มิงกาลาบาห์ เมียนมาร์ ( 7 )


พอได้เวลาทุ่มครึ่ง คณะทัวร์ก็ชีพจรลงเท้าไปยังพระมหาเจีย์ชเวดากองล่ะครับ เข้าทางประตูด้านตะวันตก จ่ายค่าธรรมเนียม ขึ้นลิฟท์ ตรงไปยังลานพระเจดีย์กันเลย

ไปกับทัวร์นั้นดีอยู่อย่างหนึ่ง ตรงที่ไม่พะวงเรืองค่าธรรมเนียมต่างๆ รวมถึงค่ากล้องถ่ายรูป เพราะทางบริษัทจัดการให้เสร็จ โดยคิดรวมกับค่าทัวร์เรียบร้อยแล้ว

ค่าธรรมเนียมนี้ คิดเป็นจำนวนครั้ง ไม่ใช่จ่ายเพียงครั้งเดียวแล้วเข้าๆ ออกๆ ได้ตลอดวันนะครับ



เหตุผลที่นำขึ้นทางลิฟท์ เพื่อความรวดเร็วและประหยัดพลังงานมากกว่า เพราะที่ตั้งของพระมหาเจดีย์ชเวดากองจะอยู่บนเนินสูง

หากเดินขึ้นมาตามบันไดปกติ เกรงว่าจะหมดแรงกันเสียก่อน



มองจากด้านในลิฟท์ ผนังอีกด้านเป็นกระจกครับ



เกี่ยวกับตำนานของพระมหาเจดีย์ชเวดากองนั้น กล่าวว่าสร้างขึ้นโดยกษัตริย์ของมอญเมื่อประมาณ 1,200 ปีมาแล้ว (แต่บางตำนานบอกว่า 2,500 ปี) เพื่อบรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าซึ่งประทานให้กับนายวานิช 2 คน ที่เดินทางไปนมัสการพระองค์ในสมัยโน้น โดยนำขึ้นมาที่ท่าเรืออันเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์โบตะตาวในปัจจุบัน

ด้วยแรงศรัทธาของกษัตริย์ทุกพระองค์ทรงทะนุบำรุง มีการต่อเติม ซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย จนทำให้พระมหาเจดีย์แห่งนี้มีความสูงประมาณ 99 เมตร บุด้วยแผ่นทองคำทั้งองค์ คิดเป็นน้ำหนักถึง 1,100 กก. ทีเดียว

ในสมัยพระนางชินสอบู กษัตริย์ชาวมอญ ทรงเริ่มธรรมเนียมบริจาคทองคำน้ำหนักเท่าตัวพระองค์เพื่อบูรณะพระมหาเจดีย์นี้ ครั้งทรงครองราชย์ และมีการถือปฏิบัติแบบนี้สืบมา

นอกจากนั้น บริเวณยอดฉัตรยังประดับด้วยอัญมณีล้ำค่าอีกด้วย จากการบริจาคของประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ซึ่งทางวัดมีบริการกล้องส่องทางไกลให้ผู้มานมัสการได้ชื่นชมอีกด้วย



สองคนพี่น้อง ไม่ยอมพลาดโอกาสอันดีงามที่จะเข้าสักการะบูชาองค์พระมหาเจดีย์ล่ะครับ

โดยความเอื้อเฟื้อของหัวหน้าทัวร์ในการบันทึกภาพ



รวมทั้งของชาวคณะด้วย ครบทีมพอดี



แล้วก็แยกหมู่ตามอัธยาศัย



ช่างภาพกลัวว่าได้ภาพพระมหาเจดีย์ไม่ครบองค์ เลยเอนมุมกล้องลงนิดหน่อย ฮิ ฮิ



หลังจากสักการะพระประจำวันเกิดและพระมหาเจดีย์แล้ว

ขอชื่นชมพระมหาเจดีย์กันสักครู่ เจ้าตัวว่าอย่างนั้น



จากนั้นมีการสรงน้ำเทวดาประจำวัน แถมด้วยอีกหนึ่งครั้งเป็นการเอาเคล็ดด้วย

สำหรับผมซึ่งเกิดวันอาทิตย์ ได้สรงน้ำแค่ 6 + 1 ครั้งเท่านั้น

ส่วนผู้ที่สรงน้ำตามกำลังเทวดาประจำวันเกิดมากที่สุด เห็นจะเป็นผู้ที่เกิดวันศุกร์ เพราะต้องสรงน้ำตามกำลังวันถึง 21 + 1 ครั้งทีเดียว

