www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

Teeth , จาก 'จิ๊มิ๊มีฟัน' สู่ พรหมจรรย์ ความบริสุทธิ์ และ กองเซ็นเซ่อร์


กราบสวัสดีคะ อาหมอ

... แม่หนูบอกว่า รักษาความบริสุทธิ์ให้ดีๆ ถ้าเสียตัวเมื่อไหร่ จะเอาไปจับตะกร้าล้างน้ำซะให้เข็ด แม่บอกว่าถึงเวลานั้น คุณค่าของหนูก็ลดไปห้าสิบเปอร์เซ็นต์ เป็นสินค้าราคาตก

หนูเลยมีข้อสงสัยคะ

1.ความบริสุทธิ์ มันใช้ทำอะไรคะ

2.ถ้าหนูเผลอไปมีอะไรกับแฟน ทำไม ผู้ชาย ไม่เสียหาย แต่ หนูถูกสังคมประณามคะ

3.เพื่อนหนูเผลอเสียตัวให้แฟนไปแล้ว เค้าจะอยู่สู้หน้าประชาชนได้หรือไม่คะ หนูเป็นห่วง

4.หนูควรจะรักนวลสงวนตัวเพื่ออะไรคะ

แล้วถ้าเวลาหนูอยู่ใกล้แฟน หนูรู้สึกจั๊กจี้หัวใจ บางทีใจหวิวๆ หนูควรจะรักษา ความบริสุทธิ์ที่ว่า ถึงอายุเท่าไหร่ดีคะ

อ่อนนุช สุดผุดผ่อง

อายุ 20 ปี




... คำถามที่ผู้หลักผู้ใหญ่ เช่น พ่อแม่ หรือ อาหมอ ต้องตอบข้างต้น เป็นเหมือนคำถามที่ตอบได้ง่าย แต่ความสำคัญคือ คำตอบที่จะบอกให้ รักนวลสงวนตัว นั้นมีจุดเริ่มต้นหรือที่มาจากอะไร ?

เหตุผลที่ต้องถามถึงที่มา เพราะ การประกาศปาวๆหรือปลูกฝังค่านิยมแค่ว่า ‘ห้าม’ หรือ ‘อย่า’ , การตีตราว่า ‘เสียตัว นั้นไม่ดี’ โดยไม่มีเหตุผล ก็เท่ากับมอง วัยรุ่น เป็นเหมือนไส้เดือนหรือสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ที่คิดอะไรไม่เป็น

แถมการปลูกฝังความคิดที่ว่า คุณค่าของความเป็นหญิงอยู่ที่ความบริสุทธิ์ หรือ บอกว่า การเสียพรหมจรรย์ก่อนแต่งงานคือตราบาป

การให้คุณค่ากับ พรหมจรรย์ เทียบเท่ากับชีวิตกว่าค่อนชีวิต นี้เอง เป็นต้นเหตุที่ทำให้ หญิงสาวหลายคนจำนวนมากเมื่อพลาดเสียตัวไป ต้องจมอยู่กับ ความรู้สึกผิดและตีตราตัวเองไว้ว่า หมดสิ้นคุณค่า

ต้องกลายเป็น คนที่ต้องแบกรับความรู้สึกผิดจากผู้หลักผู้ใหญ่ที่พูดกรอกหู กลายเป็นคนที่สังคมมองแล้วแบ่งแยกให้เป็นชนชั้นสองรองจากสาวบริสุทธิ์ กลายเป็นคนที่ถูกมองว่ามีคุณค่าลดลง

หลายคนต้องกลายเป็นโรคซึมเศร้า และ มองตัวเองไม่ดี รู้สึกตกต่ำด้อยค่า เพียงเพราะว่า การเสียความบริสุทธิ์ให้กับผู้ชาย

ทั้งที่จะว่าไปแล้ว พรหมจรรย์ ที่พูดๆกัน ในแง่ วิทยาศาสตร์ เป็นเพียงเนื้อเยื่อบางๆ(hymen)ที่พร้อมจะขาดตั้งแต่ทำกิจกรรมเช่น ขี่จักรยาน หรือ กระโดดเชือก

