www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

บอดี้ ศพ #19 , ภาพสวยหลอกตา เนื้อหาหลอกดี CGหลอกเกิน



หมายเหตุ : เพิ่งดูจบวันนี้ เลยปั่นเอามาลง Blog ก่อนสดๆร้อนๆ เพราะจะไม่ได้เข้าเล่นเน็ตสองสามวันจ้า บวกงานค้างตรึม ดังนั้นถ้ามีคำถามฝากเพื่อนผู้อ่านท่านอื่นตอบไปก่อน แล้วจะตามมาคุยทีหลังเน้อ




ดูหนังจบ มีสามองค์ประกอบหลักที่ผมรู้สึกว่าเด่นออกมานอกจอ คือ

1.บทภาพยนตร์ ... ที่ถูกเขียนขึ้นมาอย่างดีถึงขั้นเยี่ยมสำหรับหนังในแนวลึกลับสยองขวัญแบบนี้ คือ ดีในแง่การล่อหลอกหักมุมเดาไม่ได้ง่ายๆ กับ ดีในแง่ปมทางจิตวิทยาที่ไม่ใช่แค่สั่งให้ผีโผล่มาปล่อยผมยาวใส่หน้าเหยื่อแล้วเดินกระตุก ตัวอย่างหนังไทยแนวนี้ที่ดีที่สุดและผมชอบที่สุดคือ ชัตเตอร์ ในขณะที่ปีสองปีที่ผ่านมาก็มีที่ดีแต่ยังไม่ถึงกับสุดยอดอย่าง เปนชู้กับผี และ แฝด

เปนชู้กับผี กับ แฝด คือตัวอย่างของหนังที่ใส่ปมทางจิตวิทยาที่ดี เรื่องแรกแสดงถึงความยึดติดในความรักความหลง ส่วนเรื่องหลังแสดงถึงปมรู้สึกด้อยกับความเกลียดชัง เพียงแต่ทั้งสองเรื่องไม่ยากนักที่จะคาดเดาตอนจบได้สำหรับแฟนหนังผีที่ดูอยู่บ่อยๆ แถมแฝดก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายที่คุ้นเคยโดยเฉพาะคนที่เคยอ่านนิยายสยองขวัญเกี่ยวกับแฝด(แต่ไม่สยาม) จาก หนังสือ โกธ คดีตัดข้อมือ

บทภาพยนตร์ใน บอดี้ ศพ #19 เห็นได้ชัดเจนว่าทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ทุกอย่างมีที่มาที่ไป แม้แต่การตรวจทางการแพทย์หรือคำอธิบายก็ไม่ได้ก๊องแก๊งมั่วๆเช่นปวดหัวแต่จับตาตุ่ม ตอนเฉลยยังสามารถใช้ประโยชน์จากรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่หว่านไว้ระหว่างทางได้อย่างน่าชมเชย

2.งานด้านภาพ ... ที่อลังการเหมือนดาบสองคม เพราะ ด้านหนึ่งก็ สวยจับตา โดยเฉพาะฉากเปิดเรื่องที่กล้องค่อยๆไล่เคลื่อนจากบนท้องฟ้าลงไปตามตรอกซอกมุมสิ้นสุดที่ศพ ผสมโรงไปกับเพลง คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว ทำให้ ฉากเปิดเรื่องในหนังเรื่องนี้ดีที่สุดเท่าที่เคยดูในหนังไทย ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับฉากเปิดเรื่องเท่าไรนัก

แต่ในขณะเดียวกัน ภาพในหนังส่วนใหญ่ก็ออกในแนว สวยหลอกตา บางฉากนึกว่ากำลังดู Sin city บางฉากก็นึกว่าตัวละครกำลังนั่งรถอยู่ใน Gotham city ของ Batman ที่ไม่เข้าที่เข้าทางที่สุดคือ พระเอกเครียดจนออกจากรถมาร้องโวยวายกลางฝน แต่ หนังดันเลือกถ่ายทำด้วยภาพสโลโมว์ชั่นวิ่งฝ่าฝนเป็นเม็ดๆราวกับนั่งดู มิวสิควิดีโอคนอกหักสวยๆเพลงหนึ่ง

3.CG ... ที่ทีมงานคนรับผิดชอบคงนึกว่ากำลังรับผิดชอบหนังตระกูล Aliean VS Predator จบงานนี้ GTH น่าจะหาหนังไซไฟดีๆสักเรื่องให้ทีมนี้ได้ทำ เพราะ ฝีมือที่ออกมาจัดได้ว่าเจ๋งสำหรับหนังไทย เพียงแต่ มันไม่น่าเอามาใช้ในหนังเรื่องนี้ ซึ่งผมเองรู้สึกแบบนี้ตั้งแต่ดูหนังตัวอย่างตอนที่เห็น ผีกระโดดขึ้นเตียงยังนึกว่า Predator โผล่มาล่ามนุษย์ หรือ ตอนผีเอฟเฟคต์กระจายตัวเป็นเสี่ยงๆชิ้นๆ นึกว่านั่งอ่านการ์ตูนสไตล์ GantZ ทุกครั้งที่เห็นผีเอฟเฟคต์ในหนังปรากฎตัว ความน่ากลัวก็หดหายตามทุกครั้งไป



บอดี้ ศพ #19 เป็นหนังสยองขวัญที่ดำเนินเรื่องอย่างเนิบนาบ บางช่วงเข้าข่ายยืดยาด ถ้าไม่ได้มีบทหนังดีๆที่จุดความอยากรู้ของคนดูให้ติดตาม อาจเผลองีบหลับไปเสียก่อน เป็นหนังที่ตรงข้ามกับหนังสยองขวัญไทยส่วนใหญ่ที่มีบทคือปัญหาแต่องค์ประกอบอย่างงานสร้าง งานกำกับศิปล์ ฯลฯนั้นเพอเฟคต์ ส่วน บอดี้ ศพ #19 มีบทที่ยอดเยี่ยม แต่จุดอ่อนมาจากองค์ประกอบรายรอบซึ่งเลิศทั้งสิ้นทั้งภาพทั้ง CG ไม่ใช่ว่าแย่แต่มาแบบไม่ถูกที่

บอดี้ ศพ #19 เป็นหนังสยองขวัญที่อบอวลด้วยบรรยากาศซึมเศร้าและเมื่อถึงตอนจบก็ทำให้เราต้องรู้สึกเศร้าซึมเมื่อได้รับรู้ชะตากรรมทั้งหมดของดาราราย

หนังทำให้เราได้เห็น ความอ่อนแอและร้ายกาจของจิตใจมนุษย์ ที่ ยามรัก โลกทั้งใบเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่ ยามเกลียดชังคนเดิมคนนั้นที่เคยมีแต่รอยยิ้ม กลับแปรเปลี่ยนเป็น ฆาตกรได้อย่างเลือดเย็น



สิ่งที่ชอบ

1.บทหนัง

2.เพลงประกอบ ... เดิมก็ชอบเพลงนี้มากอยู่แล้ว แต่หนังจบเพลงนี้ยิ่งวิ่งวนเวียนในหัวตลอดเวลา ที่ผ่านมายังฟังแล้วไม่เศร้าเท่าฟังในหนัง

3.งานด้านภาพในบางฉาก ... โดยเฉพาะการถ่ายภาพในฉากเปิดเรื่อง

4.การเลือกนักแสดง ... คนมารับบทสุธีเล่นได้ดีมาก , เมย์เล่นได้น่าสงสารน่าจดจำ และ ต้องชมคนที่ไปชวนแป้งกับเป้ที่หน้าตาเหมือนกันดีเหลือเกิน

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.งานด้านภาพกับ CG

2.บางส่วนในตอนจบ ... ความพยายามอธิบายมากเกินไป เช่น ในศาล ทำให้นึกถึงหนังสุดยอดคลาสสิคอย่าง Psycho ที่มาเสียตรงคำอธิบายของจิตแพทย์ตอนท้าย (แต่ก็เข้าใจว่าอยากให้คนดูเคลียร์กลัวคนดูงง) กับ ตอนจบที่ตัดใจจบไม่ลงซึ่งน่าจะจบตั้งแต่กลางถนน ที่แย่คือกำลังอินกำลังเศร้า เพลงสุดท้ายดันคึกมาขัดอารมณ์เสียได้

สรุป ... เหมาะมากสำหรับคนชอบหนังลึกลับสอบสวน หรือ มีปมทางจิตวิทยา หนังเรื่องนี้จัดได้ว่า เป็นหนังไทยในแนวลึกลับสยองขวัญที่ดี นั่งดูไปมีอะไรให้คิดตลอด จบแล้วก็ยังสามารถเอามาคิดต่อ คิดแล้วก็มีเหตุผลดีพอมารองรับ แต่จุดเสียที่บั่นทอนความเยี่ยมยอดของหนังก็คือความดีที่อยู่ไม่ถูกที่ถูกทางตามที่บอกข้างต้น(ความบ้าพลังของ CG + ภาพสวยหลอกตา) และ การกำกับที่ทำให้ควรจะลุ้นตื่นเต้นมากกว่านี้มีความยืดยาดมาปะปน



ไขปริศนาดาราราย จิตใต้สำนึก และ ผี

( Spoiler alert เนื้อหาถัดจากนี้ บอกตอนจบทั้งหลายของหนัง)




1.ดาราราย

ดาราราย เป็นตัวละครที่น่าสงสารมาก นอกจากการสูญเสียน้องชายซึ่งเปรียบเสมือนคนสุดท้ายในโลกของเธอ ครั้นเหลือเพียงสุธี เธอก็เริ่มรู้ว่าเขาคิดจะตีจากจนทำให้เธอพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งเขากลับมา โดยหารู้ไม่ว่า จะตามมาด้วยการต้องสูญเสียชีวิตตัวเอง

วินาทีที่เธอกำลังจะหลับตาลงจากฤทธิ์ยา เธอคงรู้ตัวแล้วว่าเธอจะไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีกเลย ความเจ็บปวดใจในวินาทีสุดท้ายจึงฝากการสะกดจิตที่จะกลายเป็น บาปกรรม ตามติดคนรักของเธอให้ต้องมีชีวิตอย่างทุกข์ทรมานทั้งที่ยังมีลมหายใจ

ยังคิดถึงวันที่ผ่าน วันที่มีแต่เรา
วันนี้มันว่างเปล่าเหงาจับใจ คิดถึงเธอคนเดียวรู้ไหม
คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว




2.หนังเรื่องนี้มีผีหรือไม่ หรือ เป็นเรื่องของการป่วยจิตเพียงอย่างเดียว

ลองนึกถึงหนังผีที่บทเจ๋งๆอย่าง ตู้ซ่อนผี ที่มีทั้ง ผี และ อาการทางจิต เกิดขึ้นพร้อมๆกัน นั่นคือ ถ้าเราคิดว่าเกิดจากผีก็มีเหตุผลรองรับ แต่ถ้าเราจะนั่งวิเคราะห์ว่าเป็นจากอาการป่วยก็อธิบายได้ เรื่องนี้ก็เช่นกัน ผีมีจริง เช่นเดียวกับ อาการผิดปกติทางจิตจากการถูกสะกดจิต

จุดเริ่มต้น เริ่มจาก การสะกดจิตของดาราราย

คำสะกด 1 ได้ยินเพลง ‘คิดถึงเธอฯ’ เมื่อไรให้นึกถึงช่วงเวลาความสุขที่อยู่ด้วยกัน

คำสะกด 2 เมื่อไหร่ที่คิดจะทิ้งก็ขอให้เห็นภาพเธอตลอดไป

ดังนั้นหลังฆ่า เขาก็จะโดนแค่คำสะกด 2 ที่แม้จะพยายามลืมแต่ก็ไม่สามารถสลัดภาพเธอไปได้ จนกระทั่งเพลง คิดถึงเธอฯ ในคอนเสิร์ต ปรากฏขึ้น คำสะกด 1 ก็ตามมา

ถ้าแค่คำสะกด เขาจะแค่เห็น ภาพดารารายในช่วงเวลาที่มีความสุขตลอดเวลา แต่ การที่เขาเกิดภาวะ Multiple personality แตกบุคลิกเป็นชลสิทธิ์ นั่นไม่ใช่ คำสะกด หากแต่เป็นการทำงานของกระบวนการในจิตไร้สำนึก(Unconscious)

เขาไม่สามารถเห็นดารารายแล้วมีความสุขในฐานะสุธีได้ตลอดเวลา อันเนื่องมาจากบาปในใจที่เกิดขึ้น เพราะ สุธีคือคนฆ่าดาราราย

การจะเป็นคนเดียวที่เห็นได้ ดาราราย + มีความสุขตลอดเวลาตามคำสะกดจิต คือ การเป็น ชลสิทธิ์ น้องชายดาราราย และ การให้ชลสิทธิ์มีชีวิตยังเป็นโอกาสที่เขาจะได้แก้ตัวจากอดีตที่เคยช่วยชีวิตไม่สำเร็จ

ดังนั้น ดาราราย ไม่ได้สะกดจิตให้เขาเป็น ชลสิทธิ์ แต่เขาเป็นชลสิทธิ์จากกระบวนการในจิตใจของเขาเอง

แต่อย่าลืมว่า สุธี ไม่ได้ถูกสะกดจิตให้เห็นผี ดังนั้น ผีที่ตัวเขาในสภาวะชลสิทธิ์เห็นมาจาก

1.ความรู้สึกผิดที่ตามมาหลอกหลอนผ่านอาการหูแว่วภาพหลอน สังเกตจาก ผีทารกที่เป็นลูกของดาราราย หรือ ผีสาวที่ท้องโดนผ่า

หรือ

2.ผีดารารายตัวจริง มาหลอกให้ต้องทรมาน



3.รหัสสำคัญ “ตามหาดาราราย”

ถ้ามีแค่สองคำสะกดแรกที่ ให้เห็นภาพเธอตลอดไป กับ คิดถึงช่วงเวลาแห่งความสุข สุธี อาจกลายเป็นชลสิทธิ์และใช้ชีวิตป่วยจิตตามธรรมดา แต่ คำสะกดอันสุดท้ายนี้เองที่เป็นความฉลาดของดารารายที่ไม่ยอมให้เขาต้องอยู่อย่างเป็นสุข เพราะยิ่งเขาตามหา ดาราราย ตามคำสะกด ความทรงจำในส่วนใต้สำนึกทั้งความผิดบาปจะยิ่งค่อยๆถูกขุดคุ้ยมา และ สุดท้ายเขาต้องถูกลงโทษจากการไล่ตามหลักฐานมัดใส่ตัวเอง

4.ใครฆ่าหมอจิ๊บกับเล็ก ; ผี หรือ สุธี หรือ ชลสิทธิ์

สุธี ฆ่า แต่ตอนฆ่าไม่ได้ฆ่าในสภาวะชลสิทธิ์ เขาฆ่าตอนอยู่ในฐานะสุธี เพราะไม่อยากให้ความลับเรื่องเขากับดารารายแพร่กระจายมากไปกว่านี้ แต่ความซับซ้อนชวนปวดเฮดอยู่ตรงที่ หนังหลอกให้เราเห็น ชลสิทธิ์ไปเจอสองคนนั้น ตามมาด้วยใส่ภาพผีฆ่าผ่านความฝันของชลสิทธิ์

ทั้งที่จริง สุธีต่างหากที่ฆ่า แต่พอเข้าสู่โหมดชลสิทธิ์ เขาก็จำไม่ได้ว่าตัวเองไปฆ่า เป็นไปได้ว่า ที่ผีปรากฏมาเป็นภาพฆาตกร เพราะ จิตใต้สำนึกใช้กลไกที่เรียกว่าโยนความผิด(projection)ไปให้ผีเป็นคนทำ





5.แป้ง อรจิรา เป็นใคร

แป้งคือ ดาราราย หรือ เอ๋ พี่สาวของชลสิทธิ์

เมย์ คือ ดาราราย หรือ เอ๋ พี่สาวของชลสิทธิ์ เช่นกัน

แต่ ชลสิทธิ์กับสุธีทั้งที่เป็นคนเดียวกัน แต่ เห็นไม่ตรงกัน เพราะ ตอนที่สุธีมองเห็น ภาพของดารารายเป็นแป้ง เขามองเห็นในสภาวะชลสิทธิ์ แล้วพอเขากลับไปเป็นสุธี ภาพของดารารายก็จะกลับมาเป็นเมย์ เช่นเดิม

5.1 ทำไมต้องเป็นแป้ง – เพราะผู้กำกับจ้าง แป้ง มาเล่น ถ้าเปลี่ยนเป็นจ้าง เจโล มาเล่น ชลสิทธิ์ก็จะเห็นดารารายเป็น เจโล เนื่องจาก บทนี้ เป็นแค่ ภาพที่ถูกสร้างขึ้นมาแทนที่ ดาราราย วัยสาวเท่านั้นเอง

5.2 ทำไมแป้งไม่เอะใจตอนน้องชายพูดถึงชื่อดาราราย – ตัวละครแป้ง เป็น เพียงภาวะจิตของชลสิทธิ์ ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริง เป็นภาวะจิตที่สุธีสร้างขึ้นมาพร้อมๆกับชลสิทธิ์ เป็นสภาวะจิตที่หลบหลีกความผิดบาปในใจ จึงไม่จำเป็นต้องเปิดโปงความชั่วร้ายของตัวเองในฐานะฆาตกร แต่ การเปิดโปงทั้งหลายเกิดขึ้นตามมาเพราะการตามหาดารารายจากคำสะกด

5.3 ทำไมชลสิทธิ์จึงไม่รู้ว่า แป้งตรงหน้า มันก็คือ คนเดียวกับ ดาราราย ที่เขาตามหา ในเมื่อ ชลสิทธิ์เองก็เป็นน้องดาราราย – เพราะภาวะจิตตอนนั้นเป็นชลสิทธิ์ก็จริง แต่ แต่ แต่ คนที่เราเห็นตรงหน้านั้น ไม่ใช่ ชลสิทธิ์ เป็นเพียง ภาวะชลสิทธิ์ที่สุธีสร้างขึ้นมาจากจิตไร้สำนึก ดังนั้น ด้วยเหตุผลเดียวกับ 5.2 คือ ภาวะชลสิทธิ์เป็นสภาวะจิตที่หลบหลีกความผิดบาปในใจ ความผิดทั้งหลายก็จะถูกเก็บกดไว้ไม่ให้เปิดเผยออกมา เรื่องไหนที่รู้แล้วนำไปสู่ ความเจ็บปวด ก็จะถูกกดเก็บไว้

สังเกตว่า คำพูดทั้งหลายที่ แป้ง พูดออกมา ล้วนเป็นคำพูดที่เป็น

1.สุธี ได้ยินมาก่อนตอนที่ ดาราราย ยังมีชีวิต เช่น "ฉันเหลือแกแค่คนเดียว ถ้าไม่มีแกแล้วจะอยู่กับใคร" คำพูดแบบนี้สุธีได้ยินตอน ชลสิทธิ์เลือดอาบเข้ารพ.

