Group Blog
เมษายน 2552

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
ทนายอ้วนกลับบ้าน ตอนที่ 7 วันที่สี่ในเมลเบิร์น Great Ocean Road
วันนี้เราจะไปเที่ยว Great Ocean Road กันครับ

พี่นพมาปลุดเราแต่เช้า เพื่อไปรับรถที่พี่นพเช่าไว้กับ Budget ซึ่งอยู่ตรง A'Backett Street โน่น เราเลยตัดสินใจว่าจะออกไปพร้อมกันเลย

พอรับรถแล้วเราก็ออกเดินทางกันครับ

เรามุ่งตรงสู่เมือง Geelong ซึ่งเป็นทางผ่านไป Great Ocean Road จาก Geelong ก็ผ่าน Bell Beach และเมืองเล็กๆอีก 2 - 3 เมือง เช่น Torquay, Anglesea และ Lorne จนมาถึง Apollo Bay เราจึงแวะรับประทานอาหารกลางวัน งานนี้เรา และ พี่แก้ม ต่างงัดฝีมือมาประชันกันใหญ่กลายเป็นปาร์ตี้เล็กๆไปเลยทีเดียว

จากตรงนี้เราก็เริ่มเข้าเขต Great Ocean Road แล้วครับเดี๋ยวเราถ่ายรูปที่ประตูทางเข้าซะหน่อยครับ

Great Ocean Road ถูกสร้างโดยทหารอาสาที่กลับมาจากสมรภูมิต่าง หรือที่เรียกกันเล่นๆว่า Digger ประมาณ 3000 คน เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเพื่อนทหารด้วยกันที่เสียชีวิตไปในสงครามโลกครั้งที่ 1

จริงแล้วไอเดียในการสร้าง Great Ocean Road นี้มีมาตั้งแต่ปี 1864 ในปี 1918 จึงได้มีการเริ่ม surway ตัดถนน จนปี 1919 จึงได้เริ่มก่อสร้าง มาเสร็จเอาเมื่อปี 1932 ครับ

ถนนเส้นนี้ตัดผ่านหน้าผาที่สูงชันโดยวิธีตัดเจาะเข้าไป ทำให้ถนนนี้เป็น sceneric route ที่สวยงามมาก

PhotobucketPhotobucket

PhotobucketPhotobucket


จุดที่น่าสนใจของ Great Ocean Road นี้อยู่ที่ 12 Apostels ครับ เป็นก้อนหินที่ถูกสายลม และคลื่นกัดเซาะมานับหมื่นๆปีจนกลายมาเป็น natural wonder ครับ ว่ากันว่าก้อนหินทั้งหมดมีมากว่า 12 ก้อนครับ อาจจะถึง 24 - 26 ก้อน แต่ก้อนที่ใหญ่โตและสวยงามนั้นมี 12 ก้อครับ น่าเสียดายที่ตอนที่เราไปนั้นมันถล่มลงมาแล้วก้อนนึงก็เลยเหลือแค่ 11 ครับ

จุดต่อไปเรียกว่า Loch Ard Gorge จุดนี้มีตำนานเล่าขานกันว่า เป็นจุดที่เรือ Loch Ard จมลงในปี 1878 ระหง่าวทางที่วิ่งจากอังกฤษมาเมลเบอร์น คืนที่เรือล่ม คือคืนสุดท้ายที่จะอยู่ในเรือ คนนั้นมีการฉลองการจะขึ้นฝั่ง แต่ในขณะเดียวกันก็มีหมอกหนามาก กัปตันทำงานทั้งคืน เพื่อระวังมิให้เรือเข้าใกล้หินโสโครก แต่เมื่อหมอกจาง ก็พบว่าเรืออยู่ใกล้หินมากและ ในวันที่ 1 มิถุนายน 1878 เรือจมลงที่บริเวณเกาะ Mutton Bird ในขณะที่พายุยังพัดกระหน่ำ จากผู้โดยสารทั้งสิ้น 54 คน มีผู้รอดชีวิตเพียง 2 คน ทั้งคู่อายุเพียง 18 ปี คือ Tom Pierce เด็กหนุ่มที่ทำงานเป็น cabin boy ซึ่งเมื่อรอดเข้ามาถึงฝั่งแล้ว ได้ฝ่าพายุไปช่วย Eva Carmichael ผู้โดยสารที่เกาะสิ่งของที่แตกหัก ที่ลอยเข้าไปที่ถ้ำใต้หิน ทั้ง 2 คนหลบอยู่ในถ้ำนั้น และต่อมา Tom ก็ปีนขึ้นมาขอความช่วยเหลือ จึงรอดชีวิตมาได้เพียง 2 คน ถ้ำใต้หินที่หลบอยู่นั้นคือถ้ำที่เรียกว่า Loch Ard ในปัจจุบัน (ข้อมูลจาก //www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E6988371/E6988371.html)

อีกจุดนึงเรียกว่า London Bridge เป็นก้อนที่มีรูปร่างคล้ายสะพาน แต่ขาดไป 1 ช่วงว่ากันว่าเกิดถล่มลงในตอนที่มีนักท่องเที่ยวอยู่ด้วยต้องใช้หน่วยกู้ภัยมาช่วยนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่บนแท่งหินกันยกใหญ่

แล้วเราก็มาถึงสุดเขต Great Ocean Road กันที่ Port Cambpell ก่อนที่จะวิ่งทางลัด in land กลับเข้าเมืองครับ
PhotobucketPhotobucket
PhotobucketPhotobucket
PhotobucketPhotobucket
PhotobucketPhotobucket
PhotobucketPhotobucket



Create Date : 14 เมษายน 2552
Last Update : 17 เมษายน 2552 13:02:39 น.
Counter : 898 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17



ทนายอ้วน
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 151 คน [?]



Top บล็อกสูตรอาหาร