ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2561
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
22 กรกฏาคม 2561
 
All Blogs
 
น้ำผึ้ง



วันนี้เดินลงมาจากการสอบ มสธ.
ที่โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์
เห็นคนยืนมุงกับนั่งมุงอยู่หลายคน
บริเวณที่นั่งรอบนอกอาคารเรียน 2
ใกล้ตรงทางลงไปที่สนามใหญ่ที่เป็นลานจอดรถยนต์
เลยเดินเข้าไปเป็นไทยมุงกับเขาบ้าง

เห็นหญิงชายวัยรุ่นคู่หนึ่งกำลังเสนอขายน้ำผึ้ง
ดูการแต่งตัวก็แบบบ้าน ๆ แบบชาวสวนตัดยางทั่วไป
เพราะเห็นรอยกระดำกระด่างสีดำติดที่เสื้อผ้า/กางเกง
ซึ่งมักจะเป็นคราบขี้ยาง/น้ำยางทิ้งร่องรอยเกาะติดเสื้อผ้า/กางเกง
เห็นถังสี 2 แกลลอนด้านในรองใส่ถุงพลาสติคใส
เต็มไปด้วยน้ำผึ้ง รวงผึ้ง และตัวอ่อนผึ้ง เกือบเต็มถัง
ผู้ชายหยิบรวงผึ้งที่มีตัวอ่อนให้ลูกค้าสตรีดู
เธอก็ลองเคี้ยวดู แต่บอก
" ไม่แน่ใจ แต่กลิ่นหอมและรสชาติน่าจะใช่แน่
ไม่รู้เหมือนกันว่าของจริงเป็นอย่างไร "

ผมมอง ๆ ดูแล้วน่าจะของจริง
เพราะเคยไปดูที่ชาวบ้านเลี้ยงผึ้ง
ที่บ้านช้างกลาง นครศรีธรรมราช มาก่อน
(แต่จะปลอมปนน้ำหวานหรือไม่ ไม่กล้ารับรอง)
" เลยบอก ของดีจริง กินอร่อยตัวอ่อน "

ผู้ชายคนขายบอก " ขวด 400 ครับ ของแท้ครับ ตีมาจากป่ายาง "

ผมบอก " ไม่ ขอบคุณ "


ผมเดินลงไปที่รถยนต์แล้วขับออกไป
แวะร้านอาหารโกพงษ์ ที่ขายข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ข้าวสตู
เส้นทางตรงไปสนามบินหาดใหญ่
ร้านนี้ภริยาและลูกสาวเป็นคนดูแลกิจการ

โกพงษ์เป็นเจ้าแรกเจ้าเดียวในหาดใหญ่
ที่ขายลำไยนอกฤดูทาง Facebook โดยลูกสาวเป็นคนทำให้
ผมยังเคยไปแวะเยี่ยมจะซื้อลำไยนอกฤดูของแก
แกบอกหมดแล้ว ปีหนึ่งจะทำได้แค่สองหรือสามรุ่น
ต้องมีสวนลำไยสามแปลง สลับกันทำแบบเว้นรอบละ 1 ปี

เลยยืนคุยกันแบบชาวสวนทั่วไป
แกบอกประมาณกันยายน ตุลาคม น่าจะได้อีกสักรอบ
แต่ละรอบใช้เวลาราว 5-6 เดือน ชึ้นกับปัจจัยต่าง ๆ
โดยใช้สารเร่งคือ ยาฆ่าไม้ไผ่
ถ้าของเดิมคือ ดินปะสิว
แต่ถ้าไปร้านขายปุ๋ย บอกยาเร่งดอกลำไย
จะขายแพงกว่า ยาฆ่าไม้ไผ่
ส่วนมากจะเป็นของนำเข้าจากมาเลย์
ซึ่งได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการเป็นประชาคมอาเซียน