2.ความผิดบาปในใจ ที่กระตุ้นขึ้นเป็นพักๆ "แกมันบาปหนักอยู่แล้ว"(ตอนทำเทมปุระ) , "คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะช่วยได้หรือ"(ตอนในวัด)

การเป็นชลสิทธิ์ เป็น ข้อดีหนึ่งสำหรับสุธี เพราะ ช่วงเวลานั้นเขาจะสามารถหลบหนี ความรู้สึกผิด ได้ชั่วคราว แต่ หลายๆฉากเราจะเห็นว่า ความผิดบาป มันก็จะตามมาหลอกหลอนผุดมาเป็นระยะๆ ทำให้เขาหนีไม่พ้นอยู่ดี


6.คำใบ้

หนังทิ้งคำใบ้ไว้เป็นระยะๆตั้งแต่ตอนเริ่มต้น

จุดแรก คือ ตอนที่จิตแพทย์สาวกำลังอธิบายให้แม่ของเด็กตัวเล็กๆคนหนึ่งฟังว่า ลูกสาวของเธอนั้นกำลังเจ็บป่วยทางจิต เธอกลัวว่าหมาตัวนั้นจะมาแย่งความรักจากเธอ จึงฆ่าหมาตัวนั้นทิ้งไป การมีเสียงแว่วของเพื่อนที่เธอสมมติขึ้นมาก็เพื่อช่วยลดทอนความรู้สึกผิดที่เธอไม่กล้าเอ่ยปากออกมาและไม่กล้ายอมรับว่าตัวเองเป็นคนทำ

หมายเหตุ : เพื่อนในจินตนาการ (imaginary friend) ไม่ควรมีในเด็กอายุมากกว่า 8 -9 ขวบ ถ้ามากกว่านั้น พึงสงสัยว่าเป็นอาการหูแว่วประสาทหลอนที่จำเป็นต้องบำบัด

จุดสอง ตอนที่ ดารารายเล็คเชอร์ให้นักศึกษาฟังถึง unconscious memory ความทรงจำบางส่วนที่ถูกฝังไว้ในระดับจิตไร้สำนึก ความทรงจำส่วนนี้แม้จะถูกฝังลึกเพียงใด แต่มันก็ใช่ว่าจะหายไปจากชีวิตของคนๆนั้น หลายครั้งที่มันผุดขึ้นมาในรูปแบบอื่น เช่น คนที่มีจิตไร้สำนึกเกลียดพี่สาวอยากฆ่าพี่สาวให้ตายก็เกิดอาการมือขยับไมได้เพื่อไม่ให้ทำผิด โดยเจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวว่าเกิดจากอะไร (ภาวะนี้เรียกว่า Conversion)

หมายเหตุ : บ่อยครั้งที่อาการทางจิต(หูแว่ว หลงผิด ประสาทหลอน) ไม่ได้เกิดจากความแปรปรวนทางสารเคมีเพียงอย่างเดียว ในผู้ป่วยบางคน การใช้ยาอย่างเดียวอาจใช้ไม่ได้ผล ถ้าต้นเหตุของความเจ็บป่วยมาจากปมบางอย่างที่ผูกไว้ในระดับจิตไร้สำนึก (Unconscious) ดั่งเช่น ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าบางคนมีอาการหูแว่วประสาทหลอน เป็น เสียงคนด่าคนตำหนิ อันเกิดจาก ปมที่ตัวเองรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่าคิดว่าตัวเองไม่ดีมาก่อน เมื่ออาการซึมเศร้าเกิดมาก อาการหลอนก็จะคล้อยตามจิตใต้สำนึก

การบำบัดรักษา นอกจากกินยาเพื่อให้หายแล้ว หลังจากนั้น หากไม่บำบัดปมนี้ให้คลี่คลาย ไม่นาน ความรู้สึกด้อย ก็จะปะทุอาการขึ้นมาอีกครั้ง และในกรณีเช่นนี้ จิตบำบัด จึงเป็นการรักษาสำคัญนอกเหนือจากยา


จุดสาม คำพูด แกมันบาปหนัก ตอนพี่น้องคุยกันเรื่อง กุ้ง นั่นก็เป็นอีกหนึ่งคำใบ้ที่ SuperEgo ในตัวสุธีส่งเสียงบอกใบ้แก่คนดูว่า ชายคนนี้ทำผิดอะไรบางอย่าง

จุดสี่ เราไม่เห็น ตัวละครพี่สาวอยู่ร่วมกับคนอื่นเลย

จุดห้า จิตแพทย์สาวถ่ายรูปชลสิทธิ์ไว้ทั้งที่ไม่จำเป็น คาดว่าจะใช้ยืนยันกับเขาในภายหลัง กับ หมอจิ๊บที่ยืนยันให้ชลสิทธิ์อ่านชื่อตัวเอง (สองฉากนี้บอกไว้ว่าอย่างน้อย ชลสิทธิ์ที่เราเห็น น่าจะเป็น ใครบางคน)
ฯลฯ



7.จิตแพทย์ทำแบบในหนังได้ด้วยหรือ สะกดจิตฝังความทรงจำใหม่ๆให้กับคนอื่น

หนังเรื่อง Old boy ก็ทำมาแล้ว แต่ในทางการแพทย์ยังไม่เคยเห็นรายงานเกี่ยวกับการฝังความทรงจำ ส่วน การรักษาด้วยการสะกดจิตยังไม่ได้มีบรรจุในหลักสูตรทางการแพทย์บ้านเรา แต่เป็นศาสตร์หนึ่งที่มีอยู่จริงในชื่อ Hypnotherapy สามารถช่วยปลดปล่อยจิตใต้สำนึกที่ทุกข์ทรมานของคนไข้ แต่เคยเกิดปัญหามาแล้ว เมื่อมีเคสที่ผู้ป่วยถูกสะกดจิตแล้วเผยออกมาว่า เคยถูกพ่อข่มขืนในว้ยเด็ก ซึ่งไม่มีหลักฐานและก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยว่าจริงหรือไม่ ถ้าไม่จริง คนเป็นพ่อก็ซวยระเบิด ดังนั้น ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีและการรักษาปมในจิตใจยังมีจิตบำบัดอีกหลายวิธีที่ช่วยได้

8.ภาวะ Multiple personality disorder มีจริงหรือไม่

มีอยู่จริง และ ส่วนตัวแล้วเคยเจอมาแล้วทั้งสองครั้ง เช่น เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ไม่กี่นาทีต่อมากลายเป็นตาแก่พูดเรื่องอื่น จนญาติๆนึกว่าผีเข้า หากพบเห็น โปรดรีบนำไปรักษาโดยพลัน ตัวอย่างของสภาวะนี้ที่ถูกสร้างเป็นหนังดีๆอีกเรื่องก็คือ Identity

9.ความไม่สมจริง(เล็กๆน้อยๆ)ทางการแพทย์

หนังเรื่องนี้จัดได้ว่าเป็นหนังไทยที่ทำการบ้านเกี่ยวกับทางการแพทย์มาดีมาก ทั้งฉากตรวจร่างกาย หรือ ปมทางจิตที่ผูกไว้ ฯลฯ ยกเว้นอยู่ตรง จิตแพทย์ในหนังรู้ทั้งรู้ว่าสามีป่วยตั้งแต่ช่วงต้นๆ ไหงปล่อยทิ้งไว้อยู่ได้ตั้งนาน แทนที่จะรีบปรึกษารักษาเสีย กับ ตอนท้ายในฉากผ่าตัดที่สุธีฟื้นแล้วพ่นท่อหายใจที่สั้นเต่อยิ่งกว่าหลอดกาแฟไม่มีใครเขาใช้ในการผ่าตัดกัน แถม มีอย่างที่ไหนผ่าตัดใหญ่ดมยาเช่นนั้นคนไข้ฟื้นได้แบบรู้ตัวดีขณะผ่าตัด จริงๆจบแบบคลายสะกดก็ดี แต่ ถ้าคลายสะกดตอนกลางถนน เจ็บปวดตอนนั้นน่าจะเวิร์คกว่า


Link ที่เกี่ยวข้องใน Blog นี้

แฝด , เข้าใจพิม เข้าใจพลอย เข้าใจ"แฝด"

เปนชู้กับผี , พอกันที ผีGMO




ขอฝาก"หนังสือรัก" พ็อกเก็ตบุ้คที่ไม่ใช่ หนังสือวิจารณ์หนัง แต่เป็นการหยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม



เพื่อนๆที่หาซื้อตามร้านไม่ได้ เข้าไปสั่งได้จากเว็บของสนพ.เลยจ้าที่ //www.bynatureonline.com/store/bookstore.php






ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

ชวนคลิก ชวนคุยกับเจ้าของ Blog ที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง





ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 05 ตุลาคม 2550
Last Update : 8 ตุลาคม 2550 12:11:37 น. 165 comments
Counter : 22649 Pageviews.

 
อยากลองดูหนังผี เนื้อหาดีของไทยเหมือนกัน

เมื่อกี้ได้ดู five live ที่เชิญบรรดานักแสดงและผู้กำกับมา
ได้ดู MV soundtrack ก็เพราะดีค่ะ


โดย: alizm IP: 203.153.173.117 วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:3:52:05 น.  

 
ดูมาแล้ว วันแรกที่เข้าเลย

ช่วงนี้มี Movie Passport เดี่ยวจะไปดูอีกรอบ แบบรู้อะไรเป็นอะไรแล้ว

อยากไปดูฉากเปิดตัวอีกทีด้วย เจ๋งดี


โดย: + MenGie + วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:6:37:40 น.  

 
มาบอกว่า ผมเห็น"เค้าลางความจริง"
ตั้งแต่ 5 นาทีแรกของหนังแระครับ

มาแบบเนียนมากๆ ไม่สังเกตก็ไม่เห็น
ซึ่งผมก็ไม่ใช่คนช่างสังเกตหรอกครับ
แต่สายตามันไปทางนั้นพอดีๆ เอิ๊ก

ยังไม่กล้าพูดมากครับ เพราะหนังเพิ่งเข้า
เดี๋ยวรอคนดูเยอะๆ แล้วค่อยมาถกกันดีกว่า


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:6:58:38 น.  

 
พอดูจบ ผมตั้งใจรออ่านของหมอเลยนะเนี่ย


ชอบครับเรื่องนี้ ดูสนุก ดูจบแล้วก็ยังคุยสนุก


โดย: dog mulder IP: 203.144.230.210 วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:10:01:36 น.  

 
ผมไม่ได้ดูฉากจบของหนังอ่ะ...เดินออกก่อน...เป็นไปได้ยังงายเนี่ย...ด้านการถ่ายทอดของผู้กำกับเห็นด้วยกะ ผมอยู่ข้างหลังคุณ นะคับ...ว่าน่าจะทำให้มันน่าตืนเต้นระทึกขวัญมากกว่านี้...ผมดูไปง่วงไปอ่ะ


โดย: SuperPingPong IP: 61.19.242.176 วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:10:07:15 น.  

 
+ ผมไม่ค่อยชอบหนังตัวอย่างอ่ะครับ มีความรู้สึกว่าหนังพยายามเล่นกับภาพโหดๆ มากไปหน่อย แล้วยัง CG อีกที่ให้ความรู้สึกว่าดูเหมือนดู MV อยู่ (แล้วก็มาถึงบางอ้อ ตอนไปอ่านนิตยสารหนัง ว่า ผกก. เค้าเป็น ผกก. MV มาก่อนนั่นเอง) ... แต่สิ่งที่ทำให้อยากดูหนังเรื่องนี้ นอกจากที่มันเป็นหนังค่าย GTH (ซึ่งผมค่อนข้างเชื่อมือ) แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ คนเขียนบท ซึ่งได้แก่คุณมะเดี่ยว กับคุณเอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ แห่ง 12 เกมสยาม อ่ะครับ ... เพราะ 2 คนนี้ไม่น่าทำบทหนังออกมาแบบสุกเอาเผากินแน่ ... แล้วอีกอย่างเพลง คิดถึงเธอทุกที (ที่อยู่คนเดียว) ก็เป็นเพลงโปรดของผมเช่นกันครับ ชอบตั้งแต่เวอร์ชันคุณเจนนิเฟอร์ คิ้มแล้ว พอมาฟังเวอร์ชันคุณแพทนี่ ก็ได้อารมณ์หยองแปลกๆ ดีอ่ะครับ
+ ผมยังไม่ได้ดูนะเนี่ย และคาดว่าคงจะไปดูราวๆ ต้นอาทิตย์หน้า ก็เลยอ่านมาจนถึงตรงช่วงสปอยล์ ... เด๋วถ้าได้ดูมาแล้ว จะมาอ่านให้จบ และคุยเพิ่มเติมนะคร้าบผม


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:10:46:24 น.  

 
เรื่องราวน่ากลัวจัง....
เรายิ่งเป็นคนกลัว "ผี" ซะด้วย


โดย: อนันตลัย IP: 58.64.19.18 วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:10:58:23 น.  

 
รักคุณหมอที่สุดเลยคร๊าบบบบบบบ

เรื่องนี้มีประเด็นที่ค้างคาใจผมอยุ่สองเรื่อง นั่นก็คือทำไมต้องเลือกที่จะเป็นชลสิทธิ์ กับความหมายของคำว่า "ดาราราย ตามหาให้เจอ"

ตอนนี้ผมเก็ทแย้ววววว

หนังเรื่องนี้ทิ้งคำใบ้เล็กๆน้อยๆให้เราสังเกตุเห็นตลอดเรื่องเลยน่ะครับ อย่างตอนแรกก็มีเสียงดนตรีดังขึ้นตอนพระเอกเห็นตู้ (ผมยังคิดอยู่เลยว่าก็แค่ตุ้ธรรมดาจะมีเสียงเข้ามาทำไม) แล้วก็ฉากหมอจิ๊บเจอชลสิทธิ์ หรือฉากเข็มรินน้ำ 2 ฉากนี้ใบ้กันโต้งๆเลยเรื่อง 2 บุคลิค


โดย: I want to change the world IP: 58.8.143.105 วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:10:59:24 น.  

 
บอกได้คำเดียวว่าสุดยอดเป็นอะไรที่เราต้องใช้ความคิดเพื่อ
ค้นหาข้อสรุปให้ได้แต่สุดท้ายก้อเป็นตามที่เราคิด
คือแป้งไม่มีตัวตนเป็นแค่จินตนาการของชลสิทธ์
สนุกมากดีมากหนังเรื่องนี้ขอชมผู้กำกับหนัง
คนคิดพอดเรื่อง ดีมาก ชอบเป็นคนที่ติดตามหนังแนวนี้มาตลอด


โดย: สายป่าน IP: 203.150.117.108 วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:11:01:29 น.  

 
ถ้าสภาวะจิตไร้สำนึกคนเราฝังอยู่ภายใต้จิตสำนึก
บางครั้งควบคุมได้แต่บางทีมันก็ออกมา
ถ้าตอนนั้นเผลอหรือสติแตกก็เป็นเรื่องน่ากลัวนะค๊ะ
สังคมเครียดๆทำให้ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้
ขนาดตายไปแล้วยังฝังลึกกลายเป็นผีร้าย..น่ากลัวจัง
ชีวิตคนเราก็เสี่ยงเน๊อะ..เหมือนถูกลอตเตอรี่ที่รางวัล
เป็นฝันร้ายชัดๆเลย


โดย: wizardwow IP: 125.24.174.252 วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:11:04:23 น.  

 
...

ดูเมื่อคืนนี้ครับ ชอบมากๆ

มีประเด็นที่ว่าทำไม หมอสุธี ต้องเป็น ชลสิทธิ์ ที่ติดค้างมา แต่พออ่านบทวิเคราะห์ของหมอแล้ว "เคลียร์" มากครับ...ขอบคุณครับผม

ป.ล. ถึงจะเห็นตามว่า CG มันไม่เข้ากัน...แต่ผมชอบแฮะ




โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:11:20:36 น.  

 
ประเด็นชลสิทธิ์ผมคิดเหมือนพี่เลยนะ... (แอบดีใจ คิดเหมือนจิตแพทย์ 555+)

เรื่องสะกดจิต ตอนแรกผมว่ามันดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ แต่เมื่อลองอ่านที่เขาถกกัน แล้วลองคิดๆดูก็เริ่มจะรับได้ คือตอนแรกผมคิดว่ามันไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปโยงกับเพลง คิดถึงเธอทุกทีฯ เลย

แต่เมื่อคืนผมคุยกับเพื่อน เพื่อนบอกว่า "เออ ยัยดารารายนี่น่าจะเป็นนักสะกดจิตสายเพลงนะ" (เพื่อนมันบ้าเกม 55+) มันพูดเล่นๆ แต่ผมคิดเอาจริง แล้วมันท่าทางจะใช่แฮะ เพราะตอนที่สะกดจิตนักศึกษาหญิงในคลาสนั่น เธอก็กำชับไม่ให้นักศึกษาคนนั้นปิดโทรศัพท์ด้วย เพื่อที่ริงโทนเพลง "ภาพลวงตา" จะได้ดังคลออยู่ตลอดเวลา และน่าจะเอื้อกับการสะกดจิตของเธอ

เรื่องการแสดง เล่นดีกันทุกคนเลยครับ ยกเว้นตัวประกอบบางคนที่ดูแข็งไปมาก เช่นจิตแพทย์ในศาล หรือบุรุษพยาบาลท้ายเรื่อง คนที่การแสดงโดดเด่นมากๆ คือคุณปลาย ปรเมศร์ ที่เล่นเป็นสุธี และคุณเข็มตีสิบที่เล่นได้ดีเกินคาด (นักศึกษาหญิงที่โดนสะกดจิตในคลาส เธอก็เล่นดีเหมือนกัน) ส่วนเมย์-ภัทรวรินทร์นั้น เธอเล่นได้ตามมาตรฐาน เพราะบทให้มาแค่นั้น (ยังชอบเธอจาก จัน ดารา มากกว่า) แป้งกับเป้ก็พอโอเคครับ

CG หลอกเกินไปหน่อย ยิ่งรอบที่ผมไปดูฟรี ดันได้ที่ออกจะหน้าๆด้วย ฉากไหนที่ประเคนซีจีเยอะๆ ภาพจะเกรนแตกมากๆ โดยเฉพาะฉากขับรถบนทางด่วน และฉากผีสลายโมเลกุล ในขณะที่แมวผีก็ไม่จำเป็นต้องทำเป็นผีก็ได้ มันเลยดูหลอกตาไปเลย เป็นแค่แมวดำก็ชวนให้คิดแล้วว่ามันไม่ได้มาดี

ส่วนพิพิธภัณฑ์นี่อยากเห็นจริงๆ ที่ไหนในเมืองไทยมีทั้งช้างดองทั้งกระดูกทีเร็กซ์ 55555555


โดย: nanoguy วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:12:35:02 น.  

 
เรื่องการสะกดจิตเนี่ยใน Old Boy ก็เคยมีมาแล้วนะครับ....

ไม่รู้ว่าตี้ดูยัง....กลัวสปอยล์ Old Boy อ่ะ
แต่บอกใบ้ว่าวิธีการสะกดจิตใน 2 เรื่องนี้คล้ายคลึงกันครับ คือใช้สิ่งใกล้ตัวกับคนที่เขาต้องการสะกดจิตเป็นเครื่องมือ อาจจะเป็น ชื่อคน การสัมผัส หรือแม้กระทั่งเสียงริงโทนหรือเสียงเพลงก็ได้...

อันที่จริงนิยายเรื่องนึงของ "สรจักร" (จำไม่ได้ว่าเรื่องไร) ก็เคยพูดถึงการสะกดจิตแบบนี้มาแล้วเหมือนกันนะครับ...


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:13:42:50 น.  

 


หนังไทยแนวนี้ชอบ ชัตเตอร์ มากเหมือนกันคะ...ติดตามอ่านแล้วอยากดูมากๆ

เดี๋ยวจะตามไปอ่านอีกสองเรื่องคะ


โดย: chlorella วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:13:57:40 น.  

 
น่าดูคับ แต่.. ไม่กล้าดู


โดย: ป้าจะอิ๊บ (jipnaja ) วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:15:28:33 น.  

 
สุดยอดเลยค่ะ เคลียร์มากๆ


โดย: ปาร์ลัลล้า .. IP: 203.146.245.162 วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:16:05:29 น.  

 
Old boy ดูแล้วครับพี่เติ้ง
แล้วผมไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจเท่าไหร่นะ เพราะว่าอันนั้นมันเนี้ยบมากเลย
มันวางแผนไว้หมดแล้วว่าออกมาจะต้องเจออะไรยังไง (อย่างมือถือที่ยัดในกระเป๋าเสื้อพระเอก) แต่ในบอดี้ฯ มันยังติดอยู่นิดนึง เลยเกิดความรู้สึกแปลกๆ ตอนแรก


โดย: nanoguy วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:16:47:40 น.  

 
หนังสือของสรจักรชื่อเรื่องจิตกาธาน เป็นหนังสือแนวPsyco Triller ที่สนุกมากเรื่องนึงเลยค่ะ อ่านตอนจบแล้วหดหู่จัง


โดย: pumzaa IP: 125.24.8.14 วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:17:33:41 น.  

 
ขอบคุณมากครับ เพราะว่าตอนออกมาจากโรงหนังมัน งงจริงๆครับ งงมาก ตอนนี้เข้าใจแล้วครับ


โดย: notzx IP: 203.148.162.136 วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:17:37:09 น.  

 
ขอบคุณมากครับ เคลียร์ทุกอย่างที่นี่จริงๆ ตอนออกมาจากโรงนี่ถกกะเพื่อนยกใหญ่

ปล. ใครเจอคำใบ้อื่นๆ อยากให้มาโพสกันหน่อยอะคับ จะได้รู้ว่าตัวเอง พลาดรายละเอียดอะไรไปบ้าง (อย่าลืมใส่ว่าสปอยล์นะครับ) ขอบคุณครับ


โดย: TAP IP: 58.10.102.92 วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:20:49:39 น.  

 
ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ
ชอบทุกอย่างของหนังเรื่องนี้เลย
แต่ไม่ค่อยเข้าใจตอนจบน่ะสิ - -"
ตกลงผีในเรื่องนี้มีจริงใช่มั้ยคะ


โดย: noonan IP: 117.47.109.205 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:0:08:10 น.  

 
ู^
^
^
ตอนจบมันสะใจก็จริง
แต่มันทำให้กำกวมก็ตรงนี้ล่ะครับ

ถ้าเห็นซะขนาดนั้น ผีก็น่าจะมีจริงล่ะครับ
(แต่จะมีมาทำไมก็ไม่รู้เหมือนกัน หึๆ จบแบบสะกดจิตก็เวิร์กแล้วนา)
แต่เอาเหอะ แบบนี้มันสะใจคนดูครับ
โดยเฉพาะสาวๆ แถวหน้าผมตบมือชอบใจเฉยเลย เหอๆ


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:0:51:45 น.  

 
เรื่องการสะกดจิตเห็นด้วยว่า บอดี้ มันทำกันง่ายไป

แต่การที่หนังได้เสริมประเด็นนี้ในช่วงกลางเรื่อง
ในห้องเรียนคลาส "ความทรงจำในจิตไร้สำนึก" ที่ใช้เสียงริงโทนเป็นเครื่องมือ ดึงความทรงจำเลวร้ายของนักเรียนคนนึงออกมา...

มันก็เกื้อหนุนกับการเฉลยในตอนจบได้พอสมควรครับ

ถึงแม้จะดูง่ายๆ ไปหน่อย แต่ฉากในคลาสก็เหมือนบอกว่าเธอไม่ใช่แค่สะกดจิตเป็นเท่านั้นก็ได้ อาจจะ(โคด)มีพลังจิตมหาศาลด้วยอ่ะครับ


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:0:57:24 น.  

