www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

หม่ำ เดียว หัวเหลี่ยม หัวแหลม , หนังตลกไทยไร้มลพิษที่ ดูได้ แต่ยังไม่ ดูดี



...จุดเริ่มต้นที่ต้องชื่นชมหนังเรื่องนี้ คือ

1. นี่คือ หนังตลกไทยไร้มลพิษ ที่คัดกรองมุกคำหยาบลามกแบบไม่จำเป็นออกไป ไม่ต้องมีไอ้เปี้ยไอ้หาด ฯลฯเ หมือนหนังตลกส่วนใหญ่ในบ้านเรา มุกในหนังเรื่องนี้ก็แป้กบ้างได้ผลบ้าง แต่ชอบตรงที่หลายๆมุกน่ารัก เหมาะกับการนั่งดูพร้อมเด็กๆแบบไม่ตะขิดตะขวง และ มีมุกเฉพาะกลุ่ม สามช่า ที่แฟนประจำจึงจะเข้าใจ (เช่น มุกกัดลูกหม่ำที่ไปเรียนเมืองนอก)

2. นี่คือ หนังตลก ที่เห็นคุณค่าของเนื้อเรื่อง ให้ความสำคัญกับพล็อตเรื่องมากกว่าตั้งหน้าตั้งตายิงมุก ไม่เหมือนหนังตลกบ้านเรากว่าครึ่ง ที่ให้ความสำคัญของ มุก นำหน้า พล็อต จนบางครั้งหนังออกทะเลไปถึงอ่าวตังเกี๋ย ยังไม่รู้ตัวเพราะมัวแต่จะ ด่าไอ้เปี้ยไอ้หาดกันไปมา หรือ ตบหัวสลับไปมา กะว่า ต้องขำซักครั้งนึง

3. ภาพในหนัง ดูดี และ ถ้าเทียบกับ ของ สองช่า ก่อนหน้านั้น เรียกได้ว่า ดีมากกว่าอักโข งานสร้างการถ่ายทำ การเลือกเพลงประกอบ ของหนังออกมาในระดับที่เรียกว่า เป็นหนังตลกที่ออกมาดูรวมๆแล้วดีทัดเทียบกับหนังไทยเรื่องอื่นๆ เพราะส่วนใหญ่ หนังตลกบ้านเราไม่ค่อยประณีตในเรื่องเหล่านี้เท่าไรนัก

... ซึ่งเพียงเท่านี้ สำหรับคนดูหนังนานๆครั้งหรือดูไม่บ่อยนัก ก็น่าจะพึงพอใจ แต่ถ้าจะมองในแง่คุณภาพของตัวหนัง จัดได้ว่า ยังมีปัญหาใหญ่ๆอยู่สองสามประการ ที่ทำให้หนังออกมาแค่ ดูได้ มากกว่า จะ ดูดี เป็น ปัญหาที่เหมือนรูโหว่โตๆของหนัง ในการทำให้หนังไปได้ไม่ถึงในระดับที่เข้าใจว่า อยากจะพาคนดูไปให้ถึงเป้าหมาย




เพราะจากเรื่องย่อที่ให้ น้องเดียว เป็น ลูกของหม่ำที่กำลังรอเกิดมาหา พ่อหม่ำ ในร่างวิญญาณ เพื่อบอกให้ พ่อหม่ำ เริ่มต้น จีบแม่ เสียที แต่ก็ดูจะยากแสนเข็ญ เพราะว่าที่แม่ เป็นสาวสวยดูดีมีชาติตระกูลสมบูรณ์พร้อมในทุกๆด้าน

เรียกได้ว่า จากพล็อตเรื่องของ สองคนต่างวัย ที่ขาดหาย ใครบางคน มาเติมเต็มโลกของตัวเอง

