www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

Partly cloudy + Up , ว่าด้วย ชีวิต , ความทุกข์ , ความรัก และ การเดินทางของ ปู่ซ่า กับ ด.ช.ฮะโหน่ง

... เป็นธรรมเนียมของแอนิเมชั่นค่าย Pixar ที่จะมีการ์ตูนสั้นๆแปะหัวเป็นเหมือน ออเดิร์ฟ ก่อน เมนคอร์ส และ เรื่องที่ผมจำได้ดีที่สุดคือ คุณลุงเล่นหมากรุก - Geri's Game ส่วนเรื่องที่เหลือก็ดีไล่เลี่ยกันไป สนุกบ้าง ขำบ้างอย่าง มนุษย์ต่างดาว- Lifted หรือ นักมายากล- Presto แต่ยังไม่มีเรื่องไหนโดนเป็นพิเศษ



การตีตั๋ว Up ทำให้ผมค้นพบ หนังสั้นปะหัวของ Pixar ที่ชอบที่สุด แถมยังเป็นเรื่องแรกที่เรียกน้ำตาให้อินตามได้สำเร็จทั้งๆที่หนังก็สั้นๆ นั่นคือ Partly cloudy

Partly cloudy เป็นเรื่องของ คู่หูระหว่าง เมฆกับนก บนท้องฟ้า โดย เมฆแต่ละก้อน ทำหน้าที่สร้างสิ่งมีชีวิต แล้วให้ นกประจำตัว ทำหน้าที่เป็นพนักงานส่งทารกแรกเกิดไปสู่พ่อแม่ แต่ละคู่ทำหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี ให้กำเนิด ลูกสุนัข , ลูกคน , ลูกแมว น่ารักๆ



ยกเว้นก็แต่ เจ้าเมฆสีเทา ที่สร้างสิ่งมีชีวิตแต่ละครั้งก็ออกมาเป็น ลูกๆที่ดุเด็ดเข็ดฟัน สร้างความเจ็บตัวให้กับ นกคู่หู อยู่ร่ำไป

นกคู่หูของเจ้าเทา แอบเฝ้ามองเมฆก้อนอื่นมีความสุขกับการให้กำเนิดลูกๆที่น่ารักและเล่นสนุกกันเหมือนครอบครัว แล้ววันหนึ่ง เจ้านกตัวนี้ก็ลาจากเมฆสีเทา ทิ้งให้ เจ้าเมฆเทาเศร้าเสียใจร้องไห้เป็นสายฝน

การจับคู่ของ นก กับ เมฆ ให้กำเนิดทารก เป็น ตัวแทนที่ทำให้นึกถึงได้ทั้งภาพของ ความเป็นพ่อแม่ที่ให้กำเนิดลูก / ความเป็นสามีภรรยาที่ช่วยกันเลี้ยงลูก / ความเป็นเพื่อนร่วมงานที่ช่วยกันสร้างผลงานออกมา

เมื่อใดก็ตามที่ใช้ชีวิตร่วมกันไม่ว่าจะเป็นคู่รักหรือเพื่อนร่วมงาน หากตัดสินกันที่ผลลัพธ์ว่า ต้องออกมาดีจึงจะมีความสุข ชีวิตคู่นั้นไม่มีทางยั่งยืน

เพราะหลายครั้ง ที่การทำงานเป็นคู่ก่อให้เกิดความผิดหวัง ได้งานออกมาไม่ดีเท่าคนอื่นๆ , ให้กำเนิดลูกที่พิกลพิการ , ไม่สามารถเลี้ยงลูกได้อย่างใจ หากตัดสินแค่นี้ รับประกันได้ว่าไม่ช้าไม่นานย่อมนำไปสู่ การแยกทางของ คู่ชีวิต



Partly cloudy มากระชากน้ำตาในช่วงท้าย เมื่อแสดงให้เห็นว่า ความสำคัญของการใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์ แต่อยู่ที่การปรับตัวเข้าหากัน ร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรค และ ทะนุถนอมความสัมพันธ์ให้สม่ำเสมอ เพราะถึงจุดนั้น ต่อให้ ล้มเหลวในการทำงาน หรือ ผลลัพธ์ที่วาดฝันไม่ออกมาดั่งใจ

ความรักที่มีให้กันและกัน จะเป็นแรงผลักดันที่ทำให้มีชีวิตที่ผิดหวังอยู่ต่อไปได้อย่างมีความสุข

และ ประเด็นของ Partly cloudy บางส่วนก็ส่งต่อเนื่องมายัง Up








...ผมเพิ่งส่งบทความเรื่อง Revolutionary road ไปแค่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะไปดู Up ทำให้ภาพชีวิตคู่ จากหนังสองเรื่องนี้ ซ้อนทับกันระหว่างดูโดยอัตโนมัติ ทั้งๆที่ ตัวหนังคนละแนวกันอย่างสิ้นเชิง

ทั้งสองเรื่อง นำเสนอ ชีวิตคู่ตั้งแต่ช่วงวัยหนุ่มสาว ที่แต่ละคน มีความฝันส่วนตัวเก็บอยู่ในใจ เหมือนกับเราทุกคน ที่ บ้างก็ฝันอยากมีงานดีๆ , ฝันอยากมีบ้านหลังใหญ่ๆ , ฝันอยากไปเที่ยวเมืองนอก ฯลฯ

คู่รักบางคู่ ถูกดึงดูดให้มาคบกันด้วยความใฝ่ฝัน เช่น จุดเริ่มต้นของ แฟรงค์ กับ เอพริล ใน Revolutionary road ที่เริ่มต้นพูดคุยถึงความฝันในอนาคต หรือ การพบกันบนชั้นสองของบ้านร้างใน Up ที่ทำให้เรารับรู้ความฝันในวัยเด็กของ คาร์ล กับ ภรรยา ที่มีเหมือนๆกัน (การผจญภัย /Paradise fall)

และ ความเหมือนนี่เองที่ดึงดูด คนสองคน ให้เริ่มเรียนรู้และกลายมาเป็นคู่รัก



แต่ เมื่อชีวิตคู่พัฒนาเข้าสู่การเป็น สามี-ภรรยา หลายๆอย่างในชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ภาระรับผิดชอบก็มากกว่าการเป็นแฟนสมัยวัยรุ่น เพราะ ต้องทำงาน หาเงินเลี้ยงชีพ , ดูแลสุขภาพ , จัดการเรื่องบ้านช่อง ฯลฯ ทำให้ความฝันสมัยวัยเยาว์อาจต้องถูกเก็บใส่ลิ้นชัก เพราะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า

อย่างที่เห็นจากภาพชีวิตหลังแต่งงานของ คาร์ล และ เอลลี่ ที่ไม่มีเวลาออกผจญภัย เพราะ ต้องทำงานหาเงิน ครั้นมีเงินเก็บที่สะสมไว้ ก็ ต้องทุบเอามาใช้จ่ายในเรื่องจำเป็นมากกว่า เช่น ด้านสุขภาพหรือความเป็นอยู่ ครั้น อายุมากขึ้นสภาพร่างกายไม่อำนวยให้เดินทางไปไหน

ความฝัน ของ คาร์ล กับ เอลลี่ ไปไม่ถึงฝั่งฝัน ไม่ว่าจะเป็น ความฝันในวัยเด็กเช่น การเดินทาง หรือ ความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแทบทุกคู่ชีวิตคือ การมีลูก

บางคู่เมื่อความฝันล่ม ชีวิตคู่ของพวกเขาก็ล่มตาม เพราะมัวสนใจแต่ไล่ตามความฝัน จนลืมให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์เหมือนคู่รักใน Revolutionary road

แต่ สำหรับ คาร์ล กับ เอลลี่ ทั้งคู่มี ความรัก ให้กันมากพอที่จะประคับประคองการเป็นคู่ชีวิตจนแก่เฒ่า จนกระทั่ง วันที่ เอลลี่ ลาจากคาร์ลไป

เหตุการณ์หนึ่งชั่วชีวิตข้างต้นดำเนินเรื่องเป็น หนังเงียบไร้บทสนทนา ภายในเวลา สิบนาที