 
"CG หลอกเกินไปหน่อย ยิ่งรอบที่ผมไปดูฟรี ดันได้ที่ออกจะหน้าๆด้วย ฉากไหนที่ประเคนซีจีเยอะๆ ภาพจะเกรนแตกมากๆ โดยเฉพาะฉากขับรถบนทางด่วน และฉากผีสลายโมเลกุล"

ที่ภาพเป็นอย่างนี้เราคิดว่า เพราะมันเป็นการจินตนาการของหมอสุธีไง ภาพเลยไม่เหมือนในโลกของความจริง เพราะฉากที่ไม่ใช่ฉากจินตนาการ (เช่น ฉากตัวละครอื่น ๆ ที่ไม่มีเป้ )จะเป็นภาพปกติ


โดย: Gorgeous Dame IP: 202.91.18.205 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:1:03:33 น.  

 
ตอนแรกที่อ่านบทวิจารณ์พี่ ผมก็ว่าพี่เก่งนะ วิจารณ์ได้ตรงใจผมเลย ไม่ขาดไม่เกินกับความเป็นจริง และก็แอบสงสัยว่าทำไมพี่รู้เรื่องการแพทย์ดีจัง ในที่สุดก็โป๊ะเชะ เปงหมอนี่หว่า 55555

อยากคุยกับพี่นะ เพราะผมก็เป็นคนนึงที่ชอบเรื่องหนังไรงี๊เหมือนกัน ยิ่งคนในวิชาชีพยิ่งดีเลย

bankmeder@hotmail.com

แอดมาคุยได้นะคับ(หาเมลล์พี่ไม่เจอ)


โดย: นศ.พ.แบงค์....คับ IP: 202.12.97.100 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:1:19:46 น.  

 
ผมเริ่มสังเกตความแปลกประหลาดถึงตัวตนชลตั้งแต่ตอนเข้าไปหาอุษา ตอนรินน้ำให้ดื่มเธอมือสั่นมาก และยังมองด้วยสายตาสงสัย
จนเราแอบสงสัยไปว่าชลคือหมอสุธีหรือเปล่า แต่ก็ไม่กล้าคิดเพราะไม่คิดว่าคนเขียนบทจะกล้าหักมุมขนาดนี้


โดย: lookkaew_lechery IP: 124.120.184.171 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:1:21:09 น.  

 
ยังไม่ได้ดูเลยครับ แต่ชอบถูกสปอยล์


โดย: P Q BOY วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:2:04:59 น.  

 
ขอบคุณค่ะ


โดย: sunontinee IP: 125.24.14.195 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:8:52:09 น.  

 
ขอบคุนค่ะ
ช่วยไขข้อข้องใจเยอะเลยค่ะ
ปล.ได้Linkมาจากเวบพันทิป ^^

หนังเรื่องนี้ยอดเยี่ยมดีจิงๆยกนิ้วให้
เศร้า ซึ้ง สยอง ค่ะ !!


โดย: PaT IP: 58.9.2.231 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:9:36:02 น.  

 
สรุป ชลก็ตายไปตั้งแต่ต้นเรื่องแล้ว
-แล้วชลที่ฝันเห็นดารารายหละคะ?
-แล้วแป้งที่ไม่มีตัวตนใช่มั้ยคะ
ดารารายคือพี่สาวของชล
แล้วทำไมตอนที่สุธีอยู่ในภาวะชล
ต้องเห็นเมย์เป็นแป้งหละคะ ?

หนูยัง งงๆ อยู่หน่อยๆอะค่ะ
ยังไงถ้าว่างช่วยตอบหน่อยนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ~
^^ * ชอบหนังเรื่องนี้มากๆ


โดย: ลูกตาล~ IP: 222.123.217.217 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:9:40:55 น.  

 
แวะมาหาพี่ พร้อมอ่าน detail หนังขอรับ


โดย: ladydunce IP: 125.25.88.94 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:10:20:59 น.  

 
ชอบจังค่ะ
ไขข้อข้องใจได้เยอะเลย
ขอบคุณมากค่าาาาา


โดย: หมีน้อยกั๊ตจัง IP: 58.8.124.165 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:11:33:13 น.  

 
ขอบคุณค่ะที่มาวิเคราะห์ให้คนดูหนังธรรมดา ๆ ได้เข้าใจในเรื่องหลักการเชิงจิตวิทยามากขึ้น ดีนะเนี่ยที่เคยดูเรื่อง Identity มาแล้ว เลยพอมีความรู้พื้นฐานมาแล้วบ้าง


โดย: aorengja IP: 203.144.213.3 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:13:35:26 น.  

 
ยอดเยี่ยอมครับ


โดย: Skywalker IP: 203.130.145.68 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:13:47:26 น.  

 
ชอบฉากเปิดเรื่อง ชอบบทหนัง ชอบนักแสดงหลายๆ ท่านที่เหมาะสมกับบทและสามารถถ่ายทอดตัวละครได้เป็นอย่างดี ชอบเพลงประกอบ คงเป็นหนังผีของไทยเรื่องแรกมังครับที่ชอบเพลงประกอบ และยังนำเพลงประกอบมาได้อย่างเหมาะสม ชอบฉากบางฉากโดยเฉพาะฉากอยู่ในรถที่จัดแสงจัดภาพได้ดี สมกับที่เฉลยทุกสิ่งทุกอย่างในตอนท้ายเรื่อง ทำให้มองย้อนกลับว่าเออมันต้องฉากแบบนี้นะ แต่ที่ไม่ชอบก็คือ CG ตัวผีกับตัวแมวที่เป็นสื่ออย่างหนึ่งของเรื่อง (คิดว่าแมวน่าเกลียดน่ากลัวขนาดนั้นใครมันจะไปตามหา แต่อย่างไรก็ตามดูแล้วรู้สึกได้ครับว่าตอนนี้มีทีมงานทำหนังไทยได้คุณภาพอีกหนึ่งกลุ่มแล้ว
สิ่งที่ยังงงอยู่เหมือนหลายคน ว่า ทำไมหมอสุธีในร่างชลสิทธิ์ ต้องมองเห็นดารารายเป็นเก๋ (แป้ง อรจิรา) ด้วย เห็นเป็นคนอื่นไม่ได้หรือ (ตรงนี้ยังไม่มีเหตุผลประกอบ)


โดย: ต้นกล้า IP: 124.121.8.205 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:14:02:30 น.  

 
เจอคำใบ้อยู่1อันค่ะ ก็คือแมวดำตัวที่ชลเห็นบ่อยๆ เวลาดารารายจะออกมา จำตอนที่นก TAของดารารายบอกกับหมอษาว่า นักศึกษาชอบเรียกดารารายว่าแม่หมอ ซึ่งน่าจะเท่ากับคำว่า แม่มดหมอผี แล้วตามตำนานโบราณ แมวดำคือตัวแทนของแม่มด เพราะแม่มดชอบแปลงร่างเป็นแมวดำค่ะ

ดูหนังแล้ว สงสารดารารายที่สุด เข้าใจเลยกับประโยคที่เอ๋ (ดารารายตอนสาว) บอกว่า "ถ้าแกเป็นอะไรไป แล้วฉันจะอยู่กับใคร เรามีกัน2คนพี่น้องนะ" พอตอนท้ายของหนังเฉลย หนูนั่งร้องไห้เลยอ่ะ (แอบเว่อร์)


โดย: หนูเด IP: 124.121.135.112 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:14:05:00 น.  

 
อยากดูใจจะขาดเลยค่ะ แต่คุณแฟนไม่ชอบดูหนังผี แต่ตอนนี้คงต้องมีล็อคคอไปดูกันก็คราวนี้แหละ ยิ่งอ่านยิ่งอยากดู


โดย: ข้าวกระเพราหมูคู่มาม่าน้ำ IP: 124.157.215.26 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:14:45:10 น.  

 
ฉากเปิดเรื่องอ่ะ CG ล้วนๆ ค่ะ ไม่ได้ถ่าย


โดย: แวะมาบอก IP: 124.120.148.69 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:15:52:09 น.  

 

ขอบคุณครับ อธิบายได้ยอดเยี่ยมเลยครับ
ผมดูหนังแล้วชอบฉากตอนเปิดเรื่องมากที่สุดเลยครับ

ปล.ตอนดูหนังก็ว่าแปลกๆอยู่ที่ทั้งเรื่องพี่สาว(แป้ง)ไม่ได้ขับรถเองเลย ทั้งๆที่ชลสิทธิ์เหมือนอาการไม่ค่อยดี


โดย: Wincentz IP: 124.121.72.109 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:16:17:18 น.  

 
ไปดูมาวันนี้ค่ะ ชอบมากเลย มันหลอนมากๆ
หลอนจนหยดสุดท้ายจริงๆแถมยังเดาตอนจบไม่ถูกด้วยค่ะ



โดย: พุดดิ้งสีชมพู IP: 58.8.134.154 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:19:03:47 น.  

 
เขียนวิจารณ์ได้ดีจังค่ะ ชอบๆ
ไปดูมาแล้ว เรื่องดีนะ ดีกว่าหลายๆ เรื่องที่ผ่านมา
ติดตรง CG เหมือนกัน โดยเฉพาะตอนที่ผีโผล่มาหาชลสิทธิ์ที่เตียงตอนต้นๆ เรื่อง มันดูไม่น่ากลัว แต่ตลก


โดย: Elley IP: 124.121.47.195 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:19:47:12 น.  

 
เห็นด้วยทุกประการเลยค่ะ
เข้ามาหาอ่านข้อข้องใจบางมุม ก็ได้คำตอบชัดเจนเลย และเพิ่งทราบด้วยว่าเป็นคุณหมอ จริง ๆ ก็แอบอ่านบลอคมานานแล้วนะคะ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ ค่ะ


โดย: เลือดจี๋เหลือง IP: 58.8.117.224 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:20:55:30 น.  

 
เป็นหนังไทยเรื่องที่สองที่ผมไปดูมาสองรอบ รอบแรกไปดูคนเดียว รอบที่สองพาคุณพ่อคุณแม่ไปดู รู้สึกชอบมากกับมุมกล้อง ที่เป็นมุมมองของ"ผี" เช่นตอนที่ชลสิทธิ์กลับจากคอนเสริตจะเข้าบ้าน ก็ถ่ายหัวทิ่มมาจากด้านบน และช่วงอื่นๆในบ้านที่ถ่ายมาจากด้านบนเช่นเดียวกัน

ผมชอบที่เจ้าของไดอารี่เขียนมากๆเลยครับ ละเอียดดีทำให้ผมเข้าใจถึงคำพูดในการสะกดจิตของดารารายทั้งสามข้อ ไม่อย่างนั้นตอนฟังผมก็จำรายละเอียดไม่ได้ ขอบคุณมากๆนะครับที่เขียนมาให้อ่านกัน

ผมขอแชร์ความเห็นของผมด้วยได้ไหมครับ

ไปดูรอบสองเห็นอะไร?
1. ฉากเปิดเรื่องที่ชลสิทธิ์นั่งดูโอเปร่า (พี่แพทหน้าแอบสูงวัยมาก) มุมกล้องบวกกับแสงทำให้เราไม่ไปโฟคัสคนที่นั่งข้างๆ นั่นคือลูกสาวและภรรยา แต่ถ้าตั้งใจดูก็จะเห็นตั้งแต่แรก

2. ชลสิทธิ์เก็บขยะเหม็นไปทิ้ง ผมสันนิษฐานเอาเองว่าอาจจะเป็นเศษชิ้นส่วนของลูกที่อยู่ในท้องดาราราย ซึ่งใส่ถุงไว้แล้วเหม็นเน่า จนลืมเพราะช่วงนั้นก็หลงๆลืมๆอยู่แล้ว

3. ผีที่ชลสิทธิ์เห็น ครั้งแรกก็สงสัยว่าทำไมออกมารูปร่างหน้าตาแบบนี้ ไม่น่ากลัวเลย ทำไมกลายเป็นผี Biohazard แต่มาคิดๆไป ชลสิทธิ์เป็นหมอ ผีที่เห็นก็คงเป็นภาพสะท้อนของศพที่เคยผ่า (รวมศพดาราราย) ผีจึงมีลักษณะแบบแยกส่วนตาม anatomy คนจริงๆ

4. แมว ผมเชื่อว่าแมวในเรื่องเป็นภาพสะท้อน Manifestation ของดารารายในความคิดของชลสิทธิ์ ซึ่งมองว่าดารารายคือคนที่จะเข้ามาทำลายชีวิต เป็นสิ่งน่ากลัว น่ารังเกียจ รวมถึงแมวก็เป็นสัญลักษณ์ของแม่มด หรือที่ผู้ช่วยอาจารย์พูดว่าแม่หมอ (ดูแล้วนึกถึงทีเอของผม ไม่เห็นเดินไปเตือนนักศึกษาตอนคุยมือถือหนวกหูแบบนี้เลย เหอๆ)

5. รอยจับที่ปรากฏที่แขนชลสิทธิ์ เกิดขึ้นจากความทรงจำในส่วนจิตใต้สำนึก เหมือนรอยเข็มขัดที่ปรากฏบนแขนขานักศึกษา มันไม่มีอยู่จริง แต่มันเคยมีและฝังในความทรงจำ ผมขอเปรียบเทียบกับเครื่องบินไอพ่นแล้วกัน แม้ว่าจะบินผ่านไปนานแล้ว แต่ก็ยังทิ้งควันเป็นทางยาวบนท้องฟ้า

6. หมออุษานั่งคุยกับชลสิทธิ์แล้วเอื้อมมือไปจับที่ข้อมือ เนื่องจากเธอเป็นห่วงในฐานะภรรยา แต่ชลสิทธิ์เองก็คงงงว่าทำไมหมอมาถูกเนื้อต้องตัว

7. ข้อนี้เป็นข้อสันนิษฐานของผมเอง (อีกแล้ว) เอ๋พี่สาวชลสิทธิ์ เป็นนักศึกษาแพทย์ ซึ่งก็คือดารารายนั่นเอง ส่วนบ้านที่อยู่นี่ ก็คือบ้านที่หมอสุธีซื้อให้ดารารายอยู่ตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ จนชลสิทธิ์ (ตัวจริง) มาย้ายมาอยู่ตอนมาเรียนที่กรุงเทพ ทำให้หมอสุธีรู้จักคุ้นเคยบ้านหลังนี้เป็นอย่างดี บวกกับเอ๋ ก็บอกเป็นนัยๆ พูดตะกุกตะกักเกี่ยวกับเจ้าของบ้าน ผมคิดว่าดารารายเป็นภรรยาของหมอสุธีแบบลับๆตั้งแต่สมัยเรียนหมอแล้ว (อันนี้ตามความเข้าใจของผมนะ) และที่สำคัญ หมออุษาก็อายุยังน้อย เทียบรุ่นก็เท่ากับหมอจิ๊บ เรียกได้ว่าอายุห่างไกลกับหมอสุธีมากพอดู ถ้าดูตามเนื้อเรื่องทำให้คิดต่อได้ว่า หมอสุธี รู้จักกับดารารายมาก่อนหน้าอีก แต่ด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม ตัดสินใจแต่งงานกับอุษา ดารารายจึงเป็นเพียงแค่ภรรยานอกสมรส อีกฉากที่ทำให้ดูว่าหมอสุธีรู้จักดารารายมานาน ก็คือตอนที่หมอสุธีรอรับดารารายที่สนามบิน คงรอการกลับมาของภรรยาน้อยคนนี้มานาน และดูสนิทสนมกันมากจริงๆ

8. ตอนแรกเลยที่อุษากลับมาบ้านแล้วนั่งทานข้าวไปดุลูกสาวไป ดูไร้เหตุผล เพราะตอนนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าดารารายคือภรรยาน้อยของสุธี รู้เพียงว่าสุธีฝากเข้ามาสอน แต่ผมเข้าใจว่าที่หงุดหงิดก็คงหงุดหงิดเรื่องหมอสุธี ที่วางอาการนิ่งเฉย ทานข้าวไปเรื่อยๆไม่พูดไม่จา ทั้งๆที่เดี๋ยวเป็นสุธี เดี๋ยวเป็นชลสิทธิ์ ... หมออุษาคงคิดในใจ (สามีชั้นมันบ้านี่หว่า)

9. ผู้ช่วยอาจารย์ตอนที่ก่อนถูกฆาตกรรม เดินออกมากำลังจะปิดตึก แล้วเห็นแมววิ่งผ่านเข้าไป ถึงกับบ่นว่า “จะกลับอยู่แล้ว จะเข้าไปทำไมอีกล่ะเนี่ย” ผมแอบคิดว่าที่เห็นคงไม่ใช่แมว แต่คงเห็นหมอสุธีเดินแวบๆเข้าไปในพิพิธภัณท์ ไม่รู้ว่าเป็นใครเลยตามเข้าไป เพราะถ้าเป็นแมวจริง คงไม่ตามเข้าไปหรอก แค่แมวตัวเดียว พรุ่งนี้มาไล่ยังได้เลย

10. มีอยู่ตอนหนึ่งที่ชลสิทธิ์มาขอดูศพ แล้วเจ้าหน้าที่นึกว่ามาชันสูตรและยอมให้เข้ามาโดยดี แรกๆก็คิดว่ายอมกันง่ายๆแบบนี้หรือ แต่พอดูจนจบก็เข้าใจว่า ก็เพราะเป็นหมอสุธี อาจารย์หมอขนาดนี้ เดินไปไหนมาไหนด้วยชุดกาวคงไม่มีใครว่า

11.หมอจิ๊บ เปิดศพของชลสิทธิ์ให้หมออุษาดู ในถุงศพมีป้ายแขวนว่า “ศุวมงคล” เพื่อให้คนดูคิดว่าเป็นดาราราย แต่ความเป็นจริงโดนหั่นเป็นชิ้นๆแล้วไม่น่าจะมาเก็บในห้องนี้ได้อีก เพราะฉะนั้นต้องเป็นศุวมงคลอีกคนแน่ๆ ซึ่งมาเฉลยตอนหลังว่าเป็นชลสิทธิ์น้องชาย

12. ถ้าไม่นับที่พระเอกแปลงร่างเป็นชลสิทธิ์ ผมว่าพระเอกมีอาการของ Schizophrenic disorder ที่พัฒนามาจาก mania นะครับ หรือท่านอื่นๆว่าอย่างไร (พระเอกดูเป็นหลายอย่างมาก) สมแล้วที่หมออุษาบอกว่า “ฉันรักษาคุณไม่ไหวแล้ววววว”

13.ฉากจบที่ผีดารารายออกมาบอกว่า “ฉันจะให้อิสระคุณ” ถ้าคิดว่าเรื่องนี้ไม่มีผี ผมก็เชื่อว่าคงไม่ใช้ผีมาดีดนิ้วให้ตื่นจริงๆหรอกครับ แต่คิดว่า เนื่องจากความทรงจำมันถูกย้อนกลับมาจนครบ เหมือนไฟล์ต่างๆที่หายไป รวมกลับมาเป็นโฟลเดอร์สุธี อีกรอบ เลยตื่นมาแบบสุธี ไม่ใช่แบบชลสิทธิ์

14.ผมไปดูรอบสอง มีเด็กอายุสี่ห้าขวบสองคนที่แม่คนหนึ่งพามาด้วย นึกเศร้าใจ ว่าหนังแบบนี้ไม่มีการจำกัดอายุคนดูหรือ และคุณแม่ท่านนั้นคิดอย่างไรที่พาลูกมาดูอะไรแบบนี้ ผมว่าไม่เหมาะกับเด็กวัยนี้อย่างสิ้นเชิง อาจทำให้ปลูกฝังนิสัยที่ก้าวร้าวในการจัดการปัญหาต่างๆรอบตัวได้ ...แต่ที่น่าแปลกที่สุดคือ ระหว่างที่ชลสิทธิ์กำลังดูทีวีขาวดำ เด็กคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาว่า “เด็กหอ” ซึ่งในทีวีที่ชลสิทธิ์ดูก็เป็นเรื่องเด็กหอจริงๆด้วย เหอๆ แสดงว่าบ้านนี้ให้ลูกดูแต่หนังประเภทนี้ (ไม่ไหวนะครับ หรือท่านอื่นว่าอย่างไร) แต่ก็ดีทำให้ผมสังเกตว่ามันเป็นเรื่องเด็กหอจริงๆนั่นแหละ

15.หมอจิ๊บเล่นได้ดี แสดงออกทางสีหน้าชัดเจน แต่ถ้าสังเกตดีๆจะมีพัฒนาการบางอย่างเกิดขึ้น โดยครั้งแรกที่ปรากฏตัวในออฟฟิสหมอสุธี ดูเป็นแพทย์ฝึกหัดแบบเรียบร้อย แล้วหลังจากนั้นเวลาคุยกับอุษาก็เริ่มเป็น “ชั้น... เธอ...” แล้วพัฒนาการก็ดำเนินไป จนสุดท้ายเป็นหมอที่สวยกว่าหมออุษาอีก เหอๆ ผมไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจของผู้กำกับหรือเปล่า เพราะดูแสดงออกมีพัฒนาการอย่างจงใจ แต่ปรบมือให้ แสดงได้ดีมาก (ชอบหน้าเวลาตกใจที่เห็นหมอสุธีแต่ละครั้ง)

16. ผมว่าหมอดารารายโดนผ่าทั้งเป็นนะครับ ยาที่ฉีดเข้าไปไม่ได้ทำให้หัวใจหยุดเต้น แต่ทำให้ paralyzed ขยับเขยื้อนไม่ได้ ตอนจบที่หมอสุธีโดนผ่าทั้งเป็น นั่นก็แสดงให้เห็นผลคำว่า กรรดใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง

17.ดูครั้งที่สองถึงจะสังเกตว่าตอนชลสิทธิ์บุกเข้าไปในบ้านของหมออุษา ลูกสาวที่อยู่ในตู้เสื้อผ้า กำลังจะตะโกนคำว่า “คุณพ่อ” แล้วพี่เลี้ยงที่ได้รับการเตือนจากโทรศัพท์อุษาได้ใช้มือปิดปากน้องเมย์ไว้ได้ทัน

เท่าที่ผมพอจะนึกออกก็มีเท่านี้ครับที่อยากจะแชร์กับเพื่อนๆ ส่วนที่ผมไม่ชอบที่สุดในเรื่องก็คือ ช่วงของการพิพากษา ซึ่งตัวละคนที่ออกมาพูด ทั้งทนาย และผู้เชี่ยวชาญ ดูไม่น่าเชื่อถือ จนกระทั่งเกือบจะเป็นหนังตลก

ใครที่ชอบหนังเรื่องนี้ เอ็มมาคุยกันก็ดีนะครับ แบ่งปันความรู้กัน อยากมีเพื่อนที่ชอบหนังแบบเดียวกัน หรือท่านใดที่ทำงานหรือมีความสนใจด้านแพทย์และจิตวิทยาก็มาคุยกันน่าสนุกดี เอ็มผมก็ possiblezen@hotmail.com ครับ ผมZenครับ รอคุยกับเพื่อนๆทุกคนนะครับ


โดย: ZEN IP: 124.120.22.207 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:22:01:19 น.  

