Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

เส้นเอ็น เข่า ฉีกขาด .... knee ligament sprain / injury







เส้นเอ็น เข่า ฉีกขาด

ข้อเข่าประกอบด้วย

กระดูก ๓ ส่วน
    กระดูกต้นขา ( femur )
    กระดูกหน้าแข้ง ( tibia )
    กระดูกสะบ้า ( patella )

เส้นเอ็นหลัก ๔ เส้น
    เอ็นไขว้หน้า ( ACL )
    เอ็นไขว้หลัง ( PCL )
    เอ็นข้าง ด้านใน ( MCL )
    เอ็นข้างด้านนอก ( LCL )

หมอนรองกระดูกเข่า ( meniscus ) ๒ ชิ้น เป็นกระดูกอ่อน มีหน้าที่ลดแรงกระแทกต่อกระดูก
    ด้านใน ( Medial Meniscus )
    ด้านนอก ( Lateral Meniscus )


การตรวจวินิจฉัย

ประวัติ

เช่น ลักษณะของอุบัติเหตุ ลักษณะท่าทาง ตำแหน่งของเข่า ข้อเท้า ลำตัว ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ มีเสียงข้อลั่น ลักษณะของอาการปวด ระยะเวลาที่มีอาการ การรักษาที่ผ่านมา ฯลฯ

การตรวจร่างกาย

ตรวจร่างกายทั่วไป ตรวจหลัง สะโพก ข้อเท้า และ การตรวจ เข่า เช่น ตำแหน่งที่กดเจ็บ บวม การตรวจด้วยวิธีดัดเข่า หมุนเข่า งอเหยียด ท่าตรวจเฉพาะของเส้นเอ็นแต่ละเส้น และ หมอนรองกระดูก เป็นต้น

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

เช่น เอกซเรย์(X-ray) เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)



แนวทางรักษาทั่วไป

ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ กิจกรรมในการดำเนินชีวิต ชนิดจำนวนเส้นเอ็นที่ขาด การบาดเจ็บร่วม เป็นต้น


วิธีไม่ผ่าตัด ดูแลตนเอง บริหาร กายภาพบำบัด ใส่อุปกรณ์พยุงเข่า ยา

วิธีผ่าตัด มีหลายวิธีแตกต่างกัน เช่น ผ่าตัดผ่านกล้อง ผ่าตัดเปิด ใช้เส้นเอ็นกล้ามเนื้อใกล้เคียงทดแทน ใช้กระดูกเส้นเอ็น ใช้เส้นเอ็นเทียม เป็นต้น

......................

หลักทั่วไป ... ถ้ามีอุบัติเหตุ แล้ว


รู้สึกได้ยินเสียงลั่นในเข่า

ปวดเข่ามากทันที

เดินลงน้ำหนักไม่ได้ เดินกะเผลก

เล่นกีฬาต่อไม่ได้

เข่าบวม

เข่าหลวม รู้สึกว่าเข่าไม่มั่นคง

...


ควรไปพบแพทย์ เพื่อตรวจว่า มีปัญหาเกี่ยวกับเส้นเอ็นเข่าหรือไม่

.......................

เส้นเอ็นไขว้หน้า ฉีกขาด Anterior Cruciate Ligament Injuries

การรักษาขึ้นอยู่กับ ความมั่นคงข้อเข่า อายุ ลักษณะการดำเนินชีวิต ความคาดหวังของผู้ป่วย และ การบาดเจ็บของอวัยวะอื่น

เช่น ผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะ ไม่ค่อยได้เล่นกีฬา ก็ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

แต่ควร ผ่าตัด ใน คนอายุน้อย ผู้ที่ต้องการเล่นกีฬา เข่าหลวมมากเนื่องจากมีเส้นเอ็นขาดหลายเส้น มีหมอนรองกระดูกเข่าฉีกขาด หรือ มีกระดูกแตก ร่วมด้วย เป็นต้น

ถ้าไม่ผ่าตัด ก็จะทำให้รู้สึกว่า เข่าไม่มั่นคง ทำให้เพิ่มความเสี่ยง ที่จะเกิด ข้อเสื่อมและหมอนรองกระดูก ฉีกขาด

มักทำการผ่าตัด หลังจากอุบัติเหตุ 1 – 6 เดือน

การทำกายภาพบำบัด ใส่กายอุปกรณ์ อุปกรณ์พยุงเข่า เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจะแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละคน จะต้องสอบถามแพทย์ที่ผ่าตัดว่า ต้องทำอย่างไรบ้าง ...