และเป็น สิบนาที ที่ยอดเยี่ยม เทียบเคียงได้กับ ครึ่งแรกของ Wall-E ที่ไม่จำเป็นต้องมีบทสนทนา ผู้ชมก็ซึมซับ ความคิดและความรู้สึกตัวละครได้สมบูรณ์ แถม Up ยังมีความยากกว่าตรงที่ สิบนาทีที่เล่าคือระยะเวลาหลายสิบปีของคนสองคน




... ช่วงเวลาถัดมา หลังการเสียชีวิตของ เอลลี่ หนังเปลี่ยนชีวิตของ คาร์ล เด็กชายที่อยากเป็นนักผจญภัย ให้กลายเป็น ปู่ซ่า ท่าทางขวางโลก ขังตัวเองในบ้าน ขี้รำคาญเด็กๆ และ กำลังเผชิญกับปัญหาที่นักธุรกิจกำลังเวนคืนที่ดินรอบด้าน โดยบ้านของปู่ซ่า เป็นพื้นที่สุดท้ายที่เหลืออยู่

ปู่ซ่า ใช้ชีวิตอยู่กับ ความทรงจำในอดีตผ่านข้าวของที่เคยใช้ร่วมกันกับเอลลี่ เช่น บ้าน , ตู้ไปรษณีย์ ฯลฯ เขาจึงไม่คิดที่จะย้ายบ้าน หรือ ไปอยู่บ้านพักคนชราเหมือนที่ใครๆแนะนำ

วันหนึ่ง ลูกเสือสำรองหุ่นตุ้ยนุ้ยหน้าตาเหมือนโหน่งสามช่า หรือ ด.ช.ฮะโหน่ง โผล่เข้ามาในชีวิตของ ปู่ซ่า

ด.ช.ฮะโหน่ง สะสมเข็มกลัดที่แสดงถึงความสามารถของลูกเสือได้เกือบครบเพื่อเลื่อนขั้น เหลือเพียงเข็มกลัดสำคัญจาก ‘การช่วยเหลือคนชรา’ ซึ่ง ด.ช.ฮะโหน่งหวังว่าจะได้มาจากการช่วยเหลือปู่ซ่า แต่ ปู่ซ่า ไม่สนใจที่จะให้ใครมาช่วยเหลือ แถมแกกำลังจะหนีจากผู้คน เพื่อจะได้ปกป้องบ้านหลังนี้ไว้แทนที่จะถูกจับไปอยู่บ้านพักคนชรา



ปู่ซ่า ตัดสินใจพา บ้าน ลอยขึ้นท้องฟ้าด้วยลูกโป่ง มุ่งหน้าไปอเมริกาใต้ ไปยัง Paradise fall ดินแดนที่เขากับภรรยาเคยวาดฝันจะได้มานั่งเคียงข้างกัน

ปู่ซ่า ไม่ทันรู้ตัวว่า ด.ช.ฮะโหน่ง หลงติดมากับบ้านลอยฟ้าหลังนี้ด้วย ส่งผลให้ทั้งคู่กลายเป็น คู่หูจำเป็น ออกเดินทางสู่ดินแดนอันไกลโพ้น




... จากเนื้อหาข้างต้น ถ้าอยู่ในมือคนเขียนบทที่ไม่คิดอะไรมาก Up ก็จะกลายเป็น หนังฮาๆ ผจญภัย เจออะไรแปลกๆ ได้ข้อคิดนิดหน่อย แล้วกลับบ้าน- จบ -

แต่เมื่ออยู่ในมือทีมคนเขียนบทจาก Pixar เนื้อเรื่องที่เหมือนจะไม่มีอะไร แค่ประเด็น คุณปู่กับอดีตรัก แต่พอนั่งดูๆไป กลับมีประเด็นอะไรต่อมิอะไรสอดแทรกมากมาย โดยการสร้างปูมหลังของแต่ละตัวละคร ล้วนมีผลต่อเนื่องต่อคนรอบข้าง

ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ความโดดเดี่ยวของคนสองคน , ความสูญเสียและความเจ็บปวด (grief) , ชีวิตที่ยึดติดและไม่อาจปล่อยวาง , การใช้ชีวิตครอบครัว , การไล่ตามความฝัน , การเติมเต็มทางจิตใจ ฯลฯ

บทหนังหันมาเล่นแง่มุมลึกๆของ 'ความเป็นมนุษย์' มากกว่าเรื่องก่อนๆ , โดดเด่นในด้านการใส่ปมทางจิตวิทยาของตัวละคร มีจินตนาการหลากหลาย และ มีรายละเอียดปลีกย่อยมากกว่าหลายเรื่องของ Pixar แล้วเล่าออกมาเนียนๆ เหมือน เรื่องเบๆที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่แท้จริงล้วนแฝง สัญลักษณ์ทางจิตใจของตัวละคร

การเดินทางของ ปู่ซ่า กับ ด.ช.ฮะโหน่ง มี ความหมายลึกซึ้งทางจิตใจต่อทั้งคู่ยิ่งนัก




... ทันที ที่พวกเขาไปถึงหน้าผาใกล้ๆน้ำตก Paradise fall พวกเขาพบ แม่นกอีก๋อยเจ็ดสี ที่กำลังถูก ฝูงสุนัขพูดได้ไล่ล่า ด้วยความบังเอิญ

แม่นกอีก๋อยเจ็ดสี กำลังหาทางกลับบ้านเพื่อไปหา ลูกตัวเล็กๆที่ส่งเสียงร้องข้ามหุบเขา รอการกลับมาของแม่

ด.ช.ฮะโหน่ง อยากเลี้ยง แม่นกอีก๋อย แต่ ปู่ซ่า ไม่อนุญาต ฮะโหน่ง ก็ยังไม่หงุดหงิด แต่พอ รู้ว่าแม่นกอีก๋อยถูกคนร้ายจะจับเอาเข้าเมือง เขาอ้อนวอนขอให้ปู่ซ่า ช่วยกันพา แม่นกอีก๋อย กลับไปหาลูก แต่ ปู่ซ่าปฏิเสธ ทำให้ ฮะโหน่งโกรธมากมาย

เพราะอะไร ฮะโหน่ง ถึงมีอารมณ์ร่วมกับเรื่องนี้มาก


แม่นกอีก๋อยเจ็ดสี & ฮะโหน่ง



... บทสนทนาช่วงหนึ่งที่ฮะโหน่งเล่าให้ปู่ซ่าฟัง ทำให้เรารู้ถึง ชีวิตครอบครัวที่พ่อแม่แยกทาง เขาอาศัยอยู่กับพ่อและแม่เลี้ยง แต่ พ่อก็เหมือนไม่ค่อยอยู่บ้าน ความทรงจำเดียวเกี่ยวกับพ่อที่งดงามและชัดเจนที่สุด ก็เป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมานานเต็มที

ด.ช.ฮะโหน่ง อาจไม่ได้ถูกทิ้งทางกายภาพคือยังรู้ว่าพ่อยังไปๆมาๆ แต่ เด็กกลุ่มนี้ถูกทอดทิ้งทางด้านความรักและห่วงใย ซึ่งทำให้พวกเขาเติบโตมาด้วยความเหงา , โหยหาความรักความอบอุ่น

และมันช่วยให้เราเข้าใจในเวลาต่อมาว่า เข็มกลัดลูกเสือที่ติดเสื้อเขามากมาย ไม่ใช่แค่เพราะเขารักการเป็นลูกเสือ หรือ หวังสะสมเพื่อเลื่อนขั้น แต่ หากเขาสามารถเก็บ ไอเท็มเข็มกลัด ช่วยเหลือคนชรา ได้สำเร็จ คนที่จะมาติดเข็มให้เด็กๆในวันงานต้องเป็นพ่อ จึงไม่น่าแปลกใจที่ เขามุมานะกับการเก็บเข็มกลัดอันนี้ให้ได้

เพราะ ‘การเก็บไอเท็มเข็มกลัดครบ’ คือ ‘โอกาสที่จะได้พบกับ พ่อ’

