Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
22 ตุลาคม 2554
 
All Blogs
 
เที่ยวหัวใจใหม่เมืองไทยยั่งยืน เรียนรู้ประวัติและความเป็นมาของงานถือศีลกินผักจ.ตรัง ตอนที่ 9





หลังจากที่ย่าได้แปลงร่างเป็นพญาน้อยชมตลาดเมื่อช่วงเช้า โดยสมาชิกในทริปจะแยกย้ายกันไป

ใครสนใจจุดไหน หรือจะไปโฟกัสกันที่จุดไหนก็ไม่ว่ากัน แต่ต้องมารวมพลกันที่หน้าโรงแรมตาม

เวลาที่ทาง ท.ท.ท.กำหนดไว้จะพาพวกเราไปทานเต่เตี้ยมกัน ร้านแนะนำคือร้านนี้ค่ะ พงษ์โอชา 2





สารพัดเมนูเด็จของที่นี่ถูกลำเลียงมาเต็มโต๊ะตามเวลาเป๊ะ ไม่ต้องรอกันนานเลย





อิ่วจาก้วย(ซ้าย),ปาท่องโก๋(ปั๋กถ่องโกว้)ขวา


โกป๋าวเล่าให้ฟังว่า คนทั่วไปเข้าใจว่า อิ่วจาก้วย กับปาท่องโก๋ คือตัวเดียวกัน ที่จริงไม่ใช่

ดูในรูปนี้ก็จะทราบว่า อิ่วจาก้วยก็คือตัวสีเหลืองๆทางซ้ายมือ ส่วนที่เป็นขนมน้ำตาลทราย

ขาวลักษณะเป็นขนมฟูตัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยม ก็คือ ปาท่องโก๋ เหตุที่เกิดความสับสนในครั้งนี้

เกิดจากสมัยก่อนผู้ขายจะนำขนมสองอย่างนี้ใส่หาบเร่ขาย และร้องขายว่า"อิ่วจาก๊วย" แต่

เพียงอย่างเดียวโดยมีปั๋กถ่องโกว้พ่วงมาขายด้วย ขนมปั๋กถ่องโกว้ ต่อมาเสียงเพี้ยนมาเป็น

ปาท่องโก๋ และก็มีสู่ความเข้าใจผิดว่าอิ่วจาก้วยคือคำจีน ส่วนปาท่องโก๋คือคำเรียกในไทย

เรียกให้ถูกต้องตามภาพนี้นะคะ ทราบแล้วเปลี่ยนเน้อ....





ไหนๆก็เล่าแล้ว นำประวัติของอิ่วจาก้วยมาลงให้อ่านกันหน่อยค่ะ ขอบคุณสำหรับลิงค์ค่ะ

----------


ในประวัติศาสตร์จีนซึ่งบันทึกเรื่องราวเกี่ยวข้องคนโกงที่เรียกกันว่ากังฉินนั้นยังมี มากมาย

ไม่เพียงแต่พวกแก๊ง10ขันทีในสามก๊กเท่านั้น ในสมัยของพระเจ้าเกาจงฮ่องเต้แห่ง ราชวงศ์

ซ้อง ประมาณปี พ.ศ. 1670-1704


กังฉินคนนี้ชื่อ ฉินไขว้มีตำแหน่งเป็นอัครมหาเสนาบดีในขณะนั้น ตำแหน่งนี้เทียบเท่านายก

รัฐมนตรีสมัยนี้ ฉินไขว้ใช้อำนาจหน้าที่คดโกงหลอกลวงประชาชนหาผลประโยชน์เข้าตนจน

มีทรัพย์ สินเงินทองมากมายแทบไม่มียุ้งเก็บ รวยแล้วยังไม่พอ โดยมีภรรยาเป็นผู้ร่วมมือ


ฉินไขว้ กล้าที่จะกระทำแม้กระทั่งการปลอมแปลงพระราชโองการของกษัตริย์ส่งไปเรียกตัว

แม่ทัพใหญ่ของพระเจ้าเกาจงที่ถูกส่งออกไปรบอยู่ในแนวหน้ากับพวกแมนจูให้ยก ทัพกลับ

เมืองหลวง เพราะ นายกฯฉินไขว้ รับสินบนจากพวกแมนจู แม่ทัพใหญ่คนนี้ชื่อ งักฮุย (ภาษาจีนกลาง

