Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

กระดูกหน้าแข้งหัก


กระดูกหน้าแข้งหัก

จุดมุ่งหมายของการรักษากระดูกหัก …

1. ทำให้กระดูกที่หักเมื่อหายแล้วกลับมาอยู่ในสภาพที่ใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด

2. มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด

3. ให้ผู้ป่วยกลับมาดำเนินชีวิตเหมือนปกติได้โดยเร็วที่สุด



จะเลือกวิธีการรักษาวิธีไหนดี …

แพทย์จะต้องพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องก่อน ที่จะเลือกวิธีการรักษาให้กับผู้ป่วยแต่ละราย เช่น

- อายุ สภาพร่างกายทั่วไปแข็งแรงดีหรือไม่ มีโรคประจำตัวที่ร้ายแรงหรือไม่

- กระดูกหักที่ตำแหน่งไหน มีรอยกระดูกแตกเข้าข้อหรือไม่

- หักมากหรือน้อยอย่างไร แล้วมีการเคลื่อนที่ไปจากเดิมมากหรือน้อยขนาดไหน

- มีแผลที่บริเวณกระดูกที่หักด้วยหรือไม่


การที่จะเลือกรักษาด้วยวิธีไหนนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจร่วมกันของแพทย์และผู้ป่วย แพทย์มีหน้าที่ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง แนะนำแนวทางรักษาที่ดีที่สุดและให้การรักษาอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ผู้ที่จะตัดสินใจเลือกวิธีรักษาในขั้นตอนสุดท้ายคือ ตัวผู้ป่วยเอง ดังนั้นถ้าท่านมีข้อสงสัยก็ควรปรึกษากับ แพทย์ที่ให้การรักษาท่านอีกครั้ง


วิธีการรักษากระดูกหัก


1.วิธีไม่ผ่าตัด เช่น การใช้ผ้ายืดพันรัดไว้ การใส่เฝือกตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงต้นขา เป็นต้น

ใช้ในกรณีที่กระดูกหักหรือกระดูกที่หักเคลื่อนที่ไปไม่มากนักและไม่มีบาดแผลเข้าไปที่บริเวณกระดูกหัก

2.วิธีผ่าตัด ซึ่งอาจแบ่งย่อยได้เป็น

2.1 ผ่าตัดแต่ไม่ใส่เหล็ก เป็นการผ่าตัดทำความสะอาดบาดแผล และจัดกระดูกให้เข้าที่ แล้วอาจจะใส่เฝือก หรือเครื่องพยุงอื่น ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกเคลื่อนหลังจากการผ่าตัด

2.2 ผ่าตัดและใส่เหล็กเพื่อยึดตรึงกระดูกไม่ให้เคลื่อน เช่น ลวด แผ่นเหล็ก แกนเหล็กใส่ในโพรงกระดูก แท่งเหล็กดามกระดูกด้านนอก เป็นต้น ซึ่งเป็นเหล็กชนิดพิเศษ แข็งแรงกว่าเหล็กปกติ ไม่เป็นสนิม และมักไม่ทำให้เกิดอาการแพ้



ข้อบ่งชี้ ที่ควรรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด

• มีกระดูกหักหลาย ๆ แห่ง ร่วมกัน

• กระดูกหักหลายชิ้น หรือแตกเข้าข้อ

• มีการเคลื่อนของกระดูกที่หักไปมาก

• มีแผลเปิดเข้าไปถึงบริเวณกระดูกที่หัก

• ไม่สามารถจัดกระดูกให้เข้าที่ด้วยวิธีไม่ผ่าตัด

• มีเส้นเลือดเส้นประสาทได้รับอันตรายร่วมด้วย



การรักษาด้วยวิธีใส่เฝือก

แพทย์อาจจะใช้ยาชาหรือให้ยาสลบ เพื่อจัดกระดูกให้เข้าที่ แล้วก็จะใส่เฝือกเพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกเคลื่อนที่-ผิดรูปขึ้นอีก ซึ่งอาจใส่เป็นเฝือกชั่วคราวแบบครึ่งเดียวหรือเฝือกแบบเต็มรอบขาก็ได้ โดยจะใส่ตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงต้นขา

หลังใส่เฝือก ถ้ามีอาการบวม ปวด หรือ ชา มากขึ้น กินยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

แพทย์จะนัดมาตรวจซ้ำหลังใส่เฝือก ประมาณ 1-2 อาทิตย์เพื่อดูอาการ และดูว่าเฝือกหลวมหรือไม่ ถ้าเฝือกหลวมก็อาจจะต้องเอ๊กซเรย์และเปลี่ยนเฝือกใหม่ หลังจากนั้นก็จะนัดทุก 1-2 เดือน จนกว่ากระดูกจะติดสนิท

จะใส่เฝือกไว้ประมาณ 4 - 6 อาทิตย์ แต่กระดูกจะติดสนิทนั้นต้องใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน ดังนั้นถึงแม้ว่าจะเอาเฝือกออกแล้วแต่กระดูกก็ยังติดไม่สนิทจึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

อย่าให้เฝือกเปียกน้ำ เพราะจะทำให้เฝือกเสียความแข็งแรง เกิดความอับชื้น มีกลิ่นเหม็น และ รู้สึกคันในเฝือกได้ ถ้าต้องการอาบน้ำ ก็เอาขาที่หักใส่เข้าไปในถุงพลาสติกใบใหญ่ ๆ แล้วใช้เชือกรัดปากถุงไว้เพื่อกันน้ำเข้าไปโดนเฝือก