เมื่อมาเจอเหตุการณ์ที่ ปู่ซ่า ไม่ช่วย แม่นกอีก๋อย กลับไปหาลูก สำหรับเด็กที่โดดเดี่ยวอย่างฮะโหน่ง นอกจากจะมองว่า ปู่ซ่าใจร้าย แต่ลึกๆแล้ว เชื่อว่า เขากำลังแทนตัวเองกับลูกนกโดยไม่รู้ตัว

เพราะการปล่อยให้แม่นกถูกจับ ก็จะทำให้ ลูกนกต้องขาดพ่อแม่ ซึ่งความรู้สึกของการถูกทอดทิ้งเป็นเช่นไร ฮะโหน่งรู้ดีเป็นที่สุด

แม่นกอีก๋อย จึงเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ในชีวิตของทั้งคู่ที่ขาดหายไป นั่นคือ สัญลักษณ์ของ 'ความเป็นพ่อแม่' ซึ่ง ด.ช. ฮะโหน่ง โหยหา และ ปู่ซ่ากับภรรยา เคยฝันอยากจะเป็น




... กลับมามองที่มุมของ ปู่ซ่า

การสูญเสียคู่ชีวิต เป็น ปัจจัยเครียดอันดับหนึ่งที่มีผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์

หากสูญเสียคู่ชีวิตในวัยทำงาน ยังพอจะมี ญาติ หรือ เพื่อน หรือ ลูกหลาน อยู่เป็นเพื่อนพูดคุย ยังมีโอกาสพบเจอคนใหม่ๆในอนาคต

แต่กับชีวิตของ คาร์ล ที่มีชีวิตทั้งชีวิตเพื่อเอลลี่ อยู่กันแค่สองคน เมื่อเอลลี่จากไปในวัยชรา เหลียวซ้ายแลขวา คาร์ลก็มองไม่เห็นใคร

หากจะมีสิ่งที่ยึดเหนี่ยวไว้ให้กับเขาได้ในเวลานี้ คงมีเพียง ความทรงจำในอดีตที่อยู่ในรูปของวัตถุ เช่น สมุดบันทึก , บ้าน , ตู้ไปรษณีย์ ฯลฯ

เขาจึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เมื่อ ตู้ไปรษณีย์ถูกรถชน หรือ เมื่อบ้านจะหลุดลอย เพราะนั่นแปลว่า สิ่งยึดเหนี่ยวเขากับเอลลี่ กำลังจะลอยหาย




... คาร์ล หลงลืมอะไรไปบางอย่าง

เขาลืมไปว่า เอลลี่มีชีวิตอยู่ในอดีต แต่ เขากำลังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน

การจมอยู่กับอดีต มีแต่จะทำร้ายตัวเองและคนรอบข้างให้เจ็บปวด แต่ เรามักไม่ทันรู้ตัว ยกเว้นเสียแต่จะมีคนชี้ให้เห็น

ตัวอย่างที่เห็นชัดของคาร์ลคือเมื่อ ฮะโหน่ง และ แม่นกอีก๋อย ผ่านเข้ามาในชีวิต

เหตุการณ์ที่ต้องเลือกระหว่างดึงบ้านไม่ให้ลอยหนีกับช่วยนกตรงหน้า ปู่ซ่า เลือก วิ่งไล่คว้า บ้าน ที่ไม่มีคนอยู่อาศัย โดยไม่ใยดี แม่นกอีก๋อย ที่ถูกจับ แสดงภาพคนที่ จมอยู่กับอดีต จนมองไม่เห็น ปัจจุบัน

จนเมื่อผู้คนรอบตัวที่เสมือนครอบครัวใหม่ ล้วนเดินหนีไปจากชีวิต ปู่ซ่าจึงได้เรียนรู้ว่า บ้านก็เป็นเพียงสิ่งก่อสร้าง ที่เป็นตัวแทนความสุขในอดีต ต่อให้เขาทะนุถนอมมันอย่างไร เอลลี่ ก็ไม่มีวันกลับมา และ ต่อให้บ้านพังทลายก็ไม่ได้แปลว่า เอลลี่หรือความรักจะลดน้อยลง

เหตุการณ์ที่ต้องเลือกครั้งที่สอง ปู่ซ่า จึงมีความกล้าหาญที่จะเลือก ครอบครัวใหม่ แล้ว ปล่อยบ้านให้ลอยจากไป


... การเดินทางใน Up จึงไม่ใช่แค่ความเฮฮาปาจิงโกะ ของ คู่หูต่างวัย แต่มันยังเป็นการ เติมเต็มความฝันในวัยเยาว์ และทำให้เราได้เห็นว่า ไม่มีคำว่าสายเกินไป สำหรับการเดินทางตามความฝัน

ปู่ซ่า เข้ามาเติมเต็ม ความเป็นพ่อ ที่ด.ช.ฮะโหน่งต้องการ

ด.ช.ฮะโหน่ง เข้ามาแทนที่ ความเปลี่ยวเหงา , ลูก และ ความเป็นครอบครัว ที่ ปู่ซ่า คิดถึง

ปู่ซ่ากับฮะโหน่ง เข้ามาเป็น เจ้านายที่ให้การยอมรับ ให้กับ หมาพูดได้

และ สุดท้าย เมื่อปู่ซ่า สามารถปล่อยวางอดีตและอยู่กับปัจจุบัน เขากับฮะโหน่ง ก็สามารถสิ่งดีๆให้กับผู้อื่น จากการมอบ ชีวิตครอบครัว คืนให้กับเหล่านกอีก๋อยได้อีกครั้งหนึ่ง



... บทเรียนสำคัญจากการเดินทางครั้งนี้ของปู่ซ่า น่าจะพอกล้อมแกล้มได้ว่าเป็นหนัง coming of age ของคนวัยชราที่กำลังเคว้งคว้าง ผู้ยึดติดกับอดีต ยึดติดกับบ้าน ยึดติดกับความสุขที่ผ่านไปแล้ว ทำให้ มองไม่เห็น ชีวิตตรงหน้า ความสุขตรงหน้า และ ความรักที่อยู่ตรงหน้า

และสิ่งที่ปู่ซ่า ได้เรียนรู้คือ การยึดติดกับข้าวของหรืออดีต ไม่ได้มีประโยชน์อันใด เพราะ ความรักกับความทรงจำที่แสนดี มันมีชีวิตอยู่ใน ความทรงจำของตัวเรา ไม่ได้อยู่ในวัตถุ

ต่อให้ บ้านลอยจากไป , กรอบรูปถูกทำลาย , ตู้ไปรษณีย์จะถูกทับ แต่ ถ้ายังไม่คิดจะลืม อย่างไร เอลลี่ก็ไม่มีวันจากไปจาก คาร์ล

การปิดกั้นตัวเองกับคนอื่นจมอยู่แต่อดีต มันมีแต่จะทำให้ จิตใจห่อเหี่ยวแห้งแล้ง จมอยู่กับความทุกข์และโหยหา ในทางตรงกันข้าม หากเราเรียนรู้ที่จะมีความรัก มอบความรักให้กับคนอื่นๆต่อไป สิ่งนั่นจึงจะทำให้เราสามารถ มีความสุขโดยไม่ต้องจมจ่อมอยู่กับ ความสุขปลอมๆที่คอยบั่นทอนจิตใจวันแล้ววันเล่า


... เมื่อ ปู่ซ่า มอบ ความรักและภาพของความเป็นพ่อ ให้ ฮะโหน่ง และ มอบความรักคืนให้กับแม่ลูกครอบครัวอีก๋อย

รูปแบบของ ความรัก ที่เปลี่ยนรูปแบบจาก สามี-ภรรยา มาเป็นความรักรูปแบบอื่นๆนี้เอง(รักฮะโหน่งเหมือนพ่อ , รักครอบครัวอีก๋อยด้วยเมตตา , รักหมาเหมือนเจ้านาย) ที่เข้ามาเติมเต็ม หัวใจที่แห้งผากของปู่ซ่า

