Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
13 กรกฏาคม 2555
 
All Blogs
 
เที่ยว มูลนิธิ สืบ นาคะเสถียร ..ตามรอย ..บ้านหลังสุดท้าย... ที่ห้วยขาแข้ง

จากบล๊อก
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง HUAI KHA KHAENG WILDLIFE (หากยังไม่ได้ชมคลิ๊กค่ะ)


และแล้วพวกเราก็มาถึง มูลนิธิ สืบ นาคะเสถียร อลังการด้วยต้นไม้ใหญ่

เทียบอัตราส่วนกับคุณก๊อฟ สารถีประจำกลุ่มของเรา





เจอะประตูทางโค้งสวยๆ ขอเป็นที่ระลึกสักภาพ





ช่วงที่เราไปเที่ยวนี้เป็นช่วงเวลาที่ ว่านนางคุ้มกำลังผลิบานสวยเลยทีเดียว น่ารักมาก





ขอภาพclose up สักภาพ





สัญญลักษณ์มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร





ชีวิตและผลงาน สืบ นาคะเสถียร

แนวคิดและอุดมการณ์ของ สืบ นาคะเสถียรSeub's Beliefs

"ผมคิดว่าป่าไม้จะอยู่ได้ คนต้องอยู่ได้ก่อน เพราะคนที่ด้อยโอกาสในสังคม

เขาไม่สามารถจะไปเรียกร้องอะไร เขาไม่มีอำนาจ ไม่มีอิทธิพลอะไร คนพวกนี้

อยู่กับธรรมชาติ อยู่กับป่าไม้ เขาควรที่จะได้ใช้ประโยชน์จากป่า ผมคิดว่าป่าจะอยู่

หรือไม่ขึ้นอยู่กับคนเหล่านี้ด้วย หากคนของรัฐเข้าใจปัญหานี้แล้ว

กำหนดนโยบายออกมาเพื่อคนกลุ่มนี้บ้าง ปัญหาก็จะหมดไป"


สืบ นาคะเสถียรพยายามผลักดันให้มีการจัดการพื้นที่ป่ากันชน รัศมี ๕ กิโลเมตร

ที่ติดกับแนวเขตฯห้วยขาแข้งด้านตะวันออก ซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติ โดยชาวบ้าน

ยังสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ด้วยการเก็บหาของป่าตามแนวป่ากันชนได้





แนวคิดและอุดมการณ์ของ สืบ นาคะเสถียร Seub's Beliefs

"เดี๋ยวนี้เขื่อนเริ่มเข้าไปในพื้นที่อนุรักษ์แล้ว เพราะป่าข้างนอกหมดแล้ว หากว่า

การสร้างเขื่อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ยังทำได้อีกต่อไป ผมว่าอนุรักษ์ในอนาคต

คงไม่มีความหมายอะไร เหลือแต่ชื่อเอาไว้ว่าเคยเป็นป่าอนุรักษ์

มาก่อน


ผลกระทบจากการสร้างเขื่อน เป็นกระบวนการทำลายแหล่งพันธุกรรมตลอดจน

แหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์ป่า ซึ่งถือได้ว่าเป็นหัวใจของผืน

ป่าทั้งหมด ที่มนุษย์มิอาจสร้างขึ้นมาใหม่ได้"


สืบ นาคะเสถียร ได้ใช้ ความรู้ทางวิชาการ ประสบการณ์ และบทเรียน จากการเป็น

หัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนเชี่ยวหลาน รวบรวม

และนำเสนอข้อมูล เพื่อปกป้องบ้านหลังสุดท้ายของสัตว์ป่า ที่จะถูกทำลายจากการสร้าง

เขื่อนน้ำโจน ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จังหวัดกาญจนบุรี





"ถ้าเรามีพื้นที่ป่าที่ดีที่สุดคือห้วยขาแข้งแล้วเรายังไม่รักษา แม้แต่กรมป่าไม้เองก็ยัง

ไม่สนใจรักษา ก็อย่าหวังว่าจะรักษาที่อื่นให้รอดได้"


"คนที่อยากอนุญาตให้ทำไม้ก็คนกรมป่าไม้ คนที่จะรักษาก็เป็นกรมป่าไม้เหมือนกัน

ของนี้จะใส่มือซ้ายหรือมือขวาดี ถ้าใส่มือขวา มือซ้ายก็อด"