บวกกับ พล็อต ดอกฟ้ากับหมาวัด ที่ใช้ความซื่อพิชิตใจนางฟ้าแสนงาม

บวกกับ เรื่องราวที่มีหักมุมและซ้อนความเหนือจริงเกี่ยวกับภูติผี

...หนังสามารถออกมาเป็น โรแมนติกดราม่าคอมิดี้ ที่สร้างความอบอุ่น เรียกรอยยิ้ม และ จบลงอย่างประทับใจ แต่ หนังเรื่องนี้ กลับทำได้เพียง เรียกรอยยิ้มกับเสียงหัวเราะเป็นพักๆ พออุ่นๆเล็กๆน้อยๆ แล้วก็เบื่อๆเนือยๆในครึ่งหลัง ก่อนที่จะจบลงแบบที่ไม่ได้อินมากมายเหมือนตัวละครที่พยายามบิวต์คนดู

สองปัญหาหลักๆของหนัง ไม่ใช่ ประเด็นจิ๊บๆ แต่กลับเป็น จุดใหญ่ๆ ที่ทำให้ หนังเรื่องนี้ไม่ได้ทำหน้าที่ตัวเองได้เต็มที่ คือ

1.การกำกับนักแสดง ... ในบรรดาสามตัวแสดงหลัก (หม่ำ เดียว นางเอก) หม่ำ เพียงคนเดียวที่ผมมองว่า สอบผ่าน ซึ่งส่วนหนึ่งนั้น ผมเคยเขียนถึงในเฉิ่มมาก่อนแล้วว่า หม่ำ เป็น นักแสดงที่มีดีในตัวมากกว่า การเล่นตลก สุดแต่ว่า ผู้กำกับจะดึงศักยภาพ ด้านการแสดง ออกมาได้มากแค่ไหน ในเรื่องนี้ ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเท่าไหร่ เพราะ บทของเขายังไม่ต้องอาศัย ความลึก มากมายนัก (ถ้าใครได้ดู เฉิ่ม ก็จะเห็นถึง ความสามารถทางการแสดงที่ต่างกันพอสมควร)





แต่พอหันไปดู น้องเดียว กับ นางเอก เราจะเห็น จุดอ่อนในการดึงความสามารถนักแสดง

อย่าลืมว่า การสร้างหนังเรื่องหนึ่ง คือ การนำนักแสดงมาเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เล่นเป็น ตัวละคร ที่อยู่ในหนัง ประโยคนี้ดูเป็นcommom sense แต่เราก็จะยังเห็นหนังอีกหลายๆเรื่องที่ ดึง ดารา มาเล่น แต่ ดารา คนนั้นไม่สามารถดึงศักยภาพตัวเองให้เปลี่ยนแปลงเป็น ตัวละคร

เช่น คนดังๆแบบ ทอม ครูซ มีเพียงไม่กี่เรื่องที่ผู้กำกับเปลี่ยนเขาให้เป็น ตัวละคร ในหนัง ในขณะที่อีกหลายเรื่อง เราก็เห็นเขาเป็น ทอม ครูซ ที่แค่เปลี่ยนเสื้อผ้าหน้าผม

น้องเดียว ในเรื่องนี้ก็เช่นกัน เขาเป็นบทบาทสำคัญและมีอิทธิพลต่อตัวหนังไม่แพ้หม่ำในการเรียกความประทับใจ แต่ หนังกลับใช้ความเป็น น้องเดียว โดยไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลยจาก น้องเดียวเกมทศกัณฑ์ จอมแก่นก๋ากั่นช่างพูด ซึ่งผมเองที่ไม่ใช่ แฟนพันธุ์แท้น้องเดียว จึงรู้สึกขัดๆตลอดเวลาที่น้องเดียวโผล่มาประชันมุกกับหม่ำ ยิ่งบวกกับการแสดงที่ไม่ชวนให้รู้สึก soft หรือ น่ารัก หรือ น่าสงสาร ส่งผลให้ ฉากเซอร์ไพรส์และตอนจบไม่ดึงอารมณ์คนดูตามที่พยายามจะบิวต์

