ความทรงจำเก่า ๆ ก่อนจะลืมเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
มกราคม 2562
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
1 มกราคม 2562
 
All Blogs
 
สายพันธุ์แมลงประจำถิ่นรุ่นสุดท้ายของ Easter Island




แมลง - ทาทา ยัง




บนเกาะอีสเตอร์ Easter ที่แสนจะโดดเดี่ยวในมหาสมุทรแปซิฟิกแสนกว้างใหญ่
ในทุกวันนี้ยังคงเหลือแมลง 10 ชนิดที่มีขนาดเล็กมาก
นั่นคือ สิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ของเผ่าพันธุ์แมลงพื้นเมือง/ประจำถิ่นของเกาะแห่งนี้

แมลงเฉพาะถิ่นนั้นต่างซ่อนตัวอยู่ภายในถ้ำภูเขา
และซ่อนตัวอยู่ในที่อยู่อาศัยที่มีมลทินมากขึ้นเรื่อย ๆ
เพราะนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาในเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้
เพื่อเยี่ยมชมรูปปั้นหัวคนที่เรียกว่า Rapa Nui
หลังจากที่ชาวพื้นเมืองได้ก่ออันตรายต่อถิ่นที่อยู่ของแมลงตัวเล็ก ๆ
พวกมอสและเฟิร์น moss และ ferns ที่แสนเปราะบาง
การรุกรานจากสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ต่างคุกคามถิ่นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้
Iconic Moai หรือ Rapa Nui รูปปั้นหินเสาหินขนาดความสูง 40 ฟุตเห็นได้ชัด
แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่สำคัญที่สุด กลับยากเกินกว่าจะมองเห็นได้ง่าย ๆ


1.


2.



Credit : Michele Burgess/Alamy Stock Photo





โมอาย Moai


ตำนานของ Rapa Nui คือ จุดเริ่มต้นและจุดจบ
การทำลายสภาพแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ เมื่อมนุษย์เดินทางมาถึง
ชาวเรือโพลีนีเซียได้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาด้วยเรือแคนูขนาดยักษ์
แล้วสร้างบ้านแปลงเมืองขึ้นมาในช่วงระหว่าง 800 - 1200 ก่อนคริสตศักราช
อารยธรรมใหม่ของพวกชาวเรือได้เปลี่ยนเขตป่าร้อน
ให้กลายสภาพเป็นเรือและวัสดุก่อสร้างต่าง ๆ
และดำรงชีพด้วยการทำไร่ไถนาและตกปลา
เมื่อถึงจุดสูงสุดของศตวรรษที่ 17
ประชากรบนเกาะก็เพิ่มขึ้นเป็น 15,000 คน
แต่เหลือเพียงไม่กี่พันคนหลังจากนั้น
ในช่วงที่ชาวยุโรปมาถึงเกาะนี้ในปี 1722


ชาวเกาะที่เริ่มสร้างโมอายนั้น
ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางนิเวศวิทยา
เมื่อสิ่งมีชีวิตที่ถูกทำลายลงไปได้ก็สูญพันธุ์ไป
ที่หลงเหลืออยู่ก็เริ่มปรับสภาพตัวเอง
ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น


พื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นป่าที่มีต้นปาล์มขึ้นปกคลุมค่อย ๆ กลายเป็นทุ่งหญ้า
มีสิ่งมีชีวิตหลายชนิดที่หายไปตลอดกาล
เช่น นกบนบก(บินไม่ค่อยได้)อย่างน้อย 5 ชนิด
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในท้องทะเล
แมลงและต้นปาล์มยักษ์ชนิดหนึ่ง
ที่เรียกว่า Paschalococos disperta หรือต้นปาล์มเกาะอีสเตอร์


3.





“ ระบบนิเวศนั้นไม่ล่มสลาย
แต่ได้เปลี่ยนจากสถานะอย่างหนึ่งไปยังอีกสถานะหนึ่ง
และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ใน Rapa Nui
สิ่งที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดขึ้นคือ
ความเปราะบาง(ไม่เคยมีผู้รุกรานมาก่อน)
ระบบนิเวศที่ไม่ทนทานต่อการเผาไหม้
จากพวกมนุษย์ที่เดินทางมารุกราน
ช่วงระยะเวลาที่เป็นภัยแห้งแล้ง
ที่ก่อให้กำเนิดขึ้นด้วย้งเงื้อมมือของพวกมนุษย์