โดยส่วนใหญ่กว่าจะกลับไปเล่นกีฬาได้ ใช้เวลารักษาประมาณ 6 เดือน

50 % มี หมอนรองกระดูก ฉีกขาด ร่วมด้วย

ผลการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดได้ผลค่อนข้างดี ( 75 – 95 % )

ภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด เช่น ข้อเข่าเคลื่อนไหวได้น้อยลง ปวดเข่า ข้อหลวม การติดเชื้อหลังการผ่าตัด เป็นต้น




เส้นเอ็นไขว้หลัง เส้นเอ็นข้างด้านใน หรือ เส้นเอ็นข้างด้านนอก ฉีกขาด Posterior Cruciate Ligament Injuries Medial or Lateral Collateral Ligament Injuries

โดยส่วนใหญ่มักไม่ต้องผ่าตัด ยกเว้นมีกระดูกแตกร่วมด้วย หรือในผู้ที่รักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัดแล้วมีอาการข้อหลวมหรือปวดเข่า

แต่จะต้อง ทำกายภาพบำบัด และ ใส่อุปกรณ์พยุงเข่า ประมาณ 3 – 4 เดือน


.....................


อ้างอิง

https://knol.google.com/k/justin-d-harris-md/knee-surgery/3moakismmkmno/2#

https://uwmedicine.washington.edu/PatientCare/LOC/RehabilitationMedicine/conditions/KneeLigamentInjuries/index.htm?print=true

https://emedicine.medscape.com/article/89442-overview

https://www.webmd.com/pain-management/knee-pain/knee-ligament-injuries

https://www.sirirajmedj.com/content.php?content_id=2418#




เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ปวดเข่า
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=28-05-2008&group=5&gblog=13

ส่องกล้องข้อเข่า
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=15-01-2009&group=5&gblog=42

ข้อเคล็ด
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=18-05-2008&group=6&gblog=14

บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=21-06-2008&group=6&gblog=16

หมอนรองกระดูกฉีกขาด
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-07-2009&group=6&gblog=30

การรักษาด้วยวิธีใส่เฝือก

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=01-02-2008&group=6&gblog=5

ควรบอกหรือ ถามอะไร แพทย์ก่อนที่จะผ่าตัด ???

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=14-01-2008&group=4&gblog=7

คำถามที่ควรถามแพทย์ของท่านก่อนที่จะผ่าตัด

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=12-01-2008&group=4&gblog=6

ผ่าตัดเสี่ยงหรือเปล่าครับหมอ ???.... " หมอรับรองหรือเปล่าว่าจะหาย ???" ....

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-09-2009&group=7&gblog=35

วิธีบริหาร เข่า    
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=25-07-2008&group=11&gblog=5





Create Date : 24 กรกฎาคม 2552
Last Update : 1 สิงหาคม 2561 12:57:59 น. 5 comments
Counter : 54731 Pageviews.  

 
เราเป็นกรณีนี้อยู่ค่ะ เพราะเกิดอุบัติเหตุ สบ่าหลุด


โดย: ก็คนมันจนนิ (noonnun ) วันที่: 25 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:26:05 น.  

 
ขอบคุณค่ะคุณหมอ


โดย: ริวคิ-mawin-maji-minic วันที่: 1 สิงหาคม 2552 เวลา:15:19:47 น.  

 
คุณหมอคะ แอบมาหาความรู้และจิ๊กข้อมูลบางส่วนเพื่อไปใช้เป็นข้อมูลในการเขียนนิยายค่ะ ขอบพระคุณมากนะคะสำหรับความรู้


โดย: tiara วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:19:23:30 น.  