เช่นเดียวกับ นางเอกของเรื่อง ที่มาจาก นางแบบโฆษณา ‘ครีมขาวอย่างไร้สติ’ ที่ผมเกลียดแนวคิดของโฆษณา แต่ชอบในแง่ ตัวหนังที่ออกมาพอสมควร

นางเอกทั้งสองคนดูดีมีเสน่ห์ และ นางเอกของเราในหนังเรื่องนี้ ก็คือ คนเดียวกับ นางเอกผิวคล้ำที่ถูกแฟนทิ้ง ก่อนที่สุดท้าย เธอใช้ครีมขาวเปลี่ยนผิวให้แวววาว แล้วคนรักก็กลับมา (ไม่ชอบ โฆษณาที่ส่งเสริมค่านิยมเชิดชู 'ผิวขาว' ไปพร้อมๆกับ ลดคุณค่า 'คนผิวคล้ำ' ประมาณว่า ต้องขาวเท่านั้นจึงจะต้องสวย แถมเปลี่ยนแปลงสีผิวแบบเว่อร์เอามากๆ)

เธอในโฆษณาปรากฏตัวไม่กี่นาที แต่เธอแสดงสีหน้าท่าทางดึงดูดและดูมีเสน่ห์เป็นอย่างยิ่ง (ภาพจับล็อกเก็ตยังติดตา) แต่ในหนังเรื่องนี้ เธอดูเหมือน นางเอกลูกครึ่งที่เล่นแข็งๆบ้างพออภัยได้สำหรับหนังใหญ่ครั้งแรก แต่ที่น่าผิดหวังคือ หนังเรื่องนี้ทำให้เธอดูสวยแบบจืดๆดูแห้งๆขาดเสน่ห์ ไม่ดึงดูดเท่าตอนดูในโฆษณา



2.การเล่าเรื่อง ... จังหวะการเล่าเรื่องมีปัญหาอย่างรุนแรง หนังเริ่มต้นได้เข้าท่าเข้าทางเอามากๆ กับ ฉากเปิดตัวที่หม่ำเข้ากรุงเทพ แต่ พอเข้าครึ่งหลังโดยเฉพาะเมื่อเฉลยจุดสำคัญ หนังกลับเหมือนเปลี่ยนผู้กำกับเป็นคนละคน

เพราะ ช่วงเวลาหลายๆตอนของหนังเข้าขั้นน่าเบื่อ บทหนังก็เหมือนหาทางออกให้กับตัวละครไม่ได้ ไม่รู้จะนำไปสู่จุดจบได้อย่างไร ก็แก้ปัญหาให้ตัวละครแบบเล่นดื้อๆทื่อๆ นึกอยากจะมาก็มา นึกอยากจะใส่เรื่องราวไหนก็ใส่ ( เช่น เล่นงิ้ว , ได้ทอง ฯลฯ)

และ เกือบทำให้หนังที่ผมคิดว่าเหมาะกับเด็ก กลายเป็นไม่เหมาะเพราะทางออกที่หนังเลือกให้ตัวละครดูจะไม่เหมาะไม่ควร เรียกได้ว่า เป๋ไปพักใหญ่ๆจนเกือบออกอ่าวตังเกี๋ย ยังดีที่สุดท้ายยังตบกลับเข้าเนื้อเรื่องถูก

แถมความต่อเนื่องของหนังหลายๆตอนท้าย ก็สะดุดๆ จาก ฉากหนึ่งไปต่ออีกฉากหนึ่ง เหมือนเอามาชนต่อๆกันเลย หรือ บางตอนก็ใส่แบบไม่จำเป็น เอาที่จำได้ เช่น ช่วงท้ายไม่จำเป็นเลยที่จะต้องมาอธิบายผลลัพธ์ของหนุ่มนักต้ม ซึ่งไม่เกิดประโยชน์อันใดต่อเรื่องราว


