bloggang.com mainmenu search





ชีวิตนี้ขาดขนมกุยชายไม่ได้ค่ะแม้บางคนจะบอกว่ากลิ่นแรงไปสักหน่อย ไหนจะคราบมันอีก
ขอโม้นิดนึงว่าสูตรนี้เป็นสูตรประจำบ้าน ทำเมื่อไหร่กินเมื่อไหร่ก็อร่อย
เราเคยเอาสูตรนี้ไปแบ่งปันที่เฟซบุ๊ค ทั้ง like ทั้ง share ถล่มทลายค่ะ
สูตรนี้ได้รับการยืนยันจากแฟนเพจว่านอกจากจะทำกินแล้ว ยังเอาไปทำขายสร้างรายได้ด้วยนะคะ
แต่ถ้าเอาไปทำขาย เราแนะนำให้ลดปริมาณผักลงค่ะ เพราะไม่งั้นจะเข้าทำนองว่า
"ทำกินได้....ทำขายขาดทุน"








รูปวิธีทำบางส่วนเราลอกมาจากบล็อกเก่านะคะ   แต่วันนี้เปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่
ใส่พิมพ์กุหลาบเพื่อความงามและไม่จำเจ  แต่ความอร่อยยังคงที่เหมือนเดิมจ้า


ส่วนผสมขนมกุยช่าย
แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม
แป้งมัน 250 กรัม
แป้งเท้ายายม่อม 30 กรัม
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือสมุทร 1+1/2 ช้อนชา
น้ำเปล่า 2 + 1/2 ถ้วย
กุยช่าย 800 กรัม
เกลือสมุทร 1+1/4 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 2+1/2 ช้อนชา
เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
(ถ้าใช้เกลือป่นให้ลดปริมาณลงด้วยนะคะ)

** เราทำครึ่งส่วน  ได้ขนม 10 ชิ้นค่ะ **



ส่วนผสมน้ำจิ้ม
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
ซีอีิ๊วดำหวาน 1/2 ถ้วย
น้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วย + 2 ชต
น้ำ 1/4 ถ้วย
พริกขี้หนูสดบด 1 ชต.




1. ล้างผักกุยช่ายและหั่นเป็นท่อนสั้น ๆ เตรียมไว้
คลุกเคล้าด้วยเกลือ น้ำตาล เบกกิ้งโซดา และน้ำมันเคล้าให้เข้ากันพักไว้ 1 ชั่วโมง
คั้นน้ำใบกุยช่ายออก บีบจนแห้ง






2. ผสมแป้งมัน แป้งเท้ายายม่อม แป้งข้าวเจ้า น้ำ เกลือ และน้ำตาล
คนผสมให้เข้ากัน   กรองด้วยผ้าขาวบางตาห่าง ๆ  เทใส่กระทะยกขึ้นตั้งไฟอ่อน 
หมั่นคนและกวนให้ส่วนผสมเข้ากันพอข้นเหนียว แต่ไม่ต้องถึงขนาดให้สุกดีจนเป็นก้อนนะคะ
(ถ้าแป้งสุกเกินไปจะเป็นก้อน กุยช่ายจะไม่สามารถผสมเข้าในเนื้อแป้งได้ เพราะแป้งเซ็ทตัวไปซะแล้ว)  
จากนั้นปิดไฟยกลงจากเตาใส่กุยช่าย คนให้แป้งและกุยช่ายเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน







3. ตักใส่พิมพ์ นำไปนึ่งบนน้ำเดือดด้วยไฟกลางนาน 15 นาทีหรือจนสุกขึ้นกับขนาดของพิมพ์ด้วย
จากนั้นยกออกจากเตาพักให้เย็น