ผมเลยคุยสอบถามว่า
" เท่าที่ทราบ ลำไยนอกฤดูมาจากยะลา
มาจากการสังเกต ยาฆ่าหญ้าทำให้ดอกลำไยออก "
มีต้นลำไยงอกข้างทางแถวยะลาในยุคหนึ่ง
จนทางการต้องปราบวัชชพืชข้างทาง
สมัยนั้นใช้ดินประสิวรดราดทำลายวัชชพืช

แกบอกว่า "ใช่ คนต้นคิดปลูกได้ผลที่ยะลา
มาซื้อที่ดินทำลำไยนอกฤดูที่รัตภูมิ
แต่ลูกแกดูแลไม่ทั่วถึง ถุงสารเร่งดอกลำไยเลยหลุด
คนงานที่มาใส่ปุ๋ยกับปราบหญ้าคา
เลยจดจำยาที่ใช้ในการเร่งดอก แล้วบอกต่อ
ทำให้วิธีการเร่งดอกลำไย ระบาดไปภาคเหนือ
แล้วเกิดวิกฤติการณ์ลำไยล้นตลาด
และคลังเก็บสารเคมีระเบิดที่เชียงใหม่ เชียงราย

ผมก็ไปเรียนรู้จากสวนแก
ก่อนจะขอเกษียณลาออกจากตำรวจที่นั่น
นำเงินเก็บมาซื้อที่ดินกับบุกเบิกทำสวนลำไยที่นี่
รายได้ก็ค่อนข้างดี ปีละสองสามแสนบาทอย่างต่ำ
ที่อยู่ได้เพราะเงินบำนาญของผมกับภริยา
และภริยากับลูกสาวก็ขายอาหารอยู่ "

พอคุยไปคุยมาแกรู้จักกับรองผู้ว่าสงขลา
ที่เคยเป็นอดีตนายอำเภอหาดใหญ่
ซึ่งผมเคยทำงานร่วมกันท่านในโครงการรัฐ 2 ปีกว่า
มีสำนักงานอยู่ที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่
เลยพอคุ้นเคยและพูดคุยกันได้แบบเปิดอก

หลังจากนั้น เวลาผมแวะกินข้าวที่ร้านโกพงษ์
ถ้าเจอโกพงษ์ยังไม่เข้าสวน ก็มักจะคุยสัพเพเหระกัน
ภริยา ลูกสาว กับคนงาน ก็จำผมได้ มักจะยกมือไหว้ผม
เล่นเอาผมเขินไปเลย ต้องรีบยกมือรับไหว้ไม่ทัน
ทำเอาคนนอกที่เข้ามาในร้านหรือนั่งกินข้าวอยู่มักจะสงสัยว่า
ผมคงเป็นอดีตเจ้าใหญ่นายโต หรือ เถ้าแก่
ทั้งที่ผมชอบนุ่งกางเกงขาสั้น ใส่เสื้อยืดฟรีติดป้ายโฆษณา
ขับรถยนต์ปาเจโร่ที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนเฉี่ยวชน
เพราะยังไม่มีเวลาว่างไปเคลมกับบริษัทประกันภัย

หลังจากนั่งกินข้าวสักพัก
มีผู้ชายกับผู้หญิงขับรถเครื่อง(จักรยานยนต์)มาจอดหน้าร้านโกพงษ์
ผู้หญิงอุ้มถังสีใส่น้ำผึ้ง มีรังผึ้ง ตัวอ่อน ที่บรรจุไว้ในถุงพลาสติดขนาดใหญ่
ตระกร้าหน้ารถเครื่องมีขวดเหล้าสีขาวราวหกขวด
แต่งกายแบบบ้าน ๆ ดูรู้เลยว่ามาจากแถวรอบนอกหาดใหญ่
แล้วผู้ชายเดินมาบอกขายน้ำผึ้งขวดละ 400.-บาท

