เที่ยวไปกับทัวร์ Circular Train (ตอนที่ 2)
ในช่วงตอนแรก ผมได้กล่าวถึงการเดินทางโดยรถไฟจัดเฉพาะช่วงชุมทางบางซื่อ ผ่านสามเหลี่ยมยมราช มาจนถึงชุมทางฉะเชิงเทราครับ วันนี้เราเข้าสู่ในตอนที่ 2 กันค่อไป



จากชุมทางฉะเชิงเทรา ผ่านที่หยุดรถโพรงอากาศ แต่ยุคก่อนเคยรุ่งเรืองถึงระดับเป็นสถานีทีเดียว

เส้นทางรถไฟช่วงนี้ ถูกปรับปรุงให้สามารถรับขบวนรถไฟที่มีน้ำหนักมากจากท่าเรือแหลมฉบังไปยังชุมทางแก่งคอย รถไฟสามารถใช้ความเร็วได้สูง ไม่โคลงเคลงด้วยล่ะ



ตอนนี้ ฝ่ายเสบียงเริ่มนำน้ำขวดมาแจกแก่ลูกทัวร์เป็นการเกริ่นกระเพาะ ก่อนเข้ามื้อเที่ยงที่ชุมทางแก่งคอย



ห้อตะบึงมาได้สักพัก ขบวนรถก็ลดความเร็วผ่านประแจเข้ารางหลีกที่สถานีบางน้ำเปรี้ยว เพื่อรอสวนกับขบวนรถโดยสารขาล่อง กบินทร์บุรี - กรุงเทพ

ทำเอาบรรดาลูกทัวร์ต่างเร่งกระจายตัวลงจากรถ หามุมเหมาะๆ ลองอาวุธทั้งหนักเบา เพื่อเก็บภาพเหยื่อยามเช้ากันล่ะ



มองไปรอบๆ สถานีแห่งนี้ก็ออกแนวแปลกอีกนั่นแหละครับ เพราะตัวอาคารสถานีเดิมอยู่ในสภาพทรุดโทรม ต้องรื้อถอนพร้อมสร้างใหม่ แถมอยู่ห่างเส้นทางรถไฟด้วยสิ

ต้องรอโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางฉะเชิงเทรา - ชุมทางแก่งคอย ก่อสร้างนั่นแหละครับ ถึงจะกลับเข้าสู่สภาพเช่นปกติ



เหยื่อมาแล้วครับ ถ้าเป็นอาวุธจริง คงตัวพรุน ตายสนิท ไม่เหลือรอดกลับไปแน่ๆ



หลังจากขบวนรถจากกบินทร์บุรี ออกพ้นสถานีบางน้ำเปรี้ยวไปแล้ว นายสถานียกธงเขียวปล่อยขบวนรถจัดเฉพาะเพื่อท่องเที่ยวออกจากสถานีโดยมิชักช้า



และแล้ว ขบวนรถจัดเฉพาะเข้าจอดบนเส้นทางแยกจากสายตะวันออก ที่สถานีชุมทางคลองสิบเก้า ก่อนมุ่งหน้าไปยังชุมทางแก่งคอยต่อไป

ถึงตอนนี้ ชาวคณะผู้จัดได้มอบของที่ระลึกแก่นายสถานีบนเส้นทางสายนี้ รวม 4 สถานีด้วยกัน ระหว่างดำเนินการอยู่นั้น บรรดาลูกทัวร์ต่างพากันแยกย้ายกันบันทึกภาพเป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย



ขนาดถ่ายรูป ต้องให้ติดภาพรถไฟเลยครับ ไม่เช่นนั้นเวลากลับมาบ้าน ถึงกับนอนไม่หลับ ฝันร้ายทีเดียว



บางรายที่มากับแฟน ก็จะเป็นอย่างนี้แหละ หวานแหววจนน่าอิจฉา...



