พินิจงานรถไฟสายอีสานด้วยค่าโดยสารเพียง 50 บาท (1)
สวัสดีครับ...

เรื่องของเรื่องก็มีอาจารย์คณะสถาปัตย์ มหาวิทยาลัยเอกชน สมาชิกร่วมก๊วนรถไฟของผม เกิดความสนใจในภาพเก่าๆ ที่ผมเคยร่วมคณะไปเที่ยวเมื่อหลายปีก่อน ไปถ่ายรูปบนสะพานรถไฟข้ามถนนสุระนารายณ์ ที่ อ.เทพสถิตย์ จ.ชัยภูมิ

เลยคุยกันโดยมีน้องร่วมก๊วนอีกคนเข้ามาแจม สรุปจนลงตัวว่านั่งรถไฟทั้งขาไปขากลับ โดยพักค้างที่โคราช 1 คืน โดยมีฤกษ์งามยามดีในวันที่ 26 - 27 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นวันออกเดินทาง โดยมีจุดหมายแรกที่ชุมทางแก่งคอย



เช้าวันที่ 26 สิงหาคม เวลา 06.00 น. ผมออกจากบ้านแต่เช้า มุดดินไปยังสถานีรถไฟบางซื่อ แต่ทว่า ดันลืมเปิดอินเตอร์เน็ตเอาไว้ เลยไม่ทราบว่าทีมงานเขานัดเจอกันที่ไหน อย่างไร

แต่คิดอยู่ในใจว่า หากไปถึงแก่งคอยแล้วไม่เจอใคร ก็ขึ้นรถขาล่องกลับมากรุงเทพฯ ล่ะ



พอไปที่ช่องจำหน่ายตั๋ว ปรากฎว่าค่าโดยสารชั้น 3 พร้อมค่าธรรมเนียมรถเร็วสายอุบลราชธานีไปยังสถานีชุมทางแก่งคอย เป็นเงิน 50 บาท

น้องร่วมก๊วนได้อธิบายแก้ความงงๆ ของผมในตอนหลังว่า หากจะขึ้นรถไฟฟรีแล้ว ต้องไปกับรถเร็วสายอุบลราชธานีเที่ยวเที่ยง แต่ขบวนรถที่คณะเราเดินทางต่อจากนั้น เป็นขบวนรถไฟเพื่อบริการสังคม (รถไฟฟรี) ทั้งหมด

ดังนั้น ทัวร์พินิจงานสายอีสานงวดนี้สำหรับผม จะมีค่าเดินทางเพียง 50 บาทเท่านั้น เพราะขากลับ จะมากับรถโดยสารจากสุรินทร์ ซึ่งก็ฟรีเหมือนกัน

แต่ก็อีกนั่นแหละครับ คงเป็นการขึ้นรถไฟฟรีครั้งสุดท้ายสำหรับผม เพราะการรถไฟฯ มีนโยบายยกเลิกตั๋วฟรีตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป ผู้โดยสารต้องใช้บัตรคนจนมาประกอบการแสดงตนเพื่อขอตั๋วโดยสาร จะทำมั่วนิ่มว่าลืมพกมา หรือไม่ได้ทำบัตรคนจนอีกไม่ได้



พอได้เวลา 07.10 น. ขบวนรถเร็วสายอุบลราชธานีเที่ยวเช้า ได้แล่นเข้ามาเทียบชานชาลาสถานีชุมทางบางซื่อ ไม่ถึง 5 นาที ผู้โดยสารต่างกรูกันขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว แต่ขบวนรถยังไม่ออกจากสถานี เนื่องจากมีการสับเปลี่ยนโดยหัวรถจักรที่ทำขบวนมาจากหัวลำโพง จะถอดจากขบวนวิ่งเข้าสู่โรงรถจักรที่บางซื่อ และหัวรถจักรที่จะทำขบวนจริงนั้นจนถึงปลายทางนั้นเข้ามาพ่วงแทน

ภาษาของแฟนรถไฟเช่นพวกผมมักจะเรียกกันว่า "ตัวปลอม" กับ "ตัวจริง" ครับ





ขบวนรถวิ่งผ่านโรงรถจักรบางซื่อ นึกถึงลุงเจียวต้าย และผมสมัยยังเด็กครับ ที่มีโอกาสได้เห็นหัวรถจักรไอน้ำคันน่าเอ็นดูนี้ วิ่งบริการเป็นรถงานช่วงสถานีคลองสาน - มหาชัย



มีทรากรถจักรที่ปลดประจำการจอดอยู่ข้างโรงรถจักรนับสิบคันครับ

หากผู้ใดสนใจสามารถติดต่อขอซื้อได้ในราคาคันละ 1 ล้าน 8 แสนบาท แต่ต้องหาพาหนะและออกค่าใช้จ่ายในการขนย้ายเอง



ทางรถไฟยกระดับสายสีแดงจากชุมทางตลิ่งชันสร้างมารอบรรจบตั้งนานแล้ว ตรงด้านเหนืออาคารโรงรถจักรบางซื่อ



มีเพื่อนผู้โดยสารนั่งตรงข้ามกับผมรวมสองคน คนซ้ายไปลงที่สถานีหนองแซง จ.สระบุรี

ส่วนคนขวากับญาติอีกสองรายไปลงที่สถานีศรีสะเกษ หอบทุเรียนไปฝากที่บ้านรวม 4 กล่องกับอีก 2 กระสอบ ทำให้ พรร.ต้องเรียกเก็บค่าสัมภาระเป็นเงินรวม 60 บาท แต่เจ้าตัวบอกว่าบ่ยั่นดอก



หลังจากพ้นสถานีรังสิตไปแล้ว บรรยากาศเริ่มสงบ เข้ารูปเข้ารอย ผู้โดยสารต่างคอพับคออ่อนหาที่เหมาะๆ งีบรับลมเย็นกันเป็นแถว



เอ้อ... มีใครลองชิมของอร่อยที่นี่หรือยังครับ ?