และ คุณค่าของคนหนึ่งคน(value) มันไม่ควรที่จะถูกไปจับแขวนไว้ที่ ความบริสุทธิ์หรือพรหมจรรย์

เช่น ถึง นางสาว กุ๊กไก่ จะเสียความบริสุทธิ์ไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด แต่ หาก นางสาว กุ๊กไก่ ยังเป็น คนดีมีน้ำใจ ยังเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ ยังเป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อนฝูง ยังเป็นคนที่ดีในสังคม ยังทำงานได้มีประสิทธิภาพเช่นเคย

คุณค่า ของ นางสาว กุ๊กไก่ ก็มิได้สึกหรอตรงไหนเลย



... ที่ต้องเกริ่นเรื่อง พรหมจรรย์ เสียยืดยาว ก็เพราะต้องการนำไปสู่เรื่องราวของวัยรุ่นสาวชื่อ Dawn O'Keefe

เธอเป็นหัวหอกคนสำคัญของชมรม the promise ที่สวมใส่ แหวนสีแดง อันเป็นสัญลักษณ์ของชมรม แทนความหมายเตือนใจว่า จะไม่เสียความบริสุทธิ์ให้กับคนรักจนกว่าจะแต่งงาน

พิธีการของชมรม คือ จะมีการปลูกฝังให้รู้จักปฏิเสธและมองว่า การเสียตัว คือ สิ่งไม่ดีงาม สมาชิกจะเรียงหน้าแล้วประสานเสียงตอบรับปานประหนึ่งอยู่ในพิธีกรรมหรือสมาคมขายตรง (อนึ่ง ฉากในชมรมตลกดี)

นโยบายของโรงเรียนนี้ก็สอดคล้องกันกับนโยบายของชมรม คือ เมื่อถึงวิชาที่เกี่ยวข้องกับกายวิภาค รูปภาพในหนังสือที่แสดงอวัยวะเพศหญิง จะถูกอาจารย์เอาสติ๊กเกอร์มาปิดทับ เพราะมองว่าไม่เหมาะสำหรับเด็กนักเรียน (นึกถึง กองเซ็นเซ่อร์เวลาทำเบลอหนังหรือละครที่เราเคยดู อารมณ์ประมาณเดียวกัน)

Dawn มั่นคงกับแนวทางของชมรมมาตลอด จนวันที่เธอพบ โทบี้ ชายหนุ่มที่ทำหัวใจหวั่นไหว เธอเคลิบเคลิ้มไปกับเขา เก็บเอาไปฝันตอนกลางคืน และ ในวัยฮอร์โมนพุ่งพล่าน ความต้องการทางเพศก็ถูกปลุกขึ้น

ความรู้สึกทางเพศ ไม่ใช่เรื่องผิดบาป เพราะเป็นกลไกของร่างกายตามธรรมชาติเมื่อถึงวัย แต่สำหรับ วัยรุ่นที่ถูกปลูกฝังว่า sex เป็นเรื่องเลวร้าย ย่อมรู้สึกตำหนิตัวเอง และ พยายามควบคุมไม่ให้เกิดขึ้น แทนที่จะหาทางจัดการให้เหมาะสม




.... ภายในตัวของ Dawn O'Keefe ฮอร์โมนบอกว่า ‘เธออยากลอง’ ความถูกต้องบอกว่า ‘มันไม่ควร’

ดังนั้นเมื่อคิดถึงเรื่องเซ็กส์ เธอรู้แค่ว่าต้องตอบว่า ไม่ โดยเธอเองก็ไม่รู้เหตุผลว่าจะ ไม่ ไปเพื่ออะไร

วันหนึ่งความอดทนของเธอมาถึงขีดสุด เธอปล่อยร่างกายให้กับชายในฝัน ก่อนจะเรียกสติกลับคืนมาได้ทัน แล้ว ก็ปัดป้องกันตัว แต่ ถึงจุดนั้น อารมณ์ฝั่งชายก็ล่วงหน้าไปเกินกว่าจะห้ามอยู่ และ เธอกำลังจะถูก ข่มขืน

