Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
30 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
แขวงคำม่วน, ถ้ำกองลอ, ประเทศลาว(ทริบนครพนม ตอน10 ตอนจบทริป)


จากทริปนครพนม ตอนที่ 10 (ขออภัยกว่าจะมาต่อตอนจบเว้นไปเสียนานทีเดียว)


//www.bloggang.com/mainblog.php?id=dada&month=26-06-2012&group=3&gblog=172



ตามแพลนจบท้ายของทริปวันสุดท้ายพวกเราจะไปลาวใต้ ถ้ำกองลอ

โดยจะข้ามที่แขวงคำม่วน เป็นแขวงที่อยู่ตอนกลางของประเทศ ห่าง

จากนครหลวงเวียงจันทน์ประมาณ 320 กิโลเมตร เป็นส่วนที่แคบที่สุด

ของประเทศ มีเขตแดนติดต่อกับประเทศไทยและเวียดนาม ที่นี่ประกอบ

ด้วยหลายชนชาติ ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันเพราะมีชายแดนติดกับแขวงบริคำไชย,

แขวงสะหวันนะเขต,ประเทศไทยและ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามค่ะ

พวกเราเดินทางกันตั้งแต่เช้ามืด มาถึงข้ามโขงไปฝั่ง อ.ท่าแขก แขวงคำม่วนประมาณ

ตีห้าสามสิบนาที ฟ้ายังสลัวอยู่


ทดลองทำภาพพาโนราม่าเป็นครั้งแรก โดยนำภาพสองภาพมาต่อกันแล้วปรับให้สีใกล้เคียงกัน

ตกแต่งด้วยวิธีแมนน่วลเอาตามความเข้าใจของตัวเอง พอไหวไหมคะ





จากฝั่งไทยแลไปยังฝั่งลาว





ตรงบันไดพญานาค ขอเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นกับบันไดพญานาคสักหน่อย ขอบคุณคุณเอกที่ถ่ายภาพให้ค่ะ

จะถ่ายยากหน่อย เพราะเป็นมุมย้อนแสง เปิดแฟลชก็จะไม่ได้แสงอาทิตย์ ไม่เปิดก็หน้ามืด ต้องถ่ายกันอยู่

หลายช๊อต กว่าจะได้ค่าแสงที่พอจะสวย (แต่นางแบบไม่สวย อิอิ)





ย่าไม่เคยเห็นตัวชีปะขาวมากมายขนาดนี้เลย หนาแน่นและทับซ้อนกันหนาประมาณ 1 นิ้วได้

สังเกตุที่ด้านล่างของภาพจะเห็นรอยบุ๋มจากการเดินเป็นรอยเท้าทั้งซ้ายขวาเลย





แม้แต่ในน้ำก็ยังมีซากชีปะขาวหนาแน่น แมลงชนิดนี้เป็นดัชนีบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ





ขณะอยู่ในเรือมองมายังฝั่งไทย ช่างแตกต่างจากฝั่งลาวแบบคนละเรื่องเลย





ถึงแล้วท่าแขก แขวงคำม่วน ประเทศลาว





โค้งน้ำจากท่าแขก





สนใจ





รถที่จะพาเราไปถ้ำกองลอมาแล้ว ถ่ายรูปกันไว้ก่อนเป็นที่ระลึก

แล้วก็ขึ้นรถ หาประตูขึ้นรถกันไม่พบ เพราะประตูอยู่ทางด้านขวา

ปล่อยไก่กันขนาดใหญ่





ยินดีต้อนรับสู่ลาวใต้คร้าบ...





เดินทาง...





ไกด์สาวชาวลาว นางนิค เล่าเรื่องเกล็ดความรู้เกี่ยวกับประเทศลาวระหว่างทาง ปล่อยมุขเป็นระยะๆ

เพื่อความครื้นเครง ที่ย่าจำได้ก็คือเธอบอกว่าเส้นทางที่เราจะไปนี้คือเส้นทางสาย 8 จะมีแค่

สองเลี้ยวเท่านั้น คือเลี้ยวซ้าย และก็เลี้ยวขวา (โหอุตส่าห์ตั้งใจฟังซะดิบดีว่ามันจะมีกี่โค้งหนอ 555

โดนหลอกจนได้สิ)


สาวลาวใช้คำนำหน้าว่านางทั้งที่แต่งงานแล้วและยังไม่แต่ง อ้าวแล้วจะรู้ได้ไงว่ามีคนจองหรือยัง

เธอบอกว่าขึ้นอยู่กับความสามารถของหนุ่มจ้า ...


