Konnichiwa Nihon no densha (4)
ขออภัยที่เงียบหายไปนานครับ มาต่อเรื่องกันดีกว่า

ผมขึ้นชั้นบน ประกอบด้วยห้อง simulator นับสิบเครื่องให้ผู้สนใจได้ลองมือขับรถไฟ ซึ่งมี พขร.เด็กๆ จองกันเพียบ

เข้าสู่ห้องแสดงโมเดลรถจักร อุปกรณ์ชำร่วยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับรถไฟ ซึ่งไม่เฉพาะแต่ของญี่ปุ่นเท่านั้น แต่เป็นประวัติเกี่ยวกับความเป็นมาของรถไฟตั้งแต่เริ่มแรกจนมาถึงการขนส่งมวลชนเป็นกิจจะลักษณะในปัจจุบันนี้

ก็... เพลินกับโมเดลเหล่านี้ เหมือนตอนไปนั่งเกาะตู้กระจกตามห้างดูรถไฟจำลองนั่นแหละ จนพลัดกับคุณณพ โดยชล่าใจว่าเจ้าตัวคงไปเก็บภาพที่ไหนสักแห่ง แต่บอกกันว่าหากพลัดกันแล้ว ให้ไปเจอกันที่หน้าทางเข้าพิพิธภํณฑ์ เมื่อถึงเวลาปิด

แล้วก็พลัดกันจริงๆ จนคุณณพไม่ได้ขึ้นไปชั้นบนเพื่อเก็บรูปตามปรารถนาคนชอบรถไฟ ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งมา ณ โอกาสนี้

หวนกลับมาคิดทีไร หวาดเสียวครับ เพราะไม่ใช่วัดแจ้ง วัดโพธิ์บ้านเราน่อ แถมพี่น้องชาวญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษก็พอๆ กับคนไทยไปเที่ยวที่นั่นอีก คงสื่อสารกันสนุกล่ะ



รถจักรไอน้ำรุ่นแรก ถูกประดิษฐ์ใช้งานแทนแรงคนงานในเหมืองถ่านหินของอังกฤษ ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม



โมเดลของรถจักรไอน้ำประดิษฐ์โดย Matthew Murray เพื่อใช้กิจการเหมืองที่ MIddleton ไปยังเมือง Leeds ของ John Blenkinsop เมื่อปี พ.ศ.2355 ในประเทศอังกฤษ

เป็นรถจักรไอน้ำที่มีศักยภาพใช้งานในเชิงพาณิชย์เป็นแห่งแรก

(สังเกตว่า มีฟันเฟืองติดอยู่ด้านข้างรางเพื่อช่วยแรงขับ แทนคันชัก-คันส่งในยุคต่อมา)



The Locomotion หมายเลข 1 รถจักรไอน้ำที่ยอร์ช สตีเฟนสัน สร้างขึ้นเพื่อใช้งานขนส่งผู้โดยสารสาธารณะสายแรกของโลก

เมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ.2368 ระหว่างเมือง สตอกตัน - ดาร์ลิงตัน ประเทศอังกฤษ



The Rocket สร้างโดยโรงงานของยอร์ช สตีเฟนสัน

เป็นรถจักรไอน้ำที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ในการทำขบวนรถไฟขนส่งสาธารณะ ระหว่างเมืองลิเวอร์พูล - แมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ.2372

ทำให้กิจการรถไฟเป็นที่นิยมไปทั่วโลกนับแต่นั้น



รถโดยสารที่ใช้งานของขบวนรถไฟสายลิเวอร์พูล - แมนเชสเตอร์ ในขณะนั้น

โดยมีที่นั่่งของพนักงานห้ามล้ออยู่ด้านหน้าตู้โดยสารแต่ละตู้ ในการห้ามล้อและคลาย เมื่อรถหยุดตามสถานี



รถจักรไอน้ำของสหรัฐอเมริกาในยุคแรก



รถจักรจากสหรัฐฯ รูปทรงนี้ ถูกสั่งเข้ามาใช้งานบนเส้นทางรถไฟบนเกาะฮอกไกโด ของญี่ปุ่น



รถจักรไอน้ำจากอังกฤษ ที่ญี่ปุ่นสั่งเข้ามาทำขบวนรถสายโตเกียว - โยโกฮามา เมื่อปี พ.ศ.2415 ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟสายแรก ความยาว 29 กม.