เรียก เย่เฟย) เป็นขุนพลที่มีความรู้ความสามารถในการรบเป็นอย่างยิ่งเมื่อกองทัพแมนจูยกกำลัง

มารุกรานจีน งักฮุย ได้ถูกส่งออกไปขัดขวางที่ชายแดนอย่างทรหดจนพวกแมนจูอยู่ในสถานที่

เพลี่ยงพล้ำ แต่ด้วยความจงรักภักดีต่อกษัตริย์ เมื่อได้รับพระราชโองการ(ปลอม) ของ นายกฯ

ฉินไขว้ จึงต้องเลิกทัพยกกลับเมืองหลวง ฉินไขว้ได้ใช้การยกทัพกลับเมืองหาว่างักฮุยทิ้งทัพ

ไม่อยู่ป้องกันชายแดนจึงได้สั่งประหารชีวิตงักฮุย แต่เนื่องจากแม่ทัพงักฮุยนั้น แม่ของเขาได้สักคำ

ว่าจงรักภักดีต่อชาติและฮ่องเต้ไว้ที่กลางหลัง กษัตริย์จึงทราบว่าแท้ที่จริงแล้วงักฮุยนั้นเป็นคนจง

รักภักดี แต่ถูกใส่ร้าย


ต่อมาทางการทราบข้อเท็จจริงว่า ฉินไขว้ เป็นคนวางแผนทั้งหมดที่จะกำจัดงักฮุย ด้วยการ

ปลอมแปลงพระราชโองการ ฉินไขว้ และภรรยาจึงถูกประหารชีวิตให้ ตายตกตามกันไปและ

มีการสร้างศาลบูชางักฮุยขึ้นเพื่อระลึกถึงความสัตย์ซื่อต่อแผ่นดินและต่อกษัตริย์ ส่วน ฉินไขว้

กับภรรยานั้นประชาชนปั้นรูปของบุคคลทั้งสองคุกเข่าก้มหน้าอยู่หน้า ศาลเพื่อเป็นการประจาน


ร้ายกว่านั้นก็คือมีการนำเอาแป้งทำเป็นท่อนเล็กๆ ทอดน้ำมันที่ร้อนจัด แป้งท่อนเล็กๆ ที่ประกบ

คู่กันนี้ใช้แทนตัวฉินไขว้กับภรรยาซึ่งคนจีนกลางเรียกว่า "เหย่าจาไขว่" (แต้จิ๋วเรียกอิ่วจาก้วย

- อิ่ว คือ น้ำมัน จ้า คือ ทอด ไขว่ คืออาหารที่ทำจากแป้ง ) เคี้ยวกินกันให้หายแค้นจนถึงทุกวันนี้นี่เองงงงงงงงงงง


//www.siamnaliga.com/forum/index.php?s=6457c682955812f53bbee5d1bf135f95&act=ST&f=9&t=48837


------------


เจ้าของร้านคนสวยถ่ายกับชายกาง การกดlike กำลังอินเทรนด์ค่ะ





โกป๋าว วิทยากรกิติมศักดิ์ กับคุณ ศลิล โตทับเที่ยง ประธานหอการค้าจังหวัดตรัง

ยอดนักพัฒนาธุรกิจและการท่องเที่ยว ของจังหวัดตรัง





ถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึก ย่ากลัวไม่อินเทรนขอถ่ายด้วย

ในภาพ โกป๋าว,ย่าดา,คุณวิผู้ช่วยผอ.จากท.ท.ท.