4.  ระหว่างนึ่งเราก็มาทำน้ำจิ้มกันค่ะ โดยเคี่ยวน้ำตาล ซีอิ๊วดำหวาน น้ำส้มสายชู น้ำตาลเข้าด้วยกันให้ละลาย 
ปิดไฟพักไว้พออุ่น ใส่พริกขี้หนู ก็เสร็จเรียบร้อยค่ะ เราทำไว้ล่วงหน้า 1 วันค่ะ พริกกับส่วนผสมจะเข้าเนื้ออร่อยยิ่งขึ้น






5.  ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อนไฟไม่ต้องแรงนะคะ   แกะขนมออกจากพิมพ์ลงทอดให้กรอบทั้งสองด้าน
ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน







6. เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มค่ะ  เราใส่น้ำจิ้มลงไปในจานขนมเลยแบบเยอะ ๆ ด้วย







ที่เล่ามาทั้งหมดต้องการจะบอกว่าการทำขนมกุยช่ายแต่ละครั้ง ต้องใช้ภาชนะหลายสิ่งอย่าง
ตั้งแต่เขียงกับมีดสำหรับหั่น ภาชนะสำหรับล้างผัก อ่างสำหรับผสมแป้ง  ทัพพีกับกระทะสำหรับกวนแป้งและทอด
พิมพ์สำหรับใส่ขนม ลังถึงหรือซึ๊งสำหรับนึ่ง  หม้อและถ้วยสำหรับใส่น้ำจิ้ม จานช้อนสำหรับใส่รับประทาน 
 โอ๊ย...เยอะ ๆ ค่ะล้างกันสนุกสนาน ไหนจะกลิ่นที่ติดภาชนะ  ไหนจะคราบมัน







แต่อย่าได้หวั่นค่ะ เพราะตอนนี้เรามีผู้ช่วยคนใหม่ "ซันไลต์ เนเจอร์" ขวดสีขาวค่ะ
เมื่อหลายวันก่อนบริษัท อาซิแอม เบอร์สัน-มาร์สเตลเลอร์ จำกัด  ส่ง gift set ผลิตภัณฑ์
น้ำยาล้างจานซันไลต์ เนเจอร์   มาให้ครัวบ้านเนินน้ำทดลองใช้  แต่น้อยไปหน่อยนะคะ
คราวหน้าส่งยกลังมาเลยค่า 555







งั้นวันนี้เรามาพิสูจน์กันนะคะว่าจะขจัดคราบและกลิ่นติดจานได้หมดจดขนาดไหน  

ผลการใช้งาน  คุณแม่บ้านคนเก่งของเรายืนยันว่า....

"ซันไลต์ เนเจอร์" ขวดสีขาว  ที่มาพร้อมคุณค่าจากธรรมชาติทั้งเกลือ ชาขาว และมะนาว 
เอาอยู่หมดทุกกลิ่นติดจาน ชาม หม้อ กระทะ แก้ว หรือภาชนะอื่นๆ ก็หายเกลี้ยง
 คราบมันก็ล้างออกได้ง่ายมากๆ  แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ พร้อมส่วนผสมที่อ่อนโยนต่อมืออีกด้วยนะ







เธอบอกอีกว่า....

คราวที่แล้วใช้ซันไลต์ เลมอน เทอร์โบ เธอก็ว่าใช้ดีแล้ว 
แต่ขวดขาวซันไลต์ เนเจอร์ เธอใช้แล้วถูกใจยิ่งกว่า   ดมพิสูจน์ไม่มีกลิ่นติดจาน
ฉะนั้นของดีแบบนี้ใช้แล้วต้องบอกต่อจ้า!!







 ซันไลต์ เนเจอร์  มีทั้งแบบขวดและแบบถุงให้เลือกซื้อหานะคะ
ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ซันไลต์ เนเจอร์  ได้ทาง
facebook.com/sunlightth







ขอบคุณที่ติดตามค่ะ  แล้วพบกันใหม่กับเมนูต่อไปนะคะ









Create Date :07 กันยายน 2558 Last Update :13 กันยายน 2559 10:08:16 น. Counter : 3569 Pageviews. Comments :51