Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2554
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
26 พฤษภาคม 2554
 
All Blogs
 
ย่าดา ที่เกาหลี ตอน 2






ย่าดา ที่เกาหลี ตอน 2

ย่าดา ที่เกาหลี ตอนที่1 หากยังไม่ได้ชมคลิ๊กค่ะ


มาต่อตอนที่สองกันเลยค่ะ

Maribated chicken galbi with vegetables fried rice

อร่อยดี

บิบิมบับน่าทานค่ะ มีเซอราลี่ ซ๊อสเกาหลี เนื้อไก่ และผักอีกสองสามอย่าง พนักงานเขาจะมาผัดให้เราเป็นระยะๆ พอสุกแล้ว ทานกันหลังจากเนื้อไก่ และผักหมดแล้ว เขาจะเอาข้าวมาเทใส่น้ำซอสที่เหลือ แล้วก็ผัดให้เข้าเนื้อเข้าน้ำ หม่ำได้อีกแบบพุงกางเหมือนคนท้องซัก 3เดือน 555 ทำให้นึกถึงสุกี้บ้านเรา พอทานเหลือแต่น้ำซุป ก็นำข้าวสวยลงต้มทำเป็นข้าวตุ๋นอร่อยกันต่อได้อีก




หน้าร้านเป็นแบบนี้ค่ะ ส่วนห้องน้ำต้องลงบันไดไปด้านล่าง ต้องขอกุญแจ

จากเจ้าของร้านไปเปิด แปลกดี





ป้ายโฆษณาของทางร้านเขา ตัวการ์ตูนตลกดี





จากนั้นเราก็เดินไปเพื่อนั่งรถไฟใต้ดิน ระหว่างทางเห็นม้านั่งหน้าอาคาร

ไม้เขาสวยดี ออกแบบก็สวย





สถาปัตยกรรมแปลกๆหน้าตึกทรงกลม





ต้นไม้พันด้วยเชือกหน้าตึกมีสถาปัตยกรรม





ซื้อตั๋วรถจ้าSingle journey ticket รถไฟใต้ดินสาย 3 ลงที่สถานี Anguk ทางออกที่ 3





เห็นป้ายโฆษณา Dongdaemun Design Plaza & Park, and Urban Oasis

แปะอยู่ที่เสาขนาดใหญ่ใน สถานนีรถไฟใต้ดิน แปะอยู่ทุกเสาเลยทีเดียว

กำลังก่อสร้างอยู่ เสร็จเมื่อไหร่รับรองว่าได้จะเป็นแลนด์มาร์คของเกาหลีอัน

ยิ่งใหญ่เลยทีเดียว


The Worldwide Landmark, The Hub of World Design Industry





พวกเราเดินออกมาจากสถานีรถไฟใต้ดิน ระหว่างทางเป็นร้านค้า และมี

มิวเซียม(ห้องแถว)อยู่หลายที่ อยากจะแวะพิพิธภัณฑ์เย็บปักถักร้อยจัง

แต่เวลาจำกัด งั้นเดินดูwindow showระหว่างทางเอาแล้วกัน นั่นร้านนี้ขนกลอง

เอามาวางหน้าร้าน คุณลุงคนนี้กำลังทดลองตีกลอง เพื่อฟังเสียงอยู่ค่ะ





ชุดเกาหลีภายในร้าน เห็นว่ามีมิวเซียมเกี่ยวกับงานแต่งงานด้วยค่ะ

ไม่มีเวลาแวะอีกตามเคย





อนุสาวรีย์ริมทางเดินน่าจะเป็นนักสำรวจรุ่นสมัยบุกเบิก ย่าเดาเอาเพราะ

อ่านภาษาเกาหลีบ่ออก อิอิ





แวะซื้อกาแฟที่ cafe EL CAMINO ร้านเขาตกแต่งได้เก๋ดี





กระจุ๊กกระจิ๊กน่ารัก





หยิบไอเดียแต่งร้านมาฝาก





อีกภาพให้เห็นในภาพรวมของการตกแต่ง





ดีไซน์ตกแต่งร้านที่ cafe EL CAMINO





น้องเต๋าชอบเจ้าหมีกำมะหยี่สีน้ำเงินตัวนี้ ขอเต๊ะท่าถ่ายหน่อย





ตามรายทางเห็นแต่ต้นไม้ลักษณะนี้





museum ห้องแถวมีอยู่เต็มไปหมด นี่ก็มิวเซียม แต่ไม่รู้ว่าเป็นมิวเซียมอะไร





จากนั้นย่าก็ได้พบซากุระ คลิ๊กชมได้ที่ลิงค์ด้านล่าง


ดู รักแรกพบ ที่เกาหลี หากยังไม่ได้ชมคลิ๊กค่ะ


จากนั้นสามสาวก็มาถึง หน้าชางด็อกกุง Changdeokgung Palace





หลังคาอันสวยงามของประตูดอนฮวามุน Donhwamun Gate(Changdeokgung Palace)