 
ท่านใดที่มีปัญหาเส้นเอ็นไขว้หน้าขาด โดยเฉพาะผู้ที่จะผ่าตัด แนะนำ อ่านกระทู้นี้เลยครับ .. จากสมาชิกชื่อ "มีผู้ใช้แล้ว"
Review ชีวิตหลังจากผ่าตัดเอ็นไขว้หน้า
https://pantip.com/topic/36771356


สวัสดีค่ะทุกๆท่าน
เนื่องจากเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2560 จขกท.ได้เข้ารับการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าบริเวณหัวเข่าข้างขวา และวันนี้ก็เป็นวันครบรอบ 4 สัปดาห์หลังจากผ่าตัด จขกท.จึงตั้งกระทู้นี้เพื่อจะมาบอกเล่าประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวทางไว้สำหรับคนที่มีอาการบาดเจ็บเดียวกันค่ะ

*กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกอย่างเป็นทางการของจขกท. หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ด้วยนะคะอมยิ้ม07อมยิ้ม07

ก่อนอื่นก็ขออนุญาตแนะนำตัวก่อนนะคะ ขณะนี้จขกท.อายุ 18 ปีค่ะ เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ค่ะ

สาเหตุของอาการบาดเจ็บ : จขกท.ได้มีโอกาสเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนของโครงการ OEG ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี 2558 ค่ะ ได้ไปเล่นสกี (เป็นครั้งแรกในชีวิต) กับ Host family ค่ะ แล้วก็เกิดอุบัติเหตุล้มบนลานสกีเลย คือล้มบนเขาจนต้องเรียกรถมาลากลงไปสถานพยาบาลกันเลยทีเดียว...

ความรู้สึกแรกหลังจากล้ม : คือเวลาเราเล่นสกี ขาของเราจะบิดนิดหน่อยเพื่อบังคับทิศทางค่ะ ทีนี้ตอนล้ม จขกท.ก็ล้มลงไปโดยที่เข่าบิดอย่างแรง คือ ณ ตอนนั้นที่ล้มยังไม่รู้สึกเจ็บเท่าไหร่นะคะ มันมึนๆงงๆมากกว่า แล้วพอเราลุกเพื่อจะไถสกีต่อ ขาเราสั่นค่ะ พอเราพยายามจะใส่รองเท้าสกีใหม่อีกรอบ ตรงเข่าเราก็ดัง 'กึก' แล้วเราก็ทรุดลงไปร้องไห้เลยค่ะ เพราะเจ็บมากๆๆๆๆๆ ทางโฮสต์เลยต้องโทรเรียกหน่วยฉุกเฉินมารับ (ก็เป็นประสบการณ์ในชีวิตที่หาได้ยากนะคะ 55555555555)

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น : พอเราโดนลากลงมาจากลานสกีไปสถานพยาบาล คุณหมอที่นู้นก็วินิจฉัยได้ทันทีเลยค่ะว่า เอ็นไขว้หน้าของเราขาด แต่ยังไม่แน่ใจว่าหมอนรองกระดูกมีปัญหาอะไรมั้ย เพราะต้อง MRI ถึงจะรู้ แต่เราไม่ได้ผ่าตัดที่นู้น เพราะอีก 3-4 เดือนเราก็จะกลับประเทศไทยแล้ว คุณหมอเลยใส่ที่ดามขาไว้ให้ (ซึ่งพอผ่านไปสักพักเราก็เดินได้ปกติโดยไม่ต้องใช้) และก็แนะนำให้ไปหานักกายภาพบำบัดเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อบริเวณรอบหัวเข่าค่ะ ด้วยความว่าประกันของเรามันครอบคลุมการทำ MRI โฮสต์ก็เลยพาเราไปทำที่โรงพยาบาลที่ฝรั่งเศสเลยค่ะ สรุปก็คือ หมอนรองกระดูกของเราฉีกด้วย ทางคุณหมอที่นู้นก็แนะนำว่าให้เราผ่าตัด เพราะอายุยังน้อย และถ้าปล่อยไว้นานๆจะทำให้ข้อเข่าเสื่อมค่ะ