เมนูเต่เตี้ยมจากเลตรัง 2 น้อยพลอยนำส่งชายกาง ตามออเดอร์ที่ชายกางสั่งไว้





เต่เตี้ยมควันฉุย น่าทานมากๆ





ผอ. จรัญ ชื่นในธรรม (คนกลาง) เล่าให้พวกเราฟังว่า วิถีชีวิตคนเมืองตรัง

เป็นวิถีชีวิตที่น่าสนใจ มีอาหารการกินเป็นวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร


จากการที่คนพื้นเมืองตรังมีอาชีพทำสวนยางเป็นหลักและเป็นคนเชื้อสายจีน

อาหารเช้าของคนเมืองนี้ที่ขึ้นชื่อจึงเป็นหมูย่างกับปาท่องโก๋ กาแฟ ซึ่งเป็น

อาหารหนัก เนื่องจากคนกรีดยางต้องทำงานตั้งแต่หลังเที่ยงคืนไปจนเช้า

ผู้คนจึงนิยมกินหมุย่างเป็นอาหารเข้า และอีกอย่างหนึ่งที่นิยมคือ ติมซำหรือ

แต้เตี้ยมเป็นของนึ่ง เช่น ขนมจีบฮะเก๋า ซาละเปาและกินกับกาแฟ และอิ่วจาก้วย


ในขณะเดียวกันก็อับเดทข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับราคายางกันที่นี่ เพราะที่ร้าน

กาแฟจะมีราคายางและข่าวสารความเป็นไปให้ได้ทราบกัน สมัยก่อนข่าวสาร

ต่างๆไม่ได้มีออนไลน์เหมือนอย่างปัจจุบัน ก็อาศัยร้านกาแฟนี่แหละรับรู้ข่าวสาร

ต่างๆ แม้แต่หนุ่มสาวก็มักไปเจอกันที่ร้านกาแฟจนเป็นวิถีปฏิบัติ คนเมืองนี้กิน

กาแฟกันทั้งเช้าและเย็น จะสังเกตุได้ว่าร้านกาแฟและอาหาร เต่เตี้ยม มีอยู่ทั่วไป





กาแฟโบราณหรือเปล่าไม่รู้ค่ะ แต่ที่บรรจุทันสมัยล้ำทีเดียวเชียว





หลากหลายเมนู เรียกว่าชิมอย่างละคำก็อิ่มแปร้กันเลยทีเดียว





เมื่ออิ่มหนำสำราญกันดีแล้ว วันนี้เราจะไปชมศาลเจ้ากันค่ะ ที่เราจะไปชมนี่คือ

ศาลเจ้าแห่งแรกของที่นี่ค่ะ

ต้องไต่บันไดลงไปค่ะ อยู่ติดกับแม่น้ำท่าจีน





ศาลเจ้าฮงสั้นซี้ อ.เมือง จ.ตรัง


จุดเริ่มต้น เทศกาลถือศีลกินผักเมืองตรัง


เมื่อประมาณ 150 ปีก่อน กลุ่มชาวจีนฮกเกี้ยนอพยพจากเมืองจีน โดยทางเรือ

ขึ้นที่ท่าเรือกันตัง และล่องเรือต่อมาตามแม่น้ำตรัง โดยขึ้นฝั่งที่บ้านท่าจีน อยู่

ในเขตอำเภอเมืองในปัจจุบัน เนื่องจากเห็นว่าเป็นชัยภูมิที่ดี แต่การที่คนจีนมา

อยู่รวมกันหมู่มากเช่นนี้ ต้องสร้างความสามัคคีในกลุ่ม เพื่อความอยู่รอด จึง

ได้สร้างศูนย์รวมจิตใจ นั่นก็คือ"ศาลเจ้า" นั่นเอง


เมื่อคนจีนอยู่รวมกันและจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆก็ได้มีการนำลัทธิประเพณี เช่น

