ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2561
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
3 ตุลาคม 2561
 
All Blogs
 

แมงกะพรุนห่วงโซ่อาหารที่สำคัญในท้องทะเล





Penguin-mounted video shows penguins eating jellyfish


1.



ในอดีต นักชีววิทยาทางทะเลเชื่อว่า แมงกะพรุนมีแคลลอรี่น้อยมากในห่วงโซ่อาหาร
Credit : Hassan Ammar/Associated Press





นักวิทยาศาสตร์เคยตั้งข้อสันนิษฐานไว้นานแล้วว่า
มีสัตว์น้ำจำนวนน้อยชนิดมากที่กิน แมงกะพรุน เป็นอาหาร
แต่ผลการวิจัยล่าสุดนี้ชี้ให้เห็นว่า
แมงกะพรุนอาจเป็นอาหารสำคัญของสัตว์น้ำในมหาสมุทร
เพราะโดยทั่วไปแล้ว
สำหรับพวกปลาที่หิวโหยแล้ว
การหาแมงกะพรุนกินเป็นอาหาร
น่าจะเป็นเรื่องที่ผิดหวังได้อย่างมาก
เพราะตัวแมงกะพรุนประกอบด้วยน้ำถึง 95%
ทำให้แมงกะพรุนมีแคลลอรี่เพียง 5 แคลลอรี่เท่านั้น
หรือ ราวหนึ่งในสามของปริมาณผักชีฝรั่งหนึ่งถ้วย


จากข้อมูลดังกล่าวเบื้องต้น
ทำให้นักชีววิทยาทางทะเลต่างคิดว่า
แมงกะพรุนจึงเป็นแหล่งอาหาร
ที่ไม่สำคัญของสัตว์น้ำในมหาสมุทร
เพราะคิดว่าสัตว์ทะเลชนิดอื่น ๆ
อาจจะไม่ค่อยใส่ใจกับการกินพวกแมงกะพรุน
แต่ความคิดนี้ต้องสิ้นสุดลง
เพราะมันคือ ห่วงโซ่อาหารที่สำคัญในมหาสมุทร


" ในอดีตพวกมันถูกละเลยไป แต่ผลการวิจัยเมื่อเร็ว ๆ นี้
แสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นมุมมองที่ผิดพลาด
เพราะปลาทูน่าหลายชนิด แม้แต่พวกนกเพนกวิน
ต่างพากันเสาะหาแมงกะพรุนเพื่อกินเป็นอาหาร
ยิ่งเราเพ่งดูมากเท่าไร แมงกะพรุนยิ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งจริง ๆ "
Thomas K. Doyle นักชีววิทยาทางทะเล University College Cork ใน Ireland


เรื่องนี้มีความเป็นไปได้ว่า
แมงกะพรุนจะช่วยรักษาเสถียรภาพของอาหารในมหาสมุทร
ซึ่งพวกแมงกะพรุนจะเป็นทางเลือกสุดท้ายในการเป็นอาหาร
สำหรับสัตว์น้ำประเภทอื่น ๆ เมื่อถึงเวลาที่ยากลำบาก/อาหารขาดแคลน


" การรับรู้ของพวกเราได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
พวกมันดูเหมือนจะพลิกฟื้นแนวคิดระบบนิเวศวิทยาใหม่
ทำให้แมงกะพรุนเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของระบบมหาสมุทร "
Jonathan D.R. Houghton นักชีววิทยาทางทะเล
Queen's University Belfast ใน Northern Ireland


แต่เดิมเพราะเหตุผลเพียงอย่างเดียวคือ
แคลอรี่ในตัวแมงกะพรุนที่น้อยนิด
แทบจะมีคุณค่าและสารอาหารที่ไม่เพียงพอต่อสัตว์น้ำ/สัตว์ทะเล
ทำให้พวกนักวิทยาศาสตร์ต่างปฏิเสธพวกแมงกะพรุน
และคิดว่าสัตว์น้ำที่ล่าเหยื่อมักจะไม่กินแมงกะพรุน


แต่เมื่อนักชีววิทยาจับปลามาผ่าท้องดู
หรือตรวจสอบจากขี้ของพวกปลากินเนื้อ
ต่างแทบจะไม่พบแมงกะพรุนเลย


แต่ทั้งนี้มีข้อยกเว้น เต่ามะเฟือง และ ปลาแสงอาทิตย์ sunfish
ที่รู้กันมานานแล้วว่า ชอบกินแมงกะพรุนมาก
และพวกมันกินแมงกะพรุนนับหลายร้อยตัวทุกวัน
แม้ว่าเต่ามะเฟืองและปลาแสงอาทิตย์ จะมีขนาดใหญ่มากในมหาสมุทร
เต่ามะเฟืองจะมีน้ำหนักมากกว่า 2,000 ปอนด์
ปลาแสงอาทิตย์จะมีน้ำหนักมากกว่า 5,000 ปอนด์


เรื่องนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต่างคิดว่า
ขนาดที่ใหญ่โตของสัตว์น้ำสองชนิดนี้ เต่ามะเฟือง ปลาแสงอาทิตย์
ต่างต้องปรับตัวให้มีขนาดพิเศษสำหรับดำรงชีพ
ด้วยการกินแมงกะพรุนเป็นอาหาร
ที่กรอกเข้าไปในกระเพาะอาหารขนาดใหญ่
ทำให้เหยื่อที่เป็นแมงกะพรุนเข้าไปได้มากเพียงพอที่จะอยู่รอดได้
และได้รับสารอาหารและอาหารในปริมาณที่เพียงพอ


2.



