ครม.อนุมัติมาตรการภาษีส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของ SMEs ‘มาตรการพี่ช่วยน้อง’พัฒนาชนบท-ลดหย่อนภาษีได้ 2



คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของ SMEs (มาตรการพี่ช่วยน้อง)เปิดทางบริษัทขนาดใหญ่นำค่าใช้จ่ายช่วยเอสเอ็มอีหักภาษีได้ 2 เท่าแต่ไม่เกิน 10% และมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในชนบทนำค่าใช้จ่ายหักภาษีได้ 2 เท่าเช่นกัน

 

การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2559 นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้มีมติเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของ SMEs (มาตรการพี่ช่วยน้อง) เพื่อเสริมสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการSMEs และมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในชนบท เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจและสังคมในโครงการที่ท้องถิ่นมีความต้องการ โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

สาระสำคัญของมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอี(มาตรการพี่ช่วยน้อง) คือการส่งเสริมให้บริษัทใหญ่ช่วยบริษัทเล็กหรือเอสเอ็มอี โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายที่ช่วยเอสเอ็มอี เช่น 1.ถ่ายทอดความรู้ 2.การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี 3.การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 4.การส่งเสริมการตลาด 5.จ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อแทนผู้ประกอบการที่ได้รับการค้ำประกันสินเชื่อจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ทว่าไม่มีอำนาจควบคุมดูแลในกิจการของน้อง สามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาหักภาษีได้ 2 เท่าของรายได้ แต่ไม่เกิน 10% ของกำไรสุทธิ โดยนิยามของบริษัทขนาดใหญ่ต้องมีทรัพย์สินถาวรมากกว่า 200 ล้านบาท มีการจ้างพนักงานเกิน 200 คน(บริษัทพี่) ส่วนนิยามของบริษัทเล็กหรือเอสเอ็มอี เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นเอสเอ็มอีซึ่งเป็นธุรกิจที่มีทรัพย์สินถาวรไม่เกิน 200 ล้านบาท และการจ้างงานไม่เกิน 200 คน (บริษัทน้อง)

สาระสำคัญของมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในชนบท โดยกระทรวงการคลังเสนอให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการจ่ายเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและแหล่งท่องเที่ยวในชนบท การลงทุน เช่น ไฟฟ้า ประปา ถนน ทางพิเศษหรือสัมปทาน โทรคมนาคม ไอซีที พลังงานทางเลือก ระบบบริหารจัดการน้ำหรือชลประทาน ระบบป้องกันภัยธรรมชาติ ระบบจัดการของเสีย การลงทุนดังกล่าวต้องสอดคล้องกับระเบียบมหาดไทยว่าด้วยการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนคำว่าแหล่งท่องเที่ยวรวมถึงอุทยานแห่งชาติ โบราณสถาน แหล่งท่องเที่ยวอื่น องค์การของรัฐ โดยต้องได้รับการรับรองจากราชการและต้องโอนกรรมสิทธิ์ให้องค์การของรัฐโดยไม่มีค่าตอบแทน ภาคเอกชนที่ช่วยลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน นำค่าใช้จ่ายหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า แต่ไม่เกิน 10% ของกำไรสุทธิ และรายจ่ายเพื่อการศึกษาและการกีฬา โดยจะสามารถทำได้ 3 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559

ทั้งนี้มีเงื่อนไขว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยจะต้องไม่ถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมและไม่มีอำนาจในการควบคุมหรือกำกับดูแลการดำเนินงานและบริหารงานของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้จ่ายไปเพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจการและค่าใช้จ่ายในโครงการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจจะต้องได้รับการรับรองจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หรือสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

การดำเนิน 2 มาตรการนี้จะทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้ประมาณ 5 พันล้านบาทต่อปี แต่รัฐบาลไม่ได้มองว่าเป็นการสูญเสียรายได้ แต่มองว่าเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย ก่อให้เกิดการจ้างงานและการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจมากกว่า และการดำเนินการในส่วนนี้ก็ถือเป็นการร่วมมือกันระหว่างรัฐและเอกชนในการให้ความช่วยเหลือพื้นที่ในชนบทด้วย ไปจนถึงการปรับปรุงและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว นายณัฐพร กล่าว

ทั้งนี้มาตรการทั้ง 2 ให้เริ่มใช้สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561 และให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 04 สิงหาคม 2559    
Last Update : 4 สิงหาคม 2559 7:49:17 น.
Counter : 297 Pageviews.  