พิธีถือศีลกินผักจากมลฑลฮกเกี้ยนมาจัดที่วัดปอนด์ หรือวัดประสิทธิชัยใน

ปัจจุบัน โดยในการจัดพิธีดังกล่าวมีผู้ที่ได้รับการจารึกว่าเป็นผู้นำในพิธีถือ

ศีลกินผัก 5-6 คน ได้แค่ เท่าที่ปรากฏ เช่น ก๋งห่ามโส้ เป็นฮวดซู (ผู้เชี่ยวชาญ

ในพิธีกรรม ทำหน้าที่เป็นผู้เชิญองค์พระหรือเทพเจ้า) กงบี่,หลิ่มก๊กจุ้ย ป้อตั้งไล่

แปะจั๋ง และหลิมอิ้วถก


ในปี 2423 พิธีถือศีลกินผักก็ได้แผ่กระจายอย่างกว้างขวางจนถึงปัจจุบัน





องค์โกยเซ่งอ๋อง ณ ศาลเจ้าห่องซานสี่ (ฮงสั้นซี้) ที่ จ.ตรัง





แส้สำหรับใช้ในพิธี





น่าจะเป็นองค์นาจา





ศาลเจ้าฮงสั้นซี้ จ.ตรัง


-----------


ที่มาของคำว่า ...กินผัก


สืบเนื่องจากกลุ่มชนที่จัดให้มีพิธีถือศีลกินผัก ที่จังหวัดตรัง ในสมัยเริ่มแรกเป็น

กลุ่มชาวจีนฮกเกี้ยน โดยเรียกพิธีนี้ว่า"เจียะฉ่าย" (เจียะ แปลว่า กิน ฉ่าย แปลว่า

ผัก ) คนตรังจึงเรียกพิธีนี้ในเวลาต่อมาว่า"กินผัก" และเรียกศาลเจ้าว่า"โรงพระ"

ต่อมาชาวจีนกลุ่มอื่นๆ อพยพมาอาศัยอยู่ในเมืองไทยมากขึ้น และต่างก็นับถือ

และศรัทธาพิธีดังกล่าว จึงมีชื่อเรียกที่ตามกันมาตามสำเนียงภาษา เช่น "เจ"


เจ เดือน 9 (ถือหลักกินเจ 9 วัน กับเทพเจ้า 9 พระองค์ ในเดือน 9 ตามปฏิทิน

จันทรคติของจีน "อาหารเจ หรือมังสะวิรัต" ล้วนแต่เป็นอาหารนักบุญ ผู้มีเมตตา

ธรรม ไม่ประสงค์นำชีวิตสัตว์โลกมาต่อชีวิตตน ..และพิสูจน์แล้ว มนุษย์ไม่กินเนื้อ

สัตว์ ก็ดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งทั่วโลกมีคนที่กินอาหารที่ไม่เจือปนเนื้อสัตว์มากมาย

แม้จะต่างลัทธิความเชื่อแต่ทุกคนก็มีใจเมตตา


ดังนั้น "กินผัก" ในที่นี้ก็คือ"กินเจ" นั่นเอง





ภาพรวมของศาลเจ้าฮงสั้นซี้





ศาลเจ้าแห่งนี้ได้คุณอนันต์ ไกรเทพ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านท่าจีน อ.มือง

จ.ตรังเป็นผู้ดูแล





จากนั้นพวกเราก็ไปต่อกันที่ ศาลเจ้ากิวอ๋องเอี่ย


เจาะลึกศาลเจ้าที่ร่วมประเพณีถือศีลกินผัก


ศาลเจ้ากิวอ่องเอี่ย


ตั้งอยู่เลยที่ 169 ถ.ท่ากลาง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ตรงข้ามกับวัดตันตยา

ภิรมพระอารามหลวง เป็นศาลเจ้าแห่งแรกของตรังที่มีการจัดประเพณีถือศีล

กินผัก และยังคงปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างเคร่งครัดจวบจนทุกวันนี้ องค์ประธาน

ของศาลแห่งนี้ คือ องค์กิวอ๋องไต่เต่ ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวจังหวัดตรังเชื้อ

สายจีนมานับร้อยปี ชาวตรังส่วนใหญ่ล้วนขอบารมีท่านในการช่วยขจัดปัดเป่า

ความทุกข์ เรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย คดีความ และขอพรให้ประสบความสุขความเจริญ

ในทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องขอให้หายจากเจ็บไข้ได้ป่วย


เนื่องจากศาลแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานองค์ "ปักเต้าแชกุน" เทพเจ้าชั้นผู้ใหญ่ที่มี