" อ้าว เมื่อกี้เจอกันแล้วนี่ที่โรงเรียน " ผมบอก

" ผมจำพี่ไม่ได้ ช่วยซื้อหน่อยขวด 400.-บาท " แกบอก

" ไม่ละ ที่บ้านมีหลายขวดแล้ว " ผมบอก

" ของแท้นะพี่ ตีมาจากป่ายาง
พี่ช่วยซื้อหน่อย แฟนผมยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย
(ตอนนั้นก็บ่ายสามโมงแล้ว)
เพิ่งจะขายได้ขวดเดียวเองที่โรงเรียน 400.-บาท " แกบอก

" ทำไมไม่ไปขายในเมือง แถวสายหนึ่งสองสาม ลีการ์เดนส์
ย่านธุรกิจหาดใหญ่ คนมีเงินกับมาเลย์มีมาก " ผมถาม

" ไม่มีคนเลยพี่ วันนี้ " แกบอก

" อ้าว วันอาทิตย์ร้านปิดกัน ทำไมไม่ขายวันจันทร์ " ผมถาม

" ผมต้องทำงานพี่ วันนี้วันหยุด " แกบอก

" แล้วทำงานโรงงานยางหรือเปล่า " ผมถาม

" ทำงานกรีดยางกับแฟนที่นาทวี
ตีผึ้งได้เลยรีบบึ่งรถเครื่อง(มอเตอร์ไซด์) มาขาย " แฟนแกบอก

" นั้น มากินข้าวด้วยกัน ผมเลี้ยงก็แล้วกัน " ผมบอก

" ไม่ละพี่ ผมเกรงใจ
ผมขายพี่ 300.-บาท ก็แล้วกัน " แกบอก

ผมมองไปที่แฟนแก หน้าตาแบบเนือย ๆ (อ่อนระโหยโรยแรง)
และมีอาการแบบคนเหนื่อยอ่อนเช่นกัน

" ไม่เอาละ ผมมีแล้วที่บ้านหลายขวด
(พี่ชายชอบซื้อมาฝาก เวลาชาวบ้านมาขาย
หรือคนงานแกไปตีผึ้งได้จากแถวบ้าน)
กินข้าวด้วยกัน ผมเลี้ยง นั่งเลย " ผมบอก
แล้วชี้ไปที่อีกโต๊ะ เผื่อแกเกรงใจไม่กล้านั่งร่วมโต๊ะ
แล้วชี้กลับมาที่โต๊ะที่ผมนั่งอยู่ ซึ่งผมนั่งกินเสร็จแล้ว

" ผมไม่กล้านั่ง ไม่เคยนั่งร้านแบบนี้
ขอห่อข้าวก็แล้วกัน จะได้นั่งกินข้างทางกับแฟน " แกบอก

" นั่งเลย นั่งตรงนี้ " ผมบอก

" ไม่เอาพี่ ผมไม่กล้า " แกบอก

ผมเลยหันไปที่ลูกสาวเจ้าของร้านโกพงษ์
บอกเก็บเงินแล้วคิดค่าข้าวห่อ 2 ห่อด้วย
ก่อนแกเดินมาเก็บเงินกับผม

" เอาอะไรบ้าง จะได้สั่งให้ " ผมถาม

ลูกสาวเจ้าของร้านเดินมา
ผมบอกคิดเงินกับค่าข้าวห่อด้วย 2 คน
แกบอกรวม 150.-บาท

" เอาอะไรบ้าง จะได้ให้เขาทำให้ " ผมถาม

" ขอข้าวหมูแดง " แฟนแกบอก

" นั้น ผมขอข้าวหมูกรอบ " แกบอก

หลังจากนั้น ทั้งคู่ต่างยืนรี ๆ รอ ๆ หน้าร้าน
เพื่อรอรับข้าวห่อก่อนเดินทางไปขายต่อ