ด้วยพื้นฐานของการเป็นนักวิชาการ สืบ นาคะเสถียร ได้ใช้ข้อมูลทางวิชาการเมื่อ

ครั้งทำงานการศึกษาวิจัยสัตว์ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ชี้แจง

อภิปราย รณรงค์ให้ประชาชนในจังหวัด อุทัยธานี ร่วมลงชื่อ คัดค้านการสัมปทาน

ทำไม้ในพื้นที่เขตุรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง





๘เดือน กับการเป็นหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง"สืบ" ทำงานอย่างหนัก

เพื่อการอนุรักษ์และคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติในผืนป่าแห่งนี้ แต่ผลที่ได้รับกลับ

ไม่เป็นอย่างที่หวัง คนส่วนใหญ่ในสังคมยังไม่มีใครเข้าใจหรือเห็นความสำคัญของ

ปัญหาที่เกิดขึ้น ยังคงมีสัตว์ป่าถูกล่า และมีการตัดไม้อย่างที่หาคนกระทำผิดไม่ได้

รวมถึงเจ้าหน้าที่อีกหลายคนที่ต้องแลกชีวิตกับการปกป้องสิ่งเหล่านี้


๑ กันยายน ๒๕๓๓ "สืบ" ตัดสินใจที่จะต่อชีวิสัตว์ป่าและบ้านของสัตว์ป่า โดยเรียกร้อง

ให้สังคมหันมาตระหนักถึงปัญหาของการทำลายทรัพยากรธรรมชาติด้วยการใช้ชีวิต

ของตัวเองเป็นเดิมพัน

***๙ ธันวาคม ๒๕๓๔ ผลของความมุ่งมั่นและทุ่มเท และความหวังของ"สืบ"ที่มีต่อผืน

ป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร ได้รับการตอบรับจากสังคม ทั้งในระดับชาติและ

นานาชาติ โดยองค์การยูเนสโกได้ให้การยอมรับและประกาศรับรองให้เขตรักษาพันธุ์

สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติของโลก

ซึ่งถือได้ว่าเป็นผืนป่าแห่งแรกของประเทศไทย ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกเช่นนี้





เมื่อได้รับตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง"สืบ" เริ่มงานท่ามกลาง

ปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรของผืนป่าแห่งนี้ อย่างคนที่ไม่กลัวงานหนัก "สืบ"

ทำงานแบบนักอนุรักษ์ที่มีพื้นฐานทางวิชาการที่ดีเยี่ยม


"สืบ" เร่งดำเนินการทุกอย่างทั้งงานป้องกันปราบปราม งานศึกษาวิจัยทางวิชาการ

และงานเผยแพร่ประชาสัมพันธุ์อย่างเต็มความสามารถ ภายใต้ความคิดที่คิดว่าสิ่ง

ต่างๆหล่านี้จะช่วยแก้ไข หรือบรรเทาปัญหาของการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

ในพื้นที่ผืนป่าแห่งนี้ให้ลดลงหรือหมดไป


ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง"สืบ" ยังได้ใช้ความพยายามทุ่มเทในการเก็บข้อมูลทางวิชาการ

ด้านต่างๆ ของผืนป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร พื่อเสนอต่อองค์การยูเนสโก (UNESCO)

ให้ผืนป่าแห่งนี้เป็นมรดกทางธรรมชาติของโลก ด้วยความที่เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้ จะเป็นหลักค้ำ

ประกันให้พื้นที่อันสำคัญ ยิ่งนี้ได้รับการคุ้มครองและดูแลอย่างเต็มที่





ปี ๒๕๒๙"สืบ" ได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าที่ตกค้าง

ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา(เชี่ยวหลาน) จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประสบการณ์จาก

การทำงานในโครงการฯ ทำให้"สืบ" ได้บทสรุปกับตัวเองว่า"ผลกระทบจากการสร้างเขื่อน

เป็นกระบวนการทำลาย แหล่งพันธุกรรม ตลอดจนแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารที่สำคัญ

ของสัตว์ป่า ถือได้ว่าเป็นหัวใจของผืนป่าทั้งหมดที่มนุษย์มิอาจสร้างขึ้นมาใหม่ได้


หลังโครงการอพยพสัตว์ป่าตกค้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน"สืบ" ได้ใช้ความเป็น