ลวดลายที่หลังคาประตูดอนฮวามุน (Donhwamun Gate)





เข้าชมภายในกันค่ะ


---

พระราชวังชางด๊อกกุง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

World Heritage logo.png พระราชวังชางด๊อกกุง *

ชื่อในภาษาต่างๆ

อังกฤษ Changdeokgung Palace Complex

ฝรั่งเศส Ensemble du palais de Changdeokgung

เกาหลี 창덕궁

ญี่ปุ่น 昌徳宮の建造物群

ข้อมูลทั่วไป


ที่ตั้ง กรุงโซล ธงชาติของเกาหลีใต้ เกาหลีใต้

ประเภท มรดกทางวัฒนธรรม

ปีที่ขึ้นทะเบียน พ.ศ. 2540

(คณะกรรมการชุดที่ 21)

เกณฑ์พิจารณา (ii) (iii) (iv)

ลิงก์ //whc.unesco.org/en/list/816

*ชื่อตามที่ได้จดทะเบียนในบัญชีมรดกโลก

พระราชวังชางด๊อก (ชางด๊อกกุง)

ชื่อภาษาเกาหลี

อักษรฮันกึล: 창덕궁

อักษรฮันจา: 昌德宮

อักษรละติน: Changdeokgung

พระราชวังชางด๊อกกุง หรือ พระราชวังชางด๊อก หนึ่งในห้าพระราชวังที่สำคัญที่สุด

ในสาธารณรัฐเกาหลี สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าแทจงแห่งราชวงศ์โชซอน เมื่อ

ปี พ.ศ. 1948 (ค.ศ. 1405) แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 1955 (ค.ศ. 1412) ด้วยเหตุที่พระราชวัง

แห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของพระราชวังเคียงบก (Kyeongbok Palace) ผู้คนจึง

เรียกพระราชวังแห่งนี้ว่าพระราชวังตะวันออก (East Palace) ซึ่งต่อมาในรัชสมัย

ของพระเจ้าซอนโจ กษัตริย์องค์ที่ 14 แห่งโชซอนได้โปรดเกล้าฯ ให้ขยายสนามหญ้า

ของพระราชวังเป็น 500,000 ตารางเมตร


ในปี พ.ศ. 2135 (ค.ศ. 1592) ขุนศึกญี่ปุ่น โทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิได้เข้ารุกรานเกาหลี

กินเวลายาวนานถึง 7 ปี พร้อมกับเผาทำลายพระราชวัง ซึ่งในปีนี้เองเป็นปีที่ฉลองครบ

รอบ 200 ปีแห่งการสถาปนาราชวงศ์ โดยหลังจากผ่านสงคราม 7 ปีไปแล้ว พระราชวัง

ก็ได้รับการบูรณะขึ้นอีกครั้งในปี พ.ศ. 2152 (ค.ศ. 1619) โดยพระเจ้าซอนโจ และองค์

ชายควางแฮกุน แต่อีก 4 ปีต่อมา พระราชวังกลับเกิดเพลิงเผาวอดอีกครั้งในเหตุจราจล

ที่ขุนนางไม่พอใจองค์ชายควางแฮและก่อการยึดอำนาจ สถาปนาองค์ชายนึงยางขึ้น

เป็นพระเจ้าอินโจ พร้อมกับเนรเทศองค์ชายควางแฮไปเกาะคังฮวา จนพระราชวังถูก

โจมตีอีกครั้งจากจักรวรรดิชิง (ประเทศจีน) แต่หลังจากนั้นพระราชวังก็ได้รับการสร้าง

ใหม่ให้อยู่ในสภาพดั้งเดิม


พระราชวังชางด๊อกกุง ได้ถูกใช้เป็นที่ประทับขององค์กษัตริย์ ที่ว่าราชการ และที่ทำงาน

ของขุนนางจนถึงปี พ.ศ. 2415 (ค.ศ. 1872) เมื่อพระราชวังเคียงบกซึ่งอยู่ข้างเคียงได้รับ

การสร้างขึ้นใหม่อีกครั้งโดยสมเด็จพระจักรพรรดิซุนจง (จักรพรรดิองค์สุดท้ายของ

จักรวรรดิเกาหลี) แต่อย่างไรก็ตามสมเด็จพระจักรพรรดิซุนจงนี้ก็ได้เสด็จมาประทับที่

พระราชวังชางด๊อกกุงเรื่อยมากระทั่งเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2469 (ค.ศ. 1926)

โซล บีวอน


อย่างไรก็ตาม บรรดาสมาชิกราชวงศ์ลี (ราชวงศ์จักรพรรดิเกาหลี) ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน

ซึ่งยังไม่มีสถานะเป็นประมุขแห่งรัฐอย่างเป็นทางการนั้น หากในอนาคตสถาบันจักรพรรดิ

เกาหลีถูกฟื้นขึ้นในฐานะสัญลักษณ์แห่งรัฐ (ระบอบประชาธิปไตยอันมีสมเด็จพระจักรพรรดิ

เป็นประมุข) พระราชวังแห่งนี้น่าจะเป็นสถานที่ใช้ในการประกอบพิธีบรมราชาภิเษกเพื่อ

การขึ้นเสวยราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดิ





ลวดลายสวยๆที่หลังคาประตูดอนฮวามุน (Donhwamun Gate)มีบุตาข่ายกันนกเข้าไปอึ





แผนที่Changdeokgung Palace มีหลายสิ่งหลายอย่างรวบรวมอยู่ที่นี่ค่ะ เช่นพิพิธภัณฑ์,Secret Garden ฯลฯ

สิ่งก่อสร้างในพระราชวัง

สิ่งก่อสร้างในพระราชวังชางด๊อกกุงมีดังนี้

ประตูดงฮวามุน-ประตูหลักของพระราชวังถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1955 เป็นประตูที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังอยู่จนทุกวันนี้

สะพานกึมชองโย-เป็นสะพานที่เก่าแก่ที่สุดในโซลที่ยังยืนหยัดจนทุกวันนี้ก่อสร้างในปี พ.ศ. 1954

พิพิธภัณฑ์-เดิมเป็นท้องพระโรงถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1948 สร้างขึ้นใหม่ในปี 1804 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์

หอซอนจองจอน-เป็นห้องทำงานของขุนนางฝ่ายปกครองสร้างในปี 1461 ถูกทำลายในสงครามอิมจินบูรณะปี พ.ศ. 2190

ศาลาจูฮัมนู (คยูจังกัก) - หอจดหมายเหตุและหอแสดงภาพวาดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2319

ฯลฯ

มรดกโลก


พระราชวังชางด๊อกกุงได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในการประชุมคณะกรรมการ

มรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 21 เมื่อปี พ.ศ. 2540 ที่เนเปิลส์ ประเทศอิตาลี โดยผ่านข้อกำหนดและหลัก

เกณฑ์ในการพิจารณาให้เป็นแหล่งมรดกโลก ดังนี้


(ii) - เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่ง ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม

อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวน และภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการ

ตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่ใดๆ ของโลกซึ่งทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม


(iii) - เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่า

ที่สาบสูญไปแล้ว


(iv) - เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนา ทางด้านวัฒนธรรม

สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ





ประตูดอนฮวามุน (Donhwamun Gate)ของChangdeokgung Palace





ตึกสูง ,Changdeokgung Palace กับ กิ่งไม้เหงา





เริ่มเห็นดอกพรุนหรือบ๊วยก็ไม่รู้ถึงจะเหมือนโรยๆก็ยังดูสวย





ข้ามสะพานไปจะเห็นทางระบายน้ำกว้างใหญ่





สวยงามไหมคะ





ร้านขายกาแฟริมทางเดินมีห้องน้ำอย่างดีบริการ





ต่อตอนสามค่ะ


Create Date : 26 พฤษภาคม 2554
Last Update : 26 พฤษภาคม 2554 10:21:50 น. 4 comments
Counter : 1343 Pageviews.

 
อรุณสวัสดิ์ครับย่าดา

รับรองว่าผมไม่พลาดเลยสักตอนครับ อิอิอิ










โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 พฤษภาคม 2554 เวลา:5:34:43 น.  

 
อาหารรสชาติถูกปากคนไทยไหมคะ :)


โดย: dark side วันที่: 28 พฤษภาคม 2554 เวลา:16:19:29 น.  

 

ชอบเป็นพิเศษ...


ภาพกิ่งไม้เหงา...กับภาพถัดมา ดอกพรุน หรือดอกบ๊วยไม่รู้ค่ะ






โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 30 พฤษภาคม 2554 เวลา:15:29:54 น.  

 
หนู dark side รสชาตอาหารคล้ายของไทยค่ะ เพียงแต่ของเขาไม่เผ็ดร้อนเท่า

หนูสายหมอกฯ ขออภัยเพิ่งเห็นเม้นท์ค่ะ


โดย: ดา ดา วันที่: 9 มกราคม 2555 เวลา:14:59:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดา ดา
Location :
1 Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




หัวใจติดปีก สัญจรผ่านมุมมองของกล้อง ทดลองสิ่งใหม่...
เวบดอกไม้ของย่าดา
โค๊ดแบนเน่อร์เวบดอกไม้,เวบบล๊อกแกงค์ของย่าดา ...คลิ๊กหน้านี้ค่ะ
.
ผลงาน1สมุดมด
ผลงาน2สมุดสร้างสุข
online
กลับไปหน้าเมนคลิ๊กค่ะ
โปรดทราบ มือถือย่ากลับมาใช้ได้อีกครั้งแล้วโปรดติดต่อผ่านทางมือถือได้ดังเดิมแต่หากติดต่อแล้วปราศจากคนรับสายก็ติดต่อทางออฟฟิตได้อีกทางที่เบอร์ออฟฟิต 02-7120222 (ย่าดา (ดา ดา) สุดา) http://dada.bloggang.com

Friends' blogs
[Add ดา ดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.