สำหรับผู้ที่เกิดในวันราหู (วันพุธกลางคืน) นั้น สรงน้ำเพียง 12 + 1 ครั้งเท่านั้น

หากเป็นช่วงเทศกาลติงจาน (สงกรานต์) คงจะคึกคักกว่านี้อีกหลายเท่า



เหลียวกลับมาดูผู้มาสักการะพระมหาเจดีย์ชเวดากองของชาวพม่าบ้าง

อะโห... ขนาดเป็นเวลากลางคืนนะ อาจเป็นว่าอากาศเย็นสบายกว่าช่วงกลางวัน

แถมมีไฟสาดส่องทั่วบริเวณให้น่าชมอีกด้วย เรียกว่าคงเป็นโซนห้ามไฟดับด้วยล่ะ



มีผู้เดินรอบพระมหาเจดีย์ หลังจากสักการะแล้วเสร็จ



แถมมีการให้ตีระฆัง เพื่อบอกกล่าวมวลเทวดา ร่วมสาธุอนุโมทนาอีกด้วย

ผมเลยถือโอกาสตีระฆังที่ลานพระมหาเจดีย์ชเวดากองคราวนี้เอง

ลานพระมหาเจีย์ชเวดากองนี้ ทางวัดจะเปิดให้ผู้มีจิตศรัทธาเข้ามาสักการะได้ตั้งแต่เวลา 04.00 - 22.00 น.



จากนั้นก็เดินเตร็ดเตร่ชมบรรยากาศกันละ



เดินไปมา ขอแวะชมวิหารพระประธานสักหน่อย



เลยได้โอกาสเข้าไปนมัสการองค์พระประธานอีกด้วย

เสียดายที่หลงทิศ จึงไม่ได้มีโอกาสเข้าชมระฆังมหาคันธะ ซึ่งอังกฤษเคยพยายามขนไปบ้านเกิดเมืองนอนของตน แต่เกิดอุบัติเหตุร่วงจมสู่ก้นแม่น้ำเสียก่อน ไม่สามารถกู้ขึ้นมาได้

แต่ชาวพม่าได้ร่วมใจกันกู้ได้สำเร็จ โดยดำลงไปใช้ไม้ไผ่สอดลงไปหนุนใต้ตัวระฆังทีละลำ จนมีแรงยกตัวระฆังให้ลอยพ้นจากผิวน้ำ

ทางการอังกฤษจึงยอมคืนระฆังให้เป็นของชาวพม่าตามเดิม



ดูความมลังเมลืองภายในตัวศาลาต่างๆ ตามบริเวณลานพระมหาเจดีย์

ยอมรับว่าเวลาเข้าไต้เข้าไฟแล้ว สวยสดงดงามมาก



ยังมีภาพถ่ายธงบนยอดพระมหาเจดีย์ คราวบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ.2557 ด้วย ซึ่งมีอัญมณีล้ำค่าประดับประดาอยู่มากมายจริงๆ

พระมหาเจดีย์ชเวดากองจะมีการบูรณะโดยนำแผ่นทองที่ปิดอยู่ลงมาทำความสะอาดและซ่อมแซมส่วนอื่นๆ ที่สึกหรอทุกระยะ 5 ปี



โดยเฉพาะที่เรือนยอดพระมหาเจดีย์ มีเพชรประดับถึง 72 กระรัต ทีเดียว



ขนาดมองแบบไม่จริงจังนะครับ

หากสนใจจริงๆ แล้ว มองผ่านกล้องส่องทางไกลซึ่งทางวัดจัดให้ก็ได้



อิ่มอกอิ่มใจกับการชื่นชมพระมหาเจดีย์ชเวดากองกันแล้ว ชาวคณะได้กลับสู่ที่พักในเวลาประมาณ 21.30 น.

พรุ่งนี้ต้องตียาวไปเมืองพุกามอีกแล้ว



Create Date : 01 พฤษภาคม 2561
Last Update : 1 พฤษภาคม 2561 18:33:09 น.
Counter : 171 Pageviews.

2 comments
◐◑↔อร่ามสวยงามราวกับนำทองคำมาปูเป็นทางยาวติดต่อกันหลายกิโลเมตร สมาชิกหมายเลข 4149951
(15 ก.พ. 2563 08:11:20 น.)
ตายายสายแค้มปิ้ง1 ตะลีกีปัส
(14 ก.พ. 2563 21:44:20 น.)
เจเจ จ๊ะจ๋า พาไป Dreamworld ค่ะ a whispering star
(14 ก.พ. 2563 11:22:07 น.)
ตามรอยหลวงปู่แดนอิสาน ... 3 วัดป่าวิสุทธิธรรม สกลนคร tuk-tuk@korat
(14 ก.พ. 2563 19:54:35 น.)
  
สวยจังค่ะ
โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 1 พฤษภาคม 2561 เวลา:22:51:42 น.
  
เลยรีบนำมาลงโชว์ก่อนครับ
โดย: owl2 วันที่: 2 พฤษภาคม 2561 เวลา:9:15:52 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Owl.BlogGang.com

owl2
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]

บทความทั้งหมด