นักวิชาการต่อสู้เพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่าด้วยความรู้ทางวิชาการ ประกอบกับประสบการณ์ที่ได้

จากการทำงานที่ผ่านมา มีการค้นคว้า รวบรวมเอกสาร และข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อการป้องกัน

ทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่า เช่น ในกรณีคัดค้านการสร้างเขื่อนน้ำโจน ที่จังหวัดกาญจนบุรี

ในปี ๒๕๓๐


"สืบ กลับมาปฏิบัติราชการในกองอนุรักษ์สัตว์ป่า ในปี ๒๕๓๑ ก่อนจะตัดสินใจเข้ารับ

ตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ในเดือนธันวาคม ปี ๒๕๓๒





เป็นข้างราชการกรมป่าไม้ Becoming a Forest Officerปี ๒๕๑๘ "สืบ" สอบเข้ารับ

การบรรจุเป็นข้าราชการของกรมป่าไม้ โดยสอบได้เป็นอันดับที่ ๓ของการสอบในครั้งนั้น

และในช่วงเวลานั้นเอง"สืบ" ได้เลือกทางเดินในเส้นทางของการอนุรักษ์ ด้วยการเลือกที่

จะทำงานในกองอนุรักษ์สสัตว์ป่า และได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำเขต

รักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขีจนยว-เขาชมภู่ ในตำแหน่งพนักงานป่าไม้ตรี ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

เขาเขียว -เขาชมภู่


"สืบ"ทำงานด้วยความตั้งใจ ทุ่มเท และที่สำคัญ "สืบ" เป็นข้าราชการที่ซื่อสัตย์

ต่ออาชีพของตนอย่างที่สุด


ในปี ๒๕๒๒ "สืบ" ได้รับทุนจาก British Council ไปศึกษาต่อในสาขาวิชา

อนุรักษ์วิทยา ที่มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ และเมื่อจบการศึกษา

แล้ว ได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบางพระ จังหวังชลบุรี


ในปี ๒๕๒๖ "สืบ" ขอย้ายตัวเองกลับมาปฏิบัติงานประจำฝ่ายวิชาการ กองอนุรักษ์

สัตว์ป่า เพราะอยากทำงานวิชาการ และงานศึกษาวิจัย ซึ่งเป็นงานที่"สืบ" ชอบและมี

ความสุขที่จะทำมากที่สุด ซึ่งในช่วงเวลานี้"สืบ" ได้ใช้ความรู้ที่ได้เรียนมา ทำงานวิจัย

ด้านการอนุรักษ์ออกมาหลายชิ้น





แนวความคิด และอุดมการณ์ของ สืบ นาคะเสถียร Seub's Beliefs

"ห้วยขาแข้งไม่ได้เป็นป่าปิด สำหรับสัตว์ป่าหรือคนเฉพาะกลุ่ม ผมอยากให้ทุกคนได้เข้ามา

สัมผัสป่าห้วยขาแข้ง มาเป็นสัตว์ป่า จะได้รู้ว่าป่าห้วยขาแข้งมีคุณค่า จะได้เกิดความรัก

เกิดความหวงแหนป่าผืนนี้"


"จะเป็นไปได้ไหม ที่รัฐบาลจะเปิดใจกว้าง โดยการให้ทุกฝ่าย ทั้งประชาชน ผู้นำในท้องถิ่น

ผู้แทนราษฎร นักวิชาการที่เกี่ยวข้อง มาพูดคุยร่วมกัน คือบางคนอาจจะต้องรับสถานภาพ

ของบางกลุ่ม ข้างราชการอาจจะต้องยอมรับสถานภาพของประชาชน คือลดตัวลง ในขณะ

เดียวกันก็เพิ่มฐานะของเข้าให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญห่าร่วมกัน แทนที่จะพูดกันคนละที"





แนวความคิด และอุดมการณ์ ของสืบ นาคะเสถียร Seub's Beliefs

"ผมพูดได้เลยว่า มันมีการยิงกันทุกวัน ไปตามก็เจอแต่กองไฟ เจอซากที่ชำแหละ

ไว้เรียบร้อย จับได้ครั้งหนึ่งมันพร้อมจะล่าสิบครั้งกว่าจะโดนปรับ ถูกปรับแค่ ๕๐๐ บาท

คุกก็ไม่ต้องติด กว่าจะตามจับมันได้ต้องไปอดหลับอดนอนแบกข้าวสารไปกินในป่า

มันหนีแต่เราต้องตามจับ...