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้
ต่างมีผลทำให้ระบบนิเวศที่มีอยู่เดิม
พืช/แมลงประจำถิ่นหลายชนิดถูกทำลายลง
และพวกที่อยู่รอดต่างต้องปรับตัวให้เข้ากับ
สภาพแวดล้อมแบบใหม่ที่เริ่มต้นขึ้นมา
ให้ต้องสอดคล้องกับสอดรับเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น "
Jut Wynne นักนิเวศวิทยาจากศูนย์วิจัยสิ่งแวดล้อม
จาก Northern Arizona University’s Merriam-Powell Center for Environmental Research


ทุกวันนี้ บนเกาะแห่งนี้ได้กลายเป็น
ที่อยู่ของเผ่าพันธุ์ที่ไม่ใช่ของประจำถิ่น
มีการนำเข้ามาจากถิ่นอื่นหลายชนิดมากมาย
เช่น ม้า แกะ แพะ ลูกหลานของปศุสัตว์
ที่เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ที่เริ่มเลี้ยงในช่วงต้นทศวรรษ 1900
แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ฝ่าเท้าของสิ่งเหล่านี้
คือ สิ่งมีชีวิตพื้นเมืองที่แท้จริงรุ่นสุดท้ายของ Rapa Nui



4.

Ecologist Jut Wynne นักนิเวศวิทยา กำลังจดบันทึกการสำรวจภาคสนาม
บนพื้นที่สูงเหนือมหาสมุทรแปซิฟิค Credit : Rafael Rodriguez Brizuela




ความฝันในวัยเด็กของ Jut Wynne
คือ การได้ไปเยือนเกาะอีสเตอร์
ในที่สุด ฝันก็กลายเป็นจริงในปี 2008
ในปีนั้น ท่านเริ่มต้นการศึกษาเบื้องต้นด้วยการสำรวจถ้ำ 3 แห่ง
ท่านสุ่มเก็บตัวอย่างแมลงในถ้ำมากกว่า 12 รายการในปี 2009 และ 2011
และท่านก็พบกับสายพันธุ์ชนิดใหม่ประจำถิ่นถึง 8 สายพันธุ์ และรวมแล้วถึง 10 สายพันธุ์
ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ท่านได้รับเงินทุนสนับสนุนการวิจัยจาก Fulbright


เพื่อค้นหาสิ่งมีชีวิตประจำถิ่นอาศัยที่เปราะบาง ซึ่งเป็นที่อยู่ของแมลงรุ่นสุดท้าย
ทำนได้มุดตัวเข้าไปลึกลงไปในถ้ำที่เปียกชื้นและโรยตัวลงไปตามหน้าผาสูงชัน
เพื่อค้นหามอสและเฟิร์นซึ่งมักจะเป็นที่หลบซ่อนของพวกแมลงตัวเล็กตัวน้อย


ผลการศึกษาก่อนหน้าแสดงให้เห็นว่า
เดิมมีแมลงหลายสายพันธุ์มากที่มีอยู่ทั่วไปบนเกาะแห่งนี้
แมลงที่ยังหลงเหลืออยู่จึงมีแนวโน้มว่า
พวกมันได้หลบหนีกลับไปยังพื้นที่ดั้งเดิมที่เคยเดินทางออกมา
สะท้อนให้เห็นถึงระบบนิเวศของ Rapa Nui ที่มีอยู่ก่อนมนุษย์มาถึง


จนถึงตอนนี้ Jut Wynne ได้ค้นพบแมลงหางดีด 7 ชนิด
ซึ่งเป็นแมลงขนาดเล็กที่มีคุณสมบัติคือ
หางดีดที่ทำให้พวกมันดันตัวขึ้นไปในอากาศและอยู่ให้ไกลห่างจากอันตราย
เหมือนกับที่นั่งนักบินในเครื่องบินไอพ่นที่ดีดตัวออกมาได้เวลาเครื่องบินกำลังจะตก
และท่านยังพบไอโซพอด 2 ชนิดที่รู้จักกันในชื่อ "roly-polys"
และเหาหนังสือ book louse สายพันธุ์หนึ่ง
ในขณะนี้กำลังรอผลยืนยันการสำรวจว่าใช่หรือไม่
Jut Wynne กล่าวว่า การค้นหาจากทีมงานของพวกท่าน
ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาอาจทำให้ค้นพบสายพันธุ์ประจำถิ่นบนเกาะ
ทำให้รู้จักกันมากขึ้นเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าได้



5.





