www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

The Girl with the Dragon Tattoo , ฆาตกรอยู่ในหมู่พวกเรา ขอเอา'รอยสักมังกร'เป็นเดิมพัน

เรียนท่านผู้ใช้บริการ(อ่าน) blog และ FB “ผมอยู่ข้างหลังคุณ” :: อ่านกันมานาน, อ่านแล้วชอบใจ หรือจะอ่านแล้วหมั่นไส้ ก็ขอเชิญชวน มาโหวตให้ blog "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" ในการประกวด blog แห่งปี (Thailand Blog awards 2010) สาขา entertainment ได้ที่นี่จ้า

//www.thailandblogawards.com/viewblog.php?u=http%3A%2F%2Faorta.bloggang.com

โหวตซ้ำได้ทุกวัน วันละหลายครั้ง โหวตกันให้ชื่นใจ จนกว่าจะเมื่อยนิ้ว ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 สิงหาคม ^_^

วิธีโหวต:: เข้าไปที่ลิงค์ แล้ว กดปุ่ม vote+ สีส้ม (หรือใครจะใจดี ลงทุน sign up ก่อนโหวต เพื่อคะแนนโหวตเพิ่มเป็น 3 คะแนน เราก็ไม่มีอะไรเพิ่มเติมนอกจากบอกว่า ชื่นใจ^^)

กติกาของการประกวด :: รอบแรกวัดจากคะแนนโหวตต้องติด 1 ใน 10 จากนั้น รอบสอง จะมีกรรมการตัดสินอีกครั้ง (สถานการณ์ล่าสุดร่อแร่แว้วจ้า ใกล้หล่นตารางของรอบแรกแล้ววววว)


<<< ขอบคุณค้าบ สำหรับทุกๆเสียงโหวตที่เพื่อนๆให้มา >>>

***
***






... แม้ผมจะชื่นชอบโรงหนัง House มากเพียงใด ทั้งในแง่คุณภาพโรงหนัง , ตัวหนังที่เลือกมา , การบริการและค่าตั๋ว แต่ก็ขอสารภาพว่าไม่คิดจะเดินทางไปถ้าไม่จำเป็น เนื่องจากความยากลำบากในการเดินทาง อีกทั้ง ไปถึงจุดนั้นก็แทบจะไม่ได้ทำกิจกรรมอื่นใด บวกไม่สะดวกในการดูหนัง massๆ เรื่องอื่นต่อถ้าคิดจะดูในช่วงเวลาที่มีจำกัด

แต่เมื่อรู้ว่า The Girl with the Dragon Tattoo เข้าฉายเฉพาะที่ House เท่านั้น จึงทำให้ผมต้องเตรียมพร้อมกับการไปเยี่ยม House อีกครั้ง เพราะ นี่คือหนังโรงที่ผมมาดมั่นอยากดูที่สุดของปีนี้รองจาก Inception

ร่ำๆจะคว้าต้นฉบับภาษาปะกิตที่วางเรียงกันสามภาคในร้านคิโนฯ ก็กลัวว่าจะอ่านไม่พ้นสิบหน้าแรก ร่ำๆจะคว้าแผ่นกุ๊กกู๋มาก็หลายรอบ แต่ก็สะกดกลั้นใจเมื่อรู้ว่า มีค่ายหนังนำเข้ามาฉายบ้านเรา



... The Girl with the Dragon Tattoo เป็น จุดเริ่มต้นของ ไตรภาคหนังสืบสวนที่สร้างนิยายสืบสวนชื่อดังของสวีเดน ที่ยังมีภาคต่อมาจ่อคิวอันได้แก่ The Girl Who Played with Fire และ The Girl Who Kicked the Hornets' Nest

โดย The Girl with the Dragon Tattoo พาเราไปรู้จัก ตัวละครสำคัญ สองคนที่จะเป็นตัวนำของหนังไตรภาคนี้



Lisbeth Salander - สาวอายุ 24 ผู้มีรอยสักมังกรและห่วงร้อยเรียงตามตัว หารายได้ประหนึ่งฟรีแลนซ์ที่เชี่ยวชาญในการเข้าถึงและสืบเสาะค้นข้อมูลชาวบ้านในโลกไซเบอร์ เธอใช้ชีวิตโดยถูกกำหนดให้มี ‘ผู้ปกครอง’ ที่ต้องดูแลรับผิดชอบเนื่องจากเคยประกอบคดีรุนแรงและต้องบำบัดในสถานบำบัดจิต