(เพิ่มเติม) ระหว่างทางเธอชี้ให้ดูกำแพงเมืองซึ่งเธอบอกว่าแต่ก่อนยาวมาก แต่ด้วยความไม่รู้

ของชาวบ้านได้หักร้างถางพงเพื่อปลูกเป็นที่อยู่อาศัย จึงทุบทิ้ง จึงเหลือเพียงเท่าที่เห็น ที่เห็น

คือแนวกำแพงซึ่งมีอยู่ช่วงสั้นๆน่าเสียดายนะคะ จะถ่ายมาให้ชมแค่ยกกล้องก็ไม่ทันแล้วค่ะ





วิวสองข้างทางยังคงความอุดมสมบูรณ์ของต้นไม้ ป่าเขา แต่เดี๋ยวก่อนนี่อะไรหน่ะ..





น่าเสียดายต้นไม้ถูกโค่นและเผา เห็นว่าเป็นนโยบายในการที่จะปลูกบ้านเรือนริมทาง

เพื่อตอบรับการเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต





ภูเขาหินปูนที่นี่มีอยู่มากมาย คล้ายกับสวนป่าหินงามของจีน ซึ่งทางจีนจัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว





กองทรายตามรายทางที่เตรียมไว้สำหรับก่อสร้างบ้านเรือน





จากเรณู..สู่คำม่วน..ระหว่างทางเจอของยักษ์!..บักสะเลเต เขียนโดยคุณเจ้าหญิง(คลิ๊กอ่านค่ะ)


ย่าไม่เล่านะคะ สนใจคลิ๊กอ่านได้ค่ะ





ถึงแล้วปากทางเข้าไปชมถ้ำกองลอ พวกเราแวะทานข้าวที่ห้องอาหารใกล้ๆทางเข้า

มาถึงนั่งไม่ถึงอึดใจอาหารก็พร้อมเสริฟ เพราะได้ติดต่อไว้ล่วงหน้าแล้ว ทานกันให้อิ่มนะคะ

เพราะอีกนานกว่าเราได้ได้ทานอาหารกันอีก





น่าอิจฉาคุณลูกเสือนั่งทานข้าวท่ามกลางเหล่าสาวสวยลาว





คุณลูกเสือเล่าว่าช่วงน้ำท่วมกรุงเทพฯ ทางลาวส่งน้ำยี่ห้อนี้ไปช่วย ไม่ใช่เพราะเราขาดน้ำหรอกค่ะ

แต่เพราะโรงงานผลิตขวดน้ำโดนน้ำท่วมหนัก ไม่สามารถผลิตขวดออกมาใช้ได้





พวกเรานั่งเดากันว่านี่คือโฆษณาอะไร สรูปเขียนว่า

"ที่นี่ขายซิม และบัตรเติมเงิน"





อ.เจี๊ยบ วรนัย และลูกชายสุดหล่อ





ผลอะไรหว่า...คล้ายผลของกระดังงา





ดอกกระเจียว ที่ฝั่งลาว





อ.หน่อง และลูกชาย





หลังจากอิ่มหนำสำราญกันดีแล้ว ไปลุยถ้ำกองลอกันเลยค่ะ

ประตูปากทางไปถ้ำกองลอ





ระหว่างทางพบคุณแม่กำลังเลี้ยงลูกแบบธรรมชาติ

สาวๆเมืองกรุง(บ้านเรา) คงไม่มีใครเลี้ยงแบบนี้แล้วมั้ง...





