www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

36 ข้อของ Cloverfield กับผมฯ ( โอ้ มายก๊อด โอ้ มายก๊อด โอ้ มายก๊อด โอ้ มายยยยย แอวะ)



Spoilers alert: สำหรับคนที่ยังไม่ได้ดู ควรหลีกเลี่ยง ข้อ 16-20 เล่าเกี่ยวกับ สัตว์ประหลาด / ข้อ 27,28,31,32 เฉลยบั้นปลายของตัวละคร


1.หากใครเป็นคอหนังที่ติดตามข่าวคราวหนังเรื่อยมา จะพบว่า นี่คือหนังที่วางแผนการตลาดได้อย่างโคตรชาญฉลาด กับ การเล่นที่พื้นฐานจุดอ่อนของมนุษย์ นั่นคือ ‘ความอยากรู้อยากเห็น’ เหมือน เวลาเราเห็นคลิปแอบถ่ายเราจะตื่นเต้นมากกว่าคลิปยืนแก้ผ้าโทงๆ

กับการโฆษณาที่ไม่ให้เห็น รูปร่างหน้าตาของสัตว์ประหลาด แม้แต่นิดเดียว เริ่มต้นสร้างแบบปิดๆไม่เผยพล็อตเรื่อง ไม่บอกชื่อหนังแท้จริงตั้งแต่เริ่มต้น ปล่อยชื่อหลอกๆมาแต่ละชื่อแบบว่า เอ่อ Slusho , Cheese ฯลฯ ปล่อยโฆษณาทีละขยักสั้นๆให้คนดูอยากรู้อยากเห็น ปล่อยข่าวลือต่างๆนานา ยั่วต่อมอยากรู้คอหนังล่วงหน้ามาเป็นปี


2. เป็นหนังที่ผมพกความคาดหวังไว้สูงมาก จาก ความกล้าหาญในการโปรโมท และ ฝีมือของ เจเจ อับรามส์ในฐานะโปรดิวเซอร์ซีรี่ส์ Lost ซีรี่ส์ที่พูดถึง คนกลุ่มหนึ่งที่รอดจากเครื่องบินตกไปติดเกาะ แล้วต้องพบกับ 'อะไร' บางอย่างบนเกาะที่นำมาซึ่งความสยองขวัญ ปาฏิหาริย์ และ ความลึกลับที่พ้องไปกับปูมหลังของแต่ละคนที่เหลือรอด

ดูไปตั้ง 3 ปี หนังมันก็ยังไม่ยอมเฉลยซักทีว่า มี’อะไร’อยู่บนเกาะ แต่ขนาดที่หนังไม่มีคำเฉลยและก็ไม่เคยให้คนดูได้เห็น ‘อะไร’ ที่ว่านั่น ก็ยังทำให้ติดหนึบจนลงแดงเวลาพักตอนของแต่ละปี


3. Cloverfield เหมือน Lost ก็ตรงที่ หนังเล่นสนุกกับ ‘ความอยากรู้อยากเห็น’ของคนดู (อะไรอยู่บนเกาะ VS.อะไรบุกโลกมนุษย์) (พวกบนเกาะมาจากไหน VS. สัตว์ประหลาดมาจากไหน) ฯลฯ ควบคู่ไปกับ บทหนังที่เล่นกับ’ความเป็นคน’ของแต่ละตัวละคร (ที่มาที่ไปอันแสนซับซ้อนและมีปมในใจที่ฝังลึกของคนบนเกาะ VS. ความสัมพันธ์และความรักของคนกลุ่มหนึ่งที่กำลัวหนีตาย)


4.และนั่นก็ทำให้ ชวนเห็นใจผู้กำกับอย่าง แมตต์ รีฟฟ์ เป็นยิ่งนัก ที่กำกับหนังเรื่องนี้เรื่องแรกเป็นที่กล่าวขานดังสนั่นทั้งด้านบวกและด้านลบ แต่ ชื่อที่ใครๆพูดถึงเวลาคุยเกี่ยวกับหนังกลับเป็นชื่อของ เจเจ อับรามส์


5.ตัวอย่างของหนัง ทำเอากล่าวขานกันมากมาย และ ทำให้ผมอดลุ้นไม่ได้ว่า หนังเรื่องนี้ จะใจถึง ถ่ายทำแบบหนังตัวอย่างตลอดทั้งเรื่องหรือไม่ เพราะการใช้ทุนสร้างไป 30 ล้านเหรียญ แล้วทำหนังออกมาในสไตล์ Blair witch project ที่แบกกล้องตะลอนไปมาในสไตล์ handheld แทนที่จะเห็นเป็นแบบ Godzilla ต้องอาศัยความบ้าบิ่นพอสมควร


6.หนังเรื่องนี้ 'ใจถึง'


7.ถ้าผมได้ดูหนังเรื่องนี้ก่อน Blair witch project ผมจะชอบมันแบบสุดๆ เพราะ Blair witch project คือ หนึ่งในประสบการณ์แปลกใหม่ในโรงหนังที่ทำเอาผมขนลุกและกลับบ้านด้วยอาการหลอนๆตอนอยู่คนเดียว ภาพในหนังติดตาเหลือเกิน หนังเล่นกับความรู้สึกคนดูได้ดี ตั้งแต่ปูเนื้อหาของคำสาป แล้วเดินเรื่องไปข้างหน้าแบบไม่มีอะไร ก่อนที่ขมวดความตึงเครียดในตอนท้าย ก่อนจะตบเอาคำสาปที่ปูไว้ใส่ในฉากจบที่กล้องตกลงพื้น บรื๋อออ


8. Cloverfield จึงสูญเสียความใหม่ความสดไปบ้าง สำหรับคนที่เคยชอบและเคยดู Blair witch project มาก่อนแล้ว แต่เชื่อได้ว่า เทคนิกการถ่ายทำแบบนี้ จะนำไปสู่กลุ่มคนดูที่แตกต่างกันสุดขั้ว คือ ชอบสุดๆเพราะมีอารมณ์ร่วมไปกับตัวละคร กับ เกลียดสุดๆเพราะเวียนหัวไม่สามารถดูจนหนังจบหรือทรมานจนไม่อินไม่เอินอะไรทั้งนั้น





9.ผมเคยชอบ ฉากเปิดเรื่องที่มนุษย์ต่างดาวบุกโลกใน War of the worlds มาก เพราะรู้สึกว่ามันสมจริงราวกับ สารคดี แต่ตอนนี้ สารคดีสิ่งมีชีวิตนอกโลกบุกบ้านเราที่สมจริงที่สุด ขอยกให้ Cloverfield


10.หนังมีประโยค โอ้ มายก๊อด บ่อยดี หลับตาอยู่นึกว่าดู Transformer ได้ยินแต่ โอ้ มายก๊อด โอ้ มายก๊อด โก โก โก โก ผมดูไปผมก็ร้องในใจเหมือนกัน โอ้ มายก๊อดๆๆ โอ้ มายแอวะ อยากจะอ้วก


11.ตอนดู Blair witch ในโรงยังไม่รู้สึกวิงเวียนอยากอ้วกมากขนาดนี้ ต้องอาศัยหมากฝรั่งเคี้ยวแก้มึนไปสองเม็ด ไม่อยากจะคิดว่า เพราะ อายุมากขึ้น ขอแก้ตัวว่า คงเป็นเพราะตัวเองนั่งหน้าจอคอมอยู่นานก่อนจะเข้าโรงหนังดีกว่า ดังนั้น แนะนำว่า หากคิดจะดูหนังเรื่องนี้ พักผ่อนให้เพียงพอ พักสายตาให้เต็มที่ แน่ใจให้ดีๆว่าแว่นตาตัดมาเหมาะกับสายตาดีแล้ว อย่านั่งใกล้จอเกินไป และ ควรหลีกเลี่ยงการดูหนังเรื่องนี้บนรถทัวร์หรือเครื่องบิน


12.ที่อเมริกามอบเรต PG-13 ให้กับหนังเรื่องนี้ แต่ผมคิดว่า น่าจะจัดเรตใหม่ให้กับหนังแนวนี้คือ PG-45 (ผู้ชมอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไป ควรมาดูกับผู้ใต้ปกครอง เผื่อจะประคองออกจากโรงหลังหนังจบ) กับ NC-60 (ห้ามผู้ชมอายุเกิน 60 ปีเข้ามาดูในโรง)


13.น่าจะมีคำเตือนจริงจังสำหรับคนที่ป่วยเป็นโรควิงเวียนบ้านหมุน หรือ ไมเกรน หรือ โรคลมชัก ฯลฯ ให้หลีกเลี่ยงในการรับชมหนังเรื่องนี้ เพราะอาจทำให้โรคเดิมกำเริบหรือเป็นมากขึ้น