ในตอนนั้นเอง คนดูก็จะได้รู้จักกับ จิมิ๊มีฟัน หรือ Vagina dentate ของ Dawn

(Vagina dentate มาจากความเชื่อโบราณถึงช่องคลอดที่มีฟันอยู่ข้างในพร้อมจะกัดอวัยวะเพศชายให้ขาดสะบั้น และ เจ้าของช่องคลอดนั้นได้แต่รอ วีรบุรุษที่จะมาพิชิตและครอบครองเธอ)




.... มาถึงตรงนี้ หากพิจารณาเพียงผิวเผินจากเรื่องย่อ อาจรู้สึกเหมือนบางท่านที่เคยตั้งกระทู้ในพันทิปว่า หนังเรื่องนี้เป็น หนังอุบาทว์ หนังต่ำๆ

หรือ หลายคนอาจบิดเอวไปมาด้วยความอาย เวลาบอกพ่อแม่ว่าจะไปดูหนังเรื่อง Teeth แล้วพ่อแม่ถามว่าหนังเกี่ยวกับอะไร แล้วต้องตอบออกไปว่า “หนังเกี่ยวกับผู้หญิงที่มีฟันในช่องคลอดคอยกัดจู๋ผู้ชายคะ” ซึ่งอาจทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่ตบโต๊ะผาง พลางคิดว่า ลูกตัวเองจะไปดูหนังโป๊หรือหนังลามก


... ความจริงแล้ว ถ้าแกะเปลือกของหนังทีละชั้น จะพบว่า Teeth เป็นหนังที่วิพากษ์สังคมและเพศสภาพ ได้แสบๆคันๆ แถมยังมีความเป็นเฟมินิสต์สูง แต่สื่อสารผ่านสัญลักษณ์ 'จิมิ๊มีฟัน' เป็น อาวุธสำคัญที่ใช้เปลี่ยนบทบาทของพวกเธอในสังคม

เริ่มต้นจาก

ความเชื่อเรื่อง พรหมจรรย์&ความบริสุทธิ์ ของชมรม The promise นำไปสู่ ความขัดแย้งในใจของนางเอกระหว่าง สิ่งที่ควรทำ(Superego) VS. ความปรารถนาในใจ(Id)

นางเอกเป็นหัวหมู่หลักในชมรม แต่เธอก็เหมือนกับวัยรุ่นส่วนหนึ่งที่ ฮอร์โมนในร่างกายอดคิดไม่ได้ว่า 'จะรักษา(พรหมจรรย์)ไปทำไม ในเมื่อใจมันอยาก' ได้แต่สงสัยว่า ทำไมเห็นคนอื่นๆมีอะไรกับแฟนได้ ก็ยังเดินยิ้มแย้มบนท้องถนน แต่ตนเองต้องฝืนหักห้ามใจเพียงเพราะคำว่า มันไม่ดี




... จะว่าไปแล้ว ผู้หลักผู้ใหญ่ ที่อยากให้ เด็กๆนั้นรักษาความบริสุทธิ์ไว้นั้นเป็น เจตนาที่ดี

เพราะ ผู้หลักผู้ใหญ่ไม่อยากให้ลูกหลาน ต้องเสี่ยงกับการติดโรค เสี่ยงกับการตั้งครรภ์ และ ประการสำคัญ ก็เป็นห่วงว่า ถ้ามอบให้ง่ายๆ ฝั่งชายก็อาจจะรู้สึกว่า ได้แล้วชิ่ง ไม่คิดจริงจัง

อย่างไรก็ดี สุดท้ายการเสียตัวไม่ว่าจะเป็นจากการเต็มใจ หรือ จากความผิดพลาด ก็ไม่ควร ที่จะได้รับ ตราบาป หรือ ถูกมองเป็น หญิงสาวอีกชั้นอีกระดับเมื่อเทียบกับ สาวบริสุทธิ์