เหตุการณ์ล่าสุดที่กำลังนำปัญหามาสู่เธอคือ ‘ผู้ปกครอง’ คนใหม่เป็นชายนักธุรกิจที่ซ่อนภาพ ตาแก่ตัณหากลับจิตวิปริต จ้องฉวยโอกาสกับเธอ โดยที่เธอไม่มีสิทธิขัดขืนเพราะถ้าไม่ทำตาม เขาจะไม่อนุมัติรายจ่ายรายเดือนแถมยังจะเซ็นรับรองว่าเธอมีปัญหาและ อาจถูกส่งกลับไปอยู่สถานบำบัดอีกครั้ง + เธอกำลังเข้าไปพัวพันกับคดีสำคัญที่น่ากลัวและหยั่งรากของความโหดร้ายเกินกว่าที่เธอคาดคิด



Mikael Blomkvist - นักข่าวประจำนิตยสาร Millenium ที่ถูกกลุ่มนักธุรกิจฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท หลังจากที่เขาลงข้อมูลตีแผ่ธุรกิจมืดของคนกลุ่มนี้ ก่อนที่จะมาพบว่าเป็นการจัดฉากส่งผลให้เขาต้องเตรียมเข้าซังเต

แต่ระหว่างรอวันเข้าขัง มีนักธุรกิจชราติดต่อให้เขาไปช่วยสืบคดีคนหายในเมืองแถบชนบทของสวีเดน ซึ่ง คนที่หายไปก็คือ หลานสาวเคร่งศาสนาของนักธุรกิจชรา ที่หายไปตอนยังเป็นสาวสะคราญ

หลานสาวของนักธุรกิจชรา หายตัวออกจากเมืองเล็กๆชนิดที่ไร้ร่องรอยไปเกือบสี่สิบปี มีหลักฐานสุดท้ายที่ยืนยันตอนมีชีวิตคือ ภาพถ่ายในงานเดินพาเหรดประจำเมือง ทุกคนรวมทั้งตำรวจเชื่อมั่นว่า เธอตายไปแล้ว แต่ พอถึงวันเกิดทุกๆปีกลับมีของขวัญจากเธอส่งมาให้นักธุรกิจชรา โดยที่รู้กันแค่ปู่หลานว่าของชิ้นนี้เป็นผลงานของเธอ

นักธุรกิจชรา มั่นใจว่า คนที่ส่งของขวัญมาตลอดสี่สิบปีคือ ฆาตกรที่ฆ่าหลานสาวของเขา เมื่อหลายสิบปีก่อน แถม ผู้ต้องสงสัยยังน่าจะเป็น เครือญาติที่อาศัยอยู่ในบ้านใกล้เรือนเคียงกัน

(ขอแนะนำให้ตั้งใจดูตอน หนังเรียงลำดับญาติให้ดี เพราะมีผลต่อเนื้อหาภายหลัง อีกทั้ง ครอบครัวนี้ญาติเยอะจัด แถมยังสองสามชั่วคนอีกต่างหาก)

เมื่อสืบสวนลึกลงไป Mikael พบว่า คดีนี้ไม่ใช่แค่คดีคนหายรายเดียว แต่ เป็นคดีที่ไปเกี่ยวเนื่องกับ คดีฆาตกรรมสยองขวัญอีกหลายคดี และแน่นอนตามสูตรรหัสคดี

เรื่องราวถัดจากนี้คือ ....

“คนร้ายอยู่ในหมู่พวกเรา ขอเอาชื่อของคุณปู่เป็นเดิมพัน”




... ระหว่างดู The Girl with the Dragon Tattoo ต่อมฆาตกรรมในตัวผมพองโตอยู่ตลอดเวลา เพราะคิดในใจว่า นานเท่าไหร่แล้วนะที่ไม่ได้ดู หนังสืบสวนดีๆแบบนี้

น่าแปลกมาก ที่แม้จะเต็มไปด้วยผู้กำกับฝีมือดีมีเงินมากมาย แต่ฮอลลีวู๊ด กลับไม่สามารถหนังสืบสวนเด็ดๆได้ เมื่อเทียบกับฝั่งเอเชียหรือยุโรป ครั้นมีของดีจากนิยายอย่าง The DaVinci Code หรือ Angels and demon ก็กลับกลายเป็นว่า ส่วนที่อ่อนที่สุดในหนังสองเรื่องที่ยกมาก็คือ ในส่วนของการแกะรอยรหัสคดีที่ดูป้อแป้ไม่ได้ใจ

