้งแต่คืนนั้นหรืออาจจะรอนานถึงสองสามอาทิตย์ แต่เพื่อความแน่ใจผมรีบโทรศัพท์ไปสอบถามที่ฝ่ายคลอดของโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่เธอยืนยันตามตำรา บอกให้พวกเราใจเย็นๆ หากมีอาการปวดท้องค่อยโทรศัพท์มาใหม่อีกครั้ง คืนนั้นผ่านพ้นไปโดยปราศจากการปวดท้องคลอด

วันรุ่งขึ้นแม้ว่าสาวท้องโตคู่ชีวิตของผมจะมีมูกเลือดออกมาบ้าง แต่เธอยังแข็งแรง ไม่มีสัญญาณอาการใกล้คลอดอย่างอื่นมารบกวน จนกระทั่งตกดึกประมาณตีสองของวันที่ 23 เมษายน สาวข้างกายปลุกผมขึ้นมาบอกว่าเจ็บท้องมาก

ผมตั้งสติ นึกทบทวนสิ่งที่เรียนรู้มาจากหลักสูตรอบรมว่าที่คุณพ่อคุณแม่ เกี่ยวกับการคลอด

อืม...อย่างแรก ต้องจับเวลาการเจ็บท้องคลอด ดูว่าเป็นการเจ็บท้องสม่ำเสมอหรือเปล่า ถ้าไม่สม่ำเสมอ แสดงว่ายังเป็นการเจ็บท้องหลอก

แต่เมื่อจับเวลาดูปรากฏว่าเธอเจ็บท้องถี่สม่ำเสมอ แทบจะทุก 5 นาทีเจ็บครั้งหนึ่ง ผมรอจับเวลาให้แน่นอนจนถึงตี 4 ถึงโทรศัพท์ไปห้องคลอดของโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่บอกว่าน่าจะเป็นอาการคลอด ให้รออีกสักสองชั่วโมงค่อยโทรศัพท์มาอีกครั้ง ช่วงนี้ให้บรรเทาอาการเจ็บของคนท้องไปก่อน

ครับ...ระบบของออสเตรเลียเขาให้คนท้องรออยู่บ้านให้นานที่สุดจนใกล้คลอดถึงมาโรงพยาบาล แหม๋...นี่ถ้าอยู่เมืองไทย ผมคงพาคู่ชีวิตไปนอนรออยู่ในโรงพยาบาลตั้งแต่เริ่มเจ็บท้องแล้วละครับ

ระหว่างรอ ผมรีบจัดเก็บเตรียมข้าวของสำหรับไปโรงพยาบาล พร้อมทั้งจับเวลาความถี่ของการเจ็บท้อง ผลคือเจ็บท้องทุก 4-5 นาที และเจ็บนาน 45-60 วินาที

พอ 6 โมงเช้าปุ๊บ ผมรีบโทรศัพท์ไปที่ห้องคลอดอีกครั้ง เจ้าหน้าที่บอกว่าสามารถพาคนท้องมาโรงพยาบาลได้ทุกเมื่อ ผมเลยโทรศัพท์หาเพื่อนให้ช่วยขับรถมารับไปโรงพยาบาล

พวกเราไปถึงโรงพยาบาลตอน 7 โมงเช้า การตรวจขั้นตอนแรกนั้น เจ้าหน้าที่ผดุงครรภ์ หรือ Midwife ใช้เครื่องมือตรวจจังหวะการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ และความถี่การบีบรัดของมดลูก ผลคือหัวใจเต้นเป็นจังหวะปกติ คงเพราะเจ้าตัวเล็กในท้องนอนหลับ ไม่รับรู้ถึงอาการบีบรัดของมดลูก หรือความเจ็บปวดของแม่เลย Midwife ต้องให้ดื่มน้ำส้มกระตุ้นให้เจ้าหนูตื่นเพื่อดูจังหวะการเต้นของหัวใจ ผลคือทุกอย่างปกติ เป็นไปตามขั้นตอนการคลอด ปากช่องคลอดของคู่ชีวิตผมเปิดเพียงแค่ 3 ซม.

Midwife ถามว่าอยากจะกลับบ้านก่อนแล้วมาใหม่ หรือจะนอนรอที่โรงพยาบาล พวกเรารีบบอกว่ารอที่โรงพยาบาลดีกว่า แหะ...แหะ...ใกล้หมออุ่นใจกว่าเยอะ Midwife เลยพาพวกเราไปนอนรอที่ห้องคลอด

ห้องคลอดที่นี่กว้างขวางใหญ่ใหญ่โตมากๆ มีห้องน้ำในตัว ในห้องน้ำมีทั้งอ่างอาบน้ำ ทั้งฝักบัวให้คนท้องใช้บรรเทาความเจ็บปวด บรรยากาศดูเหมือนห้องพักในโรงแรมหรูมากกว่าโรงพยาบาล