สรุป .. ความตลกแบบน่ารักใสซื่อ ของหนัง เป็น จุดเด่นสำคัญที่หนังตลกของไทย น่าจะเดินตามบ้าง ไม่ใช่สักแต่ อัดคำหยาบ อัดมุกเพศที่สามแบบไม่สร้างสรรค์ อัดมุกสิ่งปฏิกูล วนไปเวียนมา ราวกับว่า ไม่มีอะไรในความคิดอีกแล้ว

สำหรับ แฟน หม่ำ-เดียว ไปดูก็คงไม่ผิดหวัง แต่ ถ้าไม่ใช่แฟนของใคร หวังตลกก็พอได้ ไม่แป้กเท่าไหร่ ไม่ได้ถึงกับน่าประทับใจ ภาพในหนังดูดี แต่ตัวหนังแค่พอดูได้ อย่างน้อยก็ดีกว่า เท่งโหน่ง คนมาหาเฮีย หรือ บอดี้การ์ด 2 ผลงานของก๊วนสามช่าของปีที่ผ่านมา

ป.ล. ... หลายคนที่ถามเพื่อเที่ยบกับหนังตลกๆช่วงใกล้ๆนี้ ส่วนตัวแล้วผมชอบมากกว่า โปงลางฯ ส่วนน้องๆที่ไปด้วยที่ได้ดู ก่อนบ่ายฯ บอกว่าเรื่องนี้ ดีกว่าหลายขุม

ป.ล.2 ... โฆษณาแฝงในหนัง น่าเกลียด เกินไป จะ ‘มาม่า’ อะไรกันขนาดนั้น


Link บทความที่อ้างอิงถึง

เฉิ่ม... , คุณ"สมบัติ" อาจไม่ "ดีพร้อม"แต่ก็ดีเพียงพอ



แจ้งข่าวจ้า : องศาที่ 361 คลอดอย่างเป็นทางการแล้ววววว




อ่านเบื้องหลัง ที่มาที่ไป ไขเบื้องหลังของหนังสือ คลิกได้ที่นี่เลยครับ

เบื้องหลัง 'องศาที่ 361' - พ็อกเก็ตบุ้คเล่มที่ 2 ของ “ผมอยู่ข้างหลังคุณ”

อ่านจบเมื่อใด ขอเชิญชวนมาพูดคุยแสดงความเห็นเกี่ยวกับหนังสือ คลิกที่ลิงค์ข้างล่างนี้เลยครับ

อ่านแล้วมาคุยกัน ... "องศาที่ 361


ขอฝาก"หนังสือรัก" พ็อกเก็ตบุ้คที่ไม่ใช่ หนังสือวิจารณ์หนัง แต่เป็นการหยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม



เพื่อนๆที่หาซื้อตามร้านไม่ได้ "หนังสือรัก"เข้าไปสั่งได้จากเว็บของสนพ.เลยจ้าที่ //www.bynatureonline.com/store/bookstore.php ส่วน องศาที่ 361 สั่งได้จากเว็บของซีเอ็ดครับผม






ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

ชวนคลิก ชวนคุยกับเจ้าของ Blog ที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง





ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 13 มกราคม 2551
Last Update : 13 มกราคม 2551 0:51:49 น. 10 comments
Counter : 4790 Pageviews.

 
นอกเรื่องนิดๆ แต่ก็เกี่ยวกับนางเอก

ผมว่าจริงๆแล้วในโฆษณาครีม นางเอก ไม่ได้โดนทิ้งเพราะหน้าดำ หน้าขาวหรอกคับ ถ้าสังเกตโฆษณาตอนแรก จะเห็นว่าหลังจากที่พระเอก นางเอก ห่างกันไปนานหลายปี พอทั้งสองได้กลับมาเจอกันอีก ฝ่ายพระเอก ก็อยากมาคืนดีกับนางเอกอีก ทั้งที่พระเอกก็มีคู่หมั้นที่หน้าขาวมากๆอยู่แล้ว ตอนนั้น นางเอก ไม่ได้ใช้ครีมที่ว่าเลย แต่พระเอกก็ยังอยากมาหวนคืนอีก ไอ้ครีมนั่นเป็นแค่สิ่งที่สร้างความมั่นใจให้นางเอกมากขึ้นมากกว่า


โดย: K_chang (K_chang ) วันที่: 13 มกราคม 2551 เวลา:0:39:26 น.  