Jellyfish Lake in Palau. “There’s a lot more to jellyfish than jelly,”
Credit : Benjamin Lowy/Getty Images Reportage




แต่สำหรับปลากินเนื้อที่ไม่ได้ปรับตัวให้กินแมงกะพรุนเป็นอาหาร
จะดูเหมือนว่าการกินแมงกะพรุนจะเป็นกลยุทธ์ที่อันตราย
ดังนั้นปลากินเนื้อน่าจะหาเหยื่อชนิดอื่น ๆ กิดกินเป็นอาหารดีกว่า
เพราะมีปริมาณแคลอรีมากกว่าถึง 30 เท่าของแมงกะพรุน


นักชีววิทยาต่างมีความเห็นว่า
ในมหาสมุทรมีอาหารที่กินไม่ได้มากจนเกินไป
และไม่มีใครรู้ว่ามี แมงกะพรุนจำนวนเท่าใดแน่
แต่ก็มักจะเจอพวกแมงกะพรุนจำนวนมากมายมหาศาล


เช่น แมงกะพรุน Barrel สามารถสร้างสายใยหนวดที่หนาแน่น
ถ้านำมารวมกันแล้วยืดให้ยาวจะได้ระยะทางหลายสิบไมล์
หนวดแต่ละเส้นสามารถชั่งน้ำหนักได้มากถึงหกสิบปอนด์


" แต่ถ้าพวกสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ ไม่กินแมงกะพรุนแล้ว
สิ่งนี้เป็นสารอินทรีย์ที่จะสูญหายไปจากห่วงโซ่อาหาร
พวกมันจะตายลงแล้วตกลงไปสู่ท้องทะเล
แล้วเป็นอาหารชั้นดีของพวกจุลินทรีย์ใต้ท้องทะเล
ความเป็นแมงกะพรุนมีมากกว่าแค่วุ้นเยลลี่ "
Jonathan D.R. D.R. Houghton


ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความเข้าใจเรื่องแมงกะพรุน
เพี่งจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงมากขึ้น
เพราะนักชีววิทยาทางทะเลได้ใช้เครื่องมือใหม่ ๆ
เพื่อหาว่าสัตว์น้ำที่กินเนื้อกินอะไรในท้องทะเล


เพราะเหยื่อที่ถูกกินต่างทิ้งลายเซ็นเคมี (DNA)
ไว้ในตัวสัตว์ที่ล่าพวกมันกินเป็นอาหาร
ที่องค์ประกอบ เช่น ออกซิเจนและไนโตรเจนในกล้ามเนื้อของสัตว์
จะสามารถเปิดเผยถึงชนิดของเหยื่อที่พวกมันกินเป็นอาหาร


ปรากฏว่ามีปลาหลายตัวมากเลย
ที่มีลายเซ็นแมงกะพรุนอยู่ในกล้ามเนื้อของพวกมัน


นักวิทยาศาสตร์ยังได้คิดค้นวิธีการใหม่ ๆ
ในการค้นหาสัตว์น้ำกินเนื้อในมหาสมุทร
แทนที่จะค้นหาเศษซากแมงกะพรุนตัวหรือครึ่งตัว
หลายคนต่างเริ่มค้นหา DNA ของแมงกะพรุน
แล้วพบว่ามี DNA ของแมงกะพรุนมากในกล้ามเนื้อของพวกสัตว์น้ำ


ตัวอย่างเช่น ในท้องของปลาไหล Eel larvae
พบว่า 76% ของดีเอ็นเอเป็นแมงกะพรุน
และจากการตรวจอุจจาระของนก Albatrosses
พบว่า 20% ของดีเอ็นเอเป็นแมงกะพรุน


หลังจากที่ได้ทำการติดตั้งกล้องขนาดเล็กบน นกเพนกวิน
ด้วยการจับภาพวิดีโอไว้เป็นเวลาหลายวัน
ภาพของนกเพนกวินได้เปิดเผยว่า
พวกมันยังกินแมงกะพรุนเป็นอาหาร
และข้อเท็จจริงยังพบว่า
นกเพนกวินต่างกำลังค้นหาแมงกะพรุนอย่างจริงจัง
แม้ว่าจะมีตัวเลือกอาหารอื่น ๆ อยู่ก็ตาม
ทำให้แมงกะพรุนอาจจะเป็นอาหาร
ของพวกนกเพนกวินมากกว่า 40%