และในรอบปีนี้ ถ้าไม่นับซีรี่ย์ หนังในแนวสืบสวนดีๆที่มีออกมา ก็ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่หนังจากฮอลลีวู้ด ซึ่งในฐานะแฟนนิยายรหัสคดี ขอยกสามเรื่องต่อไปนี้เป็น หนังในทางรหัสคดีที่ประทับใจประจำปีที่ผ่านมา



The Message – เข้าข่าย Who-dun-it เต็มๆ เมื่อ ผู้ต้องสงสัยห้าคนถูกจับมาขังไว้ในหอคอยลับ เพื่อสืบค้นหาว่า ใครในห้าคนนี้ คือ สายลับฝั่งตรงข้าม



The Secret in Their Eyes – หนังฆาตกรรมสุดละเมียดจากอาร์เจนติน่า ที่คว้าออสการ์แซงหน้า ริบบิ้นขาว ว่าด้วยเรื่องราวของการสืบคดีฆาตกรรมเหยื่อสาวย้อนหลังไปเมื่อยี่สิบปีก่อน ที่เพิ่งมาค้นพบความลับที่ซ่อนอยู่ในดวงตา

และเมื่อดูไปเรื่อยๆก็กลายเป็นหนังที่บอกเล่าเรื่องราวความรัก กับ การยึดติดของตัวละครที่ต่างก็ถูกตะขอแห่งความทรงจำเหนี่ยวรั้งพวกเขาไว้



The White Ribbon อาจไม่ใช่ หนังรหัสคดีตรงๆ แต่จุดเริ่มต้นในการสืบหา คนวางแผนทำร้ายหมอประจำหมู่บ้านจนเกือบเสียชีวิตและทำร้ายเด็กชายลูกเศรษฐีปางตาย ก็ทำให้หนังของปู่ฮาเนเก้ เรื่องนี้ดูผิวเผิน ใช้สูตรหนังสืบสวนในสไตล์ ’who-dun-it ใครทำ’ เพื่อนำเสนอ ภาพความรุนแรงที่แฝงอยู่ในครัวเรือนได้อย่างหนักแน่น

เทคนิกที่ใช้ภาพขาวดำก็ยิ่งทำให้ทรงพลัง และ สร้างภาพ เยาวชนยุคก่อนนาซีรุ่งโรจน์ ให้น่าพรั่นพรึงโดยไม่ต้องมีฉากโหดเหี้ยมประเภทสาดเลือด



... The Girl with the Dragon Tattoo อาจจะต่างจากสามเรื่องข้างต้นก็ตรง เป็นหนังสืบสวนหาตัวคนร้ายแบบตรงไปตรงมา ให้อารมณ์ใกล้เคียงกับ การนั่งอ่านนิยายแบบอกาธ่า หรือ คินดะอิจิ มากที่สุด ที่มี นักสืบ สืบหา ฆาตกร

เพียงแต่ สไตล์ของหนังอาจจะต่างจากรูปแบบหนังฮอลลีวูดทั่วไป ตรงที่ หนังไม่รีบร้อนจะเร่งดำเนินเรื่องเดินหน้าแบบฉึบฉับ แต่ ค่อยๆก้าวย่างไปข้างหน้าด้วยความแน่นของเนื้อหาและอารมณ์ของตัวละคร

หนังใช้เวลาถึงชั่วโมงกว่าในการเล่าชีวิตแยกส่วนกันของ สาวรอยสักมังกร และ นักข่าวที่กำลังตกอับ ที่ต่างฝ่ายต่างรับมือกับปัญหาส่วนตัว คนดูต้องอดทนกันอยู่นาน กว่าที่สองตัวเอกจะได้มาพบกัน และ ร่วมกันสืบสวนคดีหลัก

กระบวนการสืบสวนจากหลักฐานที่มีอยู่ ถ้าได้ผู้กำกับไม่แน่จริง คงออกมาน่าเบื่อ แต่ตัวหนังกลับสร้างกระบวนการสืบสวนในหนังได้อย่างชวนระทึกสมจริง เช่น การค้นพบความจริงจากรูปถ่ายเก่าๆ เป็นขั้นตอนที่ดูแล้วตื่นเต้นกดดันเอาการตอนที่ปริศนาค่อยๆคลี่คลาย, ส่วน การตามถอดรหัสที่เหยื่อทิ้งไว้ ก็ไม่ได้เน้นความอลังการงานสร้างเหมือนหนังจากนิยายแดน บราวน์ แต่ก็สามารถสร้างความลุ้นไปพร้อมๆให้คนดูขบคิดได้อย่างดี