สมญานามว่า "เทพเจ้าแห่งความตาย" มีหน้าที่ดูแลบัญชีรายชื่อผู้ที่สิ้นอายุขัยให้

เป็นไปตามมติสวรรค์


เชื่อกันว่าหากได้กราบไหว้ขอพรจากองค์"ปักเต้าแชกุน" แล้วจะได้รับอานิสงค์

มีอายุขัยยืนยาว ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และอันตรายทั้งปวง ร่างกายแข็งแรง

ไม่เพียงแต่ชาวตรังเท่านั้นที่เคารพศรัทธาในองค์ศักดิ์สิทธิ์ ศาลเจ้ากิวอ่องเอี๋ย

ชาวไทยเชื้อสายาจีนทุกหนแห่งรวมทั้งชาวต่างชาติ ยังหลั่งไหลมากราบท่านไม่ขาดสาย





สะดุดตาลวดลายของศาลาด้านหน้าศาลเจ้า สวยมากค่ะ





รถที่นำพวกเรามาส่งจอดอยู่ที่ด้านในของประตูทางเข้า แล้วพวกเราต้องเดินกัน

ไปที่ตัวศาลเจ้าไกลเหมือนกันค่ะ





สถานที่กว้างขวางมากค่ะ เก็บช๊อตบริเวณนั้นมาให้ชม





ศาลด้านข้างค่ะ





ถึงแล้วศาลเจ้ากิวอ๋องเอี่ย





เสี่ยงเซียมซีกันไหมคะ





ความศักดิ์สิทธิ์ และความศรัทธาของชาวตรัง..ที่ต้องพบเจอในช่วงประเพณีถือศีลกินผัก


เง็กเซียนฮ่องเต้ (เง็กอ๋องไต่เต่) เทพเจ้าสูงสุดของจีนทั้งสามภพ ตามลัทธิเต๋า

(ถ้าตามคติความเชื่อของคนไทย คือท้าวสักกะเทวราชนั่นเอง) ผู้เสด็จมาเป็น

ประธานในพิธีชุมนุมเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้รับรู้ถึงพิธีกินเจ พร้อมทั้งเสด็จ