ป้ายแจ้งให้จอดรถตรงบริเวณนี้ และเดินเท้าเข้าไปค่ะ





หนูตุ๋มพิธีกรรายการเพลินพรมแดน แวะซื้อผ้าถุงแบบป้ายกะเอาไปเป็นพร๊อบในการถ่ายทำ





ต้องผ่านสะพานตรงนี้ไปอีกไกลเหมือนกัน เที่ยวนี้น้องเล็กอาสาหิ้วกระเป๋ากล้องให้ย่า





ร้อนนักพักเล่นน้ำ ย่าถึงร้อนก็พักไม่ได้ต้องรีบรุดไปให้ทันเพื่อนๆซึ่งเดินล่วงหน้าไปก่อนแล้ว





ตรงลำธารนี้มีผู้คนมาเล่นน้ำค่อนข้างเยอะค่ะ เพราะเป็นช่วงวันหยุดสงกรานต์





สายน้ำสีมรกต ประดับด้วยสีเขียวแห่งผืนป่า และสีฟ้าแห่งภูผา





วิวช่วงก่อนถึงปากถ้ำ ต้องถ่ายอย่างรวดเร็วเพราะเวลามีน้อย





ถ้ำกองลอเป็นถ้ำที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวดังระดับโลก

ที่ใครได้มาที่แขวงคำม่วนแล้วจะต้องมาเที่ยวที่ถ้ำแห่งนี้ ถ้ำกองลอมีความยาว 7

กิโลเมตร โดยวัดระยะตั้งแต่ปากถ้ำจนถึงทางออกซึ่งเป็นทางตรงบ้างคดเคี้ยวบ้าง

ถ้ำกองลอเป็นถ้ำที่มีห้องโถง และภายในมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม ห้องโถงใหญ่

ตรงกลางจะมีการเดินไฟฟ้าเข้าไปถึงเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว

การเที่ยวชมถ้ำจะมีบริการเรือลำละ 100,000 กีบ หรือประมาณ 420 บาท

เรือหนึ่งลำนั่งได้ 3คน(ไม่รวมคนขับ) แต่ละคนจะต้องเสียค่าทำเนียบการเข้า

ถ้ำอีกคนละ 5,000 กีบ


ที่ปากทางเข้าถ้ำมีบริการให้ยืมไฟฉายและรองเท้าเตะค่าเช่าไฟฉาย 5,000 กีบ

รองเท้าก็ 5,000 กีบ การเที่ยวถ้ำจะใช้เรือลำเล็กใส่เครื่องยนต์แล้วขับผ่านไป

ตามทางน้ำ ซึ่งบางช่วงตื่นก็ต้องลงน้ำเข็นเรือช่วยกันเนืองจากระดับน้ำตื้นเขิน

ดังนั้นจะต้องควรแต่งกายให้พร้อมที่จะเปียกน้ำนะครับ


การ เดินทางมาถ้ำกองลอให้มาจากทางแบ่งหลักซาว อยู่แขวงคำม่วน ข้ามทาง

นครพนมท่าแขกจะเป็นด่านข้ามฝั่งที่สะดวกที่สุด หรือข้ามทางบึงกาฬก็ได้ระยะ

ทางพอๆกัน นั่งรถมาที่บ้านนาหินซึ่งห่างจากทางแบ่งหลักซาวประมาณ 50

กิโลเมตร จากบ้านนาหินนั่งรถเข้าไปถ้ำอีก 42 กิโลเมตร รถมีหลายเที่ยวครับ

ออกเป็นระยะ จะไปเช้าเย็นกลับหรือจะไปพักที่บ้านกองลอซึ้งมีที่พักเช่นกัน

ที่บ้านนาหินจะมีที่พักมากว่า ราคาอยู่ที่ 50,000-80,000 กีบ

//www.laos-pdr.com/?p=356&lang=TH


(ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ)


(หมายเหตุ ช่วงที่เราไปกันอัตราค่าเรือ ,ค่าเข้าถ้ำ 105,000 กีบ

และพวกเราไม่ได้ค้างค่ะไปเช้า(จากนครพนม)เที่ยวเสร็จแล้วตีรถกลับเข้ากรุงเทพเลยค่ะ)





เรือนั่งได้ลำละ3คน (รวมคนขับและเด็กติดเรือก็เป็น5) ห้ามเกินกว่านั้น มีเรื่องเล่าว่า