อันนี้คือที่ดามขาที่คุณหมอฝรั่งเศสใส่ให้ โดยเราจะงอขาไม่ได้เลยค่ะ และอาการบวมของเข่าก็น่ากลัวมาก

หลังจากนั้นเราก็เดินทางกลับมาประเทศไทยด้วยสภาพปกติทุกอย่าง เพราะตอนนั้นเข่าก็ฟื้นตัวและหายบวมแล้ว และด้วยความที่เราไม่รู้สึกว่าการที่เอ็นเข่าขาดมันเป็นปัญหากับชีวิตเท่าไหร่ เพราะจขกท.ไม่ได้เล่นกีฬาเป็นงานอดิเรก แค่ชอบฟิตเนส วิ่งลู่วิ่ง ยกเวท บ้าง ทำให้จขกท.ไม่ได้ไปหาหมอ และใช้ชีวิตหลังจากกลับมาจากฝรั่งเศสอย่างหัวหมุนเพราะต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย

จุดเปลี่ยนที่ทำให้จขกท.ตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด เพราะจขกท.เริ่มรู้สึกเจ็บเวลาทำกิจกรรมทั่วไปในชีวิตประจำวันค่ะ เช่น การขับรถเวลาที่รถติด (เส้นแจ้งวัฒนะตอน 4 โมงเย็นเป็นนรกสำหรับจขกท.มากๆค่ะ), การเดินขึ้นบันไดหลายๆชั้น, การเต้นในคอนเสิร์ตกระโดดกอดคอเพื่อน เป็นต้น ซึ่งจขกท.รู้สึกว่ามันเริ่มจะทำความรำคาญให้กับชีวิตของเราแล้ว เลยได้บอกคุณพ่อให้ติดต่อหาหมอให้หน่อย

โดยโรงพยาบาลที่จขกท.ตัดสินใจไป คือ โรงพยาบาลมงกุฎแจ้งวัฒนะ ค่ะ เพราะเป็นโรงพยาบาลที่ใกล้บ้านและจขกท.ก็ทำการรักษาอาการป่วยต่างๆที่นี่มาโดยตลอด โดยวันแรกที่ไปพบคุณหมอ คุณหมอก็ทำการเช็คหัวเข่าเลยค่ะว่าเข่าหลวมมั้ย ซึ่งคุณหมอตกใจมาก เพราะ จขกท.เข่าหลวมมากๆๆๆ ก็ได้นัดวันทำการผ่าตัดเป็นวันที่ 18 กรกฎา ที่ผ่านมาค่ะ

คุณหมอที่ทำการผ่าตัด : คุณหมอเอกอุ เอี่ยมอรุณ ค่ะ โดยปกติคุณหมอน่าจะอยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพด้วย เป็นแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์การกีฬา, ศัลยศาสตร์อุบัติเหตุด้านออร์โธปิดิคส์ ค่ะ

วันผ่าตัด : คุณหมอนัดเรามาที่โรงพยาบาลตอน 10 โมง และก็ให้เราเข้าไปนอนรอในห้องพักก่อนค่ะ งดน้ำงดอาหารหลังจากบ่าย เพราะจะทำการผ่าตัดตอน 19:00 น. ระหว่างนั้นจขกท.ก็นั่งๆนอนๆ มีเพื่อนๆมาให้กำลังใจอย่างล้นหลาม เพราะนี่เป็นการผ่าตัดครั้งแรกในชีวิตของจขกท.เลย ก่อนหน้านี้ไม่เคยโดนคุณหมอลงมีดมาก่อน ฮือๆ