เป็นประธานพิธีถือศีลกินผัก


กิวอ๋องไต่เต่ หรือ กิ่วอ๊วงฮุดโจ้ว หนึ่งในเทพเจ้าทั้ง 9 พระองค์ผู้เป็นประธานใน

พิธีกรรมถือศีลกินผัก


ตามความเชื่อของชาวจีนเกี่ยวกับ พระพุทธเจ้า 7 องค์และพระโพธิสัตว์ อีก 2 องค์

รวมเป็น 9 พระองค์ ได้แบ่งภาคลงมาเป็นเทพเจ้า 9 องค์ ทรงเครื่องแบบกษัตริย์

จึงทรงได้รับการขนานพระนามว่า"เก้าอ๊วง" หรือ "กิ้วอ๊วง" หรือ "กิวอ๋อง" แปลว่า

นพราชา แล้วเทพเจ้าทั้งเก้าก็ได้ทรงแบ่งภาคต่อจากภาคของการเป็นเทพเจ้าลง

ไปเป็นดาวพระเคราะห์ 9 ดวง เพื่อการบริหารธาตุทั้งห้าที่ประกอบกันเป็นจักรราศี

แห่งดวงชะตา โดยบนพื้นฐานความเชื่อที่ว่า


คนเรานั้น ถ้าไม่มีธาตุลม ย่อมถึงแก่ความตาย


สัตว์ทั้งหลาย ถ้าไม่มี่ธาตุน้ำเป็นที่อาศัย ก็อยู่ไม่ได้


ต้นไม้ทั้งมวล ถ้าหมดธาตุดิน ก็อับเฉาเหี่ยวตาย


สัตว์โลกทั้งปวง ถ้าไม่มีธาตุไฟ ก็ไม่มีชีวิตอยู่ได้แน่นอน


ธุรกิจการค้า ถ้าไม่มีธาตุทอง ที่ใช้เป็นเบื้องหลังค่าของเงินตรา ระบบการค้าจะ

ดำเนินไปไม่ได้





ดาวพระเคราะห์ 9 ดวงนี้ คือ


1. พระอาทิตย์ ภาษาจีนเรียกว่า ไท้เอี๊ยงแชแช แปลว่า ดวงดาว

2. พระจันทร์ คือ ไท้อิมแช

3. ดาวพระอังคาร หรือ ฮวยแช

4. ดาวพระพุธ หรือ จุ๊ยแช

5. ดาวพระพฤหัสบดี หรือ บั๊กแช

6. ดาวพระศุกร์ หรือ กิมแช

7. ดาวพระเสาร์ หรือ โท้วแช

8. ดาวพระราหู หรือ ล่อเกาแช

9. ดาวพระเกตุ หรือ โกยโต้วแช


ในทุกวันขึ้น 1 ค่ำถึง 9 ค่ำ ในเดือน 9 ตามจันทรคติ(จีน) ซึ่งตรงกับช่วงประเพณี

ถือศีลกินผัก จะเสด็จลงมาประทานพรอำนวยความสุขแก่ผู้ประพฤติดี และลงโทษ

บุคคลผู้ประพฤติชั่ว ประชาชนที่ร่วมประเพณีถือศีลกินผัก จะต้องรักษาศีล คู่กับ

การกินผัก รวมทั้ง บำเพ็ญ ทาน เมตตา





โถงด้านในกิวอ๋องเอี่ย





นับเป็นความโชคดีของกลุ่มเราที่ได้โกป๋าวมาเป็นวิทยากรกิติมศักดิ์ครั้งนี้ ทำให้เรา

ได้ชมเกี้ยวพระหรือตั๋วเลี่ยน ซึ่งเป็นที่ประทับพระกิวอ๋องไต่เต่ (นพราชา) แบบเต็มๆตา


เพราะโดยปรกติแล้วเกี้ยวนี้จะใส่อยู่ในตู้ล๊อกกุญแจ โกป๋าวเปิดตู้ให้พวกเราได้ชม

รายละเอียด ทำได้งดงามมาก ซึ่งต่อไปจะไม่มีอีกแล้ว จึงถือได้ว่าเกี้ยวนี้เป็นสิ่ง

ล้ำค่าที่จะต้องเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี จะเปิดนำมาใช้งานต่อเมื่อมีงานพิธีแห่เท่านั้น


และต่อไปจะมีการทำเกี้ยวพระจำลองมาไว้ใช้แทน เพราะระหว่างพิธีแห่เกี้ยวพระ

อาจจะทำให้เกี้ยวพระสึกหรอได้ ส่วนเกี้ยวพระอันจริงจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติ

ให้ลูกหลานได้ชมสืบไป


คำอธิบายเพิ่มเติม รูสองรูคือที่สำหรับสอดไม้คานสำหรับแห่เกี้ยวพระ

อักษรภาษาจีนด้านข้าง ด้านซ้ายคือชื่อผู้ออกทุนสร้างเกี้ยวพระ ส่วนด้านขวามือ

คือชื่อของผู้ทำเกี้ยวพระ





โกป๋าวอธิบายให้พวกเราฟังว่า มีความเชื่อว่าผู้ทำเกี้ยวพระหากทำเสร็จสิ้นสมบูรณ์

แล้ว ผู้ทำจะต้องสิ้นชีวิต จึงต้องทำแบบเหมือนกับว่ายังไม่เสร็จ สังเกตุฝักดาบทาง

ขวามือยังไม่ได้ระบายสี เป็นเคล็ดว่างานชิ้นนี้ยังทำไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์





ระหว่างที่เราชมศาลเจ้าอยู่นั้น มีหนุ่มใหญ่จากมาเลเซียมาสวดมนต์ขอพรอยู่ด้วยค่ะ





หลังคาศาลเจ้า





สิ่งที่โกป๋าวภูมิในนำเสนออีกชิ้นหนึ่งคือ กระถางธูปไม้แกะสลักโบราณที่เก่าแก่ขี้นชื่อ

ของศาลเจ้าแห่งนี้ค่ะ





สำหรับใช้ในขบวนแห่เจ้า เป็นไม้น่าจะหนักหลายกิโลอยู่ ย่าลงยกดูยกไม่ขึ้นเลยค่ะ




โกป๋าวเล่าให้พวกเราฟังว่าการไหว้เจ้าไม่ใช่สิ่งงมงาย ผู้ไหว้เจ้าจะต้องปฏิบัติดี มีจิตใจที่ดีงามค่ะ