14. ข้อ 12 ผมพูดเล่น แต่ข้อ 13 ผมพูดจริง


15.ความอยากเห็นสัตว์ประหลาด ทำให้ผมลุ้นและสะใจมากๆแค่ได้เห็นมันวิ่งผ่านตอนกลางเรื่อง เป็นความรู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนได้เห็นการปรากฎตัวของ ไดโนเสาร์ในจูราสสิคปาร์ค เสียอีก


16. ผมต้องกลับไปแก้หลักสูตรสัตว์ประหลาดบุกโลกให้ทันสมัย เพราะ สัตว์ประหลาดยุคหลังๆมักได้พันธุกรรมมาจาก ปลากะโห้ และ มักเติบโตหรือมีที่มาจากในน้ำ อย่างเดียวกับ The host และมีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์พอๆกัน
(เห็นแวบๆเหมือนหลายคน ที่ฉากจบของหนังตอนถ่ายความสวีทวี๊ดวิ้วของคู่พระนาง ที่มุมขวาบนเหมือนมีอะไรจากท้องฟ้าตกลงมาในน้ำ ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้หนังน่าสะพรึงมากๆว่า มันแฝงมาอยู่กับเราพักใหญ่แต่ดันไม่มีใครสังเกตเห็น)


17.ที่น่าสะพรึงยิ่งกว่า คือ การเห็น ตัวจิ๋ว มากมายวิ่งไปวิ่งมา อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าอย่างนั้น ตัวใหญ่อย่างพี่เบิ้ม อาจไม่ได้มีคุณพี่ที่เราเห็นเพียงตัวเดียว





18.ผมคิดว่าหนัง ใจดีพอสมควร และ ก็ไม่ค่อยแน่จริง ซักเท่าไหร่ เพราะสุดท้ายก็ใจอ่อนให้เห็นหน้าสัตว์ประหลาดกันแบบเต็มๆตา อ้าปากโฮกๆใส่กล้อง เพราะฉากนี้สะใจก็จริง แต่ เป็นช็อตหนึ่งในหนังที่ผมรู้สึกว่าลดทอน ความสมจริง ที่พยายามสร้างมาตลอดในครึ่งแรก ด้วยการใส่ ความบังเอิญ มากเกินไป (เดาว่า คงเห็นใจคนดูกลัวจะไม่เห็น หน้าพี่เบิ้ม สมกับที่คาดหวัง) ซึ่งความจริงถ้าไม่จงใจใส่เข้ามา ถึงเสี่ยงกับการโดนด่า แต่ก็จะได้ความสมจริง และ ทิ้งให้คนดูได้จินตนาการต่อ เหมือนที่ Blair witch ทำสำเร็จมาแล้ว


19.ถึงหนังจะมีเจตนาให้อารมณ์ออกมา สมจริง เหมือนเราได้วิ่งหนี ได้รู้สึก เช่นเดียวกับ ตัวละคร แต่ หลายส่วนของหนังที่ผมก็ยังรู้สึกไม่สมจริง เช่น ฉากจากข้อ 18 ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง หรือ อีกหลายๆฉาก ที่รู้สึกว่าสนุก แต่ในความสนุกหนังก็หลุดออกจาก อารมณ์สมจริงเสมือนอยู่ในเหตุการณ์ ไปเป็น อารมณ์คนดูหนัง จากบทที่มีกลิ่นอายของการจงใจ และ นี่คือ เหตุผลที่ผมยังชอบเรื่องนี้ไม่สุดๆเหมือนดู Blair witch project


20.ฉากตัวจิ๋วโจมตี เป็น ฉากที่น่ากลัวยิ่งกว่าตัวพี่เบิ้มโจมตี


21.ฉากพี่เบิ้มโจมตีเมืองแล้วทหารบุกยิงแต่ละฉาก มันส์มาก ให้อารมณ์เหมือนเล่นเกมส์ที่กำลังไล่ปราบ Boss ด่านสุดท้าย ยิงเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตาย กดท่าไม้ตายก็แล้ว มันก็ยังไม่ยอมตาย


22.อยากเห็นตัวสัตว์ประหลาดชัดๆช้าๆ อยากให้หนังถ่ายทำแบบธรรมดา ไม่ชอบกล้องส่ายไปส่ายมาเหมือนบางตอนใน Bourne หรือ Blair witch project อย่าเลือกดูหนังเรื่องนี้


23.อย่าตัดสินว่าหนังเรื่องนี้ ห่วย เพราะคุณไม่ชอบ หรือ ตัดสินว่าห่วยเพราะทำออกมาแบบถ่ายแวบๆหมุนเหวี่ยงกล้องไปมา เพราะ มันจะไม่ต่างอะไรที่เข้าไปกินร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นดีแล้วบอก "อี๋ร้านนี้ห่วย เพราะรสชาติไม่เผ็ดเลย" (เจ้าของร้านทำอาหารอย่างหนึ่ง แต่เราอยากกินหรือชอบอีกอย่างหนึ่ง จะไปว่า เจ้าของร้านทำอาหารห่วยคงจะไม่แฟร์)

หรือ ซื้อ ซาลาเปาหมูสับมาแล้วหงุดหงิดว่า ทำไมรสชาติไม่อร่อยเหมือนซาลาเปาไส้ครีมที่เคยกิน (ซาลาเปาเหมือนกัน แต่ความตั้งใจทำไส้ออกมาต่างกัน ไม่ได้แปลว่า ซาลาเปาอันไหนห่วยกว่า)


24.ผมเถียงขาดใจหากใครว่าหนังเรื่องนี้ทำออกมาลวกๆง่ายๆ เพราะถึงผมจะไม่ได้นั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกับ เจเจ อับรามส์ แต่ก็เข้าใจได้ว่า การถ่ายทำแบบเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาไวไว แล้วต้องรักษา ความอลังการสมจริง แบบนี้ ย่อมยากกว่า การตั้งใจถ่ายทีละชอต หรือ ตั้งกล้องนิ่งๆค่อยๆหมุนไปตามดอลลี่ ค่อยๆซูมเข้าซูมออกแน่ๆ


25.นับตั้งแต่ The Host ก็มีเรื่องนี้ที่ผมรู้สึกว่าเป็นหนังสัตว์ประหลาดที่เข้าท่าเข้าทางที่สุดในยุคโพสต์มิลเลนเนี่ยม





26.ผมชื่นชมในตัวละคร ฮัด มาก ช่างกล้าหาญและซื่อตรงต่อหน้าที่ตากล้องเหลือเกิน


27.แบตในหนังยี่ห้ออะไรเนี่ย อึดชะมัด ถ่ายทั้งโหมดกลางคืน ทั้งเปิดไฟ แถมสุดท้าย คนถือกล้องเปลี่ยนมือจนเดี้ยงตายหมดแล้ว แต่แบตยังไม่ยอมตาย


28.ความตายของ มาเลน่า คือความตายที่ชวนช็อคที่สุด เพราะ นึกในใจว่าจะเป็นตัวละครที่รอด และ เธอก็เป็นตัวละครที่น่าสงสารมากเพราะให้อารมณ์ของคนโดดเดี่ยวที่ไม่มีใคร น่าเสียดายที่เธอเองก็ยังไม่รู้ว่า มีคนที่รักเธออยู่ข้างๆก่อนตาย
(และก็ไม่แน่ว่า เธออาจจะแอบชอบพ่อตากล้องหนุ่มของเรามาตลอด แล้วไม่ได้ปริปากเหมือนเขาก็ได้ เพราะเห็นยอมตามก๊วนนี้กลับเข้าเมือง แถมยังเสี่ยงตายช่วยเหลือตอนไอ้ตัวเล็กรุมกระหน่ำ จนพาให้ ถูกทำร้ายเลือดไหลกระจายทั้งเจ็ดทวาร)

ความตายของเธอทำให้เราได้พบอีกหนึ่งความน่าสะพรึงคือ ไอ้เจ้าตัวนี้ทำให้มีการติดเชื้อได้ด้วยนะซิ




29.นางเอกที่เล่นเป็นหลานพี่เบิร์ด หรือ เบธ แมคอินไตย น่ารักหลายๆ


30.จุดที่ชอบมาก รองจาก การโปรโมทและการตลาด คือ เนื้อหาส่วนซับพล็อตเกี่ยวกับความรักที่ไม่ใช่สักๆจับยัดเพื่อให้แค่มีความเป็นดราม่า แต่ เนื้อหาส่วนนี้มีส่วนพยุงหนังและจบอย่างประทับใจ รวมไปถึง เทคนิกของหนังที่ให้ มีภาพอดีตซ้อนแทรกขึ้นมาเป็นพักๆ มีผลต่อการเพิ่มน้ำหนักอารมณ์ดราม่าของหนังได้มาก