ศาลฎีกายืนยกฟ้องดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทองจัดรายการตอน“ของเถื่อน ภาษีเถื่อน”หมิ่นคิงเพาเวอร์ขายของหนีภาษี



ฎีกายืนตาม 2 ศาลยกฟ้องอดีต สว.คนดัง ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง” จัดรายการหมิ่น คิง เพาเวอร์ ขายของหนีภาษี ศาลชี้แค่ตั้งข้อสงสัย รักษาผลประโยชน์ชาติ เจ้าตัวแม้จะยังป่วยก็ยิ้มออกยันไม่คิดฟ้องกลับ แต่ขอช่วยกันตรวจสอบ เหล้า-บุหรี่เถื่อน

 

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 3 สิงหาคม 2559  ที่ห้องพิจารณา 709 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.1822/2554 ที่บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด เป็นโจทก์ ฟ้อง นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้ดำเนินรายการวิเคราะห์ข่าวชื่อดังและอดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เป็นจำเลย ในความผิดฐาน ดูหมิ่นด้วยการโฆษณา และหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328 , 332

กรณีเมื่อวันที่ 10 ก.พ.2553 จำเลยในฐานะผู้ดำเนินรายการ“ลงเอย อย่างไร” ได้ดูหมิ่นและกล่าวหมิ่นประมาทโจทก์ด้วยการโฆษณา ในการจัดรายการตอน “ของเถื่อน ภาษีเถื่อน” ที่ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 ทำนองว่า โจทก์เป็นบริษัทขายสินค้าเถื่อนหนีภาษีเถื่อนให้แก่บุคคลทั่วไป เป็นบริษัทไม่ดี ฉ้อโกงภาษีอากรของรัฐบาล ซึ่งล้วนเป็นเท็จ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

คดีนี้ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์  พิพากษาให้ยกฟ้อง เนื่องจากมีหลักฐานเป็นคลิปวีดีโอยืนยันถึงการทดลองสั่งซื้อสุรา ไวน์ และแชมเปญ จำนวนหลายลังจากบุคคลหนึ่ง โดยไม่ต้องมีหนังสือเดินทาง และตั๋วเครื่องบิน ซึ่งสินค้าทั้งหมดถูกใส่อยู่บรรจุภัณฑ์ที่มีชื่อบริษัทของโจทก์ติดอยู่ที่ถุงและมีผู้นำมาส่งให้ถึงที่บ้าน

ศาลเชื่อว่าสามารถสั่งซื้อสินค้าปลอดศุลกากรจากบริษัทโจทก์ได้จริง ซึ่งเป็นการพิสูจน์ได้ว่า คำพูดที่จำเลยกล่าวในรายการเป็นเรื่องจริง  และเป็นการติชมด้วยความสุจริตใจ เป็นธรรม จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

โจทก์ยื่นฎีกา  ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยด้วย

ในวันนี้ (3 สิงหาคม) นายเจิมศักดิ์ จำเลย เดินทางรับฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาโดยถือไม้เท้าพยุงตัว เนื่องจากมีอาการปวดหลัง

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่า การกระทำของจำเลยในการจัดรายการ เป็นการตั้งคำถามตั้งข้อสงสัย กับ รมว.คลัง ในรายการ ซึ่งเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ในฐานะสื่อมวลชนโดยสุจริต ที่วิญญูชนคนทั่วไปก็สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ และขณะที่การตั้งข้อสงสัยนั้น จำเลยก็ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการ บ.การท่าอากาศยานฯ ซึ่งถือว่าได้ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาให้กับสังคม เพื่อช่วยตรวจสอบการทุจริตเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานรัฐ เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับประเทศชาติ การกระทำดังกล่าวจึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน "ยกฟ้อง"