"อย่างลูกน้องผมถูกนายพรานยิงตายสองคน เจ้าหน้าที่ยิงก่อนไม่ได้ ถือสว่าเกินกว่าเหตุ

ผู้ต้องหามันเห็นหน้าเรา มันยิ่งใส่เราแล้ว เราก็ตาย เรามีค่าเหรอ ตายไปอย่างดีก็เอาชื่อ

มาติดที่อนุสาวรีย์หน้ากรมป่าไม้"


สืบ นาคะเสถียร รู้ถึงปัญหาและความยากลำบากในการทำงานของผู้พิทักษ์ป่า

ซึ่งเป็นลูกจ้างรายวันที่ไม่มีสวัสดิการใดๆ และวันหนึ่งลูกน้องที่ส่งออกไปปฏิบัติ

หน้าที่อาจถูกยิงตายอย่างไร้ค่าเพราะไม่มีคนสนใจขาดแคลนทั้งอาวุธและวิทยุสื่อสาร

สืบไม่ใช่คนกลัวตาย แต่ทนไม่ได้ที่ลูกน้องของเขาต้องตายไปต่อหน้า โดยที่


เขาไม่อาจทำอะไรได้ "จะต้องไม่มีใครตายในเขตุข้วยขาแข้ง ถ้ามีก็ต้องเป็นผม"





"ป่าอนุรักษ์ผืนนี้ นับได้ว่าเป็นผืนป่าธรรมชาติที่มีคุณค่า และมีความสำคัญยิ่งต่อ

การอนุรักษ์ไว้ในรูปแบบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อให้ยังคงสภาพความเป็น

ธรรมชาติที่ประกอบไปด้วยความหลากหลายของสภาพป่า ชนิดพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ ตลอด


จนเป็นผืนป่าอนุรักษ์ที่จะสามารถคุ้มครอง ความอยู่รอดของสัตว์ป่ามิให้สูญพันธุ์ไป จาก

การทำลายโดยรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการล่า การตัดไม้ทำลายสภาพป่า ซึ่งเป็น

แหล่งที่อยู่เฉพาะของสัตว์ป่าแต่ละชนิด รวมกระทั่งถึงการพัฒนาที่ไม่ได้ตั้งอยู่บน




พื้นฐานของการรักษาระบบนิเวศวิทยาของสิ่งมีชีวิต"


บทสรุปตอนท้ายของเอกสารรายงานทางวิชาการ ที่ สืบ นาคะเสถียร พยายามผลักดัน โดยใช้

ความมุ่งมั่น และลงมือเก็บข้อมูล เร่งรวบรวมข้อมูลและเขียนเอกสารรายงาน นำเสนอต่อ

คณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโก เพื่อต้องการที่จะให้ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรและห้วยขาแข้ง

ได้รับการคุ้มครองและดูแลอย่างดี หากได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ





"ผมสนใจงานวิจัยมากกว่าที่จะไปวิ่งจับคน เพราะว่าจับได้แค่ตัวเล็กๆ ตัวใหญ่ๆ

จับไม่ได้ก็เลยอึดอัดว่า กฎหมายบ้านเมืองนี้มันใช้ไม่ได้กับทุกคนมันเหมือนกับ

ว่าเราไม่ยุติธรรม เรารังแกชาวบ้านในความรู้สึกของเขา เหมือนกับไม่ได้ให้ความ

ยุติธรรมแก่คนในสังคม ในฐานะที่ผมมีหน้าที่ที่ต้องรักษาป่าผมก็เลยขอไปทำงาน

ด้านวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ป่าแทน"


งานด้านวิชาการ เป็นสิ่งที่ สืบ นาคะเสถียรชอบและมีความสุขที่จะทำมากที่สุด

ซึ่งตรงกับอุปนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนช่างสังเกต ชอบจดบันทึก สเกตซ์รูป ถ่ายภาพ