" ผมไปแล้วนะ " ผมบอก

ทั้งคู่ต่างยกมือไหว้ขอบคุณ
ก่อนผมขึ้นรถยนต์ขับไปไซด์งานก่อสร้าง
ที่รับจ้างพี่ชายดูแลในช่วงนี้




ช่วงขับรถยนต์ไปไซด์งานพี่ชาย
พลันคิดถึงเรื่องราวสัปดาห์ก่อนนี้
ช่วงเดินทางไปดูสวนปาล์มที่กระแสสินธุ์
ปกติจะไปอาทิตย์ละสองสามวัน
ที่ปั้ม PT ด้านซ้ายมือคนขับ
สายไปท่าเทียบเรือสงขลา
ก่อนถึงสะพานลอย

เสร็จจากธุระส่วนตัวในปั้มน้ำมัน PT
กำลังจะขับรถยนต์ไปทำธุระต่อ
มีผู้หญิงวัยกลางคนมาถามว่า
จะไปสงขลาแถวพะวงหรือไม่
ผมบอกไม่ จะไปจะทิ้งพระ
แกบอกว่าไม่มีค่ารถ
ขอค่ารถมีกันสามคน เด็กเล็กคน

ผมมองไปข้างห้องน้ำ
เห็นเด็กนอนอยู่กับผู้หญิงอีกคนที่นั่งอยู่
เลยถาม " ค่ารถเท่าไร"

แกบอก " คนละ 60.-บาท "
ผมเลยให้ไป 100.-บาท
สักครู่แกบอก " ขออีก 20.-บาทจะขอไปซื้อขนมให้เด็ก"

เมื่อกล้าขอก็กล้าให้
พอกำลังถอยรถยนต์จะออกจากปั้ม PT
เห็นแกเดินไปบอกเพื่อนแก
ก็เห็นนั่งเล่นสมาร์ทโฟนอยู่ นั่งแบบสบายใจ
นั่งมองมาแบบไม่รู้สึกรู้สา
หรือแสดงอาการขอบใจคนให้
สงสัยถูกหลอกอีกแล้ว

พอวันรุ่งขึ้น ไปเคลียร์งานค้างที่สวนเสร็จแล้ว
ขากลับกำลังจะตีรถเข้าหาดใหญ่
รถยนต์กำลังติดไฟแดงฝั่งซ้ายมือคนขับเป็นร้านอาหารอิสลาม
ฝั่งขวามือคนขับถนนฝั่งตรงข้ามเป็นปั้ม PT (มุ่งไปสะพานเกาะยอ)
ตรงข้ามกับปั้ม PT เจ้าเก่าของเมื่อวานนี้

มีผู้ชายร่างอ้วนดำไม่ใส่หมวกกันน็อค
ขับรถเครื่องมาเคาะกระจก เลยไขกระจกลง
มันบอกว่า " มาจากระโนฏ ไม่มีเงินจะกลับบ้าน
กลัวน้ำมันหมด ขอค่าน้ำมันรถด้วย "

ผมเลยบอกว่า " 40.-บาท พอไหม "

มันบอก " ขอ 60.-บาทก็แล้วกัน "
(ราว 2 ลิตร ๆ ละ 20-30 กิโลเมตรพอถึงระโนฎ "

เมื่อกล้าขอก็กล้าให้
พอให้มันเสร็จ
มันขับรถเครื่องย้อนศรไปด้านหลัง
แทนที่จะขับอัอมไปทางปั้มน้ำมัน PT เส้นทางที่ไประโนด
แสดงว่า มันทำพฤติกรรมขอทานแบบนี้บ่อย

พวกคนเลวชาติ ทำลายโอกาสคนที่เดือดร้อนจริง ๆ ในวันหลัง
ทำให้คนอื่น ๆ ไม่กล้าช่วยเหลืออีก
กลับบ้านเลยไปซื้อหวยใต้ดินมาเลย์ล้างซวย
แทงเบอร์ 60 40 12 20 แบบเซ็งเป็ด