31.ไม่แปลกใจว่าทำไม พระเอกถึงยอมเสี่ยงตายกลับไปช่วยเบธ คิดว่าถ้าเป็นตัวเองก็คงกลับไปเหมือนกัน (กรุณาอย่าอ้วก) เพราะ บางสิ่งที่ยังไม่ได้ทำหรือที่เรียกว่า unfinished business ที่พระเอกทิ้งไว้ ต่อให้มีชีวิตรอดก็ต้องแบกความรู้สึกผิดนั้นไปอีกชั่วชีวิต แถม ตัวเองตอนนี้ก็ไม่เหลือใครแล้ว


32.ฉากจบของหนังเรื่องนี้ทำได้เก๋ คือ นอกจากจะช็อคความรู้สึกคนดูเหมือน Blair witch project แต่หนังยังเป็นการจบประเด็นความรักได้อย่างสวยงามและพกความประทับใจแถมออกจากโรง (กว่าเราจะบอกรักกันได้ ... ก็ตอนตายพอดิบพอดี)





33.หนังเรื่องนี้ควรดูในโรงมากกว่าดูแผ่นเพราะมันจะให้อารมณ์ร่วมสมจริงมากกว่า แถมในโรงยังมีเพื่อนร่วมชะตากรรมเหมือนในหนัง และ ถ้าอ้วกก็เชื่อเถอะว่าไม่ใช่มีเราเพียงคนเดียว ถ้าเข้าห้องน้ำแล้วดมยาลมก็ไม่ใช่มีเราอยู่เพียงคนเดียว

ประการสำคัญ ดูอยู่บ้าน ท่านอาจกดปิดแล้วไปนอนตั้งแต่สิบห้านาทีแรก ระคนความหงุดหงิดรำคาญที่หนังสัตว์ประหลาดเรื่องีน้ไม่ยอมมีฉากประเภท บึ้มมม แฮ่ คว้ากก อ๊ากกก โฮกกก เสียที


34.ดูหนังจบอย่าเสียเวลาหมกมุ่นกับมันมากนัก เพราะคุณจะถอนตัวไม่ขึ้นจาก side story ที่กระจายอยู่ในเน็ตไม่ว่าจะเป็น เว็บเป็นทางการของหนังอย่าง //www.1-18-08.com

เว็บบริษัทน้ำอัดลมญี่ปุ่นที่พระเอกของเรื่องกำลังจะย้ายไป แฝงความลับบางอย่างเกี่ยวกับสัตว์ประหลาด ใน //www.slusho.jp

เว็บรายงานข่าวแท่นขุดเจาะน้ำมันถูกโจมตี บริษัทเจ้าของแท่นนี้ก็คือเจ้าของเดียวกับน้ำอัดลม Slusho ที่ //www.jediyuth.com/index.php?option=content&task=view&id=3208

นี่ยังไม่นับเว็บ my space ของแต่ละตัวละครอีก เอากับเค้าซิ

ฯลฯ


35.เชื่อขนมกินได้เลยว่า หนังเรื่องนี้จะได้แฟนชนิดพันธุ์แท้ถึงกับเป็นสาวกแน่นอน หากผู้สร้างยังไม่หยุด Side story เพียงแค่นี้ หรือ ยังไอเดียบรรเจิดเอาไปต่อยอดกับเรื่องอื่นในแฟรนไชส์หนังของตัวเอง (อาทิเช่นเครื่องบินสายโอเชียนิคใน Lost อาจตกเพราะสัตว์ประหลาดตัวนี้ แล้วตัวละครไปกินสารประหลาดเหมือนเครื่องดื่ม Slusho ที่อยู่ในทะเล จนเกิดเรื่องประหลาดๆ โอ้วววว นี่เรากำลังจะเป็นสาวกไปแล้วหรือเปล่านะ)


36. สรุป ... Cloverfield = หนังสัตว์ประหลาดบุกทำลายโลกแบบ Godzilla(ที่มีโอกาสเห็นตัวสัตว์ประหลาดน้อยกว่า แต่ตื่นเต้นมากกว่า ลุ้นมากกว่า) ที่ถ่ายทำเสมือนเกิดขึ้นจริง ผ่านมุมมองของคนเพียงคนเดียวถือกล้องแบกไปมาตลอดทั้งเรื่อง แบบ Blair witch project (แต่ชวนวิงเวียนชวนอ้วกมากกว่า) และ ให้ความสำคัญกับ ‘ความเป็นมนุษย์’ ในเรื่องมากพอๆกับตัวสัตว์ประหลาดเหมือน The Host (แต่อินกับซึ้งมากกว่า)

ที่สุดของที่สุดที่ต้องปรบมือให้ คือ การวางแผนโฆษณาที่เล่นกับความอยากรู้อยากเห็นได้เป็นอย่างดี ประกอบกับการตลาดที่ช่างคิด มีอะไรให้เล่นให้ค้นหาเป็นออปชั่นเสริม ทั้งก่อนหนังฉายและหลังหนังจบ ตาม side story ที่อยู่ในเว็บต่างๆที่สร้างขึ้นมาเพื่อหนังโดยเฉพาะ

จัดได้ว่า เป็น หนังสัตว์ประหลาดที่น่าประทับใจในยุคที่ผู้สร้างหนังสัตว์ประหลาดส่วนใหญ่กำลังไร้จินตนาการ



Link บทความที่อ้างอิงถึง

The Host , สัตว์ประหลาด สนุกประหลาด

War of the Worlds , เมื่อสปีลเบิร์กเลิกรักมนุษย์ต่างดาว




แจ้งข่าวจ้า : องศาที่ 361 คลอดอย่างเป็นทางการแล้ววววว




อ่านเบื้องหลัง ที่มาที่ไป ไขเบื้องหลังของหนังสือ คลิกได้ที่นี่เลยครับ

เบื้องหลัง 'องศาที่ 361' - พ็อกเก็ตบุ้คเล่มที่ 2 ของ “ผมอยู่ข้างหลังคุณ”

อ่านจบเมื่อใด ขอเชิญชวนมาพูดคุยแสดงความเห็นเกี่ยวกับหนังสือ คลิกที่ลิงค์ข้างล่างนี้เลยครับ

อ่านแล้วมาคุยกัน ... "องศาที่ 361


ขอฝาก"หนังสือรัก" พ็อกเก็ตบุ้คที่ไม่ใช่ หนังสือวิจารณ์หนัง แต่เป็นการหยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม



เพื่อนๆที่หาซื้อตามร้านไม่ได้ "หนังสือรัก"เข้าไปสั่งได้จากเว็บของสนพ.เลยจ้าที่ //www.bynatureonline.com/store/bookstore.php ส่วน องศาที่ 361 สั่งได้จากเว็บของซีเอ็ดครับผม






ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

ชวนคลิก ชวนคุยกับเจ้าของ Blog ที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง





ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป



Create Date : 20 มกราคม 2551
Last Update : 20 มกราคม 2551 11:29:33 น. 50 comments
Counter : 9399 Pageviews.

 
ยกมือเป็นสาวกหนังเรื่องนี้คนนึงเลยครับ หนังทำได้ดังใจผมอย่างมากถึงมากๆๆๆเลย

เห็นด้วยกับข้อที่22 ตอนนี้เห็นกระทู้ไหนด่าหนังเรื่องนี้แบบคนดูไม่เป็นแล้วจะหงุดหงิดมาก
แต่ก็ไม่อยากจะลงไปสาวความยืดเท่าไหร่ เพราะเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เอง อย่างวันแรกๆคะแนนจากเวบมะเขือแค่60%กว่าๆ แต่ตอนนี้รู้สึกจะเกิน70%ไปแล้ว


โดย: the red IP: 203.155.247.14 วันที่: 20 มกราคม 2551 เวลา:2:28:25 น.  

 
อ่านแล้วยังตักสินใจไม่ได้เลยค่ะ
ว่าจะดูดีมั้ยยย


โดย: alizm IP: 202.28.27.6 วันที่: 20 มกราคม 2551 เวลา:3:58:13 น.  