สิ่งที่ตามมาคือ สไลด์ภาพสัตว์ป่าหายาก สัตว์ป่าอื่นๆ หรือสภาพป่าต่างๆ รวมไป

ถึงภาพจากวีดีโอหลายสิบม้วน ที่สืบแบบกล้องเข้าป่าถ่ายทำเองเข้าห้องตัดต่อเอง

ถูกจัดเก็บใส่แฟ้มเป็นหมวดหมู่เรียบร้อย ข้อมูลทุกชิ้นถูกนำออกมาเผยแพร่ และสืบ

ไม่เคยปฎิเสธเมื่อมีผู้อื่นขอนำผลงานไปเผยแพร่





"ในความรู้สึกของผม เราไม่ต้องมาเถียงกันหรอกว่า เราจะใช้ป่าไม้อย่างไร

เพราะมันเหลือน้อยมากจนไม่ควรใช้ จึงควรจะรักษาส่วนนี้เอาไว้ เพื่อให้เราได้

ประโยชน์ ที่เป็นประโยชน์ทางอ้อม..


มันจะต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า การอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์ จะต้องมองว่า

มีการใช้ทั้งทางตรงทางอ้อม ป่าที่เก็บไว้ในรูปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และอุทยาน

แห่งชาติ ควรจะใช้ประโยชน์ในทางอ้อม"


"การอนุรักษ์สัตว์ป่าในประเทศไทย จะสามารถประสบผลสำเร็จได้ต้องอาศัยความ

เข้าใจและจริงใจต่อการอนุรักษ์ป่าธรรมชาติ ที่ยังเหลืออยู่ประมาณร้อยละ ๒๐

ของพื้นที่ประเทศ ไม่เช่นนั้นแล้วจำนวน ชนิดของสัตว์ป่าหายากและกำลังสูญพันธุ์

เหล่านี้ ก็จะต้องสูญไปพร้อมกับการบุกรุกทำลายป่า ทั้งในรูปแบบของการพัฒนา

ที่ต้องตัดป่า ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าออก และรวมถึงการยึดถือครอบครอง

พื้นที่ป่าเพื่อกิจการอื่นๆ"





แนวความคิดและอุดมการณ์ของ สืบ นาคะเสถียร

"เรากำลังพูดกันมากว่าจะอนุรักษ์กันอย่างไร แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าการรักษา

ชีวิตสัตว์ให้รอดอยู่แตกต่างอย่างมากมายกับการอนุรักษ์พันธุ์ของสัตว์ป่าชนิด

นั้นๆ พวกที่ชอบล่าสัตว์ป่าและพวกกินเนื้อสัตว์ป่า ผมขอเถอะ พวกที่ชอบซื้อ

สัตว์ป่ามาเลี้ยงก็เช่นกัน ธรรมชาติเขาเลี้ยงได้ดีกว่าอยู่แล้ว"


สืบ เชื่อว่าการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ การสร้างจิตสำนึกต่อเยาวชนและ

ประชาชน โดยการให้การศึกษากับชาวบ้านรอบๆพื้นที่ โดยเฉพาะกับเด็กๆ

เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของป่าห้วยขาแข้งจะเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วย

หยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่า การลักลอบล่าสัตว์ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้น

ทุกวันในเวลานั้น สืบจึงได้ความสำคัญกับงานเผยแพร่มาก ทำงานอย่างไม่

รู้จักเหน็ดเหนื่อย บรรยายตามโรงเรียน ตามชุมชน ตามเวทีสาธารณะต่างๆ

จนคนทั่วไปรู้จักสืบดี เพราะทุกครั้งที่สืบพูด จะพูดออกมาจากหัวใจ โดย

เฉพาะคำพูดที่ว่า "ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่าทุกตัว"






"ผมเห็นใจคนที่ไม่มีโอกาสในสังคม ถูกบีบคั้นถูกเอาเปรียบทุกอย่าง

ประเทศไทยจะดีขึ้นถ้าคนที่มีโอกาสยอมสละโอกาสบ้าง เราช่วยเหลือ

คนส่วนใหญ่ที่ไม่มีโอกาสลืมตาอ้างปากได้ ผมอยากเห็นสังคมดีขึ้น"