เขาสามารถเก็บความทรงจำดีๆที่มีกับเอลลี่ต่อไปได้ โดยไม่ต้องผูกติดไว้กับวัตถุ แต่ นำความทรงจำดีๆเหล่านั้น มามีชีวิตต่อ ให้ความรักกับผู้คนรอบข้าง



... ข้อความสุดท้ายของเอลลี่ เป็นการแสดงออกชัดเจนว่า เธอไม่ได้ต้องการรั้งคาร์ลไว้ แต่ต้องการให้ คาร์ล ปล่อยมือจากอดีตเสียที กับ ประโยคที่ว่า

“ขอบคุณที่ร่วมเดินทางด้วยกันตลอดมา ถึงตอนนี้ได้เวลาออกเดินทางใหม่ๆด้วยตัวเองแล้วนะ”


ประโยคนี้ย่อมไม่ได้หมายถึง การผจญภัย แต่ ยังหมายถึง การใช้ชีวิต ที่ เอลลี่ ปรารถนาจะให้ คาร์ล เดินหน้าใช้ชีวิตที่เหลือของเขาอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องจมอยู่กับ การเดินทางในอดีตอีกต่อไป

หรืออาจจะพอสรุปได้ว่า

ปล่อยให้ความสวยงามในอดีตมีชีวิตอยู่อยู่ในความทรงจำ แต่ อย่านำมาใช้เพื่อการมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน






... Up เป็นผลงานของ Pixar ที่ทำให้ผมกลับมาใช้คำว่า ‘รัก’ อีกครั้งหนึ่ง นอกจากที่เคยรัก A Bug's life / Toy story 2 / Monster inc.

เรื่องอื่นๆของ Pixar ไม่เคยทำได้ต่ำกว่าค่ามาตรฐาน แต่บางเรื่องดูแล้วตัวเองก็ไม่ได้ชอบมากนักเช่น Finding Nemo ที่หลายคนชอบ ผมจะออกแนวเฉยๆ

ส่วนสองเรื่องหลังล่าสุดของ Pixar ดูเหมือนจะก้าวไปไกลยิ่งกว่าการ์ตูนสำหรับเด็ก เพราะ เวลาดู หนูก้นครัว กับ หุ่นยนต์รักกัน มันให้อารมณ์เดียวกับ หนังดราม่าชั้นดีสุดคลาสสิค ต่างเพียงแค่ ใช้ลายเส้นแอนิเมชั่นแทนคนแสดงจริง

แต่ถึง Ratatouille กับ Wall-E จะยอดเยี่ยมกระเทียมดอง ผมก็ได้แค่ชื่นชมและชื่นชอบ ไม่ถึงกับรัก เพราะ รู้สึกว่าหนังอยู่ไกลตัว บวกกับ อารมณ์ของหนังค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่และสูญเสียความสนุก แบบ สะนู๊กสนุก เหมือนที่ดูหนังแอนิเมชั่นเรื่องเก่าๆของ Pixar หรือว่าแบบ Kungfu panda ที่ได้ข้อคิดด้วย ได้สนุกเหมือนตัวเองย้อนกลับไปวัยเด็กอีกครั้ง และ ประการสำคัญ ดูแล้วอยากดูซ้ำเพื่อความสบายใจ



... ส่วน Up จะว่าไปแล้ว ถ้าเจาะจงเฉพาะส่วนของเนื้อหาเพียวๆ Up มี ความเป็นผู้ใหญ่ สูงกว่าเรื่องอื่นๆเสียด้วยซ้ำ ไม่ใช่แค่ อายุ ของตัวละครนำ แต่ประเด็น ชีวิต , วัยชรา , การยึดติด , การสูญเสีย ดูจะเป็นเรื่องยากขึ้นและลึกซึ้งสำหรับเด็กๆ มากกว่าประเด็นมิตรภาพใน A Bug's life , ความเป็นครอบครัวใน The Incredibles , ความสัมพันธ์พ่อลูกใน Finding nemo , การใช้ชีวิตใน Cars , คุณค่าในตัวเองและการตามความฝันใน Ratatouille หรือ ความรักกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใน Wall-E

แต่ถึงจะมีเนื้อหาผู้ใหญ่มากๆ(และเป็นเรื่องแรกที่มี เลือด ในหนัง) ความแตกต่างจากสองเรื่องหลัง ก็คือ ใน Up นั้น การเล่าเรื่องของหนังใส่ ความสนุกสนานเฮฮาและจินตนาการประสาเด็กๆ ออกมาชวนสนุกมากกว่า หรือจะว่าง่ายๆ ‘เนื้อหาแก่’ แต่ วิธีการนำเสนอ มี ‘ความเป็นเด็ก’ สูง

อีกทั้ง เป็นเรื่องที่ผมรู้สึกว่าจินตนาการของทีมเขียนบทก็มากล้น สำหรับการเล่นเอาเถิดกับ ความเป็นแฟนตาซี ในเนื้อหาที่ realistic จริงจังมากๆ เอากันถึงขนาด นกประหลาด หมาพูดได้ บ้านลอยฟ้า จนนึกว่าดู สตูดิโอจิบลีเวอร์ชั่นซอฟต์ๆ

... หากหนังเรื่องนี้จะมีจุดอ่อนก็คงเป็นความกลมกล่อม ที่เกลาออกมาแล้วมันยังไม่ลงตัว มีจุดเกินๆติดๆขัดๆเล็กน้อย ไม่ออกมา เมพขิงๆ ระดับเดียวกับ Ratatouille ที่ผมยกให้เป็น ตัวหนังระดับห้าดาวของ Pixar คือ เยี่ยมแบบคงเส้นคงวาตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง ส่วน Wall-E ยังมีดร๊อปๆในครึ่งหลังบ้าง แต่ บทหนังก็แยบคายและลึกซึ้ง อีกทั้งครึ่งแรกที่เป็นหนังใบ้ก็สุดยอดเหลือกิน

รายละเอียดปลีกย่อยที่ดูแล้วขัดๆของหนังมักจะอยู่ในส่วนข้อเท็จจริง คือ ในกรณีจินตนาการเช่น หมาพูดได้กับบ้านลอยฟ้า เป็นแฟนตาซีที่ไม่รู้สึกว่าขัดอะไร แต่ในส่วนของชีวิตจริง เช่น อายุของ ตัวร้าย กับ ปู่ซ่า น่าจะห่างกันมาก แต่ในหนังดูเหมือนคนรุ่นเดียวกัน แถมตัวร้ายยังจะดูอ่อนกว่าเสียด้วยซ้ำ


สิ่งที่ชอบ

1.การวางบุคลิกนิสัยตัวละคร ... นอกจากน่ารัก ยังมีความหมาย

- ด.ช. ฮะโหน่ง มากับ ปูมหลังของครอบครัวแตกแยก กับ ปู่ซ่า ผู้สูญเสีย ต่างฝ่ายต่างเป็นคนโดดเดี่ยวโหยหาอะไรบางอย่าง ก่อนที่ทั้งคู่จะเติมเต็มความเป็นพ่อ-ลูกให้แก่กันและกัน

- นกอีก๋อย เข้ามาเปิดประเด็น 'ความเป็นพ่อแม่' ซึ่งฮะโหน่ง โหยหา และ ปู่ซ่า เคยอยากจะเป็น

- ตัวร้าย ที่เคยเป็นฮีโร่ แต่กลับกลายเป็น วายร้าย เพียงเพราะ 'ความเจ็บปวด' ที่ถูกสังคมต่อว่า จะว่าไปก็คล้ายๆกับ ปู่ซ่า ที่ถูก ความเจ็บปวด เปลี่ยนนิสัยไปจากเดิม และ หนังเรื่องนี้ไม่มีใครร้ายเพราะขี้โกง แต่ ร้ายเพราะ ความผิดหวัง ความเจ็บปวด ที่ฝังลึกในใจ


2.งานด้านภาพ .. ยังคงไร้ที่ติสำหรับ Pixar สีสันจัดจ้าน และ ทิวทัศน์น้ำตกอลังการยิ่ง