 
อ่านแล้วได้มุมมองเยอะขึ้นมากเลยค่ะ
เราไปดูเรื่องนี้แบบไม่รู้อะไรเลยค่ะ
เพราะไปดูฆ่าเวลา เห็นใบปิดเรื่องนี้ ก็คิดว่าเป็นแบบ ID4
สิบห้านาทีแรก (ตอนอยู่ในรถไฟและในบ้าน) เราก็เหลือบดูนาฬิกาข้อมือเรื่อยๆ
แบบว่า หนังอะไรเนี่ย ไม่เห็นทำลายล้างกันซะที หรือเราจะเข้าผิดโรงหนัง?
แต่พอดูจบ ก็ เอ๋อ เอ๋อ .. ว่า มันไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ แต่ก็ทำให้เราตื่นเต้นทั้งเรื่องเลย ...คิคิ!!
สัตว์ประหลาดก็ประหลาดจริงๆ บอกไม่ถูกว่าควรจะเรียกว่าเป็นสายพันธุ์อะไร
-----
เราว่า เรื่องนี้ดูแล้วปวดตามากๆ เพราะเค้าเหวี่ยงกล้องตลอด
ส่ายไปส่ายมา แถมยังทำกล้องตกอีก
เราต้องหลับตาตั้งหลายหน ทำให้พลาดช็อตสำคัญ โดยเฉพาะตอนที่ มาเลน่า ตาย
เราดูไม่ทันว่าตายยังไง
คือ เราว่าส่วนหนึ่ง เค้าก็เบนประเด็นความสนใจคนดู ไปที่พระเอก ที่อยากไปช่วยนางเอกด้วย
ขอบคุณสำหรับมุมมอง 36 ข้อ นะคะ





โดย: jumwilly วันที่: 20 มกราคม 2551 เวลา:8:39:47 น.  

 
จากการอ่านบทวิเคราะห์ของคุณ เราคิดว่าเราจะไปดูนะ...มันทำให้เราอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น เพราะมีคนวิจารย์หนังเรื่องนี้เยอะมาก ทั้งบวกและลบ


โดย: ShoesMonster วันที่: 20 มกราคม 2551 เวลา:11:16:11 น.  

 
เพิ่งไปดูมาวันนี้ครับ ตอนแรกก็ลังเลว่าจะดู Saw IV หรือ Cloverfield ดี แต่ในที่สุด ก็ตัดสินใจเลือก Cloverfield เพราะคิดว่าหนังแบบนี้ต้องดูในโรงเท่านั้นถึงจะได้อรรถรสเต็มอิ่ม ส่วนหนังแบบ Saw นั้นรอดูแผ่นก็คงไม่เสียหาย
ตอนแรกก็กังวลเหมือนกัน ว่าดูแล้วจะเวียนหัวหรือเปล่า ยิ่งตอนช่วงแรกๆ ของหนังรู้สึกอึดอัด + น่าเบื่ออยู่บ้าง แต่พอเริ่มเข้าสู่ช่วงหายนะเท่านั้นแหละ ได้อารมณ์จริงๆ เสียงประกอบของหนังสุดยอดมาก บรรยากาศสมจริง ตื่นเต้น และซ่อนความลึกลับอยากรู้อยากเห็นได้ดี และปรากฏว่าผมดูเรื่องนี้แล้วไม่เวียนหัวเลย อาจจะเป็นเพราะชินกับภาพแบบนี้มามากจากเกมแนว FPS ที่เล่นมาอย่างโชกโชน แต่ก็น่าเห็นใจคนที่ไม่ชินภาพแบบนี้ คงจะรู้สึกวิงเวียนและอึดอัด ผมเห็นมีคนเดินออกจากโรงแล้วไม่ได้กลับมาอยู่ 5 คน

ดูเรื่องนี้แล้วนึกถึงหนังอย่าง
- Blair Witch Project (มุมกล้องและการนำเสนอแบบเดียวกัน มี side story เยอะเหมือนกัน)
- War of the Worlds (อารมณ์หนีตายคล้ายๆ กัน)
- Godzilla (หนังสัตว์ประหลาดบุกโลกเหมือนกัน แต่มีแนวทางนำเสนอต่างกันโดยสิ้นเชิง)

และนึกถึงเกมอย่าง
- Half-Life 2 (ให้อารมณ์แบบเดียวกันเลย โดยเฉพาะฉากที่มีเสียงดังโครมคราม แล้วพอเราหันไป ก็แทบจะต้องร้อง "Oh My God!" นอกจากนี้เนื้อเรื่องก็ให้รู้เพียงบางส่วนเหมือนกัน มี side story เพียบ ถึงขนาดมีเว็บเพื่อเล่าเรื่องในเกมโดยเฉพาะ)
- Doom 3 (ฉากใต้ดิน มืดๆ และน่ากลัวคล้าย กัน)

สรุปว่าชอบมากครับ ผมชอบหนังแนวนี้อยู่แล้ว ยิ่งทำออกมาในแนวสมจริง ยิ่งชอบไปใหญ่ ให้ 4/5
(คิดเหมือนคุณหมอ ว่าถ้าไม่มี Blair Witch มาก่อนผมให้เต็มเลย)


โดย: AOTaLo IP: 124.120.244.209 วันที่: 20 มกราคม 2551 เวลา:21:13:40 น.  

 
มายกมือบอกว่ากำลังบ้าเรื่องนี้จริงๆ

ใครไม่ไปดูเพราะกลัววิงเวียนหรือมีคนมาบอกว่ามันห่วย...เขาคงเสียประสบการณ์ที่เจ๋งสุดๆในหนังสัตว์ประหลาดเลยนะ ผมว่างั้น


โดย: ScaperS IP: 124.121.216.86 วันที่: 20 มกราคม 2551 เวลา:23:04:41 น.  

 
ตอนแรกว่าจะไม่ดู แต่พออ่านข้อเขียนแล้ว ว่างงานคงต้องไปดูซักหน่อย


โดย: ลิตช์ (Litchi ) วันที่: 21 มกราคม 2551 เวลา:0:28:14 น.  

 
เขียนได้ถูกใจผมทุกข้อเลยครับ
ผมยกให้เป็นหนังที่ปูได้ยอดเยี่ยมเลย
ทั้งงานตอนแรก ปาร์ตี้ที่ไป เครื่องดื่ม เจมี่ผมทองที่อยู่ในเวบทางการ
คนที่เล่นUnreal Tournament คงไม่เวียนหัวแน่ๆ
เพราะมันกระโดดกว่านี้มากๆ
แต่แบตคงไม่อึด 7 ชั่วโมงมั้งครับเพราะก็เห็นหยุดหลายฉาก
ขอบคุณสำหรับข้อเขียนนะครับ


โดย: xNATEx IP: 58.8.158.55 วันที่: 21 มกราคม 2551 เวลา:3:43:06 น.  

 
1.โดยส่วนตัวไปโรงหนังเพื่อดูenchantedแต่ยังไม่เข้า..ก็เลย...เออ cloverfieldแทนก็ได้
(มันควรจะแทนกันมั้ยนี่)

2.หนังเรื่องนี้อยากดูเพราะj.j.(เหมือนหลายๆคน)แล้วก็ไม่ผิดหวังทำออกมาคุ้มชื่อจริงๆ

3.ดีใจที่ไม่เคยดูแม่มดแบลร์มาก่อน เลยค่อนข้างชอบเทคนิคชวนอ้วกนี้ ส่วนตัวไม่ค่อยเวียนหัวนะคะ อาจจะเพราะทำใจไว้เเล้วก็ได้ แต่แอบเห็นหลายคนเดินออกโรงไปเหมือนกัน

4.หนังเรื่องนี้ประเด็นก็ไม่มีอะไรมาก แต่วิธีการถ่ายทอดเค้าถึงใจจริงๆ นึกถึงตลกของโน้ตอุดมที่คนอื่นเล่าคงไม่ขำขนาดนั้น

5.ชอบตัวเล็ก วิธีที่มันทำให้คนตาย..สุดยอดดด

6.ชอบตอนจบ อึ้งไปเลย เจ๋งดีจริงๆ ว่ามุมขวาที่ตกมามันอะไรคะ ไม่ทันมอง

7.ชอบที่ตอนจบไม่มีเพลง..กล้ามากๆ

8.ไปดูกับน้อง มันหอบทั้งเรื่อง ท่าจะเหนื่อยกว่าตัวละครที่วิ่งหนีไปมานั่นอีก รับประกันว่าหนังเรื่องนี้ลุ้นหลายๆ

9.ดูโรงหนังต่างจังหวัดมาค่ะ สิ่งนึงที่เห็นชัดว่าต่างจากโรงหนังกทม. คือทุกคนยืนก่อนเพลงสรรเสริญพระบารมีขึ้นอีก

น่ารักจริงๆเชียว

:)


โดย: midniteheaven@wordpress IP: 58.136.51.92 วันที่: 21 มกราคม 2551 เวลา:11:16:55 น.  