สืบ นาคะเสถียร ซาบซึ้งเป็นอย่างดีถึงปัญหาการทำงานของเจ้าหน้าที่

ที่ไม่มีหลักประกันใดๆทั้งสิ้นให้กับตัวเขาและครอบครัว นอกจากเงินเดือน

ของลูกจ้างรายวัน สืบจึงพยายามทุกวิถีทางที่จะหาเงินทุนมาเป็นสวัสดิการ

และประกันชีวิตแก่เจ้าหน้าที่ระดับล่างของห้วยขาแข้ง เพื่อให้เป็นขวัญ

กำลังใจในการทำงานที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บล้มตายจากการปฎิบ้ติหน้าที่

ด้วยความรักลูกน้อง สืบยอมแบกภาระที่ทางราชการจ่ายเงินเดือนให้ลูกน้องช้า

ด้วยการไปขอยืมเงินจากแม่ เพื่อนำไปให้ลูกจ้างรายวันในป่ายืมก่อน

เพราะเงินเดือนของพวกเขาตกเบิกช้ามาก





โอ้มนุษย์นั้นจะห้ำหั่นโหดร้ายกันไปถึงไหน

ซากหัวช้างที่โดยฆ่าตาย ...





แผนภูมิป่าห้วยขาแข้ง และบริเวณใกล้เคียง





เนื่องจากอยู่ในตู้กระจกติดแสงสะท้อนทำให้ไม่สามารถเก็บรายละเอียดได้มากนัก

ถ่ายเท่าที่ถ่ายได้


อุทยานแห่งชาติศรีนครินทร์ มีระบุจุดที่มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่





แผนภูมิ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร





มาชมอาคารด้านข้าง ประดับด้วยหินเป็นรูปสืบ นาคะเสถียร เดินอยู่ในป่า





ผนังอีกฝั่งจะเป็นรูปราวป่า ด้านข้างมีตู้เก็บเอกสารสำคัญ

นำลิงค์มาฝากค่ะ รวบรวมไว้น่าสนใจมาก


ชีวประวัติ สืบ นาคะเสถียร





เสียงปืนที่ดังลั่น ตัวแม่นั้นต้องสิ้นใจ

ลูกน้อยที่กอดไว้ กระดอนไปเพราะแรงปืน

ฝืนใจเข้ากอดแม่ หวังแก้ให้แม่ฟื้น

แม่จ๋าเพราะเสียงปืน จึงไม่คืนชีวิตมา

โทษใดจึงประหาร ศาลไหนพิพากษา

ถ้าลูกท่านเป็นสัตว์ป่า ใครเข่นฆ่าท่านยอมไหม

ชีวิตใคร ใครก็รัก ท่านประจักษ์หรือไม่

โปรดเถิดจงเห็นใจ สัตว์ป่าไซร้ก็เหมือนกัน


(นาย สืบ นาคะเสถียร)





ด้านนอกเป็นลานวงกลมกว้าง ด้านข้างเป็นอัศจรรย์ เข้าใจว่าไว้จัดกิจกรรม





คุณนิดขอเก็บภาพกับโซนนี้ค่ะ





มูลนิธิ สืบ นาคะเสถียร





Patrimoine mondial World ป้ายมรดกโลก





ตามแพลน พวกเราจะเดินทางกลับกรุงเทพฯกันในวันนี้

จึงต้องรีบเร่งไปยังจุดหมายกันต่อ





พวกเราแวะถ่ายรูป อนุสาวรีย์ สืบ นาคะเสถียร





อนุสาวรีย์สืบในท่วงท่าของการเดินสำรวจป่า พร้อมสมุดบันทึกในมือ





ดินสอ และกล้องส่องทางไกล





ถึงแล้ว บ้านหลังสุดท้าย ของ สืบ นาคะเสถียร





ลำดับชีวิต สืบ นาคเสถียร Order derivative life Seub Nakhasathien

๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๒ (December,31,1949 B.C.)


สืบ นาคะเสถียร ถือกำเหนิดที่จังหวัดปราจีนบุรี เป็นบุตรของนายสลับ นาคะเสถียร

อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีเรียนชั้นประถมต้นที่โรงเรีรยนประจำจังหวัด

ปราจีนบุรี และเรียนจบมัธยมที่โรงเรียนเซนต์หลุยส์


พ.ศ. ๒๕๑๒-๒๕๑๖ ๖ (1969-1973 B.C.)