รายนี้ไม่มีคนรัก มีแต่ของรัก ก็หาวิธีแสดงออกกับของรักของชอบจนได้นั่นแหละ



หลังจากเสร็จพิธีมอบของที่ระลึกให้แก่นายสถานีชุมทางคลองสิบเก้าแล้ว ทางสถานีได้ปล่อยขบวนรถแล่นเข้าสู่เส้นทางสายคลองสิบเก้า - แก่งคอย ซึ่งมีสถานีบนเส้นทางเพียง 4 แห่งเท่านั้น

สำหรับบ้านคลองสิบเก้า ซึ่งเป็นที่ตั้งของตัวสถานีนั้น จะเป็นชาวมุสลิมเกือบทั้งหมด ซึ่งผิดแผกไปจากหมู่บ้านแห่งอื่นที่เป็นชาวพุทธครับ และหมู่บ้านแห่งนี้ ขึ้นกับ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา



หากเป็นผู้ที่ช่างสังเกตแล้ว จะสงสัยว่าเส้นทางรถไฟสายนี้ดูผิดแปลกกว่าสายอื่นๆ ตรงที่ไม่มีเสาโทรเลขริมทางครับ แล้วเขาจะติดต่อสื่อสารกันอย่างไร ?

คำตอบอยู่ที่รางร้อยสายเคเบิลใยแก้วนำแสงที่อยู่ข้างทางรถไฟนั่นแหละครับ ซึ่งสายเคเบิลนี้เคยถูกโจรลักตัดไปขายมาหลายครั้ง แต่พอไปขายที่ร้านรับซื้อของเก่า เจ้าของร้านกลับส่ายหัว ใส่คืนซาเล้งเหมือนเดิม เพราะไม่มีเส้นลวดทองแดงเช่นสายโทรเลข สายไฟฟ้าทั่วๆ ไปครับ



เส้นทางรถไฟสายนี้ จาก อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา จะเข้าสู่ อ.องครักษ์ และ อ.บ้านนา จ.นครนายก อ.วิหารแดง และ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดยมีจุดใกล้กรุงเทพฯ ที่สุดตรงปลายคลองรังสิต อ.องครักษ์ จ.นครนายก

ตรงจุดนี้ จะเป็นสะพานรถไฟยาวเหยียดข้ามทั้งปลายคลองรังสิตและถนนสายรังสิต - องครักษ์ ก่อนเข้าสู่สถานีองครักษ์ ซึ่งอยู่เหนือชุมชน อ.องครักษ์ไปราว 2 กม.เศษ



ภาพที่เห็นจนเจนตาของชาวคณะทัวร์ชุดนี้ก็คือ พอขบวนรถจอดสนิท จะมีบรรดาลูกทัวร์วิ่งกันลงรถไปถ่ายรูปตามมุมโปรดของแต่ละคน ทุกสถานีเลยล่ะ



ระหว่างรอทีมงานผู้จัดทัวร์ มอบของที่ระลึกแก่นายสถานีองครักษ์ครับ



จากสถานีองครักษ์ ขบวนรถวิ่งยาวผ่านท้องทุ่งรังสิตตอนเหนือ เข้าสู่เขต อ.วิหารแดง จ.สระบุรี แล้วมาหยุดรถด้านใต้สถานีวิหารแดงราว 1 กม.

เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่บริษัท อิตัลไทย สับรางให้ขบวนรถแล่นเข้าย่านซ่อมบำรุงรถไฟของบริษัทฯ ต่อไป



พอเข้ามาถึงภายในรั้วโรงงาน ก็เห็นรถจักรดีเซลไฮดรอลิกส์ Henschel คันนี้ ซึ่งถูกตัดบัญชีใช้งานของการรถไฟฯ ไปแล้ว และทางบริษัทฯ ได้ประมูลซื้อมาซ่อมแบบยุบกินตัวเพื่อใช้งานได้ถึง 4 คันทีเดียว