 
^
^
ที่กทม.คนต่างด้าวคงเยอะล่ะมั้งครับพวกพม่า กระเหรี่ยง เขมร เลยไม่ค่อยยืนกัน
(แต่พูดไทยกันปร๋อเลย แต่ละคน)


โดย: the red IP: 203.155.247.74 วันที่: 21 มกราคม 2551 เวลา:14:47:42 น.  

 
ซี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด......ชอบมาก


โดย: yatiko IP: 125.27.130.56 วันที่: 21 มกราคม 2551 เวลา:15:12:19 น.  

 
เดาเอาไว้ไม่ผิดว่าคุณต้องชอบแน่นอนเลยแหละ


เรื่องนี้มีส่วนที่ไม่ชอบหลายๆ อย่างเลย คือเรื่องความไม่สมจริง ที่เหตุการณ์น่ากลัวมากๆ แต่ไฉนเลยมือกล้องเราไม่ยอมปล่อยมือสักที กะอีกเรื่องที่จงใจโฆษณามือถือซะกระนั้น


เห็นด้วยกะคุณนะที่บอกว่า การเผยให้เห็นเจ้าสัตว์ประหลาดตอนท้ายทำลายความคลาสสิกของหนังไป แต่ก็คงจะตอบโจทย์ให้คนดูหนังที่ไม่คุ้นชินกับการเดินเรื่องอย่างนี้ ว่า "นี่ ฉันให้แกดูสัตว์ประหลาดแล้วนะ บลาๆๆๆๆ"


ตอนนี้คุณเก็บตก side story ไปได้ถึงไหนแล้วคะ อิฉันวันวันแทบไม่ทำอะไรไปแล้วล่ะค่ะ ตอนนี้


โดย: ชีนะ IP: 203.113.57.39 วันที่: 21 มกราคม 2551 เวลา:16:23:40 น.  

 
แต่เดิมนี้ ผมมองหนังเรื่องนี้ในแง่แบบว่าไม่ชอบสุดๆ ว่ามันจะมืด จะสั่น จะปกปิดกันไปถึงใหน แล้วแค่ตัวอย่างนี้ผมก็เกือบเมากลัองแล้ว
จนแล้วจนรอดก็กำตังเข้าไปดู ...
เมื่อหนังจบลง ผมไม่เมาเลยสักนิด จะมีก็ปวดหัวนิดหน่อย(เป็นมาก่อนเข้าไปดูแล้ว)แล้วก็รู้สึกดีกับหนังแทนเสียด้วยสิ
ขอบคุณครับสำหรับ 36 ข้อ ที่เปลี่ยนผมให้กลายเป็นพวกบ้าเก็บตก side storyไป

*ไปดูตอนดึก ผมยืนก่อนเพลงสรรเสริญพระบารมีขึ้น ซึ้งเพลงควรจะขึ้นทันทีที่มีประกาศให้แสดงความเคารพ แต่เพลงดันดีเลย์ไปเกือบ10วิ
ผมเลยดูเป็นไอ้งั่งเลย ยืนอยู่คนเดียว คนก็ออกจะเต็มโรงแต่ถ้าเพลงไม่ขึ้นก็ไม่ยืนกัน กำ! กรุงเทพหนอ


โดย: adente IP: 202.28.12.48 วันที่: 21 มกราคม 2551 เวลา:17:04:08 น.  

 
แสดงว่าเป็นหนังที่ดูได้
ตอนแรกว่าจะไม่ดู แล้วนะ


โดย: John barn IP: 61.91.9.197 วันที่: 21 มกราคม 2551 เวลา:18:08:20 น.  

 
ยังทำใจให้ไปดูไม่ได้เลยค่ะ
กลัวจะเข้าไปอ้วกน่ะ
ไม่ใช่อะไรหรอก


โดย: หัวใจสีชมพู วันที่: 21 มกราคม 2551 เวลา:18:25:06 น.  

 
ไปดูมาแล้ว...
อ้วกมาแล้ว...
แต่ไม่ลุกจากที่นั่ง...อ้วกก็อ้วกวะ
ก็หนังมันมันส์อ่ะ....
ไม่ได้ชอบหนังแนวนี้..แต่เรื่องนี้จื๊ดดดด มากๆๆ


โดย: ผ่านมาจ้า IP: 71.191.243.181 วันที่: 21 มกราคม 2551 เวลา:20:48:52 น.  

 
ผู้หญิงตัวดำๆ รอดมั้ยอ่าคับ คัยช่วยเล่าsidestoryให้ฟังบ้างได้มั้ยคับ แล้วก้อ อะไรที่ตกจากน้ำผมดูม่ายทันอ่าคับ เล่าให้ฟังหน่อยสิ


โดย: tear IP: 61.7.167.9 วันที่: 21 มกราคม 2551 เวลา:22:36:38 น.  

 
ที่ท่านบอกว่า ไม่ชอบก็เกลียดไปเลยนั้น จริงที่สุดเลยครับ เพื่อนผมหลายบอกผมว่าอย่าไปดู น่าเบื่อบ้าง เวียนหัวบ้าง ห่วยบ้าง แต่ผมดูแล้วโคตรชอบเลย(คงเป็นเพราะไม่เคยดู แบลร์ วิช)

นี่เปนหนังที่ผมว่า ทำยาก และเสี่ยงต่อการถูกด่า แต่ทีมสร้างไม่กลัวเลย แถมยังโฆษณาหนังได้ฉลาดอีก(เมื่อเทียบแผนการตลาดกับหนังงูบนเครื่องบินเมื่อปีที่แล้ว เรื่องนี้ล้ำกว่ามาก) และยังทำออกมาได้สมจริงด้วย ไอเดียก็ดี การกำกับก็เยี่ยม(ตอนออกจากโรง พึ่งนึกได้ ฉากหนีจากตึก เป็นลองเทคด้วยนี่หว่า) การคุมนักแสดงนับร้อย ตึกที่ถล่ม การเคลื่อนไหวของสัตว์ประหลาด การไม่จัดภาพ การไม่จัดแสง(เช่น ฉากใต้ดิน) งานเทคนิคทุกอย่างยอดเยี่ยมและทำให้หนังสนุกไปกับอารมณ์ตื่นเต้นระทึกปนสยองได้ดีมาก

หลายๆฉากทำได้น่าจดจำ เช่น ฉากถล่มครั้งแรก ฉากทหารขนอาวุธไล่ยิงเจ้าสัตว์ประหลาด ฉากที่มาร์เลน่าตาย(ฉากนี้ได้อารมณ์ที่สุดแล้ว ในความคิดผม) ฉากขึ้นคอปเตอร์แล้วมองไปข้างล่าง นึกแล้วก็เสียดาย ถ้าตอนจบไม่เห็นสัตว์ประหลาดเต็มๆค่อยๆย่องไปแด๊กตากล้อง หนังเรื่องนี้จะสมจริงสุดขีดเลยทีเดียว แต่โดยรวมประทับมากครับ เป็นหนังโปรดเรื่องแรกของปีนี้เลยทีเดียว ทำให้รู้สึกว่า ถ้าจะมีสัตว์ประหลาดมาบุกโลกซักวันนึง มันก็คงมาแบบนี้แหละ

ปล คุณ tear, ผู้หญิงผิวดำน่าจะตายนะครับ ส่วนที่ตกจากน้ำ คือ เจ้าตัวประหลาดครับ


โดย: tHecHamp IP: 58.8.114.205 วันที่: 22 มกราคม 2551 เวลา:0:26:57 น.  

 
ตอนจบนี่แอบ งงๆ 5555


โดย: CZA IP: 202.28.78.171 วันที่: 22 มกราคม 2551 เวลา:1:12:47 น.  

 
โดนจิงๆ ครับ เรื่องนี้ ถูกใจมากๆ


โดย: chanon IP: 203.172.177.208 วันที่: 22 มกราคม 2551 เวลา:13:11:01 น.  