ก่อนหน้านี้ชาวบ้านยังไม้รู้ว่าในโพรงถ้ำแห่งนี้สามารถทะลุถึงอีกเมืองหนึ่งได้

จนกระทั่งมีเป็ดน้อยตัวหนึ่ง ว่ายลอยตามแม่น้ำมายังเมืองหินบูนแห่งนี้ จึงเป็นเหตุ

ให้ชาวบ้านพากันล่องแพสำรวจเส้นทาง ทุกคนถึงถึงได้ทราบว่ามันทะลุผ่านถึงกัน

ได้เส้นทางภายในถ้ำยาวประมาณ 7 กิโลเมตร





คุณลูกเสือ และคุณเสือน้อย รอย่าอยู่ตรงจุดนี้ โดยให้ย่านั่งกลาง มีสองหนุ่มขนาบหัวท้าย

เป็นบอดี้การ์ดให้ย่าจ๊ะ น่ารักที่สุดเลย





ตลอดระยะทาง 7 กิโลจากปากถ้ำถึงปลายทางออกจากถ้ำ มืดมากถ่ายรูปไม่ได้เลย

พวกเราต้องอาศัยแสงไฟจากหัวผู้นำทางทำให้พอมองเห็นเล็กน้อย มีลมพัดผ่านผิวกาย

ทำให้รู้สึกเย็นสบาย แต่ก็วังเวงเล็กๆ ระหว่างผู้นำทางพายเรือพาพวกเราไป ก็จะมีจุดที่

น้ำตื้นเขิน ทำให้ต้องลงไปดันเรือ คุณลูกเสือและคุณเสือน้อยรีบกระโดดช่วยลงไปดันเรือ

โดยบอกให้ย่านั่งเฉยๆอยู่บนเรือ คงเกรงว่าถ้าให้ย่ามัวลุกนั่งเดี๋ยวจะตกน้ำตกท่าเพราะ

น้ำไหลแรงพอควร และลื่นด้วยค่ะ ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย


ถึงแล้วค่ะจุดที่ให้พวกเราลงชมหินงอกหินย้อย มีการประดับไฟเป็นจุดๆ





โถงนี้ประดับด้วยไฟสีน้ำเงินเข้มและสีส้ม ภาพนี้ต้องนำมาปรับสว่างอีก

นิดเพื่อให้ได้เห็นรายละเอียดของหินงอกหินย้อยค่ะ





อลังการลวดลายพริ้วไหว





ความมหัศจรรย์ของธรรมชาตินี่น่าทึ่งจริงๆ





ดร.วิทยา อินาลาให้สัมภาษณ์ ท่ามกลางหินงอกหินย้อยสวยตระการภายในถ้ำ





หินงอกหินย้อยท่ามกลางแสงสีส้ม





+++





@^@





ตรงนี้ลักษณะเหมือนรูปช้าง





พยายามเก็บรายละเอียดหลายๆจุด มาฝากเพื่อนๆที่ไม่ได้ไปด้วย





***





@@@





###





****





+++





ตรงส่วนนี้ยังเป็นหินเป็นอยู่





.....





รองเท้าย่าหลุดหลายรอบ อุตส่าห์ซื้อคู่ใหม่ที่ปากทางเข้า เจอของไม่ได้เรื่องซะอีกเฮ้อ





อำลา





ลงเรือกลับแล้วจ้า





ออกสู่ปากถ้ำ





ภูเขาหินปูน ซึ่งมีลักษณะสวยงามแปลกตา








ปริ่มน้ำ





ระลอกคลื่น





สัญจร





วู้ๆ พวกเราอยู่นี่  อ.เจริญ กับ อ.นาถ รั้งท้ายด้วยหวานใจอ.เจริญ





ขึ้นฝั่ง





เวิ้งตรงนี้สวยมากทีเดียว





ผูกเรือ





สองหนุ่มทีบริการพวกเรา ดูแลดีมาก ขอบคุณจริงๆ





เหล่าเรือบริการนักท่องเที่ยว





เด็กแฝด คุณเสือน้อยชี้เป้า ขอบคุณค่ะ





ยิ่งหลบกล้องก็ยิ่งอยากถ่าย





คุณเสือน้อย  ทั้งดูแลและช่วยแบกขาตั้งกล้องให้ ขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง อุตส่าห์ติดขาตั้งกล้องไป