แถมมีให้การรถไฟฯ ยืมมาทำขบวนรถโดยสารช่วยเหลือประชาชน ลุยน้ำท่วมใหญ่ระหว่างสถานีดอนเมือง - อยุธยา วันละ 6 เที่ยวด้วยครับ เนื่องจากสามารถลุยน้ำท่วมในระดับที่สูงกว่ารถจักรดีเซลไฟฟ้าซึ่งเป็นม้างานหลักของการรถไฟฯ ที่มีอยู่นั้น จะทำได้



หลังลงจากรถ ต่างพากันเดินตามเสียงโทรโข่งเชิญชวนเข้าที่ร่มในอาคารสนาม เพื่อรับน้ำเย็นๆ และของว่างจากพนักงานบริษัทอิตาเลียนไทย ก่อนเข้ารับฟังสรุปบรรยายภารกิจ



หลังจากคลายร้อน อิ่มขนมเสร็จสรรพดีแล้ว ทางผู้จัดทัวร์ ได้แนะนำวิทยากรและขอเชิญให้บรรยายสรุปภารกิจให้แก่ชาวคณะได้รับฟังกันครับ



แถมยังได้ขอปัน power point มาเผยแพร่ซ้ำในเว็บไซต์ และผมขอ copy มาสรุปเฉพาะงานที่เข้าไปเยี่ยมชมอีกครั้งหนึ่งครับ

............................

เครดิต : ITALTHAI Wihan daeng Industrial Complex





เข้าเรื่องภารกิจใน Compound "D" ที่ไปเยี่ยมชม



และลำดับขั้นตอนดำเนินการปรับปรุงรถไฟทั้งของการรถไฟ และบริษัทเอกชน ที่รับมาทำครับ



ผังแสดงขั้นตอนดำเนินการโดยย่อ เป็นลำดับสุดท้าย



หลังจากเสร็จการบรรยาย ทางผู้จัดทัวร์ได้มอบของที่ระลึกให้กับวิทยากรบริษัท โดยเป็นรูปขบวนรถงานของบริษัทฯ ที่ปฏิบัติงานปรับปรุงทางรถไฟช่วงชุมทางแก่งคอย - ลำนารายณ์ - ชุมทางบัวใหญ่ในขณะนี้



หลังจากนั้นแล้ว ทางผุ้จัดทัวร์ได้ปล่อยให้บรรดาลูกทัวร์ได้ไปชมงานต่างๆ ในบริเวณ compound "D" ตามอัธยาศัย โดยมีบรรดาพนักงานของบริษัทคอยชี้แจงข้อซักถามต่างๆ จนกระทั่งได้เวลาเรียกรวมพลเพื่อออกเดินทางกันต่อไป

..............

ขอขอบคุณ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ศูนย์อุตสาหกรรมวิหารแดง จังหวัดสระบุรี และพนักงานทุกท่านมา ณ โอกาสนี้

(รอติดตามชมตอนที่ 3 กันต่อไปนะครับ)




Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2555 23:18:04 น.
Counter : 2615 Pageviews.

2 comments
ผ้าป่าครั้งแรกในรอบ 20 ปี #วัดราษฏร์วิริยาราม ต.ยี่งอ อ.ยี่งอ นราธิวาส สมาชิกหมายเลข 4313444
(17 ก.พ. 2563 08:01:02 น.)
ตายายสายแค้มปิ้ง2 ตะลีกีปัส
(16 ก.พ. 2563 11:01:28 น.)
วัดตะโกและวัดบึงลัฏฐิวัน ชีริว
(14 ก.พ. 2563 22:50:18 น.)
เที่ยวปักใต้ กับเพื่อน friends time สมาชิกหมายเลข 3715193
(13 ก.พ. 2563 15:34:19 น.)
  
โดย: Kavanich96 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:10:10:01 น.
  
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ
โดย: owl2 วันที่: 12 ตุลาคม 2560 เวลา:11:02:56 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Owl.BlogGang.com

owl2
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]

บทความทั้งหมด