รถจักรหมายเลข 9600 ที่ญี่ปุ่นผลิตเอง



คงจะเป็นรถจักรขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นในสมัยนั้น การจัดวางล้อเป็นแบบ "มิกาโด" ด้วยสิ



รถจักรไอน้ำรุ่น C - 58 ครับ รูปร่างหน้าตาคล้ายรถจักรที่ใช้งานก่อสร้างทางรถไฟสายมรณะบ้านเรา



รถจักรไอน้ำรุ่น C 62 การจัดวางล้อเป็นแบบ "แปซิฟิก" คาดว่าใช้ทำขบวนรถโดยสารในสมัยโน้น



รถจักรไฟฟ้าหมายเลข 10001 ใช้งานเส้นทางบนภูเขา จะมีล้อฟันเฟืองเสริมกำลังอยู่ตรงกลางด้วย



รถจักรไฟฟ้าที่ใช้งานบนเส้นทางราบปกติครับ ซึ่งญี่่ปุ่นได้ออกแบบสร้างเอง



โมเดลแสดงให้เห็นอุปกรณ์ภายในรถจักรไฟฟ้า



รถจักรไฟฟ้าของญี่ปุ่น รุ่น EF 58 ผลิตขึ้นใช้งานภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2



รถจักรไฟฟ้า รุ่น ED 45



รถจักรไฟฟ้ารุ่น EH 10



รถจักรไฟฟ้ารุ่น DD 50 ผมว่าหน้าตาคล้ายๆ กับรถจักร Hitachi นะ



โมเดลรถโดยสารที่ผ่าให้เห็นสภาพภายในครับ



คงจะเป็นรถโดยสารจัดเฉพาะ จากลักษณะการจัดวางที่นั่งอย่างหรูหรา



ภายในรถโดยสารอีกแบบหนึ่งครับ น่าจะเป็นรถชั้น 2



รถโดยสารก่อนเข้าสู่ยุครถไฟความเร็วสูง และขบวนรถพ่วงหลายยูนิต



"โบกี้กลไฟ" ที่ญี่ปุ่นผลิตขึ้นเอง โดยมีตัวจริงแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์รถไฟเมืองเกียวโต



รถจักรดีเซลไฟฟ้าสมัยใหม่ ปัจจุบันมักทำขบวนรถสินค้า



ตู้โดยสาร blue train ที่หรูหรา งดงามของญี่ปุ่น



โมเดลผ่าแสดงภายในของรถจักรไฟฟ้า รุ่น DF 50



รถจักรไฟฟ้ารุ่น ED 70



ส่งท้ายด้วยถจักรดีเซลสับเปลี่ยน รุ่น DD 13 ซึงมีให้เห็นอยู่ตามย่านสถานีต่างๆ แต่ไม่ใช่สำหรับขบวนรถไฟความเร็วสูง ชิน กังเซ็น เพราะความกว้างรางไม่เท่ากัน



หลังจากที่ญี่ปุ่นได้ปรับปรุงรถไฟให้มีความเร็วสูงขึ้น และเป็นรถไฟฟ้าทั้งขบวน สร้างความนิยมให้กับผู้ใช้บริการเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้จะมีความเร็วเพียง 110 กม./ชม. ในขณะนั้นก็ตาม

แต่ข้อมูลด้านต่างๆ ที่ได้รับนั้น ถูกนำมาวิเคราะห์อย่างละเอียด จนกลายเป็นรถไฟความเร็วสูง ชิน กังเซ็น ในเวลาต่อมา



ขบวนรถด่วนไฟฟ้า รุ่น KUHA 181 วิ่งบริการระหว่างสถานีโตเกียว - โอซากา - โกเบ ในปี พ.ศ.2501 ด้วยความเร็วสูงสุด 110 กม./ชม.



และพัฒนาจนสามารถทำความเร็วถึง 160 กม./ชม. บนเส้นทางขนาด 1.060 เมตร ของญี่ปุ่น



ส่วนเส้นทางสายย่อย จะมีขบวนรถไฟบริการต่อเนื่องไปอีก เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางโดยทั่วถึง ส่วนใหญ่ มักจะเป็นรถไฟตระกูล KIHA รุ่นต่างๆ ใช้การขับเคลื่อนทั้งเครื่องยนต์ดีเซล และพลังไฟฟ้า

สำหรับรถไฟที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลในการขับเคลื่อนนั้น มักใช้บนเส้นทางที่ปริมาณการสัญจรไม่หนาแน่น มีผู้โดยสารน้อย แค่รถเพียงคันเดียวก็เพียงพอให้บริการ