 
รูปประกอบของแป้งนี่แอบเซ็กซี่นะครับ


โดย: Ryuichi IP: 124.120.14.237 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:23:18:08 น.  

 
ตอบ คุณลูกตาล

ที่เห็นเมย์เป็นแป้ง เพราะแป้งคือเมย์ในวัยสาวไงครับ


โดย: Ryuichi IP: 124.120.14.237 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:23:22:02 น.  

 
ขอแสดงความเห็นก่อนอ่านทั้งหมด.....((นิสัยไม่ดีแฮะ= =))

ส่วนตัวคิดว่าที่ผีออกมาหน้าตาแบบนั้นเป็นเพราะด้วยความที่เป็นหมอรึปล่าว อารมณ์ศึกษากายภาพมา ผีในจินตนาการเลยเป็นผีกายภาพขนาดนั้น.....แถมหมอเองก็คงติดตาจากการฆ่าชำแหล่ะนั่นด้วยรึปล่าว
เราคิดในมุมที่มันเป็นตัวจากจินตนาการประมาณนั้น......เดี๋ยวอ่านจบแล้วมาอีกทีแหะๆ


โดย: kanikama IP: 58.9.153.238 วันที่: 6 ตุลาคม 2550 เวลา:23:24:18 น.  

 
เคลียกว่าเดิมได้อีก ขอบคุณค่ะ.....
แอบส่งลิ้งให้เพื่อนที่ไปดูด้วยกันอ่าน
ตามไปอ่านเป็นชู้กับผีดีกว่า


โดย: kanikama IP: 58.9.153.238 วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:0:09:13 น.  

 
โอ้ ผมอ่านแล้ว เข้าใจมากขึ้นเลยครับ
แต่ในประเด็น เรื่องสะกดจิต "หาฉันให้เจอ"
มันทำกันได้จริงๆเหรอครับ ช่วยอธิบายให้ผมหน่อย ว่า มีคนที่สามารถฝังหัวเราด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว ครั้งเดียว อย่างนั้นได้จริงๆ เหรอครับ ขอทราบเป็นความรู้นะครับ

อย่างนั้น ดาราราย น่าจะไปสมัคร สส เป็นนายกนะ ให้พูด "เลือกฉันเป็นนายก"

คงมีแต่คนเลือกเธอ ... ล้อเล่นหน่ะครับ





ที่ผมสงสัยคือว่า ถ้าไม่มีคำว่า หาฉันให้เจอ พระเอกมันจะไม่บ้าขนาดนี้นะ เพราะไม่ต้องไปตามหา ดาราราย


โดย: พัท IP: 125.24.172.81 วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:0:27:43 น.  

 
เป็นหนังไทยอีกเรื่องที่น่าประทับใจครับ ...ดูจบแล้วนึกถึง "พลอย" เนื่องด้วยความที่หนังจบ แต่อารมณ์ยังเคลียร์ไม่จบ เลยต้องเอามาถกกับเพื่อนๆในโลกไซเบอร์ ยิ่งรู้ก็ยิ่งทึ่ง ในความหลักแหลมของบทหนัง ...แต่ก็แอบขัดใจหน่อยๆ ที่ยังมีจุดบางจุดที่หนังจะเคลียร์ก็ถือว่าเคลียร์ แต่ผมกลับคิดว่ามันเคลียร์แบบผ่านๆน่ะ พอนึกลึกๆแล้วมันก็ยังขาดหายความสมบูรณ์ไป

คุณหมอครับ ผมสงสัยอยู่ในประเด็นหนึ่งครับว่า...

ส่วนหนึ่งจากรีวิวของผม ...SPOILER

ผมเข้าใจแล้วว่า 'เอ๋' เป็นใครกัน และรู้ว่า เพื่อนในจินตนาการคนนี้ คือ ภาพที่จิตนึกฟุ้งถึงเพื่อเป็นการช่วยเหลือตัวเองไถ่บาปของคุณหมอในร่างชลสิทธิ์ หากแต่ผมก็ยังติดใจว่า ทำไมคุณหมอถึงนึกเอาภาพของ แป้ง มาแทนที่ ดาราราย ซึ่งหนังก็ไม่ได้บอกว่าดารารายในความฝันคนนี้ มีที่มาจากไหน ...เธอจะเป็นนักศึกษาแพทย์คนหนึ่ง ที่เรียนอยู่กับหมอ แล้วหมอแอบมีใจให้ (จะถึงขั้นเธอยอมเป็นบ้านเล็กหรือเปล่า นั่นก็อีกเรื่อง) หรือว่า เป็นเพียงผู้หญิงในจินตนาการที่หมอนึกขึ้นมาแบบผู้ชายคนหนึ่งที่มีสเปค ...ถ้าผมพยายามจะคลายความสงสัยจุดนี้ทิ้งไป มันก็ได้อยู่แล้ว หากแต่ในความเป็นจริง มันควรจะมีภาพตัวตนอะไรสักอย่างที่บ่งบอกว่า นักศึกษาแพทย์คนนี้ มีตัวตนอยู่จริง และคุณหมอจะนึกภาพขึ้นมาได้นั้น เพียงไม่ใช่แค่การเอาตา หู จมูก ปาก มาสวมเข้าไปเอง อย่างกับทำ Photoshop ในจิตไร้สำนึก

คือผมอยากให้คุณหมอช่วยอธิบายให้หน่อยครับ ว่า...จำเป็นมั้ยที่เพื่อนในจินตนาการจะต้องมีใครในชีวิตจริงเป็นต้นแบบ

อย่างถ้าเช่นตัวผม จะมีเพื่อนในจินตนาการ ผมจะคิดถึง พอลล่า เทเลอร์ อะไรอย่างเงี้ยน่ะ ...แล้วก็จัดการสมมติตัวเธอเป็นแฟนอะไรอย่างนั้นน่ะ
เพื่อเป็นการไถ่บาปที่ผมเคยทำให้ผู้หญิงต้องตกหลุมรักผมอย่างถอนตัวไม่ขึ้นน่ะ (555+ หัวเราะให้กับความสร้างสรรค์ผสมชอบหม้อของตัวเองหน่อย)

ขอพื้นที่โฆษณานิดนึง ...ขอเชิญทุกคนทั้งที่ดู (หรือยังไม่ได้ดู) เข้ามาเปิดตู้ดูความจริงกันต่อ ในรีวิวของผมครับ...

"บอดี้ ศพ #19" ... ชวนเข้ามาเปิดตู้ ดูความจริง ที่เห็นแล้วต้อง 'อึ้ง' ยิ่งรู้ก็ยิ่ง 'ทึ่ง'
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=onceupon&month=06-10-2007&group=2&gblog=92


โดย: OncE UPoN'-'a MaN วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:0:31:56 น.  

 
เห็นด้วยกับคุณพัทครับ ถ้าไม่ดารารายไม่ทิ้งท้ายไว้อย่างนั้นก่อนตาย เรื่องทั้งหมดคงไม่กวนระบบประสาทหมอสุธีเท่านี้

ส่วนสะกดจิตให้ทำอะไร นั้นพอทำได้ครับ จริงๆการสะกดจิตก็มีแบบ Light Trance แบบเรื่องง่ายๆ เพื่อกระตุ้นจิตใต้สำนึกบางส่วน เช่นอยากจะให้เป็นคนมีความตั้งใจกับเรื่องต่างๆมากขึ้น มีสมาธิมากขึ้น ขยันขึ้น หรือเตือนตัวเองบางอย่าง และลงลึกไปถึง Deep Trance ซึ่งไปขุดคุ้ยอดีต และมีบางคนแอบอ้างว่าลงลึกไปถึงอดีตชาติ (ซึ่งส่วนตัวผมไม่อยากรู้ว่าชาติก่อนเป็นสุนัขหรือแมว)

แต่โดยหลักการสะกดจิต มักจะทำต่อเมื่อผู้ที่มารักษายินยอม คือถ้าไม่ยินยอม ก็ค่อนข้างลำบาก อันนั้นมันบวกกับความใจแข็งใจอ่อน ของแต่ละบุคคลด้วยครับ มีวิธีทดสอบอยู่เหมือนกันตามถนัด

เรื่องสะกดจิต แบบสส.หาเสียงที่คุณพัทบอกก็ทำได้นะครับ แต่เคยใช้กับโฆษณาที่อเมริกา และโดนแบนไปแล้ว เราเรียกว่า Sublimation

ขอเล่าแบบย่อๆแล้วกันนะครับ ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิด จะเป็นเรื่องโฆษณาพวกน้ำอัดลม ขายคู่กับ ป๊อบคอร์นในโรงหนัง แล้วขึ้นตัวอักษรแวบๆที่หน้าจอ "Drink P_ps_, Eat Popcorn" ไรประมาณนี้ คือซื้อก็ซื้อทั้งสองอย่าง ขึ้นแบบกระพริบ แวบๆก่อนดูหนัง ...โดยตาของเรามองไม่ทัน แต่ประสาทเราจะรับรู้ได้ และกินลึกไปที่จิตใต้สำนึก ทำให้เวลาซื้อข้าวโพดคั่ว ต้องซื้อไอ้น้ำอัดลมยี่ห้อนี้ไปดื่มด้วย และก็ขายดีมากๆ

ยังมีโฆษณาอีกหลายตัวออกมาแบบนี้ มีแมคนักเก๊ต ทำเป็นรูปอวัยวะเพศชายจิ้มซอส ซึ่งดูด้วยตาเปล่าไม่ออก เห็นเป็นนักเก็ตธรรมดา แต่จิตใต้สำนึกจะมองออก (อะไรที่ผูกเรื่องเซกส์เข้าไป คนจะจดจำได้ดีมาก) ซึ่งปัจจุบัน ถือเป็นการผิดกฏหมายไปแล้วครับ ทำไม่ได้แล้วครับ เหอๆ

ดารารายไม่ตายซะก่อน อาจได้เป็นสส.นะคุณพัท เหอๆ


โดย: ZEN IP: 124.120.22.207 วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:0:57:00 น.  

 
ไม่ใช่หมอ แต่ขอแสดงความเห็นด้วยคนได้หรือเปล่าครับคุณ Once upon a man

เพื่อนในจินตนาการมักจะมีอยู่กับเด็กเล็กๆนะครับ เราจะเห็นเด็กทารก ยิ้มคนเดียว หัวเราะคนเดียว เพื่อนเหล่านี้จะหายไปเมื่อเด็กโตขึ้น (ตอนผมเป็นเด็ก ผมก็มีเพื่อนในจินตนาการชื่ออายะ คุณแม่บอก) และผมเชื่อว่าไม่จำเป็นที่ต้องมีต้นแบบครับ

ส่วนเอ๋ ผมว่าก็คือตัวตนของดารารายล่ะครับ แต่ว่าเป็นร่างดี ซึ่งมองจากมุมของชลสิทธิ์ ไม่ใช่มุมของหมอสุธี (ส่วนจะใช้คนเดียวกันเล่นคงไม่ได้ ก็ต้องเป็นคนละคน แต่ก็หน้าคล้ายกันอยู่นะครับ แม้ดีกรีน่ากลัวจะแตกต่าง) เป็นมุมมองต่อดารารายในแง่ดีน่ะครับ หรือเพื่อนๆว่าอย่างไร


โดย: ZEN IP: 124.120.22.207 วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:1:09:50 น.  

 
ขอบคุณมากๆค่ะ

อ่านแล้วเข้าใจมากขึ้นเยอะเลย


โดย: bunnie IP: 124.121.108.184 วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:1:14:55 น.  

 
ชอบเรื่องนี้มากๆ


โดย: ## ARMYKUNG ## IP: 117.47.177.64 วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:1:17:24 น.  

 
อ่านแล้วเคลียร์มากๆครับ
ตอนนี้นั่งขนลุกซู่นอนไม่หลับเลย T_T ไม่นึกว่าหนังมันจะล้ำลึกทิ้งปมหลอนได้ขนาดนี้

แต่สงสัยอยู่อย่างนึง
ฉากสุดท้ายที่สุธีนอนผ่าอยู่ นั่นคือ ยังไม่ตายเหรอครับ ตัวผมนึกว่า ตายไปแล้ว แล้วฉากนั้นคือ เค้ากำลังชันสูตรศพ หรือทำอะไรซักอย่าง เพราะว่า เจอเหล็กทิ่มขนาดนั้น ไม่น่ารอด แล้วในฉากนั้น เห็นเปิดท้องซะเหวอะ ไม่น่ารอดเลยง่ะ ผมคิดว่า ไอ้ท่อที่ต่อปากน่าจะเป็นดูดเลือดของเสีย ไม่ใช่ท่อออกซิเจน เพราะว่า ท่อออกซิเจนน่าจะเสียบจมูก (อันนี้คิดเองโคตรมั่วเลย - -'')

แล้วพอดารารายมาดีดนิ้ว ก็คือเหมือนกับว่า ให้ตื่นจากความตายมารับความเจ็บปวดสดๆบนเตียง

ผมคิดแบบนี้อ่ะครับ - -'' ตกลงคือสุธียังไม่ตายใช่มั้ยครับ ?


โดย: ปูเทียมไก่ชุบ IP: 58.8.138.55 วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:3:34:31 น.  

 
อ่าน comment ของคุณ ZEN แล้วก็ได้อะไรเยอะขึ้นอีกนะครับเนี้ย


โดย: TAP IP: 58.10.102.169 วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:6:21:56 น.  

 
คุณปูเทียม ผมเห็นว่าคนที่ตกอยู่ภายใต้การสะกดจิตนั้น มันเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ฉากสุดท้ายบอกอะไร อันนี้เป็นความเห็นผมเองนะครับ

1. บอกว่า หากสุธีตายไปทั้งที่ยังคิดว่าตนเองเป็นชลสิทธิ์ ก็จะไม่รู้ตัวเลยว่าทำอะไรผิดไป เพราะในมุมมองของชลสิทธิ์คิดว่าคืออื่น (หมอสุธี) เป็นฆาตกร ไม่ใช่ตัวเอง เหมือนที่พูดในศาล ดังนั้นการคลายมนต์สะกด ก็เหมือนกับให้สุธีกลับมารับใช้กรรมตัวเอง

2. ในแง่หมอสุธี ถ้าอยู่ภายใต้การสะกดจิต หมอสุธีจะไม่รับรู้เรืองอะไรเลยในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา นั่นหมายถึง ตอนที่ไปฆ่าหมอจิ๊บและผู้ช่วยอาจารย์ หรือแม้กระทั่งช่วงโดนตำรวจจับ การกลับมาเป็นสุธีคนเดิมในตอนจบ ถือเป็นการทรมามาก ลองจินตนาการว่า ถ้าคุณนอนหลับไปไม่รู้เรื่องอะไรมาสองสามวัน ตื่นมาอีกที ร่างกายกำลังถูกชำแระ จะรู้สึกอย่างไร

3. ดารารายถูกชำแหละทั้งเป็น สุธีก็โดนเช่นเดียวกัน อันนี้มันเป็นเคราะห์กรรมชัดเจน และถ้ามองย้อนกลับไป สุธีฆ่าอุษาด้วยวิธีเดียวกัน เอาแท่งเหล็กแทง และตนเองก็ประสบอุบบัติเหตุแบบเดียวกัน (แต่มันมาเป็นสิบแท่ง)

4. มีหลายคนอาจจะไม่ชอบฉากจบที่ผีดารารายมาปลดหนี้ แต่ผมคิดว่าทางผู้กำกับเองคงอยากให้มันจบกระบวนการแบบ hollywood classic คือเมื่อมีการสะกดจิต ก็ต้องมีการคลายมนต์ด้วยการดีดนิ้ว แต่เรื่องการดีดนิ้วนี้เป็นแค่ความเชื่อแบบฮอลลี่วู๊ด เหมือนเราดูหนังที่มีไวทยากรคุมวงออเคสตร้า ก่อนเล่นต้องเคาะไม้สองสามทีก่อน ซึ่งจริงๆไม่ต้องทำก็ได้ แต่เหมือนกับเพื่อเพิ่มความเข้าใจว่า นี่แหละกำลังพูดถึงไวทยากร

5. คนที่โดนเหล็กเสียบแล้วรอดก็มีนะครับ ถ้าโดนจุดที่ทำให้เสียชีวิต แต่ต้องผ่าแหวกอกกันเลยหรือ อันนี้ต้องให้คุณหมอมาตอบดีกว่าครับ

ปล. ถ้าใครเคยดูเรื่อง Nip Tuck จะเห็นว่ามีอยู่ตอนหนึ่ง ลูกค้าที่มาทำศัลยกรรมใบหน้า ถูกวางยาชาแต่ยาไม่ทำงาน สิ่งที่ยาทำ คือทำให้พูดไม่ได้ ขยับไม่ได้ แต่ยังเจ็บอยู่ ลูกค้าคนนั้นเลยต้องทนเจ็บจากการผ่าหน้าสดๆ แต่ตะโกนบอกใครไม่ได้ ทรมานแค่ไหนเพื่อนๆลองจินตนาการต่อเองนะครับ เหอๆ (ตื่นมาเลยฟ้องหมอซะ แต่ก็เป็นที่ถกเถียงในชั้นศาล ว่าจะเอาอะไรมาพิสูจน์ว่า รู้สึกตัวจริงตอนผ่า หรือเป็นเพราะยาสลบที่ทำให้เพ้อเจ้อคิดไปเอง)

ผมมีคำถามเหมือนกันครับ

สิ่งหนึ่งที่ผมไม่เห็นหนังพูดถึง คือ ศพที่หั่นแล้ว ถึงใช้น้ำกรดในการสลายผิวหนังและเนื้อเยื่อ ก็ยังคงมีกระดูกอยู่มากมาย ไม่ทราบว่าหมอสุธีเอาไปทิ้งไว้ไหนครับ?? ใครมีความเห็นอะไรไหมครับ? หรือว่า... ตอนที่ชลสิทธิ์ กรวดน้ำ เอาไปรดใต้ต้นไม้ที่กำลังแห้งตาย ... ศพดารารายจะอยู่ใต้ต้นนั้น? เพราะเอ๋พูดว่า "ต้นไม้มีเยอะแยะ ทำไมต้องเป็นต้นนี้ มันจะตายอยู่แล้ว" เหอๆ ใครมีความเห็นอย่างไรบอกด้วยนะครับ


โดย: ZEN IP: 124.120.20.222 วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:12:48:33 น.  

 
ต้องชมว่า คุณหมอเขียนได้ดีมากๆ แยกแยะย่อยออกมาเป็นข้อๆ ได้เข้าใจดีครับ นับถือจริงๆ

สุธีเอาศพที่หั่นไปแล้วทำอะไรต่อเหรอ เอาใส่ถุงขยะไปทิ้งเท่านั้นเหรอ ตรงนี้ยังงงๆ อยู่ หนังบอกแค่ในถุงขยะมีเด็กที่เป็นลูกของเขากับดาราราย แล้วตัวดารารายล่ะ หั่นแล้วเอาไปเผาในถังนั้นเหรอ (ไม่มั่นใจแฮะ) สองศพ พนักงานภาคและหมอจิ๊บนั้น หลงเหลือซากให้ตำรวจชันสูตร แล้วศพดารารายล่ะ

รึว่าต้องไปดูใหม่หนอเรา


โดย: jedipato IP: 125.25.196.92 วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:16:49:37 น.  

 
********************************
เราว่ามันเหมือนเรื่อง 23 อะ แค่ใน23 มันไม่มีผี
********************************

ดูเรื่องนี้แล้วนึกเรื่อง 23 จิงๆนะ มันคล้ายกันละป่าว********************



โดย: ดูแระเมื่อกี้ IP: 124.121.224.48 วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:17:42:43 น.  