คงจะมีแค่ ตอนเฉลยช่วงท้าย ที่น่าผิดหวังเล็กน้อย เพราะ ฉากที่ ตัวร้าย เดินเข้ามาเป็น ฉากที่แฟนๆนิยายหรือหนังแนวรหัสคดีคงเดาได้ในทันที ที่น่าเสียดายก็ตรง จังหวะการเปิดเผยเป็นไปตามสูตรไม่ต้องลุ้นไม่ต้องเดา ทั้งที่ตลอดสองชั่วโมงกว่าๆหนังเก็บงำในส่วนนี้ไว้ได้อย่างมิดชิดและค่อยๆคลี่คลายอย่างมีชั้นเชิงมาตลอด



... นอกจากนี้ หนังก็ไม่ได้กั๊กในการใส่ ความรุนแรงที่โหมกระหน่ำใส่ เพศหญิง ในหนัง ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงทางกาย(physical abuse) หรือ ทางเพศ(sexual abuse)

โดยทั้งสองเส้นทางชีวิตที่สองตัวละครต้องเผชิญปัญหาตรงหน้า ล้วนแล้วแต่เป็น เส้นทางที่ ผู้หญิง เป็นเหยื่อของการถูกข่มเหง

(สาวรอยสัก <– พ่อ , ผู้ปกครอง)

(หลานสาวเศรษฐี , เหยื่อรายอื่นๆ <– ฆาตกร)


การเหยียดเพศ เหยียดสัญชาติ และ การกระทำข่มเหงเพศหญิง เป็น ประเด็นที่โดดเด่นมากในหนังเรื่องนี้ และ ตัว สาวรอยสักมังกร เองก็คือ ตัวแทนของเพศหญิงที่ไม่ยอมก้มหน้าให้กับการถูกกระทำ (เหตุการณ์วัยเด็ก , ผู้ปกครอง , รถคว่ำ ล้วนแล้วแต่เป็น การเอาคืน และเปลี่ยนจาก ผู้ถูกกระทำ แปรสภาพเป็น ผู้กระทำทั้งทางตรงและทางอ้อม)

จึงไม่แปลกใจที่ชื่อเดิมของนิยายเรื่องนี้คือ Män som hatar kvinnor หรือ Men Who Hate Women



... การที่ ฮอลลีวูด เลือกไปรีเมค แล้วเลือกใช้บริการ เดวิด ฟินเชอร์ จัดได้ว่าเป็นตัวเลือกที่น่าจะการันตีความพอใจคนดูได้ในระดับหนึ่ง เพราะ เหลียวซ้ายแลขวาในฮอลลีวู๊ดตอนนี้ จะมีหนังสืบสวนฆาตกรรมที่ dark ๆ เรื่องไหนมาแซงหน้า Seven ก็ยากเต็มที แถม Zodiac ของ ฟินเชอร์ ที่แม้จะไม่ดังเท่า แต่คุณภาพก็รับประกันในตัวเองอยู่แล้วว่า เมื่อหนังมาเข้าทาง เขาก็พร้อมที่จะเล่นมันได้เต็มที่อย่างที่หาคนมาเทียบชั้นได้ยาก

(ผมชอบ เดวิด ฟินเชอร์ ในสองเรื่องนี้ มากกว่า หนังออสการ์ย้อนอายุแบรด พิตต์ หลายเท่า)

ล่าสุดได้ แดเนี่ยล เครก มารับบท Mikael Blomkvist ที่พอจะสูสีเทียบเคียงต้นฉบับได้ แต่ ตัวแทน Lisbeth Salander ยังเป็นโจทย์ยากเย็น ซึ่งต้องยอมรับว่าส่วนที่โดดเด่นที่สุดของหนัง ส่วนหนึ่งต้องยกนิ้วให้ Noomi Rapace ทั้งใจถึง ทั้งเล่นได้เด็ดขาดดาร์คหมองหม่นได้สุดๆ ชนิดที่คนมาตามรอย คงยากมากที่จะลบภาพเธอออกไปได้

(แอบหวังว่าสุดท้าย เวอร์ชั่นฮอลลีวูด ทีมงานจะเปลี่ยนใจหันมาเลือก แครี่ย์ มัลลิแกน )