3. ประเด็นใน Up สอดคล้องต่อเนื่องจาก Partly cloudy ... ทั้งในเรื่องของ ความรักของคู่ชีวิต(คาร์ล/เอลลี่ - นก/เมฆ) , ความเป็นพ่อแม่ และ มี นก (นกขนส่ง-นกอีก๋อย) กับ เมฆ (ตอนหนึ่งใน up ด.ช.ฮะโหน่งชี้ให้ปู่ซ่าดูเมฆสีเทาที่กำลังจะปล่อยฝน) ต่อเนื่องต่อมาอีกต่างหาก

4. อารมณ์หนังเซ้นซิถีฟมากๆในหลายฉาก และ เรียกน้ำตาแบบปาดป้อยๆ ... ป้อยออเดิร์ฟ ล่วงหน้ามาตั้งแต่นกกระสาบินกลับมาหาเมฆพร้อมเสื้อเกราะใน Partly cloudy , ป้อยแรก ช่วงสิบนาทีหนังใบ้ , ป้อยที่สอง ตอนฮะโหน่งตาละห้อยดูปู่ซ่าเลือกบ้านที่หลุดลอย , ป้อยที่สาม ตอนปู่ซ่ายอมปล่อยบ้านทิ้ง , ป้อยสุดท้าย ตอน ข้อความในสมุดบันทึกของเอลลี่

5.บทหนัง ... บอกเล่าความงดงามของความรัก ต่อเนื่องไปสู่ ความทุกข์เพราะการยึดติดในความรัก , การเติมเต็มชีวิตที่ขาดหาย , ความโดดเดี่ยวของคนถูกทิ้ง , ความเป็นครอบครัวที่บกพร่อง ผ่านการเดินทาง ที่นำไปสู่ การเติบโต , หลุดพ้น และ เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมอบความสุขให้กับผู้อื่นต่อไป

6. ความสนุกที่ทำให้ดูแล้วอยากดูอีก ... ซึ่งเป็นสิ่งที่สองเรื่องหลังของ Pixar ไม่มีคือ Ratatouille กับ Wall-Eเป็นหนังดีมากๆ แต่ไม่ได้ให้อารมณ์สนุกแบบเกิดความรู้สึกอยากดูอีกรอบเวลาเครียดๆเหมือนเรื่องนี้ ที่ให้อารมณ์เดียวกับ Enchanted คือ เป็นหนังที่ทำให้หัวใจเบิกบาน

7. ช่วงเวลาที่เล่าถึงชีวิตคู่ 10 นาทีแรก ... เล่าเรื่องได้สุดยอด กินใจ สะเทือนใจ ประทับใจ


สรุป ... ในแง่ภาษาหนัง ตัวหนังยังด้อยกว่าเพื่อนพ้องร่วมค่ายอย่าง หนูก้นครัว กับ หุ่นรักโลก แต่ถ้าไม่ใช้สายตาของการวิเคราะห์คุณภาพหนังมาจับ แล้วใช้หัวใจตัวเองจูนเข้ากับหนัง ผมถูกจริตกับ Up เป็นอย่างมาก นี่คือหนังที่สุดแสนจะ อบอุ่น ละมุนละไม กินใจ และ มีอารมณ์ขัน จนสามารถเอาชนะใจขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆเคียงข้างA Bug's life , Toy story 2 และMonster inc.เรียบร้อยแล้ว

Up ไม่ใช่เป็นแค่หนังคู่หูผจญภัย แต่ยังเป็น หนังที่พูดถึงประเด็นครอบครัว ผ่านการออกเดินทางสไตล์ Road movie (ที่เปลี่ยนจากถนนเป็นท้องฟ้า) ผสมผสานกับ ความโรแมนติกของหนังรัก และ บทเรียนจากหนังแนว coming of age ที่ว่าด้วยการเดินทางก้าวผ่านความเจ็บปวด และ การเติบโตเพื่อจัดการวิกฤติในช่วงวัยตัวเองของตัวละครสองคน




Link บทความที่เกี่ยวข้อง

Wall-E , เมื่อ หุ่นยนต์ สอน คน ให้มี หัวใจ

Ratatouille < < บนทางเดินของความฝัน - ในสังคมแห่งอคติ >> Hairspray

เชียร์ให้ไปดู หมาแพนดี้ ตีลังกา ใน Kung fu panda (หนุกมากกก) + The Incredible Hulk ดูเอามันส์

Spirited away , การเติบโตของจิตวิญญาณ

Enchanted , ในวันที่ไม่รู้จะยิ้มให้กับใคร ในวันที่ไม่มีใครยิ้มให้กับเรา




"ผมอยู่ข้างหลังคุณ" ขอฝากหนังสือเล่ม 4 ที่ชวนเพื่อนผู้อ่าน ออกเดินทางสำรวจจิตใจมนุษย์ และ ทำความรู้จัก'คน' ให้มากขึ้น ผ่านโลกภาพยนตร์ ในหนังสือชื่อ มากกว่าที่ตาเห็น - LifeScan วางขายในร้านสือทั่วไปแล้ว






พื้นที่แนะนำผลงาน{ตัวเอง}

(คลิกที่รูปหนังสือ เพื่อ อ่าน หรือ แสดงความเห็น ต่อหนังสือแต่ละเล่มได้เลยครับ)

ปีนี้ “ผมอยู่ข้างหลังคุณ” ขอฝากผลงานเล่มล่าสุดที่เพิ่งคลอดจ้า อันว่าด้วย 'ความรักและกำลังใจ' ผ่านแรงบันดาลใจจากชีวิตและภาพยนตร์ ในหนังสือที่ชื่อว่า

เมื่อฉันลืมตา แล้วโลกเปลี่ยนไป



และ ผลงานสองเล่มก่อน จากสองปีที่ผ่านมา



"หนังสือรัก" หนังสือที่หยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม กับ องศาที่ 361 หนังสือที่อาสาช่วยคุณค้นหามุมเล็กๆในตัวเองที่จะมีความสุขในชีวิตได้มากขึ้น โดยอาศัย'หนัง'เป็นสะพานพาไปเข้าใจตัวเอง


มีขายตามร้านหนังสือทั่วไป แต่ เพื่อนๆที่หาซื้อตามร้านไม่ได้ "หนังสือรัก"เข้าไปสั่งได้จากเว็บของสนพ.เลยจ้าที่ //www.bynatureonline.com/store/bookstore.php ส่วน องศาที่ 361 และ เมื่อฉันลืมตา แล้วโลกเปลี่ยนไป สั่งได้จากในเว็บหรือหน้าร้านซีเอ็ดครับผม






ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก

พูดคุยกับเจ้าของ Blog คลิก

เปิดหารายชื่อหนังเก่าๆนอกเหนือจากในหน้าสารบัญ คลิก





ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป



Create Date : 16 มิถุนายน 2552
Last Update : 16 มิถุนายน 2552 10:10:17 น. 52 comments
Counter : 9852 Pageviews.

 
เพิ่งไปดูมาวันนี้
ชอบมากเลยค่ะ ป้อยไปเหมือนกัน
ชอบการวางปมของตัวละคร Pixar ทำเรื่องนี้ได้ยอดเยี่ยม!


โดย: alive IP: 58.8.186.34 วันที่: 16 มิถุนายน 2552 เวลา:3:07:57 น.  

 
อ่านแล้ว ได้นึกถึงประเด็นใหม่ๆ ที่เรามองข้ามไป (แหม หนังออกจะมีรายละเอียดเยอะขนาดนี้ รอบเดียวไม่พอ)

อย่างประเด็นรัสเซลกับลูกนก ฯลฯ

ปล. ชอบบทวิจารณ์นี่มาก

(เข้ามาอ่านตลอด แต่จะเม้นท์ เป็นบางครั้ง 55+)


โดย: จูริง IP: 62.135.88.67 วันที่: 16 มิถุนายน 2552 เวลา:5:00:00 น.  