หลายปีก่อน หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จแล้ว
ผมกำลังจะเดินเข้าบ้านเพื่อไปเอาเอกสารไปติดต่อราชการ
มีชายไทยมุสลิมเดินมาขอเงิน 20.-บาท
บอกจะขอสมทบเงินกลับบ้านที่นราธิวาส
พร้อมยื่นเอกสารหัวครุฑให้ดู
พอดีผมไม่ได้พกแว่นสายตายาวเลยอ่านไม่ชัด
เมื่อกล้าขอก็กล้าให้
กอปรกับเงินก็ไม่มากนัก

อีกครึ่งขั่วโมงหลังจากผมหาเอกสารได้ครบแล้ว
เลยหยิบแว่นตาออกมาด้วย
เพราะจะไปทำธุระต่อข้างนอก
แกเดินสวนทางกลับมาบอก
" ขอบคุณ ได้ค่ารถครบแล้ว จะกลับบ้านแล้ว "

ผมเลยบอก " ไหนขอดูเอกสารฉบับเมื่อกี้หน่อย "

แกก็ควักออกมาให้ดู เป็นคำพิพากษาศาลสงขลา
ปรับเป็นเงิน 1,500.-บาท ฐานครอบครองใบกระท่อมราว 1 กิโลกรัม

เซ็งเป็ดเลย อย่างไรก็ตาม
แกคงเข็ดไปอีกนาน หรืออาจจะค้าใหม่ใหญ่กว่าเดิม
แต่ยอมรับแกอย่าง เดินขอคนละ 20.-บาท ซึ่งดูเป็นเงินที่ไม่มากนัก
แต่ต้องเดินขอกับหลายคนในละแวกแถวบ้าน
แต่พอได้เงินครบพอค่าโดยสารแล้ว
แกก็เดินมุ่งหน้าไปทางหอนาฬิกา รอขึ้นรถไปสถานีขนส่ง
เพื่อต่อรถกลับไปที่นราธิวาส

แต่สงสัย ผมให้เงินคนทำความผิด เฮ่อ


เขียนขึ้นจากความทรงจำ
ก่อนที่จะปลิวหายไปเหมือนใบไม้ที่ปลิดปลิว



NB.

น้ำผึ้ง แถวบ้านแฟนที่จะทิ้งพระ
ยังหมายถึง น้ำตาลโตนดที่เคี่ยวจนเหนียวข้น
สีจะออกน้ำตาลไหม้มีรสหวานอร่อย
มักจะเอามาใช้ทำขนมพื้นบ้าน
หรือเป็นสารตั้งต้นทำเป็นน้ำตาลโตนดเป็นก้อน
ตอนนี้มีโรงงานแปรรูปเป็นน้ำตาลโตนดผงด้วย
ตรงแถววัดพะโคะ ก็จะมีป้าย มีน้ำผึ้งขาย
กลับตรงเส้นขากลับที่วัดจะทิ้งพระ ก็มึเช่นกัน

ผมชอบไปยืนดูคนเคี่ยวน้ำตาลโตนด
กับเตาถ่านและกะทะใบบัว
แล้วมักจะขออนุญาตเจ้าของแบบเป็นอันรู้กัน
แอบจิ้มชิมดู รสหวานอร่อยดี

กับผมชอบเอาไม้เคี่ยม(ต้นเคี่ยม)
ที่ใส่ในน้ำตาลโตนด
ทำให้หวาก(น้ำตาลเมา)มีรสขมกลมกล่อม
แต่ชาวบ้านเชื่อว่า ทำให้น้ำตาลสดบูดช้าก่อนเคี่ยว
ผมชอบขอชิ้นเล็ก ๆ มากัดเล่น
รสชาติขม ๆ แปลก ๆ ได้อารมณ์ดี



Create Date : 22 กรกฎาคม 2561
Last Update : 23 กรกฎาคม 2561 23:57:34 น. 0 comments
Counter : 270 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.