 
เพิ่งไปดูมาวันนี้เองค่ะ สนุกมากๆ
แต่รู้สึกเหมือนคุณเจ้าของบล็อก คือ
ถ้าไม่ได้ดูBlair witch project ก่อนคงจะรู้สึกชอบหนังเรื่องนี้แบบสุดๆค่ะ (เพราะBlairมันเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติด้วยมั้งคะ เลยรู้สึก หวาดผวากว่า อันนี้มันออกแนววิทยาศาสตร์ ไม่แน่โลกเราอาจจะต้องเจออะไรแบบนี้จริงๆก็ได้)

แต่หนังเรื่องนี้นี่ดูจบทำเอาอึ้งจริงนะคะ แบบเพลงขึ้น เพลงEnd craditอะไรไม่มีเลย ได้ยินแต่เสียงคนถอนหายใจเฮ่อออ ดังลั่นโรงเลย 55+ (ทั้งโรงแบบเงียบกันไปหลายวิ)
สนุกดีค่ะ ดูจบรู้สึกเหมือนได้ไปวิ่ง100เมตรมาหมาดๆ แปลกที่ตอนคู่พระนาง กับมาเลน่าตาย เราไม่ค่อยเศร้า เพราะเตรียมใจมาแล้ว (กรุว่ามันต้องตายแน่ๆเลย รู้สึกยังงั้น55+) แค่อึ้ง แต่ตอนฮัดตาย เราเศร้าอ่ะค่ะ ฮือๆๆ (แบบไอ้นี่มันพยายามตลกฝืด เพื่อทำให้บรรยากาศดีขึ้นมาตั้งแต่ต้นเรื่อง ทำให้เราแอบขำในความน่ารักแบบน่าถีบได้เป็นระยะ พอตายนี่แอบช๊อก โธ่ นายฮัด )
เพื่อนเราชอบน้องชายพระเอก แต่เราเทใจให้ตากล้องอ่ะ น่ารักออกกก ชอบที่คุณพูดเกี่ยวกับมาเลน่าจังค่ะ " เธอก็เป็นตัวละครที่น่าสงสารมากเพราะให้อารมณ์ของคนโดดเดี่ยวที่ไม่มีใคร น่าเสียดายที่เธอเองก็ยังไม่รู้ว่า มีคนที่รักเธออยู่ข้างๆก่อนตาย"โอ ซึ้ง
ดูหนังเรื่องนี้แล้ว นอกจากสนุกแล้ว ยังอยากทำให้เราอยากทำสิ่งที่เราอยากทำให้คนที่เรารักก่อนที่เราจะไม่มีโอกาสนะคะ ชอบจัง (ผมรักคุณ ฉันก็รักคุณ บึ้น ตูม!! จบ)


โดย: หญิงสาวกับต่างหูมุก IP: 203.113.35.10 วันที่: 22 มกราคม 2551 เวลา:22:30:25 น.  

 
ขอโทษคุณ tear ด้วยนะครับ ผมผิดพลาด ปล่อยไก่ไปหนึ่งตัวใหญ่ๆเลย ผู้หญิงผิวดำคนนั้นน่าจะไม่ตายนะครับ พึ่งนึกได้ว่าโดนจับแยกขึ้นคอปเตอร์หนีไปก่อน ขออภัยจริงๆครับ


โดย: tHecHamp IP: 58.8.104.124 วันที่: 22 มกราคม 2551 เวลา:23:10:31 น.  

 
ผมได้ยินมาจากบอร์ดพันทิปเริ่องนึงเกี่ยวกะเจ้าตัวเล็กผมว่ามันก็สมเหตุผลดี (สปอยมั้ง)





ตัวเล็กไม่น่าจะเป็นลูกแต่น่าจะเป็นปรสิตที่เกาะตามสัตว์ เอาง่ายๆก็แบบ"เห็บหมา"น่ะครับส่วนที่ มิเลน่าธาตุไฟแตกนั่นอาจเพราะ ในน้ำลายพวกตัวเล็กมันมีสารที่ช่วยให้เวลาดูดเลือดจากโฮสท์(ตัวใหญ่)ง่ายขึ้น แต่ปริมาณสารอาจแรงไปพอมากัดกะคน(แต่ก็แปลกดีไม่เคยเห็นเห็บไปกัดกะมดแล้วมดไส้แตกตายนิ)


โดย: หอนนิลกาฬ IP: 124.120.221.17 วันที่: 22 มกราคม 2551 เวลา:23:32:03 น.  

 
~สปอยล์เน่อพี่น้อง~


เฮียผมฯ ค้าบบบบ
มารายงานเก็บตกจาก Cloverfield ฉบับที่ 1 ฮับ(คงมีฉบับเดียวนี่ล่ะครับ เริ่มขี้เกียจตามแระ)
- สิ่งที่ตกลงทะเลตอนจบ เหล่าผู้ติดตามได้แจ้งว่า แท้จริงแล้วคือ ดาวเทียมของบริษัท Slusho ที่ตกลงที่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิคค้าบ (คุ้นๆไหม เกาะแถว Lost ก็แปซิฟิคเน่อ)
- ตอนที่ดาวเทียมตก เราอาจไม่เห็นคนมุงดู แต่เราได้ยินเสียงกรี๊ดครับท่าน
- สัตว์ประหลาดไม่น่าจะมีตัวเดียว เพราะพระเอกเราบอกว่าที่เห็นบนยอดตึกนั่นเป็นคนละตัวที่เห็นก่อนหน้า....
- ไปๆ มามา เรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับ Lost จริงๆ เฮียโปรดดูภาพนี้ ตรงมุมล่างขวา เห็นอะไรป่ะครับ ถ้าเห็นก็คงคิดเหมือนกันนะ เอิ๊กๆ Dharma องค์กรพิลึกจาก Lost มาเกี่ยวอะไรกับ Cloverfield อันนี้ต้องตามดู Lost ต่อไป อ่ะจ้า


- ข่าวลือใหม่ เค้าว่ากันว่า ไอ้เครื่องดื่ม Slusho ที่อ้างว่าสกัดจากแร่ธาตุใต้ทะเลลึก แท้จริงแล้วอาจเกี่ยวข้องกับสัตว์ประหลาดโดยตรง หรืออีกนัยหนึ่งที่มันมาบุกที่ต่างๆ ที่เกี่ยวและไม่เกี่ยวกับ Slusho อาจเป็นเพราะความแค้นของมันที่ Slusho ไปบุกรุกมันก่อนค้าบพี่ค้าบ

เฮ้อตอนแรกก็คิดนะ ว่ามันเป็นเอเลี่ยน แต่ไปๆ มามา ชักจะไม่ใช่แระ
แต่สงสัยอ่ะ ดาวเทียมมันหล่นมาได้ไง หรือมีตัวแม่อยู่นอกโลก ยิ่งคิดยิ่งบ้า ไปดีกว่าเรา


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:9:29:42 น.  

 
คนที่มีปัญหาด้านสายตา เวียนหัวง่าย เช่น ดูหนัง 3 มิติ แล้วมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน, คนที่มักจะเมารถ เมาเรือง่าย อ่านหนังสือบนรถแล้วเวียนหัว คลื่นไส้ ไม่ควรไปดูหนังเรื่องCLOVERFIELDนี้ เพราะคุณจะเจอกับอาการเวียนหัว คลื่นไส้ จะอาเจียน ตลอดทั้งเรื่อง เนื่องจากเค้าทำหนังให้คนดูรู้สึกว่าเป็นหนังแบบ reality คือคนทั่วๆไปถ่ายวีดีโอกันเองในงานเลี้ยงส่งเพื่อนไปต่างประเทศ แล้วสัตว์ประหลาดก็ดันโผล่มาบุกโลกพอดี ก้อเลยถ่ายๆๆๆๆๆๆๆๆๆเหตุการณ์การหนีเอาชีวิตรอดจากสัตว์ประหลาดตลอดทั้งเรื่อง กล้องเลยแกว่งเพื่อให้คนดูตื่นเต้นตลอดทั้งเรื่อง เล่นเอาคนดูอ้วกเกือบพุ่ง ดิฉันเอง ยาดม 2 หลอด ยังเอาไม่อยู่ ต้องออกไปสูดอากาศนอกโรงหนัง พร้อมกับบ่นๆๆๆๆๆๆๆกับพนักงานหน้าโรงหนัง ส่วนเทคนิคการทำฉากและสัตว์ประหลาดจากคอมพิวเตอร์อยู่ในเกณฑ์ดี เสียแต่เนื้อเรื่องน้อยไป ซีนที่ต้องเป็นซีนอารมณ์(ซีนที่กล้องควรนิ่งรับอารมณ์นักแสดง)ก็ยังแกว่งกล้องเสียจนคนดูเสียอรรถรส ดิฉันขอให้คะแนนหนังเรื่องนีเพียง 3 จากคะแนนเต็ม 10 ค่ะ


โดย: mixzypat IP: 210.203.176.104 วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:18:00:15 น.  