 
ส่วนเรื่องหนัง ยังไม่อยากคอมเมนต์ เพราะยังไม่มีโอกาสได้ดู


โดย: K_chang (K_chang ) วันที่: 13 มกราคม 2551 เวลา:0:40:41 น.  

 
^
^
เห็นด้วยค้าบ ในประเด็นเหตุของการทิ้ง พอดีผมเขียนไม่เคลียร์

เข้าไปแก้เนื้อความแล้วครับ

ขอบคุณครับ


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 13 มกราคม 2551 เวลา:0:53:23 น.  

 
ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าคุณหม่ำจะช่วยกำกับด้วยนี่ค่ะ


โดย: mamminnie วันที่: 13 มกราคม 2551 เวลา:0:59:37 น.  

 

ได้ดูโฆษณาหนังเรื่องนี้
เป็นระยะ ๆ
ชอบหม่ำเป็นทุนอยู่
ก็คิดเหมือนกันค่ะว่าจะไปอุดหนุน
หนังไทยเป็นเรื่องแรกของปีนี้

นางเอกน่ารักมาก

(เห็นด้วยค่ะว่า โฆษณาผิวขาวทั้งหลาย
ทำให้คนไทยลุกขึ้นมาห่วงขาวกันจนเว่อร์)




โดย: โสดในซอย วันที่: 13 มกราคม 2551 เวลา:1:07:53 น.  

 
^
^
...ใช่ครับ ในเครดิต คู่กับ คุณพาณิชย์ สดสี ที่กำกับ 'โหน่งเท่ง นักเลงภูเขาทอง' และ คุ้นๆว่า ผกก.คนนี้คือคนเดียวที่กำกับเวทีชิงร้อยชิงล้านด้วยครับ


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 13 มกราคม 2551 เวลา:1:09:00 น.  

 
นางเอกคนนี้จริงๆ เคยเล่นเรื่อง "ยังไงก็รัก" ด้วยนะพี่
เรื่องนั้นเธอดูสวยหยาดเยิ้มและเซ็กซี่มากๆ (แต่ไม่ต้องใช้ความสามารถทางการแสดงอะไรมากมาย)
แต่ที่พี่พูดเกี่ยวกับ "สวยแห้งๆ" ก็ต้องโทษการกำกับจริงๆนั่นแหละ

ส่วนเรื่องนี้เห็นตัวอย่างแล้วยังเฉยๆ + ไม่ใช่แฟนประจำสามช่า 555+


โดย: nanoguy IP: 125.24.90.217 วันที่: 13 มกราคม 2551 เวลา:13:34:36 น.  

 
+ หุๆ สำหรับผมคิดว่าคงบายครับ ... หนังตัวอย่าง ชวนให้คิดว่า "ก็แค่ หนังตลก ... อีกเรื่องนึง" แล้วผมก็ไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ของแก๊ง 3 ช่า หรือน้องเดียวด้วยจิ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 14 มกราคม 2551 เวลา:15:02:40 น.  

 
เราสงสัยนิดนึงหน่ะคะ
คือ ตอนเปิดเรื่อง ที่จบไตเติ้ล
จะมีช็อตนึง ที่หม่ำเค้าทำลูกโป่ง ที่เด็กให้
หลุดมือไปบนฟ้า
มีความหมายอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า
คือ เราพยายาม คิดถึง ลูกโป่ง ก็ไม่เห็นมีตอนไหนในเรื่องที่เกี่ยวกับลูกโป่งเลย


โดย: jumwilly วันที่: 20 มกราคม 2551 เวลา:12:44:52 น.  

 
รักนะจุบๆๆ


โดย: ตลก IP: 125.24.81.235 วันที่: 26 มกราคม 2552 เวลา:11:05:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
มกราคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
13 มกราคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.