... การให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา ย่อมมีประโยชน์มากกว่า การสั่งห้าม หรือ ทำให้เรื่อง sex เป็นของสกปรกและน่ากลัว เพราะ วิธีการเช่นนี้ มันก็เหมือนกับ วิธีการของกองเซ็นเซ่อร์ในปัจจุบัน ที่ขยันแบนขยันเบลอหนังที่คิดว่าไม่เหมาะกับประชาชน

การเลือกหนังให้เหมาะกับวัยของคนดูของกองเซ็นเซ่อร์ เป็น เจตนาดี เหมือน การสอนให้เด็กสาวรักนวลสงวนตัว แต่ เจตนาดี จำเป็น ต้องมีความรู้ควบคู่กัน

เจตนาดี แต่ ขาดความรู้ ขาดความเข้าใจ และ ขาดวิจารณญาณ มันก็เหมือน คนอยากเป็นหมอ อยากช่วยเหลือคน แต่ไม่รู้หลักการสากลที่เขาใช้รักษากัน วิ่งเข้าไปทำโน่นทำนี่ แทนที่จะทำให้ อาการดีขึ้นกลับตรงกันข้าม แล้วก็ยังคิดว่า ตัวเองทำถูกต้องแล้ว เพราะ มีเจตนาดี

และ ถึงจะมีคนบ่นคนว่า ก็ไม่ฟัง เพราะ มั่นใจว่า "ฉันมีเจตนาที่ดี ฉันทำถูกแล้ว" แต่เอาเข้าจริง ถ้าให้อธิบายหลักการและเหตุผลแบบเป๊ะๆ ว่า มีทฤษฎีไหนมารองรับ มีองก์ความรู้ไหนที่เอามาปฏิบัติหรือตัดสิน

ก็จะตอบไม่ได้ชัดเจน เพราะ อาศัยคิดเอาเองว่า มันดี



... ดังนั้นสิ่งที่กองเซ็นเซ่อร์น่าจะลงมือทำ คือ การจัดเรตหนัง ให้เหมาะกับช่วงวัย ไม่ใช่ไปคิดแทนว่าอะไรดูได้ดูไม่ได้ แล้วไปตัดไปเบลอแล้วก็ฉายหนังต่อไป โดย เด็กก็ยังซึมซับความรุนแรงเหมือนเดิม แต่ คนที่เสียอารมณ์คือ คนดูผู้ใหญ่ที่ถูกลิดรอนสิทธิไปแบบดื้อๆ

ในเรื่อง ความบริสุทธิ์หรือพรหมจรรย์ ก็เช่นกัน

สิ่งที่ควรทำ ไม่ใช่ การเชิดชูความบริสุทธิ์ให้ยิ่งใหญ่เกินเหตุ หรือ เอาแต่ห้ามโดยไม่บอกเหตุผล หรือ คอยตีตราคนที่พลาดพลั้ง เพราะ การพยายามรักษาความบริสุทธิ์เป็นเรื่องดี แต่ก็ไม่ได้แปลว่า การสูญเสียความบริสุทธิ์คือชีวิตต้องแตกสลายหรือผิดบาป

เหตุผลที่ ควรรักนวลสงวนตัว ไม่ใช่เพราะว่า มันไปลดคุณค่าของสตรี แต่เหตุผลดีๆที่ไม่ควรเสียพรหมจรรย์ คือ ยอมเมื่อไหร่ก็เท่ากับ ฝ่ายหญิงก็จะตกอยู่ในความเสี่ยง และ ภาวะควบคุมจะตกไปอยู่ที่ฝ่ายชาย ส่วนฝ่ายหญิงก็จะเสียหายตามค่านิยมสังคมที่ถูกปลูกฝังมายาวนาน

และเมื่ออายุถึงช่วงวัยที่จะพร้อมรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้ เมื่อนั้น แต่ละคนก็ย่อมมีสิทธิที่จะเลือกเส้นทางของตัวเอง

... นอกจากนี้ ค่านิยมที่ควรปลูกฝังควบคู่ไปกับการรักนวลสงวนตัวในเพศหญิง คือ ควรที่จะปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องให้กับเพศชาย เลิกที่จะคลั่งหรือให้คุณค่ากับ พรหมจรรย์หรือความบริสุทธิ์ เลิกที่จะมองหญิงสาวที่เสียตัวว่ามีค่าน้อยกว่าสาวบริสุทธิ์เสียที