อยู่ในอันตรายใกล้จะสูญพันธุ์


การอนุรักษ์แมลงเหล่านี้จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนและเรื่องใหม่เช่นกัน
มีนักท่องเที่ยวประมาณ 100,000 คน
ที่เดินทางผ่านไปยัง Rapa Nui ในปี 2005
มีผู้คนที่เดินทางผ่านไปมาบนเกาะมีพื้นที่รวมเพียง 63 ตารางไมล์เท่านั้น
แม้ว่าอุทยานแห่งชาติจะครอบคลุมเนื้อที่เกือบครึ่งหนึ่งของเกาะ
แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งพวกคนเดินเท้าได้เลย
เพราะพวกนักท่องเที่ยวมักจะเดินผ่านไปมา
บนถิ่นที่อยู่อาศัยของแมลงบางตัว
โดยมองไม่เห็นตัวพวกแมลงเหล่านี้
และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของพวกแมลงกับมนุษย์ที่แตกต่างกัน
ตามข้อสังเกตของ Jut Wynne


แม้ว่าผลการศึกษาแมลงที่อยู่ในสภาพแวดล้อมถ้ำตามธรรมชาติ
แต่พวกมันก็ยังเผชิญหน้ากับความสมดุลที่ค่อนข้างเนียน
(เนียน แบบละเอียดอ่อนอย่างมากอย่างแรงของคนใต้
หมายความรวมถึงคนที่ขี้เหนียวอย่างแรง ว่า เนียนสุด ๆ)
ระหว่างการศึกษาเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ กับการบุกรุกที่เป็นอันตราย
มีสายพันธุ์แมลงที่แพร่กระจายและเป็นภัยคุกคามเพิ่มขึ้น
แมลงสาบอเมริกัน กิ้งกือ และ พวก hitchhikers (น่าจะเรียกว่า แมลงพลอยด้วย)
ที่ตอนนี่ต่างแพร่กระจายไปทั่วบนเกาะ และกัดกินแมลงประจำถิ่น

“ และด้วยเหตุนี้
เราเชื่อว่าแมลงส่วนใหญ่บนเกาะ
ย่อมตกอยู่ในอันตรายใกล้จะสูญพันธุ์ ” Jut Wynne


6.




แม้ว่า อนาคตอาจดูไม่ชัดเจนเหมือนกับ Rapa Nui ในอดีต
แต่ Jut Wynne กำลังทำงานร่วมกับ ระบบวนอุทยาน ชุมชน และรัฐบาล
เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้ถึงสมบัติล้ำค่าที่มองไม่เห็นของเกาะ
ในตอนนี้ วนอุทยานมีการปิดเส้นทางบางแห่ง
เพื่อลดการเดินทางไปมากในพื้นที่สำคัญ
แม้ว่าจะเป็นมาตรการเพียงเล็กน้อย
แต่การที่นักท่องเที่ยวเดินเตร็ดเตร่นอกพื้นที่
นั่นคือ การส่งสัญญาณว่า อาจมีผลกระทบขนาดใหญ่ตามมา
(เพราะไปกระทบกระเทือนระบบนิเวศ
หรือนำพาพวกสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในพื้นที่)
ตามคำให้สัมภาษณ์ของ Jut Wynne


7.



Jut Wynne กำลังตรวจสอบแมลงตัวใหม่ที่จับได้ ด้านหลังถ้ำคืองานศิลปะดั้งเดิม Credit : Nicholas Glove





สมดุลที่มีต้นทุน


อย่างไรก็ตามแรงจูงใจ/ผลตอนแทนทางเศรษฐกิจ
ทำให้การปกป้องถ้ำเป็นเรื่องยากเช่นกัน
เพราะเกาะแห่งนี้ต้องการรายได้จากนักท่องเที่ยว
ทิวทัศน์และภายในถ้ำที่สวยงามต่างต็มไปด้วยงานศิลปะพื้นเมือง
เป็นสิ่งที่ล่อตาล่อใจที่มีศักยภาพในการเชิญชวนนักท่องเที่ยว
Sebastián Yancovic Pakarati
ผู้เชี่ยวชาญด้านมรดกทางธรรมชาติของ Rapa Nui และ
Advisory Council of National Monuments
และหนึ่งในทีมผู้ทำงานร่วมกันของ Jut Wynne กล่าวว่า

