Group Blog
 
All Blogs
 
ร่วมด้วยช่วยลูกเรียน

คุณผู้อ่านยังจำสมุดพกสมัยเราๆท่านๆเรียนอยู่ชั้นอนุบาล-ประถม หรือชั้นมัธยมได้ไหมครับ สมุดพกประเภทรายงานคะแนนสอบ...รายงานเกรด แล้วมีช่องว่างให้ครูบาอาจารย์ท่านเขียนบรรยายถึงความประพฤติของเรามาให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครอง

ครูส่วนใหญ่จะเขียนในทำนองว่า “...สติปัญญาปานกลาง อุปนิสัยซุกซน ชอบพูดคุยในชั้นเรียน...” หรือ “...ความประพฤติเรียบร้อย ร่าเริง เป็นที่รักของเพื่อนฝูง...” ฯลฯ

เมื่อเรานำสมุดพกมาให้พ่อแม่ผู้ปกครองดู ท่านก็ต้องแสดงความคิดเห็นและเซ็นชื่อกำกับ คล้ายๆกับลงชื่อเพื่อรับทราบผลการเรียนของเรา

เชื่อไหมครับว่า พ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนมากเขียนแสดงความเห็นสั้นๆว่า...

“...เหมือนคุณครู...” หรือ “เห็นด้วยกับคุณครู” แล้วเซ็นชื่อกำกับ

ครับ...นั่นเป็นรูปธรรมที่เห็นชัดว่า ในอดีต พ่อแม่ผู้ปกครองเมื่อพาลูกหลานเข้ารับการศึกษาในระบบโรงเรียนแล้ว มักมอบสิทธิ์ขาดการดูแลลูกหลานให้กับครูบาอาจารย์

พูดง่ายๆคือ ถ้าอยู่บ้าน พ่อแม่ผู้ปกครองจะเป็นผู้ทำหน้าที่ดูแลสั่งสอนลูกหลาน แต่เมื่อไหร่ที่ลูกหลานเดินก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียน พ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่จะคาดหวังว่าครูต้องรับผิดชอบเด็กในเรื่องการสั่งสอนให้ความรู้ รวมทั้งบ่มเพาะ ขัดเกลานิสัย

ดังนั้นถ้าครูบอกว่า ลูกซน...ลูกดื้อ...ลูกเรียนแย่ พ่อแม่ย่อมเศร้าใจ ถ้าครูบอกว่า ลูกเก่ง...ลูกดี พ่อแม่ย่อมหน้าบาน

การแบ่งความรับผิดชอบเช่นนี้ ทำให้ในอดีตการปฏิสัมพันธ์ระหว่างคุณครูกับพ่อแม่ผู้ปกครองดูจะห่างเหินและเป็นทางการ นานๆถึงจะมีการประชุมครูกับผู้ปกครองเพื่อพบปะพูดคุยกันสักครั้ง ในช่วงการเรียนปกติ หากพ่อแม่ผู้ปกครองคนไหนได้รับคำเชื้อเชิญจากคุณครูให้ไปพบที่โรงเรียน ทำใจได้เลยครับว่า...เป็นข่าวร้ายเกี่ยวกับความประพฤติหรือการเรียนของลูกหลานมากกว่าข่าวดี

แต่ทุกวันนี้ โรงเรียนหลายแห่งพยายามทำลายกำแพงกั้นระหว่างครูกับพ่อแม่ โดยดึงพ่อแม่ผู้ปกครองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรียนรู้ของลูกหลาน

อย่างโรงเรียนอนุบาลที่เจ้าแสบน้อยของผมเรียนอยู่ คุณครูก็พยายามให้พ่อแม่ผู้ปกครองเข้าไปมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของลูกหลาน

เริ่มตั้งแต่การพยายามดึงพ่อแม่ให้ร่วมรับรู้ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดกระบวนการเรียนการสอนของลูกหลาน โดยมีจดหมายข่าวเล็กๆสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อของเด็กทุกวันศุกร์ บอกเล่ากับพ่อแม่ผู้ปกครองให้ทราบว่า ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เด็กๆได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง และต้องการให้พ่อแม่ช่วยกระตุ้นหรือมีกิจกรรมร่วมกับลูกหลานอย่างไร