Teeth จึงเป็นหนังที่มาปฎิวัติบทบาทความเป็นหญิง และ ตอบสนอง fantasy ของหญิงสาวหลายคนที่ ความเป็นหญิง จะสามารถกลับมาเป็นผู้ลิขิตและเป็นนายเหนือ ความเป็นชาย




... เมื่อ จิ๊มิมีฟัน เริ่มทำงาน หนังแสดงให้เห็นถึง กลไกของความเป็นหญิงในตัวเธอ คือ ถ้ามีsexที่เกิดขึ้นพร้อมๆกับความรู้สึกรัก การเขมือบนั้นจะไม่เกิดขึ้น ตรงกันข้ามกับ ถ้าถูกบังคับขืนใจหรือร่างกายไม่ยินยอม ฟันก็จะเริ่มงับในบัดดล

สุดท้ายแล้ว เพศหญิง ที่มักจะกลายเป็น เหยื่อหรือผู้ถูกกระทำ ก็จะค่อยๆเรียนรู้หาทางต่อสู้ และ เป็นผู้ควบคุมพร้อมกับ เอาคืน เหมือน ตัวเอกจากละครอย่าง ล่า หรือ หนังคัลท์คลาสสิคโบราณอย่าง I Spit on Your Grave หรือ หนังแนวๆยุคใหม่อย่าง Kill bill

หากจะต่างออกไปก็ตรงที่ว่า ทุกเรื่องที่ยกตัวอย่างมา เธอเหล่านั้นโดนกระทำก่อน ในขณะที่เรื่องนี้ แทนที่จะเป็น Dawn พลิกบทบาทมาเป็น เจ้าของชีวิตที่มีสิทธิพิพากษา จำเลยชายหนุ่มที่หวังเข้ามาฟันตั้งแต่ต้น โดยใช้ จิมิ๊มีฟัน เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้นั่นเอง

ไม่ใช่แค่นั้น เมื่อถึงช่วงๆท้าย แทนที่จะ ตั้งรับ เพียงอย่างเดียว เธอยังใช้ ความเป็นหญิงที่มี รุก เข้าหาเพื่อแก้แค้น คนที่ทำให้เธอต้องเจ็บปวดเสียใจไปทีละคนสองคน ผ่านอาวุธที่เป็นตัวแทนความเป็นเพศหญิง เอาชนะ ความเป็นชาย ที่เหล่าบุรุษภาคภูมิใจ




... หนังใส่สัญลักษณ์มากมายที่โยงใยประเด็นของ sex กระจายอยู่ในเรื่อง เช่น แหวนสีแดง หรือ เสื้อยืดที่สกรีนว่า Warning! Sex changes everything และ บ่อยครั้งที่กล้องโฟกัสไปที่ปล่องควันซึ่งคาดเดาว่าอาจเป็นควันไฟจากโรงงานพลังนิวเคลียร์ อันอาจจะเป็นการเปรียบกับ Sex ที่กรุ่นๆอยู่ในตัวของ Dawn ซึ่ง Sex เหมือนพลังงานนิวเคลียร์ตรงที่ มันประทุงาย แต่ถ้าคุมได้ก็เป็นพลังงานที่ดี แต่ถ้าเราควบคุมไม่ได้ก็อาจเกิดผลร้ายต่อตัวเอง


หนังเรื่องนี้เป็นฝันร้ายของผู้ชาย และ เป็นการศอกกลับเล็กๆสำหรับหนุ่มๆที่เห็นเรื่องย่อแล้วคาดหวังว่าจะมาหวิวหวามกับหนัง เพราะหนังมอบภาพ ซากศพของช้างน้อย ชวนสยองขวัญติดตา โดยไม่เผยให้เห็น ช่องปากของอสูรกาย แต่อย่างใด