หลังจากแนะนำอุปกรณ์ต่างๆในห้องคลอด Midwife ปล่อยให้เราอยู่กันตามลำพังในห้องคลอดใหญ่ โดยบอกว่าจะแวะมาดูอยู่เรื่อยๆ หากต้องการความช่วยเหลือใดๆให้กดปุ่มเรียกได้ตลอด

เออ...ผมนึกว่า หมอหรือ Midwife จะต้องอยู่กับคนท้องในห้องคลอดตลอดเวลาเสียอีก

คู่ชีวิตของผมเจ็บท้องมากขึ้นเรื่อยๆ ก๊าซดมบรรเทาความเจ็บปวดซึ่งต่อสายไว้ข้างเตียงช่วยบรรเทาความเจ็บได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านมาได้เกือบ 10 โมงเช้า ปากมดลูกเปิดเพียง 4 ซม. ผมบอกคู่ชีวิตว่าถ้าทนไม่ไหวให้ใช้ยาชาบล็อกหลังที่เรียกว่า Epidural ดีกว่า

ครับ...ที่นี่ถ้าเราไม่เรียกขอยาแก้ปวด เขาจะไม่ให้ เพราะมีคุณแม่ออสซี่จำนวนมากต้องการคลอดแบบธรรมชาติ ไม่รับยาแก้ปวดใดๆ นัยว่า...ต้องการรับรู้รสซึ้งของความเป็นแม่ให้เต็มเปี่ยม

เมื่อ Midwife แวะเข้ามาตรวจอีกครั้ง พวกเราบอกขอยา Epidural เจ้าหน้าที่จึงไปตามหมอผู้เชี่ยวชาญมาเจาะบล็อกหลัง หมอที่มาเป็นคงเป็นมือใหม่ เพราะมีหมอผู้เชี่ยวชาญอีกคนมาคอยตรวจดูตลอดที่เธอทำงาน และด้วยความมือใหม่นี่เองทำให้เจาะข้อพับมือให้ยาชาผิดเสียสองเข็ม เลือดงี้หยดไหลออกมาเปื้อนเสื้อเลย พอถึงช่วงเจาะหลังยังต้องใช้ข็มยาวเหยียดแทงเข้าไปสู่กระดูกสันหลังถึงสองครั้ง เห็นแล้วอดเสียวแทนไม่ได้

ยา Epidural ทำงานดีมากครับ หลังจากให้ยาไม่นาน ขาเริ่มชา ช่วงล่างไม่รับรู้ความรู้สึกใดๆ คู่ชีวิตของผมสามารถนอนพักได้ หลังจากอดนอน ทนเจ็บมาทั้งคืน

ช่วงใกล้เที่ยง Midwife มาตรวจ ปากช่องคลอดเปิดเพิ่มอีกเพียง 1 ซม.เท่านั้น คงเนื่องจากผลของยาชาทำให้การคลอดไม่คืบหน้ามากนัก ช่วงนี้คนท้องนอนพักได้สบายๆ ไม่เจ็บปวดเหมือนก่อน แต่พอยาหมดฤทธิ์ จะเจ็บมาก ปวดดิ้นไปมา จนต้องขอยาเพิ่ม ปัญหาในตอนนี้คือปากมดลูกคงไว้แค่ 5 ซม. ไม่ขยายเพิ่มแต่อย่างไร

Midwife พยายามแก้ปัญหา เพิ่มยาบางอย่างให้เพื่อให้การคลอดคืบหน้า จนกระทั่งประมาณทุ่มเศษ Midwife บอกว่าถ้าผลการคลอดไม่พัฒนาอาจจะต้องปรึกษาว่าจะต้องใช้วิธีการคลอดอื่น นั่นอาจจะหมายถึงการผ่าคลอดนั่นเอง

ระหว่างรอคลอด ผมได้ยินเสียงคุณแม่ห้องคลอดอื่นๆส่งเสียงร้อง และต่อมาได้ยินเสียงเด็กร้องเป็นระยะๆ ผมได้แต่นั่งๆเดินๆไปมารอว่าเมื่อไหร่จะได้อุ้ม ได้เชยชมเจ้าตัวน้อยเหมือนคนอื่นๆบ้าง

โชคดีว่า ตอนประมาณ 3 ทุ่มเศษ ปากช่องคลอดของคู่ชีวิตผมขยายครบ 10 ซม.อย่างรวดเร็ว Midwife เลยลดยา Epidural เพื่อให้มีลมเบ่ง ตอนเบ่งคลอดเธอเจ็บปวดมากๆ เสียงร้องเจ็บปวดทำให้ผมน้ำตาซึม ได้แต่ปลอบและให้กำลังใจ เธอเบ่งอยู่เกือบ 2 ชั่วโมงเศษ กว่าผมจะเห็นปลายผมของลูกน้อยเคลื่อนผ่านช่องคลอดของแม่ หลังจากทนเจ็บเบ่งคลอดอีกหลายครั้ง ผมเห็นหัวน้อยๆโผล่ออกมาทีละน้อย ก่อนแขนขาจะขยับยื่นออกมา