รวมทั้งแจ้งให้ทราบว่าสัปดาห์ต่อไปจะเรียนเรื่องอะไร และต้องการให้พ่อแม่ช่วยเตรียมอุปกรณ์การเรียนการสอนอย่างไรบ้าง

ในจดหมายน้อยๆฉบับนี้ มีกระทั่งเนื้อเพลงที่คุณครูสอนเจ้าตัวเล็ก คงต้องการให้พ่อแม่ได้ร่วมเปล่งเสียงตะโกนร้องไปกับทโมนประจำบ้านได้อย่างถูกต้อง

นอกจากจดหมายข่าวแล้ว โรงเรียนยังพยายามกระตุ้นส่งเสริมให้พ่อแม่ผู้ปกครองมาเป็นคุณครูอาสา ช่วยคุณครูสอนหนังสือ หรืออ่านหนังสือนิทานให้กับเด็กๆ

อย่างล่าสุด หญิงสาวข้างกายผมต้องสวมวิญญาณคุณครูอาสาอ่านนิทานให้กับเด็กๆอนุบาล เพื่อนร่วมชั้นเรียนของสายน้ำ- ลูกชายผู้แสนซน

ตอนแรกเธอค่อนข้างตื่นเต้น บ่นเข้าหูผมว่า “...ไม่รู้ว่าจะไปอ่านนิทานให้เด็กฟังดีไหม ธรรมดาอ่านหนังสือให้ลูกฟังคนเดียว ไม่เคยอ่านให้คนหมู่มากฟัง ไม่รู้ว่าอ่านนิทานไปแล้วเด็กๆจะฟังไหม ถ้าไม่ฟังจะทำอย่างไรดีละ..”

เช้าวันที่ต้องแปลงกายจากคุณแม่เป็นคุณครูอาสา สาวข้างกายผมเลือกค้นหนังสือนิทานกลับไป กลับมาอยู่หลายเที่ยว ก่อนจะตัดสินใจหยิบเรื่องโปรดของลูก...เรื่องที่เธออ่านมาแล้วหลายสิบรอบ

เมื่อผมกลับจากที่ทำงานในตอนเย็น เธอเล่าถึงเหตุการณ์การอ่านหนังสือนิทานให้นักเรียนอนุบาล วัยสามขวบเศษ ร่วม 20 คนว่า “...ตอนแรกตื่นเต้นมาก เหงื่อออกเต็มมือเลย พอเด็กล้อมวงเข้ามาให้อ่านหนังสือนิทานเห็นหน้าลูก...หน้าแป้นแล้นอยู่หน้าสุด ความตื่นเต้นค่อยหายไป...

...พยายามอ่านนิทานให้เหมือนกับตอนอ่านให้ลูกฟังก่อนนอน ทำเสียงสูงๆ ต่ำๆ ให้มีความน่าตื่นเต้น พยายามตั้งคำถามให้เด็กช่วยกันตอบ พอเด็กตอบคนหนึ่ง คนอื่นๆก็อยากจะตอบด้วย ทำให้เราอยากอ่าน อยากเล่าต่อ...

...พออ่านจบเล่ม เด็กๆยังอยากให้อ่านต่ออีก มองนาฬิกา โอ้โห...นี่เราอ่านมาร่วมครึ่งชั่วโมงแล้วหรือ เวลาผ่านไปเร็วมาก ตอนเลิก คุณครูให้เด็กๆปรบมือให้ เรางี้ปลื้มมาก ยิ่งเห็นลูกยิ้มมีความสุขเรายิ่งอิ่มใจ...”

ผมปล่อยให้คุณแม่ลูกสอง ปลาบปลื้มกับบทบาทคุณครูอาสา หันกลับไปถามเจ้าลูกชายว่า คุณแม่อ่านนิทานที่โรงเรียนสนุกไหม

เจ้าตัวเล็กตอบสวนกลับมาทันทีว่า “...สุดยอดดด แม่เล่านิทานได้สุดยอด เพื่อนสายน้ำชอบ แม่เล่านิทานเก่ง...”