ภายหลัง นายเจิมศักดิ์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง ตนทำหน้าที่ในฐานะสื่อมวลชน เป็นการกล่าวในภาพรวม เพื่อให้ รมว.คลัง ดูแลมาตรการบุหรี่และสุราเถื่อนที่แอบลักลอบนำเข้ามาในประเทศ  

อย่างไรก็ตามตนไม่คิดจะฟ้องกลับ เพราะต่อสู้คดีมายาวนานแล้ว แต่อยากให้บริษัทเอกชนช่วยปรับปรุงการทำงานในส่วนที่เป็นปัญหา ส่วนรัฐก็ควรเพิ่มความเข้มข้นตรวจสอบการลักลอบนำสินค้าหนีภาษีให้มากยิ่งขึ้น และจะขอตรวจสอบในฐานะสื่อมวลชนต่อไป

คดีนี้ศาลฎีกาได้นัดอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2559  เมื่อถึงเวลานัดนายเจิมศักดิ์ จำเลย ไม่ได้เดินทางมาศาล แต่มอบอำนาจให้เสมียนทนายความ แถลงต่อศาลขอเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษา เนื่องจากจำเลยมีอาการป่วย พักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลศิริราช พร้อมยื่นใบรับรองแพทย์แสดงต่อศาล

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่ากรณีมีเหตุจำเป็นจึงอนุญาตให้เลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ออกไปเป็นวันที่ 3 สิงหาคม เวลา 09.30 น.

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ (จากวิกิพีเดีย)

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ (King Power Group) เป็นบริษัทด้านธุรกิจค้าปลีกสินค้าปลอดอากรของไทย ก่อตั้งในปี พ.ศ.2532 ใช้ชื่อเดิมว่า บริษัท ดาวน์ทาวน์ ดี.เอฟ.เอส (ไทยแลนด์)จำกัด ร่วมทุนกับ ททท. เปิดดำเนินกิจการร้านค้าปลอดอากรในเมืองเป็นรายแรกในประเทศไทย ณ อาคารมหาทุนพลาซ่า ถนนเพลินจิต

ต่อมาปี พ.ศ. 2536 - 2549 ได้รับสัมปทานจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยเข้าบริหารร้านค้าปลอดภาษี ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท คิง เพาเวอร์ แท็กซ์ฟรี จำกัด

ในปี พ.ศ. 2549 เข้ามาดำเนินการสินค้าปลอดอากร ที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปัจจุบันมีประธานกรรมการบริหาร คือ วิชัย ศรีวัฒนประภา (นามสกุลเดิม รักศรีอักษร ส่วน ศรีวัฒประภา เป็นนามสกุลพระราชทาน) ในเดือนธันวาคม พ.ศ.2552 บริษัทได้รับพระราชทานตราตั้งห้าง โดยมีสัญลักษณ์ครุฑตั้งอยู่ที่สำนักงานใหญ่

ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2553 วิชัยพร้อมด้วยผู้ร่วมทุนในนามกิจการร่วมค้าเอเชียนฟุตบอลอินเวสต์เมนท์ ได้ซื้อกิจการสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี พร้อมเปลี่ยนชื่อสนามจาก วอล์กเกอร์ส สเตเดี้ยม เป็น คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม และในปี2014 ได้บริหารทีมสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ จนคว้าแชมป์ เดอะแชมเปี้ยนชิพ และเข้าไปเล่นในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จในฤดูกาล 2014-2015

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 04 สิงหาคม 2559    
Last Update : 4 สิงหาคม 2559 4:05:16 น.
Counter : 78 Pageviews.  

ตำรวจวิ่งเต้นซื้อตำแหน่ง 7 แสนลงเอยเป็นเรื่องการยืมเงินแล้วเบี้ยว......นี่คือภายใต้ดวงอาทิตย์



เรื่องราวฉาวโฉ่ของตำรวจชั้นสัญญาบัตรที่วิ่งเต้นใช้เงิน 7 แสนบาทเพื่อซื้อตำแหน่งเป็น สารวัตร ครั้นเมื่อคำสั่งแต่งตั้งประกาศออกมากลับไม่มีชื่อ จึงไปแจ้งความให้ดำเนินคดีกับเพื่อนนายตำรวจด้วยกันที่รับวิ่งเต้น จนเมื่อมีข่าวกระฉ่อน ผู้บังคับบัญชาระดับสูงก็เลยปรับเปลี่ยนตำแหน่งทั้งคู่ พร้อมกับตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง

 

เรื่องนี้ บอกกล่าวกันมาแล้วว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เคยปรากฏเป็นระยะๆตลอดมา จากเมื่อครั้งองค์กรนี้ยังเป็นกรมตำรวจ

ประชาชนได้ยินได้ฟังมาจนเป็นปกติ ว่าการเลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่งของข้าราชการตำรวจมักจะอยู่คู่ไปกับการวิ่งเต้นหาเส้นสาย เกาะติดยึดโยงเข้าหากลุ่มหรือขั้วอำนาจ จะปล่อยให้เป็นไปตามฟ้าดินจะบันดาลให้เป็นไปคงไม่ได้  และหากมีข้าราชตำรวจคนไหนปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม ก็มีคนรับรองได้เลยว่าต้องพบกับความมียถากรรม

บอกกล่าวกันไปแล้วว่า บทสรุปของเรื่องนี น่าจะพากันกอดคอไปสู่ความผิดหวังทั้งคู่

ความจริงเรื่องก็คงจบกันไปแล้วอย่างเงียบ ๆ ตามแบบฉบับของตำรวจซึ่งจะโดยบังเอิญหรือปิดซ่อนไว้ไม่ได้ก็ไม่รูที่มีข่าวในโซเชียลมีเดีย  และสื่อหลายฉบับว่านายตำรวจที่รับวิ่งเต้นคนนี้น่าจะไม่ใช่เป็นรองสารวัตรธรรมดาเหมือนคนอื่นๆ เพราะมีคนแอบรู้หรือแอบเห็นมาว่า ทำหน้าที่พิเศษเป็นพลขับให้นายตำรวจใหญ่อยู่เนืองๆ

มีผู้คนคาดคะเนกันว่า น่าจะไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร หากนายตำรวจคนที่วิ่งเต้นหรือคนที่อยากจะเป็นสารวัตร เพราะนอกจากจะมีตำแหน่งสูงขึ้นเชิดหน้าชูตาให้สมกับคติว่ารับราชการอย่างกาวหน้าแล้ว ยังคงจะได้มีบทบาททำอะไร ๆ ให้เป็นประโยชน์กับสังคมและส่วนตัวด้วย เห็นว่านอกจากนายตำรวจที่รับวิ่งเต้นเป็นเพื่อนนักเรียนตำรวจรุ่นเดียวกันย่อมไม่เบี้ยวเพื่อน

ยังมีคะแนนแต้มต่อว่าโอกาสได้เปนสารวัตรมีสูง  เพราะเพื่อนคนนีเป็นพลขับให้นายใหญ่อยู่ด้วย จึงจ่ายเงินไป 7 แสนบาทโดยไม่กังขา

แต่ข่าวนี้อาจไม่เป็นความจริงก็ได้ เพราะพอเกิดเหตุใดก็ตาม  เคราะห์หามยามซวย เจอผีซ้ำด้ามพลอยก็ย่อยยับเมื่อนั

นายตำรวจใหญ่เองออกมาพูดทันทีว่า เรื่องวิ่งเต้นเป็นไปไม่ได้  ยุคนี้ไม่มีวิ่งเต้นเด็ดขาด คงเป็นเรื่องตกเบ็ดกันเองเพราะถ้าวิ่งเต้นได้จริง ป่านนี้ก็ต้องได้ตำแหน่งไปแล้ว

หลังจากเกิดเหตุแจ้งความดำเนนคดีกันไม่กี่วัน นายตำรวจที่เป็นผู้เสียหายกลับเบี้ยวไม่ไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนอ้างว่าเจ็บนิ้วมือ ขอเลื่อนไปโดยไม่มีกำหนด