The Girl with the Dragon Tattoo เป็นตัวอย่างของหนังดี ที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งความหล่อความสวยของดารา เพราะ พระเอกก็หน้าย่น , นางเอกก็ไม่ได้สวยปิ๊ง

แต่ คาแรคเตอร์ที่หนังเขียนไว้มีบุคลิกเด่นชัด ต่างคนต่างก็มีปัญหาหนักอก มีจุดอ่อนในตัว และ การถ่ายทอดของนักแสดง สามารถทำให้สองตัวละครนี้ไม่ได้ดูมีความเป็นฮีโร่จ๋า แต่เราก็รู้สึกสนุกและอยากติดตาม ชีวิตของพวกเขา ทั้งในแง่การงานและความสัมพันธ์

โจทย์ข้อสุดท้ายที่ท้าทายที่สุดของเวอร์ชั่นฮอลลีวีด คือ อารมณ์หนังจาก ฮอลลีวู๊ด จะยังสามารถรักษาความ dark จากต้นฉบับได้เพียงไหนกัน หรือจะเปลี่ยนอารมณ์ไปอีกทาง อย่างที่หนังแวมไพร์ Let Me in ปล่อยตัวอย่างออกมา โฉ่งฉ่างกันเต็มที่ ตรงข้ามกับภาพเย็นยะเยือกของ Let the right one in



สรุป ... ชอบมาก ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง ยิ่งถ้าเป็นคนชอบหนังในแนวสืบสวน เช่น Se7en ชอบ คินดะอิจิ , อกาธา คริสตี้ ฯลฯ ยิ่งไม่ควรพลาด ความยาวเกือบสองชั่วโมงครึ่งของหนังไม่เป็นปัญหาในการตรึงคนดูติดเบาะ สาวรอยสักมังกร พาคนดูไปพบหนังสืบสวนคุณภาพสูงอีกครั้ง หลังจากไม่มีมานานเหลือเกิน

แม้จะบ่นว่าใจร้าย ที่เลือกฉายที่ House ที่เดียวเพราะเดินทางลำบาก แต่กับเรื่องนี้ต้องบอกว่า คุ้มค่ากับการเดินทาง และ จากเดิมที่กะแค่จะดูภาคแรกเรื่องเดียวอีกสองภาคค่อยรอแผ่น เห็นทีต้องเปลี่ยนใจได้แวะไปเยี่ยม House อีกซักสองครั้งเป็นแน่


บทความใน blog ที่อ้างอิงถึง

The Message – หนังสืบสวนดีๆ สำหรับคอคินดะ – โคนัน – อกาธ่า มาสืบหาว่าใครคือ’คนทำ’
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=aorta&month=22-06-2010&group=14&gblog=219

คู่มือดูหนัง : Inception (ฉบับตะกอนฝัน) + Memento (วิธีใช้รีโมทเพื่อถอดรหัส)
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=aorta&month=28-07-2010&group=14&gblog=229

Inception - โลกลวงที่งดงาม หรือ ความจริงที่เจ็บปวด (ฉบับ ฝันชั้นหนึ่ง )
//www.facebook.com/notes/phm-xyu-khang-hlang-khun/inception-lok-lwng-thi-ngdngam-hrux-khwam-cring-thi-ceb-pwd-chbab-fan-chan-hnung/428120036464

Inception , โลกลวงที่งดงาม หรือ ความจริงที่เจ็บปวด (ฉบับ ฝันชั้นสอง )
//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&month=07-2010&date=20&group=14&gblog=227


ขอฝาก หนังสือเล่ม 5 ของ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" จ้า
(วางอยู่ตามร้านหนังสือทั่วไทยแล้ว)










อ่านจบแล้ว ชวนมาคุยกันที่นี่ครับ //www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&group=18

และ

ความเห็นของ เพื่อนผู้อ่านที่อ่านจบแล้ว และสละเวลาเขียนถึง

//blogs.lumamagic.com/?p=1957



หนังสือ 4 เล่มก่อนหน้าที่ว่าด้วย 'ภาพยนตร์ - จิตวิทยา - พัฒนาตัวเอง(self - development)' ของ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"








สำหรับเพื่อนๆที่เล่น FaceBook หรือ Twitter ณ.บัดนาว "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" ขยายสาขาเรียบร้อยแล้วจ้า







Create Date : 03 สิงหาคม 2553
Last Update : 5 สิงหาคม 2553 14:48:04 น. 9 comments
Counter : 4460 Pageviews.