" เกาะแห่งนี้ จะต้องพัฒนาแผนการท่องเที่ยว
ที่ปกป้องสมบัติทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ดีกว่า
ก่อนที่จะเปิดประตูกว้างสำหรับการท่องเที่ยว
และเชื่อมั่นว่า ผู้อยู่อาศัยบนเกาะแห่งนี้ต่างดูเหมือนว่า
เต็มใจที่จะมีบทบาทในการปกป้องเกาะและทรัพยากรของเกาะ
ด้วยการรวมกันสนับสนุนสิ่งที่เพิ่งค้นพบใหม่
และการกำกับดูแลที่มากขึ้นกว่าเดิม
ด้วยความหวังว่าพื้นที่ที่อนุรักษ์สำหรับแมลงที่ใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้
จะได้รับการเก็บรักษา/ปกป้องคุ้มครองไว้

คนรุ่นใหม่ต้องการให้ความสนใจมากขึ้น
ไม่เพียงแค่การอนุรักษ์และปกป้อง Moai
และมรดกทางวัฒนธรรมของบรรพบุรุษของพวกเราเท่านั้น
แต่เรายังต้องการที่จะให้ความสำคัญกับ
มรดกทางธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ
และวนอุทยานกำลังดำเนินการตามแผนอนุรักษ์
เพื่อปกป้องและตรวจสอบถ้ำในพื้นที่
ที่มีความสำคัญมากที่สุดของแมลงเผ่าพันธุ์พื้นเมือง/ประจำถิ่น
เราหวังว่าโครงการนี้จะช่วยในการอนุรักษ์และคุ้มครอง
สถานที่และสิ่งมีชีวิตประจำถิ่นที่เหลืออยู่ของเกาะ ”


เรียบเรียง/ที่มา


https://bit.ly/2QhCQDs



8.


Hawaiioscia rapui S. Taiti & J.J. Wynne, 2015/ZooKeys 515: 27­-49

9.



Entomobrya manuhoko E.C. Bernard, F. N. Soto-Adames & J.J. Wynne, 2015/Zootaxa 3949 (2): 239-267

10.



Cyptophania pakaratii S. Taiti & J.J. Wynne, 2015/ZooKeys 515: 27­-49



Create Date : 01 มกราคม 2562
Last Update : 10 มกราคม 2562 11:29:15 น. 1 comments
Counter : 284 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณSweet_pills


 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลความรู้ค่ะคุณ ravio


โดย: Sweet_pills วันที่: 4 มกราคม 2562 เวลา:0:14:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
ravio
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




เกิดหาดใหญ่ วัยเด็กเรียนหนังสือโรงเรียน Catholic คณะ Salesian มีนักบุญประจำโรงเรียน Saint Bosco, Saint Savio ชอบอ่านหนังสือ godfather เกี่ยวกับ Mafio ของพวกซิซีเลียน เคยเล่นเกมส์ Mario แล้วได้คะแนนนำเลยนำสระโอมาต่อท้ายชื่อเป็น Ravio ได้กลิ่นอายแบบ Italino เคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนวิชาชีพทำมาหากิน แต่ไม่ใช่วิชาที่ชื่นชอบมากนัก เรียนอยู่กว่าเจ็ดปี ต้องกลับมาทำงานเป็นกรรมกรที่บ้านเกิด จนเริ่มเกิดความหลงรักชีวิตบ้านนอก และวิถีชิวิตชุมชนท้องถิ่นที่ตนอยู่และไปร่วมวงเสวนา

เกิดเดือนมีนาคม แต่ลัคนาราศรีตุลย์ ชอบไปทุกเรื่อง สุดท้ายทำอะไรที่ได้เรื่องไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนมากมักไม่ได้เรื่อง

ชอบขับรถยนต์ท่องเที่ยวชมภูเขา ป่าไม้ น้ำตก แต่ไม่ชอบทะเลหรือชายหาด เพราะรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยว เมื่อคิดถึงชีวิตตนเองที่มาเปรียบเทียบกับสองสิ่งสองอย่างนี้ รู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงชีวิตที่เล็กน้อยมากที่มาอยู่อาศัยในโลกใบนี้

ชอบอ่านหนังสือ ท่องเที่ยวใน Internet ชอบเดินทางท่องเที่ยวแถว ในละแวกท้องถิ่นบ้านเกิด นาน ๆ ครั้งจะขึ้นไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯ หรือไปหาซื้อหนังสือแถวสยามสแควร์ ถิ่นเก่าที่อยู่และที่เรียน






Friends' blogs
[Add ravio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.