 
มีคนโทรมาปลุกแต่เช้า
เลยลุกมานั่งอ่านblog นี้

ไม่ผิดหวังเลยค่ะ

เรื่องนี้เขียนดี น้ำตาไหล

ความรู้สึกเหมือนตอนอ่านหนังสือรักครั้งแรกๆเลย

จอชอบที่เขียนมาก สมศักดิ์ศรีค่ะ

ชอบมาก อันนี้ชมอย่างจริงใจ


โดย: จอจ้า IP: 124.120.211.106 วันที่: 16 มิถุนายน 2552 เวลา:9:18:39 น.  

 
+ อืม ... ตอนดู Partly cloudy ผมว่าผมชอบมากแล้วนะ แต่ก็ยังจับประเด็นได้ไม่ลึกเท่าคุณ จขบ. แฮะ

+ ฉากเปิดของหนังเรื่องนี้ "เอาอยู่" จริงๆ ครับ แค่ได้เห็นภาพประวัติศาสตร์ชั่วชีวิตของชีวิตคู่ คู่หนึ่ง จนถึงวันที่มีฝ่ายหนึ่งต้องจากไป ก็คงทำให้ใครหลายๆ คน (รวมถึงผมด้วย) น้ำตาไหลได้แล้ว

+ ส่วนฉาก end credits ก็เรียกน้ำตาผมได้อีกครั้ง ด้วยการเห็น คาร์ล - รัสเซล - ดั๊ก ที่มีกิจกรรมร่วมกันต่อๆ ไป เสมือนหนึ่งเป็นครอบครัวอันอบอุ่นเดียวกัน เพราะได้ผ่านการผจญภัยร่วมกันมาอ่ะครับ

+ รีวิวหน้านี้ เหมือนเอาความรู้สึกของคนดูอย่างผมมาชำแหละโดยละเอียด แล้วผ่าวิเคราะห์แยกแยะแต่ละชิ้นออกมาวิพากษ์ ... อ่านแล้วทำให้เข้าใจเลยอ่ะครับว่าทำไมผมถึงได้หลงรักหนังเรื่องนี้ (เหมือนกับอีกหลายๆ คน)


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 16 มิถุนายน 2552 เวลา:10:38:03 น.  

 
ไปดูมาเมื่อวานน้ำตานองเลย ดีนะที่ไม่มีคนนั่งข้างๆ


โดย: addneo IP: 124.120.224.169 วันที่: 16 มิถุนายน 2552 เวลา:10:54:51 น.  

 
เปงการ์ตูนเรื่องแรกที่ทำหั๊ยรุ๊กสึกอยากกลับไปเปงเด็กอีกครั้ง

น้ำตาซึมไปหลายฉาก

โดยเฉพาะตรงที่เอลี่จะสื่อให้เหงว่า

ความจริงแล้วเทอด้ายผจญภัยไปกับคาร์ลมาแล๊ว
ก้อคือการได้ใช้ชีวิตคู่กับคนที่เทอรักมากที่สุด

ไม่จำเปงต้องไปถึงน้ำตกสรวงสวรรคือะไรนั้นหรอก

แต่คาร์ลตีความผิดเพราะคิดว่าเมียตัวเองคงอยากให้เขาพาไปอยู่ที่นั้น


โดย: แป้งเค้ก IP: 124.121.226.121 วันที่: 16 มิถุนายน 2552 เวลา:11:43:58 น.  

 
คุณหมอ ชอบ A bug's life มากสุดเหรอครับ

ผมชอบเรื่องนี้มากสุดของ Pixar

เป็นรักแรกพบเลยครับ


โดย: banky IP: 137.8.4.12, 203.154.60.75 วันที่: 16 มิถุนายน 2552 เวลา:14:13:59 น.  

 
ยอดเยี่ยมค่ะ


โดย: เจ้าแห่งน้ำคือพระจันทร์ IP: 192.168.50.175, 58.8.73.221 วันที่: 16 มิถุนายน 2552 เวลา:17:50:20 น.  

 
รัซเซล เด็กมีปัญหา แต่ก็ไม่ได้ทำตัวมีปัญหา แถมยังอยากทำสิ่งดีๆให้คนเห็นคุณค่าในตัว มากกว่าจะไปเรียกร้องความสนใจด้วยการทีบ คนให้ตกมอไซเหมือนทุกวันนี้ ประเด็นของหนังอาจจะดูเบาเหมือนเทียบ กับเรื่องหลังๆของ Pixar แต่ผมว่าถ้าดูดีมันลึกมากกว่าซะอีก


โดย: Ghoeby วันที่: 16 มิถุนายน 2552 เวลา:18:06:48 น.  

 
น่าร๊ากกกกกกกกกกกก


โดย: concept IP: 125.25.36.108 วันที่: 16 มิถุนายน 2552 เวลา:20:28:15 น.  

 
ชอบการ์ตูนของ PIXAR ทุกเรื่องเลยครับ
มี DVD สะสมไว้ดูทุกเรื่องเลย เรื่อง UP นี่น่าจะเป็นเรื่องที่ 10 ได้แล้วมั้งครับ


โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 16 มิถุนายน 2552 เวลา:23:34:48 น.  

 
ดูจบแล้ว อดไม่ได้ ต้องขอเข้ามาระบายความรู้สึกด้วยคนครับ



โอ๊ย หนังการ์ตูนบ้าอะไร ทำให้ผู้ใหญ่วัย 30 เศษอย่างผม ถึงกับต้องปาดน้ำตา T_T

รักหนังเรื่องนี้ มาก ถึง มากที่สุดแล้วครับ ขึ้นแท่นอนิเมชั่นอันดับสองตลอดกาลในดวงใจของผมไปแล้ว (อันดับหนึ่ง ขอกันไว้ให้ spirited away นะครับ อิอิอิ)


โดย: ลูกจ้างดีเด่น IP: 192.168.0.40, 203.113.114.242 วันที่: 17 มิถุนายน 2552 เวลา:13:08:31 น.  

 
พึ่งไปดูมาเมื่อวันเสาร์ครับ ชอบมากๆเลยครับ เหมือนได้ย้อนกลับไปตอนเด็กๆอีกครั้ง ฉากหนังเงียบต้นเรื่องนี่ ทำผมเสียน้ำตาเลย แต่หลังจากนั้นก็ขำจนน้ำตาไหลเลยครับ ผมขำกับเสียงของ หัวหน้าหมาที่สุดแล้ว 555


โดย: Woodyhanks IP: 10.205.3.87, 61.91.86.162 วันที่: 17 มิถุนายน 2552 เวลา:14:07:46 น.  

 
ขอบคุณที่รีวิวให้อ่านครับ
รีวิวได้ละเอียดมากๆ ครับ อ่านแล้วอยากไปดู ผมเป็นอีกคนที่ติดตามดูหนังของ pixar แทบทุกเรื่อง แต่พออยู่ต่างจังหวัด ก็พลาดไปหลายเรื่อง เพราะหนังไม่เข้าโรง ทั้งๆ ที่เป็นเมเจอร์ เค้าคงเห็นว่ากลุ่มคนดูคงน้อย ตรงกันข้าม หากเป็นหนังไทยหรือหนัง action จะเข้าโรงทุกเรื่องเลย - -"
หนนี้ถ้าไม่เข้าโรงอีก คงได้ไปดูที่กรุงเทพ พอดีมีธุระที่กรุงเทพพอดี


โดย: gonz IP: 118.173.55.177 วันที่: 17 มิถุนายน 2552 เวลา:18:55:28 น.  