 
ชอบอ่านบล๊อกของคุณมากๆเลยครับ อ่านแล้วตอบข้อสงสัยในหนังหลายๆเรื่อง เสียอย่างเดียว รสนิยมของผมแตกต่างกับคุณอย่างสิ้นเชิงเลย เรื่องไหนคุณบอกสนุก ผมดูแล้วหลับตลอด หลังจาก there will be blood เลยตามอ่านอย่างเดียวละครับ ไม่ได้ตามดูด้วย


โดย: Kay IP: 81.159.22.129 วันที่: 3 สิงหาคม 2553 เวลา:7:05:37 น.  

 
รอดีวีดีสถานเดียว แงๆๆ


โดย: bigwore IP: 125.26.77.136 วันที่: 3 สิงหาคม 2553 เวลา:8:05:38 น.  

 
ไปดูมาแล้วครับ เป็นหนังสืบสวนสอบสวนที่ธรรมดา แต่ไม่ธรรมดา เพราะมันปูตัวละคร ให้คนดูค่อยๆ รู้จัก รู้ปูมหลัง ปมปัญหา คนดูจึกรู้สึกผูกพันธ์กับตัวละครหลัก พร้อมที่จะติดตามค้นหาหลักฐานในการสืบสวนคดี ไปพร้อมๆ กับฆาตกร ตอนผมดูผมคิดถึงหนังสือ คินดะอิจิ กับหนัง 7 และ เสียงเงียบของลูกแกะ ตรงที่หนังสร้างตัวละครหลักที่มีความไม่สมบูรณ์แบบเหมือนคนธรรมดาๆ อย่างเราๆ และการเล่าเรื่อง จังหวะความระทึกขวัญที่ดี มีรสนิยม เป็น 158 นาที ที่สนุกมากกกกครับ
ปล. ผมโชคดีที่บ้านอยู่ไม่ไกลจาก RCA และที่สำคัญมีคนพาไปด้วยครับ อิอิ


โดย: bonnie & ... IP: 58.8.123.218 วันที่: 4 สิงหาคม 2553 เวลา:14:26:48 น.  

 
เข้ามาติดตามอ่านเป็นกิจวัตร อ่านสนุก ถึงแม้หลายๆ เรื่องจะไม่มีโอกาสได้ดู (เพราะอยู่บ้านนอก T T)


โดย: gonz IP: 118.173.58.33 วันที่: 5 สิงหาคม 2553 เวลา:11:26:01 น.  

 
ชอบมากครับอ่านแล้วรู้สึกว่ารู้เรื่องเกี่ยวกับหนังที่นำเสนอได้ดีครับ ถึงแม้บางเรื่องจะไม่ได้ดูก็เถอะ


โดย: BB IP: 124.121.180.192 วันที่: 19 สิงหาคม 2553 เวลา:22:11:35 น.  

 
เห็นเป็นหนังสือขายดีในเว็บอเมซอนอยู่ตั้งนาน ตอนแรกดูจากชื่อเรื่องก็เดาไม่ออกว่าเป็นนวนิยายเกี่ยวกับอะไร แต่พอดูหนังแล้วสนุกดี จะมีรีเมคของฮอลลีวูดด้วยนี่นา

ปล อยากให้หนังสือแปลเป็นไทยทั้งสามเล่มเร็วๆจัง


โดย: Mr.Feynman วันที่: 1 กันยายน 2553 เวลา:22:28:02 น.  

 
ส่วนตัวเป็นแฟนของคินดะอิจิอยู่แล้ว เปิดอ่านผ่านๆ แล้วเห็นว่าแนะนำเลยไปหามาดู พอชื่อเรื่องขึ้นมาเอ๊ะนี่มันหนังสวีดิช นี่หว่า ดูจบแล้วยอมรับเลยว่าน่าหนักใจแทน Hollywood ที่จะเอามารีเมคจริงๆ ขอบคุณสำหรับวิจารณ์ที่แนะนำหนังดีๆครับ


โดย: Män som älskar kvinnor IP: 85.225.39.247 วันที่: 2 กันยายน 2553 เวลา:6:55:13 น.  

 
พอรู้ว่านำมา remake โดย david fincher ผกก. สุดเลิฟก็อยากดูสุดๆเลย อ่ะครับ


โดย: nuthingz IP: 192.168.1.112, 223.206.75.22 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:0:51:18 น.  

 
ขอบคุุณครับ
hptouchpadblackfriday


โดย: aomzon (aomzon ) วันที่: 10 ตุลาคม 2554 เวลา:19:32:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2553
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
3 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.