ยิ่งใช้ซาวด์ของหนังสยองขวัญมาประกอบ ดูไปอาจเสียวท้องน้อยได้โดยอัตโนมัติ ประมาณเดียวกับฉากผ่าตัดหว่างขาใน Hard candy หนังที่พลิกบทบาทฝ่ายหญิงมาเป็นผู้กำชัยเหนือเพศชายเช่นเดียวกัน




... บุคคลสำคัญที่สร้างเสน่ห์ให้หนังอย่างมากคือ นางเอกของเรื่อง Jess Weixler เธอเล่นดีและน่ารักน่าชัง สีหน้าแบบ “ตรูละหน่ายผู้ชายห่วยๆ” ของเธอแต่ละครั้งนั้นได้อารมณ์ดีเหลือเกิน

โชคดีที่หนังมีไอเดียที่แรงมากสำหรับการขับเคลื่อนหนัง ทำให้หนังเดินเรื่องไปแบบชวนติดตาม และ มีฉากแสบๆมันๆอยู่หลายฉาก เพราะ ถ้าไม่ได้มีความแรงกับการแสดงที่ดี หนังเรื่องนี้มีสิทธิเข้าข่ายชวนง่วงหลายตอน เพราะ มีหลายช่วงที่หนังเหมือนกลวงๆ ดูเรื่อยๆง่วงๆจืดๆไป

น่าชื่นชม Mitchell Lichtenstein ที่กำกับหนังใหญ่เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องที่สอง แต่ก็สามารถไปคว้า Special Jury Prize จากงานเทศกาลหนังซันแดนซ์มาได้สำเร็จ เขาทำให้ หนังมีอะไรให้ขบคิด มากไปกว่า จะมุ่งเน้นไปขายฉากเอ๊กซ์ๆหรือเล่นกับเรื่อง จิ๊มิมีฟัน เพียงอย่างเดียว



สรุป ... คาดหวังหน่มน๊ม หรือ คาดหวังฉากอะจึ๊กอะจึ๋ย รับประกันได้ถึงความผิดหวัง เพราะ นี่ไม่ใช่หนังโป๊ ไม่ใช่หนังปลุกใจเสือป่า แต่เป็นหนังที่ว่าด้วยการต่อสู้ของเพศหญิง ผ่านอาวุธสำคัญที่น่าหวั่นสำหรับชายหนุ่ม ออกแนวหนังดราม่าตลกร้ายแกมสยองขวัญเสียมากกว่า



Link ของ บทความที่อ้างอิงถึง และ เกี่ยวข้อง


Hard candy , อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจ"เด็ก"




สามารถติดตามบทสรุป การให้คะแนน และบทวิจารณ์ของภาพยนตร์เรื่องนี้เพิ่มเติม หรือบทวิจารณ์ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ พร้อมความเห็นของเพื่อนร่วมบล็อคที่รักการดูหนัง ได้ที่ //vreview.yarisme.com




พื้นที่แนะนำผลงาน{ตัวเอง}

(คลิกที่รูปหนังสือ เพื่อ อ่าน หรือ แสดงความเห็น ต่อหนังสือแต่ละเล่มได้เลยครับ)

ปีนี้ “ผมอยู่ข้างหลังคุณ” ขอฝากผลงานเล่มล่าสุดที่เพิ่งคลอดจ้า อันว่าด้วย 'ความรักและกำลังใจ' ผ่านแรงบันดาลใจจากชีวิตและภาพยนตร์ ในหนังสือที่ชื่อว่า

เมื่อฉันลืมตา แล้วโลกเปลี่ยนไป



และ ผลงานสองเล่มก่อน จากสองปีที่ผ่านมา



"หนังสือรัก" หนังสือที่หยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม กับ องศาที่ 361 หนังสือที่อาสาช่วยคุณค้นหามุมเล็กๆในตัวเองที่จะมีความสุขในชีวิตได้มากขึ้น โดยอาศัย'หนัง'เป็นสะพานพาไปเข้าใจตัวเอง


มีขายตามร้านหนังสือทั่วไป แต่ เพื่อนๆที่หาซื้อตามร้านไม่ได้ "หนังสือรัก"เข้าไปสั่งได้จากเว็บของสนพ.เลยจ้าที่ //www.bynatureonline.com/store/bookstore.php ส่วน องศาที่ 361 สั่งได้จากเว็บของซีเอ็ดครับผม






ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

ชวนคลิก ชวนคุยกับเจ้าของ Blog ที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง





ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 28 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2551 9:23:06 น. 19 comments
Counter : 12233 Pageviews.