 
ได้แต่แอบเข้ามาอ่านบทความพี่หมอแล้วจากไป แต่คร้งนี้ผมขอเขียนหน่อยนึง แฮะๆ
เห็นด้วยที่พี่หมอว่า -บทหนังหันมาเล่นแง่มุมลึกๆของ 'ความเป็นมนุษย์' มากกว่าเรื่องก่อนๆ , โดดเด่นในด้านการใส่ปมทางจิตวิทยาของตัวละคร มีจินตนาการหลากหลาย และ มีรายละเอียดปลีกย่อยมากกว่าหลายเรื่องของ Pixar แล้วเล่าออกมาเนียนๆ เหมือน เรื่องเบาๆที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่แท้จริงล้วนแฝง สัญลักษณ์ทางจิตใจของตัวละคร-

ด้านประเด็นพิกซ่าร์ทำการบ้านมาดีมาก แตกกิ่งก้านสาขาได้เยี่ยมยอดกว่าเรื่องอื่นๆ ใส่ความเป็นมนุษย์สูงมาก เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยด้านจิตวิทยาเก็บได้ครบ รวมทั้งอารมณ์ ความรู้สึกของเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ คนแก่ ไม่มีพลาดแม่แต่ช็อตเดียว

ความเป็นภาพยนตร์อาจจะสู้'เจ้าหนูน้อย กับ 'วอลอี' ไม่ได้ แต่ด้วยการเก็บรายละเอียดของประเด็น การสื่อความหมายของภาพ สัญลักษณ์
ที่ทำออกมาได้perfect กว่า ไม่สิ flawless กว่า ทำให้ผมชอบมากกว่า'เจ้าหนูน้อย' กับ 'วอลอี' เสียอีก


โดย: นายยิ้ม IP: 114.128.178.253 วันที่: 17 มิถุนายน 2552 เวลา:19:16:41 น.  

 
ชอบมาก ๆ ครับ
ดูไปน้ำตาซึมไป ไม่เคยคิดเลยว่าหนัง animation จะทำให้เราร้องไห้ได้


โดย: jezz IP: 58.8.194.190 วันที่: 17 มิถุนายน 2552 เวลา:21:33:53 น.  

 
ผมให้คำนิยามของหนังเรื่องนี้ว่า "การผจญภัยที่แท้คือชีวิตและความรัก" ครับ

รักหนังเรื่องนี้ด้วยเช่นกันครับ ^^


โดย: Seam - C IP: 58.9.99.219 วันที่: 17 มิถุนายน 2552 เวลา:23:32:04 น.  

 
ดูรอบสองซึ้งมากกว่าเดิมและยิ่งเพิ่มความชอบค่ะ

ปกติแทบจะไม่ชอบดูการ์ตูนเลย

แต่จอชอบเรื่องนี้จังเลย


โดย: จอ IP: 124.121.221.245 วันที่: 20 มิถุนายน 2552 เวลา:23:16:38 น.  

 
ชอบ สิบนาทีแรก ของหนังเหมือนกันค่ะ
เพราะดูแล้วรู้สึกเหมือนได้อ่านหนังสือปรัชญาชีวิตเล่มโตๆเล่มนึงเลย
พอกลับบ้านไปก็ได้ข้อคิดมาคิดต่อเยอะเลย
ปลื้มๆ
ป.ล. ฮาด้วย


โดย: alizm IP: 112.142.113.225 วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:8:29:30 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ปกติก็ดูหนังของ pixar ทุกเรื่องเลย เป็นคนที่มีความฝันว่าอยากทำงานใน pixar อยากทำงานเอนิเมชั่น
พอมีลูก ก็เอาหนังที่ซื้อสะสมไว้ (ลิขสิทธิ์แท้ค่ะ) มาให้ลูกดูทีละนิด ส่วนเค้าจะชอบเรื่องไหน หรือหยิบมาดูบ่อยๆก็จะตามใจ
วันนี้เพิ่งพาลูกไปดูมาค่ะ (2.9 ขวบ) ได้รับแรงบันดาลใจจากกระทู้นี้เลยนะคะ
เพราะพอมีลูกก็จะรอหนังออกมาเป็นดีวีดีถึงไปซื้อมาเก็บน่ะค่ะ
ก่อนไปดูก็บิ้วลูกด้วยการเปิดเทลเลอร์เรื่องนี้ให้ลูกดูบ่อยๆ
ถึงจะจำไมกว่าเดิม แต่ลูกมีสมาธิกับหนังเรื่องนี้ดีทีเดียวค่ะ

เกริ่นมาตั้งนาน จะขออนุญาตินำบทความไปไว้ในไดอารี่ลูกสาวค่ะ จะใส่ไว้ในหน้าของวันนี้และล็อคเอาไว้ให้เค้าอ่านในวันใดวันหนึ่ง
เพราะรายละเอียดที่พี่หมอเขียน นั่นคือสิ่งที่ตรงกับใจ อาจจะมีวงเล็บความคิดเห็นของแม่แทรกให้ลูกอ่านบ้าง
และถึงแม้จะเป็นหน้าที่ล็อคไว้ให้ลูกอ่านส่วนตัว
ก็อยากจะมาขออนุญาติพี่หมอค่ะ
//pawarisa.diaryclub.com


โดย: มนน้ำฝน IP: 113.53.160.196 วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:23:39:00 น.  

 
สวัสดีค่ะ
เพิ่งไปดูหนังมาเมื่อวานนี้เองค่ะ
ทั้งสนุกและซึ้งมาก
แอบเมีอีกป้อยนึงตอนงานติดเข็มกลัดด้วยนะคะ
^ ^


โดย: fai around the world IP: 117.47.243.237 วันที่: 25 มิถุนายน 2552 เวลา:23:53:15 น.  

 
ผมก็ชอบช่วงแรกของหนังที่ไม่มีบทพูด และเป็นส่วนที่ดีที่สุดของหนังเรื่องนี้ครับ


โดย: metrologo วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:11:13:04 น.  

 
เป็นครั้งแรกที่เคยได้เข้ามาอ่าน ...
ชอบมากๆๆ คับ

ผมจะติดตามตลอดไป ^^


โดย: นายคารม IP: 61.90.86.76 วันที่: 29 มิถุนายน 2552 เวลา:1:07:32 น.  

 
ชอบบทวิจารณ์ อ่านแล้วอุ่นๆ ท่ามกลางฝนพรำ
ของเดือนกรกฎาคม
ยังไม่ได้ดูนะ ดูแต่ Wall E
รักษาสุขภาพนะ


โดย: ติ๊ดตี่ IP: 58.137.171.114 วันที่: 8 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:37:14 น.  

 
ชอบเหมือนกันครับ บทลื่นไหลดี
ดูแล้วแทงใจดำ ได้ข้อคิดไปพอควร

ช่วงหนังเงียบนี่ทำได้เศร้ามากๆ เลย


โดย: lkunl IP: 146.23.250.105 วันที่: 14 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:45:23 น.  

 
ดีใจที่ได้ดูเรื่องนี้
ร้องไห้ไปหลายป้อยจริงๆ


โดย: gluhp วันที่: 25 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:27:39 น.  

 
ช่วง 10 นาทีแรก คือสุดยอดของสุดยอด
เป็นช่วงที่ผมชอบที่สุดมากกว่าหนังหรือการ์ตูนทุกเรื่องที่เคยดู
ละมุน ลุ่มลึก ซาบซึ้งจับใจมาก


โดย: Mpon IP: 113.53.204.48 วันที่: 26 ตุลาคม 2552 เวลา:12:19:14 น.  

 
chaussures montantes nike //www.villaflore-biarritz.com/basket-nike/Google-fr-chaussures-montantes-nike-Nike934.Asp chaussures montantes nike
nike handball //www.spectacles-marina.com/nike-air-force/Google-fr-nike-handball-Nike008.Asp


โดย: nike handball IP: 94.23.252.21 วันที่: 2 พฤษภาคม 2558 เวลา:9:54:39 น.  

 
chaussure nike shox //www.telab.com/basket-nike/Google-fr-chaussure-nike-shox-Nike933.Asp chaussure nike shox
nike chaussures //www.univ-occ-yoga.org/nike-air-max/Google-fr-nike-chaussures-Nike926.Asp


โดย: nike chaussures IP: 94.23.252.21 วันที่: 5 พฤษภาคม 2558 เวลา:8:10:47 น.  

 
survetements nike //www.uev-lgc.com/nike-pas-cher/Google-fr-survetements-nike-Nike885.Asp survetements nike
nike strore //www.uev-lgc.com/basket-nike/Google-fr-nike-strore-Nike331.Asp