พอมาถึงชุมทางแก่งคอย ผมก็โทรฯ ติดต่อรวมพลกับพรรคพวกทันที ปรากฎว่าเตรียมเดินข้ามย่านสถานีไปยังอาคารโรงซ่อมรถจักร

เลยต้องรอจังหวะให้ผมเดินไปสมทบ ก่อนที่จะเดินผ่านขบวนรถพ่วงที่ตัดบัญชีใช้งานไปยังบริเวณอาคารที่เห็นอยู่ลิบๆ โน้นครับ



ระหว่างทาง พบทรากรถดีเซลราง "โตกิว" ตู้สเตนเลส ซึ่งเคยใช้บนเส้นทางสายแม่กลอง เลยยุให้อาจารย์ที่ไปด้วยจัดการเก็บภาพโดยด่วน



แล้วเราก็มาถึง แขวงรถพ่วงแก่งคอย จุดหมายแรกที่ต้องการมาและแนะนำให้อาจารย์ที่ร่วมทีมมาได้รู้จัก

อาคารหลังนี้ เคยได้รับรางวัลจากสมาคมสถาปนิกแห่งประเทศไทย ที่เสาต้นหนื่งมีรอยสะเก็ดระเบิดจากเครื่องบินสัมพันธมิตรสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เฉีอนเอาด้วยครับ



ก่อนที่จะเข้าไปในอาคาร ขอเก็บภาพรถจักรไอน้ำจำลองซึ่งทางแขวงฯ ได้ทำไว้เป็นที่ระลึกครับ



ภายในรถจักรจำลอง ทำได้เหมือนจริงทุกอย่าง ยกเว้นถุงปุ๋ย ซึ่งเป็นของแปลกปลอมในภายหลัง



และผมเพิ่งสังเกตว่า เหตุที่รถจักรไอน้ำจำลองคันนี้วิ่งไม่ได้ อาจมาจากไม่มีบังใบล้อนี่เอง



มีรถจักรจอดที่หน้าโรงซ่อมอยู่หลายคันทีเดียว ทั้งรถจักรรุ่นใหม่



และรถจักรรุ่นเก่า แต่สียังใหม่ปิ้ง

สำหรับคันขวามือนั้น ช่างกำลังซ่อมระบบสายไฟสู่มอเตอร์ขับเคลื่อนครับ เลยขยับไปทางไหนไม่ได้



ต้องไปเยี่ยมคำนับเจ้าของถิ่นก่อน แล้วเวลานอกจากนั้น ก็หมดไปกับการคุยกันอย่างถูกคอตั้งแต่เรื่องมดไปจนถึงเรื่องช้างเป็นโขลงๆ กว่าจะนึกได้ว่าเลยกำหนดซื้อเสบียงเพื่อนำติดตัวขึ้นรถไฟฟรีท้องถิ่นสายแก่งคอย - บัวใหญ่ เวลาก็จวนเจียนเต็มที

ต้องแบ่งหน้าที่กันโดยให้ผมซื้อน้ำกับไปขอรับตั๋วที่สถานี ส่วนตัวน้องร่วมคณะนั้น จ้ำเท้าไปซื้อข้าวหน้าเป็ดที่ร้านหน้าสถานี ขอลัดคิวชนิดเร่งด่วนเลยล่ะ

โจนขึ้นมาบนขบวนรถได้ พอดีกับทางสถานีเคาะระฆัง ปล่อยให้รถไฟชักหวูดออกเดินทางเข้าสู่เส้นทางสายลำนารายณ์อย่างมิชักช้า

ขอพักปาดเหงื่อก่อนครับ...



Create Date : 25 กันยายน 2560
Last Update : 25 กันยายน 2560 22:24:13 น.
Counter : 1174 Pageviews.

4 comments
พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ย้อนวันวานกรุงเทพฯ ในอดีต แมวเซาผู้น่าสงสาร
(19 ก.พ. 2563 14:50:53 น.)
วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร สายหมอกและก้อนเมฆ
(18 ก.พ. 2563 21:08:39 น.)
ผ้าป่าครั้งแรกในรอบ 20 ปี #วัดราษฏร์วิริยาราม ต.ยี่งอ อ.ยี่งอ นราธิวาส สมาชิกหมายเลข 4313444
(17 ก.พ. 2563 08:01:02 น.)
เที่ยวเกาหลี เดือนมีนา Raining Rain
(16 ก.พ. 2563 19:24:34 น.)
  
ขอบคุณที่แบ่งปัน
โดย: Kavanich96 วันที่: 26 กันยายน 2560 เวลา:3:24:12 น.
  
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 26 กันยายน 2560 เวลา:23:07:02 น.
  
ขอบคุณที่แวะมาชมครับ
โดย: owl2 วันที่: 27 กันยายน 2560 เวลา:21:55:24 น.
  
ขอบคุณค่ะ
โดย: ป้าทุยบ้านทุ่ง วันที่: 5 พฤศจิกายน 2560 เวลา:9:07:51 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Owl.BlogGang.com

owl2
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]

บทความทั้งหมด