หลังจากนั้นพอ 18:30 น. พี่ๆพยาบาลก็มาพาจขกท.ไปที่วอร์ดผ่าตัดค่ะ ก็ได้พูดคุยกับคุณหมอผู้ช่วย คุณหมอใจดีมากๆ คอยชวนคุยและอธิบายขั้นตอนการผ่าตัด (แอบได้ยินพี่พยาบาลคุยกันว่าคุณหมอพึ่งกลับมาจากเรียนเฉพาะทางที่เยอรมัน) หลังจากนั้นก็ได้ฤกษ์เข้าห้องผ่าตัดค่ะ คุณหมอที่บล็อคหลังเป็นคุณหมอผู้หญิงที่น่ารักมากๆ ตอนบล็อคหลังสำหรับเราก็ค่อนข้างเจ็บนะคะ แต่มันก็จี๊ดเดียว ทีเดียว หลังจากนั้นท่อนล่างก็จะไม่รู้สึกอะไรอีกเลย 5555555555555 ตอนแรกคุณหมอจะฉีดยาสลบให้ค่ะ แต่จขกท.ไม่เอาเพราะไม่อยากหลับ ซึ่ง ณ จุดๆนี้จะทรมานมากค่ะ เพราะร่างกายที่ได้รับยาชาจะหนาวสั่นตลอดเวลา คุณหมอวิสัญญีแพทย์ก็คอยชะโงกหน้ามาถามตลอดค่ะว่าหนาวมั้ย มีมาชวนคุยด้วยว่าไปทำอะไรมา ฝรั่งเศสเป็นยังไง จขกท.ก็นอนตัวสั่นงึกๆ (ถึงจะมีเครื่องเป่าลมร้อนให้) รู้ตัวอีกทีก็ผ่าตัดเสร็จแล้วตอนเกือบๆ 5 ทุ่มค่ะ

วันแรกหลังจากผ่าตัด : เป็นความพีคค่ะ เพราะจขกท.ฉี่ไม่ออก คือ ตอนนั้นจขกท.ยังขยับตัวไม่ได้ และจขกท.ไม่มีความสามารถพอที่จะนอนฉี่ค่ะ พี่พยาบาลก็มาคอยลุ้นว่าให้ลองดู พยายามเข้า จนเรากดดัน ทนไม่ไหว ร้องบอกเองเลยว่า 'สวนเลยค่ะ!' คือเราเป็นผู้หญิงอ่ะ เราไม่รู้สึกว่ามันเจ็บนะ สำหรับคุณผู้ชายอันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะ รบกวนผู้มีประสบการณ์คอมเม้นท์บอกทีค่ะ 55555555555

ด้านล่างนี่คือภาพวันแรกหลังผ่าตัด คุณหมอจะพันผ้าไว้แน่นและให้ยกขาสูงตลอดค่ะ ลดอาการบวม และพอเลือดในกระบอก(ที่ต่อมาจากเข่า)หยุดไหลก็จะเอาผ้าพันออก โดยคุณหมอก็บอกว่าต่อเอ็นเรียบร้อย แต่หมอนรองกระดูกนี่ต่อเย็บคืนไม่ได้ เลยตัดออกไปค่ะ

หลังจากเอาผ้าพันออก : หลังจากนั้น 1-2 วัน คุณหมอก็แกะผ้าพันออก และเอาท่อออก (คุณหมอไม่นับเลยค่ะ ดึงออกดัง 'ป๊อก' น้ำตาเรานี่คลอเบ้าเลย) และได้ใส่สนับเข่าให้เป็นตัวล็อกองศา (ดังรูปข้างล่าง) โดยปรับไปที่ 60 องศาก่อนค่ะในตอนแรก แต่ตอนนั้นเรายังงอได้ไม่ถึง 10 องศาเลยค่ะ แค่กระเทือนนิดหน่อยก็เจ็บแล้ว ยิ่งตอนไปฝึกเดินโดยใช้ไม้ค้ำนี่ยิ่งทรมาน หลังจากนั้นก็ประคบเย็นเกือบจะ 24 ชม. เลยค่ะ