 
หมอสุธีหั่นศพหมอดารารายทิ้งลงท่อค่ะ ดูได้จากตอนเปิดเรื่องค่ะ

เอ๊ะ! หรือจะดูรอบ2ดีอะ


โดย: หนูเด IP: 124.121.141.21 วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:18:50:39 น.  

 
ง่า อยากดูอ่า -*-
^__^
น่าหนุกดี ชอบหนังสยองๆๆ อิอิ


โดย: bestcatzaas (bestcat ) วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:19:10:17 น.  

 
ล้ำลึกหลายๆ ขอบคุณคร้าบ

จะไปดูรอบสองเพื่อเก็บรายละเอียดครับ


โดย: ฉ่ำ IP: 210.213.2.182 วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:19:49:26 น.  

 
ชอบหนังเรื่องนี้มากๆเลย...
ไปดูมาสองรอบแล้วอ่ะ วันนี้เพิ่งไปดูมารอบสอง ไปเก็บรายละเอียดมาค่ะ

คุณหมออธิบายได้เก่งนะคะตอบได้ทุกข้อสงสัยเลยจริงๆค่ะ

ไปดูมารอบสองเหมือนว่าหนังพยายามจะบอกเราตั้งแต่แรกจริงๆแหละ ได้ว่าตอนในฮอล์ ถ้าดูดีๆก็เห็นว่าด้านขวามือของชลสิทธิ์มีเด็กผู้หญิง กะหมออุษานั่งอยู่ แต่เค้าบังๆไว้ให้เห็นไม่ชัด แล้วก็ตอนที่หมอจิ๊บตกใจทุกครั้งตอนเจอหน้าชล แล้วการสะกดจิตก็ได้ผลครั้งแรกตอนที่ฟังเพลงในฮอล์ เค้าถึงลืมไปว่าเสื้อคลุมนั้นเป็นเสื้อคลุมของตัวเอง แล้วเอ๋ก็ไม่เคยอยู่ร่วมกับนักแสดงคนไหนเลยนอกจากชลเลย

จริงๆแล้วเอ๋นี่ก็คือเพื่อนในจิตนาการจริงๆใช่มั้ยคะเพราะว่าในศาล พอจิตแพทย์คนนั้นพูดว่าโรคนี้มีอาการว่าสร้างเพื่อนในจิตนาการขึ้นมา พอพูดถึงประโยคนี้ หมอสุธีก็หันไปหาเอ๋ที่นั่งอยู่พอดีเลย

อันนี้งงนิดนึงนะ....แล้วตอนที่ชลกะเอ๋พูดถึงดาราราย ถ้าเอ๋เป็นดารารายจริงๆ แล้วทำไมไม่ตกใจว่าเป็นชื่อตัวเองอ่ะ

อันนี้ความคิดส่วนตัวนะคะ ศพดารารายไปไหนหมดอ่า อยู่ในท่อหมดเลยหรอ แต่เห็นบางชิ้นเองหนิ เค้าน่าจะมีฉากที่กู้ศพดารารายขึ้นมาเน๊อะ




โดย: บลูเบอร์รี่ซันเดย์ IP: 125.24.192.210 วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:22:47:12 น.  

 
วิจารณ์ได้ดีมากเลยครับ ให้ความกระจ่างได้มากเลยจริงๆ
ผมคิดว่า หนังเรื่องนี้ เป็นหนังผีที่ดีเหนือกว่ามาตรฐานหนังผีไทยทั่วไป เพราะมีเนื้อเรื่องที่ดีเยี่ยม(พี่เอกสิทธิ์กะพี่มะเดี่ยวสุดยอดเลย) แบบที่หนังผีไทยทั่วไปไม่ค่อยใส่ใจ ส่วนอื่นๆเช่นบรรยากาศหนังก็ทำได้ดี ให้ความรู้สึกไม่น่าไว้ใจเกือบทั้งเรื่อง(มีช่วงที่ชลสิทธิ์ไปหาหมออุษา ที่ผมว่า หนังแผ่วๆไป) เอฟเฟกต์ซีจีดีเกินมาตรฐาน ทำได้น่าสนใจ นักแสดงเล่นได้ดี(มีป้าเข็ม ที่ผมว่า แข็งไปหน่อย) ภาพสวยดี แต่ดูจะโชว์เทคนิคความหวือหวามากไปหน่อย ค่อนข้างน่าพอใจมากครับ เป็นหนังผีที่คุ้มค่าตั๋วเรื่องนึงเลยครับ


โดย: TheChamp IP: 58.8.101.87 วันที่: 8 ตุลาคม 2550 เวลา:1:36:43 น.  

 
Thank you !


โดย: Golf IP: 161.246.34.110 วันที่: 8 ตุลาคม 2550 เวลา:2:09:54 น.  

 
ก่อนดูเรื่องนี้ไม่เข้าไปอ่านกระทู้เกี่ยวกับหนังเลย อ่านแต่เรื่องย่อ ๆ ที่ทำออกมา ยอมรับว่าเป็นหนังที่ดูแล้วต้องคิดตลอด ผิดมั่งถูกมั่ง แต่ก็ให้ความบันเทิงได้เป็นอย่างดี ควรค่าแก่การเสียเงินเข้าไปดู สนับสนุนหนังไทย ไปดูกันในโรงภาพยนตร์นะคะ


โดย: thiankit IP: 124.157.206.237 วันที่: 8 ตุลาคม 2550 เวลา:10:50:59 น.  

 
ไปดูมาแล้วคะ ค่อนข้างชอบพล็อตเรื่องเลยทีเดียว สนุกในเนื้อหา เนื่องจากมีความสับสน สับไป สับมาให้เราคิดตามตลอด

โดยส่วนตัวคิดว่าผู้กำกับให้เราคิดเองว่ามีดารารายจริงๆ หรือเปล่า แต่ก็แอบคิดหลังอ่านกระทู้นี้นะ ว่าไม่มี ดาราราย ทุกสิ่งอย่างที่หมอเห็น เป็นจิตสำนึกความผิดที่หมอทำกับดารารายอะ ทั้งฆ่าคน ทั้งเห็นภาพ ต่างๆ

จริงๆ แล้วหนังดำเนินเนื้อเรื่องได้ดี

แต่น่าเสียดายเรื่องกราฟฟิก แมวหรือผี อะไร น่าจะทำได้ดีกว่านี้ จะทำให้หนังมีอรรถรสสู้พอกับ ชัตเตอร์ได้เลยอะ

เสียดาย ดูเหมือนเน้นกราฟฟิกมากเกินไปหน่อย มันเลยดูตลก ขนาดตอนขับรถ จะอุตส่าห์ถ่ายจริงก็ไม่ได้ เสียดาย....

แต่เนื้อหาดีเลยนะ ชอบ!! เนื้อ มันทำให้รู้สึกว่าเออๆๆๆ จิตเราเวลาทำอะไรผิด อาจเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ได้

แหะๆ แต่ก็ขอแสดงความคิดเห็นนิดหนึ่ง สมมติในความเป็นจริงการผ่าตัดใหญ่ต้องใช้ยาสลบแน่ๆ เลย ค่อนข้างเป็นไปได้ยากนะ ว่าผ่าตัดอยู่แล้วดันฟื้นขึ้นมา ถ้าผู้กำกับสะท้อนเนื้อหาด้วยวิธีอื่นก็น่าจะดีกว่านี้นะ


โดย: smabby IP: 61.90.139.18 วันที่: 8 ตุลาคม 2550 เวลา:12:27:29 น.  

 
สวัสดีค่ะ แวะเข้ามาอ่านจาก 1000ทิพจ้า

1. สงสัยเรื่องที่หมอจิ๊บบอกให้ชลสิทธิ์เอานิ้วแตะจมูกตัวเอง สลับกับกับแตะนิ้วของหมอจิ๊บอ่ะค่ะ ไม่ทราบว่ามันเป็นการตรวจว่ามีอาการทางประสาทหรือเปล่าคะ เพราะว่าหลังจากชลสิทธิ์เอานิ้วแตะที่นิ้วชี้ของหมอจิ๊บพลาด หมอจิ๊บก็กดมือถือไปหาหมออุษาทันทีเลย

2. แล้วที่โทรไปหาหมออุษาเนี่ย เพื่อดูอาการและยืนยันใช่ไหมคะ ว่าพระเอกอยู่ใบบุคลิกของชลสิทธิ์จริงๆ เพราะขนาดเสียงของเมียตัวเอง ยังจำไม่ได้เลย

ชอบหนังเรื่องนี้ในแง่ที่เอาจิตวิทยามาเล่นค่ะ หนังแนวนี้ทำยาก เพราะว่าต้องรู้ข้อมูลจริงๆ ไม่งั้นทำแล้วคงกลายเป็นหนังแย่ๆไปเลย เรื่องนี้ทำได้โอเคเลยค่ะ

ส่วนเรื่องที่ดารารายแต่งตัวแต่งหน้าให้ดูลึกลับนั้น คิดว่าเป็นองค์ประกอบเสริมที่ทำให้การสะกดจิตเห็นผลได้มากขึ้น เพราะเอาจริงๆตอนที่ flash back ไปฉากที่ดารารายมีความสุขกับหมอสุธีที่ชายหาด ก็ยังแต่งหน้าแต่งตัวสวยๆได้เลย ฉากที่สนามบินก็เหมือนกัน

สรุปว่าชอบค่ะ ชอบเพราะจิตวิทยาอย่าวเดียวเลยนะนั่น


โดย: chu_301 IP: 58.8.71.43 วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:8:18:08 น.  

 
ตามมาอ่านบทวิเคราะห์ดีๆ ครับ... เคลียร์ไปได้เยอะมาก

ขอแสดงความคิดเห็นเพิ่มนะครับ.. ฉากสุดท้ายที่ว่า endotrachial tube สั้นไปหน่ะ
ผมว่ามันหลุดมาเฉพาะ y piece หรือเปล่าครับ
(อันนี้พยายามเข้าข้างหนัง...)



โดย: PandyDog IP: 124.120.139.73 วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:14:34:12 น.  

 
การเอาสุธีที่เล่นโฆษณาเมืองไทยประกันชีวิตมา มันตลกมากครับ เพราะตอนตาย ยังกะโฆษณาอีกอันเลย งั่บๆๆๆๆ


โดย: ยำ97 IP: 58.8.118.81 วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:23:32:12 น.  

 
เจ๋งมากค่ะ อ่านแล้วหายสงสัยไปหลายเรื่องเลยค่ะ
แต่ยังงงอยู่เรื่องนึง ว่าแล้ว ชลสิทธิ์ ตัวจริง
เป็นอะไรตายเหรอค่ะ
รู้แต่ว่าเสียเลือดมาก แต่ไปทำอะไรมาถึงเสียเลือดมาก อยากรู้มากๆ เลยค่ะ คนอื่นคิดว่ายังไงกันบ้างค่ะ


โดย: VHS วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:23:38:04 น.  

 
ตามมาจากพันทิปครับ อ่านทุกความคิดเห็นเลย เพราะชอบหนังเรื่องนี้มาก จะไปดูรอบสองแน่ๆ อยากเสนอความคิดเห็นเหมือนกันครับ แต่หลายๆคนก็อธิบายไว้หมดแล้ว ยิ่งได้อ่านรีวิวของคุณหมอยิ่งทำให้เข้าใจมากขึ้นมากๆ ผมเคยเรียนเกี่ยวกับจิตวิทยามาเหมือนกันเลยพอจะเข้าใจหนังเรื่องนี้อยู่ในขณะที่ดูตลอดเรื่อง แต่เกิดคำถามซึ่งอาจจะสำคัญรึไม่ก็ตามในตอนท้ายนะครับว่าแล้วชลสิทธิ์ตัวจริงเป็นอะไรตายล่ะครับ ประเด็นนี้อาจหาที่มาที่ไปยาก เอ หรือว่าเรื่องมันไม่ได้ให้ความสำคัญตรงนี้ ใครทราบช่วยหาให้หน่อยสิครับ


โดย: Kengmatthew IP: 124.121.173.32 วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:4:11:14 น.  

 
+ โหยย ... เซ็งโคตะระ (ขอบ่นนิดนะครับ) พิมพ์ตั้งยาว พอกด submit ดันไม่ไป (เจอ link ของออฟฟิศล่มกะทันหัน) แล้วข้อความก็ดันกู้กลับมาไม่ได้ซะนี่ แล้วจะจำได้มั้ยเนี่ยตรูว่าพิมพ์ไรไปบ้าง
+ หนังเรื่องนี้นับว่าบทภาพยนตร์ "แข็งแรง" ทีเดียว ด้วยฝีมือการ 'ปั้นเรื่อง' ของคุณมะเดี่ยว กับคุณเอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ จาก 12 เกมสยาม ซึ่งผมก็กะอยู่แล้วว่ามันต้องโหดเลือดสาดแหงมๆ แต่ก็เป็นหนัง Psycho/Horror จิตแตกที่จัดว่า 'มีประเด็น' ที่ดีทีเดียวครับ (เพราะได้ข่าวว่าบทเวอร์ชันแรกๆ ของคุณ ผกก. กอล์ฟโย่งเอง ออกแนวไซไฟ เป็นผี Biohazard ยิ่งกว่านี้อีกนี่นา)
+ สำหรับผี CG ในหนังดูบ้าพลังและโชว์พาวไปหน่อย ผมเลยไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่ บางฉากที่โผล่ออกมาดูตลกๆ มากกว่าจะน่ากลัวด้วยซ้ำ ... แต่เนื้อเรื่องนี่สิ ที่ทำได้ทั้ง หม่นเศร้า และหลอนจัด รวมทั้งการเลือกเพลง คิดถึงเธอทุกที (ที่อยู่คนเดียว) เวอร์ชันหลอนมาใช้เป็นเพลงเอกของหนัง ซึ่งตอนที่ผมดู MV จากทีวี หรือดูตอนฉากเปิดเรื่องก็ยังไม่เท่าไหร่นะครับ ... แต่ตอนฉากจบ รวมทั้งภาพต่างๆ ที่ค่อยๆ ปะติดปะต่อในหัวเข้ามารวมกันเนี่ยสิ ... จนป่านนี้ ดูมาจนนอนข้ามวันมาแล้ว เพลงนี้ยังวนเวียนหลอนค้างอยู่ในหัวผมอยู่เลยอ่ะครับ เหอๆๆ


### Spoiler alert ###
+ ประเด็นภาวะทางจิตที่หนังใช้เป็นลูกเล่นคือโรค Multiple personality disorder เนี่ย ... ที่แน่ๆ คือเคยได้ดูมาจากหนังฝรั่งเรื่องนึงคือ Identity แต่มันมีอีกเรื่องนึงคือ A beautiful mind ที่ ดร.จอห์น แนช (รัสเซล โครว์) มองเห็นเพื่อนในจินตนาการนี่ ใช่โรคเดียวกันรึเปล่าอ่ะครับ ท่านผู้รู้ทั้งหลาย?
... และนับว่าบทหนังฉลาดทีเดียว ที่ใช้ประเด็นเพียงแค่ "อาจารย์หมอฆ่าหั่นศพชู้รัก" (สงสัยจะได้แรงบันดาลใจมาจากข่าวใน นสพ. หุๆ) มาขยายความ แล้วใส่ลูกเล่นของภาวะทางจิตเข้าไปแบบนี้ รวมทั้งสอดแทรกประเด็น 'กฏแห่งกรรม' และ 'นรกในใจ' เข้าไปได้อย่างเหมาะสม
+ การแคสติ้งเป็นอีกจุดที่เด่น ไม่ว่าจะเป็นหน้าเก่าๆ ทั้งหลาย หรือมือใหม่ทั้ง คุณเป้ สเลอ, อาจารย์หมอสุธี, หมอจิ๊บ ... ส่วนคุณ เม ออกมาน้อยไม่กี่ฉาก แต่ "ทรงพลัง" ตามมาตรฐาน (และบุคลิก) ของเธอ ฉากสะกดจิตนักศึกษาสาวคนนั้นในห้องเรียน ทำเอาผมขนลุกเลยทีเดียว (นศ. คนนั้นก็เล่นดีด้วย)
+ หนังบอกใบ้อะไรตามรายทางไว้เยอะมั่กๆ เหมือนกัน แต่เป็นผมเองแหละที่สังเกตไม่เห็น (เต็มใจให้หนังหลอกว่างั้นเหอะ) ... พอได้มาอ่านที่ทั้งคุณ จขบ. และเพื่อนๆ ข้างบนช่วยกันเขียนมา ก็เห็นภาพอะไรต่อมิอะไรเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยอ่ะครับ และถ้าได้ดูอีกซักรอบ น่าจะเก็บรายละเอียดอะไรต่อมิอะไรได้เยอะขึ้นอ่า

+ จริงๆ ผมเขียนไว้ยาวกว่านี้อีก 2-3 ประเด็น แต่จำได้แค่ประมาณนี้แหละครับ แหะๆ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:15:04:57 น.  

 
อ๋อ.....อย่างนี้นี่เองเดี๋ยวต้องไปดูบ้างแล้วล่ะ


โดย: hajinana IP: 125.24.155.102 วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:18:57:14 น.  

 
หวัดดีค่ะ ยังจำกันได้มั้ยน้า ^^
ซีรี่ย์ที่ให้ยืมไป ... ตัวละครก็มีอะไรให้วิเคราะห์แบบนี้เหมือนกัน อยากให้มีโอกาสได้ดูนะคะ
คิดว่าน่าจะชอบด้วยหล่ะ
(ซีรี่ย์ไม่ได้ยาวอย่างที่คิดนา...พูดจริงๆนะเนี่ย)


โดย: korean_girl IP: 58.8.50.202 วันที่: 11 ตุลาคม 2550 เวลา:0:59:29 น.  

 


โดย: My life in Japan. วันที่: 12 ตุลาคม 2550 เวลา:11:35:27 น.  

 
แวะมาอ่านตามลิ้งค์ในพันทิปครับ ขอบคุณคุณหมอมากนะครับ คลายสงสัยไปได้เยอะทีเดียว


โดย: Imaginia IP: 222.123.209.1 วันที่: 12 ตุลาคม 2550 เวลา:16:14:06 น.  

 
หลังจากงงมานาน
เข้าใจก้ตอนนี้ล่ะ

ขอซูฮกจิงๆ

ขอบคุณค่ะ ^^


โดย: หงอคง IP: 58.8.104.131 วันที่: 12 ตุลาคม 2550 เวลา:19:31:41 น.  

 
ดีจังเลยค่ะ ปริศนาทุกอย่างไขกระจ่างแล้ว


โดย: ดีดี IP: 124.120.155.169 วันที่: 13 ตุลาคม 2550 เวลา:12:12:19 น.  

 
ไม่เห็นสนุกเลย คือคิดว่าหมอสุธีน่าจะเลิกกับหมออุษา แล้วก็ไปอยู่ที่บ้านนั้นคนเดียว และก็มีเพื่อนในจินตนาการไป เริ่มฝันร้ายทุกวันๆ เริ่มค้นหาดาราราย คือคิดว่าหาง่ายจัง ดารารายเนี้ย หนังมันจะได้ดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ ไม่วกไปวนมา มันไม่หักมุมเท่าไหร่ ถ้าเป็นชาวบ้านเขาก็รู้ว่าตอนจบ หมอสุธีก็แค่คิดว่าตัวเองเป็นชล มาอ่านตอนแรกก็ตกใจคิดว่ามันดูยากขนาดนั้นเลยหรอ คือมันไม่จริงค่ะ วิเคราะห์กันซะ โอ้โห


โดย: เดธโน้ตหักมุมกว่า IP: 202.91.18.204 วันที่: 13 ตุลาคม 2550 เวลา:20:09:19 น.  

 
คห.79 เก่งจัง
ทึ่งมากๆ
เคยตื่นเต้นกับหนังไทยเรื่องไหนบ้างหรือเปล่านี่
หรือเพราะเป็นหนังไทย เลยไม่ชอบ
----ส่วนตัว ผมชอบ ทำได้ดีกว่าที่เดาไว้แต่แรก
เสียใจที่ผมคิดว่าเรื่องมันจะเน่าเหมือน The Park (ที่ทำให้ผมเสียอารมณ์กับหนังผีที่คนไทยทำ)


โดย: อึ้ง คห.79 IP: 116.58.231.242 วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:15:57:41 น.  

 
คห 79

หนังทำได้เท่านี้ก้ถือว่ามีคุณภาพมากแล้วน่า
วิเคราะห์กันซะโอ้โห นี่คือจะทำไม?

ทำยังกะที่เค้าวิเคราะห์กันมานี่เสียเวลามากอย่างงั้น
ก็ดีออก ไห้เค้าได้แบบรู้จักคิดวิเคราะห์ คนชอบก็ตั้งเยอะ
ถ้าเกทหนังง่ายนัก ก้ไปดูเรื่องอื่นสิ
ที่มันน่าจะ สนุก มากกว่านี้อ่ะ เยอะแยะ
ที่มันหักมุม ฉลาดดดด มากกว่านี้
hollywood อะ

ถ้าหนังมันตื้นๆ แบบรู้แนวตอนจบ
แล้วจะมายุ่งทำไมเล่า

คนบางคนเค้าก้ไม่สมองเท่าเธอหรอกนะ
ไจกว้างบ้างเด่ ไม่ชอบที่เธอพิมพ์เลย


---- ยังไงก็ชอบเรื่องนี้ค่ะ
ดีมาก ทำไห้คนหลายคนอยากดูรอบ 2
หารายได้ดีเนอะ 5555


โดย: อย่างว่า IP: 58.10.33.216 วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:20:51:04 น.  