พระโพธิสัตว์กวนอิมโต๊ะ 11 ธูป3 ดอก

ตั้งอยู่ด้านนอกของศาลเจ้าค่ะ





สวยงามมากค่ะ





ลวดลายมังกรที่เสา แต่เป็นส่วนขามังกรค่ะ





ขอขอบคุณข้อมูล จาก ท.ท.ท. ทำให้พวกเราได้ความรู้เพิ่มเติมในการเที่ยวครั้งนี้

เป็นอย่างยิ่ง ย่าจึงขอเอามานำเสนอประกอบภาพครั้งนี้เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้อ่านค่ะ





ลากันด้วยภาพนี้นะคะ มังกรขาวที่บันไดศาลเจ้ากิวอ่องเอี่ย ฝั่งตรงกันข้ามเป็นเจดีย์

วัดตันตยาภิรมพระอารามหลวง


"หนึ่งคนกินผัก หมื่นชีวิตรอดตาย"





สวัสดีค่ะ หากท่านใดจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องยิ่งขึ้นก็ยินดีนะคะ


Create Date : 22 ตุลาคม 2554
Last Update : 26 ตุลาคม 2554 13:41:22 น. 5 comments
Counter : 2585 Pageviews.

 

แวะมาเจิมค่ะย่าดา
แหล่มค่ะแวะมาโหวต Travel Blog ให้ค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 22 ตุลาคม 2554 เวลา:13:00:48 น.  

 
สวัสดีครับย่าดา

เพิ่งรู้ว่าย่าชอบดอกไม้ครับ วันนี้มาโหวตใหด้วยนะครับ


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 23 ตุลาคม 2554 เวลา:12:39:29 น.  

 
ขอบคุณหนูอุ้ม และคุณตฤน ที่โหวดให้ค่ะ


โดย: ดา ดา วันที่: 23 ตุลาคม 2554 เวลา:15:38:12 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
--------------------------------
หายๆโผล่ๆอย่าว่ากันนะคะ น้ำขึ้นอีกแล้ว เหนื่อยใจจัง แต่ที่กั้นเอาไว้น้ำยังไม่เข้าบ้าน แค่ซึมเล็กน้อย แต่สงสารคนกรุงเทพฯเหลือเกิน วันนี้ดูข่าวจระเข้อาละวาดแถวบางบัวทอง ชาวบ้านต้องหวาดผวา เมื่อไรจะกลับคืนสู่ปกติเสียที ประเทศไทยคงบอบช้ำมากๆ ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มีให้เสมอมานะคะคุณดา


โดย: เกศสุริยง วันที่: 23 ตุลาคม 2554 เวลา:20:46:52 น.  

 
ขอบคุณทุกท่านค่ะ
คุณตฤน ย่ามีเวบดอกไม้ด้วยนะคะ
//www.sarapad.com/dada


โดย: ดา ดา วันที่: 24 ตุลาคม 2554 เวลา:18:30:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดา ดา
Location :
1 Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




หัวใจติดปีก สัญจรผ่านมุมมองของกล้อง ทดลองสิ่งใหม่...
เวบดอกไม้ของย่าดา
โค๊ดแบนเน่อร์เวบดอกไม้,เวบบล๊อกแกงค์ของย่าดา ...คลิ๊กหน้านี้ค่ะ
.
ผลงาน1สมุดมด
ผลงาน2สมุดสร้างสุข
online
กลับไปหน้าเมนคลิ๊กค่ะ
โปรดทราบ มือถือย่ากลับมาใช้ได้อีกครั้งแล้วโปรดติดต่อผ่านทางมือถือได้ดังเดิมแต่หากติดต่อแล้วปราศจากคนรับสายก็ติดต่อทางออฟฟิตได้อีกทางที่เบอร์ออฟฟิต 02-7120222 (ย่าดา (ดา ดา) สุดา) http://dada.bloggang.com

Friends' blogs
[Add ดา ดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.