 
เวลาดูต้องเอามือเช็คของตัวเองไปด้วยแน่ๆๆ


โดย: เสียว IP: 118.174.153.28 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2551 เวลา:1:24:35 น.  

 
ผมละคนนึง
ที่ดูไปกุมเป้าไป
กลัวแทนเลย ^^


โดย: 77 IP: 75.7.15.208 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2551 เวลา:6:43:58 น.  

 
ขอบอกว่าถ้าไม่ได้มาอ่านบล็อกนี้

คงคิดเหมือนคนทั่วไปแน่ๆ เหอๆ

อืมม์..น่าสนใจพอสมควรนะคะนี่


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 28 พฤศจิกายน 2551 เวลา:9:50:29 น.  

 
หมอผ่าตัดมีงานเพิ่มขึ้นครับ


โดย: เรื่องมันเศร้า IP: 118.175.178.19 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:03:39 น.  

 
ขอบคุณที่ให้ความรู้+มุมมองที่น่าสนใจของ "พรหมจรรย์" ครับ ^ ^


โดย: gonz IP: 118.173.52.198 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2551 เวลา:18:33:56 น.  

 
พล็อตเรื่องเขาก็ช่างคิดได้เนอะ กับสังคมปัจจุบันที่ผู้หญิงยอมเสียตัวให้ผู้ชายง่ายเกินไป ผมดูเรื่องนี้เพราะนางเอกน่ารักครับแต่หนังไม่ได้มีฉากวับๆแวมๆมากนัก ส่วนตัวผมว่าก็ดูเพลินๆแต่ก็ไม่ได้ถึงกับสนุกมากมายอะไร


โดย: YoiChi_KunG วันที่: 29 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:44:33 น.  

 
ผมดูเรื่องนี้เพราะไม่มีเรื่องอื่นรอบได้
สนุกกว่าที่คิดครับ ดีกว่าไปดูไทวไลท์แน่ๆ
โรงที่ผมดูมีคนดูสองคน
ปล.ไม่ชอบที่เขาตัด แต่ก็ยังตัดเป็นกว่าทเวนตี้เยอะครับ


โดย: ยำนะ IP: 58.8.236.81 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:47:07 น.  

 
เรื่องนี้เขียนดีนะค่ะ
จอ ชอบนะ


โดย: จอ IP: 202.28.183.10 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:20:25 น.  

 
ผมนึกว่าควันไฟจากโรงงาน เป็นสาเหตุที่ทำให้แม่ป่วย กับน้องนางเอกมีฟันที่จิ้มโมะซะอีก ...


โดย: ป้าน IP: 58.8.128.197 วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:21:27:41 น.  

 
ดูแล้วในยูทูป (แบบแปลออกบ้างไม่ออกบ้าง)

สปอยย์เล็กน้อย












สงสัยว่าทำไมพี่ชายนางเอกถึงอยากมีอะไรกับนางเอกคะ?
แบบนี้มันเข้าข่ายโรคจิตนี่ (ถึงนิสัยมันจะแย่อยู่แล้วก็เถอะ

ช่วยตอบด้วยนะคะ สงสัยมากมากก)


โดย: littleyoon IP: 114.128.34.44 วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:22:03:03 น.  

 
จะบอกว่าคำข้อความของอ่อนนุชสุดผุดผ่องมากๆ ครับ 55555

และที่แน่ๆ เต็มกับการขำอีก 1 ดอกเลย คือ กองเซนเซอร์ ช่างโดนใจมากๆ ครับ

ส่วนหนังเรื่องนี้ ยังไม่ได้ดูเลยครับ -_-"


โดย: เข็มขัดสั้น IP: 124.120.246.144 วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:22:19:34 น.  