 
โอ้ย ทนไม่ไหว

เครียด ตอนจบ

อยากตาย


โดย: กกกกกกก IP: 61.7.150.169 วันที่: 15 ตุลาคม 2550 เวลา:13:27:59 น.  

 
ความเห็น 79 เอาสมองส่วนหลังคิดเหรอเนี่ยว่า---คือคิดว่าหมอสุธีน่าจะเลิกกับหมออุษา แล้วก็ไปอยู่ที่บ้านนั้นคนเดียว และก็มีเพื่อนในจินตนาการไป --
หรือดูไปหลับไปอ่า
-


โดย: วัยรุ่นเซ็ง IP: 203.146.94.51 วันที่: 15 ตุลาคม 2550 เวลา:14:14:26 น.  

 
ตกลงฉันต้องตอบว่า โอ้มายก้อด!!!!!สนุกมากใช่มั้ย ฉันออกความคิดไม่ได้ใช้ไหม คห83 สมองส่วนหลังเป็นศูนย์กลางการควบคุมการทำงานเหนืออำนาจจิตใจ เช่น ไอ จาม สะอึก หายใจ การเต้นของหัวใจ ฉันคงนำมาคิดไม่ได้หรอกค่ะ


โดย: คห79 นั้นแหละ IP: 202.91.19.204 วันที่: 15 ตุลาคม 2550 เวลา:22:06:08 น.  

 
หนูคิดว่า ที่หมอสุธีคิดว่าตัวเองเป็นชลสิทธิ์ แทนที่จะเป็นใครก็ได้ เพราะว่าต้องการปกป้องตัวเองจากดาราราย อ่ะค่ะ เพราะเขารู้ว่า ดารารายรักน้องชายมาก

การที่ดารารายไม่คลายการสะกดจิตตอนโดนเหล็กเสียบบนถนน หนูคิดว่า ดาราราย ต้องการให้หมอสุธี รู้สึกเจ็บปวด ตอนโดนผ่าบ้าง อ่ะค่ะ


โดย: HTK IP: 125.24.42.254 วันที่: 15 ตุลาคม 2550 เวลา:23:43:55 น.  

 
ไปดูมาแล้วเหมือนกันค่ะ จริงๆ คิดว่าตัวเองรู้แล้ว เคลียร์แล้ว แต่พอมาอ่านกระทู้ เออ เราพลาดไปหลายจุดนะเนี่ย มีบางฉากที่คาดไม่ถึงจริงๆ คิดได้ไง
ส่วนตัวคิดว่าคุ้มกับหนังเรืองนี้นะ


โดย: โมโม IP: 58.8.109.26 วันที่: 16 ตุลาคม 2550 เวลา:12:49:41 น.  

 
ตามความเห็นของผมนะ

ผมว่า เอ๋ กับ ดาราราย นี้คนละคนกันนะครับ

เอ๋ หรือแป้ง เป็นจินตนาการล้วน ๆ ที่หมอสร้างขึ้นมาครับ ไม่ได้มีตัวตนจริงแต่อย่างใด หรือหากจะมี "คนที่หน้าตาเหมือนเอ๋" ในความเป็นจริง คนคนนั้นก็ไม่ได้สัมพันธ์ใด ๆ เลยกับเอ๋คนนี้ครับ เค้าอาจจะเป็นคนนที่หมอเคยเจอ และเผอิญภาพของเธอติดอยู่ในสมองของหมอก็ได้ครับ โดยเท่าที่เข้าใจแป้งก็คือเพื่อนในจินตนาการของหมอครับ โดยมีลักษณะความเป็นแม่ และเอื่ออาธรสูง หรือหากมองอีกแง่แป้งคือภาพสะท้อนของ "ความรักของแม่" ในมุมมองหมอมากกว่า ซึ่งตรงนี้สอดคล้องกับสาเหตุที่ทำไมหมอต้องมีเมียน้อย นั้นเพราะเค้าขาดความอบอุ่นจากแม่ในวัยเด็กนั้นเอง

จากข้อมูลในหนังทำให้พอเข้าใจได้ว่า หมอน่าจะมาจากครอบครัวที่ไม่ได้รับความอบอุนจากผู้เป็นแม่มากนัก จึงทำให้ในวัยเด็กขอดทั้งเพื่อนเล่น และคนที่ให้คำปรึกษา ตรงนี้น่าจะทำให้เค้าสร้างเพื่อนในจินตนาการขึ้นมาเอง โดยอาการตรงนี้หายไปตอนที่หมอโตขึ้น (แต่ยังมีอาการฝั่งอยู่แต่ไม่ได้รับการปลดปล่อยอย่างถูกวิธีนัก) แต่อาการขาดความรักยังมีอยู่ ดังนั้นหมอเลยต้องการความรักของผู้เป็นแม่ หรือเพศหญิงนั้นเองครับ

ชลสิทธิ์ ที่เป็นภาพที่หมอคิด กับชลสิทธิ์ จริง ๆ ก็น่าจะเป็นคนละคนกันนะครับ หากอธิบายด้วยเหตุผลเดียวกัน ชลสิทธิ์ในความคิดของหมอ อาศัยเพียงภาพลักษณ์ชลสิทธิ์ภายนอกเท่านั้น ส่วนเรื่องรายละเอียดนิสัย ฯลฯ จะไม่ได้อิงจากความเป็นจริงเลย โดยส่วนมากแล้วบุคคลิกที่ทับซ้อนกันแบบนี้ค่อนข้างแตกต่างอย่างสุดขั้วกับตัวตนที่เป็นจริงครับ กล่าวคือหมอตัวจริงเจ้าระเบียบมาก ๆ แต่ในตัวตนของชลสิทธิ์ที่ถูกสร้างขึ้นจะออกเซอ ๆ หน่อย ดังนั้นผลรวมจึงเป็นชลสิทธิที่เห็นนี่แหละครับ

ผิดขออภัยด้วยครับ


โดย: Scarecrow IP: 202.21.149.126 วันที่: 16 ตุลาคม 2550 เวลา:15:23:12 น.  

 
ชอบมากครับ และชอบบทความนี้ด้วยครับ
ปล.ยังไม่ได้หาซื้อหนังสือเลยอ่ะ พรุ่งนี้ว่าจะไปซื้อที่งานหนังสือครับ


โดย: กึ่งยิงกึ่งผ่าน IP: 58.10.80.211 วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:14:33:06 น.  

 
ยังไม่ได้ดู
แต่อยากเข้ามาอ่าน
และตั้งใจจะอ่านด้วย
คิดว่าดูเองต้องไข้ใจแบบนี้แน่ๆ เลย


โดย: แสนสวย IP: 58.8.65.69 วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:15:19:23 น.  

 
ขอบคุณมากมายสำหรับหลายๆความคิดเห็น มันทำให้ผมกระจ่างแจ้งจริงๆคับ ไม่นึกว่าหนังมันจะลึกลับซับซ้อนได้ขนาดนั้น ตอนดูในโรงก็ไม่ได้รู้สึกขนาดนี้ มานั่งอ่านบล็อกนี้แล้ว เข้าใจขึ้นมาทันที

แต่...เอ่อ แบบว่าแอบอ่านไปเสียวสันหลังไป กลัวแม่หมออกมาหลอนคับ


โดย: เกาเหลาใส่เส้น วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:8:33:27 น.  

 
ไปดูมาแล้ว
ไม่รู้มีใครคิดเหมือนเรารึป่าวนะ ในตอนแรก ที่ชลสิทธิ์นั่งฟังเพลงในหอประชุม แล้วจู่ๆมีผู้หญิงเดินผ่านตรงแถวที่ชลสิทธ์นั่ง
สักพักชลลิทธิ์ก็เหมือนกระสับกระส่ายแล้วค่อยลุกเดินออกมานั่งที่บันได
เราเองคิดว่าตอนที่ผู้หญิงเดินผ่านขณะที่ชลสิทธิ์นั่งอยู่ในหอประชุม อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการตามหาดาราราย
(ไม่รู้ว่าเราเข้าใจผิดไปเองรึป่าวนะ แต่ชอบเรื่องนี้มากๆเลย)


โดย: ปลาทองรันชู IP: 202.5.81.15 วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:13:36:48 น.  

 
เอ๋ กับ ดาราราย เป็นคนละคนกันครับ
ตอน หมอสุธี ขึ้นศาล ก็ยังหันไปเห็น เอ๋ ที่มาลุ้นคดีน้องชายด้วย เพราะตอนนั้นยังคิดว่าตัวเองเป็นชลสิทธิ์ และให้การกับศาลว่า หมอสุธี เป็นฆาตกร

เอ๋ จึงเป็นพี่ในจินตนาการของหมอสุธี ไม่ใช่ดารารายครับ เพราะหมอสุธีพยายามลืมดาราราย และความผิดที่ทำไว้ จึงทำให้จิตใต้สำนึกของตัวเองหนีจากความเป็นหมอสุธี ไปเป็นชลสิทธิ์ แต่ก็โดนคำสะกดของดารารายให้คิดถึงเธออีกทุกครั้งไป

อย่างที่ว่า เอ๋ น่าจะเป็น superego ที่คอยเตือนหมอสุธีอยู่เนืองๆ เช่น แน่ใจเหรอว่าไม่ได้คิดไปเอง ,แกต้องไปหาหมอ , แกมันบาปหนัก ฯลฯ


โดย: again IP: 222.123.31.14 วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:20:07:41 น.  

 
^
^

ขอขยายความเห็นของตัวเอง ในอีกมุม ต่อหน่อยนะครับ

หมอสุธี แตกบุคลิกภาพไปเป็น ชลสิทธิ์

และ

ชลสิทธิ์ เป็น น้องของดาราราย (จากนามสกุลเดียวกัน และ จากฉากพาเข้ารพ.)

เอ๋ เป็น พี่สาวชลสิทธิ์

ดังนั้น

เอ๋ คือตัวตนวัยสาวของดาราราย ครับ ที่ สุธี จินตนาการขึ้นมาในเวลาที่ตัวเองเป็นชลสิทธิ์


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:22:40:05 น.  

 
ไปดูมาแล้วเหมือนกัน คือ สรุปว่า"ผมอยู่ข้างหลังคุณ" อธิบายได้ละเอียดมาก ๆ ค่ะ เข้าใจมาก ๆ เลยเพราะไปดูกับพี่สาวออกมาก็มาคุยกัน คล้าย ๆ เรื่องนี้แหละค่ะ


โดย: benji_oui IP: 125.25.188.194 วันที่: 19 ตุลาคม 2550 เวลา:14:56:16 น.  

 
ผมว่าcg เขาก็เจ๋งดีนะเพราะเขาต้องการให้แปลก


โดย: ต้น IP: 58.9.16.142 วันที่: 19 ตุลาคม 2550 เวลา:20:16:10 น.  

 
กระจ่างมากๆค่ะ ขอบคุณคุณ จขบ.มากๆค่ะ
เก่งสุดๆค่ะ เจ๋งมากกค่ะ
ขออนุญาติแนะนำ link ให้เพื่อนที่ไปดูด้วย เข้ามาอ่านนะคะ ^^


โดย: โลมาตกกระ วันที่: 20 ตุลาคม 2550 เวลา:0:47:52 น.  

 
เห็นด้วยเรื่องของตอนจบ แต่ถ้าไม่คิดอะไรมากก็ให้ผ่านไปได้ แต่แนะนำ ผกก.ว่าตอนจบ ตอนฉายเมืองนอกให้ตัดออกไปเถอะครับ มันทำให้หนังเสียศูนย์ไปเล็กน้อย โดยส่วนตัวแล้วชอบหนังเรื่องนี้มากกว่าชัตเตอร์นะครับ เพราะผมมองว่าเป็นคนละแนวมากกว่า องค์ประกอบ และการเล่าเรื่อง เรื่องนี้ดีกว่ามากครับ ส่วนฉากออกมาตากฝนมันทำให้ผมอินนะครับ ฉากนี้เป็น slow motion ดีแล้วครับ


โดย: alwaystong IP: 58.9.156.198 วันที่: 21 ตุลาคม 2550 เวลา:6:45:44 น.  

 
จาก ความคิดเห็นที่ 92
ยังสงสัยน่ะค่ะ..ว่า ถ้า เอ๋ เป็นพี่สาวในจินตนาการ (ซึ่งไม่ใช่ดารารายตอนสาวๆ) ของหมอสุธี ..ในวันที่มาฟังคำพิพากษา ซึ่งหมอสุธีในภาวะชลสิทธิ์ ก็เห็นเอ๋ก็มานั่งอยู่ด้วย นั้น...
ก่อนหน้านั้น...หมอสุธีในภาวะของชลสิทธิ์..ได้เห็นภาพของ เอ๋ โดนหั่นทั้งเป็น ซึ่งผู้ชายที่หั่นเอ๋ทั้งเป็น หันหน้ามาเป็นหน้าของชลสิทธิ์ นั้น..คืออะไรคะ.. (ก็เอ๋..โดนหั่นไปแล้วนี่นา) หรือว่าหมอสุธี จะโทษว่า..ชลสิทธิ์ เป็นคนฆ่า เอ๋..ที่เป็นพี่สาวในจินตนาการของหมอสุธี..อย่างนั้นเหรอคะ (งง..จริงๆค่ะ)
โดยส่วนตัวกลับเชื่อว่า.."เอ๋" คือตอนสาวของ"ดาราราย" เพราะสังเกตจากสิ่งที่ปฏิบัติกับน้องชาย "ชลสิทธิ์" ทั้งคำพูด .."รถของเจ้าของบ้านน่ะ..เขายุ่งๆ เลยไม่ค่อยได้มา.." ประโยคนี้..ที่เอ๋คุยกับชลสิทธิ์ "เจ้าของบ้าน..คือหมอสุธี..ค่ะ" กับทุกๆ อย่างที่แสดงออกว่ารักน้องชายคนนี้มากๆ


โดย: gotjija IP: 58.9.95.114 วันที่: 21 ตุลาคม 2550 เวลา:16:04:47 น.  

 
ประเด็นที่อยากทราบ..เพิ่มเติม..(เพราะไม่เห็นมีใครให้ความกระจ่างเลย)
เรื่องของ "แหวน" แหวนทองคำขาว (ที่เหมือนกับหมออุษา ใส่น่ะค่ะ) ตกลงว่า..เป็นแหวนของหมอสุธีหรือเปล่า...เอ่ย ฉากที่หมอสุธีในภาวะของชลสิทธิ์ เหมือนจะสื่อสารกับวิญญาณดาราราย แล้วรู้สึกตัวว่ามีแหวนในมือ..พอสะดุ้งตื่น ก็พบว่า..ได้ทำแหวนหล่น..แล้วแหวนก็..กลิ้งไป ๆๆๆ (ไปตกอยู่แถวๆ ถังที่ใช้เผารูปน่ะค่ะ)


โดย: gotjija IP: 58.9.95.114 วันที่: 21 ตุลาคม 2550 เวลา:16:09:02 น.  

 
แต่สงสัยนิดนึง เหมือนจำได้ว่ามีฉากนึงที่อยู่ที่บ้านของหมอสุธี&หมออุสา
แล้วมีเพลงในโทรทัศน์ขึ้นมา แล้วหมอสุธีหันไป แล้วพูดว่า "เอ๊ะ เราไปฟังเพลงนี้กันมานิ"(ประมาณนี้)
สงสัยว่าฉากนี้ผู้กำกับทำขึ้นมาเพื่ออะไร???
เพราะว่ามันจะทำให้คนดูที่ดูจนจบแล้วกลับมานั่งคิดลำดับเรื่องราว
แล้วจะงงว่าทำไมตอนนี้อาการสะกดจิตไม่กำเริบ????

มีใครรู้ช่วยตอบหน่อย?


โดย: dayton IP: 58.9.87.43 วันที่: 21 ตุลาคม 2550 เวลา:19:21:19 น.  

 
โห พออ่านงี้แล้วรู้สึกเลยว่า ดาราราย นี่ฉลาดมากๆเนาะ คือขณะที่โดนยาก็รู้ตัวแล้วว่าไม่รอดแน่ชั้น ยังอุตส่าห์สามารถกระทำต่ออีกฝ่ายได้เพียงนั้น สะกดจิตพร้อมตั้งเงื่อนไข สุดยอดเหอะ

เรื่องนี้สนุกดีค่ะ แม้ว่าปมเรื่อง"คนหลายบุคลิก"จะค่อนข้างโหลๆในหนังหลายเรื่องแล้ว แต่ก็ยังทำให้กลับมาคิดวิเคราะห์ได้เยอะอยู่ดี
คิดว่าหนังคงเข้าทางคุณผมอยู่ข้างหลังคุณ เพราะเป็นเรื่องแนวๆจิตวิทยา ก็เลยแวะมาอ่านบลอกนี้ด้วยแหละ ^^ กะมาหาความรู้ทางจิตวิทยาล้วนๆ


โดย: นางาเสะจัง IP: 125.25.204.255 วันที่: 22 ตุลาคม 2550 เวลา:0:35:54 น.  

 
ดูแล้วก็มีจุดงงๆ หลายจุด แต่ก็ช่วยให้เข้าใจเนื้อเรื่องได้มากขึ้นเยอะเลยครับ
แต่ผมสงสัยว่า ชลสิทธิ์ ที่เป็นน้องชาย ดาราราย
ที่เสียเลือดมากมาโรงพยาบาลเนี่ยมีสาเหตุมาจากอะไรอ่ะเครับ


โดย: Hematite IP: 58.8.99.136 วันที่: 23 ตุลาคม 2550 เวลา:18:19:24 น.  

 
ตามที่ผมดูผมก็เข้าใจตรงตาม จขกท.นะครับ แหม...อ่านแล้วกระจ่างขึ้นเยอะเลย



โดย: YoiChi IP: 125.24.45.71 วันที่: 24 ตุลาคม 2550 เวลา:16:53:51 น.  

 
แมวน้ำอาจจะมีความเห็นขัดแย้งกับคนหลายคนนะคะ แต่อย่าว่าเราเลยละกัน หลังจากที่เราดูหนังเรื่องนี้จบ เรารับรู้ถึงความผิดพลาดในการเลือกชมหนังเรื่องนี้ สาเหตุมาจาก หนังเรื่องขาดภาพรวม เน้น จุดเด่น ของเฉพาะสิ่งที่ต้องการขายมากไป
ถามแมวน้ำว่าทำไม
เพราะหนังเรื่องนี้ ไม่ได้ใช้องค์ประกอบทางด้านการสร้างในระดับที่มีความกลมกลืนกัน หากแต่ มีเพียงอย่างเดียวที่เด่นออกมาจากสิ่งอื่นนั้นคือ CG
การใช้เทคนิคของเพลงที่เพราะนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่เพลงที่เลือกไม่เหมาะกับหนังเรื่องนี้ ทุกครั้งที่เพลงนี้ดังขึ้น จะเกิดคำถามในใจเสมอว่ามันสะท้อนอย่างไรในหนัง พยายามที่จะเชื่อมโยงแล้ว แต่ รู้สึกว่าไปด้วยกันไม่ได้จริงจริง การใช้เทคนิคภาพที่แย่เป็นการตัดอารมณ์มากในการชม หากหนังเรื่องนี้ต้องการให้คนกลัว ถือว่าไม่สำเร็จ ถ้าหนังเรื่องนี้ทำให้คนเศร้า ก้ไม่สำเร็จ
แต่หนังเรื่องนี้หากต้องการให้คนงง นั้นสำเร็จ
คนดูนั้นไม่อาจทราบว่าคุณทำงานกันยากขนาดไหน และภาพที่ใช้ก็ดีมากในระดับของไทย แต่คนดูรู้สึกได้ว่า นี่ไม่ใช่สิ่งที่เป็นความเหมาะสม
เหมือนการฟังดนตรี เรื่องนี้เป็นดนตรีที่มีเสียงแปร่งตลอดเวลา อยู่เสียงหนึ่ง คอยแทรกขึ้นมาทำลายสุนทรีย อย่างมาก การทำหนังไม่สามารถที่จะไปดู หรือกล่าว่าดีได้ เพราะชอบในจุดเดียว ความกลมกลืน และภาพรวมสำคัญมากกัยการสร้างสิ่งที่เล่นกับจิตคน การที่เล่นกับบท และสร้างออกมาไม่เคลียร์นั้นเป็นสิ่งที่ไร้คุณภาพ เพราะ หนังเรื่องต้องการบอกแค่ว่าหักมุม ต้องการแค่ให้คนเข้าใจว่าตอนจบเป็นเช่นไร แต่สุดท้ายคนที่ดูไม่ได้รู้สึกอย่างไรกับหนังเมื่อดูจบ
ไม่เหมือนกับเวลาที่เราดูภาพเขียน บางรูปเราไม่เข้าใจ แต่เรารู้สึกอย่างแน่นอนในทุกรูปว่า มันเหงา มันร้อน มันอึดอัด มันสบาย นี่แหละ หนังที่ต้องสร้างความรู้สึก เพื่อย้ำในแนวความคิดของหนัง ไม่เช่นนั้นคนดูจะได้อะไร ออกไป
นอกจากความสนุกที่อาจได้ บ้างไม่ได้บ้าง
ถือว่าคุฯผู้สร้างไม่มีความรับผิดชอบต่อผู้ชม ต่อตนเอง และต่อสังคม ตามจรรยาของผู้สร้างงานภาพยนตร์
ส่วนด้านเทคนิคนั้น ไร้ เหตุผลมากไป
เช่น แมวเกี่ยวข้องอย่างไร
แขนขาที่ขาดบนถนน เกี่ยวอย่างไร
หรือว่าเพราะดารารายโดนห่นเลยเกี่ยว ถ้าเป้นเช่นนั้นถือว่า แย่ แต่ก้หวัว่าคงไม่ใช่
และทำไมต้องเปิดเรื่องด้วยการลงไปในท่อ
เป็นมาริโอเหรออย่างไร
หากต้องการเปิดฉากจริงให้เกี่ยวควรเปิดเปฯการเข้าบ้านหาทางจนออกไปเจอห้องด้านหลังยังดีกว่า

ความเก๋ กัย ความจำเป็นที่ต้องมี มันไปด้วยกันยาก
เก่มากคุณภาพน้อย ทำลายสังคม

แต่ท้ายที่สุดทุกคนมีสิทธฺเลือกตัดสินใจในการชม


โดย: แมวน้ำ IP: 58.8.134.113 วันที่: 26 ตุลาคม 2550 เวลา:9:15:14 น.  