หลังจากนั้นอีกไม่กี่วัน  กลับมีข่าวปรากฏตามสื่อมวลชนว่าเรื่องทีไปแจ้งความว่าจ่าย 7 แสนเพื่อวิ่งเต้นเป็นสารวัตรแล้วไม่ได้นั้นไม่ใช่แล้ว แต่เพื่อนตำรวจที่แต่เดิมบอกว่าจะวิ่งเต้นให้นั้น แท้จริงแล้วยืมไป 7 แสนแล้วเบี้ยวต่างหาก

ยังไม่รู้ว่า  พอตำรวจใหญ่ที่บังคับบัญชาตำรวจรู้เรื่องนี้เข้า จะรีบบอกว่านั่นแน่เห็นไหม เรื่องวิ่งเต้นยุค นี้ไม่มีอย่างเด็ดขาด ทำไมตำรวจน้อยพวกนี่ชอบพูดโป้ปดมดเท็จกันนัก ยืมเงินกันแล้วมาเสแสร้ง แกล้งกันเอง  เหมือนพวกไม่มีงานทำชอบแทงกันไปแทงกันมา

พอประชาชนรูเรื่องนี้เข้า ก็คงไม่รู้สึกร้อนรู้สึกหนาวอะไร เพราะได้ยินได้ฟังมาก็นานนักหนาแล้วและทีแน่นอนเป็นเรื่องของตำรวจ 

ตำรวจต้องไปจัดการกันเอง

ห่วงกันบ้างก็แต่ว่า คราวหน้าคราวหลัง จะวิ่งเต้นเส้นสายจ่ายน้อยจ่ายมากอะไรนั่น แอบๆกันให้มิดชิด อย่ากระโตกกระตาก และลากอะไรต่ออะไรออกมาให้ประชาชนได้พบเห็นกันอีกเลย

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 03 สิงหาคม 2559    
Last Update : 3 สิงหาคม 2559 23:48:59 น.
Counter : 67 Pageviews.  

ธนาคารแห่งประเทศไทย จัดพิมพ์ธนบัตร 500 บาท เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ



ธนาคารแห่งประเทศไทย จัดพิมพ์ธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 โดยจัดพิมพ์ชนิดราคา 500 บาท ซึ่งจะจัดพิมพ์จำนวน 20 ล้านฉบับ โดยประชาชนที่สนใจสามารถติดต่อแลกได้ตั้งแต่ในวันที่ 11 สิงหาคม 2559

 

วันที่ 2 สิงหาคม 2559 นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดเผยว่า ธปท.ได้จัดพิมพ์ธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 ชนิดราคา 500 บาท จำนวน 20 ล้านฉบับ เพื่อออกใช้หมุนเวียนในระบบและสามารถเก็บเป็นที่ระลึกได้ โดยราคาจ่ายแลกเท่ากับราคาที่ปรากฏบนธนบัตร โดยจะเปิดให้แลกตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคมนี้

ธนบัตรที่ระลึกฯ นี้ มีขนาด สี และลักษณะด้านหน้า เช่นเดียวกับธนบัตรชนิดราคา 500 บาท แบบ 16 ที่ออกใช้หมุนเวียนในปัจจุบัน

สำหรับภาพด้านหลังธนบัตร เชิญพระฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมาน เป็นภาพประธาน โดยมีพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พร้อมพระราชโอรสและพระราชธิดา เมื่อครั้งยัง ทรงพระเยาว์ พระฉายาสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ขณะทอดพระเนตรผลงาน ศิลปาชีพ ตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติฯ ภาพโขนพระราชทาน ชุด จองถนน ภาพกระเป๋าย่านลิเภา ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ และภาพพรรณไม้ในพระนามาภิไธย คัทลียาควีนสิริกิติ์และ กุหลาบควีนสิริกิติ์ เป็นภาพประกอบ

นายวิรไทกล่าวว่า ธนบัตรที่ระลึกฯ นี้มีลักษณะต่อต้านการปลอมแปลงเช่นเดียวกับธนบัตรชนิดราคา 500 บาท แบบ 16 โดยเพิ่มลักษณะต่อต้านการปลอมแปลงที่จัดทำขึ้นพิเศษ คือ ลายรัศมีสีส้มเบื้องหลังพระฉายาสาทิสลักษณ์และ ภาพกุหลาบควีนสิริกิติ์ในส่วนที่พิมพ์ด้วยหมึกพิเศษสีส้ม ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเรืองแสง เมื่อส่องภายใต้ รังสีเหนือม่วง

ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจสามารถติดต่อขอแลกได้ที่ธนาคารพาณิชย์ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และตู้กดเงินสดอัตโนมัติหน้าสาขาธนาคาร ที่มีสัญลักษณ์ที่กำหนด โดยระบุยอดถอน 500 บาท

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 02 สิงหาคม 2559    
Last Update : 2 สิงหาคม 2559 20:43:21 น.
Counter : 142 Pageviews.  