" จากการใช้เทคนิคใหม่ ๆ เหล่านี้
ช่วยให้เราสามารถเจาะลึกข้อมูล
และมองเห็นโลกทัศน์ในอีกทางได้ได้ "
Julie McInnes นักชีววิทยา University of Tasmania


มันเป็นโลกที่เต็มไปด้วยความหิวกระหาย
ของนกเพนกวินที่อยากกินแมงกะพรุน
ทำไมพวกมันจึงต่างกระตือรือร้นที่จะกินอาหารที่ไร้ประโยชน์เช่นนี้
(แคลลอรี่ต่ำกว่าอาหารประเภทอื่นในท้องทะเล)






ทั้งนี้ส่วนหนึ่งของเหตุผลที่น่าสนใจ
อาจมาจากการที่มันง่ายมากในการจับกินแมงกะพรุน
เพราะแมงกะพรุนไม่สามารถหนีพรวดพราดไปได้อย่างรวดเร็ว
และเมื่อกินแมงกะพรุนแล้วจะสามารถย่อยอาหารได้เร็วกว่า


การกินปลาที่เต็มไปด้วยกระดูก/ก้าง
หรือกุ้งที่เต็มไปด้วยเปลือกและหนวดกุ้ง
สัตว์น้ำบางชนิดจะไม่กลืนแมงกะพรุนทั้งตัว
แต่จะกัดกินเฉพาะส่วนที่มีคุณค่าทางโภชนาการ
ในขณะที่ Bell ของแมงกะพรุนส่วนใหญ่จะเป็นพวกน้ำ
แต่เนื้อเยื่อและอวัยวะสืบพันธุ์ของแมงกะพรุนจะเต็มไปด้วยแคลอรี่และโปรตีน


ปริมาณแมงกะพรุนจำนวนมหาศาล
ที่สัตว์น้ำต่างกัดกิน(ตรวจจากลายเซ็นต์ DNA)
ทำให้นักวิจัยต่างตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับ
ผลกระทบของห่วงโซ่อาหารทั้งหมดของสัตว์ทะเล
มันจึงมีความเป็นไปได้ที่
แมงกะพรุนทำให้ระบบนิเวศในมหาสมุทรมีความเป็นเสถียรภาพ


สัตว์ทะเล เช่น ปลามีความเสี่ยงที่จะเกิดปริมาณปลามากเกินไป
แต่พวกปลาก็จะสามารถอยู่รอดได้ ถ้ามีอาหารเพียงพอ
อาหารที่มีขนาดเหมาะสมพอกับปากของพวกปลา
ในการกลืนกินในแต่ละขั้นตอนของวงจรชีวิตของพวกปลา


ในทำนองเดียวกัน แมงกะพรุนมีความหลากหลายและสำคัญมากขึ้น
เมื่อมีปลามีขนาดเล็กอาศัยเป็นฝูงอยู่จำนวนมาก
แมงกะพรุนก็สามารถจับกินเป็นอาหารจากหนวดของพวกมันได้
แต่ถ้าปลาขนาดเล็ก ๆ หากินได้ยากแล้ว
แมงกะพรุนก็ยังสามารถกินแพลงก์ตอนเล็ก ๆ
หรือแม้กระทั่งกินเลนท้องทะเลเป็นอาหาร
จากนั้นพวกสัตว์ทะเลอื่น ๆ ก็อาจจะมีชีวิตอยู่ได้
ด้วยการกินแมงกะพรุนที่มีจำนวนมากเป็นอาหาร


" แมงกะพรุนสร้างความมั่นคงในอาหารท้องทะเล
แมงกะพรุนเป็นเสมือนตัวกันชนสำหรับระบบห่วงโซ่อาหาร "
Jonathan D.R. Houghton


เรียบเรียง/ที่มา


https://nyti.ms/2zMNsp3
https://bit.ly/2IAa7Hy








 

Create Date : 03 ตุลาคม 2561
2 comments
Last Update : 3 ตุลาคม 2561 1:35:04 น.
Counter : 346 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnewyorknurse, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ

 


เจิมค่ะ

ขอบคุณค่ะ ได้ความรู้เกี่ยวกับแมงกะพรุนด้วยค่ะ

" แต่ถ้าพวกสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ ไม่กินแมงกะพรุนแล้ว
สิ่งนี้เป็นสารอินทรีย์ที่จะสูญหายไปจากห่วงโซ่อาหาร
พวกมันจะตายลงแล้วตกลงไปสู่ท้องทะเล
แล้วเป็นอาหารชั้นดีของพวกจุลินทรีย์ใต้ท้องทะเล
ความเป็นแมงกะพรุนมีมากกว่าแค่วุ้นเยลลี่ "
Jonathan D.R. D.R. Houghton


โหวดค่ะ

 

โดย: newyorknurse 3 ตุลาคม 2561 4:45:10 น.  

 

เข้ามาอ่านเพราะสนใจเรื่องแมงกะพรุนค่ะ

 

โดย: เพรางาย 3 ตุลาคม 2561 12:37:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.