 
เพราะมันคือหนังไง
บางทีหนังน่ะ มันไม่ต้องสมเหตุสมผลขนาดนั้นหรอก
มันดูเพื่อความบันเทิง

ฉากเปิดเรื่องที่เปน กทมแล้วอยู่ไนท่อน่ะ
อาจจะสื่อถึงว่า ศพ ดารารายน่ะ ถูกทิ้งไว้ไนนั้น
แต่คือมันไม่ต้องไช้คำพูดหรือคำอธิบายชัดเจนหรอก
เพราะมันเป็นหนัง ไม่ไช่สารคดี
มันอาจจะเป็นความชอบส่วนตัวของผู้กำกับนะ
อย่าไปคิดมากเลย หนังก็ถือว่าดีแล้วน่า







โดย: อ่า IP: 58.10.33.5 วันที่: 27 ตุลาคม 2550 เวลา:10:21:54 น.  

 
แล้วตู้เสื้อผ้า มันหมายความว่าอะไรอ่ะที่ไปวางอยู่ตรงนั้นแล้วก็ประโยคที่เอ๋พูดว่ารดมันทำไมต้นนี้จะตายอยู่แล้วมันหมายความว่าไงอ่ะคับ
แอบ งง


โดย: Piglet IP: 124.120.78.82 วันที่: 31 ตุลาคม 2550 เวลา:0:58:14 น.  

 
ไปดูมาแล้วเหมือนกัน รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มีความน่าสนใจมากๆ แล้วคุ้มมากที่ได้ไปดูค่ะ คือได้ฟังหลายๆคนพูดว่าดูไม่รุ้เรื่องเลย คือไปดูมาก็พอรู้แหละค่ะว่าอะไรเป็นอะไร แต่ไม่ได้รู้ซึ้งหรือสังเกตอะไรมากเหมือนในบลีอคนี้เลย พอย้อนกลับมาอ่านก็รู้สึกว่า เออ มันมีอะไรลึกกว่าที่เราเข้าใจนะ
คำถามยังคงมากมายอยู่ในหัวค่ะ ใครที่รู้ก็ตอบด้วยนะคะจะได้หายสงสัยซะที
- ถุงขยะในตอนแรกที่ชลเอาไปทิ้ง คือศพของลูกดารารายหรือคะ? แล้วทำไมถึงต้องอุตส่าห์เอามาทิ้งในถุงด้วย ทั้งที่ศพดารารายอยู่ในท่อน้ำเรียบร้อยแล้ว
- ในตอนที่หมอสุธี(ในสภาวะชลสิทธิ์)มองเข้าไปในประตูหรืออะไรซักอย่าง แล้วเห็นหน้าของชลสิทธิ์กำลังหั่นศพเอ๋(แป้ง)อยู่ หมายความว่ายังไง จนป่านนี้ยังไม่เข้าใจเลยว่าเพราะอะไรถึงเห็นแบบนั้น ไอ้เห็นเป็นแป้งไม่สงสัย แต่เห็นเป็นหน้าตัวเอง(ชลสิทธิ์)นี่สิ น่าจะเห็นเป็นหมอไม่ใช่เหรอ
- ตอนที่หมอสุธีอยู่ที่บ้านกับหมออุษา แล้วเห็นงานโอเปร่าที่ไปในโทรทัศน์ ทำไมไม่รู้สึกหลอนเหมือนตัวเองเป็นชลสิทธิ์ และในตอนที่ไปงานโอเปร่านั้น หมอสุธียังไม่หลอนคิดว่าตัวเองเป็นชลสิทธิ์เหรอคะ(หรือมาหลอนตอนเพลงใกล้ๆจบ -*-)
- จริงๆแล้ว เอ๋ คือ ดารารายในตอนสาว จริงๆรึเปล่า หรือว่าเป็แค่เพื่อนในจินตนาการที่หมอสุธี(ในสภาวะชลสิทธิ์)คิดไปเอง เป็นใครก็ไม่รู้
- เอ๋มีตัวตนรึเปล่า ทำไมในศาลถึงยังไปนั่งอยู่ด้วย หรือหมอสุธีเห็นไปคนเดียวกันแน่?
- ตอนที่เอ๋พาหมอสุธี(ในสภาวะชลสิทธิ์)ไปทำแผลที่โรงพยาบาล ทำไมต้องกำชับว่า "อย่าบอกใครว่าแกมากับฉัน"ในเมื่อไม่มีใครรู้จัก เอ๋ เพราะเอ๋ไม่มีตัวตนอยู่แล้ว
- ที่หมอจิ๊บทดสอบกับหมอสุธี (สภาวะชลสิทธิ์) ให้ลองมองตามแสงไฟ หรือ เอานิ้วแตะจมูก เพื่ออะไร เพื่อทดสอบว่ามีอาการทางจิต หรืออย่างไร
- ทำไมหมอจิ๊บกับหมออุษาไม่มีอาการตกใจ(เหมือนที่ควรจะเป็น) ทั้งๆที่เห็นอยู่ว่าหมอสุธีคิดว่าตัวเองเป็นชลสิทธิ์ กลับมีอาการเหมือนหมอสุธีมีอาการทางประสาทเฉยๆ ในตอนที่หมอสุธีไปหาหมออุษาก็เหมือนกัน หมออุษาทำไมไม่พูดกับหมอสุธีว่าคุณคือใคร ทำไมไม่มีใครพูดเลย กลับปล่อยให้อาการหนักขนาดนี้
- ตอนจบที่หมอสุธีโดนแท่งเหล็กเสียบแล้วไปผ่าตัด หมอสุธีตายรึยัง เพราะถ้าโดนผ่าขนาดนั้นอาจตายก็ได้ หรือจริงๆต้องตายแล้ว แต่ดารารายสะกดให้ตื่นมารับความเจ็บปวดเหมือนที่ตัวเองเคยเป็น

ถามเยอะมากเลยแฮะเรา - - ปวดหัวกันใหญ่แล้ววว


โดย: เนม IP: 124.121.47.192 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:55:09 น.  

 
8.5/10 คะแนน

ถือว่าโอเคเลยล่ะ ดีกว่าหนังผีไทยแทบทุกเรื่อง ยกเว้นชัตเตอร์ (ซึ่งผมชอบมาก)

เอ๊ะ...แต่รู้สึกว่าฉากหลายๆฉาก เลียนแบบมาจากหนังเรื่องอะไรนา ที่จะได้ติดตาที่สุดก็คือ ฉากตอนสุธีตายอะ ที่มีเหล็กเส้นลอยมาจากท้ายรถบรรทุกน่ะ มันเหมือนตอนเริ่มของเรื่อง The Descent เลย และอีกหลายๆฉากเคยผ่านตามา แต่นึกไม่ออก


โดย: นักวิจารณ์สมัครเล่น IP: 125.24.181.222 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา:14:08:53 น.  

 
รู้สึกว่าในตอนท้ายเรื่องที่เป็นความคิดของหมอสุธี ฉากที่อยู่ในสนามบินกับดารารายอ่ะ เราสังเกตปากหมอดีๆ เค้าเรียกดารารายว่า "เอ๋" ตอนแรกก็ไม่แน่ใจ เพราะเห็นแวบเดียว รู้แค่ว่าเป็นชื่อพยางค์เดียวแน่ๆ คิดไปคิดมาก็น่าจะเรียกว่า เอ๋ จริงๆ
ใครไปเก็บรายระเอียดหลายๆรอบ ช่วยดูเผื่อให้หน่อยนะ


โดย: Aloha IP: 58.11.116.78 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:21:48 น.  

 
ขอเพิ่มนิดนึงนะคะ
(อาจจะช้าไปมากๆ)

ความจริงแล้วที่ CG เยอะเกิน
อาจเป็นคสามตั้งใจของ ผกก เองก็ได้

เพื่อจะบอกว่า
"สิ่งที่เกิดขึ้นกับชลสิทธิ์เป็นสิ่งที่เกิดจากจินตนาการของหมอสุธี"

(เพิ่งมาคิดได้ จากฉากอ้วกของชลสิทธิ์ว่ามันมากเกินไป คนธรรมดาก็คงรู้ว่ามานปิดปกติ แต่เราก็มองข้ามไป)

คงบอกได้ว่าหนังมันเฉลยมาตลอดแล้ว

แถมถ้า CG จะเยอะก็ไม่ใช่สิ่งผิด เพราะฉากที่ใช้ CG คือฉากในจินตนาการ

จิงม่ะคะ ^^


โดย: sall IP: 124.120.27.48 วันที่: 30 ธันวาคม 2550 เวลา:0:06:35 น.  

 
เป็นบทวิเคราะห์ที่ดีมากๆ เลยครับ


โดย: ปอ IP: 86.138.122.179 วันที่: 19 มกราคม 2551 เวลา:5:28:06 น.  

 
ขอบคุณ เจ้าของบล๊อคมากเลยค่ะ
เชื่อมั๊ยคะ ว่าเพิ่งเช่ามาดูเมื่อกี้ ดูจบปุ๊ป
ว่าจะไปนอน ทนสงสัยไม่ไหวเลยมา search
พออ่านแล้ว ช่วยให้คิดตามทันได้มากมาย คงนอนหลับได้สบายแล้วละค่ะ
ปล. นึกว่าเราจะงงคนเดียวซะแล้ว


โดย: vaew IP: 61.91.161.3 วันที่: 20 มกราคม 2551 เวลา:1:34:01 น.  

 
"มีอย่างที่ไหนผ่าตัดใหญ่ดมยาเช่นนั้นคนไข้ฟื้นได้แบบรู้ตัวดีขณะผ่าตัด จริงๆจบแบบคลายสะกดก็ดี แต่ ถ้าคลายสะกดตอนกลางถนน เจ็บปวดตอนนั้นน่าจะเวิร์คกว่า"

1.อำนาจของดารารายปลุกขึ้นมาไงครับ
2.โดนเหล็กทิ่มแผลมีเหล็กคาอยู่ กล้ามเนื้อไม่ฉีกเท่าตอนโดนผ่าตัด ไม่ทรมานเท่าตอนกำลังผ่าตัดหรอกครับ


โดย: Pick IP: 124.121.34.248 วันที่: 20 มกราคม 2551 เวลา:6:33:57 น.  

 
ขอบคุณค่ะ เคลียร์เลยค่ะ สำหรับเรื่องปมจิตวิทยา..


โดย: ren IP: 24.7.91.153 วันที่: 21 มกราคม 2551 เวลา:14:06:39 น.  

 
เพิ่งดูเคเบิ้ลเมื่อวานนี้ สลับไปมากะจำเลยรัก
แบบว่างงมากๆ อ่านแล้วเข้าใจเลยค่ะ
(ถ้าดูตั้งแต่แรกจนจบก็คาดว่าคงงงงอยู่ดี )


โดย: หนูจะเป็นเด็กดี IP: 124.121.153.70 วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:11:09:15 น.  

 
เขียนได้ดีมากๆครับ


โดย: หง่าว IP: 116.68.148.242 วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:13:32:59 น.  

 
พล็อตดีค่ะ แต่บทห่วย
จุดอ่อนมากมาย
หนังดีได้กว่านี้อีกค่ะ ถ้าพิถีพิถันกว่านี้
นี่มันงานเผามากกว่า จะเรียกว่า ยอดเยี่ยมค่ะ
CG ไม่ต้องพูดถึง ถ้าทำไม่เนียน ก็ทำแบบธรรมดา ก็ได้ค่ะ ไม่มีใครว่า
ดีกว่า พยายามต่าง แต่ห่วย
มีสองอย่างที่ชอบ ในหนังเรื่องนี้
คือการแสดง ของคุณเมย์ ภัทรวรินทร์
กับพล็อตเรื่อง


โดย: laughingbug IP: 125.24.83.238 วันที่: 25 มกราคม 2551 เวลา:20:01:39 น.  

 
แล้วแมวเกี่ยวอะไรเปล่าคับ ทำไมมีแมวที่ไหนมีคนตายทุกที


โดย: sergio garcia IP: 24.148.56.254 วันที่: 26 มกราคม 2551 เวลา:16:24:12 น.  

 
all clear เลยจ้า

อธิบายได้ทะลุปรุโปร่งมาก


โดย: SFFC IP: 124.157.210.225 วันที่: 27 มกราคม 2551 เวลา:15:57:19 น.  

 
ไม่เข้าใจ ทำไมต้องคลายการสะกดจิตด้วย ในเมื่อดารารายไม่ได้สะกดจิตให้หมอสุธีเป็นชลสิทธิ์
ชลสิทธ์ก็เกิดจากความรู็สึกผิดของหมอและข้อความที่ดารารายฝากไว้ในจิตใต้สำนึกของหมอ :)


โดย: CZ IP: 124.120.47.98 วันที่: 27 มกราคม 2551 เวลา:22:02:28 น.  

 
CG แมวยังไม่ดีครับ
ชอบ CG ตอน Titleครับตั้งแต่พระจันทร์จนถึงลูกตา


โดย: sosprick IP: 124.120.7.166 วันที่: 28 มกราคม 2551 เวลา:12:49:09 น.  

 
ในความเข้าใจของผมคือ
การที่คลายสะกดอาจมาจากที่ว่า ตามหาดารายราย
จนรู้แล้วว่าอะไรเกิดขึ้นกับดารารายแล้ว
และเพลงบนรถรพ. นั้นเหมือนกับว่าการจะสะกดและคลายสะกดต้องมาจากวิธีเดียวกัน ถ้าสรุปง่ายๆน่ะจะปะมานว่า
ได้ยินเพลงครั้งแรกไกตัวแรกได้ยิงไปแล้วคือเริ่มคิดถึงดารารายในช่วงเวลาที่มีความสุขด้วยกันและสำนึกผิดที่ฆ่าดารารายไปโดยการนึกว่าตัวเองเป็นอีกคนที่ไม่รู้จัก เพื่อทำตามการสะกดที่ 2 คือ ตามหาดาราราย
เมื่อตามดารารายแล้วจนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ (คือตามหาดารารายเจอแล้ว) เมื่อได้ยินเพลงอีกครั้งเท่ากับเป็นไกปืนนัดสุดท้ายจบการสะกด
เดาเอาว่าการสะกดโดยวิธีนี้ต้องใช้วิธีเดียวกันในการคลายสะกดด้วย เพราะในรถร.พ. เกิดดีดนิ้วแทนจะโบกมือไปมาสะกดก็คลายไปหมดแล้วซิ


โดย: Tong55 IP: 203.113.17.175 วันที่: 30 มกราคม 2551 เวลา:12:04:53 น.  

 
เพิ่งได้ดูเรื่องนี้ครับ
รู้สึกผิดมากเลยอ่ะ เพราะว่าโหลดหนังมาดูจากเน็ต TT
เห็นหนังดีๆแบบนี้ แล้วอยากช่วยสนับสนุนนนน
สงสัยต้องซื้อมาเก็บซะแล้ววว

ผมว่าที่จิตแพทย์ กะหมอ ไม่เอาไปรักษาเพราะอาจจะช่วยกันปกปิดความลับหรือป่าวครับ
แบบว่ารักษากันเองอ่ะ ไม่ให้ตำรวจรู้
แล้วจบตอนในห้องงพยาบาลผมว่า เจ็บปวดสุดๆอ่ะ สะใจมากก โดนแหวกอกอ่ะ
เหมือนตอนที่สุธีพยายามจะลืมดาราราย เลยพยายามจะเปลี่ยนศพให้ไม่เหมือนดาราราย แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนไม่ได้ แถมโดนสะกดจิตแล้วสุดท้ายเลยเหมือนกับที่ตัวเองได้ทำเอาไว้ หึหึ

สะใจมากเลยยย


โดย: CZA IP: 58.8.173.189 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:03:56 น.  

 
เพิ่งดูจบตะกี๊เองค่ะ แล้วสงสัยมากว่า แป้งคือใคร เลยมาเสิร์ชหาดู แล้วก็มาบล็อกนี้ตามลิงค์ที่มีคนโพสท์ไว้ ไม่ผิดหวังเลยค่ะ วิเคราะห์ได้สุดยอดจริงๆ เข้าใจแจ่มแจ้งเลย หนังดีค่ะ ดูสนุกมาก แต่แอบตกใจเป็นระยะ


โดย: Hellen_th วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:00:31 น.  

 
ไม่น่าเชื่อว่าจะยังมีคนมาตามเม้นท์กับหนังเรื่องนี้อีกนะเนี่ย..
ขนาดผ่านไปจะ 4 เดือนแล้ว..
ผมเองเพิ่งได้ดูไปเมื่อสองสามวันที่แล้วเหมือนกัน..
ดูจบปุ๊บ เก๊าะต้องออกมาตามหาดารารายให้เจอเหมือนกัน..
555..
โดยส่วนตัว ผมชอบหนังเรื่องนี้มากถึงมากที่สุดนะ..
โดยเฉพาะการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมุมกล้องสุดเท่ห์..
ส่วนที่มีคนตินู่นตินี่เนี่ย..
ถ้าผมเป็นคนทำหนัง จะดีใจมากที่มีความเห็นต่าง..
เพราะถึงยังไง คนเราไม่สามารถทำให้ทุกคนรู้สึกตามที่ตนเองต้องการได้หรอก..
ถ้าเราได้มารู้และวิเคราะห์ความเห็นต่างเหล่านี้ คงจะเป็นประโยชน์ในการทำหนังครั้งต่อไปมากทีเดียว..
เป็นกำลังใจให้กับทั้งคนทำหนังและ จขบ. คับ
(เกี่ยวมั้ยเนี่ย)
555
:)


โดย: ชูลาชูล่า IP: 58.9.187.64 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:51:25 น.  

 
ชอบมากครับเรื่องนี้ จิตวิทยามากๆ แม้กระทั่งกับคนดู เพลงมันอยู่ในหัวตลอดและก็คิดถึงภาพในหนัง และก็คิดว่าถ้าเราเป็นหมอสุธี แล้วอยู่ดีๆกลับกลายไปเป็นอีกคนนึง หนังตอนท้ายทำให้รู้สึกเศร้ามาก และก็ตาของคนที่เล่นเป็นหมอสุธีเศร้ามากๆ


โดย: เพลงมันอยู่ในหัว IP: 125.25.47.55 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:3:37:46 น.  

 
บ้านอะไรว้า โคตรมืดเลย ไฟไม่ค่อยสว่าง ห้องเรียนอีก เป็น ม. ผมเปิดสวิตทีสว่างพรึ่บ
แล้วถ้าเกิดมีคนเข้ามาขัดจังหวะสักครั้งในระหว่างที่ชลอยู่กับเอ๋จะเกิดไรขึ้น เอ๋มันจะอันตรธานไปยังไง
แล้วบ้านที่อยู่นี่เคยคิดถึงเรื่องอุปโภคบริโภคหรือเปล่า อยู่สองคนกะคนเดียวนี่มันต่างกันนะ
แล้วปกติกลางวันเอ๋ไปเรียน ชลทำไรไม่ไปเรียนวิดวะหรอ ไม่มีสอบมั่งหรือไง


โดย: มันคือหนัง IP: 58.10.15.249 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:39:19 น.  

 
คนสองบุคลิกนี่ เค้าเคยสงสัยไม๊ว่า เวลาที่หายไปมันอยู่ไหน
สุธีไม่เคยกลายเป็นชล ในเวลาที่อยู่บ้านหรือที่ทำงาน ชลก็เช่นกันไม่เคยจะกลายเป็นสุธีเมื่ออยู่ในสภาวะที่จะกลายเป็นสุธีได้ทุกเมื่อ(สถานที่ เวลา)

แล้วเป็นไปได้ไม๊ว่าจะเป็น 3 บุคลิก
ตอนที่สุธีลุกจากเตียงตอนกลางคืนออกจากบ้านเพื่อไปแปลงร่างเป็นชลซึ่งนอนอยู่อีกที่หนึ่ง
ถ้ารับรู้ว่านั่นคือสุธี - มันก็ต้องคิดกูจะไปไหนวะ
ถ้ารับรู้ว่านั่นคือชล - มันก็ต้องคิดกูมาอยู่นี่ได้ไงวะ
หรือมันละเมอขับรถไปเองได้ (ก็เว่อร์ไปนะ)

คนสองบุคลิกเป็นได้ครับ
แต่จากเงื่อนไขของเวลาและสถานที่ในสถานการณ์หนังเรื่องนี้ ไม่มีทางเป็นได้ครับ
เพราะคนเราจะมีโลจิค(โดยเฉพาะระดับหมอ)และแยกแยะได้เอง ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับความเป็นอยู่ปัจจุบัน ก่อนจะไปคิดเรื่องของดารารายเสียอีก
อย่างน้อย ถ้าเป็นคุณ เจอฝันร้าย เจอผีหลอก รู้แล้วว่ามีจริง คุณก็จะต้องพยายามหาเหตุต่างๆนาๆ รวบรวมสมาธิคิดสิ่งที่เกิดในอดีต ว่าทำไมมันต้องเป็นกู แล้วเมื่อนั้นมันก็จะพบบางอ้อ
ไม่ใช่ปล่อยแม่งหลอกทุกๆวัน เวรแท้


โดย: มันคือหนัง IP: 58.10.15.249 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:53:06 น.  