สรุปแล้วก็ไม่ได้ใช้ เพราะลำพังขาตัวเองตั้งก็ถ่ายไม่ค่อยจะทันอยู่แล้ว เวลามีน้อย





ทราบมาว่าเพื่อนบางคนไม่ได้มาถึงตรงจุดนี้ จึงขอเอาภาพมาให้ชม





แฟนอ.เจี๊ยบ และลูกสาว





สวยน่ารักจริงๆ





กลุ่มสาวน้อยจากฝั่งลาว





เก็บช๊อต close up เฉพาะสาวคนนี้





กลุ่มหนุ่มจากลาวใต้บ้าง





โค้งน้ำ





ขอบคุณคุณเสือน้อยสำหรับกาแฟจากลาว เรียกความชุ่มชื่นกลับมาได้เยอะเลย





เลี้ยงน้อง





ขอบคุณทุกท่าน ที่สร้างความประทับใจให้ย่าในทริปนี้ บายค่ะ





เอนทรี่นี้ออกแนวปล่อยของอีกแล้ว โหลดกันเบื่อไหมคะ อิอิ




Create Date : 30 มิถุนายน 2555
Last Update : 30 มิถุนายน 2555 13:54:17 น. 4 comments
Counter : 3980 Pageviews.

 
ไม่เบื่อเลยค่ะย่าดา
น้อยไปเสียด้วยซ้ำ อิอิ
ขอแชร์ไปกลุ่มและหน้าแฟนเพจนะคะ


โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 30 มิถุนายน 2555 เวลา:13:38:58 น.  

 
สวัสดีจ้าหนูปลายฉัตร ด้วยความยินดีค่ะ พิมพ์ผิดพิมพ์ถูกอยู่หลายคำ เดี๋ยวย่าแก้ไขนะคะ


โดย: ดา ดา วันที่: 30 มิถุนายน 2555 เวลา:13:42:22 น.  

 
ขอโทษจ๊ะ ห่าง หายไปนาน..
งานเยอะมาก จนเหนื่อยล้า ไม่ได้มาทักทาย

ขอบคุณที่ยังไม่ลืมกัน...
ขอบคุณมิตรภาพดี ๆ
...ของเพื่อนบ้านใจดี...แบ่งความสุขให้กันตลอดเลย...


สุขสันต์ "วันธรรมดา......ที่บังเอิญว่าพิเศษ"




. . . ยินดีในสิ่งที่ตนได้ . . .

. . . พอใจในสิ่งที่ตนมี . . .

. . . เป็นคนโชคดีที่สุดในโลก . . .

*~*~*~*...ขอให้มีความสุข สดใส..หัวใจเบิกบาน..*~*~*~*




โดย: *~ต้นกล้า...ของหัวใจ~* วันที่: 2 กรกฎาคม 2555 เวลา:16:13:33 น.  

 
คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

[ของตกแต่งโดนๆคลิกเลย]
-------------------------------------
แวะมาทักทายกันยามค่ำค่ะ สบายดีนะคะคุณดา


โดย: เกศสุริยง วันที่: 5 กรกฎาคม 2555 เวลา:20:04:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดา ดา
Location :
1 Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




หัวใจติดปีก สัญจรผ่านมุมมองของกล้อง ทดลองสิ่งใหม่...
เวบดอกไม้ของย่าดา
โค๊ดแบนเน่อร์เวบดอกไม้,เวบบล๊อกแกงค์ของย่าดา ...คลิ๊กหน้านี้ค่ะ
.
ผลงาน1สมุดมด
ผลงาน2สมุดสร้างสุข
online
กลับไปหน้าเมนคลิ๊กค่ะ
โปรดทราบ มือถือย่ากลับมาใช้ได้อีกครั้งแล้วโปรดติดต่อผ่านทางมือถือได้ดังเดิมแต่หากติดต่อแล้วปราศจากคนรับสายก็ติดต่อทางออฟฟิตได้อีกทางที่เบอร์ออฟฟิต 02-7120222 (ย่าดา (ดา ดา) สุดา) http://dada.bloggang.com

Friends' blogs
[Add ดา ดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.