เพียงเท่านั้น ผมเห็นคู่ชีวิตของผมยิ้มแฉ่ง โผเข้ากอดฟัด หอมเจ้าตัวขี้ประจบทันที

การร่วมแรง ร่วมใจของพ่อแม่ผู้ปกครองประสานจับมือกับคุณครูในโรงเรียนช่วยกันบ่มเพาะ อบรมสั่งสอนลูกหลาน ย่อมทำให้เด็กมีคุณภาพมากขึ้น

กระบวนการเหล่านี้ไม่ใช่เกิดขึ้นได้เฉพาะในโรงเรียนอนุบาล หรือเฉพาะในเขตเมืองเท่านั้น

หากแต่ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้นไป หรือโรงเรียนตามชนบท ก็สามารถดึงพ่อแม่ให้มามีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของลูกหลานได้

เพราะพ่อแม่ผู้ปกครองแต่ละคนย่อมมีประสบการณ์ มีความรู้ ความสามารถที่หลากหลาย

ไม่ใช่ว่าคนจบปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอกเท่านั้นนะครับ ที่มีความสามารถเป็นคุณครูอาสา แม้แต่ชาวไร่ ชาวนาที่ไม่ได้เรียนในระบบการศึกษา ก็สามารถเป็นครูอาสาถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิชาชีพ หรือการดำรงชีพให้กับลูกหลานได้

สำคัญคือ วันนี้ โรงเรียนแต่ละแห่งใจกว้างพอที่จะเปิดให้พ่อแม่ผู้ปกครองเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้ของเด็กหรือยัง

ขณะเดียวกัน พ่อแม่ผู้ปกครองได้เปิดกว้างที่จะเดินเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ของลูกหลานหรือยัง


........................................................................................................
บทความนี้ผมเขียนลง ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Mother & Care ฉบับที่ 34 เดือน ตุลาคม 2550



Create Date : 22 พฤษภาคม 2551
Last Update : 22 พฤษภาคม 2551 16:40:36 น. 1 comments
Counter : 970 Pageviews.

 
อาจจะจริงครับ บางครั้งบางบ้านก็ไม่มีการตอบรับใดทั้งสิ้น
รวมถึงเด็กก็ไม่อยากเอาให้พ่อแม่ดู ถ้าพบว่าอาจารย์มีการต่อว่าต่อขานถึงอุปนิสัยเด็กที่คร้านจนอาจารย์เอือม (อย่างผม)

อีกอย่างก็คือพ่อแม่สมัยนี้ทำงานดึกดื่น กลับมาดูข่าว ฟังการเมือง จนลืมการบ้านลูกก็มีถม

ติดเป็นนิสัยให้เด็กไทยโตมาโดยไม่ได้ความร่วมมือทางการศึกษาจากทางบ้านนอกจากค่าเทอม
แถมยังไม่ยินดีให้พ่อแม่มีส่วนร่วมในการเรียนด้วย
แต่ก็ยังมีคนวางแผนการเดินทางให้ลูก เช่น ต้องเรียนหมอ ต้องทนาย ต้องวิศวกร ต้องโน่น ต้องนี่

...
ถึงโรงเรียนจะมีส่วนร่วมแค่ไหน
แต่ถ้าผู้ปกครองยังมีนิสัยทางบ้านอยู่อย่างที่บอก
มันก็คงไม่เวิร์กนะครับ อาจารย์

เอ๋ .. เวลา อาจารย์ดุลูกนี่ เหมือนดุลูกศิษย์ป่ะครับ?
"สายน้ำ! กินข้าวไม่หมดเหรอลูก!?"

"เอฟ"
"เอฟ"

!!!


โดย: bank. IP: 124.121.224.6 วันที่: 26 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:17:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สายน้ำกับสายเมฆ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Locations of visitors to this page

Tracked by Histats.com
Friends' blogs
[Add สายน้ำกับสายเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.