 
ตามมาจากห้องรัชดาครับ
เลยเข้ามาคอมเม้นท์เพื่อให้กำลังใจเจ้าของบล็อกน่ะครับ
ทำต่อนะครับ
จะรออ่าน


โดย: aaa_a...ครับผม IP: 124.157.202.177 วันที่: 24 มกราคม 2551 เวลา:12:55:31 น.  

 
+ เอ่อ ... กว่าผมจะได้เข้ามาอ่านแบบเต็มๆ (ซะที) และเขียนบ้าง ก็เพราะเพิ่งจะได้ไปดูมาเมื่อวานนี้เองอ่ะครับ
+ ต้องออกตัวก่อนว่า สำหรับผม ผมไม่ชอบ 'Blair Witch' ด้วยเหตุผลหลักๆ ก็คือ
1. ผมยังไม่คุ้นชินกับหนังสไตล์ถ่ายด้วยกล้องแฮนด์เฮล(มั้ง) ณ ตอนนั้น เลยรู้สึกอยากอ้วกรดโรงหนังขึ้นมาครามครัน
2. ผมไม่เชื่อถือใน "แม่มดแบลร์" มาแต่แรก (ไม่ได้ติดตามอ่านข่าวในเว็บ) แล้วก็เลยพาลไม่เชื่อในบรรยากาศหลอนๆ ที่หนังพยายามปูและใส่เข้ามา ... พอหนังจบลงแบบนั้น ผมก็เลยรู้สึกเหมือนโดนหลอก เหมือนหนังไม่มีอะไรเลย รายการ 'ตามไปดูบ้านผีสิง' ในทีวีเมืองไทย ยังดูหลอน น่ากลัวกว่าตั้งเยอะ

+ แต่กับเรื่องนี้ แปลกแฮะ ผมว่าผมเมากล้องน้อยกว่าแบลร์วิทช์นะครับ (ทั้งๆ ที่เตรียมใจและเตรียมสายตาไว้แล้ว) คงเพราะผมเริ่มชินกับการถ่ายสไตล์นี้แล้วมั้ง กับตอนกล้องสั่นๆ และส่ายมากๆ ก็จะหรี่ตาลง จะได้ไม่ปวดตาตามอ่ะครับ
+ แต่สิ่งที่ดีของเรื่องนี้ก็คือการปูสถานการณ์ และอารมณ์ดราม่า + โรแมนติคที่ใส่เข้ามา ก็เลยทำให้ดูดี และน่าเชื่อถือ & ซาบซึ้ง
+ ผมก็เลยชอบเรื่องนี้มากกว่าแบลร์ วิทช์เยอะเลยอ่ะครับ (ถึงแม้เทคนิคจะไม่สดใหม่เท่าก็ตาม) ... ส่วนเจ้าสัตว์ประหลาด ถึงจะเห็นแค่เพียงแว้บๆ ให้จิ้นต่อเอาเอง ผมก็โอเชแล้วนะครับ ... หรือถึงจะมาตัวเป็นๆ ช่วงตอนท้ายแบบในหนัง ผมก็โอเช่นกัน (เพราะยังไงมันก็ 'มี' จริงๆ ... ไม่เป็นอากาศธาตุเหมือนแม่มดแบลร์)

** Spoil นิโหน่ยจ้า **
+ เห็นด้วยเลยครับว่า เจ้าตัวเล็กน่ากลัวกว่าตัวโตเยอะเลย ยิ่งตอนเปลี่ยนโหมดกล้องในอุโมงค์ใต้ดินนั่น หยองสุดๆ ผมถึงกับสะดุ้งเฮือก
+ ตอนที่วิ่งหนีตายข้ามสะพานบรู๊คลินกัน ผมอินตามไปด้วยเลยนะครับ เพราะเพิ่งไปเดินบนนั้นผ่านมายังไม่ถึงปีดีเลย

+ ชอบไอเดียการสร้าง, ชอบอารมณ์หนัง, ชอบบรรยากาศสัตว์ประหลาดบุกโลกที่เหมือนซะจริงๆ, ชอบอารมณ์ดราม่าและการตัดสลับไปยังภาพในอดีต ... ก็นับว่าหนังเรื่องนี้เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าทีเดียว สำหรับคนไม่ค่อยชอบดูหนังสัตว์ประหลาดเท่าไหร่ & คนเกลียดหนังที่ใช้มุมกล้องแฮนด์เฮล อย่างผมอ่ะครับ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 24 มกราคม 2551 เวลา:14:00:18 น.  

 
>>34.ดูหนังจบอย่าเสียเวลาหมกมุ่นกับมันมากนัก เพราะคุณจะถอนตัวไม่ขึ้นจาก side story ที่กระจายอยู่ในเน็ต<<

จริงด้วย


โดย: Pat :o) IP: 203.146.79.210 วันที่: 25 มกราคม 2551 เวลา:8:07:56 น.  

 
มาขำกับคห.ข้อ 12 และเห็นด้วยอย่างยิ่งกับคห. ข้อ 13 ค่ะ ออกมามึนหัวตึ๊บค่ะ


โดย: aorengja IP: 203.144.213.3 วันที่: 26 มกราคม 2551 เวลา:17:54:16 น.  

 
ยังไม่ได้ดู อยากดูเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
แต่อ่านแล้ว ฮา มากเลยค่ะ ขอบอก

ยิ่งอยากดูใหญ่เลย


โดย: renka IP: 58.64.77.66 วันที่: 27 มกราคม 2551 เวลา:0:54:47 น.  

 
มันมีsidestoryอีกเหรอเนี่ย
โอกาสภาคต่อมีสูง


โดย: blackholesun IP: 124.120.166.129 วันที่: 27 มกราคม 2551 เวลา:15:52:28 น.  

 
เพิ่งไปดูมาครับ ^^
เสียดายที่ผมไม่เห็นฉากที่มีอะไรตกจากฟ้าเลย T_T

แต่เรื่องที่พระเอกกลับไปช่วยนางเอกแล้ว ผมรู้สึกอย่างเดียวกันว่าไม่แปลก และผมก็คงไปช่วยเหมือนกัน
(เรื่องนี้เถียงกับเพื่อนอยู่ อิอิ)


โดย: noomz IP: 161.246.1.36 วันที่: 27 มกราคม 2551 เวลา:16:09:53 น.  

 
ถือว่าโอเคเหมือนกัน เซ็งไอตอนจบนี่แหละ อารมณ์มันไม่จบอะ....

มีเขียนไว้ ใน บล็อค ของผมเอง ว่างๆไปชมกันบ้างนะครับ >>> https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=yorch0710


โดย: YoiChi_KunG วันที่: 28 มกราคม 2551 เวลา:11:41:51 น.  

 
ไม่ดูครับ เพราะขนาด Blair witch Project ผมยังเกือบตาย แล้ว Cloverfield นี่ยิ่งกว่าอีกผ่านครับแบบว่าติดเรท PG-45 อ่ะครับ


โดย: wichmata IP: 202.183.201.101 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:12:18 น.  

 
ไม่ดูครับ เพราะขนาด Blair witch Project ผมยังเกือบตาย แล้ว Cloverfield นี่ยิ่งกว่าอีกผ่านครับแบบว่าติดเรท PG-45 อ่ะครับ


โดย: wichmata IP: 202.183.201.101 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:12:23 น.  

 
ผมดูสนุกมากมาย รอซื้อแผ่นแท้เก็บ หุหุหุ


โดย: หนุ่ม IP: 124.121.128.160 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:23:52:42 น.  

 
ไปดูมาแล้วครับ อยากดูตั้งแต่วันแรกที่ได้ยินเพื่อนบ่นว่าเป็นหนังที่ห่วยที่สุดเท่าที่มันเคยดู ก็เลยอยากไปพิสูจน์ด้วยตนเอง ไม่ยอมแม้แต่จะอ่านบทวิจารณ์ที่เกี่ยวข้องกับหนังเรื่องนี้ ได้แต่เซิร์ซหาข้อมูลแล้ว Add Bookmarks ไว้
แต่หลังจากที่ไปดูมาแล้ว ไม่ผิดหวังครับ ชอบมากๆ ด้วยความที่ยังไม่ได้ดู Blair Witch มั้ง จึงทำให้ผมติดใจหนังเรื่องนี้
ก็อย่างที่ชอบล่ะครับ ถ้าชอบก็เป็นสาวกไปเลย ถ้าไม่ชอบก็เกลียดหนังแนวนี้ไปเลย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมก่อนฉายหนังเรื่องนี้มีโฆษณายาวนานกว่า 45 นาที

สรุปคือชอบครับ


โดย: moo IP: 158.108.244.97 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:53:15 น.  