โดย: nike strore IP: 94.23.252.21 วันที่: 6 พฤษภาคม 2558 เวลา:1:22:05 น.  

 
nike vetement //www.telab.com/basket-nike/Google-fr-nike-vetement-Nike531.Asp nike vetement
chaussures nike pas cher //www.spectacles-marina.com/nike-air-max/Google-fr-chaussures-nike-pas-cher-Nike189.Asp


โดย: chaussures nike pas cher IP: 94.23.252.21 วันที่: 7 พฤษภาคม 2558 เวลา:12:10:37 น.  

 
nike tuned //www.smc-gueye.com/nike-huarache/Google-fr-nike-tuned-Nike795.Asp nike tuned
nike vandal //www.rosalie.ch/nike-free-run/Google-fr-nike-vandal-Nike785.Asp


โดย: nike vandal IP: 94.23.252.21 วันที่: 8 พฤษภาคม 2558 เวลา:5:33:17 น.  

 
nike en soldes //www.to-wines.com/fr/nike-air-force/Google-fr-nike-en-soldes-Nike052.Asp nike en soldes
basket homme nike //www.zootropefilms.fr/nike-huarache/Google-fr-basket-homme-nike-Nike950.Asp


โดย: basket homme nike IP: 94.23.252.21 วันที่: 8 พฤษภาคม 2558 เวลา:22:56:24 น.  

 
chaussure tennis nike //www.uninstantdebeaute.com/nike-air-force/Google-fr-chaussure-tennis-nike-Nike332.Asp chaussure tennis nike
basket montant nike //www.trith.fr/nike-pas-cher/Google-fr-basket-montant-nike-Nike705.Asp


โดย: basket montant nike IP: 94.23.252.21 วันที่: 10 พฤษภาคม 2558 เวลา:9:53:23 น.  

 
collection nike //www.to-wines.com/fr/nike-pas-cher/Google-fr-collection-nike-Nike976.Asp collection nike
crampon nike //www.sytcos.com/chaussure-nike/Google-fr-crampon-nike-Nike469.Asp


โดย: crampon nike IP: 94.23.252.21 วันที่: 11 พฤษภาคม 2558 เวลา:3:19:09 น.  

 
nike hyperdunk //www.smc-gueye.com/nike-huarache/Google-fr-nike-hyperdunk-Nike808.Asp nike hyperdunk
chaussures nike requin //www.univ-occ-yoga.org/nike-pas-cher/Google-fr-chaussures-nike-requin-Nike670.Asp


โดย: chaussures nike requin IP: 94.23.252.21 วันที่: 11 พฤษภาคม 2558 เวลา:20:28:03 น.  

 
basquette nike pas cher //allenberrygears.com/Uploads/basket-nike/Google-fr-basquette-nike-pas-cher-Nike596.Asp basquette nike pas cher
basket nike b?b? fille //www.villa-zahra.com/FR/nike-air-force/Google-fr-basket-nike-b-b-fille-Nike042.Asp


โดย: basket nike b?b? fille IP: 94.23.252.21 วันที่: 13 พฤษภาคม 2558 เวลา:7:00:56 น.  

 
nike flash leather //www.trith.fr/nike-air-force/Google-fr-nike-flash-leather-Nike851.Asp nike flash leather
nike air rift pas cher //www.supdere.com/nike-pas-cher/Google-fr-nike-air-rift-pas-cher-Nike626.Asp


โดย: nike air rift pas cher IP: 94.23.252.21 วันที่: 14 พฤษภาคม 2558 เวลา:0:14:27 น.  

 
herve leger bandage dress sale //lochbaybnb.com/herve-leger-swimwear.php herve leger swimwear
nike blanche //aacf.asso.fr/nike-air-max-femme.asp


โดย: nike blanche IP: 94.23.252.21 วันที่: 21 พฤษภาคม 2558 เวลา:1:43:29 น.  

 
blazer nike femme //www.3imicro.fr/air-force-one-nike.htm nike france
lunettes oakley //jeandionis.com/lunettes-oakley.asp


โดย: lunettes oakley IP: 94.23.252.21 วันที่: 21 พฤษภาคม 2558 เวลา:23:39:37 น.  

 
karen millen coats sale //silverfantasies.co.uk/karen-millen-coats-sale.html karen millen promotional code
herve leger dresses //plaisirmasculin.com/herve-leger-dresses.htm


โดย: herve leger dresses IP: 94.23.252.21 วันที่: 22 พฤษภาคม 2558 เวลา:21:37:58 น.  

 
karen millen discount code //greengatesolutions.co.uk/karen-millen-outlet-uk.html karen millen discount code
karen millen discount code //ashbarcott.co.uk/karen-millen-discount-code.php


โดย: karen millen discount code IP: 94.23.252.21 วันที่: 23 พฤษภาคม 2558 เวลา:19:27:23 น.  

 
herve leger bandage dresses //britonsremovals.com/herve-leger-bandage-dresses.html herve leger red dress
nike air max femme //aacf.asso.fr/nike-air-max-femme.asp


โดย: nike air max femme IP: 94.23.252.21 วันที่: 24 พฤษภาคม 2558 เวลา:17:11:47 น.  

 
red herve leger dress //gmaxgo.com/red-herve-leger-dress.htm red herve leger dress
karen millen black //brakingsolutions.co.uk/karen-millen-black.html


โดย: karen millen black IP: 94.23.252.21 วันที่: 25 พฤษภาคม 2558 เวลา:14:46:34 น.  

 
herve leger nyc //tresordasie.com/herve-leger-red-dress.html herve leger red dress
herve leger paris //harmonie-narbonne.com/herve-leger-paris.asp


โดย: herve leger paris IP: 94.23.252.21 วันที่: 26 พฤษภาคม 2558 เวลา:12:27:16 น.  

 
oakley radar //nrjbi.fr/oakley-radar.htm masque oakley
oakley lunette de vue //villaflore-biarritz.com/montre-oakley.html


โดย: oakley lunette de vue IP: 94.23.252.21 วันที่: 27 พฤษภาคม 2558 เวลา:10:10:06 น.  

 
karen millen sale //trainingtelephones.co.uk/karen-millen-red-dress.html karen millen sale
nike air max pas cher //www.3imicro.fr/nike-air-max-femme.htm


โดย: nike air max pas cher IP: 94.23.252.21 วันที่: 28 พฤษภาคม 2558 เวลา:7:42:58 น.  

 
herve leger robe //cso.asso.fr/herve-leger-robe.htm herve leger black dress
karen millen voucher code //silverfantasies.co.uk/karen-millen-voucher-code.php


โดย: karen millen voucher code IP: 94.23.252.21 วันที่: 29 พฤษภาคม 2558 เวลา:5:23:08 น.  

 
karen millen sale dresses //clothesandshopping.co.uk/karen-millen-tops.php karen millen sale dresses
herve leger red dress //britonsremovals.com/herve-leger-bandage-dresses.html


โดย: herve leger red dress IP: 94.23.252.21 วันที่: 30 พฤษภาคม 2558 เวลา:2:12:54 น.  

 
karen millen discount code //greengatesolutions.co.uk/karen-millen-outlet-uk.html karen millen outlet uk
karen millen dresses uk //howinappropriate.co.uk/karen-millen-outlet-online.php


โดย: karen millen dresses uk IP: 94.23.252.21 วันที่: 30 พฤษภาคม 2558 เวลา:22:34:12 น.  

 
herve leger swimsuit //vault5.website-ssl.com/herve-leger-bandage-dress-sale.html herve leger bandage dress sale
lunettes oakley //jeandionis.com/lunettes-oakley.asp


โดย: lunettes oakley IP: 94.23.252.21 วันที่: 1 มิถุนายน 2558 เวลา:15:11:29 น.  

 
herve leger dresses on sale //payezcash.com/cheap-herve-leger-dresses.htm herve leger dresses on sale
karen millen coats sale //greenbox-storage.co.uk/karen-millen-coats.html


โดย: karen millen coats sale IP: 94.23.252.21 วันที่: 3 มิถุนายน 2558 เวลา:7:24:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
16 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.