เข้าศึกษาในคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีความตั้งใจศึกษา

อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเข้าร่วมกิจกรรมของนิสิตในมหาวิทยาลัย โดยเป็น

ที่ทราบกันดีระหว่างหมู่เพื่อนผู้ใกล้ชิดว่า คุณสืบเป็นผู้ที่มีจิตใจรักงานศิลปะ

สูงส่งในเชิงมนุษย์สัมพันธ์ มีระเบียบ ในการดำเนินชีวิตในสมัยเรียนอย่าง

เป็นแบบแผน



พ.ศ. ๒๕๑๘ (1975 B.C.)


บรรจุเข้ารับราชการ ตำแหน่งพนักงานป่าไม้ตรี กองอนุรักษ์สัตว์ป่ากรมป่าไม้

ไปปฎิบัติหน้าที่ราชการ ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่ จังวัดชลบุรี

ปราบปรามจับกุมผู้บุกรุกทำลายป่าอย่างมีประสิทธิภาพ


พ.ศ. ๒๕๒๒ (1979 B.C.)


ได้รับทุนจาก British Council ไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ
จนสำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาอนุรักษ์วิทยา


พ.ศ. ๒๕๒๔ (1981 B.C.)


เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบางพระ มีส่วนร่วม

ในการจัดการและประสานงาน รวมทั้งเป็นวิทยากรฝึกอบรมพนักงานพิทักษ์ป่า

อีกหลายรุ่น


พ.ศ. ๒๕๒๖ (1983 B.C.)


กลับเข้าปฏิบัติราชการประจำฝ่ายวิชาการ กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้

พ.ศ. ๒๕๒๙ (1986 B.C.)

ปฏิบัติงานในหน้าที่หัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าตกค้างในพื้นที่อ่างเก็บ

น้ำเขื่อนรัชชประภา(เชี่ยวหลาน) จังหวัดสุราษฎร์ธานี


พ.ศ. ๒๕๓๐ (1987 B.C.)

ปฏิบัติงานในโครงการศึกษาผลกระทบสภาพแวดล้อม เพื่อพัฒนาพื้นที่

ป่าพรุโต๊ะแดง จังหวัดนราธิวาส


ต่อมาได้รับคำสั่งให้ดำรงค์ตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคอองแสง

จังหวัดสุราษฎร์ธานี อีกตำแหน่งหนึ่ง


เป็นอาจารย์พิเศษ ประจำภาควิชาชีววิทยา มหาเกษตรศาสตร์

จัดเตรียมเอกสารข้อมูลทางด้านบทความและภาพถ่าย ทุ่มเทพลังกาย

พลังใจ เพื่อคัดค้านการสร้างเขื่อนน้ำโจน ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

ทุ่งใหญ่นเรศวร และการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติทุกรูปแบบ


พ.ศ.๒๕๓๑ (1988 B.C.)


กลับมาปฏิบัติราชการที่กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้


พ.ศ. ๒๕๓๒ (1989 B.C.)


เข้ารับตำแหน่ง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี


พ.ศ. ๒๕๓๓ (1990 B.C.)


จัดตั้งกองทุนเพื่อรักษาป่าหัวขาแข้ง และทุ่งใหญ่นเรศวร


เป็นวิทยากรบรรยาย และร่วมอภิปรายในโอกาส และสถานที่ต่างๆ

หลายแห่งส่วนมากเป็นหัวข้อเรื่อง"การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และ

ปัญหาที่เกี่ยวข้อง" "การอพยพสัตว์ป่าตกค้างในเขื่อนเชี่ยวหลาน"เป็นต้น

เขียนเอกสารโครงการเพื่อจัดการให้พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เป็นพื้นที่มรดกทางธรรมชาติของโลก





๑ กันยา พ.ศ. ๒๕๓๓ (1 September 1990 B.C.)

"ชำระสะสางภาระหน้าที่รับผิดชอบ และทรัพสินส่วนตัวที่คั่งค้าง

มอบหมายเครื่องใช้และอุปกรณ์ในการศึกษาวิจัยด้านสัตว์ป่า

ให้สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์

ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว"


...เช้าตรู่เริ่มต้นตำนานแห่งนักอนุรักษ์ สืบ นาคเสถียร นักอนุรักษ์ไทย

ผู้ที่รักป่าไม้และธรรมชาติด้วยกาย วาจา และใจ..