 
เพิ่งซื้อแผ่นมาดูเหมือนกัน อยากจะบอกว่า
วิเคราะห์ได้ดีมากๆเลยครับ โดยเฉพาะ "เจโล"
^^


โดย: Antonymer IP: 58.9.98.104 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:57:54 น.  

 
เจงมากเลย ....


โดย: ไอซ์ IP: 125.24.54.90 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:18:47:47 น.  

 
ตามมาจากกระทู้ในห้องเฉลิมไทยค่ะ เพราะเพิ่งดูเรื่องนี้ไปเมื่อคืน ดูกับแฟนค่ะพอจบแล้วก็มองหน้ากันว่าดูไม่รู้เรื่องเฟ้ย แล้วก็มาหาข้อมูลจนเจอบลอกนี้แหละค่ะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ที่ช่วยทำให้เข้าใจกระจ่างมาก ๆ เลย


โดย: แบ๊น แบน IP: 58.9.48.152 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:23:01:29 น.  

 
อ่านวิเคราะห์แล้ว เข้าใจขึ้นเยอะเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ
แต่ยังงงประโยคที่เอ๋พูดว่า "ต้นไม้จะตายอยู่แล้ว ไปรดมันอีกทำไม" สื่อว่าอะไรคะ?


โดย: alohapraew IP: 58.9.77.48 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:30:17 น.  

 
สนุกดีค๋ะ ดู2 รอบ แต่มีฉากนึงที่ตอนชลสิทธิ์กินข้าวต้มหน้าทีวี แล้วช้อนตักขึ้นมามีเด็กผีอ่ะนะ ตอนนั้นเค้าคว่ำโต๊ะ แล้วขาโต๊ะมันหักพังไปแล้ว และพอใกล้จะจบ ตอนที่จะไปหาหมออุษาที่บ้าน เห็นวิ่งผ่านโต๊ะ แล้วทำไมมันอยู่ในสภาพเดิมอะคะ ใครสังเกตูเห็นเหมือนกันมั่งป่ะ.


โดย: สาวสวย IP: 117.47.61.27 วันที่: 7 มีนาคม 2551 เวลา:22:34:33 น.  

 
พึ่งได้ดูวันนี้เอง สงสัยมากๆ งงเรื่องแป้งกับดารารายนี่ละค่ะ ได้มาอ่านแล้วกระจ่างขึ้นเยอะเลย


โดย: ยสนัน IP: 124.120.172.202 วันที่: 7 มีนาคม 2551 เวลา:23:35:49 น.  

 
ชวนไห้ขนมากจ้า


โดย: จากคน1คน IP: 118.173.75.150 วันที่: 17 มีนาคม 2551 เวลา:9:43:13 น.  

 
แวะเข้ามาร่วมเสวนาอีกรอบครับ ไม่รู้ตลาดวายรึยัง อิอิ หลายประเด็นท่านอื่นพูดๆไปแล้ว ผมขอเสนอความเห็นของผมบ้างนะครับ

1.ตอนจบที่ผีดารารายปลุกหมอสุธีให้มารับความเจ็บปวด ผมว่าไม่ใช่การผ่าตัดนะครับ เพราะตอนกล้องแพนออกมาให้เห็นทั้งตัว เหมือนกับหมอสุธีมีแต่ท่อนบน คล้ายๆว่าท่อนล่างถูกนำออกไปแล้ว เพราะงั้นผมว่าคงเป็นการชำแหละศพมากกว่า (บวกกับตอนดารารายดีดนิ้ว ก็มีเสียงชีพจรดังขึ้นอีกด้วย

คิดเหมือนคุณผมอยู่ฯ ครับ ว่าน่าจะปลุกขึ้นมารตอนโดนเหล็กเสียบ ฉากชำแหละศพตอนท้ายเหมือนทำมาเพื่อขายความแหวะ ความโหดสยองมากกว่า ผมลองนึกๆภาพดู ถ้าเกิดตอนโดนเหล็กเสียบ หมอสุธีก็แค่ยืนโดนเสียบอยู่ แล้วโดนปลุกขึ้นมา หันไปมองรอบๆตัว แล้วร้องด้วยความเจ็บปวด คงจะสยองแบบนิ่มๆ ลึกๆมากกว่า แต่ก็เข้าใจว่าการเพิ่มฉากสุดท้ายนั้นเข้ามาก็เข้าทำนองหักมุมอีกรอบเหมือนกัน (เป็นจังหวะสุดท้ายของหนัง)

2.เรื่อง CG หลอกๆ ฟังจากคอมเมนต์ของผู้กำกับใน DVD เค้าก็บอกว่าจงใจครับ เพราะต้องการให้ดูเป็นเรื่องในจินตนาการของหมอสุธี

ตัวอย่างเช่นฉากขับรถกับเอ๋ ฉากรอบๆนี่ประมาณ Sin City เลย ผกก.เค้าบอกว่า เพราะเค้าอยากให้ดูเป็น "เมืองที่ไม่มีอยู่จริง" (คือสุธีคิดไปเองว่าขับรถมากับเอ๋) ถ้าไปถ่ายฉากจริงๆ มันก็จะเป้นว่าสุธี(ในร่างชลสิทธิ์) ไปขับรถเข้าจริงๆน่ะสิครับ

3.เรื่อง TA ที่โดนฆ่า ผมว่าที่เธอเห็นไม่ใช่แมว แต่เป้นหมอสุธีครับ เธอคงจะคิดว่า จะปิดแล้ว ทำไมหมอยังเข้ามา เลยเดินไปตาม

ส่วนที่เธอแสดงออกว่าหวาดกลัวผีดาราราย ผมว่าเธอกลัวหมอสุธีที่เดินเข้ามาฆ่าต่างหากครับ (แน่นอน ร่างของชลสิทธิ์ที่ยืนแอบมองอยู่ก็คงเป้นความคิดของหมอสุธีที่คิดว่า "เรากำลังมองดูผีดารารายฆ่าคน ไม่ใช่เราลงมือเอง"

ของหมอจิ๊บก็เช่นกัน ที่เขาหวาดกลัวผีดาราราย ก็คงเป็นการหวาดกลัวหมอสุธีที่กำลังจับเขาลงหม้อกรดล่ะมั้ง


โดย: caragio IP: 124.121.224.75 วันที่: 19 มีนาคม 2551 เวลา:3:33:08 น.  

 


สามารถติดตามบทสรุป การให้คะแนน และบทวิจารณ์ของภาพยนตร์เรื่องนี้เพิ่มเติม
หรือบทวิจารณ์ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ พร้อมความเห็นของเพื่อนร่วมบล็อคที่รักการดูหนัง
ได้ที่ //vreview.yarisme.com พร้อมลุ้นรับบัตร Major M Cash มูลค่า 500 บาท จำนวน 8 ใบ ทุกเดือน


โดย: ป๋องแป๋ง IP: 124.120.0.136 วันที่: 24 มีนาคม 2551 เวลา:16:50:42 น.  

 
ชอบจังเยยหนังเรื่อง นี้.... เอิ๊กๆๆๆๆๆ
ดูเเร้วชอบโคตรๆเลย นางเอกนะไม่ใช่หนัง


โดย: ม่อน IP: 118.172.228.215 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:17:28:15 น.  

 
ตามเข้ามาอ่านจากลิงค์ของสี่แพร่งค่ะ
คุณ ผมอยู่ข้างหลังคุณ เขียนได้ดีมากๆเลย
จะติดตามต่อไปนะคะ


โดย: ray IP: 125.25.159.245 วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:17:06:35 น.  

 

multiple personality disorder

ดูเหมือนเป็นอารมณ์เดียวกับ

Dissociative disorder เลยค่ะ

เราก้เรียนไซโคมาเหมือนกัน

คนที่เป็นโรคแบบนี้มีจริงๆค่ะ

จะกลายเป็นอีกคน ในขณะที่ตัวเองไม่รู้ตัว

เช่นกลางวันเยบร้อย กลางคืนกลับเที่ยวกินเหล้า

พอเช้ามาก้ถามเพื่อนบ้านว่าเหล้าพวกนี้มาจากไหน

เหนใครมาที่บ้านรึป่าว

เพื่อนบ้านก้งง บอกว่าเหนเทอกินเหล้ายังตกใจอยุ่เลยว่าไม่ใช่คนแบบนี้ อะไรงี้อ่ะค่ะ

ไม่แน่ใจแต่คิดว่าน่าจะอารมณ์เดียวกันนะ


โดย: ........... IP: 125.26.115.161 วันที่: 11 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:29:53 น.  

 
สิ่งที่ยืนยันอีกตอน ว่าเอ๋ คือ ดาราราย
ก็ตอนที่ ชลสิทธิ์(หมอสุธี) มาที่บ้านเพื่อมาถามว่าหมอสุธีอยู่ไหน หมอสุธีจะฆ่าพี่สาวเธอ
หมออุษา ก็พูดว่า พี่สาวในความคิดคุณ
ตายไปแล้ว คุณเป็นคนฆ่าเธอ(ดาราราย นั่นเอง)

เพิ่งดูเมื่อวาน กับตอนบ่าย อีกรอบ
ชอบเรื่องนี้มากเลย เรื่องนี้ไม่ใช่หนังผีนะ
มันหนังฆาตกรรม หลอนๆ มากกว่า

ส่วน CG ชอบค่ะ ดูแล้วรู้ว่าตั้งใจทำให้เวอร์
เหนือจินตนาการ
ตะกี้ตอนดูอีกรอบ เลยได้สังเกตการแสดงของหมอจิ๊บ
คือ หมอตอนอยู่กับคนอื่นจะแมนดี แต่พออยู่คนเดียว หรืออยู่กับอุษา จะหลุดนิดๆ
เดินก็หนีบๆ เดียวถ้า true เอามาฉายอีกจะดูอีก


โดย: บางลำภูสแควร์ IP: 61.91.248.100 วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:17:29:25 น.  

 
ชอบมากค่ะ เป็นหนัง thriller ที่บทแน่น แนบเนียน

คนคิด...เก่งจริง


โดย: patella IP: 118.173.239.95 วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:14:00:27 น.  

 
เพิ่งดูซีดีครั้งแรกเมื่อวานก่อนเองครับ ตามมาที่บล๊อคนี้แล้วไม่ผิดหวังเลย วิเคราะห์ได้ถึงเนื้อมากๆ หนังมีความสมบูรณ์ เกินมาตรฐานหนังไทยมากๆเลยครับ คนเขียนบททำได้เทพมาก


โดย: tom IP: 125.24.233.196 วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:0:00:45 น.  

 
ขอบคุณครับ ชอบมาก เราคงดูหนังคล้ายๆ กัน เพราะผมชอบทั้ง old boy, identity



โดย: โนโบะ IP: 164.115.9.4 วันที่: 2 ตุลาคม 2551 เวลา:9:21:23 น.  

 
โอ้...ขอบคุณมาก เขียนอธิบายได้ชัดเจนดีค่ะ...คือเราเพิ่งดูจาก UBC แบบกินข้าวไปด้วย ดูไปด้วย...ก็เลยเก็บรายละเอียดไม่หมด ก็เลยงงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นนี่ (เพิ่งจะได้ดู...อายจัง) ... แต่เราคิดว่าที่หนังใช้ผี CG เยอะๆ เพราะพยายามจะเน้นว่าผีเป็นสิ่งที่เราคิดประดิษฐ์ขึ้นมาเองมั้งคะ...เดาเอานะ


โดย: Lonely Gray World IP: 58.9.156.219 วันที่: 7 ตุลาคม 2551 เวลา:0:08:14 น.  

 
เราก็ดูพร้อมความเห็นข้างบนอ่ะนะ

คืนนี้ทางทรูวิชั่นส์จะนำมาฉายใหม่

- -* สรุปว่าหลังตู้นั้นมีอะไรกันแน่

แล้วสุธีเองไปอยู่ในบ้านใคร ที่อยู่กะแป้งอ่ะ

เผอิญเมื่อคืนเราดูไม่จบอ่ะนะ ว่าจะดูอีกรอบวันนี้

-..- ยังไงก็ขอบคุณนะคะ


โดย: mishisu IP: 125.27.142.2 วันที่: 7 ตุลาคม 2551 เวลา:11:18:54 น.  

 
สลับกับคนข้างบนค่ะ เมื่อคืนดูจบแต่ไม่ได้ดูตอนต้นเรื่อง (ฮา...) ก็เลยงงมากๆ ต้องเข้ามาหาความรู้ที่นี่แล้วก็เข้าใจมากขึ้นเยอะเลยค่ะ เมื่อคืนเกือบนอนไม่หลับเลย เพราะมัวแต่สงสัยว่า สรุปแป้งคือใคร? หุหุ ตอนนี้ก็เลยเคลียร์แล้วล่ะค่ะ ขอบคุณ จขบ. มากๆนะคะ

แต่ว่า... พออ่านคอมเมนต์ก็เริ่มสงสัยอีกแล้วว่า
1) ตู้นั่นมีความหมายว่าอะไรคะ ทำไมชลสิทธิ์ถึงต้องถามเอ๋ว่า ตู้นี้มันอยู่ผิดที่ผิดทางรึเปล่า
2) ต้นไม้ที่ชลสิทธิ์เอาน้ำที่กรวดไว้ไปรด มีความหมายอย่างไร ทำไมเอ๋ต้องพูดว่า ต้นไม้จะตายอยู่แล้วจะรดไปทำไม
3) แหวนที่เห็นกลิ้งๆหล่นๆนี่ มีความสำคัญอย่างไรคะ

ปล. ตอนแรกสงสัยว่าทำไมมีกระเป๋าสตางค์ของหมอสุธีร์อยู่ในบ้านชลสิทธิ์ด้วย (ตอนรื้อหารูป) สุดท้ายก็ถึงบางอ้อ.. เข้าใจแล้วล่ะค่ะ ^^


โดย: TOToTaNG IP: 61.90.189.134 วันที่: 7 ตุลาคม 2551 เวลา:16:39:27 น.  

 
นับถือในมุมมอง(ที่กว้าง)และการเห็น(ทางลึก)มานาน และ (แอบ)...อ่าน ข้อ/คำ วิจารณ์หนังไปหลายสิบเรื่อง..โดยไม่(จ่าย)คอมเม้นท์มานานแล้ว...แต่ประทับใจและนับถือ การวิจารณ์ Body#19 มากที่สุด รองจาก Always(JAP) ครับ..............................................................................................
อ้อ....ผมตามมาจาก1000tip ครับ
(มีผู้หวังดีบอก..หุๆ)


โดย: pompunya IP: 125.25.107.4 วันที่: 10 ตุลาคม 2551 เวลา:21:25:48 น.  

 
เพิ่งดูเรื่องนี้จบค่ะ สนุกมากๆแต่ก็งงมากๆ อ่านบล็อกของคุณแล้วเก็ทเลยค่ะ


โดย: ok IP: 58.9.148.210 วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:13:13:45 น.  

 
อ่านบทวิเคราะห์ของคุณแล้ว สนุกมากค่ะ
ขอบคุณนะคะ


โดย: Pass by IP: 203.51.48.75 วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:11:43:30 น.  

 
thank you for your blog mak loey na ka.
not dare enough to watch ka.
just happen to search and found out about the awards the movie got and curious how the story is like.
However, glad that Thai movie has some depth na ka. still, not dare to watch ka.


โดย: curiousity IP: 203.117.90.6 วันที่: 4 มีนาคม 2552 เวลา:23:48:18 น.  

 
ไม่ไหวแล้วค่ะ ขอเม้นท์ด้วย
หลังจากเพื่อนเอาภาพยนตร์เรื่องนี้มาถก ก็ไม่ไหวแล้วค่ะ ลงทุนไปดูมั่ง ในรูปแบบ DVD แหะๆ

ดูจบแล้วขอปรบมือจริงๆ ค่ะ อยากสนับสนุนหนังไทยแบบนี้ต่อไป คือให้เราได้คิดตาม เหมือนพวกหนังฝรั่งที่ได้รับรางวัลประมาณนี้อ่ะค่ะ คือไม่ใช่แบบผีมาหลอกๆ ทำให้ตกใจ

แต่อันนี้ทำให้ได้คิดตามหลายจุด แล้วก็ย้อนมาดูหลายจุดด้วย เป็นเหตุเป็นผลมากๆ ค่ะ พล็อทเรื่อง
ขอบคุณคุณเจ้าของ blog และสมาชิกท่านอื่นๆ ค่ะ


โดย: BloodyAngel IP: 203.131.211.156 วันที่: 27 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:43:57 น.  

 
จริงๆ แล้วชอบตอนจบที่สุดเลยนะ มันคลายปมทุกอย่าง พอผีดารารายมาดีดนิ้วนะ แบบว่า "โอ้โห" เลยอ่ะ สุดยอดจริงๆ


โดย: แอน IP: 121.7.171.64, 220.255.7.242 วันที่: 1 สิงหาคม 2552 เวลา:15:19:16 น.  

 
บอดี้ เป็นหนังไทยที่ผมชอบที่สุดเรื่องหนึ่ง พี่หมอ วิเคราะห์บทความนี้ ผมให้ 10/10 เลยครับ


โดย: จญนหอดม IP: 58.10.164.15 วันที่: 18 กันยายน 2552 เวลา:9:07:44 น.  

 
ชอบมากค่ะ...เพิ่งดูเมื่อกี้เอง..แอบเสียดายว่าทำไมไม่ไปดูในโรง...


โดย: เอม IP: 202.12.73.3 วันที่: 10 ตุลาคม 2552 เวลา:23:49:14 น.  

 
สนุกมากเลยเรื่องนี้ ดูไปแล้ว 3 รอบ

เพิ่งดูเฉือนจบ ก็เลยเอาบอดี้ศพ มาดูอีกรอบ

บทเรื่องนี้เยี่ยมมากๆ


โดย: เจน แคมมาร่อน IP: 202.28.35.2 วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:20:22:33 น.  

 
ยังไม่ได้ดูเลย กัวอ่ะ

แต่อ่านคอมเม้นแล้วน่าสนุกมาก


โดย: นกแสก IP: 27.130.212.210 วันที่: 16 ตุลาคม 2553 เวลา:3:02:54 น.  

 
สวดยอดดด...


โดย: arm IP: 110.77.168.6 วันที่: 4 พฤษภาคม 2554 เวลา:18:06:05 น.  

 


โดย: lavenderbreeze999 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2554 เวลา:20:51:27 น.  

 


โดย: peter125 (steven1064 ) วันที่: 2 มกราคม 2555 เวลา:1:49:42 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ หายงงเมื่อได้อ่านบทความและคอมเม้นท์ เพิ่งได้ดูวันนี้เองอ่ะ --'


โดย: Narissy IP: 124.120.223.167 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2556 เวลา:23:02:07 น.  

 
เรื่องนี้มันสนุกมากค่ะ ถึงจะดูไม่ค่อยเข้าใจก็เถอะ
เจ้าของบล็อกอธิบายละเอียดแจ่มแจ้งมากค่ะ
ดูตั้งแต่6 7ปีที่แล้วพึ่งจะมาอยากเข้าใจ 5555 มีปมนู่นนี่ แล้วเรายิ่งชอบมากด้วยไอ้พวกจิตๆ(วิทยา)เนี่ย
มันเล่นกับความรู้สึกคนดูได้ดี
ปล.ชอบเพลงมากค่ะ เศร้าๆหดหู่ฟังละอึดอัดใช้ได้ ฮ่าๆ


โดย: กาตุ่ยน้อย IP: 183.88.159.173 วันที่: 9 กรกฎาคม 2558 เวลา:22:22:10 น.  

 
เข้ามาอ่านค่ะ


โดย: pjn IP: 58.136.65.123 วันที่: 8 สิงหาคม 2560 เวลา:12:45:18 น.  

 
ตามมาจากพันทิพ ผมได้ดูเมื่อสองวันที่แล้ว จากช่องทรู จึงตามหาอ่านข้อมูล อันนี้แน่นมากๆครับ กระจ่างเลย ตอนนี้2018 @&@ผมเคยได้ดูหนังเรื่องนี้หลายปีก่อน ตอนนั้นดูผ่านๆ


โดย: ธนินแก่นวงศ์ IP: 1.46.130.212 วันที่: 21 กันยายน 2561 เวลา:0:07:14 น.  

 
วิจารณ์ได้เยี่ยมมากค่ะ อ่านจนเพลิน ว้าจบซะแล้ว


โดย: NonANumber IP: 184.22.125.21 วันที่: 19 ธันวาคม 2561 เวลา:21:36:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
5 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.