“สิงห์ มุสิกพงศ์ ” ฝากข้อความสุดท้ายถึง “เฟย์”อย่าคิดมาก-อยากไปนานแล้ว-ได้รักคนที่ดีที่สุด



แฟนคลับแห่ให้กำลังใจนักร้องสาว “เฟย์” วง “เฟย์ ฟาง แก้ว” หลังแฟนหนุ่ม “สิงห์” มือกีตาร์วง “สควีซ แอนิมอล” โดดคอนโดฆ่าตัวตาย พ่อรับก่อนคิดสั้นลูกชายมีปัญหาทะเลาะกับแฟนสาวอย่างรุนแรง

 

ข่าวที่ทำเอาคนในวงการบันเทิงต้องช็อกกับการเสียชีวิตของหนุ่ม “สิงห์” ประชาธิป มุสิกพงศ์ ศิลปินวง“สควีซ แอนิมอล” (Sqweez Animal) เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 29รกฎาคม 2558 ต่อวันที่ 30 กรกฎาคม หลังเจ้าตัวตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการกระโดลงมาจากที่คอนโดฯ ที่พักย่านทองหล่อ เสียชีวิตคาที่

นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ผู้เป็นบิดาเปิดเผยว่าลูกชายตนเองได้ทิ้งจดหมายลาตายเอาไว้ พร้อมยอมรับว่า มือกีตาร์หนุ่มกำลังมีปัญหากับแฟนสาว “เฟย์ พรปวีณ์ นีระสิงห์” นักร้องสาวจากวง “เฟย์ ฟาง แก้ว” ที่กำลังคบหากันอยู่

ก่อนตายลูกชายได้โทรศัพท์มาบอกกับผู้เป็นแม่ที่บ้านว่าทะเลาะกับแฟนสาวอย่างรุนแรง ตนจึงได้พูดแทรกไปว่าให้ค่อยๆคิด หากไม่มีทางออกจริงๆก็ให้กลับบ้าน

ล่าสุดมีการเปิดข้อความที่นักดนตรีหนุ่มทิ้งไว้ก่อนเสียชีวิตออกมา ซึ่งเป็นจดหมายที่เจ้าตัวได้เขียนถึงแฟนสาว ว่าไม่ต้องคิดมาก ชีวิตตนได้รักคนที่ดีที่สุดในชีวิตมาแล้ว... “อย่าคิดมากนะที่รัก เราอยากไปมานานแล้ว ชีวิตสิงห์ได้รักคนที่ดีที่สุดในชีวิตมาแล้ว มันพอแล้วครับ”

การจากไปของนักดนตรีหนุ่มครั้งนี้ มีคนในวงการเข้าไปโพสต์ข้อความแสดงความเสียใจและไว้อาลัยต่อการจากไปของเจ้าตัวมากมาย

ขณะที่ในส่วนอินสตาแกรมของนักร้องสาว “เฟย์ พรปวีณ์” เจ้าตัวก็ได้ขึ้นภาพหยดน้ำฝนยามค่ำคืน โดยมีคนเข้าไปให้กำลังใจมากมาย 

เผยจดหมายมือกีต้าร์หนุ่ม "สิงห์ Sqweez Animal" สั่งเสียถึง “เฟย์ FFK” คนรัก บอกอย่าคิดมาก อยากไปนานแล้ว ดีใจได้รักคนที่ดีที่สุด พร้อมอีกหลายข้อความย้ำรักแฟนสาวจริงๆ

ที่มา thaitribune




 

Create Date : 02 สิงหาคม 2559    
Last Update : 2 สิงหาคม 2559 16:48:23 น.
Counter : 49 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.