KIHA ใช้พลังไฟฟ้าครับ แถมตู้โดยสารยังเป็นแบบสองชั้นอีกด้วย



ผมคิดว่า รถไฟตระกูล KIHA นี้ จะเป็นที่นิยมกันมากของชาวญี่ปุ่น ต่างจากบ้านเราที่เน้น RHN หรือ THN



อ้าว.... ยังมีภาพตู้โดยสารชุด blue train เหลืออยู่อีกคันครับ ขอเอามาแถมท้ายก็แล้วกัน



คงเป็นรถไฟรุ่นแรกๆ สังเกตจากไม่มีกันชนนี่แหละ ผมคิดเอาเองเน้อ



รถไฟสองชั้นก็มีครับ



รถไฟวิ่งด้วยพลังไฟฟ้าของญี่ปุ่น

href="https://www.bloggang.com/data/o/owl/picture/1573621105.jpg" target=_blank>

คันเล็ก แต่ยาวเหยียดเลย ขบวนละ 8 คัน ถือว่าเป็นมาตรฐานของรถไฟญี่ปุ่นทุกวันนี้



รถไฟใต้ดินที่ให้บริการตามเมืองใหญ่ในปัจจุบัน อาจพ่วงเป็นขบวนยาว 8 ตู้ ในชั่วโมงเร่งด่วน ผู้โดยสารมีมากจนถึงขั้นมีพนักงานดันเข้าไปในรถนั่นแหละ

นับว่าเป็นโชคของชาวคณะเป็นอย่างยิ่ง ที่ไม่เจอสภาพการณ์นั้นตลอดทริปนี้



ขบวนรถด่วน limited express หลากรูปทรง ซึ่งวิ่งบริการบนเส้นทางมาตรฐานของญี่ปุ่น ล้วนแต่มีชื่อเรียกเช่นเดียวกับขบวนรถไฟของอังกฤษ แทนที่จะเป็นหมายเลขที่เราคุ้นเคย



ขบวนรถ luxurly train บนเกาะกิวชู ค่าโดยสารแพง และมีวิ่งเป็นบางวันเท่านั้น



ชบวนรถไฟด่วน Narita express อันมีชื่อเสียงของญี่ปุ่น



มีสีสันน่ารักขนาดไหน ดูเอาเถิด ผมถึงว่า ทำไมชาวญี่ปุ่นถึงประทับใจรถไฟกันนักหนา



ขบวนรถด่วน Limited express Azusa ของบริษัท JR East วิ่งระหว่างสถานี Shinjuku กับสถานี Matsumoto



เป็นรถไฟประจำวันที่ชาวบ้านใช้เดินทางไปทำงานครับ หลากหลายสีสันแบบรถเมล์บ้านเราในยุคก่อน



คันนี้หลุดมาได้ไงก็ไม่รู้แฮะ ? ลองเดากันดูนะครับว่ารุ่นไหน



ส่งท้ายตอนด้วยรถไฟไฟฟ้าขวัญใจคุณณพ และมีโอกาสเห็นรุ่นที่คล้ายคลึงกันนี้ด้วยสิ



Create Date : 13 พฤศจิกายน 2562
Last Update : 18 ธันวาคม 2562 9:30:19 น.
Counter : 114 Pageviews.

0 comments
ฟุตบอลนัดพิเศษ : เชียงใหม่เอฟซี VS คอนซาโดเล ซัปโปโร JinnyTent
(13 ก.พ. 2563 10:15:13 น.)
#### รีวิว Mrs. Wu ชาบูของคนรักเนื้อ และขนมหวานดี๊ดี #### สาวไกด์ใจซื่อ
(11 ก.พ. 2563 08:57:40 น.)
แต่งไทยห่มสไบนุ่งโจงมางานแผ่นดินพระนารายณ์ แล้วมาตามรอยเส้นทางธรรมะ สดุดีวีรชนค่ายบางระจัน อุ้มสี
(10 ก.พ. 2563 14:59:02 น.)
◐◑↔เที่ยวแถมได้บุญติดตัว มาฆบูชา 2563 เที่ยวชม 10 วัดสวยทั่วเมืองไทย สมาชิกหมายเลข 4149951
(7 ก.พ. 2563 18:45:00 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Owl.BlogGang.com

owl2
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]

บทความทั้งหมด