 
... ตอบคุณ ป้าน

เป็นไปได้เลยครับ นั่นก็เป็น สมมติฐานที่หลายๆคนตั้งไว้ ถึงหนังจะไม่บอกตรงๆทิ้งให้คนดูคิดตีความเอง

...ตอบคุณ littleyoon

เป็นพี่น้อง ต่างพ่อต่างแม่ กันครับ

พี่ เป็นลูกติดของ คนเป็นพ่อ
นางเอก เป็นลูกติดของ คนเป็นแม่

ทั้งคู่มาอยู่ด้วยกันตอนโตประมาณหนึ่งแล้ว และ ก็รู้แต่แรกว่าไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆ ความรู้สึกที่คนพี่แอบชอบนางเอก จึงไม่เข้าข่ายวิปริตผิดปกติแต่อย่างใด


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:22:29:27 น.  

 
ผมจะสี่สิบแล้วยังรักษาพรหมจรรย์ความเป็นชายไว้เลย และตั้งใจว่าชีวิตนี้จะนอนกับผู้หญิงที่เป็นภรรยาอย่างถูกต้องเพียงคนเดียว


โดย: หมาป่าดำ IP: 114.128.168.118 วันที่: 2 ธันวาคม 2551 เวลา:13:23:22 น.  

 
เพิ่งได้มีโอกาสไปดูมาเมื่อวานค่ะ หนังสนุกดี คิดเหมือนกันว่าเป็นหนังที่เฟมินิสต์มากๆ

ชอบไอเดียของหนังที่นางเอกสามารถเลือกได้ว่าจะ "งับ" หรือเปล่า ตามสภาวะจิตใจ ทำให้เธอไม่ได้เป็นเพียงเหยื่อของชะตากรรม ต้องคอยไปวิ่งหาวิธีการรักษา จนสุดท้ายก็พลิกเอาสิ่งที่มีอยู่มาใช้ให้เป็นประโยชน์กับตัวเองหรืออย่างน้อย ก็ไม่ถูกเอาเปรียบอีกต่อไป


โดย: เดอะ กั้ง IP: 61.91.203.225 วันที่: 2 ธันวาคม 2551 เวลา:14:53:11 น.  

 
ไม่กล้าลุกไปเข้าห้องน้ำระหว่างเรื่องอ่ะครับ
กลัวของตัวเองจะไปบังคนอื่น - -


โดย: cza IP: 202.28.78.170 วันที่: 2 ธันวาคม 2551 เวลา:23:52:33 น.  

 
แอบสะใจครับ

คิดเล่นๆกับเพื่อนว่า ถ้ามี mutation แบบนี้กันเยอะๆก็ดี ผู้หญิงจะได้ไม่ต้องกลัวโดนข่มขืนอีกต่อไป 555


โดย: amnesia IP: 202.28.183.10 วันที่: 7 ธันวาคม 2551 เวลา:20:21:28 น.  

 
เสียวจังครับ...


โดย: เอ้ IP: 202.143.152.226 วันที่: 9 ธันวาคม 2551 เวลา:14:22:17 น.  

 
แนวคิดเค้าดีนะเนี่ยแต่ดูแล้วยังเสียวแทนผู้ชายเลย


โดย: แม่แคสเปอร์ IP: 203.146.80.148 วันที่: 17 ธันวาคม 2551 เวลา:10:48:31 น.  

 
ดีจังเวลาเห็นผู้ชายกลัว ถ้ามีลูกสาวจะรีบไปเช่ามาให้ดูเลย ชอบที่คุณพูดถึงคุณค่าของพรหมจรรณ์ ใช่มันโดนใจสุดๆเลย ถ้าใช่ก็ไม่รู้จะใจแข็งไปทำไม แต่เวลาที่ไม่ใช่ก็ควรให้เราติดอาวุธป้องกันแบบนี้บ้าง แต่โลกนี้จิ๋มของสาวๆ มันไม่มีฟันอย่างในหนังก็เลยถูกฟันกันเป็นแถว


โดย: oui IP: 58.9.61.125 วันที่: 5 ตุลาคม 2552 เวลา:20:28:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
28 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.