Konnichiwa Nihon no densha (2)
ตอนนี้ และตอนต่อๆ ไป ผมจะวนเวียนอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์รถไฟโอมิยะ ซึ่งถือว่าเป็นขุมทรัพย์ทางรถไฟอันมหาศาลสำหรับผมล่ะ

หากเป็นกล้องใช้ฟิล์มผมคงตุนเอาไว้เป็นโหล แต่นี่ เป็นเมมโมรีการ์ด ขนาดความจุเต็มพิกัด 16 GB ดังนั้น จึงกดภาพเต็มที่ไม่มียั้ง

และโชคดีมากๆ ที่ว่า ผมถ่ายภาพลักษณะนี้จนถึงวันกลับยังไม่เต็มความจุ ทั้งๆ ที่สำรองไว้เผื่อเหนียวไว้อีกสองสามอันทีเดียว แถมแบตเตอรี่ recharge อีก 2 ชุด

เรียกว่าป้องกันไว้ทุกจุด งานสนามไกลบ้านแบบนี้พลาดได้อย่างไร ?



ตามทางเดินเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นอาคารสองชั้น ดัดแปลงจากอาคารใช้งานของ JNR เมื่อสมัยก่อน จนกลายเป็นอาคารสุดสวย แฝงด้วยความขึงขังอยู่ในที



เดินชมความงามภายนอกอาคาร ตามเขาไปเรื่อยๆ ครับ



ร่องรอยของอาคารใช้งานเก่า จะเห็นถึงการอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการด้วย



มาถึงบริเวณจัดวางล้อขับของรถจักรไอน้ำที่มีขนาดใหญ่โต ถ้าถอดมาวางเดี่ยวโดด  ไม่เหมือนตอนที่ติดตั้งกับตัวรถจักรเลย



รุ่นรถจักรที่ผมเข้าใจว่าใช้งานกับล้อขับที่มีขนาดใหญ่โตนี้ เป็นรถจักรสร้างจากบริษัทในเยอรมนี



เปรียบเทียบกับล้อขับขนาดย่อมกว่าครับ



แผ่นอธิบายโดยย่อถึงล้อรถไฟประเภทต่างๆ เรียกว่า ให้ความรู้ตั้งแต่ยังไม่เข้าไปในพิพิธภํณฑ์เลยล่ะ อ่านจากภาษาอังกฤษเพียงน้อยนิดว่า เป็นล้อเหล็กหลอม



ล้อเหล็กดัดครับ



ล้อเหล็กหล่อ ถ้าเป็นนักศึกษาด้านนี้ หรือชาว ครฟ. คงจะอธิบายได้เป็นคุ้งเป็นแคว



ล้อไม้ คาดว่าคงใช้ในช่วงต้นๆ ของกิจการรถไฟ หรือเป็นล้อเกวียนขนสินค้าในยุคโน้น



ล้อเหล็กแผ่นรีดเย็น



เข้าใจว่าเป็นการจัดวางล้อประเภทต่างๆ ให้ชมครับ



แคร่โบกี้สมัยใหม่ก็มี ยกมาให้เห็นของจริงกันเลย



แบบว่า อ่านคำอธิบายภาษาญี่ปุ่นไม่เข้าใจ ขอเกาหัวแกรกๆ ไว้ก่อน  ลองใช้วุ้นแปลภาษาของอากู๋ บอกว่าเป็นกำหนดการโชว์ของทางพิพิธภัณฑ์



ผ่านช่วงหนึ่ง ทาง JR ได้ตัดเอาส่วนหน้าของหัวรถจักรไอน้ำที่ปลดประจำการแล้ว มาตั้งเป็นนายแบบกันเลย

ดูจากเสาอาณัติสัญญาณ ทำให้ทราบว่า ได้รับอิทธิพลจากรถไฟเครือจักรภพอังกฤษ เช่นเดียวกับในบ้านเรา ได้รับอิทธิพลจากรถไฟของจักรวรรดิเยอรมัน



รอให้ครอบครัวก่อนหน้านั้นถ่ายภาพให้เสร็จก่อน ค่อยถึงตาเราบ้าง



ชาวคณะเลยเอื้อเฟื้อถ่ายภาพตอบแทน ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์

หลังจากที่ อ.วิรัตน์ ได้นำชาวคณะมาปล่อยไว้ที่หน้าห้องจำหน่ายตั๋วเข้าชมพิพิธภัณฑ์ จัดแจงซื้อตั๋วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปล่อยให้ผมกับคุณณพเดินชมและบันทึกภาพตามอัธยาศัย โดยนัดพบกันอีกครั้งหนึ่งที่หน้าทางเข้าอาคารในเวลาปิดทำการ ซึ่งจะมีการกระจายเสียงให้ผู้เข้าชมได้ทราบล่วงหน้า เป็นเวลา 30 นาที

อ.วิรัตน์ บอกว่า เข้ามาชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จนแทบหลับตาเดินได้ จึงขอตัวไปทำธุระเรื่องจองตั๋วของ JR Rail Pass ให้เรียบร้อยก่อน ถึงเข้ามารับตามกำหนดนัด

คราวนี้ สองคนก็ย่างเท้าก้าวเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ แยกย้ายกันบันทึกภาพตามสไตล์ "สองคนยลตามช่อง..." ล่ะครับ



พอก้าวเท้าเข้าข้างใน ก็อึ้ง ทึ่ง กับรถไฟหลากชนิดที่เคยใช้งานสมัย JNR และร้อยละ 99 ล้วนแต่ผลิตจากโรงงานในประเทศญี่ปุ่น