สำหรับคนที่มีความคิดจะผ่านะคะ อย่างแรกเลยคือ ต้องมีคนดูแลค่ะ เพราะหลังผ่าเราจะต้องเข้าห้องน้ำบนเตียง (ใส่โถฉี่นั่นแหละ) ขยับไปไหนไม่ได้เลย มันจะลำบากมากๆ (จขกท.ล่อนอนโรงพยาบาลไป 6 วันเพราะพ่อบอกว่าถ้ากลับมาบ้านไม่มีคนดูแลเลยรอให้อาการเจ็บดีขึ้นก่อนค่อยออก แต่โดยปกติ 3 วันก็ออกได้แล้วค่ะ) ยิ่งพอกลับมาบ้านจะยิ่งลำบากในการอาบน้ำนะคะ (จขกท.ใช้วิธีเอาถุงดำมาตัดตูดครอบขาข้างที่ผ่าตัดเอาค่ะ แล้วก็นั่งโถส้วมอาบ สบาย)

หลังจากกลับบ้านมาก็จะได้ยามาทานทั้งหมด 3 ตัวค่ะ คือ แก้ปวด, ลดบวม และลดการอักเสบของกล้ามเนื้อและกระดูก ค่ะ

ตัดไหม : หลังจากที่จขกท. กลับมาอยู่บ้านได้ 8 วัน ก็ทำกายภาพตามที่คุณหมอสั่ง (ถ้าอยากหายไวๆก็ต้องทำอย่างเคร่งครัดนะคะ แรกๆอาจจะเจ็บแต่ต้องอดทนค่ะ ไม่งั้นขาจะเป็นพังผืด จะงออีกไม่ได้เลย) ก็ได้เวลานัดไปตัดไหมค่ะ ซึ่งถึงเวลานี้มันก็จะคันยุบยิบเพราะแผลเริ่มแห้งค่ะ ตอนนี้จขกท.ก็งอได้ 60 องศาแล้วค่ะ คุณหมอเลยปรับเพิ่มเป็น 90 องศา และก็ให้อาบน้ำได้ปกติ ไม่ต้องกลัวแผลเปียกหลังจากตัดไหมได้ 2-3 วัน ค่ะ คุณหมอก็นัดอีกทีสิ้นเดือนนี้เลยค่ะ

อันนี้คือรูป 1 วันก่อนตัดไหม และ 3 วันหลังตัดไหมค่ะ

พอขึ้นอาทิตย์ที่ 3 จขกท.ก็เริ่มวางน้ำหนักลงขาได้แล้วค่ะ ไม่รู้สึกเจ็บมากเท่าไหร่ แต่ก็ต้องคอยระวังไม่ให้เข่าเราช้ำมากเกินไป ไม่งั้นถ้าเป็นอะไรขึ้นมาอีกก็จะซวยนะคะ 55555555555 ขาจะลีบและต้นขาจะย้วยเป็นปกติค่ะ เพราะไม่ได้ใช้งาน พอเข่าหายดีแล้วก็ต้องกลับมาฟิตให้กล้ามเนื้อกลับมาค่ะ พอช่วงกลางๆอาทิตย์ที่ 3 จขกท.ก็งอได้ครบ 90 องศาแล้วค่ะ วันนี้จขกทก็เดินได้แล้วโดยไม่ใช้ไม้ค้ำ แต่ก็จะกระเผลกๆหน่อย แต่ถ้าเดินเยอะๆก็คงจะใช้ไม้ค้ำช่วยไว้ค่ะเพื่อความปลอดภัย เป็นอันจบมหากาพย์ชีวิต 4 อาทิตย์แสนสาหัสค่ะ จขกท.สามารถปล่อยไม้ค้ำได้ในอาทิตย์ที่ 4 พอดิบพอดี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละบุคคลด้วยค่ะ เห็นว่าถ้าในเคสที่เย็บหมอนรองกระดูกอาจจะต้องใช้ไม้ค้ำไปถึง 2 เดือนเลยก็มีค่ะ

อุปกรณ์หลังผ่าตัด :