 


สามารถติดตามบทสรุป การให้คะแนน และบทวิจารณ์ของภาพยนตร์เรื่องนี้เพิ่มเติม
หรือบทวิจารณ์ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ พร้อมความเห็นของเพื่อนร่วมบล็อคที่รักการดูหนัง
ได้ที่ //vreview.yarisme.com พร้อมลุ้นรับบัตร Major M Cash มูลค่า 500 บาท จำนวน 8 ใบ ทุกเดือน


โดย: ป๋องแป๋ง IP: 124.120.0.136 วันที่: 24 มีนาคม 2551 เวลา:17:20:54 น.  

 
เรื่องนี้ชอบมากค่ะ นั่งดูอยู่หน้าคอมที่บ้าน ไม่ปวดหัวแม้แต่นิดเดียว แต่ให้ความสมจริงสุดๆไปเลยเพราะนั่งดูอยู่คนเดียวเงียบๆ

รักพระเอกมากมาย คนอะไรหน้าตาดีแล้วยังรักแท้ ดี๊ดี

เพิ่งได้มาเม้นท์เพราะเพิ่งได้ดู แต่ดีใจที่ไม่ได้ดูในโรง ถ้าดูในโรงคงปวดหัวค่ะ


โดย: TaMaChAN (narumol_tama ) วันที่: 6 เมษายน 2551 เวลา:15:03:18 น.  

 
เพิ่งได้ดูครับ ขอบอกว่าสุดยอดมากๆ จริงๆไม่ได้ดูในโรง ตั้งใจจะรอแผ่นแท้ แต่ไปๆมาๆรอไม่ไหว ความอยากดูพุ่งปริ๊ด เข้าเวปบิทเจอเลยสอยซะ (รู้สึกผิดเล็กๆ) พอดูจบแล้วขอบอกว่าสุดยอดจริงๆ (ตอนต้นพูดไปแล้วนี่หว่า) ตอนดูแม่มดแบลร์ตอนนั้นก็ตามข่าวในเมทเหมือนกัน อินสุดๆเช่นเดียวกัน อินไปเป็นปี ตอนนั้นทำหนังสั้นด้วยลีลาเดียวกันนี้ด้วย แต่ออกมาเวียนหัวกว่าเยอะเลย และก็มีไอเดียที่จะทำหนังแนวนี้อยู่เรื่อยๆ หนังแบบเหมือนใช้กล้องบันทึกเหตุการณ์จริงอ่ะครับ พอเจอ คลอเวอร์ ฟิลด์ เข้าไป คิดว่า เลิกดีกว่า เขาทำเจ๋งแล้ว อย่าไปทำตามเขาเลย หุหุ ...

สรุปว่าสุดยอดแห่งหนังอีกครั้งครับ


โดย: akiyama IP: 58.8.121.163 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:0:29:08 น.  

 
อยากเล่นเกมส์ s.f มากๆอยากได้ id ปืน ฟามาสและซูมสองชั้นและ G3.A3 และจะเอายศ 3 ดอกจันทร์แหลืองแข้นี้นิยังให้ไม่ได้แล้วผมก็ทำไม่ได้เลยนิ ไม่รู้เพราะเหตุใดผมเอายศไรก็ได้ไม่ใช่ 3 ดอกจันทร์ก็ได้เอายศไรก็ได้ที่มีปืนฟามาสและ G3 A3 และอะไรก็ได้ที่เป็นปืนซูมนะคับขอน้องนะคับสงสารผมตะนะเล่นไม่ได้เลื่อนยศเลยนิ


โดย: ตั้มคร๊าบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ IP: 222.123.181.250 วันที่: 29 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:28:18 น.  

 
พึ่งได้ดูครับ โอ้วโห้วสุดยอด!!!!!

ได้ดูหนังเรื่องนี้แบบไม่รู้อะไรเลย รู้แค่ว่ามันมีตัวประหาดบุกโลก ถ่ายทำแบบBlair Witch(ซึ่งยังไม่ได้ดู) แค่นั้นจริงๆไม่เคยรู้ว่ามีside storyไม่เคยรู้อะไรเลย - _ -"จนดูจบ แต่รู้ว่าหลายคนบอกว่าห่วยมาก เวียนหัวด้วย(แต่ผมไม่เป็นนะ) แต่ก็ยังอยากดู

พอได้ดูแล้วก็ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ เกือบพลาดหนังดีๆไปอีก1เรื่องซะแล้ว แต่ฉากที่ได้อารมณ์สุดๆสำหรับตัวเองคือฉากที่ มาเลน่า ตายพอดูฉากนี้ปับรู้สึกเลยว่าตัวเองดูเนี้อเรื่องต่อจากนี้ไม่รู้เรื่องแล้ว เพราะเอาใจช่วยตัวละครนี้มากๆ แต่พอเธอตายเลยรู้สึกเสียใจยังไงไม่รู้ 555+

side story ที่ไปอ่านเจอ

เค้าบอกว่า ตอนท้ายของเครดิตหนัง มีเสียคนพูดว่าช่วยด้วย ผมเปิดดูแล้วมีเสียงคนพูดจริงๆนะ เสียงพูดชายหอบๆ แต่ฟังไม่ออกว่าพูดว่า _-_ ใครฟังออกมาบอกหน่อยสิครับ


โดย: PAE IP: 118.174.125.64 วันที่: 16 สิงหาคม 2551 เวลา:17:14:02 น.  

 
ทำไม ไม่มีใครจำ J J Abrams กับ Felicity ได้เลยนะ

น่าน้อยใจ


โดย: เอาดิ IP: 58.9.8.17 วันที่: 18 ตุลาคม 2551 เวลา:20:01:06 น.  

 
สุดยอด อ่านแล้ว โอ้วว มีคนคิดเหมือน ๆ กัน แต่ คอนเฟิมว่า อยากอ้วกจิง ๆ อยากดูภาค 2 ไว ๆ


โดย: jekll IP: 125.24.70.82 วันที่: 26 ธันวาคม 2551 เวลา:0:47:30 น.  

 
ข้อ 18เห็นด้วยอย่างรุนเรง หนังเรื่องนี้ใส่ความบังเอิญมากไปหน่อย จนดูบางตอนไม่ค่อยสมจริง
อย่างตอนที่ตากล้องมันอยู่ใต้ตัวสัตว์ประหลาดแล้วโดนหม่ำอ่ะ บังเอิ๊ญบังเอิญ ตอนมันตายกล้องตกให้เห็นหน้าพอดีเป๊ะ ว่าตายแล้ว
แต่รวมรวมแล้วก็มันดีเหมือนกันนะ ตอนที่ไอ้ตัวเล็กเล็กมันโผล่ออกมาอ่ะ ใจนี้ตกไปอยู่ตาตุ่มเลยอ่ะ 5 5 5 อินจริงจริง


โดย: วิเดีย IP: 222.123.84.25 วันที่: 3 มกราคม 2552 เวลา:17:33:52 น.  

 
ใน เวป //www.1-18-08.com ลองคลิกที่ขอบรูปแล้วเขย่าเม้าแรงๆ มันจะพลิกรูปไปอีกฝั่งนึง
บางรูปจะมีข้อความ


โดย: KPK IP: 118.172.175.234 วันที่: 31 มกราคม 2552 เวลา:17:37:38 น.  

 
สุดยอดมากครับ เป็น 1 หนังในดวงใจเรย
ออกจากโรงมาเพื่อนด่าทุกคน แต่ผมโคตระชอบแม่งเรย5555


โดย: Sleeperest IP: 125.24.152.125 วันที่: 28 พฤษภาคม 2552 เวลา:0:59:33 น.  

 
บอกตามตรงว่าไปดูในโรง แล้วเกลียดมากเลยเรื่องนี้ ห่วยแตก


โดย: แหวะ IP: 202.28.35.2 วันที่: 29 มกราคม 2553 เวลา:14:47:40 น.  

 
บอกตามตรงว่ามันห่วย ห่วยก็คือห่วย ไม่มีอะไรมาก ห่วย!


โดย: กูมึน IP: 202.28.35.2 วันที่: 29 มกราคม 2553 เวลา:14:51:05 น.  

 
ผมชอบมากกกกกกก


แบบว่าเห้ย คิดได้ไงวะ

(ไม่เคยดูไอ้ blair project อะไรนั่น)

หนังในดวงใจอีกเรื่อง


โดย: ผ่านมาดู IP: 58.9.228.216 วันที่: 18 กรกฎาคม 2553 เวลา:15:17:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
มกราคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
20 มกราคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.