ตัวยืนที่รู้จักกันมากที่สุด คือรถจักรไอน้ำรุ่น D 51 ซึ่งมีญาติรุ่น มิกาโด ใช้งานอยู่ใน รฟท. และมีการตัดเฉพาะภายใน cab ห้องขับให้ผู้สนใจมาขับเล่นประกอบกับการฉายภาพจากจอ simulator โดยมีเจ้าหน้าที่อยู่แนะนำ ควบคุมพร้อมสรรพ

มีค่าใช้จ่ายทดลองขับด้วยนะ ให้เวลาคนละ 3 นาที และมีระบบเขย่าให้เหมือนสภาพวิ่งจริงด้วย



คันนี้เป็นรถจักรไอน้ำสั่งนำเข้าจากสหรัฐฯ ในสมัยกิจการรถไฟของญี่ปุ่นอยู่ในระยะเริ่มต้น



คันซ้ายภาพนี้น่าสนใจครับ เป็นรถโดยสารสั่งนำเข้าจากสหรัฐฯ เพื่อใช้งานรถไฟที่เกาะฮอกไกโด สมัยก่อน ส่วนคันขวาภาพ มีการผ่าเครื่องแสดงให้เห็นระบบการทำงานของระบบไอน้ำภายในตัวรถจักรด้วย

ในบ้านเราก็เคยมี เพื่อให้นักเรียนของโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟได้ศึกษา แต่หมดความจำเป็น เนื่องจากมีการยกเลิกใช้รถจักรไอน้ำ เลยถูกย้ายไปอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เจษฎาเทคนิค มิวเซียม นครชัยศรี และปิดเปลือกหุ้มเรียบร้อยแล้ว



มีป้ายคำบรรยายสั้นๆ วางประกอบด้วย เสียดายที่ผมอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก ได้เพียงแต่เดาเท่านั้น



มีรถจักรไอน้ำรุ่น C 57 อยู่คันหนึ่ง แต่ยังไม่ทราบประวัติความเป็นมาครับ

เห็นตากล้องสมัครเล่นชาวญี่ปุ่นรายนี้ ทำให้นึกอิจฉาบ้านเขาเป็นกำลัง ที่สามารถซื้อหากล้อง และอุปกรณ์บันทึกภาพประดาได้ในราคาถูก ข้อนี้ ได้มาจากเดินเป็นเพื่อนช่วยลุ้น อ.วิรัตน์ หาซื้อกล้องคู่มือที่ร้าน big camera ย่านเอกิฮาบาร่า ในค่ำวันต่อมา



รถจักรไอน้ำหน้าตาแปลกๆ ก็มีครับ คันนี้คงใช้งานไต่เขาที่สูงชัน เพราะมีล้อฟันเฟืองเพิ่มแรงขับอยู่ตรงกลางด้วย



มาด้านรถจักรไฟฟ้าบ้างดีกว่า ส่วนใหญ่สมัยแรก มักจะใช้ในทางบนภูเขา



รถจักรที่สร้างเองตอนแรก ผมว่ายังไม่สวยงามอะไรนัก แถมผมดันไปถ่ายรูปด้านท้ายอีกด้วย แต่โดยปกติแล้ว มักจะพ่วงพหุ (พ่วงคู่)



รุ่นหลังๆ คงทำขบวนรถโดยสาร เลยมีลักษณะ (ท่าทางจะ) ลู่ลมแบบนี้ตามสไตล์ญี่ปุ่น ทราบข้อมูลว่า เป็นรถจักรไฟฟ้าสร้างในญี่ปุ่น และใช้งานก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2



จากรถไฟจำลองที่ให้ผู้ชม (มักจะเป็นเด็ก) กดปุ่มเล่นเพื่อสังเกตการทำงานนั้น จะแสดงให้เห็นเครื่องจักร และอุปกรณ์ภายในแบบนี้ครับ



จะอิจฉาเด็กญี่ปุ่นก็ตรงนี้แหละ เหอ.... เหอ....



มองไปมา อ้าว...หลักฐานระบุไว้ตรงนี้เอง เป็นรถจักรไฟฟ้ารุ่น ED 40 ใช้งานอยู่เส้นทางภูเขาทางด้านใต้ของญี่ปุ่น แถบเมืองนาโกยา



ใบกำกับสรรพคุณตั้งอยู่ใกล้ๆ เช่นกัน เสียดายที่ผมอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออกเช่นเคย และขอพักตอนไว้ตรงนี้ก่อนครับ



Create Date : 07 ตุลาคม 2562
Last Update : 18 ธันวาคม 2562 9:22:35 น.
Counter : 196 Pageviews.

0 comments
ทนายอ้วนชวนเที่ยว ... เวลาเดินช้าที่ .. น่าน - วัดพญาวัด จ.น่าน ทนายอ้วน
(21 ก.พ. 2563 13:24:34 น.)
เที่ยวโตเกียว # 4 ...ชม ชิม ช้อป ย่านอุเอโนะวันฝนพรำ Sweet_pills
(21 ก.พ. 2563 07:44:06 น.)
ลาวใต้ - อุบลราชธานี ~~~ น้ำตกคอนพะเพ็ง สายหมอกและก้อนเมฆ
(21 ก.พ. 2563 20:11:21 น.)
The Long Way Around - Dixie Chicks ... ความหมาย tuk-tuk@korat
(18 ก.พ. 2563 08:25:24 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Owl.BlogGang.com

owl2
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]

บทความทั้งหมด