คุณนิด เซ็นต์สมุดเยี่ยม รวมทั้งพวกเราทุกคน

ขออนุญาตยก บทความเยี่ยมของคุณนิดมาวางไว้ที่นี้ด้วยค่ะ


-----

ภาพคุณนิดเซ็นต์สมุดเยี่ยมที่บ้านสืบ นาคะเสเถียร


ดำรงสืบ ดำรงธรรม ดำรงป่า

รักษ์รักษา สืบอยู่ คู่ป่าใหญ่

สืบอาลัย สืบเจตนา สู่รุ่นไป

คงป่าไทย อยู่คู่คง ดำรงเอย....


นิดนรี





//www.seub.or.th/


NO DAM หยุดเขื่อนแม่วงก์

หนึ่งเปรี้ยง ปืนลั่น สะท้านป่า

หนึ่งวูบ ไหวผวา ทั้งป่าลั่น

หนึ่งคืน นานยาว ราวกัปกัลย์

หนึ่งฝัน ปลุกแล้ว ลับแนวไพร

หนึ่งคน ควรค่า คาราวะ

“สืบ” สร้าง สัจจะ ยิ่งใหญ่

หมื่นคำ ร่ำหา อาลัย

รวมใจ สืบทอด เจตนา

.....จิระนันท์ พิตรปรีชา....

(ขอบคุณป้ารุ  สำหรับบทกลอนของคุณจิระนันท์ พิตรปรีชา ย่าขอนำมาลงไว้ในเอนทรี่นี้ด้วยนะคะ)






Create Date : 13 กรกฎาคม 2555
Last Update : 16 กรกฎาคม 2555 12:17:54 น. 4 comments
Counter : 3360 Pageviews.

 
ดูแล้วขนลุก อ่านแล้วซึมซาบใจ ขอให้คนไทยทุกรุ่นไปช่วยกันดำรงค์พงพนา..

ภาพสวย ใส ชัดมากๆค่ะย่าดา อยากถ่ายรูปได้แบบนี้บ้างจังเลย


โดย: Just a life วันที่: 13 กรกฎาคม 2555 เวลา:15:54:26 น.  

 
ขอบคุณค่าที่ไปชม ก้อยตามไปดู แอคโครโพลิส ของย่าดาแล้วค่ะ ตอนก้อยไปเนี่ย ซ่อมแซมเยอะมากเลยค่ะ เอามาให้ช่วยติติง 2 บล็อกนะคะ

วรรค 1
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=nowaday-on&month=05-2012&date=24&group=48&gblog=19

วรรค 2
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=nowaday-on&month=06-2012&date=07&group=48&gblog=20


โดย: Just a life วันที่: 13 กรกฎาคม 2555 เวลา:18:37:26 น.  

 
เคยไปเยี่ยมบ้านที่ท่านเคยพักเหมือนกันค่ะ


โดย: @NBC วันที่: 13 กรกฎาคม 2555 เวลา:19:39:13 น.  

 
It??s really a nice and useful piece of info. I??m glad that you simply shared this useful info with us. Please stay us up to date like this. Thanks for sharing.
Fake Mulberry Bags //www.simonboyle.info/


โดย: Fake Mulberry Bags IP: 94.23.252.21 วันที่: 2 สิงหาคม 2557 เวลา:17:43:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดา ดา
Location :
1 Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




หัวใจติดปีก สัญจรผ่านมุมมองของกล้อง ทดลองสิ่งใหม่...
เวบดอกไม้ของย่าดา
โค๊ดแบนเน่อร์เวบดอกไม้,เวบบล๊อกแกงค์ของย่าดา ...คลิ๊กหน้านี้ค่ะ
.
ผลงาน1สมุดมด
ผลงาน2สมุดสร้างสุข
online
กลับไปหน้าเมนคลิ๊กค่ะ
โปรดทราบ มือถือย่ากลับมาใช้ได้อีกครั้งแล้วโปรดติดต่อผ่านทางมือถือได้ดังเดิมแต่หากติดต่อแล้วปราศจากคนรับสายก็ติดต่อทางออฟฟิตได้อีกทางที่เบอร์ออฟฟิต 02-7120222 (ย่าดา (ดา ดา) สุดา) http://dada.bloggang.com

Friends' blogs
[Add ดา ดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.