อุปกรณ์แรกสำคัญมาก ก็คือ ตัวล็อคองศา ค่ะ ตัวนี้ราคาประมาณ 2000 บาทค่ะ


ยาทาแก้ปวดค่ะ ต้านการอักเสบจากการบาดเจ็บของเอ็น ตัวนี้คุณหมอจ่ายให้ตอนไปตัดไหม เราจะทาเวลาที่เข่าเราตึงๆตอนตื่นนอน ทาแล้วไม่ร้อนไม่เย็นค่ะ เราชอบทายาตัวนี้ แล้วก็ประคบเย็นค่ะ พอผ่านไปสักพักเข่าก็จะเลิกงอแง กลับสู่สภาวะปกติค่ะ

แผ่นประคบเย็น 200 บาทค่ะ

อาวุธคู่กายในช่วง 3 สัปดาห์แรกของจขกท.เองค่ะ

เป็นเพื่อนรักคนใหม่ของจขกท.หลังจากที่ทิ้งไม้ค้ำยันไปค่ะ เป็นสนับเข่าแบบมีแกนด้านข้าง จขกท.รู้สึกปลอดภัยมากเวลาที่ใส่เจ้านี่เดิน ราคาประมาณเกือบๆ 2000 ค่ะ ซื้อที่โรงพยาบาลค่ะ

ชีวิตของผู้หญิงก็เป็นปกติที่จะรู้สึกกังวลกับรอยแผลใช่มั้ยคะ ยิ่งจขกท.ชอบใส่ขาสั้นมากเลยรีบไปถามพี่ๆเภสัชมาเลยค่ะ จขกท.ใช้ 2 ตัวนี้ค่ะ แผ่นแปะ Cica-care ราคา 1500 บาท ส่วน Dermatix ราคาประมาณ 700 บาทค่ะ ซื้อที่ร้านขายยาในห้างเซ็นทรัลแถวบ้าน พึ่งเริ่มใช้ได้ไม่ถึงเดือนเลยยังให้คำรีวิวไม่ได้ ไว้จะมาตั้งกระทู้บอกถึงผลลัพธ์อีกทีนะคะ

ค่าใช้จ่าย : ด้วยความที่ว่าจขกท.ผ่าตัดที่โรงพยาบาลเอกชน ค่ารักษาเลยค่อนข้างแพงค่ะ จำแนกหลักๆตามใบเสร็จได้ว่า
- ค่าทำศัลยกรรม 70,000 บาท
- ค่าเวชภัณฑ์ (1) 57,000 บาท
- ค่าเครื่องมือในห้องผ่าตัด 11,800 บาท
- ค่าห้อง 12,000 บาท >>> แหงสิ หล่อนเล่นนอนไปตั้ง 5 คืน
นอกจากนี้ก็มีค่ายิบย่อยอีกเยอะแยะไปหมด
รวมเบ็ดเสร็จทั้งหมด 200,500 บาท ค่ะ แต่เพราะเรามีประกันของอยุธยากับAIA สุดท้ายเลยจ่ายเองทั้งหมด 61,000 กว่าบาทค่ะ ซึ่งก็เป็นราคาที่ทางบ้านเรารับได้ สำหรับความสะดวกสบายต่างๆที่เราได้รับ เพราะเราไม่สามารถรอคิวการผ่าตัดที่โรงพยาบาลรัฐได้เนื่องจากตารางเรียนที่กระชันชิดของเราค่ะ สำหรับใครที่มีการวางแผนระยะยาวว่าจะผ่าก็ลองไปจองคิวที่โรงพยาบาลรัฐก็น่าจะดีกว่านะคะ

สุดท้ายนี้เราก็หวังว่ากระทู้นี้จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยแก่คนที่เข้ามาอ่านนะคะ หากมีข้อสงสัยใดๆสามารถถามไว้ได้เลยค่ะ จขกท.จะพยายามเข้ามาตอบให้ไวที่สุดนะคะ ขอลาไปด้วยรูปแผลล่าสุดที่ถ่ายวันนี้สดๆร้อนๆแล้วกันค่า



โดย: หมอหมู วันที่: 16 สิงหาคม 2560 เวลา:12:41:14 น.  

 


โดย: dentbanthi (dentbanthi ) วันที่: 14 มีนาคม 2561 เวลา:21:31:06 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#14


 
หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 739 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]