และแล้วเมื่อเวลา 11.26 น. ของวันที่ 23 เมษายน เจ้าเทวดาตัวน้อยของครอบครัวผมคลอดออกมาสู่โลกกว้างด้วยน้ำหนัก 3.265 กิโลกรัม ยาว 49.5 ซม. หลังจากแม่ต้องทนเจ็บท้องอยู่กว่ายี่สิบชั่วโมง

เสียงร้องไห้ดังลั่น นับว่าเป็นเสียงทิพย์ที่พ่อแม่อยากได้ยินมากที่สุด หลังจากรอคอยมากว่า 8 เดือน

........................................................................................................
บทความนี้ผมเขียนลง ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Mother & Care ฉบับที่ 6 เดือน มิถุนายน 2548


Create Date : 14 ธันวาคม 2550
Last Update : 14 ธันวาคม 2550 12:11:09 น. 12 comments
Counter : 347 Pageviews.

 
เราก็ใก้ลแล้วเหมือนกัน


โดย: เอ (ac.account ) วันที่: 14 ธันวาคม 2550 เวลา:12:36:43 น.  

 
ยินดีกะครอบครัวใหม่ด้วยนะคะ

ป่านนี้ น้องอายุได้ 2 ขวบแล้วสินะคะ กะลังน่ารักเลย


โดย: eiffel_n วันที่: 14 ธันวาคม 2550 เวลา:13:59:37 น.  

 
ขอบคุณครับ...เจ้าแสบใหญ่ของผมตอนนี้สามขวบเศษครับ...กำลังซนและดื้อ


โดย: สายน้ำกับสายเมฆ วันที่: 14 ธันวาคม 2550 เวลา:14:09:20 น.  

 
เป็นคุณพ่อที่เก่งมากเลยนะเนี่ย ศึกษาข้อมูลละเอียดเชียวค่า
แถมเล่าเรื่องราวได้ดีมากๆ สมแล้วค่ะที่ได้ลงนิตยสารด้วย


โดย: tomdome วันที่: 14 ธันวาคม 2550 เวลา:14:12:14 น.  

 
อ่านแล้วเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ ลุ้นตามไปด้วยเลยเนี่ย คุณพ่อเล่าเรื่องเก่งมากค่ะ


โดย: โบค่ะ (bodiamond1 ) วันที่: 14 ธันวาคม 2550 เวลา:15:56:02 น.  

 
อ่านแล้วเหมือนอยู่ในเหตุการณ์เลยคะ

ลุ้นตลอด ดีใจด้วยนะคะลูกน้อยแข็งแรง
เกิดวันเดียวกันกับเราเลย 23 เมษา ^____^

แวะมาชมจ้า

mycutegraphics.com


โดย: StarInDark วันที่: 14 ธันวาคม 2550 เวลา:21:39:03 น.  

 


โดย: 1girlshow วันที่: 14 ธันวาคม 2550 เวลา:22:12:33 น.  

 
ขอบคุณทุกๆคนครับ ทั้ง คุณ 1girlshow , คุณStarInDark, คุณโบ bodiamond1, คุณ tomdome, คุณeiffel_n, คุณเอ ac.account


โดย: สายน้ำกับสายเมฆ วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:10:03:23 น.  

 
สุดยอดคุณพ่อจิงๆ ค่ะ ตอนนี้ยังอยู่ที่ออสรึเปล่าคะ หรือว่ากลับมาเมืองไทยแร้วเอ่ย แต่ว่าคุณแม่เจ็บท้องนานจังเลย นึกว่าจะต้องผ่าซะแล้ว


โดย: jj IP: 58.137.82.146 วันที่: 21 ธันวาคม 2550 เวลา:18:16:00 น.  

 
you are the best...best papa ever...i almost cry when i read your story.you are real..real papa.(i'm sorry if my english not good and also i didn't have thai front)
your blog is one of my favorites


โดย: kae IP: 81.243.84.135 วันที่: 29 มกราคม 2551 เวลา:21:57:33 น.  

 
ขอบคุณครับ คุณkae


โดย: สายน้ำกับสายเมฆ วันที่: 30 มกราคม 2551 เวลา:10:11:02 น.  

 
เพิ่งเข้ามาอ่านดีใจด้วยนะคะอิจฉาแฟนคุณที่มีสามีคอยห่วงใยตอนนี้ดฉันก็ใกล้คลอดแล้วกลับโดนแฟนทิ้งไปมีคนอื่นสงสารลูกจังที่เกิดมาไม่มีพ่อคอยห่วงใย


โดย: k IP: 125.26.26.56 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:15:29:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สายน้ำกับสายเมฆ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Locations of visitors to this page

Tracked by Histats.com
Friends' blogs
[Add สายน้ำกับสายเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.