การรักษาด้วยวิธีผ่าตัด

การดูแลหลังการผ่าตัด

วันแรกหลังการผ่าตัด จะทำความสะอาดแผล และดึงสายที่ใส่ไว้ที่แผลออก ผู้ป่วยต้องลุกนั่งบ่อย ๆ

วันที่สอง จะสอนและทำกายภาพบำบัด ต้องเริ่มทำกายภาพบำบัดทันทีหลังผ่าตัด

ผู้ป่วยจะต้องใช้ไม้ค้ำยันช่วยพยุงเดินจนกว่าแพทย์จะบอกให้เลิกใช้ ซึ่งจะเลิกใช้ไม้เท้าก็ต่อเมื่อแพทย์เอ๊กซเรย์แล้วพบว่ากระดูกติดสนิทดี ไม่เช่นนั้นกระดูกที่เริ่มติดและเหล็กที่ใส่ไว้อาจจะหักได้ ทำให้ต้องมาเริ่มรักษาใหม่หรือต้องผ่าตัดซ้ำอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้กระดูกติดช้าลง

แพทย์จะนัดมาตรวจซ้ำครั้งแรกหลังผ่าตัดประมาณ 2 อาทิตย์ เพื่อตัดไหม ดูการเคลื่อนไหวของข้อ และ การเดิน หลังจากนั้นจะนัดครั้งต่อไปทุก 1 - 2 เดือน เพื่อแนะนำวิธีทำกายภาพบำบัดและเอ๊กซเรย์กระดูกเป็นระยะจนกว่ากระดูกจะติดสนิท ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 4 - 6 เดือน หลังจากกระดูกเริ่มหัก



ข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวทั่วไป

1. ใช้ไม้ค้ำยัน ช่วยพยุงเมื่อยืนหรือเดิน โดยลงน้ำหนักบนขาที่หักพอสมควร และเหยียบให้เต็มฝ่าเท้า

ถ้านอน ให้ใช้หมอนรองขาที่ผ่าตัดให้ยกสูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อลดอาการบวมและอาการปวด ที่ขา

2. ทำกายบริหาร ควรทำบ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยให้ทำซ้ำประมาณท่าละ10 ครั้ง แล้วจึงเริ่มทำท่าต่อไป

2.1 นอนหงาย เกร็งกล้ามเนื้อต้นขาและกล้ามเนื้อขา ให้เกร็งค้างไว้นานสิบวินาที แล้วพัก (นับหนึ่งถึงสิบดัง ๆ )

2.2 นอนหงาย ขยับข้อสะโพก งอ-เหยียด กาง-หุบ แต่ละท่าให้เกร็งค้างไว้นานสิบวินาที แล้วทำท่าต่อไป

2.3 นั่งห้อยขา ขยับข้อเท้า ขึ้น-ลง หมุนเข้า-หมุนออก แต่ละท่าให้เกร็งค้างไว้นานสิบวินาที แล้วทำท่าต่อไป

2.3 นั่งห้อยขา ขยับข้อเข่า เหยียดเข่าขึ้นให้มากที่สุด ค้างไว้ นับ 1-10 แล้วงอเข่าลงให้มากที่สุด ค้างไว้ นับ 1-10ถ้าปวดมากอาจใช้ข้อเท้าขาข้างดีซ้อนใต้ข้อเท้าของขาข้างที่หักเพื่อช่วยยกขาขึ้น และ กดบนข้อเท้าข้างที่หักเพื่อให้งอลง

ถ้าไม่รู้สึกว่าปวดมาก ก็อาจจะใช้น้ำหนัก ประมาณ 1 - 5 กิโลกรัมถ่วงไว้ที่บริเวณข้อเท้า แล้วบริหารเพื่อเพิ่ม-ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อให้มากขึ้น ซึ่งก็จะช่วยให้หายได้เร็วขึ้น และหายอย่างใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด …



วิธีบริหาร เท้า ข้อเท้า และ ขา    
//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=25-07-2008&group=11&gblog=4

วิธีเดินด้วย ไม้ค้ำยัน ( Crutches )    
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=18-05-2008&group=11&gblog=2

วิธีเดินด้วย ไม้เท้า ( Canes ) , สี่ขา ( วอค์เกอร์ walker )    
//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=18-05-2008&group=11&gblog=1






Create Date : 06 พฤษภาคม 2551
Last Update : 8 มิถุนายน 2558 13:01:04 น. 1 comments
Counter : 16648 Pageviews.  

 

กระดูกหัก รักษาอย่างไรดี

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-12-2007&group=6&gblog=1

กระดูกหักเมื่อไรจะหาย

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-01-2008&group=6&gblog=4

การรักษาด้วยวิธีใส่เฝือก

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=01-02-2008&group=6&gblog=5

กระดูกหัก ผ่า - ไม่ผ่า อย่างไหนดีกว่ากัน

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=05-01-2008&group=6&gblog=2

กระดูกหัก ต้องผ่าเอาเหล็กออกหรือไม่ ???

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=08-04-2009&group=6&gblog=28

การดูแล หลังผ่าตัดกระดูกหัก

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=09-01-2008&group=6&gblog=3



โดย: หมอหมู วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:15:01:16 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 733 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]